<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8465</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สุวพันธุ์หนักใจสางปมป่าแหว่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; รับหนักใจหลังนายกฯ มอบหมายให้ลงพื้นที่แก้ปมบ้านพักตุลาการ ยันไม่ตั้งธงล่วงหน้า พร้อมเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายหาทางออกร่วมกัน เชื่อคงไม่ยากเกินไป &amp;quot;ต่อตระกูล&amp;quot; เสนอทางออกแบบวิศวกร &amp;nbsp;ย้ายโดยไม่ต้องรื้อ ระบุทำได้หลายวิธี เผยฝีมือคนไทยย้ายตึก 12 ชั้นวิ่งลงเรือส่งไปญี่ปุ่นมาแล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ภายหลังที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ปัญหา และได้มีกำหนดจะเดินทางลงพื้นที่ในวันที่ 6 พ.ค.นี้ เพื่อไปพูดคุยรับฟังข้อเสนอแนะจากเครือข่ายภาคประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยยอมว่ารู้สึกหนักใจที่ได้รับมอบหมายในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว แต่เชื่อว่าการพูดคุยร่วมกับเครือข่ายภาคประชาชนที่ต้องการให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างและฟื้นฟูป่าจะตกลงกันได้ ซึ่งนายกฯ ย้ำแนวทางในการแก้ปัญหาต้องเป็นประโยชน์กับส่วนรวม และมอบอำนาจในการตัดสินใจได้เลย เพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่มีการตั้งธงไปก่อนล่วงหน้า แต่จะเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้พูดคุยถึงทางออกร่วมกันอย่างเต็มที่ โดยหลักการสำคัญ อะไรที่สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันทีก็จะดำเนินการแก้ไขอย่างเร่งด่วน แต่หากประเด็นไหนที่จะต้องใช้ระยะเวลาในการแก้ไขปัญหา หรือมีปัจจัยอื่นประกอบค่อนข้างมาก ก็จะต้องมีการพูดคุยกันว่าหลังจากวันที่ 6 พ.ค.นี้จะทำอย่างไรต่อไป&amp;quot; นายสุวพันธุ์กล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามความเห็นของเครือข่ายภาคประชาชน ก็พบว่ามีความต้องการอยากให้ปัญหาดังกล่าวได้รับการแก้ไขและยุติลงโดยเร็ว ซึ่งการลงพื้นที่ไปแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ จะยึดประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งน่าจะมีความเห็นตรงกันกับเครือข่ายภาคประชาชน ดังนั้นเชื่อว่าทางออกในการแก้ไขปัญหาคงไม่ยากจนเกินไป และหลังจากการรับฟังข้อเสนอแนะจากทุกฝ่ายแล้ว ก็จะนำไปสู่แนวทางการปฏิบัติหรือการแก้ไขปัญหาอย่างชัดเจนมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายต่อตระกูล ยมนาค อดีตนายกวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก ถึงกรณีข้อพิพาทโครงการบ้านพักตุลาการฯ ที่มีเสียงเรียกร้องจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ให้รื้อบ้านแล้วปลูกป่าทดแทน โดยระบุว่า &amp;quot;บ้านศาลป่าแหว่ง&amp;quot; รื้อหรือไม่รื้อ? เสนอแก้ปัญหาแบบวิศวกร แก้ได้โดยการ &amp;quot;ย้าย&amp;quot; ทำได้หลายวิธี ยกย้ายทั้งหลัง ตัดเป็นชั้นๆ ตัดเป็นส่วนๆ ถอดออกเป็นชิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีภาพประกอบ 4 ภาพ ประกอบด้วยภาพที่ 1 ระบุว่า เป็นภาพคนไทยทำได้ ยกอาคารทั้งหลังวิ่งไปส่งขึ้นเรือไปญี่ปุ่น ให้ดูรถแท่นล้อสำหรับเคลื่อนอาคาร ที่อยู่ใต้อาคาร ว่าไทยเรามีรถพร้อมบรรทุกอาคารใหญ่ทั้งหลัง แบบนี้พร้อม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายต่อตระกูลระบุว่า นี่คือตึกที่สูง 12 ชั้น ที่ส่งออกทางเรือไปญี่ปุ่น ญี่ปุ่นสั่งสร้างตึกในไทย เนื่องจากต้นทุนในการก่อสร้างถูกกว่ามาก โดยเฉพาะต้นทุนค่าแรง เมื่อสร้างเสร็จก็ลำเลียงลงเรือ เรียกว่าบรรทุกไปทั้งตึก &amp;nbsp;แล้วก็ไปลำเลียงขึ้นฝั่งที่ท่าเรือของญี่ปุ่นอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณภาพจากพี่นิพันธ์ เสมสันทัด จากบริษัท ไทยสตาร์ชัวร์ตี้..ซึ่งเป็นบริษัทโบรกเกอร์ประกันภัยที่ดูแลเรื่องประกันความเสี่ยงต่างๆ ตั้งแต่ขั้นตอนก่อสร้าง จนกระทั่งการขนส่งไปญี่ปุ่น นี่คือเรื่องหนึ่งของประเทศไทยในตอนนี้ ที่เป็นฝีมือของคนไทยล้วนๆ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่ 2 ระบุว่า ในอเมริกา การเคลื่อนย้ายอาคารเป็นเรื่องธรรมดา มีบริษัทรับทำเป็นอาชีพ ภาพที่ 3 &amp;nbsp;ตึกโบราณเป็นอิฐทั้งหลัง ยังย้ายได้ และภาพที่ 4 เป็นการตัดเสา ยกบ้าน ฝีมือคนไทย ทำกันเยอะ มีคนไทยรับยกบ้าน ดีดบ้านหนีน้ำท่วม ทำเป็นอาชีพ ถ้าตัดเสายกบ้านขึ้นได้ ก็ย้ายบ้านออกไปได้.&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8465</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายต่อตระกูล ยมนาค, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บิ๊กตู่-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, บ้านศาลป่าแหว่ง, ปมบ้านพักตุลาการ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180503/image_big_5aeb1e378933c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8388</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/05/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/05/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;สุวพันธุ์&#039;บินกล่อมม็อบ เคลียร์ปมบ้านตุลาการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;สุวพันธุ์&amp;quot; บินไปเชียงใหม่นัดคุยเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ 6 พ.ค.นี้ เชื่อจบเร็ว &amp;nbsp;แต่ลงมือทำเป็น 3 ระยะ กฎหมายปกติแก้ไขได้ ส่วน &amp;quot;วิษณุ&amp;quot; ยันไม่ใช้ ม.44 คำสั่ง คสช.ต้องสร้างสรรค์ ไม่เอามาทุบตึกรื้อบ้านทำลายทรัพย์สินทางราชการ ขณะที่เครือข่ายต้านป่าแหว่งเปิดแนวทางตกลงเป็นเรื่องๆ ไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) มอบหมายให้เป็นหัวหน้าคณะทำงานแก้ปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ว่าจะลงพื้นที่วันที่ 6 พ.ค. พยายามให้ได้ข้อยุติ พูดคุยภาคประชาชนเป็นหลัก เพราะทราบว่าในพื้นที่มีถึง 17 เครือข่ายที่รวมกันอยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ให้ผู้ตรวจราชการประสานในพื้นที่และผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ติดต่อกลุ่มที่จะมาพูดคุยกับผม การดำเนินการตรงนี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญภาคประชาชน ส่วนรายละเอียดมีหลายเรื่องที่ต้องพูดคุยกัน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวพันธุ์กล่าวว่า รัฐบาลต้องการรับฟังข้อเสนอแนะของกลุ่มที่คัดค้าน ที่ผ่านมาได้รับฟังมาบ้างแล้ว รวมถึงประชาชนต่างๆ ที่แสดงความเห็นผ่านโซเชียลมีเดียที่มีความเห็นที่หลากหลาย ดังนั้นการลงพื้นที่จะเป็นการพูดคุยในภาคปฏิบัติว่าเราจะสามารถทำอะไรได้ก่อนและหลัง เราควรทำอย่างไรในระยะที่ 1, ระยะที่ 2 และ 3 ทางออกควรจะเป็นอย่างไร โดยบางเรื่องอาจได้ข้อสรุปเลย บางประเด็นอาจต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมา เวลานี้จึงไม่สามารถบอกได้ว่าหลังวันที่ 6 พ.ค.จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่า กำหนดระยะเวลาหาข้อยุติหรือไม่ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ ตอบว่า ให้เร็วที่สุด เราอยากให้ได้ข้อยุติโดยเร็วที่สุด นโยบายของนายกฯ ต้องการให้ปัญหาทุกอย่างได้รับการแก้ไข นายกฯ เป็นห่วงเรื่องนี้มาก จึงอยากให้แก้ไขโดยเร็วที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าเรื่องนี้มีกระแสการคัดค้านประชาชนในพื้นที่ และกระแสสังคมกดดันอยู่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาของความเห็นที่ไม่ตรงกันเป็นเรื่องยากอยู่แล้ว แต่ถ้าทุกฝ่ายเห็นว่าเราต้องยืนอยู่บนหลักความจริงและความถูกต้อง เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม คิดว่าน่าจะมีทางออกที่จะเกิดขึ้นได้ รัฐบาลพร้อมเปิดกว้างพูดคุย &amp;nbsp;และเท่าที่ทราบ กลุ่มที่คัดค้านอยากพูดคุยด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรายละเอียดต้องมาพูดจาร่วมกัน เช่น ถ้าเขาต้องการให้รื้อทั้งหมด ต้องมาพิจารณาร่วมกันทำได้หรือไม่ ผิดกฎหมายหรือไม่ และประเด็นการพูดคุยไม่สามารถตอบได้ว่าจะจบได้วันนั้นหรือไม่ เพราะบางประเด็นอาจมีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด แต่ส่วนตัวยังมองว่าเรื่องนี้น่าจะจบรวดเร็วได้ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับในหนทางที่เห็นตรงกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซักว่าสามารถกันเป็นพื้นที่แนวเขตอุทยานได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เป็นไปได้ แต่การทำให้เป็นไปได้จะเป็นอย่างไร ใช้กฎหมายข้อไหน ทำได้มากน้อยแค่ไหนใช้เวลาเท่าไหร่ ต้องดูว่าประชาชนเขาต้องการหรือไม่ จะเป็นประโยชน์หรือไม่ ถ้าทุกฝ่ายยอมรับตรงนี้ ต้องหาทางทำให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการใช้มาตรา 44 นั้น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ บอกว่า ทุกเรื่องถ้าสามารถแก้ได้ด้วยกฎหมายปกติจะเป็นข้อดี เราต้องตระหนักอย่างหนึ่งว่า ถ้าวันหน้าไม่มีมาตรา 44 จะทำอย่างไร และนโยบายของหัวหน้า คสช.ชัดเจนว่าจะใช้มาตรา 44 เท่าที่จำเป็นเท่านั้น ถ้าเรื่องไหนสามารถหาทางออกด้วยเส้นทางปกติได้ให้ไปเส้นทางนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รมต.ประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่า ณ เวลานี้กฎหมายปกติน่าจะแก้ปัญหาได้ การใช้มาตรา 44 อาจจะเห็นผลปุ๊บปั๊บ แต่ไม่รู้ผลกระทบที่ตามมาจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่ถ้าเราใช้กฎหมายปกติ ซึ่งมันเคยถูกใช้มาแล้ว ก็น่าจะดีมีประโยชน์มากกว่า ความจริงทางออกมีหลายทาง รอดูกันไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดคุยกับนายสุวพันธุ์เป็นการส่วนตัว แต่ในขั้นตอนนี้ยังไม่มีเรื่องที่ต้องหารือทางกฎหมาย ยกเว้นไปตรวจพบว่าต้องมีการตอบในเชิงกฎหมาย อาจจะมาหารือในภายหลัง โดยการมอบหมายนายสุวพันธุ์ถือเป็นส่วนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้ไปดูแลทั้งหมด ไปฐานะส่วนกลาง เพราะในพื้นที่มีกองทัพภาค 3 และฝ่ายความมั่นคงดูแลอยู่แล้ว โดยหลังจากลงพื้นที่แล้วจะนำจิ๊กซอว์มาต่อกันเพื่อแก้ไขปัญหาโดยเร็ว ส่วนการตัดสินใจขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ถูกต้อง จากนั้นจึงเสนอนายกฯ ต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้รู้สึกกังวลอะไร เชื่อว่าการชุมนุมที่เกิดขึ้นอยู่บนพื้นฐานของความสุจริตใจ ไม่ได้มีอะไรที่น่าเป็นห่วง ไม่มีประเด็นทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีสัญญาณว่ามีความไม่สงบหรือการเมืองเข้ามาแทรกแซงแต่อย่างใด ไม่ว่าเป็นระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ ถือเป็นเรื่องที่ดีที่ทำให้การแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและไม่ยากนัก&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุย้ำว่า ขณะนี้ยังไม่พบอะไรที่จะชักจูงหรือนำไปสู่ความไม่สงบเรียบร้อย อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้รัฐบาลต้องเป็นผู้แก้ไขปัญหา แต่ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจของทั้ง 3 ฝ่าย คือ ตุลาการ ประชาชน และฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม โดยต้องใช้ข้อมูลด้านวิชาการ และเชิงความต้องการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาบอกว่า ข้อตกลงเดิมที่มีมาในสมัยรัฐบาลก่อนๆ ที่ผ่านมากว่า 10 ปี คือต้องการให้ศาลมีที่อยู่เป็นกลุ่มเป็นก้อน โดยมีการอนุมัติตั้งแต่รัฐบาลนี้ยังไม่เข้ามา จนกระทั่งมีการก่อสร้างในขณะนี้ ดังนั้นจึงขอให้เห็นใจศาลด้วย การพูดจาให้กระทบกระเทือนศาลไม่ได้ และต้องปล่อยให้เป็นไปตามการดำเนินการของรัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนแนวโน้มการใช้มาตรา 44 &amp;nbsp;นั้น นายวิษณุกล่าวว่า ไม่ทราบว่าต้องใช้มาตรา 44 ในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ แต่มองว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น เพราะคำสั่ง คสช.จะต้องใช้ในทางสร้างสรรค์ ต้องไม่ใช้ในการทุบตึกและรื้อบ้าน ทำลายทรัพย์สินทางราชการ ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ก่อน เพราะตนไม่ได้รับมอบหมายโดยตรง เป็นเพียงผู้รับผิดชอบดูแลพื้นที่พัฒนาภาคเหนือ และส่งที่ปรึกษาไปดูเท่านั้น เพื่อให้เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามถึงข้อเสนอให้ทำประชามติ รองนายกฯ แจงว่า การทำประชามติถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ต้องตั้งเวทีและตั้งประเด็นเพื่อเข้าคูหากาบัตร จึงไม่จำเป็นต้องถึงขั้นนั้น แต่สามารถทำประชาพิจารณ์ อาจทำได้เนื่องจากเป็นการทำในวงจำกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายบัณรส บัวคลี่ โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ เปิดเผยว่า ช่วงเช้าวันที่ 2 พ.ค. ได้รับการติดต่อพูดคุยประสานงานจากทีมงานของนายสุวพันธุ์ &amp;nbsp;เพื่อกำหนดนัดหมายพูดคุยเจรจาหาทางออกกรณีโครงการก่อสร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการศาลอุทธรณ์ภาค 5 ร่วมกับเครือข่ายที่จังหวัดเชียงใหม่ ในวันที่ 6 พ.ค. เบื้องต้นทางเครือข่ายได้แจ้งไปแล้วว่า ในการเจรจาดังกล่าวนั้น ขอไม่ให้มีการกลับไปเริ่มต้นที่การตั้งกรรมการหาทางออกขึ้นมาใหม่ แต่ขอว่าเรื่องใดที่สามารถตกลงกันได้ และเรื่องใดที่มีความเห็นพ้องตรงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายกตัวอย่างเช่น ความจำเป็นต้องฟื้นฟูสภาพป่าในพื้นที่โดยเร็ว หรือศาลอาจจะไม่ประสงค์จะใช้พื้นที่แล้ว ซึ่งจะมีการหาพื้นที่ใหม่ และงบประมาณใหม่ให้ &amp;nbsp;เป็นต้น ให้มีการประกาศออกไปก่อน ส่วนเรื่องใดที่ยังติดขัด เช่นการรื้อหรือไม่รื้อนั้น ให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมขึ้นมาเพื่อศึกษา ทั้งนี้ เพื่อไม่ให้การแก้ไขปัญหาเกิดความติดขัด และทำให้ประชาชนที่รอคอยคำตอบในเรื่องนี้เกิดความรู้สึกเบาใจขึ้น ซึ่งทางคณะทำงานเครือข่ายจะมีการประชุมหารือและจัดเตรียมวาระสำหรับการเจรจาในครั้งนี้โดยเร็ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ ต่อกรณีปัญหานี้นั้น โฆษกเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพแสดงความเห็นว่า เชื่อว่านายกฯ อาจจะไม่สามารถพูดอะไรมากได้ แต่เชื่อว่าน่าจะได้รับทราบข้อมูลต่างๆ ประกอบการพิจารณาตัดสินใจแล้ว เพียงแต่ว่าการจะตัดสินใจบางอย่างติดขัดข้อกฎหมาย จึงกลัวว่าจะมีปัญหาตามมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภาพรวมถือว่าการตอบสนองต่อการแก้ไขปัญหาไม่ได้ล่าช้า เพราะอย่างน้อยมีการนัดหมายเจรจากัน และมีความคืบหน้าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง แต่ทั้งนี้ยังเป็นเพียงแค่ขั้นตอนของการเจรจาเท่านั้น ในส่วนของการรณรงค์เรียกร้องยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดสัปดาห์นี้ จะเป็นการรณรงค์ด้วยกิจกรรม เขียวไปทั้งเมือง ให้ประชาชนมีส่วนร่วมแสดงออกด้วยสัญลักษณ์ริบบิ้นหรือผ้าสีเขียวที่จะมีการติดไปทั่วทั้งเมืองเชียงใหม่&amp;quot; นายบัณรสกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า ภายหลังจากเมื่อวันที่ 1 พ.ค. เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ขอความเห็นปัญหาเรื่องบ้านพักตุลาการจากประชาชนในโซเชียลมีเดีย ปรากฏว่าในช่วงค่ำของวันที่ 1 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น &amp;nbsp;เพจ &amp;ldquo;ไทยคู่ฟ้า&amp;rdquo; ได้โพสต์อีกครั้ง เพื่อขอบคุณทุกความเห็นว่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;เพจไทยคู่ฟ้า ขอขอบพระคุณทุกความเห็นของพี่น้องประชาชน ต่อกรณีปัญหาบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ ซึ่งนับว่าเป็นตัวอย่างของการมีส่วนร่วมในการบริหารงานของภาครัฐได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม มั่นใจได้ว่ารัฐบาลจะพิจารณาและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ เหมาะสม และเกิดประโยชน์สูงสุด โดยคำนึงถึงข้อกฎหมาย หลักนิติธรรม และธรรมาภิบาล เช่น การมีส่วนร่วมของประชาชน ความโปร่งใส และความรับผิดชอบ เพื่อให้ปัญหาคลี่คลายลงด้วยความราบรื่น&amp;rdquo;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8388</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มที่คัดค้าน, ขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ, คสช., นายบัณรส บัวคลี่, นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, ม.44, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เพจไทยคู่ฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180502/image_big_5ae9cd46ae323.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6888</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคลียร์ปม &#039;บ้านพักศาล&#039; เชิงดอย  &#039;รัฐบาล&#039; กรรมการจำเป็น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สถานการณ์กรณี บ้านพักตุลาการ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ กลายเป็นหนึ่งในวิกฤติของศาลครั้งสำคัญ ที่อยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกขึ้นมา หลังเกิดกระแสต่อต้านคัดค้านจากภาคประชาชน และเครือข่ายอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจำนวนมาก จากการก่อสร้างบ้านพักดังกล่าวที่ลึกเข้าไปในพื้นที่ป่าจนเห็นได้ชัดจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศ กระทั่งถูกเรียกล้อว่าเป็น &amp;ldquo;หมู่บ้านป่าแหว่ง&amp;rdquo; ในขณะที่ศาลโดย &amp;ldquo;สำนักงานศาลยุติธรรม&amp;rdquo; แม้รู้ว่าจะมีกระแสต่อต้านคัดค้านมากก็ตาม แต่ถูกผูกมัดตามข้อกฎหมายและสัญญาก่อสร้างที่เดินหน้ามาไกลจนใกล้เสร็จสิ้นตามกำหนดแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นไปตามที่ สราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ในฐานะผู้แทนองค์กรที่ทำหน้าที่เป็น &amp;ldquo;แม่บ้านศาล&amp;rdquo; ชี้แจงไว้หลายครั้งถึงโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการดังกล่าว ที่ดำเนินการขออนุญาตตามกฎหมายมาตั้งแต่ปี 2540 สมัยที่ศาลยังสังกัดกระทรวงยุติธรรม ก่อนแยกมาเป็นสำนักงานศาลยุติธรรมในปี 2543 และดำเนินการตามขั้นตอนจนเริ่มสัญญาก่อสร้างในปี 2556-2557 จำนวน 3 &amp;nbsp;โครงการ เป็นโครงการก่อสร้างที่ทำการศาลอุทธรณ์ภาค 5 จำนวน 1 โครงการ และโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 2 โครงการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งสัญญาโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา 2 โครงการนี่เองที่กำลังเป็นปัญหาถูกประชาชนคัดค้านอยู่ ณ ขณะนี้ คือโครงการก่อสร้างบ้านพักผู้พิพากษา จำนวน 38 หน่วย อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ จำนวน 16 หน่วย&amp;nbsp;บ้านพักผู้อำนวยการ จำนวน 1 หน่วย และอาคารชุดพักอาศัยข้าราชการศาลยุติธรรม จำนวน 36 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ตามสัญญาเลขที่ 31/2557 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 18 มิถุนายน 2561 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างผู้รับจ้างดำเนินการก่อสร้างตามสัญญา โดยมีผลงานการก่อสร้างสะสมตามแผนถึงเดือน&amp;nbsp;เม.ย.61 คิดเป็นร้อยละ 94.62&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และโครงการก่อสร้างบ้านพัก รวมจำนวน 9 หน่วย อาคารชุดพักอาศัยข้าราชการตุลาการ จำนวน &amp;nbsp;64 หน่วย พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบ ศาลยุติธรรมในจังหวัดเชียงใหม่ ตามสัญญาเลขที่ 55/2556 สัญญาสิ้นสุดวันที่ 9 มิ.ย.61 มีผลงานสะสมตามแผนนับถึงเดือน&amp;nbsp;เม.ย.61 คิดเป็นร้อยละ 89.28
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม &amp;ldquo;เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม&amp;rdquo; ก็ยืนยันเสมอถึงการดำเนินโครงการ ว่าได้ตระหนักถึงการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเสมอมา&amp;nbsp;พร้อมแจกแจงประเภทและจำนวนของต้นไม้ที่ได้ทำการขุดย้ายออกไปในการก่อสร้างจำนวน 240 ต้น ไม่ได้ตัดไม้ทำลายป่า ทั้งยังมีแผนที่จะปลูกต้นไม้เพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ดูแล้วก็ยังไม่สามารถลดกระแสต่อต้านคัดค้านได้เท่าที่ควรนัก เพราะภาคประชาชนที่นำโดย &amp;nbsp;เครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ ตั้งเป้าเรียกร้องให้ยกเลิกโครงการเพื่อขอคืนพื้นที่ป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ในฐานะฝ่ายบริหารของศาล จึงจัดประชุมวาระพิเศษประเด็นร้อนนี้เพื่อหาทางออกในวันที่ 9 เม.ย. 2561 จนได้มติว่า &amp;ldquo;ให้สำนักงานศาลยุติธรรมรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ชอบธรรมและด้วยสันติวิธี โดยตระหนักถึงการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม และให้มีหนังสือกราบเรียนนายกรัฐมนตรีถึงข้อเท็จจริงทั้งหมด โดยหากรัฐบาลเห็นสมควรประการใด เช่น ให้ชะลอการใช้บ้านพักเฉพาะส่วนที่มีการคัดค้านไว้ชั่วคราว หรือดำเนินการอื่นในระหว่างฟื้นฟูสภาพแวดล้อม สำนักงานศาลยุติธรรมก็ไม่ขัดข้อง&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เท่ากับว่ากรณีนี้ไม่อาจจบลงได้โดยศาลนั่นเอง เพราะประชาชนเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งด้วยประการหนึ่ง ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของศาลด้วยประการหนึ่ง ที่จะเดินหน้าโครงการให้สำเร็จด้วยดีท่ามกลางกระแสคัดค้านก็ไม่ได้ แม้จะถูกกฎหมายแต่กลับไม่ถูกหลักการในการรักษาสิ่งแวดล้อมที่หมู่บ้านไปตั้งอยู่กลางป่า ซึ่งอาจจะเสี่ยงน้ำป่าไฟป่าเสียด้วยซ้ำ ขณะที่จะถอยหลังยุติโครงการก็ไม่ได้ มีสัญญาโครงการผูกมัดทำเสร็จแล้วกว่า 80-90% นอกจากจะเสียงบประมาณแผ่นดินไปเยอะแล้ว หากยกเลิกต้องเสี่ยงถูกฟ้องร้องเข้าไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สุดท้ายจึงเป็นเหตุให้ศาลตัดสินใจให้ฝ่ายรัฐบาลเข้ามาช่วยตัดสินปัญหานี้ ที่รัฐบาลจะต้องช่วยหาทางออกให้เป็นที่ยุติได้ด้วยดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งอาจจะไม่ได้ตามเป้าประสงค์ที่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องการ &amp;nbsp;100% อย่างไรก็ดี วิกฤตินี้ไม่น่าจะเป็นที่หนักใจต่อรัฐบาลมากนัก เพราะผลการหารือของภาคประชาชนที่มณฑลทหารบกที่ 33 ค่ายกาวิละ จ.เชียงใหม่ ที่จัดขึ้นวันเดียวกัน 9 เม.ย.ก็ได้เสนอทางออก เช่น การให้รื้ออาคารศาลบางส่วน ตั้งคณะกรรมการร่วม, รัฐต้องจ่ายเงินตามงวดงานให้แล้วเสร็จ, รัฐจะต้องหาพื้นที่เหมาะสมทดแทนในการก่อสร้าง และหากกำหนดพื้นที่ขีดเส้นได้แล้ว สำนักงานศาลต้องส่งคืนพื้นที่เกี่ยวข้องที่กระทบต่อผืนป่า เป็นต้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งหมดน่าจะเป็นทางออกที่ได้เสนออย่างประนีประนอมพอสมควรแล้ว บวกกับข้อมูลที่ศาลยุติธรรมเสนอไป น่าจะช่วยประกอบการตัดสินใจของรัฐบาลได้ในการเคลียร์ปมนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6888</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, ประชาชนคัดค้าน, ประนีประนอม, สราวุธ เบญจกุล, สำนักงานศาลยุติธรรม, หมู่บ้านป่าแหว่ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acccfa673527.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6807</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 07:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 07:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผ่าทางตันบ้านพักตุลาการไม่อยากให้ศาลขึ้นไปอยู่&#039;เปลว สีเงิน&#039; แนะฟื้นสู่สภาพป่ามีบ้านซุก ดีกว่ารื้อทิ้ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 เม.ย.61- &amp;nbsp; เปลว สีเงิน ชี้ทางออกกับการจัดการกรณีบ้านพักตุลาการดอยสุเทพ ที่ทุกฝ่ายเสียหายน้อยที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;......ภาคประชาสังคมยืนกราน &amp;quot;ต้องรื้อถอนบ้านพักตุลาการ&amp;quot; นั้นออกไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ฟังง่าย-ทำง่าย ใช้ ม.๔๔ รื้อทิ้งเลย!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ฝากให้คิด...นิดเดียว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่สร้าง ก็เงินภาษี หมดไปพันกว่าล้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้ารื้อ ก็ต้องใช้เงินภาษี จะหมดค่ารื้ออีกเป็นร้อยล้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รื้อแล้ว &amp;quot;ปลูกป่า&amp;quot;.....
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งปลูก-ปรับที่-ดูแล กว่าจะโตเป็นป่านับสิบปี ใช้เงินภาษีอีกเป็นพันล้าน
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รวม...&amp;quot;ถ้ารื้อแล้วปลูกป่า&amp;quot; จะเป็น ๑,๐๐๐+๑๐๐+๑,๐๐๐
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่ถ้าไม่รื้อ ไม่ให้สร้างเพิ่ม.....
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การปลูกป่า-ดูแล-ฟื้นสู่สภาพป่ามีบ้านซุก เป็นสิบปีเหมือนกัน แบบนี้ ได้ทั้งสภาพป่าคืน ได้ทั้งบ้านแถม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; บ้านนั้น จะใช้ทางใด สุดแต่หารือกัน ยังไงก็มีประโยชน์กว่ารื้อทิ้ง!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แบบนี้ เซฟเงินได้เป็นพันล้าน!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถ้ารื้อสถานเดียว นอกจากที่เสีย+เสีย ยังต้องไปเสียซ้ำ-เสียซ้อน ตั้งงบหาที่ใหม่ ก่อสร้างใหม่อีก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คิดเสียว่า กรณีนี้เป็น &amp;quot;ต้นแบบ&amp;quot; ปัญหา ต่อไป ไม่ว่าป่าไหน เขาไหน ทั้งชาวบ้าน ทั้งหน่วยราชการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อย่าทำกันอย่างนี้อีก!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนเชียงใหม่ สุขุมนุ่มลึกในการไตร่ตรองด้วยเหตุและผลอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อศาลบอก &amp;quot;ยังไงก็ได้ ไม่ขัดข้อง&amp;quot;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชนชาวพิทักษ์ดอยสุเทพอันศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย น่าจะผ่อนคลาย ใจเปิด พร้อมหารือในทางออกตาม ๓ หลักการ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พูดกันตรงๆ ผมเห็นภาพชาวบ้านขึ้นไปบวชต้นไม้บริเวณที่สร้างบ้านพักข้าราชการตุลาการแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ก็ไม่อยากให้ข้าราชการตุลาการขึ้นไปอยู่ นอกจาก &amp;quot;อยู่ไม่เป็นสุข&amp;quot; เพราะเสียงแช่งด่าแล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่เห็นวิวสูงๆ ว่าดอยสุเทพเขียวพรืดนั้น สภาพผืนป่าหน้าแล้งจริงๆ มีใบไม้-ต้นไม้แห้ง แซมจำนวนมาก
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เสี่ยง &amp;quot;ไฟป่า&amp;quot; เห็นแล้ว...ขนลุก!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากไฟแล้ว ที่ลาดเชิงดอยตั้ง ๓๐-๔๐ องศาอย่างนั้น หน้าฝน ตกซ้ำๆ ซักสัปดาห์
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;น้ำป่าหลาก&amp;quot; พรวดเดียว จะเหมือนขวานถากเลยท่าน!
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ถือซะว่า องค์ครูบาศรีวิชัย และองค์อินทร์ผู้เฝ้ารักษาดอยสุเทพ หวังดี ไม่อยากให้ต้องพบวิบัติภัย &amp;nbsp;จึงมีเหตุให้ &amp;quot;เป็นไปเช่นนั้น&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6807</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชี้ทางออก, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, ผู้พิพากษา-ศาล, รื้อทิ้ง, เชียงใหม่, เปลว สีเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acc095a733c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/04/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/04/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป้อมเบรกบ้านพักทั่นเปา/งัดม.44ปรับพื้นที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; เบรกสร้างบ้านพักศาลดอยสุเทพ สั่ง 3 ฝ่ายร่วมกันหาทางออก 9 เม.ย. แย้มใช้ ม.44แก้ปัญหา ปรับพื้นที่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ วอนม็อบยุติเคลื่อนไหว เลขาฯ ศาลรอ ก.บ.ศ.ชี้ขาดวันจันทร์ ชี้ยกเลิกสัญญาอาจโดนฟ้องกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อวันที่ 5 เมษายน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีที่มีมวลชนคัดค้านโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ เดินเท้ามายังทำเนียบรัฐบาลว่า เป็นเรื่องของประชาชนที่ไม่เห็นด้วยเกี่ยวกับการก่อสร้างบ้านพักของศาล ซึ่งอยู่ใกล้กับดอยสุเทพ ซึ่งได้สั่งการให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งศาลและจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงกองทัพภาคที่ 3 และมณฑลทหารบกที่ 33 ไปพูดคุยร่วมกันวันที่ 9 เม.ย.นี้ถึงรายละเอียดในเรื่องนี้แล้ว โดยในขณะนี้ยังไม่มีการก่อสร้างต่อ เพราะจะต้องมีการพูดคุยกันก่อน เพื่อให้พื้นที่ตรงนี้ประชาชนสามารถใช้ได้ และดัดแปลงเป็นพื้นที่ที่มีป่า ซึ่งอาจจะใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนของประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีแนวโน้มที่จะไม่ให้สร้างต่อ และให้ย้ายไปสร้างในพื้นที่อื่นใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า น่าจะเป็นแบบนั้น แต่คงไม่มีการรื้อถอน ซึ่งอาจจะปรับเป็นพื้นที่ให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ต่อไป พร้อมกันนี้จะต้องมีการปลูกต้นไม้ที่ถูกตัดไปให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม แต่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่ของราชพัสดุ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยมอบหมายให้ทหารทำหน้าที่ดูแล และทหารได้มอบให้กลับคืนไปยังราชพัสดุแล้ว และราชพัสดุอนุญาตให้ศาลใช้ประโยชน์ในพื้นที่ ซึ่งทุกอย่างถือว่าทำถูกต้อง อย่างไรก็ตาม รายละเอียดจะต้องมีการพูดคุยกันเพื่อหาทางออกตามกฎหมาย แต่คงไม่มีการฟ้องร้อง เพราะเป็นเรื่องของประชาชน และขอร้องมวลชนที่จะเดินทางมายังกรุงเทพฯ ขอให้ยุติการเคลื่อนไหวดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;อันนี้ไม่ใช่ป่า ถ้าบุกรุกป่าก็ผิดกฎหมาย เหมือนกับที่ผมเข้ามาดูแลมูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ก็เพื่อต้องการดูแลป่า ซึ่งเมื่อก่อนป่าทางภาคตะวันออกมีการบุกรุกพื้นที่ป่า 13 ล้านไร่ เมื่อผมเข้ามาเป็นประธานมูลนิธิฯ ก็ดูแลในเรื่องดังกล่าว จนทำให้ตอนนี้มีพื้นที่บุกรุกป่าน้อยลงเหลือเพียง 1.3 ล้านไร่ เพราะเราต้องช่วยกันดูแลป่าและรักษาพันธุ์พืช รวมถึงสัตว์ป่า เพราะสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ทรงต้องการให้คน ป่า และสัตว์ป่าอยู่ร่วมกันได้ ให้คนช่วยดูแลป่า เพราะฉะนั้นป่ารอยต่อ 5 จังหวัดภาคตะวันออกจึงมีความอุดมสมบูรณ์มากขึ้น สามารถเป็นต้นน้ำลำธารให้พื้นที่ภาคตะวันออกได้เป็นอย่างดี&amp;rdquo; พล.อ.ประวิตรระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามย้ำว่า ต้องมีการใช้คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) หรือมาตรา 44 ในการแก้ปัญหาเรื่องข้อกฎหมายหรือไม่นั้น พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ให้เขาคุยกันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ภายหลังเกิดกรณีคัดค้านโครงการก่อสร้างบ้านพักตุลาการ เชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. สั่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้าไปพูดคุยเพื่อคลี่คลายปัญหาโดยเร็ว เพราะฝ่ายที่คัดค้านต้องการให้หยุดการก่อสร้าง ขณะที่ศาลยืนยันว่าดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบทุกอย่าง หากมีคำสั่งให้หยุดการก่อสร้างหรือตัดสินใจยกเลิกสัญญา อาจทำให้ผู้รับเหมาฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจำนวนมหาศาลจากศาลได้ และคนที่รับผิดชอบโครงการนี้จะมีความผิดไปด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยเรื่องนี้มีการประเมินเอาไว้ 3 ทางออก คือ 1.สร้างต่อให้เสร็จ เพราะถือว่าทำถูกต้องตามกฎหมายและระเบียบทุกอย่าง ทางออกนี้ทางศาลกับผู้รับเหมามีความต้องการอย่างมาก แต่จะสร้างความไม่พอใจในหมู่ประชาชน 2.ยุติการปลูกสร้างเฉพาะส่วนบ้านพัก แล้วรื้อถอนออก กรณีนี้ประชาชนต้องการ แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ และผู้รับเหมาจะฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายต่อศาล มีทางเดียวที่ป้องกันได้คือใช้อำนาจพิเศษตามมาตรา 44 และ 3.ยุติการก่อสร้างชั่วคราว โดยทำความตกลงว่าจะไม่มีการเรียกร้องค่าเสียหาย ปัจจุบันรัฐบาลกำลังใช้แนวทางนี้อยู่ แต่หากแนวดังกล่าวไม่สำเร็จ พล.อ.ประยุทธ์เตรียมที่จะใช้แนวทางที่ 2 เพื่อระงับปัญหาดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานศาลยุติธรรม อาคารศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม และนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม ร่วมกันแถลงข่าวกรณีการสร้างบ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ จ.เชียงใหม่ พร้อมฉายภาพแผนที่และภูมิทัศน์พื้นที่การก่อสร้างบนจอโปรเจ็กเตอร์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสราวุธได้ชี้แจงถึงความเป็นมาของการก่อสร้าง และรายละเอียดของสัญญาการก่อสร้างทั้งหมด โดยยืนยันว่าทำถูกต้องตามขั้นตอนของกฎหมาย และไม่ได้ทำลายป่า อย่างไรก็ตาม สำนักงานศาลยุติธรรมพร้อมที่จะรับข้อมูลและข้อเสนอแนะในทางที่สร้างสรรค์ ที่จะแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งในวันจันทร์ที่ 9 เม.ย.นี้ เวลา 09.00 น. คณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (ก.บ.ศ.) ซึ่งเปรียบเหมือนคณะรัฐมนตรีของศาล มีหน้าที่บริหารกำกับดูแลกิจการทั่วไปของสำนักงานศาล ที่มีตนเป็นเลขานุการ จะเสนอที่ประชุมในประเด็นนี้ว่า ก.บ.ศ.จะมีความเห็นหรือมติให้สำนักงานศาลดำเนินการอย่างไร จะปฏิบัติตาม และจะแจ้งผลมตินี้ให้นายกฯ ทราบด้วย ดังนั้นช่องทางในการแก้ไขปัญหาจะต้องเข้าสู่การพิจารณาของ ก.บ.ศ. และในช่วงบ่ายวันที่ 9 เม.ย. จะแถลงข่าวให้ทราบถึงผลต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การรับฟังความคิดเห็นทำได้หลายทาง ก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไร เพียงแต่ว่าเนื่องจากการทำงานของตนมีประธานศาลฎีกาเป็นผู้บังคับบัญชา และ ก.บ.ศ.กำกับดูแลการบริหารจัดการ เพราะฉะนั้นจึงจะใช้ช่องทางนี้ในการดำเนินการ ถ้า ก.บ.ศ.มีมติอย่างไร ก็จะปฏิบัติตาม เราก็ต้องรับฟังก่อนว่าจะยุติโครงการหรือไม่ ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงว่าจะทำอย่างไร ความเสียหายที่เกิดขึ้นมีหรือไม่และผิดสัญญาหรือไม่ เราก็ต้องอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผล เราไม่อยากให้ความเสียหายเกิดขึ้นกับภาครัฐ&amp;quot; นายสราวุธกล่าว และว่า นายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา มีดำริให้นำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม ก.บ.ศ.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ พล.อ.ประวิตรระบุแนวโน้มที่จะได้ข้อยุติเรื่องนี้คือจะให้ยุติการก่อสร้างโครงการนี้นั้น นายสราวุธ กล่าวว่า คงไม่สามารถให้ความเห็นได้จนกว่า ก.บ.ศ.จะพิจารณาแล้วเสร็จ ซึ่งคำสั่งจะให้ยุติการก่อสร้างนั้นไม่ทราบ เพราะยังไม่ได้รับคำสั่งหรือไม่ได้รับแจ้งอะไร ขณะนี้ในพื้นที่ผู้รับจ้างยังคงปฏิบัติตามสัญญา แต่ส่วนการดำเนินงานตนไม่ได้ไปดูในรายละเอียด ยอมรับว่าการก่อสร้างลุล่วงไปแล้วกว่า 98%
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ผู้รับจ้างจะดำเนินการต่อไปจนกว่าจะมีคำสั่งจากศาลสั่งยุติใช่หรือไม่ นายสราวุธกล่าวว่า ตนมีหน้าที่ปฏิบัติตามสัญญา เพราะถ้าจะยกเลิกสัญญาหรือไม่ปฏิบัติตามสัญญา อาจจะมีการฟ้องร้องเกิดขึ้นได้ &amp;nbsp; เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่ภายใต้กฎหมายและสัญญาที่มีอยู่ ซึ่งหากยกเลิกสัญญาหรือยุติการก่อสร้างแล้วจะเกิดความเสียหายอย่างไรบ้าง คู่สัญญาคงจะฟ้องศาลในฐานะคู่สัญญาว่าเราผิดสัญญา เพราะอยู่ดีๆ ไปยกเลิกสัญญาโดยไม่มีเหตุผล หรือไม่มีข้อที่ผิดตามสัญญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เลขาธิการสำนักงานศาลฯ กล่าวถึงข้อเรียกร้องให้ คสช.ใช้มาตรา 44 เข้ามาแก้ปัญหาว่า ไม่มีความเห็น คนที่มีอำนาจหน้าที่ก็ต้องปฏิบัติไปตามอำนาจหน้าที่ของตัวเอง หากใช้มาตรา 44 แล้วจะขัดกับข้อกฎหมายหรือไม่นั้น เหตุการณ์ยังไม่เกิดขึ้น ดังนั้นจะไม่สมมติเหตุการณ์อะไรขึ้นมา ซึ่งขั้นตอนที่มาแถลง เพราะต้องการแถลงจุดยืนให้เห็นว่าเราพร้อมที่จะฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย และพร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับส่วนรวมกับทุกฝ่าย ทั้งนี้ ในวันที่ 21 เม.ย.จะมีการปลูกต้นไม้ คืนสภาพแวดล้อมเดิม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฤตย์ เยี่ยมเมธา, นายดิเรก จันทรดิรก และนายสรุท ศรีถาวร กลุ่มตัวแทนภาคประชาชน ในฐานะตัวแทนเครือข่ายขอคืนผืนป่าดอยสุเทพ ซึ่งเดินเท้าจากเชียงใหม่เมื่อวันที่ 4 เม.ย. เพื่อยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อขอให้ใช้มาตรา 44 ในการสั่งระงับการก่อสร้างบ้านพักของข้าราชการตุลาการนั้น ได้เดินทางถึงจังหวัดลำปาง ก่อนจะแถลงข่าวขอยุติการเดินไว้ชั่วคราว เนื่องจากหน่วยงานข่าวกรองได้แจ้งว่าอาจจะมีมือที่สามทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับกลุ่มของตนเอง จนกลายเป็นความไม่สงบเกิดขึ้นในบ้านเมือง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.บ.ศ., บิ๊กป้อม, บุกรุกป่า, บ้านพักตุลาการเชิงดอยสุเทพ, ม.44, มูลนิธิอนุรักษ์ป่ารอยต่อ 5 จังหวัด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180405/image_big_5ac62f6415f53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
