<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>96932</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุถล่มหนัก 19จ.เสียหาย หนุ่มโคราชดับ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ปภ.สรุปสถานการณ์พายุฤดูร้อนระหว่างวันที่ 20-22 มี.ค. เกิดวาตภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด บ้านพังเสียหาย 846 หลัง &amp;quot;หนุ่มโคราช&amp;quot; วัย 38 ปี ขี่ จยย.มาตามถนนเจอล้มพัดต้นไม้ล้มทับเสียชีวิต &amp;quot;กรมอุตุฯ&amp;quot; เตือนทั่ว ปท.พายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 22 มี.ค. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานสถานการณ์ความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่งผลให้เกิดฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ ตั้งแต่วันที่ 20-22 มี.ค.64 เกิดวาตภัยในพื้นที่ 19 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยแยกเป็นภาคเหนือ 2 จังหวัด ได้แก่ พะเยา และเพชรบูรณ์ รวม 2 อำเภอ 2 ตำบล 13 หมู่บ้าน บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 125 หลัง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 17 จังหวัด ได้แก่ บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี เลย ชัยภูมิ สกลนคร ขอนแก่น กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มุกดาหาร มหาสารคาม ยโสธร&amp;nbsp; นครราชสีมา อุบลราชธานี สุรินทร์ ศรีสะเกษ และนครพนม รวม 65 อำเภอ 111 ตำบล 208 หมู่บ้าน 2 เขตเทศบาล บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบ 721 หลัง มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่จังหวัดนครราชสีมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม&amp;quot; ท้ายรายงาน ปภ.ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้เสียชีวิต 1 ราย ที่จังหวัดนครราชสีมา เกิดขึ้นช่วงค่ำวันที่ 21 มี.ค.ที่ผ่านมาในพื้นที่ตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา กู้ชีพโรงพยาบาลชุมพวงและกู้ภัยสว่างเมตตาธรรมสถาน จุดอำเภอชุมพวง ได้รับแจ้งอุบัติเหตุต้นไม้ล้มทับรถจักรยานยนต์ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ หมดสติไม่รู้สึกตัว ที่บริเวณถนนในหมู่บ้านโคกตอง เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบผู้บาดเจ็บเป็นชาย 1 ราย สวมเสื้อโปโลสีแดง กางวอร์มสีดำ รองเท้าผ้าใบสีเทา ทราบชื่อคือ นายสังวาลย์ ผ่องปัญญา อายุ 38 ปี ชาวบ้านหมู่ 17 ตำบลท่าลาด อำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา มีแผลที่ใบหน้าและเสียชีวิตก่อนที่ทีมกู้ชีพกู้ภัยจะไปถึง จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลชุมพวง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.พิษณุโลก ตลอดคืนที่ผ่านมาเกิดฝนตกและลมแรง ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชนในหมู่ที่ 6 ตำบลดินทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก หลังคาเปิดเสียหายหลายหลัง เสาไฟฟ้าหัก 7 ต้น ไฟฟ้าดับ กระทั่งช่วงเช้า เวลา 08.30 น. เจ้าหน้าที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอวังทองและอีกหลายอำเภอ ได้ระดมกำลังพนักงานและเครื่องจักรกลเข้าดำเนินการแก้ไขเสาไฟฟ้า ริมถนนสายวังทอง-สากเหล็ก ถูกพายุฤดูร้อนพัดต้นไม้ล้มใส่สายไฟฟ้า ส่งผลให้เสาไฟฟ้าหัก 7 ต้น&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่ได้เร่งเคลียร์สายไฟและขุดเพื่อตั้งเสาไฟฟ้าใหม่ จำนวน 7 ต้น เพื่อต่อกระแสไฟฟ้าให้กับประชาชนได้ใช้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พายุฤดูร้อนที่พัดรุนแรงในเขตจังหวัดพิษณุโลก นอกเหนือจากตำบลดินทอง อำเภอวังทอง ที่ได้รับความเสียหายแล้ว ที่อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก มีบ้านเรือนประชาชนจำนวนหลายหลังได้รับความเสียหายจำนวนมากเช่นกัน ขณะนี้ทางป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอำเภอนครไทยได้เร่งสำรวจเพื่อให้ความช่วยเหลือประชาชน เบื้องต้นพบมีบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย 31 หลังคาเรือน ในตำบลเนินเพิ่มและตำบลนครไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 11 เรื่อง พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทย ระบุ ประเทศไทยมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น โดยมีลักษณะของพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง กับมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงฟ้าผ่า โดยจะมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคใต้ตอนบน ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น โดยหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ ป้ายโฆษณาและสิ่งปลูกสร้างที่ไม่แข็งแรง สำหรับเกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตรไว้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยจะมีผลกระทบพื้นที่ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร กำแพงเพชร และเพชรบูรณ์ ภาคกลาง: จังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ลพบุรี ชัยนาท อ่างทอง สระบุรี สิงห์บุรี พระนครศรีอยุธยา สุพรรณบุรี นครปฐม กาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก: จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด และภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และชุมพร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96932</URL_LINK>
                <HASHTAG>ต้นไม้ล้ม, บ้านพังเสียหาย, พายุฝนฟ้าคะนอง, พายุฤดูร้อน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_6058992745a0c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
