<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119323</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 17:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 17:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘21 ปี พอช.’ พลิกโฉมชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากรจากชุมชนแออัดสู่บ้านสวยริมคลองราคาหลักแสน-วิวหลักล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนริมคลองลาดพร้าวก่อนการพัฒนา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษมก่อสร้างเสร็จแล้วทั้งชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนชุมชนที่พวกเราอยู่มีสภาพเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; ปลูกบ้านกันแบบตามมีตามเกิด&amp;nbsp; ทางเดินก็แคบ ส่วนใหญ่จะหันหลังบ้านลงคลอง&amp;nbsp; ส้วมก็ลงคลอง&amp;nbsp; บางหลังปลูกมานานไม้ก็ผุ&amp;nbsp; เสาก็ทรุด บ้านเกือบจะจมลงคลอง&amp;nbsp; เมื่อก่อนเด็กนักเรียนในชุมชนไม่กล้าชวนเพื่อนที่โรงเรียนมาเล่นที่บ้าน เพราะอายเพื่อน... &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พอจะทำโครงการบ้านริมคลอง&amp;nbsp; เราก็ช่วยกันออกแบบบ้าน&amp;nbsp; เอาหน้าบ้านลงคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีทางเดินเลียบคลอง&amp;nbsp; ช่วยกันดูแลคลองให้สะอาด&amp;nbsp; ทำเป็นตลาดน้ำหรือแหล่งท่องเที่ยวริมคลอง&amp;nbsp; ชาวบ้านก็สามารถค้าขายได้&amp;nbsp; ตอนนี้พอสร้างบ้านเสร็จแล้ว&amp;nbsp; ชุมชนก็ดูสะอาด&amp;nbsp; สวยงาม&amp;nbsp; เด็ก ๆ ก็ไม่อายเพื่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ประภัสสร&amp;nbsp; ชูทอง &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนหลัง ว.ค.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จันทรเกษม&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม)&amp;nbsp; คือตัวอย่างหนึ่งของการพัฒนาที่อยู่อาศัยในชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; จากเดิมเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; บ้านเรือนส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ในที่ดินราชพัสดุริมคลอง&amp;nbsp; ซึ่งกรมธนารักษ์ดูแลอยู่&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชาวบ้านบางส่วนที่มาอยู่ทีหลัง&amp;nbsp; หรือมีครอบครัวขยาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; เมื่อที่ดินบนฝั่งคลองไม่มีที่ว่าง&amp;nbsp; จึงปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำลงในคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทำให้ลำคลองแคบลง&amp;nbsp; น้ำในคลองไหลไม่สะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางช่วงคลองลาดพร้าวมีความกว้างไม่ถึง 10 เมตร&amp;nbsp; จากความกว้างปกติประมาณ 25-38 เมตร&amp;nbsp; ประกอบกับมีขยะ&amp;nbsp; ตะกอนดินทับถมอยู่ในคลอง&amp;nbsp; ทำให้การระบายน้ำในคลองไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คลอง-เขื่อน-คน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีคลอง&amp;nbsp; คู ลำกระโดง&amp;nbsp; รวมกัน&amp;nbsp; 1,980&amp;nbsp; สาย&amp;nbsp; ความยาวรวมประมาณ&amp;nbsp; 2,700 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจำนวนนี้ถูกรุกล้ำ 1,161 &amp;nbsp;สาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำประมาณ 23,500&amp;nbsp; หลัง !! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2554&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลมีแผนงานการแก้ไขสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ&amp;nbsp;เนื่องจากเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำลงสู่คลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp; น้ำจากท่อระบายน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะไหลและถูกสูบลงคลอง&amp;nbsp; แต่การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำในลำคลอง&amp;nbsp; มีขยะและดินโคลนทับถมอยู่ในคลอง&amp;nbsp; โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;เพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลอง&amp;nbsp; และขุดลอกคลองให้ลึกและกว้างกว่าเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่กว่าจะดำเนินการได้ก็ล่วงเข้าไปในสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นคลองแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยรัฐบาล คสช. มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;คลองลาดพร้าว (ช่วงบางบัว-&amp;nbsp; ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; เขตบางเขน)&amp;nbsp; ก่อนการปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว : มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 &amp;nbsp;เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ผ่านวัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดบางบัว&amp;nbsp; ตลาดสะพานใหม่&amp;nbsp; จนถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ตลอดคลองลาดพร้าวสองฝั่งมีชุมชนตั้งอยู่เรียงราย&amp;nbsp; บางชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าว : มีความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45 กิโลเมตร โดยกรุงเทพมหานครว่าจ้างบริษัทเอกชนก่อสร้าง&amp;nbsp; วงเงินก่อสร้างจำนวน&amp;nbsp; 1,645&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; จากริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บริเวณคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคอนกรีต&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อตอกเสาเข็มและพนังกั้นตลิ่งทั้งสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; มีความกว้างสองฝั่งประมาณ 38 เมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตลอดแนวสันเขื่อนจะมีรั้วเหล็กกันตก&amp;nbsp; และทางเดินเลียบคลองความกว้างประมาณ 3 เมตร&amp;nbsp; สามารถขี่รถมอเตอร์ไซค์หรือจักรยานเลียบคลองได้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้จะมีการขุดลอกคลองให้ลึกประมาณ 3 &amp;nbsp;เมตร&amp;nbsp; เพื่อให้น้ำในคลองไหลสะดวก&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองลาดพร้าวจะช่วยระบายน้ำลงสู่อุโมงค์เขื่อนใต้คลองบางซื่อและอุโมงค์เขื่อนพระราม 9 เพื่อระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา&amp;nbsp; ช่วยแก้ปัญหาน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;เมื่อตอกเสาเข็มแล้ว&amp;nbsp; จะนำแผ่นคอนกรีตมาวางเรียงเป็นพนังกั้นตลิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คนริมคลองลาดพร้าว :&amp;nbsp; สองฝั่งคลองลาดพร้าวในอดีตเป็นทุ่งนา&amp;nbsp; คนที่มาอยู่อาศัยรุ่นแรกๆ ไม่ต่ำกว่า 70-80 ปี&amp;nbsp; มีทั้งคนเช่าที่ทำนา&amp;nbsp; รับจ้างทำนา&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลอง&amp;nbsp; ใช้คลองเป็นเส้นทางสัญจร&amp;nbsp; เมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น&amp;nbsp; ที่ดินแพงขึ้น&amp;nbsp; เจ้าของจึงขายที่นา&amp;nbsp; ทุ่งนาริมคลองจึงกลายเป็นที่ดินจัดสรร&amp;nbsp; หมู่บ้านจัดสรร&amp;nbsp; ตึกแถว&amp;nbsp; ตลาด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ย่านลาดพร้าว&amp;nbsp; โชคชัย 4&amp;nbsp;&amp;nbsp; วังหิน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ภายหลังจึงมีคนจากต่างถิ่น&amp;nbsp; ต่างจังหวัดเข้ามาอยู่อาศัยเพื่อทำมาหากินในเมืองกรุง&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองจึงหนาแน่นขึ้นเรื่อยๆ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 20,000 คน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; ลาดพร้าว&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; สายไหม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกสร้างบ้านบนที่ดินริมคลองซึ่งเป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนก่อนการปรับปรุงส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรมและแออัด&amp;nbsp; เพราะพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านปลูกสร้างบ้านเรือนตามความยาวของแนวคลอง&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; เป็นแรงงาน &amp;nbsp;แม่บ้าน &amp;nbsp;รปภ. &amp;nbsp;พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp; ข้าราชการ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ &amp;nbsp;น้อยๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;บ้านใหม่&amp;nbsp; ชีวิตใหม่ริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนมีนาคม 2559&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีอนุมัติงบประมาณจำนวน 4,061 ล้านบาท&amp;nbsp;ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช.&amp;nbsp; นำไปพัฒนาชุมชนริมคลองลาดพร้าวที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เป็นคลองแรก โดยมีเป้าหมายใน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; &amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านชุมชนแรกที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; (ตรงข้ามตลาดสะพานใหม่)&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน &amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp; 64&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยคอนกรีต &amp;nbsp;ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาก่อสร้างตั้งแต่ 187,000-367,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญก่อนการปรับปรุงปี 2559&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อวยชัย&amp;nbsp; สุขประเสริฐ &amp;nbsp;ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ก่อนการก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จะมาสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านได้บุกรุกที่ดินริมคลองปลูกสร้างบ้านกันมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; จึงกลัวว่าจะถูกไล่ที่มากกว่า&amp;nbsp; แต่ใจจริงทุกคนก็อยากจะได้บ้านใหม่&amp;nbsp; และอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;เพราะสภาพบ้านส่วนใหญ่ผุพังทรุดโทรม&amp;nbsp; ลูกหลานจะได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; ไม่ต้องกลัวโดนไล่&amp;nbsp; เมื่อเจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาให้คำแนะนำการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; จึงร่วมกันออมทรัพย์เป็นทุน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 500 -600&amp;nbsp; บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;วันลงเสาเอกสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกฯ มาเป็นประธาน&amp;nbsp; คนที่ยังไม่เชื่อว่าโครงการนี้จะเป็นจริงก็ต้องเชื่อ&amp;nbsp; ชุมชนที่อยู่ใกล้ๆ ยังไม่เข้าร่วม&amp;nbsp; ยังไม่เชื่อ&amp;nbsp; เมื่อเห็นชุมชนของเราสร้างบ้านเสร็จ&amp;nbsp; มีบ้านใหม่&amp;nbsp; ชุมชนใหม่สวยงาม&amp;nbsp; ก็เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; ตอนนี้ชุมชนริมคลองในเขตสายไหมสร้างเสร็จเกือบทุกชุมชนแล้ว&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เขาบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ&amp;nbsp; แต่เดิมบ้านเรือนส่วนใหญ่จะทรุดโทรมเพราะสร้างกันมานาน&amp;nbsp; สะพานไม้ก็ผุพัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีที่วิ่งเล่น&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขยะก็ทิ้งลงในคลอง&amp;nbsp; น้ำก็เน่าเหม็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเริ่มสร้างบ้านใหม่เป็นชุมชนนำร่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ก็เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยสร้างสนามเด็กเล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเครื่องออกกำลังกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีถังบำบัดน้ำเสียก่อนปล่อยลงคลอง&amp;nbsp; มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp; &amp;nbsp;ช่วยกันปลูกต้นไม้ริมคลอง &amp;nbsp;ปลูกผักสวนครัว &amp;nbsp;ชุมชนก็ดูสวยงาม&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนแต่ก่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร&amp;nbsp;กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp;ได้เข้ามาส่งเสริมอาชีพชาวบ้าน&amp;nbsp;โดยจัดอบรมฝึกอาชีพทำอาหาร&amp;nbsp;ขนม&amp;nbsp;ทำสบู่&amp;nbsp;ยาหม่องสมุนไพร&amp;nbsp;สิ่งประดิษฐ์&amp;nbsp; ของชำร่วย&amp;nbsp;ฯลฯจัดตลาดนัดชุมชนเพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เสริม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญหลังสร้างเสร็จปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ใช้หลักการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ให้ผู้เดือดร้อนรวมกลุ่มแก้ไขปัญหา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.&amp;nbsp;ในฐานะผู้ดูแลโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ เช่น พอช.&amp;nbsp; ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน เรื่องการออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน &amp;nbsp;กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนระยะยาว&amp;nbsp; ครั้งละ 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; เปลี่ยนจาก &amp;ldquo;ผู้บุกรุก&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็น&amp;nbsp;&amp;ldquo;ผู้อยู่อาศัยอย่างถูกต้อง&amp;rdquo;&amp;nbsp; และจะทำให้สภาพแวดล้อมและคุณภาพของชีวิตชาวชุมชนดีขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้ (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 บาท/ตารางวา/เดือน &amp;nbsp;โดยทุกครอบครัวจะได้รับที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; ขนาดบ้านประมาณ 4x6 - 4x8 ตารางเมตร มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&amp;nbsp; (ประมาณ 1-3 พันบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุน 1.สินเชื่อก่อสร้างบ้านไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) ระยะเวลาผ่อน 20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี &amp;nbsp;และสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค-เงิน&amp;nbsp;อุดหนุน 147,000 บาท/ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ  ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง&amp;nbsp; เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;การทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยริมคลองนี้ ไม่ใช่ พอช.ไปสร้างบ้านให้ชาวบ้าน แต่เป็นการใช้หลักการของ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ที่ พอช.ทำมาตั้งแต่ปี 2546 นั่นคือ ให้ชุมชนหรือผู้ที่เดือดร้อน รวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เป็นการพัฒนาที่อยู่อาศัยแนวใหม่ ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า แต่ให้ชุมชนและชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา  โดยมี พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การสนับสนุน มีตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะทำงาน มีกระบวนการทำงาน 11 ขั้นตอน&amp;rdquo;&amp;nbsp; ธนัชบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:-8.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;11 ขั้นตอนสร้างบ้านมั่นคงริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 1.สร้างความเข้าใจโครงการ โดยการชี้แจงสร้างความเข้าใจกับชาวชุมชน มีคณะกรรมการชุมชน เจ้าหน้าที่ พอช. เจ้าหน้าที่ชุดมวลชนสัมพันธ์ ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมธนารักษ์ สำนักการระบายน้ำ ฯลฯ ร่วมกันจัดประชุมชี้แจงเป็นกลุ่ม หรือใช้วิธีพูดคุยอย่างไม่เป็นทางการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2.ร่วมกันสำรวจข้อมูล รับรองข้อมูล พิจารณาสิทธิ์ เพื่อให้ได้ข้อมูลครัวเรือน ผู้อยู่อาศัย ขนาดพื้นที่ของชุมชน และความต้องการที่อยู่อาศัย เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนการสร้างบ้านและออกแบบผังชุมชน หลังจากนั้นจะมีการพิจารณาสิทธิ์และรับรองสิทธิ์ เพื่อให้ชาวชุมชนช่วยกันยืนยันว่า เจ้าของบ้านหลังนี้มีตัวตนและอาศัยอยู่จริง เพื่อไม่ให้มีการสวมสิทธิ์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 3.ตั้งกลุ่มออมทรัพย์ เพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมกันจัดตั้งกองทุนสำหรับก่อสร้างบ้าน บางชุมชนกำหนดเงินออมขั้นต่ำ 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน บางชุมชนอาจมากกว่า แล้วแต่ข้อตกลงของแต่ละชุมชน หากมีเงินออมมาก ยอดเงินที่จะขอกู้จาก พอช.ก็จะลดน้อยลง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ชาวชุมชนริมคลองย่านดอนเมืองร่วมประชุมเพื่อเตรียมทำโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 4.จดทะเบียนเป็นสหกรณ์เคหสถาน เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล และบริหารโครงการ เช่น ทำสัญญาเช่าที่ดินกับกรมธนารักษ์ เสนอขอใช้สินเชื่อและงบสนับสนุนจาก พอช. &amp;nbsp;บริหารการก่อสร้างบ้าน ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 5.จัดการเรื่องที่ดิน โดยการแบ่งปันและเสียสละ คนที่เคยมีที่ดินและบ้านหลังใหญ่ จะต้องเสียสละให้คนที่รุกล้ำแนวคลองสามารถขึ้นมาอยู่บนฝั่งได้ โดยเฉลี่ยแปลงที่ดินที่จะสร้างบ้านให้มีขนาดเท่ากัน (ประมาณ 4X6 ตารางเมตรหรือมากกว่าตามขนาดของชุมชน) และ 1&amp;nbsp;ครอบครัวได้ 1 สิทธิ์ หรือตามข้อตกลงของชุมชน เช่น ครอบครัวที่มีผู้อยู่อาศัยเกิน 8 คน จะได้รับสิทธิ์ขยายเพิ่ม 1 สิทธิ์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 6.ร่วมกันออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน นำข้อมูลที่ได้จากการสำรวจชุมชนและครัวเรือนมาออกแบบผังชุมชนและออกแบบบ้าน โดยมีสถาปนิกและเจ้าหน้าที่ของ พอช.เป็นพี่เลี้ยง เพื่อให้ได้แบบบ้านและผังชุมชนที่ตรงกับความต้องการของชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 7.เสนอโครงการและงบประมาณต่อ พอช. เมื่อผ่านกระบวนการและขั้นตอนต่างๆ ดังกล่าวแล้ว ชุมชนจะต้องยื่นโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในนามสหกรณ์เคหสถานมายัง พอช.เพื่อพิจารณาอนุมัติโครงการและสินเชื่อ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 8.วางแผน ขออนุญาตก่อสร้าง และรื้อย้าย ชุมชนจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ พอช. สถาปนิกและวิศวกร วางแผนการก่อสร้าง แผนการรื้อย้าย และจัดเตรียมเอกสารเพื่อขออนุญาตก่อสร้างจากกรมธนารักษ์และสำนักงานเขต&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 9.ทำนิติกรรมสัญญา และเบิกจ่ายงบประมาณ เมื่อ พอช.อนุมัติโครงการแล้ว ชุมชนจะต้องส่งตัวแทนในนามของสหกรณ์เคหสถานที่จดทะเบียนเอาไว้ไปทำนิติกรรมสัญญาเพื่อเบิกจ่ายงบประมาณ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 10.กระบวนการก่อสร้างบ้าน เมื่อได้รับงบประมาณสนับสนุนจาก พอช.แล้ว ชุมชนจะมีการคัดเลือกผู้รับเหมา มีการแบ่งหน้าที่กันทำงาน เช่น จัดทำบัญชี ตรวจสอบการเงิน และตรวจสอบการดำเนินการก่อสร้าง ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 11.พัฒนาคุณภาพชีวิต เมื่อก่อสร้างบ้านเสร็จแล้ว ชุมชนจะร่วมกับ พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพัฒนาชุมชนในด้านต่างๆ เช่น เรื่องอาชีพ มีการวางแผนการจัดตลาดนัด ตลาดน้ำชุมชน เรือโดยสารในคลอง ส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ &amp;nbsp;พัฒนาสิ่งแวดล้อม เช่น ปลูกต้นไม้ ปลูกผักสวนครัว การคัดแยกขยะ การบำบัดน้ำเสียในครัวเรือนก่อนปล่อยลงคลอง จัดกิจกรรมเด็กและเยาวชน พัฒนาศักยภาพผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;บ้านสวยริมคลองราคาหลักแสน-วิวหลักล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวก่อสร้างแล้วใน 35 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวนบ้านที่ก่อสร้างเสร็จ 3,065&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; (มีผู้เข้าอยู่อาศัยหมดแล้ว)&amp;nbsp; กำลังก่อสร้าง 194 ครัวเรือน&amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่พร้อมก่อสร้าง&amp;nbsp; 277 ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือกำลังดำเนินการในระยะต่อไป&amp;nbsp; คาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด 7,069 ครัวเรือนภายใน 3 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000 บาท เพื่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส เช่น ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ ชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;ชุมชนริมคลองลาดพร้าว (ช่วงคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม) ตรงข้ามกองทัพอากาศดอนเมือง&amp;nbsp; ราคาไม่เกิน 400,000 บาท&amp;nbsp; มีบรรยากาศริมคลองสวยงาม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้รัฐบาลยังมีโครงการพัฒนาคลองเปรมประชากร ซึ่งมีปัญหาเช่นเดียวกับคลองลาดพร้าว โดยการรื้อย้ายชุมชนที่รุกล้ำลำคลอง-ก่อสร้างที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; ก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; อุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ปรับทัศนียภาพชุมชนริมคลอง-พัฒนาคุณภาพชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การท่องเที่ยวทางน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมรถ-ราง (ไฟฟ้า)&amp;nbsp; -เรือ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2562-2570&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำดำเนินการไปแล้วบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พอช. มีแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งหมด 38 ชุมชน รวม 6,386 ครัวเรือนในพื้นที่เขตจตุจักร หลักสี่ &amp;nbsp; ดอนเมือง และใน จ.ปทุมธานี ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัยในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด &amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้ โดย พอช.จะสนับสนุนชุมชนเช่นเดียวกับโครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการชุมชนแรกในเดือนมกราคม 2563&amp;nbsp; โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีมาเป็นประธานยกเสาเอกสร้างบ้านหลักแรก&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์เป็นประธานงานที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล่าสุดขณะนี้&amp;nbsp; (ตุลาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; 4 ชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ก่อสร้างแล้วเสร็จ&amp;nbsp; 196 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 472 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp; พื้นที่รื้อย้ายพร้อมก่อสร้างบ้าน 95 ครัวเรือน&amp;nbsp; ตามแผนงานการก่อสร้างจะแล้วเสร็จทั้ง&amp;nbsp; 6,386 ครัวเรือนภายใน 3 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้บ้านที่ก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว &amp;nbsp;มีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น&amp;nbsp; เช่น บ้านแถวชั้นเดียว ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 290,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:0cm; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านใหม่ริมคลองเปรมประชากรย่านจตุจักร&amp;nbsp; สวยงามร่มรื่น&amp;nbsp; ราคาไม่กี่แสน&amp;nbsp; แต่วิวหลักล้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:10.0pt; margin-left:0cm&quot;&gt;รัฐบาลเดินหน้าพัฒนาคลองสนองพระราชดำริ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp;นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; สนองพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 &amp;nbsp;เร่งพัฒนา &amp;nbsp;ปรับภูมิทัศน์ &amp;nbsp;พลิกฟื้นชีวิตของประชาชนริมคลอ ง &amp;nbsp;รวมทั้งน้อมถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง &amp;nbsp;ที่ทรงให้ความสำคัญกับน้ำและการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องจนประสบความสำเร็จตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองลาดพร้าว &amp;nbsp;มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง  จำนวน 50 ชุมชน รวม 7,069 ครัวเรือน &amp;nbsp;ได้ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าวความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ 45 กิโลเมตร  และดำเนินโครงการ &amp;ldquo;บ้านมั่นคง&amp;rdquo; ริมคลองลาดพร้าว  เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;พัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว &amp;nbsp; ซึ่งนอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว  ยังมีการรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;คลองเปรมประชากร &amp;nbsp;รัฐบาลได้ริเริ่มแผนพัฒนาคลองเปรมประชากรความยาวกว่า 50 กิโลเมตรทั้งระบบ &amp;nbsp;ในระยะเวลา 9 ปี คือ&amp;nbsp; พ.ศ.2562-2570&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;โครงสร้างพื้นฐาน &amp;nbsp;ระยะเร่งด่วน &amp;nbsp;ปี 2562 &amp;ndash; 2565 จำนวน 4 โครงการ &amp;nbsp;วงเงิน 4,448 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ &amp;nbsp;ป้องกันน้ำท่วม &amp;nbsp;และบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมประชากรตั้งแต่กรุงเทพฯถึงพระนครศรีอยุธยา &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่างๆ ร่วมสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่ริมคลอง &amp;nbsp;เช่น สร้างพื้นที่สีเขียว &amp;nbsp;ตลาดนัดริมคลอง &amp;nbsp;พัฒนาเส้นทางจักรยานเลียบคลอง &amp;nbsp;เชื่อมเส้นทางคมนาคมทั้งทางรถไฟและรถไฟฟ้า และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนต่อไป&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119323</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ปี พอช., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, คลองลาดพร้าว, คลองเปรมประชากร, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม, ชุมชนแออัด, ธนัช  นฤพรพงศ์, นายธนกร วังบุญคงชนะ, บ้านมั่นคง, พอช., มหาวิทยาลัยราชภัฏจันทรเกษม, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนคร, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ, สสส., อวยชัย  สุขประเสริฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162bc61c8b3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119080</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 17:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘21 ปี พอช.’  :  กลไกรัฐที่สนับสนุนชุมชน-สร้างสังคมเข้มแข็ง บ้านมั่นคง บ้านที่มากกว่าคำว่า “บ้าน”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเป็นภารกิจที่สำคัญด้านหนึ่งของสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; เป็นหน่วยงานของรัฐรูปแบบใหม่&amp;nbsp; สังกัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) &amp;nbsp;เปิดดำเนินงานเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2543&amp;nbsp; มีภารกิจสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; การพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของชาวชุมชนเมืองและชนบท &amp;nbsp;ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การจัดสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชน&amp;nbsp; ดูแลสิ่งแวดล้อม &amp;nbsp;การจัดการภัยพิบัติ&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;พอช.ดำเนินงานมาครบ 21 ปี&amp;nbsp; และกำลังย่างเข้าสู่ปีที่ 22&amp;nbsp; มีประสบการณ์และบทเรียนในการทำงานมากพอสมควร&amp;nbsp; โดยยึดหลักการพัฒนาแบบองค์รวม&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปลี่ยนแนวคิดการพัฒนาจากเดิมแบบ &amp;ldquo;สั่งการ&amp;rdquo;&amp;nbsp; หรือบนลงล่าง&amp;nbsp; เป็นล่างขึ้นบน&amp;nbsp; โดยชุมชนมีส่วนร่วมในการพัฒนา&amp;nbsp; สามารถคิด&amp;nbsp; วิเคราะห์&amp;nbsp; และบริหารโครงการต่างๆ&amp;nbsp; ได้เอง&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็น &amp;ldquo;ผู้รอรับการพัฒนา&amp;rdquo; ทำให้ชุมชนและเครือข่ายเกิดความเข้มแข็ง&amp;nbsp; พึ่งพาตนเองได้&amp;nbsp; ดังตัวอย่างต่อไปนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ประเทศไทยมีครัวเรือนทั้งหมดประมาณ 21 ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัยเกือบ&amp;nbsp; 6 &amp;nbsp;ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; เป็นครัวเรือนที่มีรายได้น้อยและต้องการที่อยู่อาศัยประมาณ&amp;nbsp; 3.5&amp;nbsp; ล้านครัวเรือน&amp;nbsp; โดยเฉพาะประชาชนที่มีรายได้น้อยเข้าไม่ถึงแหล่งสินเชื่อที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; บางส่วนจึงต้องบุกรุกที่ดินของรัฐและเอกชนเพื่อปลูกสร้างบ้าน&amp;nbsp; หรือเช่าบ้าน-เช่าที่ดินอยู่อาศัย&amp;nbsp; สภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อมย่ำแย่&amp;nbsp; เพราะเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีสถานที่วิ่งเล่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงวิเชียร&amp;nbsp; แสงพลอย&amp;nbsp; วัย 76 ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ย่านสถานีขนส่งหมอชิตใหม่&amp;nbsp; เขตจตุจักร &amp;nbsp;เล่าย้อนกลับไปเมื่อ 20-30&amp;nbsp; ปีก่อนว่า&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชุมชนที่ลุงอาศัยอยู่เดิมเป็นชุมชนเช่าที่ดินเมื่อก่อนเรียกว่า &amp;ldquo;ชุมชนสวนผัก&amp;rdquo;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพราะสมัยก่อนย่านจุตจักรยังเป็นทุ่งนา &amp;nbsp;เป็นสวนผัก&amp;nbsp; สถานีหมอชิตใหม่ยังไม่ย้ายเข้ามา&amp;nbsp; เจ้าของที่ดินเป็นเศรษฐีใจบุญจึงให้เช่าที่ราคาถูกๆ&amp;nbsp; เดือนละ 20-100 บาทเพื่อสร้างบ้าน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 20-30 ตารางวา&amp;nbsp; มีคนมาปลูกบ้านหลายสิบหลัง&amp;nbsp; ต้องต่อน้ำประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้าราคาแพงจากข้างนอกเข้ามาใช้&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นคนหาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; เป็นแรงงานราคาถูก&amp;nbsp; อพยพจากต่างจังหวัดเพื่อมาหากินในกรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ลุงวิเชียร&amp;nbsp; แสงพลอย&amp;nbsp; บุกเบิกแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยมากว่า 20 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต่อมาเมื่อมีข่าวว่าจะมีสถานีขนส่งย้ายเข้ามา&amp;nbsp; มีการตัดถนน&amp;nbsp; มีทางด่วนผ่าน&amp;nbsp; ที่ดินมีราคาสูง&amp;nbsp; จึงมีคนมาขอซื้อที่ดินแปลงนี้&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ทั้งหมด 5 ไร่เศษ&amp;nbsp; ราคาหลายสิบล้านบาท&amp;nbsp; แต่เจ้าของยังไม่ขาย&amp;nbsp; เพราะห่วงว่าชาวบ้านจะเดือดร้อน&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านก็เริ่มตื่นตัว &amp;nbsp;เพราะไม่รู้ว่าเจ้าของที่ดินอาจจะขายที่ดินแปลงนี้ในวันไหน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ต้นปี 2537 เจ้าหน้าที่จากสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (พชม.) สังกัดการเคหะแห่งชาติ ( พชม.จัดตั้งขึ้นในปี 2535 &amp;nbsp;เป็นโครงการพิเศษภายใต้การเคหะแห่งชาติ &amp;nbsp;ตามข้อเสนอของขบวนชุมชนและประชาสังคม &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;เพื่อบริหารจัดการงบประมาณแก้ปัญหาชุมชนแออัดที่รัฐบาลให้การสนับสนุนจำนวน&amp;nbsp; 1,250 ล้านบาท&amp;nbsp; ปัจจุบันคือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.) ที่รู้ข่าวว่าชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่กำลังมีปัญหาเรื่องความไม่มั่นคงในที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ได้เข้ามาพบปะพูดคุยกับชาวบ้านเพื่อให้คำปรึกษา&amp;nbsp; จนนำไปสู่การรวมกลุ่มกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ (กุมภาพันธ์ 2537) เพื่อระดมทุนแก้ไขปัญหาและเตรียมพร้อมหาที่อยู่อาศัยใหม่&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสมาชิกเริ่มต้น 28 ราย &amp;nbsp;ออมเงินกันคนละ 300-500 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;ใครมีมากก็ออมมากกว่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;พอถึงปี 2542 &amp;nbsp;ตอนนั้นพวกเราออมเงินกันได้ 5-6 ปีแล้ว&amp;nbsp; และสถานีหมอชิตใหม่ย้ายมาแล้ว &amp;nbsp;มีคนมาขอซื้อที่ดินแปลงนี้จากเจ้าของ &amp;nbsp;ราคา 65 ล้านบาท &amp;nbsp;หรือประมาณตารางวาละ 30,000 บาท &amp;nbsp;พวกเราก็ส่งตัวแทนไปคุยกับเจ้าของที่ดิน &amp;nbsp;เจ้าของก็ถามว่าพวกเราจะมีเงินซื้อหรือ ? &amp;nbsp;เพราะรู้ว่าชาวบ้านไม่มีเงินแน่ๆ &amp;nbsp;แต่พวกเราก็บอกว่าตอนนี้มีเงินออมทรัพย์รวมกันได้ประมาณ 1 ล้านบาท&amp;nbsp; และจะหาเงินมาซื้อที่ดิน&amp;nbsp; เพราะไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน &amp;nbsp;ลูกหลานก็เรียนและทำงานอยู่แถวนี้ &amp;nbsp;ถ้าจะย้ายไปอยู่นอกเมืองก็ต้องไปเริ่มนับหนึ่งกันใหม่&amp;rdquo; ลุงวิเชียรเล่าย้อนเหตุการณ์ในครั้งนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่เหมือนกับเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อ !! &amp;nbsp;เพราะเจ้าของที่ดินใจบุญรายนั้น (นายมานะ &amp;nbsp;เนตรสาริกา) ยอมขายที่ดินให้ชาวบ้านในราคาตารางวาละ 10,000 บาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ชาวบ้านก็ยังขอต่อรองอีก &amp;nbsp;จนเจ้าของใจอ่อนลดเหลือตารางวาละ 7,500 บาท รวมที่ดินเนื้อที่ 5 ไร่ 35 ตารางวา &amp;nbsp;ราคา 18 ล้านบาทเศษ &amp;nbsp;โดยชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ &amp;nbsp;เพื่อให้มีสถานะเป็นนิติบุคคล&amp;nbsp; (เพื่อทำนิติกรรมและสัญญาต่างๆ)&amp;nbsp; และยื่นขอใช้สินเชื่อจากสำนักงานพัฒนาชุมชนเมือง (ปัจจุบันคือ พอช.) &amp;nbsp;เพื่อนำมาซื้อที่ดิน&amp;nbsp; โดยทำสัญญาซื้อขายที่ดินกับเจ้าของในเดือนสิงหาคม 2543&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เมื่อได้ที่ดินมาแล้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงนำมาจัดสรรกันโดยการดำเนินการของสหกรณ์เคหสถานชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ &amp;nbsp;แบ่งที่ดินตามความต้องการและฐานะของครอบครัว ได้ทั้งหมด 82 แปลง (รวมชุมชนที่เดือดร้อนใกล้เคียง) ที่ดินมีขนาดตั้งแต่ 10-25 ตรว. ผ่อนส่งเดือนละ 1,100 -2,300 บาทตามขนาดที่ดิน &amp;nbsp;ระยะเวลา 15 ปี ส่วนบ้านยังไม่ได้ก่อสร้างใหม่&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านยังมีภาระในการผ่อนชำระค่าที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถนนทางเดินในชุมชนก็ยังเฉอะแฉะ&amp;nbsp; เป็นดินโคลน&amp;nbsp; เวลาหน้าฝนน้ำจะท่วมขัง&amp;nbsp; ชาวบ้านต้องเดินลุยโคลนเข้า-ออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนเดิม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในเดือนกรกฎาคม 2543&amp;nbsp; มีพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; โดยโอนภารกิจของสำนักงานพัฒนาชุมชนเมืองและสำนักงานกองทุนพัฒนาชนบทเข้าด้วยกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในวันที่&amp;nbsp; 26&amp;nbsp; ตุลาคม 2543&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.ได้เปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการ&amp;nbsp; (ปัจจุบัน พอช.อยู่ในการกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในปี&amp;nbsp; 2546&amp;nbsp; พอช.ได้จัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; &amp;nbsp;ขึ้นมา&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนที่มีรายได้น้อย&amp;nbsp; อยู่ในที่ดินบุกรุกหรือที่ดินเช่าที่ไม่มีความมั่นคง&amp;nbsp; เพราะไม่รู้ว่าจะถูกขับไล่ในวันใด&amp;nbsp; โดย พอช.ส่งเจ้าหน้าที่ลงไปทำงานร่วมกับชาวบ้าน&amp;nbsp; เพื่อสนับสนุนให้ชาวชุมชนที่มีความเดือดร้อนร่วมกันแก้ไขปัญหา &amp;nbsp;พอช.มีหน้าที่ให้คำปรึกษาและให้การสนับสนุน&amp;nbsp; โดยมีกระบวนการต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สร้างความเข้าใจร่วมกันทั้งชุมชน&amp;nbsp; ร่วมกันตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดูแลรับผิดชอบ&amp;nbsp; แบ่งหน้าที่&amp;nbsp; สำรวจข้อมูลชุมชน&amp;nbsp; ความเดือดร้อน&amp;nbsp; ช่วยกันออกแบบบ้านในความฝัน&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 โครงการนำร่องบ้านมั่นคงในปี 2546&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงเริ่มต้นในปี 2546 &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีชุมชนนำร่องจำนวน 10 แห่งทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 ชุมชนนั้นด้วย &amp;nbsp;ส่วนชุมชนอื่นๆ &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;บ่อนไก่ &amp;nbsp;กรุงเทพฯ, แหลมรุ่งเรือง จ.ระยอง, บุ่งคุก &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;จ.อุตรดิตถ์, เก้าเส้ง จ.สงขลา &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;โดยรัฐบาลอนุมัติงบประมาณสนับสนุนจำนวน 146 ล้านบาท &amp;nbsp;เพื่อให้ พอช.นำไปสนับสนุนชุมชนในการพัฒนาสาธารณูปโภคและสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดิน-ก่อสร้างบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ในส่วนของชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่หลังจากซื้อที่ดินในปี 2543&amp;nbsp; แล้ว&amp;nbsp; จึงได้เริ่มกระบวนการบ้านมั่นคงในปี 2546 &amp;nbsp;เพื่อก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; เนื่องจากสภาพบ้านเรือนส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรม&amp;nbsp; เพราะปลูกสร้างมานาน&amp;nbsp; และส่วนใหญ่สร้างบ้านกันตามทุนรอนที่มี&amp;nbsp; ไม่มีระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; ทางเดินเป็นพื้นดิน&amp;nbsp; ไม่มีท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; เมื่อฝนตกถนนและทางเดินจึงเละเป็นโคลน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาให้คำแนะนำการทำโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;มีตัวแทนชาวบ้านเป็นคณะกรรมการ&amp;nbsp; ไปศึกษาดูงานชุมชนที่แก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยแล้ว &amp;nbsp;ร่วมกันสำรวจข้อมูลต่างๆ ในชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;จัดประชุมเพื่อรับฟังความเห็นของสมาชิก &amp;nbsp;&amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;รูปแบบการพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ร่วมกันออกแบบผังชุมชนใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ออกแบบบ้าน &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงร่วมกันสร้างระบบสาธารณูปโภค&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอติดตั้งไฟฟ้า &amp;nbsp;น้ำประปา &amp;nbsp;ทำท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ถนนในชุมชน 3 สาย &amp;nbsp;กว้าง 4 เมตร&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดย พอช.สนับสนุนงบประมาณจำนวน 1,780,000 บาท ใช้แรงงานในชุมชนเป็นหลัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ส่วนการสร้างบ้าน &amp;nbsp;ครอบครัวไหนที่มีความพร้อมก็ดำเนินการไปก่อน&amp;nbsp; มีทั้งสร้างเอง จ้างช่างมาสร้าง &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมทั้งการลงแรงช่วยกันก่อสร้าง &amp;nbsp;ใช้วัสดุเก่าที่ยังใช้ได้ &amp;nbsp;ทำให้ชาวบ้านประหยัดงบได้ไม่น้อย โดย พอช.สนับสนุนสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามขนาดที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตั้งแต่ 10-25&amp;nbsp; ตารางวา&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวและบ้านเดี่ยวสองชั้น &amp;nbsp;ราคาตั้งแต่ 130,000-300,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; ผ่อนชำระเดือนละ 1,100-2,300 บาท&amp;nbsp; ระยะเวลา 15 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ&amp;nbsp; 9 บาทต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;พอถึงปี 2547 &amp;nbsp;บ้านส่วนใหญ่ก็ทยอยก่อสร้างแล้วเสร็จ &amp;nbsp;จากชุมชนที่เคยอยู่กันแบบ &amp;ldquo;ตามมีตามเกิด&amp;rdquo; ทางเดินเฉอะแฉะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นหลุมเป็นบ่อ &amp;nbsp;ไม่มีน้ำประปา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่มีไฟฟ้าใช้เอง &amp;nbsp;จึงเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ !!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนใหม่&amp;nbsp; บ้านเรือน&amp;nbsp; ถนนดูสะอาดตา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ลุงวิเชียร ในฐานะประธานชุมชนเจริญชัยฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;จากการรวมตัวกันโครงการชาวบ้านเพื่อซื้อที่ดินและเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงกับ พอช.&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นเวลากว่า 20 ปี&amp;nbsp; ชาวบ้านทุกครอบครัวผ่อนชำระค่าที่ดินค่าและค่าสร้างบ้านหมดแล้วและจากสภาพเดิมของชุมชนเมื่อก่อนยังเป็นทุ่งนา &amp;nbsp;เป็นสวนผัก&amp;nbsp; แต่ตอนนี้กลายเป็นย่านคมนาคม &amp;nbsp;เพราะอยู่ใกล้สถานี บขส.หมอชิตใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;สถานีกลางบางซื่อ &amp;nbsp;และอยู่ในแนวรถไฟฟ้าสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต) ทำให้ที่ดินในย่านนี้มีราคาสูงขึ้น&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฉพาะที่ดินที่ชาวชุมชนอาศัยอยู่ 5 ไร่เศษ &amp;nbsp;ตอนซื้อมาราคา 18 ล้านบาทเศษ (เจ้าของที่ดินลดราคาให้) ตอนนี้มีเอกชนมาขอซื้อราคา 200 ล้านบาทเพื่อทำโครงการธุรกิจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่พวกเราตกลงกันแล้วว่าจะให้ราคาสูงอย่างไรก็จะไม่ขาย &amp;nbsp;เพราะเรารับปากกับเจ้าของที่ดินเอาไว้ว่าจะซื้อมาเพื่อทำที่อยู่อาศัยเท่านั้น &amp;nbsp;พวกเรายังคุยกันเลยว่า &amp;nbsp;หากเราไม่รวมตัวกันซื้อที่ดินและทำโครงการบ้านมั่นคงในตอนนั้น &amp;nbsp;วันนี้พวกเราจะไปอยู่ที่ไหนกัน &amp;nbsp;จะกลับไปอยู่ต่างจังหวัดก็ไม่มีที่ดินทำกิน &amp;nbsp;อาจจะอยู่ในสลัมที่ไหนสักแห่ง &amp;nbsp;หรือเช่าบ้านอยู่ตลอดชีวิต เพราะลำพังคนหาเช้ากินค่ำคงไม่มีเงินพอจะซื้อบ้านอยู่ ถ้าเราไม่รวมตัวกันและไม่มีโครงการบ้านมั่นคง &amp;nbsp;พวกเราก็คงจะไม่ได้อยู่แบบวันนี้&amp;rdquo; ลุงวิเชียรบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;บ้านที่มากกว่าคำว่า &amp;ldquo;บ้าน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โครงการสร้างบ้านมั่นคง&amp;nbsp; ดังตัวอย่างที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่&amp;nbsp; ไม่ใช่เป็นการสร้างเฉพาะ &amp;ldquo;ที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; เท่านั้น แต่ยังมีกระบวนการ &amp;ldquo;พัฒนาชุมชน&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;การพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;rdquo; ของชาวชุมชนด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นที่ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีสหกรณ์เคหสถานฯ ซึ่งให้สมาชิกออมเงินตามหุ้นที่มีอยู่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;หุ้นละ 10 บาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;คนหนึ่งไม่เกิน 20 หุ้น &amp;nbsp;มีสมาชิกทั้งหมด 160 คน &amp;nbsp;&amp;nbsp;ปัจจุบันมีเงินหมุนเวียนประมาณ 10 ล้านบาท &amp;nbsp;&amp;nbsp;สมาชิกกู้ยืมได้สูงสุดไม่เกิน 3 แสนบาท&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 1 บาทต่อเดือน &amp;nbsp;ผ่อนชำระภายใน 60 งวด&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือว่าเป็น &amp;lsquo;ธนาคารชาวบ้าน&amp;rsquo; &amp;nbsp;เพราะนอกจากจะสร้างวินัยในการออมแล้ว &amp;nbsp;ยังเป็นที่พึ่งของชาวบ้านในยามที่เดือดร้อนจำเป็น &amp;nbsp;ไม่ต้องพึ่งเงินกู้นอกระบบที่เก็บดอกเบี้ยไม่ต่ำกว่าร้อยละ 10 บาทต่อเดือน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ที่ชุมชนเจริญชัยฯ ยังมีกิจกรรมการพัฒนาชุมชนต่างๆ ที่หน่วยงานภายนอกเข้ามาสนับสนุน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;การคัดแยกขยะ &amp;nbsp;&amp;nbsp;นำขยะเปียกไปทำปุ๋ย &amp;nbsp;&amp;nbsp;ใส่ต้นไม้ในชุมชน &amp;nbsp;ขยะรีไซเคิ้ลเอาไปขายเป็นกองทุนพัฒนาชุมชน ชุมชนจึงดูสะอาดสวยงาม &amp;nbsp;มีศูนย์เฝ้าระวังภัยและยาเสพติด &amp;nbsp;โดยมีชาวบ้านในชุมชนเป็นอาสาสมัครเฝ้าระวัง &amp;nbsp;มีกองทุนแม่ของแผ่นดิน เพื่อป้องกันปัญหายาเสพติด ฯลฯ ทำให้ชุมชนเจริญชัยนิมิตใหม่เป็นสถานศึกษาดูงานของชุมชนและหน่วยงานรัฐต่างๆ ทั้งในด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัยและพัฒนาชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ชุมชนยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; พอช.จัดทำโครงการแก้ไขผลกระทบจากสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำคาราวานสินค้าราคาถูกนำไปจำหน่ายให้แก่สมาชิกชุมชนต่างๆ ในเขตจตุจักร&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ข้าวสาร&amp;nbsp; น้ำมันพืช&amp;nbsp; ไข่ไก่&amp;nbsp; น้ำตาล&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; อาหารแห้ง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อดค่าใช้จ่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จัดทำ &amp;lsquo;ศูนย์พักคอยชุมชน&amp;rsquo; &amp;nbsp;หรือ CI (Community&amp;nbsp; Isolation)&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้ติดเชื้อโควิดที่ยังมีอาการไม่รุนแรงในชุมชนเครือข่ายเขตจตุจักร&amp;nbsp; สามารถรองรับได้ 8 เตียง&amp;nbsp; (พอช.สนับสนุนงบ 150,000&amp;nbsp; บาท)&amp;nbsp; ขณะนี้ชาวบ้านกำลังช่วยกันก่อสร้าง&amp;nbsp; คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์พักคอยกำลังก่อสร้าง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;TDRI ประเมินบ้านมั่นคง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;ldquo;ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ&amp;rdquo; พัฒนาสังคมให้น่าอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จากรายงานของทีดีอาร์ไอ ฉบับที่ &amp;nbsp;102 เดือนเมษายน 2557 เรื่อง &amp;ldquo;การประเมินมูลค่าที่เกิดจากโครงการบ้านมั่นคง&amp;rdquo; ซึ่งเป็นรายงานการศึกษาของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) โดย ดร. นิพนธ์ พัวพงศกร และคณะ ได้คัดเลือกชุมชนบ้านมั่นคงทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด &amp;nbsp;รวม 16 ชุมชน (รวมทั้งชุมชนเจริญชัยนิมิตรใหม่) มีครัวเรือนที่เป็นตัวอย่างในการสำรวจ 745 ครัวเรือน &amp;nbsp;พบว่า&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดขนาดใหญ่&amp;nbsp;โดยสร้างความมั่นคงใน &amp;ldquo;ที่ดินและที่อยู่อาศัย&amp;rdquo; ให้แก่ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด &amp;nbsp;โครงการนี้ใช้แนวทางการดำเนินการแบบใหม่ที่แตกต่างจากโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยแบบเดิมซึ่งหน่วยงานรัฐเป็นผู้จัดทำโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;กล่าวคือ (1) เป็นโครงการที่เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยในชุมชนรวมตัวและมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการตั้งแต่ต้นจนเสร็จสิ้น &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;การสำรวจข้อมูล&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกชุมชนนำร่อง &amp;nbsp;การเลือกวิธีปรับปรุงชุมชน&amp;nbsp; &amp;nbsp;การจัดหาที่ดิน &amp;nbsp;การออมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย การออกแบบบ้าน &amp;nbsp;การออกแบบชุมชน &amp;nbsp;การก่อสร้าง ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0cm; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงที่จังหวัดสระแก้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านช่วยกันลงแรงสร้าง&amp;nbsp; และมีส่วนร่วมทำโครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (2) รูปแบบและแนวทางการปรับปรุงที่อยู่อาศัยของแต่ละชุมชนมีความหลากหลายและแตกต่างกันตามสภาพปัญหา ความต้องการของสมาชิกในชุมชน &amp;nbsp;และข้อจำกัดด้านต่างๆ (โดยเฉพาะด้านกายภาพและเจ้าของที่ดิน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; (3) เน้นการแก้ปัญหาชุมชนแออัดทั้งเมือง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;ไม่ใช่การแก้ปัญหาเพียงบางจุดหรือบางพื้นที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;โครงการบ้านมั่นคงมีประโยชน์ทางอ้อมทั้งทางเศรษฐกิจและมิใช่ทางเศรษฐกิจ &amp;nbsp;ดังนี้ &amp;nbsp;ด้านเศรษฐกิจ โครงการบ้านมั่นคงทำให้ครัวเรือนมีรายจ่ายลดลง &amp;nbsp;โดยเฉพาะค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาที่ประหยัด &amp;nbsp;เพราะไม่ต้องพ่วงจากมิเตอร์บ้านที่มีทะเบียนบ้าน &amp;nbsp;และมีรายได้เพิ่มขึ้น เพราะครัวเรือนมีการผ่อนส่งบ้านให้แก่สหกรณ์จึงต้องขวนขวายหารายได้เพิ่ม และลดรายจ่ายของครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หลักฐานทางสถิติยืนยัน &amp;nbsp;ได้แก่ &amp;nbsp;เด็กนักเรียนใช้เวลาเรียนหนังสือมากขึ้น &amp;nbsp;นอกจากนี้การที่ชุมชนมีการจัดการที่ดีขึ้น มลพิษลดลง&amp;nbsp;และสภาพแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น&amp;nbsp;อาจทำให้สุขภาพของคนในชุมชนดีขึ้น โอกาสเกิดอัคคีภัยลดลง &amp;nbsp;คนในชุมชนมีความภูมิใจที่มีบ้านที่น่าอยู่ในชุมชนที่&amp;nbsp; และสามารถเปิดประตูเชื้อเชิญญาติและเพื่อนฝูงมาที่บ้านได้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผลประโยชน์ที่สำคัญที่สุดในด้านการปกครองก็คือ &amp;nbsp;&amp;nbsp;ประชาชนในชุมชนเปลี่ยนฐานะจาก &amp;ldquo;ผู้บุกรุกที่ทำผิดกฎหมาย&amp;rdquo; เป็น &amp;ldquo;พลเมืองที่มีศักดิ์ศรี&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ข้าราชการให้เกียรติ &amp;nbsp;ให้ข่าวสาร &amp;nbsp;ข้อมูล และให้ความร่วมมือกับงานพัฒนาชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;ส่วนประโยชน์ทางสังคมที่สำคัญก็คือ &amp;nbsp;ทุนทางสังคม (Social Capital) ที่เกิดจากการรวมกลุ่มในโครงการบ้านมั่นคง ทำให้คนในชุมชนไว้วางใจกัน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงยังก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางอ้อมต่อสังคม ซึ่งมีหลักฐานเชิงประจักษ์ชัดเจน &amp;nbsp;เช่น &amp;nbsp;เด็กมีแนวโน้มใช้เวลากับการเรียนมากขึ้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;อาชญากรรมและยาเสพติดในชุมชนลดลง&amp;rdquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;รายงานดังกล่าวระบุ (ดูรายงานฉบับเต็มได้ที่ http://tdri.or.th/wp-content/uploads/2014/05/wb102.pdf)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp;เดิมเป็นชุมชนบุกรุกที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp;ปัจจุบันชาวบ้านเช่าที่ดินสร้างบ้านอยู่อาศัยอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; สร้างเสร็จแล้วใน&amp;nbsp; 35 ชุมชนกว่า&amp;nbsp; 3,000 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นับแต่ปี 2546 &amp;nbsp;จนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ได้สนับสนุนการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนผู้ยากไร้มีความมั่นคงในที่อยู่อาศัยทั้งในชนบทและเมืองไปแล้วกว่า 180,000 ครัวเรือน (บ้านมั่นคง&amp;nbsp; การซ่อมสร้างบ้านที่มีสภาพทรุดโทรมหรือ &amp;lsquo;บ้านพอเพียงชนบท&amp;rsquo; การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; คนไร้บ้าน&amp;nbsp; ฯลฯ) ในกว่า 3,000 ชุมชนเมืองและชนบททั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยมี &amp;lsquo;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี&amp;rsquo; (พ.ศ.2560-2579) เป็นเข็มทิศ&amp;nbsp;ตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ&amp;nbsp;เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ&amp;nbsp; สร้างความเป็นธรรมในสังคม มีเป้าหมายกว่า 1 ล้านครัวเรือนทั่วประเทศ&amp;nbsp;&amp;lsquo;เพื่อคนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีภายในปี 2579&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้นำชุมชนริมคลองลาดพร้าวคนหนึ่งบอกว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนสภาพเป็นชุมชนแออัด&amp;nbsp; เด็กนักเรียนไม่กล้าชวนเพื่อนมาเล่นที่บ้านแต่ตอนนี้เปลี่ยนไปแล้ว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119080</URL_LINK>
                <HASHTAG>21 ปี พอช., TDRI, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ธนาคารชาวบ้าน, บ้านมั่นคง, พม., พลเมืองที่มีศักดิ์ศรี, พอช., ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ, ลุงวิเชียร  แสงพลอย, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย, แก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน, โครงการสร้างบ้านมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211007/image_big_615eca7acd096.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114645</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 17:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>“มาด้วยใจ...ไม่มีใครจ้าง !! ”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวปลาอาหารจากพี่น้องต่างจังหวัดส่งมาช่วยชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ทีมแพทย์ชนบทนั่งรถซาเล้งเข้าไปตรวจคัดกรองโควิดที่ชุมชนย่านอ่อนนุช&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เมื่อเร็วๆ นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขึ้นชื่อเรื่องแบบนี้แล้ว&amp;nbsp; ท่านผู้อ่านคงจะคิดในใจว่า &amp;ldquo;มันต้องเป็นเรื่องม็อบหรือการชุมนุมทางการเมืองแน่ๆ&amp;rdquo;&amp;nbsp; แต่เปล่าหรอกครับ&amp;nbsp; เพราะเรื่องราวที่จะเล่าต่อไปนี้&amp;nbsp; เป็นเรื่อง &amp;ldquo;การชุมนุมทางน้ำใจ&amp;rdquo; ของพี่น้องเครือข่ายชุมชนทั่วประเทศที่ส่งข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; รวมถึงการระดมกำลังของทีมแพทย์ชนบทและจิตอาสามาช่วยเหลือชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่โดนพิษโควิดเล่นงานจนเดือดร้อนกันไปทุกหย่อมย่าน...&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ข้าวจากนารวม &amp;lsquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rsquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ป้าสนอง&amp;nbsp; รวยสูงเนิน&amp;nbsp; แกนนำเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพ&amp;nbsp; อ.ชุมแพ&amp;nbsp; จ.ขอนแก่น&amp;nbsp; บอกว่า &amp;nbsp;ชาวชุมชนบ้านมั่นคงในเขตเทศบาลเมืองชุมแพมี 13 โครงการ&amp;nbsp; สมาชิก 1,052 ครัวเรือน&amp;nbsp; ต่างก็ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดเหมือนกัน&amp;nbsp; เพราะชาวชุมชนส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; หาเช้ากินค่ำ&amp;nbsp; มีอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; รับจ้างทั่วไป&amp;nbsp; ขับรถรับจ้าง&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เมื่อทางเทศบาลประกาศปิดตลาดสด&amp;nbsp; ปิดสถานีเดินรถ บขส.&amp;nbsp; ปิดถนนคนเดิน&amp;nbsp; เพื่อควบคุมโควิด&amp;nbsp; ทำให้ชาวบ้านที่เคยทำมาหากินในย่านนี้ต้องเดือดร้อน&amp;nbsp; เพราะถนนไม่มีคนเดิน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;แต่ก็ถือว่า&amp;nbsp; คนที่อยู่ต่างจังหวัดยังเดือดร้อนน้อยกว่าคนในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพราะเรายังพอมีพื้นที่ปลูกผัก&amp;nbsp; ปลูกข้าว&amp;nbsp; หาปู&amp;nbsp; หาปลา&amp;nbsp; หาหน่อไม้มาทำกินได้&amp;nbsp; อากาศก็ยังปลอดโปร่ง&amp;nbsp; บ้านเรือนไม่แออัด&amp;nbsp; เมื่อรู้ข่าวว่าพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ เดือดร้อนเพราะโควิด&amp;nbsp; ต้องตกงาน&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&amp;nbsp; ขาดข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; ขาดยา&amp;nbsp; ขาดสมุนไพร&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนในภาคต่างๆ จึงประชุมกันผ่านซูม &amp;nbsp;ผ่านกลุ่มไลน์&amp;nbsp; บอกข่าวว่าพี่น้องในชนบทจะช่วยเหลือพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ได้อย่างไร ?&amp;nbsp; ใครมีพริก&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; มีสมุนไพร&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; มีปลาร้า ปลาแห้ง&amp;nbsp; ก็ให้ส่งมาตามกำลังที่มีอยู่&amp;nbsp; แล้วรวบรวมส่งรถบรรทุกไปกรุงเทพฯ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองในฐานะแกนนำคนหนึ่งของภาคอีสานบอกความเป็นมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;สมาชิกเครือข่ายบ้านมั่นคงฯ เมืองชุมแพ ประชุมรับมือสถานการณ์โควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพเป็นตัวอย่างหนึ่งของการมองการณ์ไกล&amp;nbsp; โดยสร้างแหล่งอาหารของชุมชนขึ้นมา&amp;nbsp; ราวปี 2547 พวกเขาที่เดือดร้อนเพราะไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องบุกรุกที่ดินรัฐและเอกชนปลูกสร้างที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; ถูกขับไล่&amp;nbsp; จึงรวมตัวกันจัดทำโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ได้รับการสนับสนุนจากเทศบาลเมืองชุมแพและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เช่าที่ดินรัฐหรือซื้อที่ดินใหม่เพื่อสร้างบ้านเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; (ปัจจุบันสร้างบ้านเสร็จและเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; รวม 13 โครงการ&amp;nbsp; สมาชิก 1,052 ครัวเรือน /สืบค้นรายละเอียดได้ใน google &amp;ldquo;บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ&amp;rdquo;)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นในปี 2553 พวกเขาได้ระดมหุ้นจากสมาชิกเครือข่ายจัดซื้อที่นา&amp;nbsp; เนื้อที่ประมาณ 38 ไร่&amp;nbsp; (ราคา 2.6 ล้านบาท) เพื่อทำนารวม&amp;nbsp; ปลูกผักต่างๆ&amp;nbsp; เลี้ยงปลา&amp;nbsp; ได้ข้าวเปลือก (ข้าวเหนียว) ประมาณปีละ 20 ตัน&amp;nbsp; นำผลผลิตมาขายเข้ากองทุน&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือแบ่งปันให้ผู้เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุดคือส่งมาช่วยเหลือพี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ ที่กำลังโดนพิษโควิดเล่นงานอยู่ในขณะนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้มันเหมือนกับเป็นสงครามโรคที่รุนแรงมาก&amp;nbsp; และเรามองไม่เห็นตัวมัน&amp;nbsp; แต่ก็เดือดร้อนกันไปหมด&amp;nbsp; พี่น้องในชนบทก็ได้รับผลกระทบด้วย&amp;nbsp; แต่เรายังช่วยเหลือตัวเองได้&amp;nbsp; ส่วนพี่น้องในกรุงเทพฯ ตอนนี้มีความลำบากกว่า&amp;nbsp; เราจึงต้องช่วยเหลือกันเพื่อให้รอดจากสงครามครั้งนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ป้าสนองย้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ธารน้ำใจจากชนบทสู่เมืองกรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เพียงข้าวเหนียว&amp;nbsp; พริกแห้ง&amp;nbsp; สมุนไพร&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จากเครือข่ายบ้านมั่นคงเทศบาลเมืองชุมแพเท่านั้น&amp;nbsp; พี่น้องชาวชุมชนภาคอีสานที่รวมตัวกันในนามเครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน&amp;nbsp; เครือข่ายบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; จังหวัดขอนแก่น&amp;nbsp; ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ&amp;nbsp; ศรีสะเกษ&amp;nbsp; เลย&amp;nbsp; สกลนคร&amp;nbsp; ฯลฯ &amp;nbsp;รวมทั้งพี่น้องจากภาคเหนือ&amp;nbsp; ภาคกลาง&amp;nbsp; ภาคตะวันตก&amp;nbsp; ภาคใต้&amp;nbsp; ภาคตะวันออก&amp;nbsp; ยังได้ทยอยส่งข้าวปลาอาหาร&amp;nbsp; ผลไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp; พริก&amp;nbsp; ผักต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อใช้เป็นอาหารและมีฤทธิ์เป็นสมุนไพรที่ช่วยเสริมภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันโควิดด้วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; หอมแดง&amp;nbsp; ขิง&amp;nbsp; ข่า&amp;nbsp; ตะไคร้ &amp;nbsp;กระชาย&amp;nbsp; กระเทียม&amp;nbsp; มะกรูด&amp;nbsp; มะนาว&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ชาวชุมชนในกรุงเทพฯ มาช่วยกันคัดแยกอาหารก่อนแบ่งปันไปสู่ชุมชนต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วีนัส&amp;nbsp; ตีรพัฒนพันธุ์ &amp;nbsp;จากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ผู้ประสานงานการรับมอบสิ่งของเพื่อนำไปช่วยเหลือชุมชนบอกว่า&amp;nbsp; พอช. มีภารกิจในการสนับสนุนการพัฒนาชุมชนทั่วประเทศ&amp;nbsp; ชุมชนต่างๆ เหล่านี้ได้รวมตัวกันเป็นเครือข่ายเพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่สมาชิก&amp;nbsp; เมื่อพี่น้องเครือข่ายต่างๆ ในแต่ละภูมิภาคทราบข่าวความเดือดร้อนของชาวชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด&amp;nbsp; จึงช่วยกันกระจายข่าวเพื่อรวบรวมผลผลิตที่ตัวเองมีอยู่นำใส่รถบรรทุกส่งมาที่ พอช. กรุงเทพฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อให้พี่น้องชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; มาแบ่งปันกันไป&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การส่งมอบน้ำใจให้แก่พี่น้องชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; เริ่มตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; โดยเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน-เครือข่ายเศรษฐกิจและทุนชุมชน จ.กาญจนบุรี&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีเครือข่ายองค์กรชุมชนต่างๆ ทั่วภูมิภาคทยอยส่งข้าวปลาอาหารเข้ามาจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; (ประมาณ 30 ตัน) &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; บริษัทน้ำตาลมิตรผลมอบแอลกอฮอล์เพื่อใช้ทำเจลล้างมือฆ่าเชื้อโรค&amp;nbsp; บริษัทไทยเบฟฯ มอบน้ำดื่มและแตงโมที่รับซื้อช่วยเหลือเกษตรกร 4,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; ชมรมฟอร์ดสมุทรปราการมอบของใช้สำหรับผู้ป่วย ชมรมฮักหล่มสักมอบสบู่และยาสีฟัน&amp;nbsp; สมาคมบริษัทจดทะบียนไทยมอบข้าวสาร 1,000&amp;nbsp; กิโลกรัม&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ข้าวปลาอาหารและสิ่งของต่างๆ กระจายลงไปสู่ชุมชนผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; นนทบุรี&amp;nbsp; สมุทรปราการ&amp;nbsp; ปทุมธานี&amp;nbsp; และนครปฐม&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนในเครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; ศูนย์พัฒนาศักยภาพคนไร้บ้านสุวิทย์วัดหนู&amp;nbsp; บ้านพูนสุข จ.ปทุมธานี&amp;nbsp;&amp;nbsp; และชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; รวมแล้วกว่า 42 เมือง/เครือข่าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ข้าวสารจำนวน 200 ถุง รวม 1,000 กิโลกรัมจากสมาคมบริษัทจดทะบียนไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;ร่วมกันสร้างวัคซีนในชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แม้ว่าขณะนี้การฉีดวัคซีนเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ยังไม่ครอบคลุมประชากรทั้งประเทศ&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นแหล่งแพร่เชื้อคลัสเตอร์ใหญ่ของประเทศ&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:-39.2pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะเดียวกันชาวชุมชนต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ได้นั่งงอมืองอเท้า&amp;nbsp; หรือรอความช่วยเหลือจากภายนอกเพียงอย่างเดียว&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนที่มีการรวมตัวกันพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; มีคณะกรรมการชุมชน&amp;nbsp; มีอาสาสมัครสาธารณสุข&amp;nbsp; (อสส.)&amp;nbsp; มีอาสาสมัครพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (อพม.)&amp;nbsp; รวมทั้งจิตอาสาในชุมชนที่รวมตัวมาช่วยเหลือกันในยามยากลำบากนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นุชจรี&amp;nbsp; พันธ์โสม &amp;nbsp;เลขานุการสภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลาง &amp;nbsp;ซอยรามคำแหง 39 &amp;nbsp;กรุงเทพฯ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; สภาองค์กรชุมชนเขตวังทองหลางมีสมาชิก 20 ชุมชน&amp;nbsp; ประชากรรวมกว่า 20,000 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; เป็นพนักงานร้านอาหาร&amp;nbsp; พนักงานในห้าง&amp;nbsp; ร้านนวด&amp;nbsp; คาราโอเกะ&amp;nbsp; แม่บ้าน&amp;nbsp; ขับแท็กซี่&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; รปภ. ฯลฯ&amp;nbsp; ต่างได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้าตั้งแต่โควิดระลอกแรกปี 2563 เพราะมีการปิดงาน&amp;nbsp; ถูกเลิกจ้าง&amp;nbsp; ไม่มีรายได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนสมาชิกจึงใช้เงินกองทุนที่มีอยู่&amp;nbsp; รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ร่วมสนับสนุน&amp;nbsp;&amp;nbsp; จัดทำครัวกลางเพื่อทำอาหารแจกจ่ายให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิดตั้งแต่ปี 2563 &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังใช้ที่ว่างในชุมชนประมาณ 1 ไร่ (ที่ดินสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์) ปลูกผักสวนครัว&amp;nbsp; เลี้ยงปลาดุก&amp;nbsp; เพื่อนำมาทำเป็นอาหาร&amp;nbsp; และเป็นแหล่งอาหารสำรองของชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งรณรงค์ให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; แจกเจลล้างมือ&amp;nbsp; หน้ากากอนามัย&amp;nbsp; ฯลฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ส่วนโควิดปีนี้&amp;nbsp; เราได้เตรียมสถานที่พักคอยในชุมชนหรือ CI (Community Isolation) ที่ชุมชนรุ่งมณี&amp;nbsp; เพื่อรองรับผู้ป่วยที่มีอาการยังไม่รุนแรง&amp;nbsp; โดยใช้ศูนย์เด็กเล็กในชุมชน&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยได้ 10 เตียง&amp;nbsp; ตอนนี้มีชาวบ้านที่ติดเชื้อมาพักรักษาตัว 5 คน&amp;nbsp; และมี CI ของ กทม. ตั้งอยู่ในวิทยาลัยพณิชยการอินทราชัยใกล้ชุมชน&amp;nbsp; รองรับผู้ติดเชื้อได้ 90 คน&amp;nbsp; โดยเราส่งจิตอาสาซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ในชุมชนจำนวน 8 คน เข้าไปเรียนรู้การทำงานและช่วยงานพยาบาลใน CI แห่งนี้&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การลงทะเบียนผู้ป่วย&amp;nbsp; การจัดคิวเตียง&amp;nbsp; การดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; รวมทั้งออกไปเยี่ยมครอบครัวผู้ติดเชื้อและให้ความรู้ป้องกันการแพร่เชื้อในชุมชนด้วย&amp;nbsp; ต่อไปจิตอาสาของเราก็จะช่วยดูแลคนในชุมชนได้&amp;nbsp; เป็นการป้องกันและสร้างวัคซีนในชุมชนขึ้นมา&amp;rdquo;&amp;nbsp; นุชจรีบอก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ช่วยกันวางเตียงกระดาษที่ศูนย์เด็กเล็กชุมชนรุ่งมณี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เธอบอกด้วยว่า&amp;nbsp; ผู้ป่วยที่มีอาการไม่รุนแรงหรือมีสถานะสีเขียว&amp;nbsp; หากเตียงใน CI ยังไม่ว่าง&amp;nbsp; จะให้กักตัวในบ้าน (Home Isolation)&amp;nbsp; โดยทีมจิตอาสาจะให้คำแนะนำเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; การดูแลตัวเอง&amp;nbsp; การแยกตัวออกจากคนในครอบครัว ฯลฯ&amp;nbsp; และประสานงานกับ สปสช.เพื่อจัดส่งยา&amp;nbsp; เครื่องวัดอ๊อกซิเจน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อวัดค่าอ๊อกซิเจนในเลือด&amp;nbsp; และรายงานผลทางไลน์ให้ทางศูนย์สาธารณสุขทราบทุกวันเพื่อติดตามอาการและดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; โดยทีมงานจิตอาสาจะส่งข้าวกล่องให้ 3 มื้อ&amp;nbsp; ขณะนี้มีผู้กักตัวในบ้าน 11 ครอบครัว&amp;nbsp; จำนวน 39 คน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนบ้านเกาะ&amp;nbsp; เขตคันนายาว&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่เตรียมพร้อมรับมือกับโควิด&amp;nbsp; โดยที่ผ่านมาแกนนำในชุมชนได้เข้าอบรมความรู้เรื่องไวรัสโควิด-19&amp;nbsp; การป้องกันการติดเชื้อ&amp;nbsp;&amp;nbsp; การเตรียมจัดตั้ง&amp;nbsp; Home Isolation&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีคณาจารย์จากคณะแพทยศาสตร์&amp;nbsp; มหาวิทยาลัยบูรพาให้ความรู้ผ่านระบบซูม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ชุมชนได้เตรียมบ้านว่างหลังหนึ่งเพื่อเป็นที่พักสำหรับผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; รองรับได้ประมาณ 7-8 คน&amp;nbsp; มีอาสาสมัครในชุมชนประมาณ 30 คน&amp;nbsp; ช่วยกันทำงาน&amp;nbsp; ประสานกับคลินิกอบอุ่น&amp;nbsp; และศูนย์สาธารณสุข 69 เขตคันนายาว&amp;nbsp; เพื่อให้คำแนะนำและดูแลผู้ป่วย&amp;nbsp; ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อในชุมชนกว่า 100 คน&amp;nbsp; (ส่วนหนึ่งรักษาตัวที่บ้านและหายแล้ว)&amp;nbsp; หากใครเจ็บป่วยรุนแรงก็ต้องส่งไปรักษาข้างนอก&amp;nbsp; และยังมีครัวกลางทำอาหารแจกผู้ติดเชื้อ&amp;nbsp; มีข้าว&amp;nbsp; มีผัก&amp;nbsp; มีสมุนไพรจากเครือข่ายองค์กรชุมชนในต่างจังหวัดที่ส่งมาช่วยเหลือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สานพลังสังคมสู้ภัยโควิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากความตื่นตัวของชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ที่เตรียมพร้อมรับมือกับสงครามที่มองไม่เห็นศัตรูแล้ว&amp;nbsp; การตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนแออัด&amp;nbsp; เพื่อคัดแยกผู้ที่ติดเชื้อออกมารักษา&amp;nbsp; ไม่ให้เชื้อแพร่กระจายเหมือนไฟลามทุ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นับว่ามีความสำคัญอย่างเร่งด่วน&amp;nbsp; เพราะหากประชาชนไม่รู้ตัวว่าตนเองติดเชื้อ (เพราะอาการยังไม่รุนแรง) ก็จะทำให้การแพร่เชื้อกระจายไปได้ง่าย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในชุมชนแออัดที่มีประชาชนอยู่อาศัยกันหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ชมรมแพทย์ชนบท&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; มูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เครือข่ายสลัม 4 ภาค&amp;nbsp; กลุ่มเส้นด้าย&amp;nbsp; ศูนย์สาธารณสุข กทม.&amp;nbsp; พอช.&amp;nbsp; ผู้นำชุมชน&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; จึงได้ร่วมกันจัดตรวจโควิดเชิงรุกในชุมชนในกรุงเทพฯ และปริมณฑล&amp;nbsp; ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมเป็นต้นมา&amp;nbsp; รวมแล้ว 3 ครั้ง&amp;nbsp; โดยยึดหลัก &amp;ldquo;ตรวจให้เร็ว&amp;nbsp; รักษาให้เร็ว&amp;rdquo; &amp;nbsp;เพื่อลดการแพร่เชื้อ&amp;nbsp; ลดอัตราการเจ็บป่วยหนัก&amp;nbsp; และลดภาวะเตียงล้น&amp;nbsp; บุคลากรทางการแพทย์ไม่เพียงพอ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;ชาวชุมชนคลองเตยทุกเพศวัยมาตรวจคัดกรองโควิดกับทีมแพทย์ชนบทเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้มีชาวชุมชนได้รับการตรวจไปแล้วกว่า 200,000&amp;nbsp; คน&amp;nbsp; ทำให้ประชาชนเข้าถึงการรักษารวดเร็วภายในวันเดียว&amp;nbsp; เพราะทีมแพทย์ชนบทจะแจกยาให้แก่ผู้ติดเชื้อตามอาการ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; ฟาร์วิพิราเวียร์&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดยครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 4-10 สิงหาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีผู้ตรวจจำนวน 145,556 คน&amp;nbsp; ใน 369 ชุมชน&amp;nbsp; พบผู้ติดเชื้อจำนวน 16,186 คน&amp;nbsp; (11.1 %)&amp;nbsp; ได้รับยาฟาร์วิพิราเวียร์รวม&amp;nbsp; 9,343 คน&amp;nbsp; ได้รับยาฟ้าทะลายโจร&amp;nbsp; 3,614 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; และมีกลุ่มเสี่ยงได้รับการฉีดวัคซีน&amp;nbsp; 7,761 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยผู้ที่ติดเชื้อจะต้องปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อไม่ให้เชื้อแพร่กระจาย&amp;nbsp; ขณะเดียวกันผู้ติดเชื้อเหล่านี้จะเข้าสู่ระบบการรักษาของ สปสช.&amp;nbsp; ทำให้ผู้ป่วยเข้าถึงการรักษาทันที&amp;nbsp; โอกาสที่จะรักษาหายและเชื้อไม่แพร่กระจายจึงมีมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-right:.8pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นี่คือตัวอย่างการสานพลังทางสังคม&amp;nbsp; โดยพี่น้องเครือข่ายชุมชน&amp;nbsp; ภาคประชาสังคม&amp;nbsp; และหน่วยงานภาคีทุกภาคส่วน&amp;nbsp; &amp;ldquo;มาด้วยใจ&amp;nbsp; ไม่มีใครจ้าง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เพื่อผ่านวิกฤตโควิด&amp;nbsp; หรือสงครามโรคครั้งนี้ไปด้วยกัน !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114645</URL_LINK>
                <HASHTAG>CI, Community Isolation, Home Isolation, การชุมนุมทางน้ำใจ, จิตอาสา, ชมรมฟอร์ดสมุทรปราการ, ชมรมฮักหล่มสัก, ชุมชนบ้านเกาะ, ชุมชนภาคอีสาน, ชุมชนในกรุงเทพฯ, ตรวจโควิดเชิงรุก, ตรวจให้เร็ว  รักษาให้เร็ว, นุชจรี  พันธ์โสม, บริษัทน้ำตาลมิตรผล, บริษัทไทยเบฟฯ, บ้านมั่นคง, บ้านมั่นคงเมืองชุมแพ, ป้าสนอง  รวยสูงเนิน, พอช, พี่น้องเครือข่ายชุมชน, มาด้วยใจ...ไม่มีใครจ้าง, วีนัส  ตีรพัฒนพันธุ์, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สมาคมบริษัทจดทะบียนไทย, สร้างวัคซีนในชุมชน, สร้างแหล่งอาหารของชุมชน, สานพลังสังคมสู้ภัยโควิด, เครือข่ายกองทุนสวัสดิการชุมชน, เครือข่ายบ้านมั่นคง, เครือข่ายสภาองค์กรชุมชนฯ, เทศบาลเมืองชุมแพ, แพทย์ชนบท, โครงการ ‘บ้านมั่นคง’</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61276deb392ac.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109968</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 16:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บ้านใหม่-ชีวิตใหม่ของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว-เปรมประชากร ฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;สภาพชุมชนริมคลองลาดพร้าวจากเดิมเป็นชุมชนเสื่อมโทรม&amp;nbsp; ปัจจุบันเป็นชุมชนใหม่ที่ดูสวยงาม&amp;nbsp; มีทางเดินและจักรยานเลียบคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ข้อมูลจากสำนักการระบายน้ำ กทม. ระบุว่า&amp;nbsp; ในพื้นที่กรุงเทพฯ&amp;nbsp; มีคลอง&amp;nbsp; คู ลำกระโดง&amp;nbsp; รวมกัน&amp;nbsp; 1,980&amp;nbsp; สาย&amp;nbsp; ความยาวรวมประมาณ&amp;nbsp; 2,700 &amp;nbsp;กิโลเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในจำนวนนี้ถูกรุกล้ำ 1,161 &amp;nbsp;สาย&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำประมาณ 23,500&amp;nbsp; หลัง !! &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังน้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ ปี 2554&amp;nbsp;&amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแผนงานการแก้ไขสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; เนื่องจากเห็นว่าเป็นอุปสรรคในการระบายน้ำลงสู่คลอง&amp;nbsp; โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน&amp;nbsp; น้ำจากท่อระบายน้ำทิ้งส่วนใหญ่จะไหลและถูกสูบลงคลอง&amp;nbsp; แต่การระบายน้ำไม่มีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; เพราะมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำในลำคลอง&amp;nbsp; โดยจะมีการรื้อย้ายบ้านเรือนที่รุกล้ำลำคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลอง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ขุดลอกคลองให้ลึกและกว้างกว่าเดิม&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่กว่าจะดำเนินการได้ก็ล่วงเข้าไปในสมัยของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าวเป็นคลองแรกในปี 2559&amp;nbsp; โดยรัฐบาล คสช. ได้จัดตั้ง &amp;lsquo;คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ&amp;rsquo; &amp;nbsp;&amp;nbsp;มีพลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เป็นประธาน &amp;nbsp;มอบหมายให้กรุงเทพมหานครรับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยรองรับชาวชุมชนริมคลองที่ต้องรื้อย้ายออกจากแนวคลองและแนวเขื่อน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การขยายตัวของชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; มีความยาวประมาณ 22 กิโลเมตร&amp;nbsp; เชื่อมกับคลองแสนแสบบริเวณอุโมงค์ระบายน้ำพระราม 9 (ใกล้ทางด่วนเอกมัย-รามอินทรา) เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไหลผ่านวัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; วัดบางบัว&amp;nbsp; ตลาดสะพานใหม่&amp;nbsp; จนถึงประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; ตลอดคลองลาดพร้าวสองฝั่งมีชุมชนตั้งอยู่เรียงราย&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50 &amp;nbsp;ชุมชน&amp;nbsp; บางชุมชนอยู่อาศัยต่อเนื่องมานานไม่ต่ำกว่า 60-70 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำเนียง&amp;nbsp; บุญลือ&amp;nbsp; วัย 65&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนพิบูลร่วมใจ 2&amp;nbsp; ริมคลองลาดพร้าว (หลังโรงเรียนพิบูลอุปถัมภ์&amp;nbsp; ถนนลาดพร้าว)&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนแถวห้วยขวางและลาดพร้าวเป็นทุ่งนาทั้งหมด&amp;nbsp; ครอบครัวของตนก็ทำนามาตั้งแต่รุ่นพ่อแม่&amp;nbsp; แต่ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง&amp;nbsp; ต้องเช่านาทำ&amp;nbsp; เมื่อก่อนริมคลองใกล้วัดลาดพร้าวยังมีโรงสีข้าว-รับซื้อข้าว&amp;nbsp; 2 &amp;nbsp;โรง&amp;nbsp; ตอนหลังเมื่อบ้านเมืองเจริญขึ้น&amp;nbsp; ราวปี 2520&amp;nbsp; แถวลาดพร้าว-ห้วยขวางเริ่มมีอาคารพาณิชย์&amp;nbsp; มีหมู่บ้านจัดสรรต่างๆ เกิดขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; เจ้าของที่นาจึงขายที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; คนที่เคยทำนาก็ต้องเลิก&amp;nbsp; ลูกหลานเปลี่ยนไปทำงานรับจ้าง&amp;nbsp;&amp;nbsp; โรงสีก็หมดไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ชุมชนที่ผมอยู่&amp;nbsp; คนดั้งเดิมก็จะเป็นชาวนานี่แหละ&amp;nbsp; มาอาศัยปลูกบ้านอยู่ริมคลอง เพราะตอนนั้นยังเป็นที่รกร้าง&amp;nbsp; ราชการยังไม่เข้ามาดูแล&amp;nbsp; น้ำในคลองยังสะอาด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผักปลาก็หากินในคลอง&amp;nbsp; ไม่อดอยาก&amp;nbsp; ตอนหลังราวปี 2526 &amp;nbsp;บ้านเรือนในชุมชนเริ่มหนาแน่น&amp;nbsp; เพราะคนที่อยู่ก่อนก็ไปชักชวนญาติพี่น้องจากต่างจังหวัดมาอยู่&amp;nbsp;&amp;nbsp; มาทำงานหากินในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ตอนหลังจึงเริ่มมีบ้านเช่าในชุมชน&amp;nbsp; เพราะมีโรงงาน&amp;nbsp; มีคนงานมาอยู่&amp;nbsp; บ้านเรือนจึงหนาแน่นขึ้น&amp;rdquo; &amp;nbsp;ลุงสำเนียงบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2 เป็นตัวอย่างการขยายตัวของชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพราะกรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; จึงเป็นเสมือนแม่เหล็กยักษ์ที่ดึงดูดความหวังของผู้คนทั่วสารทิศให้มารวมกันอยู่ที่นี่&amp;nbsp;&amp;nbsp; บางชุมชนย่านดอนเมืองเคยเป็นที่พักของแรงงานก่อสร้างสนามบินมาก่อน&amp;nbsp; เมื่อหมดงาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; แรงงานส่วนหนึ่งจึงปลูกสร้างบ้านอยู่ริมคลองใกล้แคมป์งานเดิม &amp;nbsp;จนภายหลังจึงกลายเป็นชุมชนหนาแน่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนลาดพร้าวช่วงใกล้ ม.ราชภัฏพระนคร&amp;nbsp; ก่อนการปรับปรุง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันมีชุมชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนอยู่ริมคลองลาดพร้าวตลอดสองฝั่งคลอง&amp;nbsp; จำนวน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; อยู่ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; สายไหม&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นที่ดินริมคลองหรือที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; กรมธนารักษ์ดูแล&amp;nbsp; สภาพบ้านเรือนก่อนการปรับปรุงส่วนใหญ่มีสภาพทรุดโทรมและแออัด&amp;nbsp; เพราะพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้าง&amp;nbsp; แรงงาน&amp;nbsp; พนักงานบริษัทเอกชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ค้าขายเล็กๆ น้อยๆ&amp;nbsp; ขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; แท็กซี่&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านใหม่-ชีวิตใหม่ของชาวชุมชนริมคลองลาดพร้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำในคลองลาดพร้าว ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45 กิโลเมตร &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครว่าจ้างบริษัทเอกชน&amp;nbsp; วงเงินก่อสร้างจำนวน&amp;nbsp; 1,645&amp;nbsp; ล้านบาท&amp;nbsp; จากริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; บริเวณคลินิกศูนย์แพทย์พัฒนา&amp;nbsp; เขตวังทองหลาง&amp;nbsp; ไปยังประตูระบายน้ำคลองสองสายใต้&amp;nbsp;&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp;&amp;nbsp; เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่การพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ในเดือนมีนาคม 2559&amp;nbsp; คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบประมาณจำนวน 4,061 ล้านบาท &amp;nbsp; ให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; หรือ พอช.&amp;nbsp; นำไปดำเนินการใน&amp;nbsp; 50&amp;nbsp; ชุมชน&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม 7,069 &amp;nbsp;ครัวเรือน&amp;nbsp; เริ่มก่อสร้างบ้านชุมชนแรกที่ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; (ตรงข้ามตลาดสะพานใหม่) เขตสายไหม&amp;nbsp; ในเดือนเมษายนปีเดียวกัน จำนวน&amp;nbsp; 64&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ก่อสร้างด้วยคอนกรีต ขนาด 4 X 6 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาก่อสร้างตั้งแต่ 187,000 - 367,000 บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อสร้างแล้วเสร็จทั้งหมดในปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สภาพชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญปี 2559&amp;nbsp; ก่อนการรื้อย้ายสร้างใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อวยชัย&amp;nbsp; สุขประเสริฐ &amp;nbsp;ประธานชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ก่อนการก่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; จะเข้ามาสนับสนุนโครงการนี้อย่างจริงจัง&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านได้บุกรุกที่ดินริมคลองปลูกสร้างบ้านกันมานานหลายสิบปี&amp;nbsp; จึงกลัวว่าจะถูกไล่ที่มากกว่า&amp;nbsp; แต่ใจจริงทุกคนก็อยากจะได้บ้านใหม่&amp;nbsp; และอยู่อาศัยอย่างถูกต้อง เพราะจะได้เช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ระยะยาว&amp;nbsp; เมื่อเจ้าหน้าที่ พอช.เข้ามาให้คำแนะนำการรวมกลุ่ม&amp;nbsp;&amp;nbsp; การจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; จึงร่วมกันออมทรัพย์เป็นทุน&amp;nbsp; ครอบครัวละ 500 -600&amp;nbsp; บาทต่อเดือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ตอนนี้ชุมชนของเราเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ&amp;nbsp; แต่เดิมบ้านส่วนใหญ่จะทรุดโทรมเพราะสร้างกันมานาน&amp;nbsp; สะพานไม้ก็ผุพัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; เด็กๆ ไม่มีที่วิ่งเล่น&amp;nbsp; ขยะก็ทิ้งลงในคลอง&amp;nbsp; น้ำก็เน่าเหม็น&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอเริ่มสร้างบ้านใหม่เป็นชุมชนนำร่อง&amp;nbsp; เราก็ต้องรื้อบ้านที่ปลูกล้ำในคลองออกมา&amp;nbsp; หน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; ก็เข้ามาสนับสนุน&amp;nbsp; ช่วยสร้างสนามเด็กเล่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีเครื่องออกกำลังกาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีถังบำบัดน้ำเสียรวม&amp;nbsp; มีการคัดแยกขยะ&amp;nbsp; ช่วยกันปลูกต้นไม้ริมคลอง&amp;nbsp; ชุมชนของเราก็ดูสวยงาม&amp;nbsp; ไม่เป็นชุมชนแออัดเหมือนแต่ก่อน&amp;rdquo;&amp;nbsp; อวยชัยบอกถึงความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญหลังการสร้างเสร็จในปี 2560&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากการเปลี่ยนแปลงด้านกายภาพและสิ่งแวดล้อมแล้ว&amp;nbsp; แกนนำในชุมชนต่างๆ ยังรื้อฟื้นการใช้ประโยชน์จากลำคลองเพื่อใช้เป็นเส้นทางคมนาคมทางน้ำขึ้นมาเหมือนในอดีตด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; จำรัส&amp;nbsp;&amp;nbsp; กลิ่นอุบล &amp;nbsp;ผู้นำชุมชนซอยลาดพร้าว 45&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; เมื่อก่อนในคลองลาดพร้าวชาวบ้านยังใช้เรือพายไปมาหาสู่กัน&amp;nbsp; เวลามีงานบุญก็จะพายเรือไปวัดลาดพร้าว&amp;nbsp; ตอนหลังถนนหนทางสะดวกขึ้น&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงเลิกใช้เรือ&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกทั้งเมื่อประมาณ 20 ปีก่อนยังมีเรือหางยาววิ่งรับส่งผู้โดยสารจากตลาดสะพานใหม่ไปพระโขนง&amp;nbsp;&amp;nbsp; แต่ยังไม่ได้รับความนิยมจากผู้โดยสาร แถมยังโดนชาวบ้านร้องเรียนเพราะเรือวิ่งเร็วและเสียงดัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ลูกคลื่นไปกระแทกเสาเรือนชาวบ้าน&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรือโดยสารจึงต้องเลิกวิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พวกผมเริ่มฟื้นฟูคลองลาดพร้าวขึ้นมาก่อนที่จะมีการก่อสร้างเขื่อนฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยร่วมกันล่องเรือไปทอดกฐินและทำบุญที่วัดลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ร่วมกันจัดงานลอยกระทง&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปลูกแฝกเพื่อกรองน้ำเสียในคลอง&amp;nbsp; และมีแผนล่องเรือท่องเที่ยวในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งเดินเรือโดยสารในคลองด้วย&amp;nbsp; โดยเฉพาะในถนนลาดพร้าวเชื่อมต่อกับรัชดาภิเษก&amp;nbsp;&amp;nbsp; รถติดมานานหลายปี&amp;nbsp; หากเดินเรือจาก วัดลาดพร้าวเข้าไปในคลองบางซื่อก็จะไปเชื่อมต่อสถานีรถไฟฟ้ารัชดาฯ ใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากไปทางรถไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง&amp;rdquo;&amp;nbsp; จำรัสบอก&amp;nbsp; และว่า ที่ผ่านมาชุมชนได้รับบริจาคเรือโดยสารขนาดเล็กจากภาคเอกชนพร้อมใช้งาน&amp;nbsp; 2 ลำ&amp;nbsp; แต่ต้องรอให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ในคลองลาดพร้าวเสร็จก่อนจึงจะเดินหน้าต่อไปได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านมั่นคงของคนริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ธนัช&amp;nbsp; นฤพรพงศ์ &amp;nbsp;ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ พอช.&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นการดำเนินการตามโครงการ &amp;lsquo;บ้านมั่นคง&amp;rsquo; ซึ่ง พอช.ทำโครงการบ้านมั่นคงเพื่อแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศมาตั้งแต่ปี 2546 หลักการสำคัญคือ &amp;nbsp;ให้ชาวชุมชนริมคลองรวมกลุ่มกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เป็นการ พัฒนาแนวใหม่ ไม่ใช่รูปแบบของการสงเคราะห์หรือหน่วยงานรัฐเข้าไปสร้างบ้านให้ชาวบ้านแบบให้เปล่า แต่ให้ชุมชน&amp;nbsp;หรือชาวบ้านมีส่วนร่วมและเป็นแกนหลักในการแก้ไขปัญหา เช่น รวมกลุ่มกันโดยจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เพื่อสำรวจข้อมูลปัญหาและความต้องการ ช่วยกันออกแบบบ้าน วางผังชุมชน จัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์และสหกรณ์เคหสถานเพื่อเป็นทุนในการสร้างบ้านหรือจัดซื้อที่ดิน และร่วมกันบริหารโครงการ ฯลฯ โดยมีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนด้านความรู้และความช่วยเหลือ เช่น พอช.&amp;nbsp;ส่งสถาปนิกเข้าไปให้คำแนะนำแก่ชุมชน เรื่องการออกแบบบ้าน ออกแบบผังชุมชน กรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปให้ความรู้เรื่องการจัดตั้งสหกรณ์เคหสถาน กรมธนารักษ์ให้ชุมชนเช่าที่ดินในอัตราผ่อนปรนระยะยาว&amp;nbsp; ครั้งละ 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชุมชนริมคลองบางซื่อ (ติดถนนรัชดาภิเษก) เชื่อมต่อกับคลองลาดพร้าวร่วมรื้อย้ายบ้านออกจากแนวคลองและเขื่อนเพื่อสร้างบ้านใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนรูปแบบในการดำเนินโครงการบ้านมั่นคงริมคลอง คือ 1. หากชุมชนใดสามารถอยู่ในที่ดินเดิมได้  (หลังจากสำรวจและวัดแนวเขตว่าพ้นจากแนวเขื่อนฯ แล้ว) จะต้องทำสัญญาเช่าที่ดินจากกรมธนารักษ์ ระยะเวลาช่วงแรก 30 ปี&amp;nbsp;อัตราค่าเช่าประมาณ 1.25 - 4 บาท/ตารางวา/เดือน โดยทุกครอบครัวจะได้รับที่ดินเท่ากัน&amp;nbsp; ขนาดบ้านประมาณ 4x6 - 4x8 ตารางเมตร มีทั้งบ้านชั้นเดียวและ 2 ชั้น (บางชุมชนมี 3 ชั้น) ขึ้นอยู่กับความต้องการของชาวบ้านและความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อ&amp;nbsp; (ประมาณเดือนละ 1-3 พันบาทเศษ)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุน 1.สินเชื่อก่อสร้างบ้านไม่เกิน 330,000 บาท/ครัวเรือน (กรณีสร้างบ้านในชุมชนเดิม) &amp;nbsp;ระยะเวลาผ่อน&amp;nbsp;20 ปี ดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี &amp;nbsp;และสนับสนุนงบประมาณสร้างสาธารณูปโภค-เงิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อุดหนุน 147,000 บาท/ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;2.หากชุมชนใดมีพื้นที่ไม่เพียงพอ  ชาวบ้านอาจจะรวมตัวกันไปหาที่ดินแปลงใหม่ที่อยู่ไม่ไกลจากชุมชนเดิม เพื่อความสะดวกในการประกอบอาชีพ การเดินทาง&amp;nbsp; เช่น ที่ดินของบริษัทในสังกัดกระทรวงการคลัง หรือที่ดินเอกชน โดย พอช.จะสนับสนุนสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินและสร้างบ้านครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนการสร้างบ้านนั้น ชุมชนจะคัดเลือกบริษัทหรือผู้รับเหมามาสร้างบ้านทั้งชุมชน มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ เช่น สืบราคา จัดซื้อวัสดุ ตรวจสอบ จัดทำบัญชี ฯลฯ เพื่อให้การก่อสร้างบ้านและการบริหารโครงการเป็นไปด้วยความโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:0in&quot;&gt;ชุมชนใหม่-ชีวิตใหม่&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าวประชาอุทิศ&amp;nbsp; เขตห้วยขวาง มีพื้นที่ว่างตามแนวสันเขื่อนกว้าง 3 เมตรใช้เป็นทางเดิน&amp;nbsp; ขี่จักรยานเลียบคลองและสันทนาการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:3.55pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-top:0in; margin-right:-7.5pt; margin-bottom:7.5pt; margin-left:3.55pt&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับชาวชุมชนที่ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ ไม่มีรายได้&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ผ่านมามีหลายชุมชนที่ชาวบ้านร่วมกันลงขันครัวเรือนละ 1,000 บาท เพื่อสร้างบ้านกลางให้เป็นที่อยู่อาศัยของผู้ด้อยโอกาส เช่น ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, ชุมชน กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม, ชุมชนหลัง ว.ค.จันทรเกษม เขตจตุจักร ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน (กรกฏาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการก่อสร้างบ้านในชุมชนริมคลองลาดพร้าวแล้ว 35 ชุมชน รวม 3,536 ครัวเรือน (ร้อยละ 50.02 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) &amp;nbsp;&amp;nbsp;แยกเป็น &amp;nbsp;1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 3,065 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 132 ครัวเรือน &amp;nbsp;&amp;nbsp;และ 3. พื้นที่รื้อย้ายแล้วพร้อมก่อสร้างบ้าน 339 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พลิกโฉมคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; คลองเปรมประชากรเป็นคลองสายแรกที่ขุดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อร่นระยะเวลาในการล่องเรือจากกรุงเทพฯ-บางปะอิน (จ.พระนครศรีอยุธยา) &amp;nbsp;รวมทั้งเพื่อขยายพื้นที่ทำนาสองฝั่งคลองออกไป มีความยาวประมาณ 50 กิโลเมตร กว้าง 12 เมตร แต่ปัจจุบันสภาพลำคลองตื้นเขิน น้ำเน่าเสีย มีสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเป็นจำนวนมาก ทำให้กีดขวางทางเดินของน้ำ การระบายน้ำในคลองเปรมฯ จากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ ลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและอ่าวไทยล่าช้าไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สภาพคลองเปรมประชากรปี 2560 &amp;nbsp;ก่อนการพัฒนา&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รัฐบาลจึงมีแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเรือนปลูกสร้างรุกล้ำลำคลองเหมือนกับคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยการก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำ&amp;nbsp; อุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสีย&amp;nbsp; ปรับทัศนียภาพชุมชนริมคลอง-พัฒนาชีวิตชาวชุมชน&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพ&amp;nbsp; การท่องเที่ยวทางน้ำ&amp;nbsp; รวมทั้งเชื่อมโยงเส้นทางคมนาคมรถ-ราง (ไฟฟ้า)&amp;nbsp; -เรือ&amp;nbsp; เริ่มดำเนินการในปี 2562-2570&amp;nbsp; ขณะนี้การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำดำเนินการไปแล้วบางช่วง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่ พอช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้จัดทำแผนงานพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ ทั้งหมด 38 &amp;nbsp;ชุมชน รวม 6,386 ครัวเรือน &amp;nbsp;ในเขตจตุจักร หลักสี่ &amp;nbsp;ดอนเมือง และใน จ.ปทุมธานี ซึ่งชุมชนเหล่านี้สามารถอยู่อาศัย&amp;nbsp; ในที่ดินเดิมได้ทั้งหมด&amp;nbsp; แต่จะต้องรื้อบ้านออกจากพื้นที่ริมคลองและแนวก่อสร้างเขื่อนฯ เพื่อปรับผังชุมชนแล้วก่อสร้างบ้านใหม่เพื่อให้ทุกครอบครัวอยู่ในชุมชนเดิมได้ โดย พอช.จะสนับสนุนชุมชนเช่นเดียวกับโครงการบ้านมั่นคงคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านใหม่ที่ชุมชนประชาร่วมใจ 2 เขตจตุจักร&amp;nbsp; เป็นชุมชนแรก&amp;nbsp; เมื่อต้นเดือนมกราคม 2563 &amp;nbsp;โดยพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีเดินทางมาเป็นประธานในพิธียกเสาเอกสร้างบ้านจำนวน 193 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; นายกฯ ประธานพิธียกเสาเอกสร้างบ้านชุมชนแรกในคลองเปรมฯ เมื่อ 13 มกราคม 2563&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสมร&amp;nbsp; จันทร์ฉุน&amp;nbsp; ผู้นำชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 กล่าวว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองเปรมฯ&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนงบประมาณครัวเรือนละ 147,000 บาท&amp;nbsp; เพื่อก่อสร้างสาธารณูปโภค อุดหนุนการสร้างบ้าน  และงบสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย วงเงินครัวเรือนละไม่เกิน 360,000 บาท  ผ่อนชำระ 20 ปี  อัตราดอกเบี้ยคงที่ 4% &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนแบบบ้านมีหลายขนาดเพื่อให้ชาวชุมชนได้ร่วมออกแบบและเลือกให้ตรงกับความต้องการ ส่วนใหญ่เป็นบ้านแถว เช่น บ้านแถวชั้นเดียว ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 290,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 1,500 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 4 X 7 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท บ้านแถวสองชั้น ขนาด 5 X 6 ตารางเมตร ราคา 450,000 บาท ผ่อนชำระเดือนละ 2,600 บาท ระยะเวลาผ่อนชำระ 20 ปี&amp;nbsp; ขณะนี้ก่อสร้างบ้าน193&amp;nbsp; หลังแล้วเสร็จและชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านใหม่ริมคลองเปรม ฯ ของชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 &amp;nbsp;เขตจตุจักร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางปัทมา อาทรมนัสชุม&amp;nbsp;&amp;nbsp; ชาวชุมชนประชาร่วมใจ 2 บอกว่า&amp;nbsp; รู้สึกดีใจมากเพราะพวกเราอยู่กันที่นี่มา 40-50 ปีแล้ว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่มีใครอยากย้ายไปที่ไหน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตรงนี้เหมือนเป็นชีวิตและเป็นครอบครัวของเรา &amp;nbsp;การเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงทำให้บ้านของเราถูกกฎหมาย&amp;nbsp; อยู่ได้โดยไม่หวาดระแวง และหวังว่าเรื่องยาเสพติดจะน้อยลง เพราะเมื่อพื้นที่พัฒนาขึ้น&amp;nbsp; สังคมก็จะพัฒนาขึ้นไปด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;พอได้บ้านใหม่ตรงนี้&amp;nbsp; สิ่งที่เรารู้สึกได้คือการพัฒนาคุณภาพชีวิต ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน จากแต่ก่อนที่เคยอยู่กันแบบไม่มีระเบียบ&amp;nbsp; ใครอยากทำอะไรก็ทำ&amp;nbsp; เพราะเป็นสังคมแออัด&amp;nbsp; ไม่ค่อยมีความเกรงใจกัน&amp;nbsp; แต่พอเริ่มสร้างบ้านขึ้นมาใหม่&amp;nbsp; เราได้มีการวางกฎระเบียบเพื่อรักษาสังคมของเราให้น่าอยู่มากยิ่งขึ้น&amp;nbsp; ต่อไปสิ่งที่เราอยากจะพัฒนาก็คือ การสร้างอาชีพให้ชุมชนว่าตรงนี้เปรียบเสมือนหัวใจของชุมชน มีลานกีฬา&amp;nbsp; มีตลาด&amp;nbsp; เราอยากจะจัดทำตลาดชุมชน&amp;nbsp; เพื่อในอนาคตเมื่อมีการส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวชุมชน &amp;nbsp;ชุมชนเราจะได้มีอาชีพ&amp;nbsp; มีรายได้ที่มั่นคง&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางปัทมากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบัน (กรกฎาคม 2564)&amp;nbsp; พอช.สนับสนุนการสร้างบ้านใหม่แล้ว&amp;nbsp; 4 ชุมชน &amp;nbsp;(มีทั้งบ้านชั้นเดียวและสองชั้น ขนาด 4x7 และ 5x6 ตารางเมตร ตามขนาดพื้นที่ของชุมชน) รวม&amp;nbsp; 668 ครัวเรือน &amp;nbsp;(ร้อยละ 10.46 ของกลุ่มเป้าหมายทั้งหมด) แยกเป็น &amp;nbsp;1.บ้านที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ 196 ครัวเรือน &amp;nbsp;2.บ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง 457 ครัวเรือน &amp;nbsp;และ 3.พื้นที่รื้อย้ายพร้อมก่อสร้างบ้าน 15 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;แบบร่างอุโมงค์ระบายน้ำและบำบัดน้ำเสียในคลองเปรมฯ ก่อนจะผันลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ป้องกันน้ำท่วม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขณะที่พลเอกประวิตร&amp;nbsp; วงษ์สุวรรณ&amp;nbsp; รองนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ มีคำสั่งล่าสุดเมื่อกลางเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา&amp;nbsp; แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อเดินหน้าโครงการต่างๆ ที่ยังติดขัด&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการฟื้นฟูและพัฒนาพื้นที่คลองลาดพร้าว&amp;nbsp; คลองเปรมฯ&amp;nbsp; และคลองแสนแสบ&amp;nbsp; โดยมีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้การพัฒนาคลองทั้งระบบแล้วเสร็จตามแผนงานภายในปี 2570 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; อีกไม่กี่ปีข้างหน้า&amp;nbsp;&amp;nbsp; คลองสายสำคัญในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; จะต้องพลิกโฉมเปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอน&amp;nbsp; ที่สำคัญคือคุณภาพชีวิตของชาวชุมชนริมคลองจะต้องดีขึ้นด้วย !!&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109968</URL_LINK>
                <HASHTAG>กทม., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, คณะกรรมการบริหารจัดการสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ, คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.), คนริมคลอง, คลองลาดพร้าว, คลองเปรมประชากร, จำรัส   กลิ่นอุบล, ชีวิตใหม่, ชุมชนพิบูลร่วมใจ 2, ชุมชนริมคลอง, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ชุมชนศาลเจ้าพ่อสมบุญ, ธนัช  นฤพรพงศ์, นางสมร  จันทร์ฉุน, บ้านมั่นคง, บ้านใหม่, พลเอกประวิตร  วงษ์สุวรรณ, พอช., สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สำนักการระบายน้ำ, สำเนียง  บุญลือ, สิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำคลอง, อวยชัย  สุขประเสริฐ, เขื่อนระบายน้ำ, โครงการบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210716/image_big_60f14c55f338a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109276</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2021 20:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2021 20:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>องค์กรชุมชนอำนาจเจริญ เสนอ ‘จุรินทร์’ หนุนอำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;อำนาจเจริญ / 10 กรกฎาคม 2564 เวลา 14.00 &amp;ndash; 15.30 น. รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และคณะ จัดกิจกรรมออนทัวร์อีสานใต้ ลงพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ ร่วมงาน &amp;ldquo;อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร พัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างเศรษฐกิจชุมชน&amp;rdquo; ณ อาคารศูนย์เรียนรู้ข้าวหอมมะลิอำนาจเจริญ สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ เพื่อให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบบ้านพอเพียง 172 หลังคาเรือน พร้อมมอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 43 กองทุน และมอบงบประมาณตำบลต้นแบบและตำบลเศรษฐกิจชุมชน 4 ตำบล โดยมีรองผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ ปลัดกระทรวงวพาณิชย์ นายอำเภอเมืองอำนาจเจริญ ทีม One Home จังหวัดอำนาจเจริญ สำนักงานเกษตรจังหวัดอำนาจเจริญ พาณิชย์จังหวัดอํานาจเจริญ สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอํานาจเจริญ หอการค้าจังหวัดอำนาจเจริญ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์จังหวัดอำนาจเจริญ ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หน่วยงานราชการ ภาคี และเครือข่ายขบวนสํานักงานสหกรณ์จังหวัดอํานาจเจริญ องค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ เข้าร่วมงาน
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:center&quot;&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ (สวมเสื้อสีเหลือง)&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;center&quot; style=&quot;margin-bottom:0cm; text-align:center&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า โครงการบ้านมั่นคง บ้านพอเพียง สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน เริ่มต้นจากปี 2543 เริ่มขึ้นในสมัยรัฐบาลชวน หลีกภัย ที่เห็นชอบให้มีการจัดตั้งหน่วยงานสำคัญหน่วยงานหนึ่งที่ดูแลเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดินสร้างบ้าน ให้มีโอกาสมีบ้านที่มั่นคง แข็งแรงขึ้น จึงเกิด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ขึ้นจนถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;ผ่านมา 20 ปี การแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยเราทำได้ 2 แสน ครัวเรือน เดินหน้าได้ช้าทำได้ไม่ทันต่อความต้องการ แต่ถัดจากนี้เป็นต้นไปเราจะเดินให้เร็วขึ้น ใน 15 ปี ถัดจากนี้ รัฐบาลจะเดินหน้าให้ได้ 1.2 ล้านครัวเรือน ในส่วนชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างระบบรถไฟ 397 ชุมชน จะไร้ที่อยู่อาศัย ตนเองเห็นด้วยที่จะให้มีกลไกในระดับชาติและงบประมาณมาแก้ปัญหา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;มาวันนี้ มามอบงบประมาณ 10 ล้าน ก้อนแรกงบประมาณบ้านพอเพียง 172 หลังคาเรือน งบประมาณ 3,440,000 บาท มอบงบประมาณสมทบกองทุนสวัสดิการชุมชน 43 กองทุน งบประมาณ 7,164,004 บาท และมอบงบประมาณตำบลต้นแบบและตำบลเศรษฐกิจชุมชน 4 ตำบล งบประมาณ 154,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;ในส่วนของสินค้าและผลิตภัณฑ์ชุมชนที่ชาวบ้านพัฒนาการผลิต แปรรูป พัฒนาผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อจำหน่าย แต่จะไปจบตรงที่การตลาด ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่รู้จะขายที่ไหน หรือขายได้น้อย เพราะเรายังขาดความรู้ใหม่ๆ ต่อจากนี้กระทรวงพาณิชย์จะเข้ามาช่วยสนับสนุน ในระดับจังหวัดก็มอบหมายให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนสำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หอการค้า สภาอุตสาหกรรม นักธุรกิจรุ่นใหม่ มาร่วมพัฒนาศักยภาพการตลาด อบรมให้ความรู้การค้าออนไลน์กับชาวบ้าน เพื่อให้เข้าถึงช่องทางจำหน่ายให้กับผู้บริโภคโดยตรง และจะมีผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต ต่อไปชาวบ้านต้องเรียนรู้การค้าออนไลน์ อย่างจริงจัง ถึงแก่นต่อไป นายจุรินทร์ กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
ด้านนายปฏิภาณ จุมผา รองผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) กล่าวว่า จากการลงพื้นที่ของรองนายกฯ ที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้เป็นแม่สื่อพ่อชัก มอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดขอนแก่นร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมมือกันหนุนเสริมสินค้าและผลิตภัณฑ์ของชุมชนให้เป็นรูปธรรม ซึ่งก็อยากให้เกิดขึ้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ และขยายไปทั่วทั้งประเทศด้วยเช่นกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;และเรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งคือ จากนโยบายการพัฒนาระบบรถไฟ จะมีชุมชน 397 ชุมชน 39,848 ครัวเรือน ได้รับผลกระทบ กำลังถูกไล่รื้อเพื่อก่อสร้างรถไฟ ซึ่งเรื่องนี้ต้องมีการยกระดับเป็นนโยบายของรัฐบาล ตนเองเสนอให้ครม.นำไปเป็นนโยบาย โดยอนุมัติแผนงานแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยบูรณาการประสานความร่วมมือกับกระทรวงคมนาคม สำนักนายกรัฐมนตรี บริษัทที่ชนะการประมูล สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน บูรณาการให้เกิดรูปธรรมกลไกการแก้ปัญหาในระดับชาติ โดยเสนอให้รัฐบาลมีนโยบายดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;1.การเสนอครม.เพื่อเป็นนโยบายโครงการสำคัญของรัฐ และเสนอขออนุมัติแผนงาน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;2.การประสานกระทรวงคมนาคม การรถไฟฯ สำนักนายกฯ สำนักงบประมาณ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:7.5pt&quot;&gt;3.การสนับสนุนให้เกิดกลไกระดับชาติเพื่อความร่วมมือในการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;4.การประสานเพื่อการสนับสนุนจากผู้ได้รับสัมปทาน/ ภาคเอกชน / ความร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;
อย่างไรก็ตาม ในการจัดงานจะมีการจัดนิทรรศการร้านค้าเครือข่ายเศรษฐกิจชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญ และในภาคเช้า ขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญได้เปิดเวทีสรุปข้อเสนอเชิงนโยบาย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชนสู่เมืองธรรมเกษตร โดยจัดทำ &amp;ldquo;แนวทางความร่วมมือเพื่อสนับสนุนการขับเคลื่อนงาน สู่อำนาจเจริญเมืองธรรมเกษตร โดยเครือข่ายขบวนองค์กรชุมชนจังหวัดอำนาจเจริญร่วมกับหน่วยงานภาคี&amp;rdquo; เพื่อให้การขับเคลื่อนงานสามารถบรรลุเป้าหมายได้ตามที่กำหนด จังหวัดอำนาจเจริญจึงมีแนวทางการทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานภาคี ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;1) เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับภาคีการพัฒนา หน่วยงานในจังหวัดอำนาจเจริญออกแบบและพัฒนาระบบการบริหาร จัดการน้ำเพื่อการอุปโภค บริโภค ที่เพียงพอภายใต้แนวทางเมืองธรรมเกษตร
2) สนับสนุนนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อพัฒนาระบบการเกษตรอินทรีย์ให้มีคุณภาพสู่สากล
3) ร่วมกันกำหนดและสนับสนุนแนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากเป็นวาระแห่งชาติ ด้วยการจัดตั้ง &amp;ldquo;กองทุนเมืองธรรมเกษตร&amp;rdquo; เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจชุมชนฐานรากตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ
4) เครือข่ายองค์กรชุมชนร่วมกับภาคีการพัฒนา และ กระทรวงพาณิชย์ พาณิชย์จังหวัด ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานราก และการส่งเสริมสนับสนุนผลิตผล ผลิตภัณฑ์ การท่องเที่ยวโดยชุมชน การแปรรูป และการตลาด ของชุมชน ตั้งแต่ระดับตำบลจนถึงระดับจังหวัด โดยใช้ &amp;ldquo;สภาองค์กรชุมชนตำบล&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;แผนธุรกิจโดยชุมชน&amp;rdquo; เป็นแกนกลางสำคัญในการขับเคลื่อนโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
5) ร่วมพัฒนาและสนับสนุนยกระดับระบบสวัสดิการชุมชนเป็นสวัสดิการสังคมก้าวหน้า
6) สนับสนุนการสร้างความมั่นคงด้านที่ดินและที่อยู่อาศัยเพื่อให้คนอำนาจเจริญมีความอยู่ดี มีสุข
7) สนับสนุนการกระจายอำนาจ สร้างการมีส่วนร่วมกับท้องถิ่นและภาคีการพัฒนา สามารถออกแบบการบริหารจัดการตนเองได้ ภายใต้ธรรมนูญประชาชนฅนอำนาจเจริญ
8) สนับสนุนการประกันราคาพืชผลทางการเกษตร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0cm&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109276</URL_LINK>
                <HASHTAG>ข่าวความเคลื่อนไหวงานพัฒนา, บ้านพอเพียงBy ธีรวัฒน์ รังแก้ว10 กรกฎาคม 2564, บ้านมั่นคง, ประเทศไทยดีขึ้นทุกวัน, พื้นที่รูปธรรมงานพัฒนา, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ, สวัสดิการชุมชน, เกาะติดสถานการณ์ covid-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210710/image_big_60e99b7a7333d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104474</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 12:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 12:28</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ศรีสุวรรณ&#039;ยื่นฟ้อง 8 บิ๊กเจ้าหน้าที่รัฐปล่อยสร้างบ้านมั่นคงทับคลองเปรมประชากร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28 พ.ค.64 -&amp;nbsp; ที่ศาลปกครองกลาง นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย นำชาวชุมชนวัดรังสิต ชุมชนหลักหก จ.ปทุมธานี พร้อมรายชื่อชาวบ้านจำนวน 125 คนเข้ายื่นฟ้อง 8 บิ๊กเจ้าหน้าที่รัฐ ประกอบด้วยพล.อ.ประวิตร วงษ์​สุวรรณ​ รอง​นายกรัฐมนตรี, ​ อธิบดีกรมธนารักษ์, ผู้บัญชาการกองทัพบก, อธิบดีกรมโยธาธิการ, ผู้ว่าฯปทุมธานี, นายอำเภอเมืองปทุมฯ ผอ.สำนักชลประทานที่ 11 และผอ.สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ต่อศาลปกครองกลาง ฐานใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยกฎหมายและละเลยการปฏิบัติหน้าที่ กรณีปล่อยให้สหกรณ์เคหสถานบ้านมั่นคงนำดินมาถมคลองเปรมประชากร แล้วสร้างบ้านมั่นคงทับบนพื้นที่คลอง ทำให้ขัดขวางการระบายน้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าวว่า สืบเนื่องมาจากรัฐบาลมีวัตถุประสงค์ที่จะปรับปรุงและพัฒนาพื้นที่คลองเปรมประชากรในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.ปทุมธานี เพื่อจัดระเบียบ และแก้ไขปัญหาสิ่งก่อสร้างรุกล้ำลำน้ำสาธารณะ ปัญหาชุมชนแออัดที่รุกล้ำลำน้ำสาธารณะ เพื่อใช้เป็นทางระบายน้ำ การสัญจรทางน้ำ และพัฒนาพื้นที่ริมคลองเพื่อใช้ประโยชน์เป็นทางจักรยาน ตลาดน้ำ และการท่องเที่ยว เป็นต้น แต่ปรากฏว่าในบริเวณชุมชนวัดรังสิต กรมธนารักษ์ได้ไล่รื้อชาวบ้านที่ปลูกบ้านอยู่ริมคลองซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน ที่พลเมืองใช้ร่วมกันออกไป แล้วนำพื้นที่ริมคลองดังกล่าวไปให้สหกรณ์เคหสถานฯเช่า 30 ปี เพื่อก่อสร้างบ้านมั่นคง โดยการนำดินมาถมคลองดังกล่าวลงไปในคลองถึงกว่า 30 เมตร จากคลองที่เคยกว้างกว่า 50 เมตร เหลือเพียง 20-25 เมตรเท่านั้น ทำให้คลองดังกล่าวเป็นคอขวด และยากที่จะระบายน้ำได้ดีในช่วงฤดูน้ำหลากได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรี​สุวรรณ​ กล่าว​อีกว่า​การกระทำดังกล่าว จึงเป็นการย้อนแย้งต่อนโยบายของรัฐบาล หรืออาจจะใช้นโยบายของรัฐเป็นเพียงเครื่องมือบังหน้า แต่แท้ที่จริงต้องการนำที่ดินสาธารณะมาแสวงหาประโยชน์กันแน่ เพราะการสร้างบ้านมั่นคงมิใช่เพียงแค่ชาวบ้านต้องกู้เงินมาสร้างหลังละ 5 แสนผ่อนชำระ 20 ปีเท่านั้น แต่ยังมีการใช้เงินภาษีประชาชนไปอุดหนุนอีกหลังละเกือบ 1 แสนบาท ซึ่งมีเม็ดเงินที่จะนำมาใช้จ่ายในโครงการนี้นับหมื่นล้านบาท จึงเป็นที่มาของความพยายามผลักดันโครงการบ้านมั่นคงขึ้นมา แม้จะผิดกฎหมาย แต่เพราะหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถืออำนาจรัฐอยู่ จึงย่ามใจใช่หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การใช้อำนาจรัฐดังกล่าว อย่าคิดว่าอยู่เหนือกฎหมายได้ เพราะที่ชายตลิ่งนั้น ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1304(2) บัญญัติไว้ชัดเจนว่า &amp;ldquo;สาธารณสมบัติของแผ่นดินนั้น รวมทรัพย์สินทุกชนิดของแผ่นดินซึ่งใช้เพื่อสาธารณประโยชน์หรือสงวนไว้เพื่อประโยชน์ร่วมกัน เช่น ทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นต้นว่า ที่ชายตลิ่ง ทางน้ำ ทางหลวง สะพาน และผู้ใดทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ ไร้ประโยชน์ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามป.อ.มาตรา 360 นั่นเอง สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงร่วมกับชาวรังสิตนำความมาฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอให้ศาลสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีร่วมกันรื้อถอนโครงการดังกล่าวออกไปเสียจากคลองเปรมประชากร&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104474</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลองเปรมประชากร, นายศรีสุวรรณ จรรยา, บ้านมั่นคง, สาธารณสมบัติของแผ่นดิน, อธิบดีกรมธนารักษ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210528/image_big_60b07ec5a4f5d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปทุมธานีโมเดล’ รูปธรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนบุกรุกที่ดินริมคลองหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (1 มีนาคม 2564) เวลา 9.00 น.&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานีร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนที่รุกล้ำลำคลองและเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนในโครงการ &amp;ldquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rdquo; ที่ชุมชนไทยมุสลิมสามัคคี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และโครงการในที่ดินราชพัสดุ 30 ไร่ ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; โดยมีนายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp;และเครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพฯ เข้าร่วมกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนไทยมุสลิมสามัคคี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านเสร็จตั้งแต่ปี 2560 มีผู้อยู่อาศัย 100 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;lsquo;โครงการปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นนโยบายในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มดำเนินการในปี 2559&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี จำนวน 16 ชุมชน รวม 1,433 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;โดยรัฐบาลในขณะนั้นมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rdquo; เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่งจำนวน 2 โครงการ&amp;nbsp; คือ 1.โครงการบ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี&amp;nbsp; หรือชุมชนแก้วนิมิตรเดิม จำนวน 100 ครอบครัว และ 2.โครงการสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด &amp;nbsp;เนื้อที่ 30 ไร่เศษ&amp;nbsp; เป็นที่ดินราชพัสดุ(เดิมเป็นที่ดินสาธารณะ คสช.ใช้มาตรา 44 เพิกถอนเพื่อรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่ริมคลอง) ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; จำนวน 258&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; ปัจจุบันทั้ง 2 โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและประชาชนเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;โครงการสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด &amp;nbsp;เนื้อที่ 30 ไร่เศษ&amp;nbsp; เป็นที่ดินราชพัสดุตรงข้าม&amp;nbsp; ม.ธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; จำนวน 258&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า&amp;nbsp; ปทุมธานีโมเดลคือโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจนที่บุกรุกที่ดินสาธารณะริมคลองหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นการสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานีขอขอบพระคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;รวมทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ที่มาร่วมกันดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;ชื่นโกสุม &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจนที่บุกรุกที่ดินสาธารณะจังหวัดปทุมธานี หรือ &amp;lsquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo; เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ &amp;nbsp;โดยตระหนักถึงเป้าหมายของการสร้างความมั่นคงยั่งยืนด้านที่อยู่อาศัย และการคืนคลองสวยน้ำใส&amp;nbsp; เกิดภูมิทัศน์ที่ดีแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือในการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมถึงประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; และสร้างที่อยู่อาศัยได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา &amp;nbsp;ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า โครงการปทุมธานีโมเดลเป็นการแก้ปัญหาการปลูกบ้านรุกล้ำลำคลองสาธารณะ&amp;nbsp; โดย พอช.ดำเนินการร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและจัดสร้างบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านริมคลอง&amp;nbsp; รวม 16 ชุมชน จำนวน 1,433 ครัวเรือน &amp;nbsp;โดย พอช. ดำเนินการจัดทำโครงการบ้านมั่นคง 2 โครงการ&amp;nbsp; คือ 1.ชุมชนแก้วนิมิตร&amp;nbsp; จัดซื้อที่ดิน 5 ไร่เศษ ไม่ไกลจากชุมชนเดิม&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 100 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 2.โครงการสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด ในที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่&amp;nbsp; ตรงข้าม&amp;nbsp; ม.ธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 30 ไร่ &amp;nbsp;รองรับประชาชน 258 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรายุทธ เขียนจัตุรัส เลขานุการสหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า เดิมชาวบ้านอาศัยอยู่ที่ชุมชนแก้วนิมิตร &amp;nbsp;ริมคลองหนึ่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม &amp;nbsp;ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เมื่อรัฐบาลมีโครงการแก้ไขปัญหาชุมชนที่รุกล้ำลำคลองสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;โดยเฉพาะในบริเวณริมคลองหนึ่ง ชุมชนแก้วนิมิตรเป็นชุมชนแรกที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;lsquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo; โดยรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2558&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลาต่อมาได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถาน ใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;สหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี จำกัด&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน 100 ครัวเรือน จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ขนาด 5 ไร่ 42 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชุมชนเดิมประมาณ 5 กิโลเมตร &amp;nbsp;และก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 98 หลังคาเรือน (100 ครอบครัว) แล้วเสร็จ &amp;nbsp;และชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่า จ.ปทุมธานีกับชาวชุมชนไทยมุสลิมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแบบบ้านมีทั้งหมด 3 แบบ คือ 1.บ้านแฝดสองชั้น ขนาด 56 ตารางเมตร &amp;nbsp;2. บ้านแฝดสองชั้น ขนาด 63 ตารางเมตร และ 3. บ้านแฝดสองชั้น ขนาด 77 ตารางเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาก่อสร้างพร้อมที่ดินต่อหลังประมาณ 272,000 - 295,000 บาท ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี &amp;nbsp;อัตราผ่อนส่งเดือนละ 2,500 - 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพศาล ฉิมช้าง ที่ปรึกษาสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่ 30 ไร่ในที่ดินราชพัสดุ (ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์รังสิต) ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; ระยะเวลา 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานฯ ขึ้นมา&amp;nbsp; มีชาวบ้านจาก 13 ชุมชนเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; จำนวน 258 ครัวเรือน&amp;nbsp; เป็นอาคารสูง 3&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; เนื้อที่ ห้องละ 26 ตารางเมตร จนถึง 45 ตารางเมตรตามขนาดของครอบครัว &amp;nbsp;และบ้านแฝด 2 ชั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านในปี 2559 ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 1 อาคาร&amp;nbsp; จำนวน 23 ห้อง&amp;nbsp; มีชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือตามแผนงานจะแล้วเสร็จทั้งหมดในช่วงกลางปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดลฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 อาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนเดิมที่รุกล้ำคลองหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94649</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านมั่นคง, บ้านริมคลอง, ปทุมธานีโมเดล, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ccc56616c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
