<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/03/2021 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/03/2021 18:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปทุมธานีโมเดล’ รูปธรรมการแก้ไขปัญหาชุมชนบุกรุกที่ดินริมคลองหนึ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ (1 มีนาคม 2564) เวลา 9.00 น.&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานีร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยชุมชนที่รุกล้ำลำคลองและเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนในโครงการ &amp;ldquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rdquo; ที่ชุมชนไทยมุสลิมสามัคคี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี และโครงการในที่ดินราชพัสดุ 30 ไร่ ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; โดยมีนายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน)&amp;nbsp; พร้อมหัวหน้าส่วนราชการ &amp;nbsp;และเครือข่ายองค์กรชุมชนในจังหวัดปทุมธานีและกรุงเทพฯ เข้าร่วมกว่า 100 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนไทยมุสลิมสามัคคี ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง&amp;nbsp; จ.ปทุมธานี&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านเสร็จตั้งแต่ปี 2560 มีผู้อยู่อาศัย 100 ครอบครัว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;lsquo;โครงการปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo;&amp;nbsp; เป็นนโยบายในยุครัฐบาลคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เริ่มดำเนินการในปี 2559&amp;nbsp; เพื่อแก้ไขปัญหาชุมชนแออัดรุกล้ำลำน้ำสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี&amp;nbsp; และเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมในกรุงเทพฯ และปริมณฑล โดยเฉพาะที่บริเวณคลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ซึ่งมีชาวบ้านปลูกบ้านเรือนรุกล้ำลำคลองมานานหลายสิบปี จำนวน 16 ชุมชน รวม 1,433 ครัวเรือน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;โดยรัฐบาลในขณะนั้นมอบหมายให้สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงการคลัง และกระทรวงมหาดไทย จัดทำโครงการ &amp;ldquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rdquo; เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากคลองหนึ่งจำนวน 2 โครงการ&amp;nbsp; คือ 1.โครงการบ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี&amp;nbsp; หรือชุมชนแก้วนิมิตรเดิม จำนวน 100 ครอบครัว และ 2.โครงการสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด &amp;nbsp;เนื้อที่ 30 ไร่เศษ&amp;nbsp; เป็นที่ดินราชพัสดุ(เดิมเป็นที่ดินสาธารณะ คสช.ใช้มาตรา 44 เพิกถอนเพื่อรองรับชาวบ้านที่ต้องรื้อย้ายออกจากพื้นที่ริมคลอง) ตรงข้ามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; จำนวน 258&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; ปัจจุบันทั้ง 2 โครงการก่อสร้างแล้วเสร็จและประชาชนเข้าอยู่อาศัยแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;โครงการสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด &amp;nbsp;เนื้อที่ 30 ไร่เศษ&amp;nbsp; เป็นที่ดินราชพัสดุตรงข้าม&amp;nbsp; ม.ธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; จำนวน 258&amp;nbsp; ครอบครัว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า&amp;nbsp; ปทุมธานีโมเดลคือโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจนที่บุกรุกที่ดินสาธารณะริมคลองหนึ่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; และเป็นการสร้างความมั่นคงในที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ให้กับประชาชนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม&amp;nbsp; จังหวัดปทุมธานีขอขอบพระคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง &amp;nbsp;รวมทั้งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์&amp;nbsp; และสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ที่มาร่วมกันดำเนินการโครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;นายชัยวัฒน์ &amp;nbsp;ชื่นโกสุม &amp;nbsp;ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;ldquo;โครงการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยเพื่อคนยากจนที่บุกรุกที่ดินสาธารณะจังหวัดปทุมธานี หรือ &amp;lsquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo; เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาลที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ &amp;nbsp;โดยตระหนักถึงเป้าหมายของการสร้างความมั่นคงยั่งยืนด้านที่อยู่อาศัย และการคืนคลองสวยน้ำใส&amp;nbsp; เกิดภูมิทัศน์ที่ดีแก่ประชาชนในพื้นที่ โดยได้รับความร่วมมือในการขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมถึงประชาชนในพื้นที่&amp;nbsp; และสร้างที่อยู่อาศัยได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo; นายชัยวัฒน์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin: 0in;&quot;&gt;นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา&amp;nbsp; ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒน์&amp;nbsp; จันทนา &amp;nbsp;ผู้อำนวยการภาคกรุงเทพฯ สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; กล่าวว่า โครงการปทุมธานีโมเดลเป็นการแก้ปัญหาการปลูกบ้านรุกล้ำลำคลองสาธารณะ&amp;nbsp; โดย พอช.ดำเนินการร่วมกับภาคีที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาและจัดสร้างบ้านมั่นคงรองรับชาวบ้านริมคลอง&amp;nbsp; รวม 16 ชุมชน จำนวน 1,433 ครัวเรือน &amp;nbsp;โดย พอช. ดำเนินการจัดทำโครงการบ้านมั่นคง 2 โครงการ&amp;nbsp; คือ 1.ชุมชนแก้วนิมิตร&amp;nbsp; จัดซื้อที่ดิน 5 ไร่เศษ ไม่ไกลจากชุมชนเดิม&amp;nbsp; ก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 100 ครัวเรือน&amp;nbsp; และ 2.โครงการสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด ในที่ดินราชพัสดุบริเวณคลองเชียงรากใหญ่&amp;nbsp; ตรงข้าม&amp;nbsp; ม.ธรรมศาสตร์รังสิต&amp;nbsp; เนื้อที่&amp;nbsp; 30 ไร่ &amp;nbsp;รองรับประชาชน 258 ครัวเรือน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนรายุทธ เขียนจัตุรัส เลขานุการสหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี จำกัด&amp;nbsp; กล่าวว่า เดิมชาวบ้านอาศัยอยู่ที่ชุมชนแก้วนิมิตร &amp;nbsp;ริมคลองหนึ่ง ชาวบ้านส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลาม &amp;nbsp;ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป เมื่อรัฐบาลมีโครงการแก้ไขปัญหาชุมชนที่รุกล้ำลำคลองสาธารณะในจังหวัดปทุมธานี &amp;nbsp;โดยเฉพาะในบริเวณริมคลองหนึ่ง ชุมชนแก้วนิมิตรเป็นชุมชนแรกที่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;lsquo;ปทุมธานีโมเดล&amp;rsquo; โดยรวมตัวกันจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์ตั้งแต่ปี 2558&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในเวลาต่อมาได้จัดตั้งเป็นสหกรณ์เคหสถาน ใช้ชื่อว่า &amp;lsquo;สหกรณ์บ้านมั่นคงไทยมุสลิมสามัคคี จำกัด&amp;rsquo; &amp;nbsp;มีสมาชิกจำนวน 100 ครัวเรือน จัดซื้อที่ดินแปลงใหม่ขนาด 5 ไร่ 42 ตารางวา ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากชุมชนเดิมประมาณ 5 กิโลเมตร &amp;nbsp;และก่อสร้างบ้านใหม่จำนวน 98 หลังคาเรือน (100 ครอบครัว) แล้วเสร็จ &amp;nbsp;และชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยตั้งแต่ปี 2560 &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ว่า จ.ปทุมธานีกับชาวชุมชนไทยมุสลิมฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนแบบบ้านมีทั้งหมด 3 แบบ คือ 1.บ้านแฝดสองชั้น ขนาด 56 ตารางเมตร &amp;nbsp;2. บ้านแฝดสองชั้น ขนาด 63 ตารางเมตร และ 3. บ้านแฝดสองชั้น ขนาด 77 ตารางเมตร &amp;nbsp;&amp;nbsp;ราคาก่อสร้างพร้อมที่ดินต่อหลังประมาณ 272,000 - 295,000 บาท ระยะเวลาผ่อนส่ง 15 ปี &amp;nbsp;อัตราผ่อนส่งเดือนละ 2,500 - 3,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพศาล ฉิมช้าง ที่ปรึกษาสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดล จำกัด &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;การสร้างบ้านมั่นคงในพื้นที่ 30 ไร่ในที่ดินราชพัสดุ (ตรงข้าม ม.ธรรมศาสตร์รังสิต) ได้รับสัญญาเช่าจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; ระยะเวลา 30 ปี&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยชาวบ้านได้ร่วมกันจัดตั้งสหกรณ์เคหสถานฯ ขึ้นมา&amp;nbsp; มีชาวบ้านจาก 13 ชุมชนเข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; จำนวน 258 ครัวเรือน&amp;nbsp; เป็นอาคารสูง 3&amp;nbsp; ชั้น&amp;nbsp; เนื้อที่ ห้องละ 26 ตารางเมตร จนถึง 45 ตารางเมตรตามขนาดของครอบครัว &amp;nbsp;และบ้านแฝด 2 ชั้น &amp;nbsp;&amp;nbsp;เริ่มก่อสร้างบ้านในปี 2559 ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จแล้ว&amp;nbsp; 1 อาคาร&amp;nbsp; จำนวน 23 ห้อง&amp;nbsp; มีชาวบ้านเข้าอยู่อาศัยแล้ว&amp;nbsp; ส่วนที่เหลือตามแผนงานจะแล้วเสร็จทั้งหมดในช่วงกลางปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ชุมชนสหกรณ์เคหสถานปทุมธานีโมเดลฯ ก่อสร้างแล้วเสร็จ 1 อาคาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สภาพชุมชนเดิมที่รุกล้ำคลองหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94649</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านมั่นคง, บ้านริมคลอง, ปทุมธานีโมเดล, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ พอช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210301/image_big_603ccc56616c7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>19833</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/10/2018 15:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/10/2018 15:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้แทนการพัฒนาที่อยู่อาศัยจาก 10 ประเทศในเอเชีย ชื่นชมไทยเป็นตัวอย่างการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ตลอดช่วงเดือนตุลาคมนี้&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) ร่วมกับภาคีเครือข่ายต่างๆ&amp;nbsp; และขบวนองค์กรชุมชนทั่วประเทศจัดงาน &amp;ldquo;สร้างไทยไปด้วยกัน :&amp;nbsp; สร้างบ้าน&amp;nbsp; สร้างชุมชน&amp;nbsp; ไทยทุกคนมั่นคง&amp;nbsp; เข้มแข็ง&amp;rdquo;&amp;nbsp; เนื่องในวันที่อยู่อาศัยโลก (องค์การสหประชาชาติกำหนดให้ทุกวันจันทร์แรกของเดือนตุลาคมทุกปีเป็นวันที่อยู่อาศัยโลก) เพื่อรณรงค์ปัญหาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; และให้ทุกภาคส่วนร่วมกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; โดยในปีนี้มีผู้แทนจากประเทศเอเซียที่ทำงานด้านการพัฒนาที่อยู่อาศัย 10 ประเทศ&amp;nbsp; รวม 57 คน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; อินเดีย&amp;nbsp; ปากีสถาน&amp;nbsp; บังคลาเทศ&amp;nbsp; เวียดนาม&amp;nbsp; พม่า&amp;nbsp; กัมพูชา&amp;nbsp; ฟิลิปินส์ ฯลฯ &amp;nbsp;มาร่วมประชุมและศึกษาดูงานการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยในพื้นที่ต่างๆ ในประเทศไทย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวมทั้งเข้าพบรัฐมนตรีเพื่อเยี่ยมคารวะและสนทนาการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยร่วมกัน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนต่างประเทศดูงานพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมที่ผ่านมา&amp;nbsp; ในช่วงเช้า&amp;nbsp; คณะผู้แทนต่างประเทศ&amp;nbsp; โดยการประสานงานของมูลนิธิพัฒนาที่อยู่อาศัยแห่งเอเชีย (Asia Coalition&amp;nbsp; for Housing&amp;nbsp; Right &amp;ndash;ACHR) ได้เข้าพบนายกอบศักดิ์&amp;nbsp; ภูตระกูล&amp;nbsp; รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาล&amp;nbsp; โดยคณะฯ ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์การพัฒนาที่อยู่อาศัยในประเด็นต่างๆ&amp;nbsp; เช่น การเชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรชุมชนในเอเชีย &amp;nbsp;&amp;nbsp;การบริหารจัดการระบบการเงินเพื่อพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;แผนแม่บทพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว &amp;nbsp;และการใช้ที่ดินรัฐในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;รวมทั้งการสร้างความร่วมมือในการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยในระดับภูมิภาคเอเซีย&amp;nbsp; ทั้งนี้นายกอบศักดิ์ได้รับว่าจะนำประเด็นการหารือกับผู้แทนต่างประเทศในวันนี้ไปนำเสนอต่อพลเอกประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา&amp;nbsp; นายกรัฐมนตรีต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในช่วงบ่าย&amp;nbsp; คณะผู้แทนจากต่างประเทศ เช่น ชีลา ปาเทล ประธานสภาองค์กรชุมชนแออัดนานาชาติ &amp;nbsp;จากประเทศฟิลิปินส์&amp;nbsp; คลอง สะเร็ง &amp;nbsp;รองผู้ว่าราชการจังหวัดกรุงพนมเปญ &amp;nbsp;เพ็ง สิถี&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการจังหวัดพระตะบอง &amp;nbsp;ฯลฯ&amp;nbsp; ได้เข้าพบพลเอกอนันตพร&amp;nbsp; กาญจนรัตน์&amp;nbsp; รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ที่กระทรวง พม. เพื่อแสดงความยินดีในความสำเร็จของประเทศไทยในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของผู้มีรายได้น้อย&amp;nbsp; และแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการพัฒนาที่อยู่อาศัยเพื่อนำไปใช้ในแต่ละประเทศต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้คณะผู้แทนจากต่างประเทศยังขอให้ประเทศไทย ซึ่งจะเป็นประธานอาเซียนในปีหน้า&amp;nbsp; ได้นำแนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยในประเทศไทยเสนอในเวทีประชุมอาเซียน&amp;nbsp; เพื่อขยายการเรียนรู้จากประเทศไทยสู่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนต่อไป &amp;nbsp;ทั้งในเรื่องการพัฒนานโยบาย &amp;nbsp;แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะยาว&amp;nbsp; ระบบการเงิน&amp;nbsp; กองทุนเพื่อที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย &amp;nbsp;องค์กรการเงินชุมชน &amp;nbsp;รวมทั้งการใช้ที่ดินรัฐในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อย ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นอกจากนี้ในวันเดียวกัน&amp;nbsp; ผู้แทนจากต่างประเทศได้ไปร่วมงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ชุมชน กสบ.หมู่ 5 ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เขตสายไหม&amp;nbsp; โดยคณะได้ล่องเรือดูสภาพชุมชนริมคลองในเขตสายไหมที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตระบายน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วม&amp;nbsp; และการสร้างบ้านใหม่ริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้ว 31 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 4,814 หลัง&amp;nbsp; และก่อสร้างเสร็จแล้ว 2,942&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; จากเป้าหมายทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; จำนวน 7,069&amp;nbsp; หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกที่ชุมชน กสบ.หมู่ 5 นั้น&amp;nbsp; ภายในงานมีเวทีเสวนาและเปลี่ยนประสบการณ์ในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยมีผู้แทนต่างประเทศเข้าร่วมในเวที&amp;nbsp; และมีการมอบบ้านกลางให้แก่ผู้สูงอายุ&amp;nbsp; ผู้พิการ&amp;nbsp; ผู้ด้อยโอกาสให้มีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง&amp;nbsp; จำนวน 5 หลัง&amp;nbsp; โดยให้อยู่อาศัยฟรี&amp;nbsp; จ่ายเพียงค่าน้ำประปาและไฟฟ้า&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีพลเอกสุรศักดิ์&amp;nbsp; ศรีศักดิ์&amp;nbsp; ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ เป็นประธานมอบบ้าน&amp;nbsp; ทั้งนี้บ้านทั้ง 5 หลังเป็นบ้านชั้นเดียว&amp;nbsp; ขนาด 4x7 ตารางเมตร&amp;nbsp; ราคาก่อสร้างประมาณหลังละ 220,000 บาท&amp;nbsp; โดยชาวชุมชนร่วมกันสมทบเงินสร้างจำนวน 4 หลัง&amp;nbsp; และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง 1 หลัง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;ส่วนชุมชน กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp;&amp;nbsp; มีบ้านที่สร้างใหม่ทั้งหมด 127 หลัง&amp;nbsp; เป็นบ้านแถว 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาดห้องละ 4x7 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; ราคาหลังละ 220,000-350,000 บาท&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างเสร็จไปแล้ว 72 หลัง &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือคาดว่าจะเสร็จทั้งหมดภายในเดือนตุลาคมนี้ &amp;nbsp;เช่าที่ดินช่วงแรก 30 ปีจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; ราคาตารางวาละ 1.50 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; รวมเนื้อที่ทั้งชุมชน&amp;nbsp; 8 ไร่เศษ&amp;nbsp; โดยสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ฯ สนับสนุนงบประมาณสร้างบ้านและสาธารณูปโภค&amp;nbsp; เฉลี่ยครัวเรือนละ 147,000 บาท &amp;nbsp;ส่วนที่เหลือสนับสนุนสินเชื่อไม่เกินครัวเรือนละ 360,000 บาท&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาทต่อปี&amp;nbsp; ชำระคืนภายใน 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;พลเอกสุรศักดิ์ (กลาง) มอบบ้านกลางให้ผู้ด้อยโอกาส 5 หลัง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ต่างชาติยกไทยเป็นต้นแบบแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;การจัดงานวันที่อยู่อาศัยโลกในปีนี้&amp;nbsp; ขบวนองค์กรชุมชนและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ร่วมกันจัดขึ้นทั่วทุกภูมิภาค&amp;nbsp;&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่สำนักงานองค์การสหประชาชาติ&amp;nbsp; ถนนราชดำเนินนอก,&amp;nbsp; ชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; กสบ.หมู่ 5&amp;nbsp; กรุงเทพฯ, อำเภอปากช่อง จ.นครราชสีมา, อุตรดิตถ์&amp;nbsp; สตูล &amp;nbsp;สุรินทร์&amp;nbsp; นครสวรรค์&amp;nbsp; และเทศบาลตำบลหาดเล็ก อ.คลองใหญ่&amp;nbsp; จ.ตราด&amp;nbsp; โดยผู้แทนจากต่างประเทศได้เดินทางไปศึกษาดูงานในพื้นที่ต่างๆ ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;จันนา&amp;nbsp; ไท&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนปุงโร (ริมน้ำ) กรุงพนมเปญ&amp;nbsp; ประเทศกัมพูชา&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; การเข้ามาลงทุนในประเทศของนักลงทุนต่างชาติ&amp;nbsp; โดยเฉพาะจากประเทศจีน&amp;nbsp; ทำให้ที่ดินมีราคาแพง&amp;nbsp; คนจนในต่างจังหวัดที่นักลงทุนเข้าไปจะได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ถูกไล่ที่&amp;nbsp; แต่ในกรุงพนมเปญ&amp;nbsp; ขณะนี้คนจนจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก&amp;nbsp; เพราะรัฐบาลมีมาตรการในการช่วยเหลือหรือป้องกันผลกระทบ&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; จัดหาที่ดินที่อยู่อาศัยให้ใหม่&amp;nbsp; จ่ายค่าชดเชย&amp;nbsp; ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนหน่วยงานของรัฐไม่สนใจที่จะแก้ปัญหาให้คนจน&amp;nbsp; ปล่อยให้คนจนอยู่อย่างลำบาก&amp;nbsp; ที่ชุมชนของฉันเป็นสลัมอยู่ริมน้ำ&amp;nbsp; มี 150 ครอบครัว&amp;nbsp; ปลูกสร้างบ้านอยู่บนทางเดิน&amp;nbsp; มีความกว้างประมาณ&amp;nbsp; 5-6 เมตร&amp;nbsp; เวลาฝนตกน้ำจะท่วมถึงเข่า&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่อย่างยากลำบาก&amp;nbsp; ส่วนใหญ่มีอาชีพเป็นกรรมกรแบกของ&amp;nbsp; ขับรถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง&amp;nbsp; บางครอบครัวก็เก็บผักในบึงมาขาย&amp;nbsp; มีรายได้เล็กน้อยๆ &amp;nbsp;บ้านเรือนก็ผุพัง&amp;nbsp; บางหลังมุงหลังคาด้วยหญ้าคา&amp;nbsp; บางหลังก็หาถุงหรือพลาสติกมาเป็นหลังคา&amp;nbsp; แต่ตอนนี้สภาพดีขึ้น&amp;nbsp; เพราะชาวบ้านรวมตัวกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; หน่วยงานรัฐก็เข้ามาช่วย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำท่อระบายน้ำ&amp;nbsp; ทำประปา&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ทางเดินเท้า&amp;nbsp; และชาวบ้านก็ช่วยกันปรับปรุงบ้านเรือนทำให้ชุมชนมีสภาพดีขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผู้นำชุมชนแออัดในกรุงพนมเปญกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ส่วนการเดินทางมาศึกษาดูงานในเมืองไทยครั้งนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp; จันนากล่าวว่า&amp;nbsp; ได้เห็นหลายพื้นที่ที่มีการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาเรื่องที่อยู่อาศัยระหว่างหน่วยงานรัฐกับชาวบ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งชุมชนได้ร่วมมือกันทั้งชุมชน&amp;nbsp; เพราะบางชุมชนมีทั้งคนที่มีอาชีพเป็นข้าราชการ&amp;nbsp; เป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจ&amp;nbsp; เป็นชาวบ้านธรรมดาที่ยากจน&amp;nbsp; แต่ทุกคนร่วมมือกัน&amp;nbsp; ไม่แบ่งแยก&amp;nbsp; ทำให้ตนประทับใจมาก&amp;nbsp; และที่อยากจะนำกลับไปใช้ที่พนมเปญคือการปลูกพืชผักสวนครัวเอาไว้กินเองในชุมชน&amp;nbsp; เพราะที่พนมเปญส่วนใหญ่ชาวชุมชนจะซื้อกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ชีลา ปาเทล ประธานสภาองค์กรชุมชนแออัดนานาชาติ &amp;nbsp;จากประเทศฟิลิปปินส์ &amp;nbsp;กล่าวว่า &amp;nbsp;ที่ประเทศของตนก็มีการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยคล้ายกับเมืองไทย&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีการรวมกลุ่มผู้ที่เดือดร้อน&amp;nbsp; มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์เพื่อเป็นกองทุนแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; มีหน่วยงานท้องถิ่นเข้าร่วม&amp;nbsp; มีการสำรวจข้อมูลหมู่บ้านและชุมชนที่เดือดร้อนว่ามีปัญหาเรื่องอะไร&amp;nbsp; ชาวบ้านอยู่ในที่ดินของใคร&amp;nbsp; เพื่อนำข้อมูลต่างๆ เหล่านี้ไปเจรจากับรัฐบาลเพื่อให้แก้ไขปัญหา&amp;nbsp; ซึ่งการมาศึกษาดูงานที่ประเทศไทยในครั้งนี้ได้ไปที่อำเภอปากช่อง&amp;nbsp; (จ.นครราชสีมา) และได้เห็นว่ารัฐบาลได้ยึดคืนที่ดิน (ส.ป.ก.) จากผู้ที่ครอบครองไม่ถูกต้องเอามาให้คนจนที่ไม่มีที่ดินได้อยู่อาศัยและทำมาหากิน&amp;nbsp; ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;เรื่องที่จะยึดคืนที่ดินจากคนรวยเอากลับมาให้คนจนเป็นเรื่องที่ไม่ทางที่จะเป็นไปได้ในประเทศฟิลิปินส์&amp;nbsp; แต่ประเทศไทยทำได้&amp;nbsp; ถือว่าเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์มาก&amp;nbsp; ซึ่งฉันอยากจะกลับไปทำที่ฟิลิปินส์บ้าง&amp;nbsp; และฉันอยากจะบอกคนทั่วไปว่า&amp;nbsp; คนจนไม่ใช่ปัญหา&amp;nbsp; หรือเป็นโรคร้ายของเมือง&amp;nbsp; แต่คนจนคือส่วนหนึ่งของเมือง&amp;nbsp; และจะต้องมีส่วนในการแก้ไขปัญหาของเมืองและของตัวเองด้วย&amp;nbsp; และคนจนจะต้องมีที่ยืน&amp;nbsp; โดยหน่วยงานต่างๆ ต้องเปิดโอกาสให้ชุมชนและคนจนได้แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง&amp;nbsp; เพื่อคนจนจะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป&amp;nbsp; และคนจนจะต้องอยู่ร่วมกันกับเมืองอย่างมีความสุข&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ผู้แทนจากฟิลิปินส์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผู้แทนจากกรุงการาจี&amp;nbsp; ประเทศปากีสถาน&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ได้เดินทางไปศึกษาดูงานที่บ้านหาดเล็ก จังหวัดตราด&amp;nbsp; ซึ่งเป็นที่ดินริมทะเล,&amp;nbsp; ที่ชุมชนเกาะขวาง อ.เมือง&amp;nbsp; จังหวัดจันทบุรี&amp;nbsp; เป็นการแก้ไขปัญหาทั้งเมือง&amp;nbsp; และชุมชนริมคลองในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; ซึ่งชุมชนต่างๆ เหล่านี้เป็นปัญหาที่คล้ายๆ กันในประเทศเอเชีย&amp;nbsp; ในกรุงการาจีก็มีปัญหาคล้ายกัน&amp;nbsp; บางชุมชนถูกเจ้าของที่ดินเผาไล่ที่เป็นจำนวนมาก&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านก็ได้รวมตัวกันแก้ไขปัญหา&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีการจัดตั้งกลุ่มออมทรัพย์&amp;nbsp; จัดตั้งกองทุนต่างๆ&amp;nbsp; เพื่อเป็นกองทุนสำหรับแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; แต่ยังไม่สามารถทำได้เหมือนประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ประเทศไทยถือว่าเป็นดาวรุ่งในการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัย&amp;nbsp; เป็นตัวอย่างที่ดี&amp;nbsp; ทำให้เห็นว่าคนจนก็สามารถสร้างบ้านที่ดีๆ และสวยงามได้&amp;nbsp; ซึ่งประเทศอื่นๆ ยังไม่ได้ทำ&amp;nbsp; แต่ประเทศไทยได้ทำแล้ว&amp;nbsp; และสิ่งที่ทำนี้ไม่ใช่แค่การสร้างบ้าน&amp;nbsp; แต่เป็นวิสัยทัศน์ที่สำคัญมาก&amp;nbsp; โดยการร่วมมือกันของหน่วยงานต่างๆ&amp;nbsp; และประชาชนที่ยากจน&amp;nbsp; โดยมีรัฐบาลสนับสนุน&amp;nbsp; และควรจะได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับประเทศต่างๆ ในเอเชียและคนยากคนจนอื่นๆ ทั่วโลก&amp;rdquo; &amp;nbsp;ผู้แทนจากปากีสถานกล่าว&amp;nbsp; และบอกในตอนท้ายว่า&amp;nbsp; เมื่อตนกลับไปการาจีแล้ว&amp;nbsp; จะนำประสบการณ์จากเมืองไทยไปเริ่มต้นก้าวแรกที่นั่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านกลางชุมชน กสบ.หมู่ 5&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;บ้านริมคลอง กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19833</URL_LINK>
                <HASHTAG>กสบ.หมู่ 5 เขตสายไหม, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, ที่อยู่อาศัย, บ้านริมคลอง, พลเอกสุรศักดิ์  ศรีศักดิ์, พอช, ร้างบ้าน  สร้างชุมชน  ไทยทุกคนมั่นคง  เข้มแข็ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181013/image_big_5bc1aa04c5716.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16969</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2018 18:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2018 18:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พอช.ชี้แจงข่าวบ้านริมคลอง  ช่วยให้ชาวบ้านมีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคงและถูกกฎหมาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน/ ผอ.พอช.ชี้แจงข่าวบ้านมั่นคงริมคลอง&amp;nbsp; กรณีศรีสุวรรณและชาวชุมชนริมคลองบางส่วนยื่นหนังสือร้องเรียนไม่เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัย &amp;nbsp;ยืนยันทำตามนโยบายจัดระเบียบชุมชนริมคลองของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วม&amp;nbsp; ขณะที่ชาวบ้านจะได้มีที่อยู่อาศัยใหม่ที่มั่นคง&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย&amp;nbsp; โดยมีเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; พร้อมสินเชื่อสร้างบ้านไม่เกิน 400,000 บาท&amp;nbsp; และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพชีวิต&amp;nbsp; สิ่งแวดล้อม&amp;nbsp; ส่งเสริมอาชีพและรายได้&amp;nbsp; ที่ผ่านมาดำเนินการเสร็จไปแล้ว&amp;nbsp; 31 ชุมชน รวม 2,602&amp;nbsp; หลัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตามที่นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์กรพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย&amp;nbsp; พร้อมชาวชุมชนริมคลองจำนวนหนึ่งไปยื่นหนังสือที่ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนประชาชน (ตรงข้ามทำเนียบรัฐบาล) ถึงนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; เมื่อวันที่ 6 กันยายน&amp;nbsp; เพื่อขอให้สั่งการให้กรมธนารักษ์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาแจ้งอัยการเพื่อถอนฟ้องชาวบ้านที่ไม่ขัดขวางโครงการสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; รวมทั้งชี้แจงการไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองที่สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; ดำเนินการ&amp;nbsp; โดยอ้างว่าได้รับเงินช่วยเหลือด้านสาธารณูปโภคเพียงหลังละ 50,000 บาท&amp;nbsp; และชาวบ้านไม่อยากเป็นหนี้จึงไม่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ &amp;nbsp;ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ กล่าวชี้แจงว่า&amp;nbsp; โครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; เป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลในปี 2554&amp;nbsp; โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ ไม่คล่องตัว&amp;nbsp; เนื่องจากมีสิ่งปลูกสร้างกีดขวางทางเดินน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp; ต่อมาในปี 2555&amp;nbsp; กรุงเทพมหานครและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงมีความเห็นให้มีการจัดระเบียบสิ่งปลูกสร้างรุกล้ำลำน้ำ&amp;nbsp; และสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองสายหลักในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; แต่รัฐบาลในขณะนั้นยังไม่ได้ดำเนิน&amp;nbsp; จนมาถึงรัฐบาลชุดปัจจุบันจึงเริ่มดำเนินการในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; โดยให้สำนักการระบายน้ำ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; รับผิดชอบการสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; ความยาวทั้งสองฝั่งประมาณ&amp;nbsp; 45&amp;nbsp;&amp;nbsp; กิโลเมตร&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วน พอช.รัฐบาลมอบหมายให้จัดทำแผนงานรองรับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อน&amp;nbsp; รวมทั้งหมด 50 ชุมชน&amp;nbsp; รวม 7,069&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; โดยมีหลักการสำคัญคือ&amp;nbsp; 1.ชุมชนใดที่อาศัยอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; หลังจากที่รื้อย้ายบ้านเรือนออกจากแนวคลองและแนวเขื่อนแล้ว&amp;nbsp; จะต้องรื้อย้ายบ้านเพื่อปรับผังชุมชนใหม่&amp;nbsp; เพื่อให้ทุกครอบครัวสามารถอยู่ในชุมชนเดิมได้&amp;nbsp; ซึ่งจะทำให้สะดวกต่อการประกอบอาชีพและการศึกษาเล่าเรียนของบุตรหลาน&amp;nbsp; ดังนั้นทุกครอบครัวจะได้รับการจัดสรรที่ดินเท่าๆ กัน&amp;nbsp; แต่เนื่องจากพื้นที่ริมคลองมีความคับแคบ&amp;nbsp; ดังนั้นบ้านที่สร้างใหม่จะเป็นบ้าน 2 ชั้น&amp;nbsp; ขนาดประมาณ&amp;nbsp; 4 X 7 ตารางเมตร&amp;nbsp;&amp;nbsp; และ 2.หากชุมชนใดอยู่ในที่ดินเดิมไม่ได้&amp;nbsp; เพราะที่ดินเหลือจากแนวสร้างเขื่อนไม่พอ&amp;nbsp; ชาวบ้านจะต้องรวมตัวกันไปจัดหาที่ดินเพื่อสร้างบ้านใหม่&amp;nbsp; ซึ่งขณะนี้ดำเนินการไปแล้วหลายชุมชน&amp;nbsp; โดย พอช.จะสนับสนุนงบประมาณ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ผอ.พอช.กล่าวถึงงบประมาณสนับสนุนการก่อสร้างบ้านใหม่ว่า&amp;nbsp; พอช.จะสนับสนุนงบประมาณด้านสาธารณูปโภคครัวเรือนละ 50,000 บาท (ถนน&amp;nbsp; ไฟฟ้า&amp;nbsp; ประปา&amp;nbsp; ระบบบำบัดน้ำเสียรวม)&amp;nbsp; งบอุดหนุนการสร้างบ้านครัวเรือนละ 25,000 บาท&amp;nbsp; และเงินช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบครัวเรือนละ 72,000 บาท (ค่าเช่าบ้าน, ค่ารื้อย้าย, ลดหย่อนเงินกู้&amp;nbsp; ฯลฯ)&amp;nbsp; รวมเงินช่วยเหลือครัวเรือนละ 147,000&amp;nbsp;&amp;nbsp; บาท&amp;nbsp; และสินเชื่อก่อสร้างบ้านตามราคาก่อสร้างบ้านจริง (ไม่เกิน 400,000 บาท) ผ่อนชำระคืน 15-20 ปี&amp;nbsp; อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 บาท (คงที่ตลอดสัญญา)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;สำหรับความคืบหน้าในการสร้างบ้านมั่นคงริมคลองลาดพร้าว&amp;nbsp; หรือ &amp;ldquo;บ้านประชารัฐริมคลอง&amp;rdquo; นั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่า&amp;nbsp; ขณะนี้สร้างเสร็จแล้ว 2,602 หลัง&amp;nbsp;&amp;nbsp; รวม&amp;nbsp; 31 ชุมชน&amp;nbsp; ในพื้นที่ 8 เขต&amp;nbsp; คือ&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; ห้วยขวาง&amp;nbsp; วังทองหลาง&amp;nbsp; จตุจักร&amp;nbsp; บางเขน&amp;nbsp; หลักสี่&amp;nbsp; ดอนเมือง&amp;nbsp; และสายไหม&amp;nbsp; และเตรียมก่อสร้างเพิ่มเติมอีก 314&amp;nbsp; หลัง&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยมีผู้เข้าร่วมโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในคลองลาดพร้าวจำนวน 5,196&amp;nbsp; ครัวเรือน&amp;nbsp; และยังมีผู้ที่ไม่เข้าร่วมจำนวน&amp;nbsp; 1,645 ครัวเรือน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;ส่วนการดำเนินการฟ้องร้องแกนนำชาวบ้านที่ไม่เข้าร่วมหรือคัดค้านการจัดระเบียบชุมชนริมคลองนั้น&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลที่ดินราชพัสดุริมคลอง&amp;nbsp; &amp;nbsp;เนื่องจากที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยอยู่ริมคลองส่วนใหญ่เป็นที่ดินราชพัสดุ&amp;nbsp; ชาวบ้านเข้าไปปลูกสร้างบ้านเรือนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากกรมธนารักษ์&amp;nbsp; แต่เมื่อมีการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; กรมธนารักษ์จึงให้ชุมชนที่เข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคงริมคลองเช่าที่ดินริมคลองจากกรมธนารักษ์ในอัตราผ่อนปรน&amp;nbsp; ราคาตารางวาละ 1.50 - 3 บาทต่อเดือน&amp;nbsp; ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่ถูกมาก&amp;nbsp; และเช่าที่ดินได้คราวละ 30 ปี&amp;nbsp; เปลี่ยนจากผู้บุกรุกเป็นผู้เช่าอย่างถูกกฎหมาย&amp;nbsp; ทั้งนี้ประชาชนที่จะทำสัญญาเช่าที่ดิน&amp;nbsp; จะต้องรวมกลุ่มกันเป็นสหกรณ์เคหสถานและเข้าร่วมโครงการบ้านมั่นคง&amp;nbsp; เพื่อให้การบริหารจัดการทั้งเรื่องการเช่าที่ดินและก่อสร้างบ้านเป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;พอช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ได้ทอดทิ้งประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการจัดระเบียบชุมชนริมคลอง&amp;nbsp; เพราะมีการจัดทำแผนงานที่อยู่อาศัยรองรับ&amp;nbsp; มีงบประมาณสนับสนุน&amp;nbsp; แม้จะไม่ได้ช่วยเหลือทั้งหมด&amp;nbsp; แต่ประชาชนก็จะต้องมีส่วนร่วมในการพัฒนาที่อยู่อาศัยของตนเองด้วย&amp;nbsp; นอกจากนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp;&amp;nbsp; กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ&amp;nbsp; กรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; สำนักงานเขตต่างๆ ในพื้นที่&amp;nbsp; กรมธนารักษ์&amp;nbsp; ธนาคารอาคารสงเคราะห์&amp;nbsp; ฯลฯ&amp;nbsp; ก็จะร่วมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมในชุมชนให้ดีขึ้น&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; มีสวนหย่อม&amp;nbsp; มีทางจักรยานเลียบคลอง&amp;nbsp; มีสนามเด็กเล่น&amp;nbsp; มีบ้านกลางสำหรับผู้ด้อยโอกาสในชุมชนได้อยู่อาศัย&amp;nbsp; โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย&amp;nbsp; รวมทั้งส่งเสริมอาชีพต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้&amp;rdquo;&amp;nbsp; ผอ.พอช.กล่าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้ในปี 2559 ได้มีกลุ่มชาวบ้านชุมชนวังหิน&amp;nbsp; เขตจตุจักร&amp;nbsp; รวม 54 คน&amp;nbsp; ซึ่งคัดค้านโครงการพัฒนาที่อยู่อาศัยชุมชนริมคลองลาดพร้าวได้ฟ้องร้องต่อศาลปกครอง&amp;nbsp; โดยกล่าวหาว่าผู้อำนวยการเขตจตุจักรและผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนฯ ปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย&amp;nbsp; กรณีเขตจตุจักรมีคำสั่งให้ชาวชุมชนวังหินรื้อย้ายบ้านเรือนออกจากพื้นที่ริมคลอง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ต่อมาในเดือนเมษายน 2560 ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและให้จำหน่ายคดีนี้ออกจากสารบบความ&amp;nbsp; โดยให้เหตุผลตอนหนึ่งว่า...&amp;rdquo;คดีนี้มีข้อเท็จจริงปรากฏว่า&amp;nbsp; ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 43&amp;nbsp; ได้เข้าไปปลูกสร้างบ้านพักอาศัยในที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยไม่มีเอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp; กรณีจึงเป็นการบุกรุกที่ดินซึ่งเป็นที่ราชพัสดุ&amp;nbsp; อันเป็นการกระทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย...ดังนั้นโดยนิตินัย&amp;nbsp; ผู้ฟ้องร้องคดีที่ 43 จึงไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องร้องในคดีได้....&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ขณะที่ นายสกลธี&amp;nbsp; ภัททิยกุล&amp;nbsp; รองผู้ว่า กทม. กล่าวเมื่อเร็วๆ นี้ว่า&amp;nbsp; การสร้างเขื่อนระบายน้ำในคลองลาดพร้าวจะทำให้พื้นที่คลองเปิด &amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำให้การขุดลอกคูคลองได้ง่ายขึ้น&amp;nbsp; มีทางระบายน้ำได้ดียิ่งขึ้น&amp;nbsp; และนอกจากเรื่องระบายน้ำแล้วยังเป็นเรื่องทางสัญจรด้วย&amp;nbsp; เพราะเป็นนโยบายของทางกรุงเทพมหานคร&amp;nbsp; คือ &amp;ldquo;ล้อ&amp;nbsp; ราง&amp;nbsp; เรือ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งในอนาคตจะเป็นจุดเชื่อมต่อนั่งเรือแล้วไปขึ้นรถไฟฟ้า&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;ldquo;ส่วนเรื่องกลุ่มผู้ที่คัดค้านและยังไม่เข้าร่วมโครงการทำให้การก่อสร้างเขื่อนฯ ล่าช้า&amp;nbsp; และทาง กทม.มีมาตรการจะใช้ ปว.44 &amp;nbsp;เพื่อดำเนินการตามกฎหมายนั้น&amp;nbsp; ขณะนี้จะให้เจ้าหน้าที่เขตทั้ง 8 เขตเข้าไปพูดคุยอีกครั้งหนึ่งก่อน&amp;nbsp; แต่ถ้าพูดคุยแล้วยังไม่เรียบร้อย&amp;nbsp; เพื่อให้งานเดินและให้เสร็จตามเป้าอาจจะมีความจำเป็นต้องใช้ ปว.44&amp;nbsp; ซึ่งทางรองผู้ว่า กทม. นายจักรพันธ์ ผิวงาม &amp;nbsp;ที่คุมสำนักระบายน้ำจะเป็นผู้พิจารณาและนำเสนอผู้ว่าฯ อีกครั้งภายใน&amp;nbsp; 1- 2 เดือนนี้&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสกลธีกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;รองผู้ว่า กทม.กล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; การก่อสร้างเขื่อนระบายน้ำคลองลาดพร้าวตามสัญญาจะแล้วเสร็จภายในเดือนมิถุนายน 2562&amp;nbsp; แต่จากปัญหากลุ่มชาวบ้านที่ยังไม่เข้าร่วมโครงการ&amp;nbsp; ซึ่ง กทม.จะดำเนินการตามกฎหมายมีทั้งหมดประมาณ 470 หลังในพื้นที่ริมคลองลาดพร้าว 8 เขต&amp;nbsp; ทำให้ผู้รับเหมาไม่สามารถเข้าไปตอกเสาเข็มได้ตามเป้าหมาย&amp;nbsp; จึงคาดว่าจะทำให้การก่อสร้างเขื่อนต้องล่าช้าออกไป&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;ทั้งนี้ประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 44&amp;nbsp; ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมีอำนาจในการติดประกาศเพื่อให้ผู้รุกล้ำลำคลองรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ภายใน 15 วัน&amp;nbsp; หากยังดื้อแพ่งและไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง&amp;nbsp; เจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตสามารถรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างได้ทันที&amp;nbsp; อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ในฐานะหน่วยงานเจ้าของที่ดินราชพัสดุริมคลองได้แจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษกลุ่มแกนนำชุมชนริมคลองประมาณ 65 &amp;nbsp;รายที่ปลูกสร้างบ้านเรือนรุกล้ำที่ดินราชพัสดุต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว&amp;nbsp; ขณะนี้อยู่ในระหว่างดำเนินการในชั้นอัยการ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16969</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมธนารักษ์, ชุมชนริมคลองลาดพร้าว, นายสกลธี  ภัททิยกุล, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, บ้านมั่นคง, บ้านริมคลอง, พอช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180906/image_big_5b9111ca49b20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
