<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78123</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/09/2020 15:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/09/2020 15:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปิดตำนาน &#039;บ้านสี่เสาเทเวศร์&#039; ของ พล.อ.เปรมถูกรื้อทิ้งแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 ก.ย.63 - รายงานข่าวเปิดเผยว่า ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ตั้งอยู่ เลขที่ 279 ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กทม.ซึ่งเคยเป็นที่พักของพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ได้ถูกรื้อถอนไปแล้ว โดยมีเครื่องจักรกลขนาดใหญ่กำลังรื้อ และทุบบ้านพักในส่วนที่เป็นปูน ซึ่งด้านหน้าบ้านที่เคยเป็นป้อมรักษาการณ์ได้ถูกทุบไปแล้วเช่นกันเหลือแต่เศษหิน เศษปูน เป็นกองๆและบริเวณส่วนหลังบ้าน มีเครื่องจักรขนาดใหญ่กำลังทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสังเกตว่าบริเวณหน้าบ้านพักสี่เสาเทเวศร์&amp;nbsp;ที่มีต้นไม้ใหญ่อยู่ ยังไม่มีการตัดหรือรื้อถอนกำแพงบ้านออก ทั้งนี้ไม่มีคนงานหรือเจ้าหน้าที่อยู่บริเวณหน้าบ้านแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับบ้านสี่เสาเทเวศร์ เป็นบ้านพักของ พล.อ.เปรม อาศัยมากตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการทหารบก และอีกทั้งยังเป็นสถานที่ ต้อนรับ นายกรัฐมนตรี ผบ.เหล่าทัพ นักธุรกิจ หัวหน้าส่วนราชการ เอกชน ผู้มีชื่อเสียงของในโอกาสสำคัญ อาทิ ปีใหม่ สงกรานต์ และวันคล้ายวันเกิด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หากมองจากถนนด้านหน้าเข้าไป จะมีประตูทางเข้าออก 2 ด้านซ้ายและขวา ตรงกลางจะปลูกต้นไม้สูงคล้ายกำแพง เมื่อก้าวเท้าผ่านประตูเข้าไปจะพบสนามหญ้าและสวนพร้อมกับบ่อน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเบื้องหลังจะเป็นบ้านปูนสีขาว ซึ่งเป็นสถานที่พัก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านสี่เสาเทเวศร์มีหลังคาทรงหน้าจั่วปูกระเบื้องสีน้ำเงิน ปีกซ้ายตัวบ้านจะเป็นห้องรับรอง ด้านขวาจะเป็นที่พักของทหารประจำบ้าน บริเวณด้านหลังเป็นห้องนั่งเล่น มีเปียโน ของ พล.อ.เปรม ในขณะผนังบ้านหรือมุมต่างๆภายในห้องจะมีรูปถ่ายของ พล.อ.เปรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงาน บ้านสี่เสาเทเวศร์ ปัจจุบันเป็นที่ดินในการดูแลของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ หลังจากกองทัพบกได้ส่งคืน เมื่อเสร็จสิ้นพิธีพระราชทานเพลิงศพ พล.อ.เปรม ในปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78123</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, บ้านสี่เสาเทเวศร์, พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์, สำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200921/image_big_5f685db9d65a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฎีกายืนคุก2ปี8เดือน ปิดฉาก‘นปช.’บุกบ้านป๋าเปรม/‘จตุพร’โอดอีกคดีคงไม่รอดซังเตแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ปิดฉากคดี นปช.บุกบ้านสี่เสาฯ กดดัน &amp;quot;ป๋าเปรม&amp;quot; ลาออก ศาลฎีกาพิพากษายืนจำคุก 5 นปช.&amp;ldquo;นพรุจ-วีระกานต์-ณัฐวุฒิ-วิภูแถลง-เหวง&amp;rdquo; 2 ปี 8 เดือน ชี้ไม่ชุมนุมโดยสงบ ทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ และละเมิดสิทธิ พล.อ.เปรม &amp;ldquo;จตุพร&amp;rdquo; ยอมรับชะตากรรมสำนวนคดีที่สองไม่รอดคุกแน่ &amp;ldquo;ธิดา&amp;rdquo; บอกจะมาเยี่ยมให้บ่อย ยันจำเลยเป็นบุคคลที่มีประโยชน์ น่าจะทำงานต่อได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลอาญา วันที่ 26 มิ.ย. ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เมื่อปี 2550 หมายเลขดำ อ.3531/2552 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ ฟ้องนายนพรุจ หรือนพรุฒ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006, นายวีระศักดิ์ เหมะธุลิน, นายวันชัย นาพุทธา, นายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.), นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช., นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำ นปช. เป็นจำเลยที่ 1-7 ใน ความผิดฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองฯ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากกรณีเมื่อวันที่ 22 ก.ค.2550 แกนนำและแนวร่วม นปช.นำขบวนผู้ชุมนุมหลายพันคน จากเวทีปราศรัยเคลื่อนที่สนามหลวงไปยังบ้านพักสี่เสาเทเวศร์ของ พล.อ.เปรม เพื่อเรียกร้องกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ซึ่งระหว่างเหตุการณ์ดังกล่าว มีการต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังขู่เข็ญ ซึ่งนายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ใช้ไม้เสาธงตีประทุษร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม เป็นเหตุให้กระดูกข้อมือแตกเป็นอันตรายสาหัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คดีนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 16 ก.ย.2558 ให้จำคุกนายนพรุจ จำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้ายฯ และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานฯ ให้ยกฟ้องนายวีระศักดิ์และนายวันชัย จำเลยที่ 2-3&amp;nbsp; ริบของกลางทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาวันที่ 10 ม.ค.2560 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า พวกจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานฯ ตามมาตรา 138 วรรคสอง ให้จำคุกคนละ 1 ปี และมีความผิดฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ก่อให้เกิดความวุ่นวายโดยเป็นหัวหน้าสั่งการ ซึ่งเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกแล้วไม่เลิก ตามมาตรา 215 วรรคหนึ่งและวรรคสาม, มาตรา 216 ประกอบมาตรา 83 ซึ่งเป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษตามมาตรา 215 วรรคสาม เพียงกรรมเดียว จำคุกคนละ 3 ปี รวมจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ 4 ปี คำให้การเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีอยู่บ้าง ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุกจำเลยที่ 4-7 คนละ&amp;nbsp; 2 ปี 8 เดือน ส่วนนายนพรุจ จำเลยที่ 1 คงจำคุก 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ยกฟ้องจำเลยที่ 2-3
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้นายนพรุจ จำเลยที่ 1, นายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง, นพ.เหวง แกนนำ นปช. จำเลยที่ 4-7 ทั้งหมดเป็นจำเลยที่ต้องสู้คดีถึงชั้นฎีกา เดินทางมาศาล หลังจากก่อนหน้านี้มีเหตุต้องเลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกามาแล้ว 4 ครั้ง อาทิ กรณีจำเลยที่ 4-7 ยื่นขอกลับคำให้การเป็นรับสารภาพ โดยวันนี้มีนางธิดา ถาวรเศรษฐ ที่ปรึกษา นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. พร้อมญาติ แกนนำและมวลชน&amp;nbsp; นปช. ส่วนหนึ่งเดินทางมาให้กำลังใจ
หลักฐานชัดฝ่าฝืน กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เวลา 10.00 น. ศาลเริ่มอ่านคำพิพากษา ใช้เวลากว่า 1.30 ชั่วโมง โดยศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ว กรณีจำเลยที่ 4-7 เพิ่งยื่นฎีกาแก้ไขคำให้การเป็นรับสารภาพนั้น ไม่อาจกระทำได้ ต้องทำก่อนมีคำพิพากษาศาลชั้นต้น ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาวินิจฉัยนายนพรุจ จำเลยที่ 1 กระทำความผิดฐานต่อสู้ขัดขวางทำร้ายเจ้าพนักงานหรือไม่ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจและ พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม (ยศในคำพิพากษา) ตำรวจผู้บาดเจ็บเป็นพยานเบิกความ ภายหลังผู้บังคับบัญชามีคำสั่งสลายชุมนุม พยานเห็นรถกระบะพุ่งเข้ามาจะชนแถวเจ้าพนักงานตำรวจ แต่ตำรวจหลบพ้น รถเสียหลักชนเกาะกลางถนน คนขับรถวิ่งหนีเข้าไปในกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเห็นจำเลยที่ 1 อยู่ท้ายรถยืนถือเสาธงพร้อมขว้างอิฐใส่ตำรวจ พ.ต.ต.ทวีศักดิ์พยายามเข้าไปดึงขาจำเลยที่ 1 ที่ยืนอยู่บนกระบะ จำเลยที่ 1 จึงกระโดดชันเข่ากระทุ้งใส่ เป็นเหตุให้ พ.ต.ต.ทวีศักดิ์ได้รับบาดเจ็บข้อมือขวาหัก จึงจับกุมจำเลยที่ 1 ดำเนินคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลเห็นว่าตำรวจเป็นประจักษ์พยานโดยตรง เบิกความไม่มีพิรุธ จำเลยที่ 1 ยืนบนรถกระบะและถูกจับกุมจริง เหตุแห่งการจับกุมเกิดจากจำเลยที่ 1 ร่วมกันใช้กำลังประทุษร้ายเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามหน้าที่ เป็นความผิดซึ่งหน้า ส่วนที่จำเลยที่ 1 อ้างไม่มีภาพถ่ายพยานหลักฐานเพียงพอนั้น เห็นว่าในเหตุชุลมุนวุ่นวาย เจ้าพนักงานตำรวจผู้ถ่ายรูปต้องคอยหลบหลีกก้อนอิฐที่ปาเข้าใส่จากหลายทิศทาง ไม่มีโอกาสถ่ายรูปจำเลยที่ 1 ให้เห็นทุกขั้นตอน ต้องอาศัยพยานในที่เกิดเหตุ ประจักษ์พยานที่จับกุมจำเลยที่ 1 ให้การตรงไปตรงมา ไม่มีพฤติการณ์กลั่นแกล้งจับกุมเพื่อหวังประโยชน์ใดๆ มีน้ำหนักรับฟัง และที่จำเลยที่ 1 ฎีกาว่า พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส (รักษาการ ผบ.ตร.ขณะเกิดเหตุ) สั่งการให้จับตนเพราะมีเหตุโกรธเคืองนั้น เห็นว่าการจับกุมจำเลยเกิดจากการทำผิดซึ่งหน้า เป็นการกล่าวอ้างเลื่อนลอย พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักเชื่อมโยงกัน จำเลยที่ 1 จึงมีความผิดตามคำพิพากษาศาลล่าง ส่วนที่จำเลยที่ 1 ฎีกาให้ลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้น เห็นว่าพฤติการณ์เป็นการก่อเหตุร้ายแก่เจ้าพนักงานตำรวจ ไม่เคารพยำเกรงต่อกฎหมายบ้านเมือง มิได้สำนึกถึงความผิด ไม่สมควรรอการลงโทษ ไม่มีเหตุที่ศาลฎีกาจะแก้ไขเปลี่ยนแปลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัญหาวินิจฉัยนายวีระกานต์, นายณัฐวุฒิ, นายวิภูแถลง และนพ.เหวง จำเลยที่ 4-7 ชุมนุมฝ่าฝืนกฎหมายหรือไม่ รัฐธรรมนูญมีบทบัญญัติคุ้มครองการชุมนุมโดยสงบปราศจากอาวุธ ไม่ได้หมายความให้ใช้เสรีภาพปราศจากขอบเขตละเมิดสิทธิผู้อื่น กระทำผิดกฎหมายบ้านเมือง โจทก์มีเจ้าพนักงานตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่เบิกความเป็นพยานหลายปากเกี่ยวกับวันเกิดเหตุที่กลุ่ม นปก. (ชื่อขณะนั้น) นัดหมายเดินขบวนไปปราศรัยที่หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งไม่ได้ขออนุญาตเคลื่อนขบวน ตำรวจจึงวางแผนรักษาความสงบเรียบร้อย โดย พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (ขณะเกิดเหตุ) ได้แจ้งผู้ชุมนุมว่าตำรวจ ไม่อนุญาตให้ผ่านเส้นทางเพราะเป็นพื้นที่หวงห้าม แต่จำเลยที่ 7 ยืนยันที่จะผ่านจุดสกัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้นผู้ชุมนุมได้ประชิดจุดสกัดตามคำปราศรัยของจำเลยที่ 5 ดึงแผงรั้วเหล็กทิ้งคลองผดุงกรุงเกษม ผลักดันตำรวจและฝ่าแนวกีดขวาง จนไปปักหลักชุมนุมที่หน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม โดยจำเลยปราศรัยโจมตีเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจ และจะชุมนุมจนกว่า พล.อ.เปรมจะลาออกจากตำแหน่งประธานองคมนตรี ตำรวจเจรจาให้ยุติการชุมนุม แต่จำเลยไม่ยินยอม พร้อมปราศรัยให้ผู้ชุมนุมฮึกเหิมพร้อมก่อความรุนแรง ตำรวจมีมติให้ผลักดันผู้ชุมนุมอย่างละมุนละม่อม ไปเชิญแกนนำมาเจรจา หากไม่เป็นผลให้ตัดสายสัญญาณเครื่องขยายเสียง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ ถูกผู้ชุมนุมขว้างอิฐ ไม้ และขวดน้ำ จนต้องล่าถอย จึงมีมติให้จับกุมแกนนำและสลายการชุมนุมด้วยกระบอง แก๊สน้ำตา จากนั้นถูกผู้ชุมนุมใช้อิฐและสิ่งของอื่นขว้างเข้าใส่จนต้องล่าถอยมา 3 ครั้ง จึงสามารถสลายการชุมนุมได้สำเร็จ
ฎีกายืนคุก 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ตามทางนำสืบ โจทก์มีพยานหลักฐานวัตถุพยานภาพ วิดีโอ และเทปปราศรัย ขณะจำเลยชุมนุมที่สนามหลวงเป็นการชุมนุมโดยสงบมาตลอด เหตุที่จำเลยที่ 4-7 ต้องการนำผู้ชุมนุมไปปราศรัยที่หน้าบ้านสี่เสาฯ นั้น จำเลยเบิกความถึงภาพ พล.อ.เปรมนำคณะยึดอำนาจเข้าเฝ้าว่าเป็นพฤติกรรมไม่เหมาะสมของประธานองคมนตรี เมื่อปราศรัยมานานไม่ได้รับการตอบสนองจึงนัดหมายไปทวงถาม พล.อ.เปรมโดยตรง เรียกร้องให้ตอบข้อสงสัยและกดดันให้ลาออก จำเลยที่ 4-7 เชื่อว่า พล.อ.เปรมอยู่เบื้องหลังการยึดอำนาจ โดยความจริงแล้วจำเลยไม่มีหลักฐานมั่นคงมาพิสูจน์ให้รับฟังได้ และ พล.อ.เปรมไม่ได้นัดหมายหรือแถลงข่าวให้จำเลยที่ 4-7 ฟังคำตอบหรือคำชี้แจง การที่จำเลยที่ 4-7 นำผู้ชุมนุมไปปราศรัยโจมตีจึงเป็นการใช้เสรีภาพเกินขอบเขต ละเมิดสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคลของ พล.อ.เปรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จำเลยที่ 4-7 และกลุ่ม นปก.เคลื่อนขบวนโดยไม่ได้รับอนุญาต ตำรวจมีหน้าที่รักษาความสงบเรียบร้อย มีอำนาจโดยชอบในการควบคุมการชุมนุมสาธารณะ จำเลยและแกนนำได้ปราศรัยแสดงเจตนาจะไปให้ถึงบ้าน พล.อ.เปรมสำเร็จ ทั้งหมดเป็นหลักฐานประจักษ์ตอกย้ำละเมิดกฎหมายและละเมิดสิทธิเสรีภาพของพล.อ.เปรม ไม่เป็นการชุมนุมโดยสงบ มั่วสุมชุมนุมโดยใช้กำลังประทุษร้าย กีดขวางการจราจรไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืนจุดสกัด เมื่อถึงหน้าบ้านพัก พล.อ.เปรม จำเลยได้ปราศรัยจะชุมนุมอยู่ที่นี่จนกว่าจะชนะ จนกว่า พล.อ.เปรมจะพ้นตำแหน่ง ส่งเสียงดังรบกวนไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเครื่องขยายเสียง ประชาชนไม่สามารถใช้ถนนได้ การที่ตำรวจตัดสินใจดำเนินการยับยั้งสมเหตุสมผล เพราะแกนนำและผู้ชุมนุมไม่ตอบสนอง พร้อมต่อต้านขว้างปาสิ่งของใส่ตำรวจ มีเจตนาเผชิญหน้า ตำรวจไม่ได้ก่อเหตุทำร้ายผู้ชุมนุมก่อน ไม่ทำให้ผู้ชุมนุมถึงแก่ความตาย จึงไม่เกินกว่าเหตุตามที่จำเลยอ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่จำเลยที่ 4-7 ฎีกาขอลงโทษสถานเบาหรือรอการลงโทษนั้น ศาลเห็นว่าการกระทำเป็นลักษณะเตรียมวางแผนล่วงหน้าในการนำมวลชนจำนวนมากไปมั่วสุมใช้กำลังประทุษร้าย ทำลายทรัพย์สินราชการ ฝ่าฝืนคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายของตำรวจ ต่อสู้ขัดขวางตำรวจจนเกิดการปะทะเป็นเหตุให้ทั้งสองฝ่ายได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก สร้างความวุ่นวายปั่นป่วนทำลายความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องร้ายแรง ไม่มีเหตุสมควรรอการลงโทษ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาทุกข้อของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน จำคุกจำเลยที่ 1, 4-7 คนละ 2 ปี 8 เดือน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศภายหลังพิพากษาว่า ญาติของจำเลยและมวลชน นปช. ที่เดินทางมาให้กำลังใจในห้องพิจารณาคดี ต่างเข้าไปพูดคุยร่ำลากับจำเลยทั้งห้า พร้อมจับมือและสวมกอด อาทิ นายประภัสร์ จงสงวน อดีตกรรมการยุทธศาสตร์พรรคไทยรักษาชาติ ก็ได้เข้ามาสวมกอดให้กำลังใจนายณัฐวุฒิ ขณะที่ญาติและมวลชนบางรายได้ร่ำไห้ บ่นแสดงความไม่พอใจ ต่อมาระหว่างเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ทยอยควบคุมตัวจำเลยทั้งห้าออกจากห้องพิจารณา เพื่อนำไปคุมขังรับโทษตามคำพิพากษาซึ่งถึงที่สุดนั้น นายนพรุจ จำเลยที่ 1 ได้ร่ำไห้ ส่วนมวลชนก็มีทั้งร่ำไห้และส่งเสียงให้กำลังใจจำเลยด้วย
&amp;#39;จตุพร&amp;#39;รับชะตากรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้พี่น้องเราทุกคนที่ศาลได้อ่านคำพิพากษาจำคุก ซึ่งทุกคนก็น้อมรับคำตัดสิน ตนและที่เหลืออยู่ในสำนวนคดีที่สอง (คดีบุกบ้านสี่เสาฯ เช่นเดียวกัน ซึ่งนายจตุพรถูกฟ้องทีหลัง) ก็รอคำพิพากษาเช่นกัน ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา กลุ่มคนที่ผ่านเรื่องราวกันมาต่างเหลือพื้นที่กันน้อยมาก อยากบอกว่าทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นคนเสื้อเหลือง เสื้อแดง กลุ่มพันธมิตรฯ หรือ กปปส. ก็ต่างอยู่บนวิถีทางที่ไม่แตกต่างกัน เพียงแต่ว่าพวกตนจะติดคุกกันมากขึ้น และสังขารของผู้อาวุโสของแต่ละฝ่ายก็อยู่ในช่วงยากลำบากทั้งสองฝ่าย ที่เหลือก็ทยอยกันขึ้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพรกล่าวว่า จากที่ได้เข้าฟังคำพิพากษานั้น ตนเห็นว่าที่แตกต่างกันคือ ตนยังพอมีเวลาเหลืออยู่บ้าง ก็ต้องไปจัดการชีวิตทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องส่วนรวม เรื่องสุขภาพ เพราะต้องอยู่บนพื้นฐานแห่งความเป็นจริง พวกตนน้อมรับคำตัดสินของศาลอย่างไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ ได้พูดคุยกับทั้ง 5 คนในคดีนี้อยู่บ้าง เพราะกว่า 10 ปีนี้ มันมีเรื่องราวกันมากเหลือเกิน แม้กระทั่งคนที่ยืนอยู่ตรงกันข้ามมาอยู่ฝ่ายเดียวกันก็มี เช่น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย, พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ส่วนนายชัยเกษม นิติสิริ อดีตอัยการสูงสุด ก็เป็นแคนดิเดตนายกฯ พรรคเพื่อไทย เพราะฉะนั้นความลำบากของชีวิตไม่ใช่เฉพาะคนเสื้อแดง คนเสื้อเหลืองก็ลำบาก ทุกฝ่ายที่ต่อสู้กันมาช่วง 10 ปีนี้ ที่ไม่ติดคุกก็ต้องมาขึ้นศาลทุกสัปดาห์ พวกเราต่างรู้จักกันมาตั้งแต่เหตุการณ์พฤษภา&amp;nbsp; 2535 ทั้งสิ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ถ้าใครฟังคำพิพากษาก็รู้ว่าอย่างไรผมก็ไม่รอด 100 เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมก็ยอมรับความเป็นจริง เวลาที่เหลืออยู่ถ้าผมทำอะไรได้ให้กับประเทศชาติบ้านเมืองในท่ามกลางวิกฤตินี้ที่กำลังจะเกิด ผมก็จะทำ ผมไม่ได้สนใจว่าใครจะมาเป็นรัฐบาล หรือใครจะมาเป็นตำแหน่งใด ผมเลยมันมาแล้ว&amp;rdquo; นายจตุพรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางธิดากล่าวว่า สิ่งที่ต้องเตรียมตัวคือ ทำอย่างไรให้สามารถเยี่ยมได้บ่อยมากขึ้น แล้วเข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์เปลี่ยน แม้จะถูกจำกัดอิสรภาพ แต่ว่าเมื่อไปอยู่ในเรือนจำเราเข้าใจว่าสถานการณ์เรือนจำเปลี่ยนไป โดยทำให้คนที่อยู่ในคุกได้ใช้ชีวิตอย่างมีประโยชน์ให้มากที่สุด และจำเลยที่เข้าคุกวันนี้เป็นบุคคลที่มีประโยชน์มีทัศนคติในทางที่ดี น่าจะมีโอกาสได้ทำงานต่อสังคมได้ แม้จะถูกคุมขังอยู่ในคุก หวังว่าจะได้รับการปฏิบัติที่ดีพอสมควร แม้จะมีความคิดเห็นต่างทางการเมือง และไม่ใช่อาชญากร หวังว่าสื่อจะสามารถถ่ายทอดเรื่องราวในเรือนจำได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนางสิริสกุล ใสยเกื้อ ภรรยาของนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า จะเดินทางไปเยี่ยมนายณัฐวุฒิที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ต่อ เนื่องจากยังไม่ได้เตรียมเสื้อผ้ามา ก่อนหน้านี้ก็มีการเตรียมใจกันมา ส่วนจะมีการดำเนินการใดๆ ทางคดีต่อหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับนายณัฐวุฒิตัดสินใจ ตนต้องปรึกษาก่อน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69819</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีชุมนุมปิดล้อมบ้านพักสี่เสาเทเวศร์, นปช., นปช.บุกบ้านสี่เสา, บ้านสี่เสาเทเวศร์, พิพากษายืนจำคุก, ศาลฎีกาพิพากษา, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200626/image_big_5ef5f7fc1776b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49328</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/11/2019 16:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/11/2019 16:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เต็มๆ79ตรงเลขที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ เด็กป๋าเฮลั่นถูกรางวัลกันถ้วนหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 พ.ย 62 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังประกาศรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดวันที่ 1 พ.ย.2562 ซึ่งรางวัลเลขท้าย 2 ตัว คือ 79 &amp;nbsp;ปรากฏกว่าเจ้าหน้าที่ที่เคยทำงานในบ้านสี่เสาเทเวศร์ต่างถูกรางวัลกันเกือบทุกคน เพราะต่างซื้อล็อตเตอรี่เลขที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ คือ 279 โดยเชื่อว่า พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ &amp;nbsp;ซึ่งพำนักอาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ร่วม 40 ปี จะให้โชคเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อต้องส่งบ้านคืนให้กองทัพบกในวันที่ 31 ต.ค.ที่ผ่านมา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ต่างเคยถูกรางวัลมาแล้วเมื่อครั้งครบรอบวันเกิด พล.อ.เปรม เมื่อเดือนสิงหาคมด้วย โดยคนที่อาศัยอยู่ในบ้านสี่เสาเทเวศร์ เชื่อว่า พล.อ.เปรม ยังอยู่ในบริเวณบ้านแห่งนี้ เพราะมีเหตุการณ์แปลกๆ ที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ เช่น การเคลื่อนตัวของลิฟท์ขึ้น-ลงเอง หลายครั้งและ กลิ่นน้ำหอม สบู่ ที่ป๋าเปรม เคยใช้เป็นประจำ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลอยู่เป็นประจำ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49328</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านสี่เสาเทเวศร์, บ้านเลขที่279, พล.อ.เปรม  ติณสูลานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191101/image_big_5dbbfc1014a3a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49148</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตรียมคืนบ้านสี่เสาเทเวศร์ ทหารดูแลเผยเรื่องลี้ลับป๋า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เตรียมส่งคืน &amp;ldquo;บ้านสี่เสาเทเวศร์&amp;rdquo; จนท.สำนักพระราชวังเข้าสำรวจแล้ว ทหารในบ้านเผย &amp;ldquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo; ยังอยู่ ลิฟต์ขึ้น-ลงเอง กลิ่นน้ำหอมอบอวล ระบุเหลือ &amp;ldquo;งานเผาปู่-นำปู่กลับบ้าน&amp;rdquo; ญาติอนุญาตให้นำอัฐิส่วนหนึ่งไปไว้สงขลา เผยตำนานมุด &amp;quot;ประตูข้าง&amp;quot; ยอมรับป๋าเคืองเรียกประตูหลัง และเคยถามทำไมม็อบต้องมาด่ากันหน้าบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค.ที่ผ่านมา นายทหารด้านการข่าวและรักษาความปลอดภัยบ้านสี่เสาเทเวศร์ ซึ่งใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;มรกต&amp;rdquo; ได้นำคณะสื่อมวลชนซึ่งเป็นคณะสุดท้ายเข้าเยี่ยมชมบ้านสี่เสาเทเวศร์ พร้อมได้บรรยายถึงพื้นที่ส่วนต่างๆ ของบ้านที่ พล.อ.เปรมได้ใช้พำนักอาศัยและทำกิจวัตรประจำวันตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ. 2522 ซึ่งดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก เรื่อยมาถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายกรัฐมนตรี จนกระทั่งเป็นประธานองคมนตรี ก่อนที่วันที่ 31 ต.ค.นี้จะทำการส่งคืนให้กรมสวัสดิการทหารบก โดยหลังจากเยี่ยมชมบ้านแล้ว คณะสื่อมวลชนได้นำดอกไม้สีชมพูมาวางไว้ที่หน้าภาพถ่าย พล.อ.เปรมด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายทหารผู้นี้กล่าวว่า บ้านหลังนี้สร้างขึ้นสมัยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในปี พ.ศ.2500 &amp;nbsp;ส่วน พล.อ.เปรมเข้ามาอยู่บ้านหลังนี้เมื่อปี พ.ศ.2522 ต่อ พ.ศ.2523 เมื่อตอนดำรงตำแหน่ง ผบ.ทบ. อยู่มาจนถึงขณะนี้รวม 40 ปี และจะส่งมอบให้กรมสวัสดิการทหารบกตามขั้นตอน &amp;nbsp; ระหว่างนี้ไม่สามารถให้เข้าไปดูในตัวบ้านหรือถ่ายภาพได้ เนื่องจากเจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้มาสำรวจและเก็บรายละเอียดแล้ว ซึ่งตนไม่ทราบว่าจะนำไปดำเนินการอะไรต่อ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องของชั้นความลับ เพราะจะส่งผลเรื่องการรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายทหารที่เรียกตัวเองว่า &amp;ldquo;มรกต&amp;rdquo; เล่าว่า บ้านสี่เสาฯ มีอาคารหลัก 2 ชั้น 1 อาคาร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ พล.อ.เปรมพักอาศัย ประกอบไปด้วยปีกซ้ายด้านบนเป็นห้องทำงาน มีโต๊ะทำงาน และโต๊ะวางเอกสาร รวมถึงโทรทัศน์เท่านั้น ถัดไปด้านหลังเป็นห้องเก็บของที่ระลึกและห้องพระ เมื่อสองปีที่แล้ว พล.อ.เปรมได้สั่งให้บรรจุของทั้งหมดใส่รถยีเอ็มซีไปไว้ที่บ้านเลขที่ 1 (บ้านศรัทธา) อ.เมืองฯ จ.สงขลาหมดแล้ว สำหรับด้านกลางไปถึงปีกขวาทั้งชั้น 2 เป็นห้องนอนโล่ง มีเตียงกลางห้อง มีโต๊ะวางวิทยุ 1 เครื่อง และนาฬิกาปลุก มีตู้เสื้อผ้าติดผนัง ห้องน้ำในตัว ส่วนด้านล่างปีกซ้ายเป็นห้องที่มีเปียโนตั้งอยู่กลางห้อง และเป็นห้องประพันธ์เพลง ฝั่งขวาเป็นห้องรับแขกที่ ดร.มหาเธร์ โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรี ได้ทำประวัติศาสตร์ไว้ เพราะท่านเป็นคนแรกที่ได้เข้ามาเยี่ยมคารวะ และเป็นคนสุดท้ายที่เป็นแขกต่างประเทศที่เข้าพบก่อนที่ป๋าจะเสียชีวิต สำหรับด้านหลังเป็นห้องประชุมจัดเลี้ยง มีคาราโอเกะ ด้านข้างมีห้องตัดผม
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;มรกต&amp;ldquo; กล่าวว่า ด้านนอกตัวบ้านคือพื้นที่ประเด็นการเมือง และประวัติศาสตร์การเมือง คือด้านทางเดินที่ตั้งไมโครโฟนในการให้โอวาทในเทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ วันเกิด ซึ่งท่านจะพูด จะด่า จะชมใครก็จะที่นี่ และประตูเหล็กสีเทาด้านข้าง ซึ่งทุกคนต้องเรียกว่าประตูข้าง ห้ามเรียกประตูหลัง เพราะป๋าจะเคือง ซึ่งประตูบานดังกล่าวมีเกร็ดข้อมูลมากมาย ตั้งแต่การปฏิวัติรัฐประหาร คนที่จะมาปรึกษา ขอคำแนะนำ ชนะก็เป็นนายกฯ แพ้ก็หนีไปต่างประเทศ ทุกคนเข้าประตูนี้หมด ไม่ว่ากุญแจประตูนี้จะมีอยู่ที่นายทหารคนสนิทเพียงคนเดียวที่จะอนุมัติให้เปิดได้หรือไม่
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ป๋าจะมีความเป็นส่วนตัวและประหยัดมาก มีความพอเพียง &amp;nbsp;จะเปิด-ปิดไฟด้วยตนเอง ออกจากห้องไหนก็จะปิดทันที โดยลูกน้องก็จะอยู่อีกส่วนของบ้าน สังเกตจากไฟก็จะรู้ว่าป๋าอยู่ในช่วงเวลาทำกิจวัตรประจำวัน และอยู่ห้องไหน ทุกคนอาจจะเรียกท่านว่าป๋า แต่พวกเราเรียกว่าปู่ ทุกวันนี้ป๋ายังอยู่ ไม่ได้ไปไหน เพราะยังไม่ได้เผา ทุกคนรู้ดี เมื่ออาทิตย์ที่แล้วมีการเก็บที่เหลือออกมาทั้งหมด ก็ใช้ลิฟต์ที่ท่านขึ้นประจำขนของ ลิฟต์ก็ขึ้น-ลงไม่หยุด ไม่รู้ว่าท่านส่งสัญญาณอะไร หรือว่าท่านอาจจะไม่อยากไป ส่วนเรื่องกลิ่นหอมไม่ต้องพูดถึง มีทุกวัน ทั้งกลิ่นน้ำหอม สบู่ ที่คนในบ้านรู้ดี&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายทหารผู้นี้กล่าวด้วยว่า จะมีงานใหญ่อีก 2 งาน คือ &amp;ldquo;งานเผาปู่&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;งานนำปู่กลับบ้าน&amp;rdquo; โดยล่าสุดเมื่อวันที่ 26 ส.ค.62 ครบรอบวันเกิด พล.อ.เปรม ทางญาติได้อนุญาตนำอัฐิกลับไปที่ จ.สงขลา 1 ส่วน ตามการทำเรื่องขอมาจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ซึ่งอาจจะไว้ที่มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บ้านศรัทธา หรือรูปปั้นที่ตั้งอยู่หลายที่ใน จ.สงขลา โดยคนสงขลาก็กำลังเตรียมงานรับปู่กลับบ้าน โดย พล.ร.อ.พะจุณณ์ ตามประทีป อดีตหัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี เป็นผู้ประสาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่า ก่อนป๋าเปรมเสียชีวิตได้พูดถึงคดีม็อบจะบุกบ้านสี่เสาเทเวศร์อย่างไรบ้าง &amp;quot;มรกต&amp;quot; กล่าวว่า พล.อ.เปรมพูดกับ &amp;nbsp;พล.ร.อ.พระจุณณ์ว่าทำไมเขาต้องด่ากัน ม็อบทุกม็อบที่มาด่ากันอยู่หน้าบ้าน ทำไมเขาพูดดีๆ กันไม่ได้ ส่วนเรื่องคดีความต่างๆ ป๋าท่านไม่ทราบ ก็คงให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ นายทหารคนสนิทประธานองคมนตรี กล่าวว่า พื้นที่ดังกล่าวกองทัพบกได้ขอเข้าใช้ประโยชน์จากสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ และได้มอบให้กรมสวัสดิการทหารบกรับผิดชอบ การส่งมอบพื้นที่ก็จะส่งมอบกลับไปที่กองทัพบกตามขั้นตอน โดยระหว่างนี้คือการย้ายของส่วนตัวที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับทรัพย์สิน ครุภัณฑ์ของทางราชการออกไปเท่านั้น &amp;nbsp;ส่วนกองทัพบกจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ตนไม่ทราบ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49148</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;บิ๊กแป๊ะ&quot; คืนอำนาจ ผบช.หน่วยให้สิทธิ์แต่งตั้งข้าราชการตำรวจ, บ้านสี่เสาเทเวศร์, พลเอกเปรม ติณสูลานนท์, สำนักพระราชวัง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db84a4791d5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>49102</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/10/2019 14:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/10/2019 14:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วาสนา&#039;เปิดปูม&#039;ประตูข้าง&#039;ช่องทางกู้วิกฤตการเมืองในอดีต ก่อนปิดตำนานบ้านสี่เสาฯถาวร 31 ต.ค.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ต.ค.62- &amp;nbsp;น.ส.วาสนา นาน่วม นักข่าวสายทหารชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;nbsp; Wassana Nanuam ถึงบ้านสี่เสาฯว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ประตูข้าง&amp;rdquo; บ้านสี่เสาฯ
ประตู ประวัติศาสตร์
ประตู แก้วิกฤติการเมือง
ประตู แห่งตำนาน
ป๋าเปรม ให้เรียก &amp;ldquo;ประตูข้าง&amp;rdquo;
บ้านนี้ ไม่มี &amp;ldquo;ประตูหลัง&amp;rdquo;
จาก เมษาฮาวาย ถึง พค.ทมิฬ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอด 40 ปี ที่ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ที่อยู่บ้านสี่เสาเทเวศร์ ...มีเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ทางการเมือง ครั้งสำคัญ เกิดขึ้นมากมาย ที่นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านสี่เสาฯ กลายเป็น ศูนย์กลางอำนาจ ของกองทัพ และการเมือง ด้วยบทบาท ของ พลเอกเปรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูเหล็ก บ้านสี่เสาฯ จะถูกเปิดออกเสมอๆ เพื่อให้ ทหาร นักการเมือง ผู้นำประเทศ เข้ามาพบ ป๋า เพื่อปรึกษาหารือ และขอคำแนะนำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ก็ยิ่งทำให้ บารมีของ ป๋าเปรม เบ่งบาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกครั้งที่ ประตูบ้านสี่เสาฯ เปิดออก ในยามบ้านเมืองวิกฤติ ก็มักจะได้ทางออก เสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ บ้านสี่เสาฯกำลังจะถูกส่งคืน ให้กองทัพบก และสำนักพระราชวัง 31 ต.ค.2562 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ ของ ป๋าเปรม ถูกขนเคลื่อนย้าย ออกไปหมดแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ ประตูเหล็ก ประวัติศาสตร์ ยังคงตระหง่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูประวัติศาสตร์ หาใช่ ประตูหน้า บ้านเลขที่279 เพราะนั่นใช้เข้าออก ในยามปกติของ ป๋าเปรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทว่า &amp;ldquo;ประตูข้าง&amp;rdquo; ต่างหาก คือประตู ที่เต็มไปด้วย เรื่องราวแห่งอดีต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในยามบ้านเมือง มีปัญหา เกิดวิกฤติ ก็จะมีคนใช้ประตูข้าง เข้ามาหาป๋าเปรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประตูนี้ เรียกว่า ประตูข้าง ไม่ใช่ประตูหลัง บ้านนี้ ไม่มีประตูหลัง มีแต่ประตูข้าง จะไม่มีใครเรียกประตูหลัง เพราะ มันอยุ่ด้านข้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอน เมษาฮาวาย 2524 ทหาร ยังเติร์ก จปร.7 ก็เข้ามาทางนี้ มาขอคุมตัวป๋า. แต่ป๋าเปรม เจรจา แล้วใช้ ความเก๋าเกม เหนือชั้นกว่า ในการขอลงมาโทรศัพท์ แล้ว ก็หนีเข้าวังสวนจิตรลดา ทางประตูข้างนี้ แล้ว ก็ ทูลเชิญเสด็จ ฯไป ประทับที่ นครราชสีมา จนทำให้มีชัยชนะ และ ฝ่ายยังเติร์ก กลายเป็นกบฎ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หรือแม้แต่ ตอน เหตุการณ์ พฤษภา2535 มีการประท้วงขับไล่ พลเอกสุจินดา คราประยูร นายกรัฐมนตรี และทหารออกมาปราบจลาจล มีการสูญเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;พลเอกสุจินดา และ พลตรี จำลอง ศรีเมิอง ก็เข้ามาหา ป๋า ทางประตูข้าง นี้ แล้วที่สุด ก็ออกไป ทางนี้ ไปเข้าเฝ้าฯ เพื่อยุติปัญหา พลเอกสุจินดา ลาออก &amp;ldquo;. ทีมงานบ้านสี่เสาฯ ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในยามวิกฤติการเมือง มีปฏิวัติรัฐประหาร มีม็อบ ป๋าเปรม จะอยู่ในบ้าน ไม่ออกไปไหน แต่ต้องออกกำลังกาย ด้วยการเดินในห้องนอน แทนการเดินในสนามหญ้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อครั้งที่ ม็อบมาล้อมบ้านสี่เสาฯ กค.2550 นั้น ป๋าเปรม ก็ออกมาเดินออกกำลังกายตอน5โมงเย็น ไม่ได้ ป๋าก็เดินในบ้าน ในห้องนอน แทน เพราะห้องนอนป๋ากว้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ทำไมต้องด่ากัน เขาพูดกันดีๆ ไม่ได้หรือ&amp;rdquo; ป๋าเปรม เปรย ในเวลานั้น..&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนี้ไป หลัง 31 ตค.2562 .... ประตูบ้านสี่เสาฯ ทั้งประตูหน้า และประตูข้าง จะเริ่ม ตำนานบทใหม่....&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/49102</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้วิกฤติการเมือง, น.ส.วาสนา นาน่วม, บ้านสี่เสาเทเวศร์, ประตูข้าง, ป๋าเปรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191029/image_big_5db7e9bf5fa85.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>37017</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งเต้นท์ลงนามแสดงความอาลัย&#039;ป๋าเปรม&#039;หน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 พ.ค.62- &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณด้านหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ได้มีการจัดเต้นท์ลงนามไว้อาลัย พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ โดยตลอดทั้งวันมี ตัวแทนภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงประชาชนที่อยู่บริเวณใกล้เคียงเดินทางมาร่วมลงนามไว้อาลัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งนำช่อดอกไม้มาไว้อาลัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้พล.อ.พิศณุ พุทธวงศ์ หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิรัฐบุรุษ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เปิดเผยว่า เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวก สำหรับพี่น้องประชาชนที่รักเคารพพล.อ.เปรม จึงได้จัดเต็นท์ลงนามแสดงความไว้อาลัยที่บริเวณด้านหน้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ จนกว่าจะเสร็จสิ้นพิธีงานศพ ในกรณีที่ประชาชนไม่สะดวกเดินทางไปที่วัดเบญจมบพิตรฯ เพราะเมื่อวานนี้ มีประชาชน ไปต่อคิว รดน้ำ ที่หน้ารูปภาพ ที่โยงสายสิญจน์จากศพ พล.อ.เปรม บนพระที่นั่งทรงธรรม &amp;nbsp;มาที่ศาลาบัณณรศภาค นั้นมีเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ดังนั้นหากประชาชน ที่ต้องการระลึกถึง พล.อ.เปรม สามารถมาลงนามได้ ที่หน้าบ้านสี่เสาฯ สำหรับภาพที่นำมาติดไว้ที่เต๊นท์นั้นเป็นภาพพล.อ.เปรมเล่นเปียโน ในคอนเสิร์ต รักเพลง รักแผ่นดิน ณ หอแสดงดนตรี มหิดล สิทธาคาร มหาวิทยาลัยมหิดล 9 พ.ย.2557.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/37017</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านสี่เสาเทเวศร์, ป๋าเปรม, ลามนามไว้อาลัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190528/image_big_5cecdf4de45d7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36979</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2019 10:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2019 09:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> รำลึกรัฐบุรุษ&#039;เปรม ติณสูลานนท์&#039; ผ่านงานกองทุนส่งเสริมการศึกษาสร้างสรรค์ศิลปะฯ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นประธานพิธีมอบทุนและประมูลจัดหาทุนฯ ปี 2557&amp;nbsp; โดยมีปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ เคียงข้าง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ถือเป็นความสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศไทยต่อการจากไปของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี รัฐบุรุษและประธานองคมนตรี&amp;nbsp;ในพระมหากษัตริย์ถึง 2&amp;nbsp;พระองค์ ซึ่งท่านถึงแก่อสัญกรรมอย่างสงบด้วยวัย 99 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ หรือที่คนนิยมเรียกท่านว่า &amp;ldquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;เป็นปูชนียบุคคลที่สร้างคุณงามความดีให้กับบ้านเมืองมากมาย ท่านเสียสละทำงานเพื่อแผ่นดิน เป็นเจ้าของประโยคลึกซึ้งว่า&amp;ldquo;เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;หนึ่งในบทบาทสำคัญในการเสริมความแข็งแกร่งให้วงการศิลปะ คือการสร้างคน ลดช่องว่างระหว่างคนรวยและคนจนผ่านการสนับสนุนการศึกษาศิลปะของนักศึกษาเรียนดีแต่ยากจน ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่รับทราบภารกิจนี้ของ&amp;rdquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;#39;ป๋าเปรม&amp;#39; ถ่ายภาพกับนิสิต-นักศึกษาศิลปะเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ที่ได้รับทุนการศึกษา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปัญญา วิจินธนสาร ศิลปินแห่งชาติ และประธานคณะทำงานกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ&amp;ldquo;มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณสูลานนท์&amp;rdquo;&amp;nbsp;กล่าวว่า การจากไปของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ องคมนตรีและรัฐบุรุษที่มีคุณอย่างอเนกอนันต์ต่อกองทุนฯ กรรมการและนิสิตนักศึกษาทุนทุกคนมีความอาลัยอย่างยิ่ง ท่านเป็นรัฐบุรุษผู้เกิดมาเพื่อแผ่นดินไทยและมีคุณูปาการต่อศิลปวัฒนธรรม ท่านเป็นผู้มีพระคุณโดยเป็นผู้ริเริ่มก่อตั้งกองทุนฯ สนับสนุนการศึกษาศิลปะของนิสิต-นักศึกษามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ปี 2544&amp;nbsp;จนถึงปี 2561&amp;nbsp;มีนิสิต-นักศึกษาได้รับทุนรวมทั้งสิ้น 1,413&amp;nbsp;คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;การมอบทุนครั้งล่าสุดจัดขึ้นปีที่แล้วคณะกรรมการฯ กำหนดให้มีการมอบทุน 99&amp;nbsp;ทุนแต่ขยายเป็น126&amp;nbsp;ทุน เพราะสถาบันการศึกษาสนใจมาก ถือเป็นสัญลักษณ์ฉลองในงานเชิดชูเกียรติและร่วมอวยพรให้พลเอกเปรมมีสุขภาพแข็งแรงในโอกาสที่ท่านจะมีอายุก้าวสู่ 99&amp;nbsp;ปีวันที่ 26&amp;nbsp;สิงหาคม2562&amp;nbsp;&amp;nbsp;และวางแผนไว้ว่าถ้าท่านมีสุขภาพดีขึ้นปีนี้จะจัดงานเชิดชูเกียรติ100&amp;nbsp;ปีที่สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ จ.สงขลา แต่ท่านจากไปเสียก่อน &amp;ldquo;&amp;nbsp;อ.ปัญญา กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ให้โอวาทแก่นิสิต-นักศึกษา เน้นเรียนจบรับใช้สังคม ตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;เมื่อย้อนหลังไปพลเอกเปรมปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริมศิลปะมาตลอด อ.ปัญญา เล่าว่า เมื่อปี 2528&amp;nbsp;&amp;nbsp;พลเอกเปรมในฐานะนายกรัฐมนตรีได้รับเชิญไปเยือนสหราชอาณาจักร หนึ่งในภารกิจสถานทูตจัดกิจกรรมให้คนไทยในอังกฤษได้พบนายกฯ&amp;nbsp;&amp;nbsp;ตนและอ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ซึ่งช่วงนั้นเป็นจิตรกรอาสาเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพุทธปทีป วัดไทยในกรุงลอนดอน ได้มีโอกาสพบ สนทนาและนำภาพให้ดู ท่านสนใจเช้าวันรุ่งขึ้น ท่านยกเลิกภารกิจส่วนตัวเพื่อไปชมจิตรกรรมฝาผนัง จากนั้นรัฐบาลจัดสรรงบประมาณดูแลการสร้างจิตรกรรมในช่วงสุดท้าย ทำให้งานสำเร็จร่วมฉลอง 60&amp;nbsp;พรรษาในหลวงรัชกาลที่ 9&amp;nbsp;คุณความดีของท่านจะไม่เลือนหาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;ในช่วง พล.อ.เปรม พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เป็นองคมนตรีและประธานองคมนตรีตามลำดับ ท่านไม่ทิ้งวงการศิลปะ อ.ปัญญา กล่าวว่า ทางมหาวิทยาลัยศิลปากรเชิญพลเอกเปรมเป็นประธานเปิดงานศิลปนิพนธ์ โดยนักศึกษาปริญญาชั้นปีสุดท้ายคณะจิตรกรรมฯ ทุกปี ท่านให้ความเมตตาไม่เคยปฏิเสธ ถามไถ่นักศึกษาทำงานเป็นยังไง ส่วนใหญ่พบนักศึกษาไม่มีเงิน ขณะที่การสร้างศิลปนิพนธ์ต้องลงทุนสูง&amp;nbsp;&amp;nbsp;เป็นที่มาของกองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ&amp;ldquo;มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณสูลานนท์&amp;rdquo;&amp;nbsp;ตามดำริพล.อ.เปรมกองทุนฯ ยืนหยัดสนับสนุนนักศึกษาเก่งและดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์มาจนทุกวันนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;วันหนึ่งมีนักศึกษาคณะจิตรกรรมฯ ชื่อสมพร แต้มประสิทธิ์ ไปหย่อนหนังสือขอทุนเรียนศิลปะที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ บ้านพักพลเอกเปรม ท่านจึงมีดำริให้จัดงานประมูลภาพจิตรกรรมเพื่อหาทุนการศึกษา&amp;nbsp;สมพรเป็นหนึ่งในนักศึกษาทุน ปัจจุบันเป็นศิลปินมีผลงานเป็นที่ยอมรับระดับนานาชาติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปัญญากล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รำลึกคุณูปการด้านศิลปวัฒนธรรมของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์&amp;nbsp; รัฐบุรุษเพื่อแผ่นดินไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;จากให้ทุนนิสิต-นักศึกษาในสถาบันการศึกษาศิลปะโดยตรง&amp;nbsp;คณะกรรมการฯ พิจารณาขยายการคัดเลือกผลงานของนิสิต-นักศึกษาภาคอีสาน ภาคใต้ และสถาบันราชภัฏต่างๆ เข้ารับทุน อีกทั้งเพิ่มจากระดับปริญญาตรีเป็นระดับปริญญาโทและปริญญาเอกด้วยกระจายให้ทั่วถึงตามดำริ&amp;ldquo;ป๋าเปรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ประธานคณะทำงานฯ กล่าวว่า พลเอกเปรมพอใจในการดำเนินงานของกองทุนฯ ที่ขยายถึงปริญญาเอก นักศึกษาทุนทุกรุ่นท่านให้โอวาทให้นำความรู้และความสำเร็จของตนเองมาช่วยพัฒนาชาติบ้านเมือง เน้นย้ำเรียนจบออกมาให้รับใช้สังคมตามแนวทาง&amp;ldquo;เกิดมาต้องตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน&amp;rdquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ท่านเห็นความงอกงามของนักศึกษา ทุกปีจะจัดพิธีมอบทุนและประมูลผลงานศิลปะหาทุนให้นักศึกษาเรียนศิลปะ ท่านให้เกียรติเป็นประธานทุกครั้ง ยอมเหนื่อยแม้จะป่วย ซึ่งปี 2561&amp;nbsp;งดจัดงานประมูล เพราะสุขภาพท่านไม่เอื้ออำนวย ถ้าเราจัด ท่านก็มา เพราะท่านสั่งไม่ให้หยุด อย่างไรก็ตาม มีพิธีมอบทุนโดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรีและประธานมูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณสูลานนท์ เป็นประธาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทุนฯ สนับสนุนการศึกษาศิลปะตั้งแต่ปี 44-61 มีนิสิต-นักศึกษาได้รับทุนแล้ว 1,413 คน สานต่อเจตนารมณ์&amp;#39;ป๋า&amp;#39;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;ldquo;&amp;nbsp;ปี 60&amp;nbsp;ที่พลเอกเปรม มาเป็นประธานประมูลผลงานศิลปะได้เงิน&amp;nbsp; 60 ล้านบาท เป็นผลงานของศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นเยี่ยม รายได้เข้ามาสมทบกองทุนฯ ระยะหลังมีผลงานของนักศึกษาทุนที่มีชื่อเสียงร่วมประมูลด้วย ช่วยลดการขอบริจาคผลงานจากศิลปินอาวุโส เป็นช่องทางการเพิ่มรายได้ อีกทั้งแสดงให้สังคมเห็นว่า ศิลปะพัฒนาประเทศได้จริง ไม่ได้เกี่ยวข้องกับคนรักงานศิลป์เท่านั้น&amp;ldquo;&amp;nbsp;อ.ปัญญา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นิสิต-นักศึกษาที่ได้รับทุน 1,413&amp;nbsp;คนจากกองทุนฯ วันนี้สานเจตนารมณ์ของพลเอกเปรม&amp;nbsp;ที่ต้องการให้ทุกคนตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน&amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปัญญา บอกว่า นักศึกษาได้ทุนเรียนจบ นอกจากเป็นอาจารย์ศิลปะ&amp;nbsp;ทำงานบริษัทเอกชน รวมถึงเป็นศิลปินอิสระ ยังกลับมาช่วยงานกองทุนฯ ร่วมค่ายศิลปะสัญจร Art Camp&amp;nbsp;&amp;nbsp;ไปสถานที่ต่างๆ เป็นพี่เลี้ยงให้รุ่นน้องที่ได้รับทุนร่วมกับศิลปินแห่งชาติเพื่อสร้างงานศิลปะ ปีที่แล้วจัดค่ายที่สงขลาบ้านเกิดพลเอกเปรมได้ผลงานจำนวนมากและนำมาแสดงนิทรรศการที่พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ หอศิลปเจ้าฟ้า ซึ่งกองทุนฯ มีแนวคิดจะส่งเสริมสงขลาเป็นเมืองศิลปะที่ผ่านมาจัดกิจกรรมอบรมและปลูกฝังศิลปะระดับโรงเรียนและชุมชนด้วย เนื่องจากพลเอกเปรมสนใจการส่งเสริมศิลปะในจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ย้อนหลังไปปี 2555 &amp;#39;ป๋าเปรม&amp;#39; เป็นประธานพิธีมอบทุนและประมูลจัดหาทุนฯ หารายได้สมทบกองทุนฯ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;สำหรับทิศทางการดำเนินงานของกองทุนฯ ต่อไป อ.ปัญญา กล่าวว่ากองทุนฯ อยู่ภายใต้มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณ สูลานนท์&amp;nbsp;ซึ่งภายในมูลนิธิมีหลายกองทุน การใช้เงินจะต้องทำโครงการให้มูลนิธิพิจารณา ส่วนจะมอบทุนส่งเสริมการศึกษาศิลปะต่อไปหรือไม่ คงมีการประชุมโดยพลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นประธาน เพื่อความชัดเจน เช่นเดียวกับกิจกรรมการประมูลจะคงไว้หรือปรับเปลี่ยนรูปแบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;อ.ปัญญา ศิลปินแห่งชาติ ที่ช่วยงานกองทุนฯ ใกล้ชิดกับพลเอกเปรมมาตลอด กล่าวว่า ประทับใจในความเมตตาของท่านในงานกองทุนฯ ครั้งหนึ่งตนเรียกพลเอกเปรมว่า&amp;ldquo;ท่าน&amp;rdquo;&amp;nbsp;เหมือนทุกครั้ง แต่ท่านบอกให้เรียก&amp;ldquo;ป๋า&amp;rdquo;&amp;nbsp;แทน เพราะเป็นเพื่อนกันมา20&amp;nbsp;ปี ท่านเอ็นดูทุกคน รวมถึงนิสิตนักศึกษาไม่เคยลืมใคร ความห่วงใยใส่ใจที่ท่านมอบให้ทุกคนมีคุณค่ามากกว่าทุนการศึกษาที่ได้รับ&amp;nbsp;&amp;nbsp;พวกเราตั้งปณิธานแม้ท่านไม่อยู่แล้วจะช่วยกันทำคุณประโยชน์ให้สังคมและสานต่อเจตนารมณ์&amp;rdquo;ป๋า&amp;rdquo;&amp;nbsp;ให้ดีที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36979</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนส่งเสริมการศึกษาการสร้างสรรค์ศิลปะ“มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณสูลานนท์”, จ.สงขลา, บ้านสี่เสาเทเวศร์, ปัญญา วิจินธนสาร, ป๋าเปรม, พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์, พล.อ.เปรมติณสูลานนท์, มูลนิธิรัฐบุรุษพลเอกเปรมติณ สูลานนท์, ศิลปินแห่งชาติ, สวนประวัติศาสตร์พลเอกเปรมติณ สูลานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190527/image_big_5cec0c59b6ae1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
