<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>94881</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/03/2021 14:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/03/2021 13:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วิถีชีวิตชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยริน จ.แม่ฮ่องสอน  “เงินไม่ใช่พระเจ้า     ข้าวต่างหากที่คือพระเจ้า”  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;นาข้าวบ้านห้วยรินหลังการเก็บเกี่ยวและชาวบ้านช่วยนำอาหารไปทำบุญ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in; text-align:justify&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;บ้านห้วยริน&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตำบลแม่ลาน้อย&amp;nbsp; อำเภอแม่ลาน้อย&amp;nbsp; จังหวัดแม่ฮ่องสอน&amp;nbsp; อยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่ลาน้อยประมาณ 4 กิโลเมตร&amp;nbsp; เป็นหมู่บ้านชาวกะเหรี่ยง&amp;nbsp; &amp;lsquo;ปกาเกอะยอ&amp;rsquo;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จำนวน 115 ครอบครัว&amp;nbsp; ประชากรประมาณ 440 คน&amp;nbsp; ส่วนใหญ่นับถือศาสนาคริสต์&amp;nbsp; ชาวบ้านส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม&amp;nbsp; ปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองเป็นพืชเศรษฐกิจหลัก&amp;nbsp; แต่ก็ปลูกข้าวทุกครัวเรือนเพื่อเอาไว้กินตลอดทั้งปี&amp;nbsp; เมื่อเหลือจึงขาย&amp;nbsp; และแบ่งปันให้คนที่มีข้าวไม่พอกิน&amp;nbsp; เป็นหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ยังสืบทอดประเพณีดั้งเดิมของชาวปกาเกอะยอเอาไว้หลายอย่าง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สราวุฒิ ขจรสันติชัย อดีตพ่อหลวงหรือผู้ใหญ่บ้านบ้านห้วยริน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ชาวบ้านที่นี่นับถือว่า &amp;lsquo;ข้าว&amp;rsquo; มีพระคุณเหมือนกับพ่อแม่ของเขา&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้นเมื่อเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจึงมีการทำบุญขวัญข้าวเพื่อตอบแทนคุณ&amp;nbsp; และยังมีพิธีต่างๆ ที่เกี่ยวกับข้าวตลอดทั้งปี&amp;nbsp; ที่สำคัญก็คือมีพิธี &amp;lsquo;กองบุญข้าว&amp;rsquo;&amp;nbsp; หลังฤดูเก็บเกี่ยว&amp;nbsp; เพื่อให้ชาวบ้านนำข้าวเปลือกมาทำบุญแล้วนำไปเก็บในยุ้งข้าว&amp;nbsp; เหมือนกับเป็นธนาคารข้าวเปลือกสำรองเอาไว้ในหมู่บ้านเพื่อให้คนที่ขาดแคลนยืมข้าวเอาไปกิน&amp;nbsp; และเมื่อทำนาได้ผลแล้วจึงนำข้าวเปลือกมาคืนพร้อมกับดอกเบี้ยเล็กน้อยเพื่อให้ธนาคารข้าวเติบโตและยั่งยืน&amp;nbsp; สามารถช่วยเหลือคนอื่นได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;มีนิทานของชาวปกาเกอะยอเรื่องหนึ่งเล่าต่อกันมาว่า &amp;nbsp;ในสมัยก่อน&amp;nbsp; มีพ่อค้าที่ร่ำรวยคนหนึ่งขี่ช้างหลงเข้าไปในหมู่บ้านชาวปกาเกอะยอแห่งหนึ่ง &amp;nbsp;แล้วประกาศกับชาวบ้านว่าตนเองเป็นพ่อค้าที่ร่ำรวย &amp;nbsp;มีช้างมากมาย &amp;nbsp;มีเงินที่จะซื้อข้าวปลาอาหารจากชาวบ้านได้ทั้งหมู่บ้าน &amp;nbsp;เมื่อพ่อค้าหิวข้าวจึงเอาถุงเงินออกมาเพื่อจะขอซื้อข้าวจากชาวบ้าน&amp;nbsp; แต่ชาวบ้านก็ไม่ได้ให้ความสนใจ &amp;nbsp;เพราะชาวบ้านไม่เคยใช้เงิน &amp;nbsp;ไม่รู้จักเงิน &amp;nbsp;สุดท้ายพ่อค้าต้องใช้ช้างที่ตนเองขี่มาแลกข้าวกับชาวบ้านได้เพียง 1 ห่อกินแก้หิว&amp;rdquo; &amp;nbsp;อดีตพ่อหลวงบ้านห้วยรินยกนิทานแฝงปรัชญาขึ้นมาเล่า &amp;nbsp;ก่อนย้ำว่า &amp;ldquo;เงินไม่ใช่พระเจ้า &amp;nbsp;ข้าวต่างหากที่เป็นพระเจ้า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ชาวบ้านห้วยรินช่วยกันถอนกล้าข้าวก่อนนำไปปลูก (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;บือฉ่อบุ&amp;rdquo; กองบุญข้าว&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในอดีตชาวปกาเกอะยอและกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ในภาคเหนือจะมีความเชื่อและพิธีกรรมต่างๆ เป็นของตนเอง&amp;nbsp; แต่เมื่อราว 100 ปีก่อน&amp;nbsp; คริสต์ศาสนาได้เดินทางมาถึงพร้อมกับผู้เผยแผ่ที่ดั้นด้นบุกป่าฝ่าดงดอยเข้าไปถึงหมู่บ้าน&amp;nbsp; กลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ จึงเริ่มหันมานับถือศาสนาคริสต์ (ส่วนใหญ่เป็นนิกายโรมันคาทอลิก)&amp;nbsp; เช่นเดียวกับชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยริน&amp;nbsp; แต่ก็ยังสืบทอดประเพณีและความเชื่อของบรรพบุรุษเอาไว้หลายอย่างจนถึงปัจจุบัน&amp;nbsp; รวมทั้งยังหลอมรวมความเชื่อดั้งเดิมเข้ากับงานพัฒนาหมู่บ้านได้อย่างกลมกลืน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เช่น&amp;nbsp; ประเพณี &amp;lsquo;บือฉ่อบุ&amp;rsquo; หรือกองบุญข้าว&amp;nbsp; โดยจะทำหลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในราวเดือน 12 &amp;nbsp;(ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม) เพื่อนำข้าวเปลือกที่เก็บเกี่ยวมาทำบุญ&amp;nbsp; แบ่งปันให้คนยากไร้&amp;nbsp; หรือครอบครัวที่มีข้าวไม่พอกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ภัยจากธรรมชาติทำให้ไร่นาเสียหาย&amp;nbsp; หลายครอบครัวปลูกข้าวไม่พอกิน (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;โดยชาวปกาเกอะยอมีความเชื่อที่สืบต่อกันมาว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้าวมีอยู่ 9 เมล็ด &amp;nbsp;เมล็ดที่ 1 เอาไว้สำหรับตัวเองเพื่อบริโภค เมล็ดที่ 2 สำหรับครอบครัว &amp;nbsp;เมล็ดที่ 3 สำหรับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง &amp;nbsp;เมล็ดที่ 4 เพื่อคนยากจนที่มาขอในยามยาก &amp;nbsp;เมล็ดที่ 5 เอาไว้บวชลูก เมล็ดที่ 6 เอาไว้ค้ำจุนสังคมยุคพระศรีอาริย์ เป็นการเอื้อเฟื้อเกื้อกูลซึ่งกันและกันเพื่อช่วยกันสร้างสังคมใหม่ เมล็ดที่ 7 มีไว้เพื่อแลกกับแก้วแหวนเงินทอง &amp;nbsp;เมล็ดที่ 8 เอาไว้เพื่อสร้างชุมชนเพื่อทำให้เกิดอารยธรรม &amp;nbsp;และเมล็ดที่ 9 เอาไว้เพื่อตัวข้าเมื่อข้าตายไปแล้ว&amp;rdquo; (ข้อมูลจากhttp://www.jpthai.org)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นั่นคือความเชื่อที่นำมาสู่การแบ่งปัน&amp;nbsp; เกื้อกูลกันของชาวปกาเกอะยอ&amp;nbsp; ขณะเดียวกัน &amp;lsquo;ศูนย์สังคมพัฒนา สังฆมณฑลเชียงใหม่&amp;rsquo; &amp;nbsp;(องค์กรพัฒนาเอกชนที่เป็นองค์กรศาสนาภายใต้สภาคาทอลิกแห่งประเทศไทยเพื่อการพัฒนา) ได้นำแนวคิดการจัดตั้งธนาคารข้าวมาต่อยอดพิธีกองบุญข้าวของชาวปกาเกอะยอในหมู่บ้านแห่งหนึ่งที่ จ.เชียงใหม่&amp;nbsp; ในช่วงปี 2530&amp;nbsp; หลังจากนั้นพิธีกองบุญข้าวจึงแพร่หลายไปทั่วภาคเหนือในหมู่บ้านที่นับถือศาสนาคริสต์&amp;nbsp; รวมทั้งที่บ้านห้วยริน&amp;nbsp; อ.แม่ลาน้อย&amp;nbsp; จ.แม่ฮ่องสอนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สากล&amp;nbsp; บรรพขจรเวช&amp;nbsp; อายุ 36&amp;nbsp; ปี&amp;nbsp; พ่อหลวงบ้านห้วยริน (คนปัจจุบัน) บอกว่า&amp;nbsp; พื้นที่ส่วนใหญ่ของหมู่บ้านห้วยรินตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ยวมฝั่งซ้าย&amp;nbsp; ชาวบ้านจึงมีพื้นที่ทำกินไม่มากนัก&amp;nbsp; ครอบครัวหนึ่งประมาณ&amp;nbsp; 3-4 ไร่&amp;nbsp; ส่วนใหญ่ปลูกข้าวโพด(เลี้ยงสัตว์) และถั่วเหลืองเอาไว้ขาย&amp;nbsp; แต่ได้ราคาไม่ดีนัก&amp;nbsp; โดยเฉพาะข้าวโพดราคาประมาณกิโลกรัมละ&amp;nbsp; 4-5 บาท แต่ก็จำเป็นต้องปลูกพืชเศรษฐกิจเพื่อเอาเงินมาใช้จ่ายในครอบครัว&amp;nbsp; และปลูกข้าวเจ้าเอาไว้กิน &amp;nbsp;ที่เหลือก็ขาย &amp;nbsp;เป็นข้าวพันธุ์ กข.21 &amp;nbsp;มีจุดเด่น&amp;nbsp; คือทนต่อโรคและแมลง&amp;nbsp; ให้ผลผลิตสูง (ประมาณ 700 กิโลกรัม/ไร่)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;แม้ว่าชาวบ้านห้วยรินจะมีรายได้จากการปลูกข้าวโพดและถั่วเหลืองไม่มากนัก&amp;nbsp; แต่เราก็ใช้ชีวิตแบบพอเพียง&amp;nbsp; ไม่ฟุ่มเฟือย&amp;nbsp; และยังปลูกข้าวเอาไว้กิน&amp;nbsp; มีพิธีกองบุญข้าวทุกปี&amp;nbsp; เอาข้าวเปลือกมาสำรองไว้ช่วยเหลือคนที่เดือดร้อน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ตอนนี้มีข้าวเปลือกเหลืออยู่ประมาณ 5 ตัน&amp;rdquo;&amp;nbsp; พ่อหลวงบ้านห้วยรินบอก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พิธีบือฉ่อบุหรือกองบุญข้าวที่บ้านห้วยริน&amp;nbsp; เริ่มขึ้นอย่างจริงจังและต่อเนื่องมาตั้งแต่ราวปี 2535&amp;nbsp; โดยจะมีพิธีภายหลังการเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp; หรือในช่วงเดือน 12 (ประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม)&amp;nbsp; หลังเกี่ยวข้าวชาวบ้านจะมีการทำบุญขวัญข้าว&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยนำเอาข้าวปลาอาหารมาเซ่นไหว้ &amp;nbsp;เพื่อตอบแทนพระคุณของข้าวที่ออกช่อชูรวงมาให้กิน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;จากนั้นแต่ละครอบครัวก็จะแบ่งข้าวเปลือกเอามากองร่วมกัน &amp;nbsp;ใครมีน้อยก็ให้น้อย &amp;nbsp;มีมากก็ให้มาก&amp;nbsp; จึงเรียกพิธีนี้ว่า &amp;lsquo;กองบุญข้าว&amp;rsquo; &amp;nbsp;เป็นการทำบุญช่วยเหลือคนที่ยากจนกว่า&amp;nbsp; หรือครอบครัวที่มีข้าวไม่พอกินในหมู่บ้าน &amp;nbsp;หากมีข้าวเหลือก็จะนำไปเก็บไว้ในยุ้งข้าว &amp;nbsp;ใครเดือดร้อนก็มาเอาไปกิน &amp;nbsp;หรือหมู่บ้านอื่นๆ ที่ขาดแคลนก็เอาข้าวไปกินได้ &amp;nbsp;รวมทั้งยังนำข้าวไปช่วยเหลือหมู่บ้านที่ประสบภัยพิบัติ&amp;nbsp; ไม่มีข้าวกิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;สากล&amp;nbsp; บรรพขจรเวช&amp;nbsp; พ่อหลวงบ้านห้วยรินกับธนาคารข้าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;lsquo;บือพอ&amp;rsquo;&amp;nbsp; ธนาคารข้าว&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ไม่เพียงแต่จะมีพิธีทำขวัญข้าวและกองบุญข้าวเท่านั้น &amp;nbsp;ชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยรินยังมีพิธีกรรมต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้าวตลอดทั้งปี &amp;nbsp;&amp;nbsp;รวมแล้วเกือบ 10 พิธี &amp;nbsp;&amp;nbsp;ตั้งแต่พิธีการถางไร่ &amp;nbsp;การหว่านข้าว &amp;nbsp;การเลี้ยงผีไร่ &amp;nbsp;พิธีไล่ความชั่วร้ายในไร่ &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;เพื่อปกป้องไร่นา &amp;nbsp;และขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาลให้ได้ข้าวอุดมสมบูรณ์ &amp;nbsp;ถือเป็นการแสดงความอ่อนน้อม &amp;nbsp;คารวะต่อบุญคุณของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พ่อหลวงสากล&amp;nbsp; บอกว่า ชาวบ้านห้วยรินใช้วิธีการทำนาแบบดำนา &amp;nbsp;เนื่องจากพื้นที่ทำนาเป็นที่ราบเชิงหุบเขา&amp;nbsp; ไม่ใช่การเพาะปลูกแบบข้าวไร่บนดอย&amp;nbsp; อาศัยน้ำจากห้วยรินและน้ำฝนในการทำนา&amp;nbsp; โดยการเพาะต้นกล้าก่อน&amp;nbsp; เมื่อเพาะต้นกล้าจนโตแล้วจึงถอนต้นกล้าเอามาปักดำในนา&amp;nbsp; ซึ่งในช่วงการดำนานี้เอง&amp;nbsp; ชาวบ้านห้วยรินจะใช้วิธี &amp;lsquo;เอามือ&amp;rsquo; หรือลงแรงช่วยกันดำนา&amp;nbsp; โดยจะบอกกล่าวไหว้วานให้เพื่อนบ้านหรือญาติพี่น้องมาช่วยกันถอนต้นกล้าเพื่อนำไปดำ&amp;nbsp; แปลงละ 10-20 คน&amp;nbsp; ใช้เวลา 1-2 วันก็แล้วสร็จ &amp;nbsp;เพราะส่วนใหญ่มีที่นาไม่มาก &amp;nbsp;&amp;nbsp;แล้วหมุนเวียนไปช่วยเอามือในแปลงอื่นๆ&amp;nbsp; ทำให้ประหยัดเวลา&amp;nbsp; ประหยัดค่าแรง&amp;nbsp; รวมทั้งยังทำให้เกิดความรัก&amp;nbsp; ความสามัคคีในหมู่บ้านด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;การ &amp;lsquo;เอามือ&amp;rsquo; ช่วยกันถอนกล้าข้าวเพื่อเอามาปลูก (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ข้าวพันธ์ กข. 21&amp;nbsp; จะใช้ระยะเวลาตั้งแต่เพาะต้นกล้าประมาณ 30 วัน&amp;nbsp; และเติบโตพร้อมเกี่ยวข้าวอีก 120-130 วัน&amp;nbsp; หากเริ่มปลูกในช่วงต้นฤดูฝน&amp;nbsp; ประมาณเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน&amp;nbsp; ช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนก็เก็บเกี่ยวข้าวได้&amp;nbsp; หลังจากนั้นจึงมีพิธีกองบุญข้าว&amp;nbsp; แล้วเอาข้าวเปลือกไปใส่ไว้ในยุ้งข้าวหรือ &amp;lsquo;บือพอ&amp;rsquo;&amp;nbsp; หรือธนาคารข้าวในหมู่บ้าน&amp;nbsp; ครอบครัวไหนที่มีที่นาน้อย&amp;nbsp; หรือปลูกข้าวไม่พอกินก็จะเอาข้าวเปลือกไปกินก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;เมื่อเกี่ยวข้าวแล้ว&amp;nbsp; ชาวบ้านจะเอาข้าวเปลือกขึ้นยุ้งเพื่อเก็บไว้กินให้พอตลอดทั้งปี&amp;nbsp; คนที่มีข้าวเหลือกินแล้วก็จะนำข้าวเปลือกมาร่วมพิธีกองบุญ&amp;nbsp; ครอบครัวละ 1 หลัง&amp;nbsp; หรือ 112 &amp;nbsp;กิโลฯ&amp;nbsp; หากครอบครัวไหนมีข้าวไม่พอกินก็จะมาเอาที่ธนาคารข้าว&amp;nbsp; ถ้าเอาข้าวไป 1 หลัง (112 กิโลฯ)&amp;nbsp; เวลาเอาข้าวมาคืนก็จะคืน 1 หลังกับ 1 ควาย (14 กิโลฯ) &amp;nbsp;หรือเสียดอกเบี้ย 14 กิโลฯ&amp;nbsp; เพื่อให้ธนาคารมีข้าวสำรองเอาไว้ตลอดทั้งปี&amp;rdquo;&amp;nbsp; พ่อหลวงสากลอธิบาย&amp;nbsp; และบอกถึงวิธีการนับปริมาณข้าวของชาวบ้านห้วยริน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ช่วยกันเอาข้าวเปลือกขึ้นยุ้งข้าว หรือ &amp;lsquo;บือพอ&amp;rsquo; (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปัจจุบัน (มีนาคม 2564)&amp;nbsp; ธนาคารข้าวบ้านห้วยรินมีข้าวเปลือกสำรองประมาณ 5 ตัน&amp;nbsp; หรือประมาณ 5,000 กิโลกรัม&amp;nbsp; โดยมีชาวบ้านที่ปลูกข้าวพอกินประมาณ 50 ครอบครัว (จากทั้งหมด 115 ครอบครัว) ที่นำข้าวมาร่วมพิธีกองบุญข้าว&amp;nbsp; ครอบครัวละ 1 หลังหรือ 112 กิโลฯ&amp;nbsp; ข้าวที่เหลือสำรองในธนาคารข้าวส่วนหนึ่งจะขายให้พ่อค้าเพื่อนำเงินมาพัฒนาหมู่บ้าน&amp;nbsp; รวมทั้งถวายวัดและโบสถ์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;
สราวุฒิ ขจรสันติชัย อดีตพ่อหลวงบ้านห้วยรินกล่าวเสริมว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;เมื่อก่อนชาวบ้านที่นี่อดอยาก &amp;nbsp;ต้องเอาของไปแลกข้าวจากที่อื่นมากิน &amp;nbsp;แต่ตอนนี้คนจากหมู่บ้านอื่นต้องมาแลกข้าวที่นี่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;และยังช่วยเหลือคนที่เดือดร้อนได้ &amp;nbsp;เมื่อครั้งที่อำเภอปายดินถล่ม &amp;nbsp;(ประมาณปี 2548)&amp;nbsp; พวกเราก็เอาข้าวจากที่นี่ไปช่วยเหลือพี่น้องทางโน้นด้วย&amp;rdquo; อดีตพ่อหลวงบอกด้วยความภูมิใจ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ร้านค้าชุมชนบ้านห้วยริน นำผลกำไรคืนสู่ชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;นอกจากพิธีกองบุญข้าวและธนาคารข้าวซึ่งถือว่าเป็นการช่วยเหลือเกื้อกูลกันของชาวปกาเกอะยอบ้านห้วยรินแล้ว&amp;nbsp; ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีการจัดตั้งร้านค้าชุมชนขึ้นมาตั้งแต่ปี 2546&amp;nbsp; หลังจากที่ผู้นำในหมู่บ้านได้ไปศึกษาดูงานร้านค้าชุมชนมาจากจังหวัดลำพูน&amp;nbsp; เปิดขาย 2 ช่วงทุกวัน&amp;nbsp; คือ ช่วงเช้าตั้งแต่ตี 5&amp;nbsp; จนถึง 8 โมงเช้า และช่วงเย็น&amp;nbsp; เวลา 4 โมงเย็นถึง 2 ทุ่ม&amp;nbsp; มีคนขายและทำบัญชี 1 คน&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ขายสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; สบู่&amp;nbsp; ยาสีฟัน&amp;nbsp; ผงซักฟอก&amp;nbsp; น้ำมันพืช&amp;nbsp; ขนม&amp;nbsp; ของขบเคี้ยว&amp;nbsp; บะหมี่สำเร็จรูป&amp;nbsp; นม&amp;nbsp; และเครื่องดื่มต่างๆ&amp;nbsp; รวมทั้งยังมีปั้มน้ำมันหยอดเงินบริการด้วย&amp;nbsp; ถือเป็นร้านสะดวกซื้อของชาวบ้าน&amp;nbsp; ไม่มีแอร์&amp;nbsp; แต่มีเงินปันผล&amp;nbsp; และยังนำผลกำไรส่วนหนึ่งมาพัฒนาหมู่บ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ร้านค้าชุมชนบ้านห้วยริน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;พันธ์&amp;nbsp; วิริยศิลา&amp;nbsp; ประธานกรรมการร้านค้าชุมชน&amp;nbsp; บอกว่า&amp;nbsp; ช่วงแรกร้านค้าชุมชนกำหนดกฎระเบียบออกมาให้สมาชิกถือหุ้นๆ ละ 5 บาท เพื่อเป็นเงินลงทุนและซื้อสินค้าเข้ามาจำหน่าย &amp;nbsp;สิ้นปีก็จะมีเงินปันผลและมีสวัสดิการช่วยเหลือสมาชิก&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่ด้วยการขาดประสบการณ์ ในช่วงแรกจึงไม่ได้จำกัดการถือหุ้น &amp;nbsp;คนที่มีเงินมากก็ซื้อหุ้นคนละ 1,000-2,000 บาท &amp;nbsp;หวังว่าจะได้เงินปันผลมากๆ &amp;nbsp;ต่อมาจึงปรับให้ถือหุ้นได้ไม่เกินคนละ 100 บาทเพื่อความเท่าเทียมกัน &amp;nbsp;เริ่มแรกมีเงินลงทุนประมาณ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ตอนที่เปิดร้านค้าชุมชนใหม่ๆ&amp;nbsp; &amp;nbsp;คนที่เปิดร้านขายของชำในหมู่บ้านอยู่แล้วก็ไม่พอใจ เพราะคิดว่าเราจะมาแย่งลูกค้า ทำให้เขาขาดรายได้ &amp;nbsp;แต่พอนานไป &amp;nbsp;เขาก็เข้าใจ &amp;nbsp;เพราะรู้ว่าร้านค้าชุมชนเป็นของส่วนรวม &amp;nbsp;เป็นของหมู่บ้าน &amp;nbsp;ผลกำไรก็นำมาแบ่งปันกัน &amp;nbsp;ตอนหลังร้านชำเหล่านี้ก็มาสมัครเป็นสมาชิกของเราด้วย&amp;rdquo; ประธานฯ ร้านค้าชุมชนบอกเล่าการดำเนินการในช่วงแรก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;กรรมการร้านค้าชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปัจจุบันร้านค้าชุมชนบ้านห้วยรินมีสมาชิกทั้งหมด 75 ราย &amp;nbsp;ปี 2563 ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มียอดขายรวมประมาณ 170,000 บาท&amp;nbsp; มีผลกำไรประมาณ&amp;nbsp; 30,000 บาท&amp;nbsp; ปันผลให้สมาชิกหุ้นละ 5 บาท&amp;nbsp; และแบ่งกำไรให้สมาชิกตามยอดซื้อตลอดทั้งปี&amp;nbsp; เฉลี่ยคนละ 5 % ของยอดซื้อ&amp;nbsp; (บางคนได้เงินปันผลกำไร 2,400 บาท)&amp;nbsp; มีเงินทุนหมุนเวียนประมาณ 60,000 บาท &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นอกจากนี้ร้านค้าชุมชนจะจัดสรรผลกำไรดังนี้ &amp;nbsp;20 %&amp;nbsp; เป็นทุนหมุนเวียนให้ร้านค้า&amp;nbsp; 40 % &amp;nbsp;นำมาเป็นเงินพัฒนาหมู่บ้าน &amp;nbsp;เช่น ซ่อมถนน&amp;nbsp; ซ่อมท่อประปา&amp;nbsp; ทำฝายชะลอน้ำ &amp;nbsp;และ 40 %&amp;nbsp; นำมาจัดสวัสดิการให้สมาชิก&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; คลอดบุตรช่วยเหลือ 500 บาท&amp;nbsp; เจ็บป่วยเข้าโรงพยาบาลช่วยเหลือ300-500 บาท (ตามระยะทาง)&amp;nbsp; เสียชีวิตช่วยเหลือ 1,000 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom: 0in; text-align: center;&quot;&gt;ผลกำไรจากร้านค้านำไปพัฒนาชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ทำฝายชะลอน้ำ (ภาพจากเพจ ห้วยริน M 14)&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รวมทั้งยังช่วยเหลือคนที่พิการ &amp;nbsp;คนด้อยโอกาส &amp;nbsp;และบริจาคข้าวเข้ากองบุญข้าวด้วย &amp;nbsp;ส่วนจะช่วยมากน้อยเพียงใดก็จะดูจากผลกำไรในแต่ละปี &amp;nbsp;โดยคณะกรรมการร้านค้าฯ จะเป็นผู้พิจารณา&amp;nbsp; ปัจจุบันมีเงินกองทุนสวัสดิการร้านค้าประมาณ 10,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ถือเป็นหมู่บ้านที่มีความเกื้อกูล แบ่งปัน &amp;nbsp;ช่วยเหลือดูแลกันและกัน&amp;nbsp; เหมือนกับความเชื่อเรื่องข้าวของชาวปกาเกอะยอที่ว่า&amp;nbsp; &amp;ldquo;ข้าวมีอยู่ 9 เมล็ด &amp;nbsp;เมล็ดที่ 1 เอาไว้สำหรับตัวเองเพื่อบริโภค เมล็ดที่ 2 สำหรับครอบครัว &amp;nbsp;เมล็ดที่ 3 สำหรับญาติพี่น้องและเพื่อนฝูง &amp;nbsp;เมล็ดที่ 4 เพื่อคนยากจนที่มาขอในยามยาก...&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;(โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมชุมชนจัดการความรู้และสื่อสาร&amp;nbsp; สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน))&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94881</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านห้วยริน, วปกาเกอะยอ, วิถีชีวิต, แม่ฮ่องสอน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210303/image_big_603f39ebcb50a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
