<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116072</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 18:55</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 18:54</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้ว่าการ กคช. ยืนยัน“โครงการบ้านสุขประชา” ดำเนินการตามนโยบายรัฐบาลเพื่อช่วยผู้มีรายได้น้อย ยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามกฎหมายพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 8 กันยายน นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ&amp;nbsp;(กคช.) กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวถึงกรณีมีการยื่นหนังสือถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชาว่า การดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชา อยู่ภายใต้กรอบแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี ตามมติ ครม. ซึ่งการเคหะแห่งชาติดำเนินการถูกต้องตามข้อกฎหมาย ระเบียบ หลักเกณฑ์ วิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ แผนโครงการนำร่องระยะเร่งด่วน บ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; จำนวน 2 แห่ง คือโครงการฯ ฉลองกรุงและร่มเกล้ารวม 572 หน่วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติได้ดำเนินการตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลงทุน ตามมติครม.ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนระหว่างปี โดยอยู่ระหว่างดำเนินการเสนอครม. เพื่อให้ความเห็นชอบภายหลังจากนำผลการดำเนินงานโครงการนำร่องเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประกอบการนำเสนอโครงการบ้านเคหะสุขประชาต่อไป เพื่อไม่ให้ซ้ำรอยความบอบช้ำในอดีตที่เกิดขึ้นกับโครงการของการเคหะแห่งชาติอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายทวีพงษ์ กล่าวว่า การดำเนินงานถมดินของโครงการ ตามหนังสือของ สศช. ลงวันที่10 กันยายน 2563 อนุมัติการปรับปรุงงบลงทุนประจำปี 2563 เพิ่มวงเงินดำเนินการ 821.125 ล้านบาท โดยผูกพันไปดำเนินการในปีงบประมาณ 2564 เพื่อให้ กคช. สามารถดำเนินการถมดินเพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการพัฒนาบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยในพื้นที่ทั่วประเทศ ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่จะช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยในช่วงที่เศรษฐกิจของประเทศได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ตามศักยภาพและความสามารถ ซึ่งอยู่ในงบลงทุนเพื่อการดำเนินงานปกติ แผนรายปี เป็นงบประมาณรายการเดียวซึ่ง กคช.ดำเนินการภายใต้งบประมาณที่ได้รับอนุมัติ จำนวน 821.125 ล้านบาท โดยดำเนินการตามผลการศึกษาความเหมาะสมในการจัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; มีเป้าหมายที่จะดำเนินการในพื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งการจัดจ้าง บริษัท จัดการทรัพย์สินและชุมชน จำกัด (CEMCO) ซึ่งเป็นบริษัทที่ กคช. ถือหุ้นรายใหญ่ เป็นไปตาม พรบ. การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 อย่างถูกต้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส ดำเนินการทุกเรื่องตามระเบียบ ข้อบังคับ และกฎหมายที่เกี่ยวข้องตามข้อกำหนดทุกโครงการ โดยคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ดังนั้นยินดีให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน ขอยืนยันทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต มีความโปร่งใสในการทำงาน และพร้อมที่จะตอบชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป&amp;rdquo; นายทวีพงษ์กล่าวย้ำ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116072</URL_LINK>
                <HASHTAG>กคช., กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การพัฒนาบ้านเช่า, การเคหะแห่งชาติ, การเคหะแห่งชาติยึดหลักธรรมาภิบาลและความโปร่งใส, คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ, ตรวจสอบโครงการบ้านเคหะสุขประชา, นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, บ้านเคหะสุขประชา, ป.ป.ช., ยื่นหนังสือ, แผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัย 20 ปี, โครงการบ้านเคหะสุขประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138a4781b29b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/06/2021 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/06/2021 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผู้ว่ากคช.&#039;โต้จิรายุ! ยัน&#039;บ้านเคหะสุขประชา&#039;โปร่งใสทำตามขั้นตอนกม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 มิ.ย. 64 - นายทวีพงษ์&amp;nbsp; วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) กล่าวถึงกรณีที่ นายจิรายุ&amp;nbsp; ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สภาผู้แทนราษฎร ส่งเรื่องให้นายกรัฐมนตรีตั้งกรรมการสอบกรณีโครงการบ้านเคหะสุขประชาว่า การเคหะแห่งชาติพร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงทุกขั้นตอน และได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อคณะกรรมาธิการดังกล่าวแล้ว เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2564 ที่ผ่านมา ในประเด็นเกี่ยวกับการดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชา รวมถึงความชอบด้วยกฎหมายในการดำเนินโครงการดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติขอยืนยันว่าได้ดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชาตามขั้นตอนของกฎหมายทุกประการ โครงการที่ได้ทำไปนั้นเป็นการนำทรัพย์สินที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ในอดีตอันเป็นผลมาจากอดีตที่มีการหาผลประโยชน์และสร้างความเจ็บปวดให้การเคหะแห่งชาติ มาจัดสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยตามภารกิจของการเคหะแห่งชาติที่ต้องการให้ผู้มีรายได้น้อยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเป็น &amp;ldquo;บ้านเช่าพร้อมอาชีพ&amp;rdquo; สร้างเศรษฐกิจคู่ขนานตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งยังเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID &amp;ndash; 19) อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การตรวจสอบการทำงานของหน่วยงานภาครัฐเป็นเรื่องปกติของสภาผู้แทนราษฎร การเคหะแห่งชาติดำเนินโครงการบ้านเคหะสุขประชายึดหลักความโปร่งใสตามหลักธรรมาภิบาล และเตรียมชี้แจงจัดทำเอกสารรายงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายกรัฐมนตรีต่อไป&amp;rdquo; ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106044</URL_LINK>
                <HASHTAG>จิรายุ ห่วงทรัพย์, ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ, นายกฯ, บ้านเคหะสุขประชา, ผู้ว่าฯการเคหะ, สภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210611/image_big_60c322ef906ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/04/2021 11:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/04/2021 11:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คนร.เคาะลุย&#039;บ้านเคหะสุขประชา&#039;แสนยูนิต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 เมษายน 2564 นางปานทิพย์ ศรีพิมล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยผลการประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 16 เม.ย. 2564 ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นด้วยในหลักการที่การเคหะแห่งชาติ (กคช.) จัดทำโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย โครงการบ้านเคหะสุขประชา โดยมีเป้าหมายที่จำนวน 100,000 หน่วย ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและในส่วนภูมิภาค ระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี (ปีละ 20,000 หน่วย) ภายใต้แนวคิดบ้านเคหะสุขประชา = บ้านพร้อมอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยมอบหมายให้ กคช. จัดทำรายละเอียดเพิ่มเติมในการดำเนินโครงการให้สามารถดำเนินการได้รวดเร็ว และให้มีการพิจารณานำการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน (PPP) มาใช้ และให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นำเสนอแนวทางการดำเนินการให้ คนร. พิจารณาอีกครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการดำเนินงานประจำปี 2562 ของบริษัทในเครือของรัฐวิสาหกิจที่ปัจจุบันมีจำนวน123 แห่ง โดยมีบริษัทในเครือที่มีผลกำไรจำนวน 71 แห่ง ขาดทุนจำนวน 25 แห่ง และอยู่ระหว่างยุบเลิก/ถอนการลงทุนจำนวน 27 แห่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;คนร. ได้มีนโยบายให้รัฐวิสาหกิจพิจารณาความจำเป็นและกำกับดูแลบริษัทในเครือให้ดำเนินการได้ตามวัตถุประสงค์ สร้างผลกำไรให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้ และมีผลตอบแทนให้แก่รัฐวิสาหกิจ สำหรับบริษัทในเครือที่ไม่จำเป็นต่อการดำเนินงานตามวัตถุประสงค์ก็ให้รัฐวิสาหกิจพิจารณายุติกิจการโดยเร็วต่อไป&amp;rdquo; นางปานทิพย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ดี ที่ประชุม คนร. ยังรับทราบการดำเนินงานตามความเห็นและข้อเสนอแนะของ คนร. ในการประชุมครั้งที่ 1/2564เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2564 ที่ได้มีความเห็นในเชิงนโยบายต่อการพัฒนารัฐวิสาหกิจในเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรและกระบวนการทำงาน โดยใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและการพัฒนาบุคลากรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของบริบทต่าง ๆ ภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด - 19 รวมทั้ง ให้เน้นการนำ BCG Model มาใช้ในการวางแผนดำเนินการ และให้ความสำคัญการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย เพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดย สคร. ได้นำความเห็นเชิงนโยบายข้างต้นไปปรับปรุงแผนยุทธศาสตร์รัฐวิสาหกิจ สำหรับรัฐวิสาหกิจใช้ในการวางแผนในปี 2565 แล้ว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99737</URL_LINK>
                <HASHTAG>100000 ยูนิต, คนร., บ้านเคหะสุขประชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210417/image_big_607a680732144.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98414</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/04/2021 17:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/04/2021 17:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ลั่นไม่ได้ยึดครองอำนาจไปจนตาย ยันจะทำให้ดีที่สุดเพื่อประชาชน ความขัดแย้งต้องไม่เกิดขึ้นอีก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 เม.ย.64 - ที่โครงการบ้านเคหะสุขประชา (ฉลองกรุง) ถนนร่วมพัฒนา 6 เขตหนองจอก กรุงเทพฯ&amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;quot;โครงการบ้านเคหะสุขประชา&amp;quot; (ฉลองกรุงและร่มเกล้า) พร้อมมอบสิทธิ์บ้านเช่าในโครงการให้กับกลุ่มเปราะบางที่ผ่านการคัดเลือกจากคณะกรรมการของกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยมีนายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.พม. นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน และผู้เกี่ยวข้องร่วมพิธี โดยโครงการดังกล่าวมีจำนวนรวมทั้งสิ้น 573 หน่วย อัตราค่าเช่าเริ่มต้นที่ 1,500 - 3,000 บาทต่อเดือน โดยผู้ที่ได้รับสิทธิ์จะเป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อยผู้สูงอายุผู้พิการ ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ รวมถึงผู้บุกรุกพื้นที่สาธารณะ ทั้งนี้ภายในโครงการจะมีพื้นที่เศรษฐกิจสุขประชา เพื่อส่งเสริมอาชีพอิสระในชุมชนให้กับผู้พักอาศัยไม่มีงาน ให้มีงานและมีรายได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ได้ทำสองที่มีความสุข เมื่อเช้าได้พบปะกับผู้ว่าราชการจังหวัดและองค์การบริหารส่วนจังหวัดที่เลือกตั้งเข้ามาใหม่ โดยได้ย้ำให้ดำเนินนโยบายรัฐบาลรวมไทยสร้างชาติ ซึ่งทุกคนทราบดีเรามีปัญหาต่างๆมากมาย ยืนยันในฐานะนายกฯจะดำเนินการทุกอย่างให้ได้โดยเร็วที่สุด ที่ผ่านมาตนได้กำหนดนโยบายสำคัญคนไทยทุกคนต้องมีบ้านและเป็นบ้านแห่งความสุข ซึ่งตนดีใจที่เห็นความก้าวหน้า เห็นรอยยิ้มประชาชนก็ดีใจ ดังนั้นเรื่องใดไม่มีความสุขอย่าไปสนใจ แต่ขอให้ฟังในสิ่งที่มีความสุข สิ่งที่เป็นประโยชน์ และยืนยันว่าโครงการเหล่านี้จะมีความต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้บ้านเป็นปัจจัยพื้นฐานที่สำคัญที่สุด เพราะทุกอย่างมาจากบ้าน เริ่มจากครอบครัวอบอุ่นมีความรักความสามัคคี รุ่นสู่รุ่น เป็นสังคมคนไทยที่มีความรักความสามัคคี เคารพนับถือกัน ไม่มีใครทำลายตรงนี้ได้ ถ้าทำลายตรงนี้ไป ประเทศไทยหมดสิ้นความเป็นประเทศไทยทันที วันนี้หลายเรื่องวุ่นวายโดยใช่เหตุหรือเกินเหตุไป ในขณะที่บ้านเมืองกำลังมีปัญหาเยอแยะไปหมด ยืนยันรัฐบาลจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังและไม่ทิ้งงานอะไรเลย โดยย้ำว่าวิสัยทัศน์ของตนจะนำประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืน ภายในระยะเวลา 5 ปี นี่คือยุทธศาสตร์ชาติ เป็นหลักเท่านั้น แต่ทั้งหมดทยอยทำ ถ้าบ้านยังไม่พออยู่ก็ทำต่อไปอีก ถ้าไม่มีตรงนี้ก็ไปต่อไม่ได้ ไม่ได้ให้ตนยึดครองอำนาจไปจนตาย จะครองไปทำไม แต่ยืนยันจะทำทุกอย่างให้ดีที่สุดในรัฐบาลที่เป็นประชาธิปไตยที่เลือกตั้งเข้ามาแบบนี้ เราจะทำเพื่อประชาชนให้มากที่สุด ต้องเปลี่ยนแปลงประเทศไทยในระยะเวลาอันสั้น ด้วยการลดความขัดแย้ง มีเสถียรภาพ ทำทุกอย่างแบบคิดนอกกรอบ แต่ต้องอยู่ในกรอบของกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยืนยันจะทำให้คนไทยทุกคนในประเทศมีบ้านตลอดระยะเวลาที่ตนเองอยู่ และจะส่งต่อให้รัฐบาลต่อไปถ้ายังไม่ครบ ไม่ว่ายากดีมีจนอย่างไรต้องมีบ้านที่มีคุณภาพ เพราะทุกอย่างเริ่มจากบ้าน ครอบครัว ชุมนุม สังคมไปเป็นประเทศ เราคือประเทศไทย เกิดที่นี่ เราต้องไม่ให้ใครมาทำลายประเทศของเรา ไม่ว่าใครก็ตามต้องดูแล ซึ่งเรามีมาตรการทางสังคมอยู่แล้ว อีกทั้งเรามีหลักชัยของประเทศ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ดังนั้นทำอย่างไรให้สงบเรียบร้อย ตนไม่บังคับใคร แต่ทุกคนต้องช่วยกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวว่า วันนี้เห็นรอยยิ้มทุกคนก็ดีใจ ขอให้ยิ้มไว้ ทุกอย่างจะตามมาอีก ตนจะเร่งรัดให้ แต่ทุกอย่างมีก้าวแรกเสมอ ถ้าไม่เดินยุทธศาสตร์ก็ไปไม่ได้ ทั้งนี้ตั้งใจว่าโครงการดังกล่าว ภายใน 5 ปี ต้องทำให้ได้ 1 แสนหลังทั่วประเทศ โดยต้องการให้ทุกอย่างเร็วขึ้น ตนใจร้อนกว่าทุกคน ถ้าจัดหางบประมาณได้จะทำให้ดีขึ้น ซึ่งตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้คนไทยทุกคนต้องมีที่อยู่อาศัยภายในปี 2579 อาจฟังเหมือนนาน แต่ทยอยเดินหน้าทุกปี วันนี้ขอให้คิดมีเหตุมีผล อย่าเชื่อการบิดเบือน ซึ่งตนต้องการแก้ปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงที่ผ่านมาให้เร็วที่สุด จึงมาเพื่อให้กำลังใจถือว่าวันนี้เราสัญญากันว่าจะมีชีวิตที่ดีมีความสุข เราต้องมีความหวัง ศรัทธา และร่วมมือร่วมแรงร่วมใจ ไม่แบ่งแยก ขัดแย้ง ความวุ่นวาย สับสนอลม่าน เป็นต้นตอทำให้เราแก้ปัญหาไม่ได้ ดังนั้นความขัดแย้งต้องไม่เกิดขึ้นอีก ซึ่งทั้งหมดคือประเทศไทยไม่ว่ารัฐบาล นายกฯ หรือใคร เป็นคนไทยทั้งสิ้น เราคือครอบครัวประเทศ ตนเป็นครอบครัวของท่าน ไม่มีใครทำให้ประเทศไทยได้นอกจากคนไทยด้วยกัน ทุกปัญหาทนรับไว้หมด และจะพยายามแก้ไขให้ได้จนกว่าหมดหน้าที่ของตน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวในช่วงท้ายด้วยว่า ประเทศไทยเดินหน้าโดยใครคนหนึ่งไม่ได้ ขอให้กำลังใจทุกคนและขอให้บ้านนี้จงมีแต่ความสุข วันนี้มีความสุขได้เจอหน้าเห็นรอยยิ้มพวกเรา ไม่เช่นนั้นเห็นแต่โทรทัศน์หน้าตาบึ้งตึงกันเหลือเกิน อยากให้ประเทศไทยเป็นแบบนั้นเหรอ โกรธเกลียดกันตลอดเวลา

ทั้งภายหลังการเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อยฯ นายกฯได้เยี่ยมชมนิทรรศการ ขณะที่ก่อนเดินทางกลับ พล.อ.ประยุทธ์ ได้โบกมือและกล่าวอวยพรประชาชน &amp;quot;ขอให้ทุกคนโชคดีปีใหม่ไทย&amp;quot; พร้อมกับหันหน้ามาหาสื่อมวลชนและกล่าวว่า &amp;quot;สวัสดีปีใหม่ไทย วันนี้ฉันมีความสุข อย่าทำลายความสุขของฉันในวันนี้ อย่าทำลายขวัญของฉัน เพราะฉันมีความสุขอยู่&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98414</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มเปราะบาง, จุติ ไกรฤกษ์, บ้านเคหะสุขประชา, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สุชาติ ชมกลิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210405/image_big_606ae9011fb20.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97002</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/03/2021 15:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/03/2021 15:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>การเคหะฯ เปิดจอง “เคหะสุขประชา บ้านพร้อมอาชีพ” นำร่อง “ฉลองกรุง” และ “ร่มเกล้า”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเคหะแห่งชาติ แถลงข่าวโครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;เคหะสุขประชา บ้านพร้อมอาชีพ&amp;rdquo; โครงการนำร่อง &amp;ldquo;ฉลองกรุง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ร่มเกล้า&amp;rdquo; เปิดให้ลงทะเบียนจองบ้านเช่า 23-30 มี.ค. 64 นี้ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทวีพงษ์&amp;nbsp; วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในงานแถลงข่าว โครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย &amp;ldquo;บ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; โครงการนำร่อง &amp;ldquo;ฉลองกรุง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ร่มเกล้า&amp;rdquo; โดยมีคณะผู้บริหารการเคหะแห่งชาติ และสื่อมวลชนร่วมงาน ณ สำนักงานใหญ่การเคหะแห่งชาติ กรุงเทพฯ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทวีพงษ์&amp;nbsp; วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ กล่าวว่า จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยประกอบกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ทำให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ทั้งด้านเศรษฐกิจและสังคม รวมทั้งความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พลเอก ประยุทธ์&amp;nbsp; จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มีความห่วงใยประชาชนได้มอบนโยบายให้การเคหะแห่งชาติเน้นการจัดสร้างที่อยู่อาศัยประเภทเช่าเพิ่มมากขึ้น เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างโอกาสให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงที่อยู่อาศัยได้อย่างทั่วถึง &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ การเคหะแห่งชาติแห่งชาติได้เสนอ &amp;ldquo;โครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย&amp;rdquo; ให้คณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2563 โดยมีเป้าหมายจัดสร้าง 100,000 หน่วย ภายในระยะเวลา 5 ปี (พ.ศ.2564 - 2568) กำหนดส่งมอบปีละประมาณ 20,000 หน่วย โดยการเคหะแห่งชาติดำเนินโครงการดังกล่าวภายใต้ชื่อ &amp;ldquo;โครงการบ้านเคหะสุขประชา&amp;rdquo; เพื่อสร้างความมั่นคงด้านที่อยู่อาศัยให้กับผู้มีรายได้น้อย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มเปราะบาง ข้าราชการชั้นผู้น้อย ข้าราชการเกษียณ รวมถึงผู้บุกรุกในพื้นที่สาธารณะ ทั้งยังเป็นการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) อีกทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายของรัฐบาลในการพัฒนาที่อยู่อาศัยให้แก่ประชาชนครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายตามแผนแม่บทการพัฒนาที่อยู่อาศัยระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560 - 2579) ที่ต้องการให้คนไทยทุกคนมีที่อยู่อาศัยถ้วนทั่ว (Housing for all) สำหรับกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้ที่เรียนจบไม่มีงานทำ ผู้ที่ต้องการเปลี่ยนอาชีพ ลูกกตัญญู คนตกงาน/ไม่มีที่ดินทำกิน คนพิการและผู้สูงอายุที่ยังทำงานได้ และแม่เลี้ยงเดี่ยวที่ต้องการอาชีพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกเหนือจากการเช่าอยู่อาศัยในโครงการบ้านเคหะสุขประชาแล้ว การเคหะแห่งชาติยังได้สร้างเศรษฐกิจชุมชนคู่ขนานกันไปในมิติ มีบ้าน - มีอาชีพ - มีรายได้ - มีสุข ยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัยให้สามารถประกอบอาชีพตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีการพัฒนาชุมชนที่เปรียบเสมือนนิคมสร้างตนเอง ซึ่งนอกเหนือจากโซนที่พักอาศัยแล้ว ภายในโครงการยังจัดให้มีพื้นที่สีเขียว พื้นที่สันทนาการ พื้นที่จอดรถ และพื้นที่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจสุขประชา&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พื้นที่ &amp;ldquo;เศรษฐกิจสุขประชา&amp;rdquo; นั้น ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของพื้นที่ในการพัฒนาโครงการ มีจำนวน 6 รูปแบบ ได้แก่ เกษตรอินทรีย์ ปศุสัตว์ อาชีพบริการชุมชนและชุมชนข้างเคียง ตลาด&amp;nbsp; อุตสาหกรรมขนาดเล็ก และศูนย์การค้าปลีก - ส่ง โดยมุ่งส่งเสริมให้ผู้อยู่อาศัยประกอบอาชีพอิสระในชุมชน รวมถึงสนับสนุนเศรษฐกิจชุมชนตามภูมิสังคมของพื้นที่นั้น ๆ เริ่มตั้งแต่การผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย เช่น พื้นที่ในเขตเมืองจัดทำเป็นตลาดชุมชน เนื่องจากประชาชนที่อยู่ในเมืองมักจะประกอบอาชีพอยู่แล้ว ส่วนโครงการในพื้นที่ภูมิภาคจัดให้มีการประกอบอาชีพเกษตรกรรม และกสิกรรม เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ปัจจุบันโครงการบ้านเคหะสุขประชาอยู่ระหว่างดำเนินโครงการนำร่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 2 โครงการ จำนวน 572 หน่วย ได้แก่ โครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า จำนวน 270 หน่วย และโครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง จำนวน 302 หน่วย มี 4 รูปแบบ ประกอบด้วย แบบ X (สำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการ) พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ค่าเช่า 1,500 บาท/เดือน แบบ A (ผู้มีสถานะโสด) พื้นที่ใช้สอย 30 ตารางเมตร ค่าเช่า 2,000 บาท/เดือน แบบ B (ครัวเรือนใหม่ 1 ห้องนอน) พื้นที่ใช้สอย 40 ตารางเมตร ค่าเช่า 2,500 บาท/เดือน และแบบ C (ครอบครัว 2 ห้องนอน) พื้นที่ใช้สอย 50 ตารางเมตร ค่าเช่า 3,000 บาท/เดือน &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;การเคหะแห่งชาติเปิดให้ผู้มีรายได้น้อยลงทะเบียนจองอาคารเช่าโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้าและโครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง โดยมีคุณสมบัติดังนี้ 1. เป็นประชาชนที่ถือสัญชาติไทย 2. เป็นผู้ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องมาจากสถาณการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) อาทิ ถูกเลิกจ้างงาน เปลี่ยนอาชีพ ย้ายถิ่นฐาน รายได้ลดลง เป็นต้น 3. เป็นผู้ว่างงาน เป็นครอบครัวเลี้ยงเดี่ยว เป็นคนพิการ เป็นผู้สูงอายุ และเป็นผู้ได้รับผลกระทบจากการไล่รื้อเวนคืน ข้าราชการเกษียณ เป็นไปตามหลักเกณฑ์และกฎหมายกำหนด 4. บรรลุนิติภาวะ สามารถจัดทำนิติกรรมสัญญากับการเคหะแห่งชาติได้ เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด 5. เป็นผู้มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาท ต่อเดือนต่อครัวเรือน จากเอกสารรับรองตนเองและผ่านการพิสูจน์ตรวจสอบหลักฐานจากการเคหะแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ส่วนเงื่อนไขการจอง ประกอบด้วย 1. ผู้จองสิทธิต้องแสดงเจตจำนงการเข้าอยู่อาศัยประจำและร่วมดำเนินกิจการเศรษฐกิจสุขประชา (ต้องเข้าอบรมโครงการสุขประชา (Sukpracha Academy) ตามที่การเคหะแห่งชาติกำหนด 2. ผู้จองสิทธิกรณีเป็นผู้สูงอายุต้องมีสุขภาพแข็งแรง สามารถช่วยเหลือตนเองได้ หรือกรณีเป็นคนพิการต้องขึ้นทะเบียนคนพิการกับกรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ และสามารถช่วยเหลือตัวเองได้หรือมีผู้ดูแลเป็นการเฉพาะ 3. ให้สิทธิจองที่อยู่อาศัยโครงการบ้านเคหะสุขประชาใด ๆ เพียงครอบครัวละ 1 หน่วย (ครอบครัว หมายถึง บิดา มารดา สามี ภรรยา (นิตินัยหรือพฤตินัย) บุตรหรือบุตรบุญธรรม) 4. ไม่สามารถโอนสิทธิการจองและสิทธิการเช่าให้กับผู้อื่น และไม่อนุญาตให้เช่าช่วง 5. ผู้จองสิทธิต้องชำระค่าเช่าล่วงหน้าหรือเงินมัดจำ 1 เดือน โดยค่าเช่าขึ้นอยู่กับประเภทของรูปแบบบ้านในแต่ละโครงการ &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; สำหรับผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนจองอาคารเช่าโครงการบ้านเคหะสุขประชาร่มเกล้า และโครงการบ้านเคหะสุขประชาฉลองกรุง ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2564 เวลา 08.30 น. ถึงวันที่ 30 มีนาคม 2564 เวลา 24.00 น. สามารถลงทะเบียนจองทางเว็บไซต์ของการเคหะแห่งชาติ www.nha.co.th หรือ LINE OA : @NHA.THAILAND หากไม่สะดวกมาลงทะเบียนด้วยตนเองได้ที่สำนักงานใหญ่ การเคหะแห่งชาติ เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ หรือสำนักงานเคหะชุมชนของการเคหะแห่งชาติทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม Call Center 1615&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97002</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, การเคหะแห่งชาติ, ฉลองกรุง, นายทวีพงษ์  วิชัยดิษฐ, บ้านเคหะสุขประชา, ร่มเกล้า, เศรษฐกิจสุขประชา, โครงการบ้านเช่าสำหรับผู้มีรายได้น้อย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210323/image_big_6059a621d1367.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
