<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>15534</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2018 13:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2018 13:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>AP โชว์แผนจ่อเปิด 30 โครงการใหม่ ดันยอดขายแตะ 33,500 ล้านบาท </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
เอพี ชี้ตลาดอสังหาฯขยายตัวดีต่อเนื่อง เล็งครึ่งหลังปี 61 จ่อเปิดโครงการใหม่เพิ่ม 30 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 49,210 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงาน 7 เดือนแรก กวาดยอดขายรวมกว่า 25,030 ล้านบาท และมีรายได้รวมครึ่งปีแรกที่ 17,910 ล้านบาท โต 48%

16 ส.ค. 61 นายอนุพงษ์ อัศวโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปัจจุบันมีแนวโน้มการเติบโตดีขึ้น โดยมีปัจจัยบวกจากกำลังซื้อในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังมีอยู่มากโดยเฉพาะตลาดระดับกลางบนถึงไฮเอนด์ ซึ่งยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ทั้งสินค้าแนวราบและคอนโดมิเนียม ถือเป็นตัวชี้วัดให้เห็นถึงกำลังซื้อที่ยังคงมีอยู่ของสินค้าระดับกลางบนได้อย่างชัดเจน ขณะที่อายุของผู้ซื้อที่ลดน้อยลงเรื่อยๆ รวมถึงต้นทุนในการสรรหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่ถือเป็นตัวกรองสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นในตลาดเหลือน้อยลง

อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ทั้งสิ้น 38 โครงการมูลค่า 59,580 ล้านบาท โดยเปิดตัวในครึ่งปีหลังจำนวน 30 โครงการ มูลค่า 49,210 ล้านบาท แบ่งเป็นเปิดตัวในไตรมาส 3 จำนวน 12 โครงการ มูลค่า 17,980 ล้านบาท และในไตรมาส 4 จำนวน 18 โครงการ มูลค่า 31,230 ล้านบาท ปัจจุบันบริษัทมีสินค้ารอรับรู้รายได้ มูลค่ามากถึง 49,580 ล้านบาท เป็นโครงการแนวราบมูลค่าราว 6,595 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้ทั้งหมดภายในปีนี้ และคอนโดมิเนียมมูลค่า 42,985 ล้านบาท (รวมโครงการร่วมทุน) โดยจะทยอยรับรู้ไปจนถึงปี 2566

สำหรับผลการดำเนินงานในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถสร้างรายได้รวมอยู่ที่ 17,910 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้าที่มีรายได้รวมเท่ากับ 12,125 ล้านบาท แบ่งเป็น จากโครงการแนวราบ 8,677 ล้านบาท เติบโต 53% และ โครงการคอนโดมิเนียม 8,740 ล้านบาท เติบโต 43% ส่วนยอดขายรวมในช่วง 7 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทสามารถทำได้แล้วประมาณ 25,030 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทฯ สามารถสร้างยอดขายได้แล้วกว่า 75% ของเป้ายอดขายในปี 2561 นี้ที่ตั้งเป้าหมายยอดขายไว้ที่ 33,500 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15534</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโดนิเนียม, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บ้านเดี่ยว, เปิดโครงการใหม่, เอพี, โครงการแนวราบ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180816/image_big_5b751f7808ab2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11757</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/06/2018 15:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/06/2018 15:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ออริจิ้น ลุยตลาดแนวราบ ผุด”ออริจิ้น เฮ้าส์”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ออริจิ้น รุกตลาดแนวราบ ผุด&amp;rdquo;ออริจิ้น เฮ้าส์&amp;rdquo;ปักหมุดทำเล&amp;rdquo;กรุงเทพตะวันออก-อีอีซี&amp;rdquo;เล็ง 5 ปีพัฒนาโครงการใหม่มูลค่ารวมกว่า 49,000 ล้านบาท คาดในปี 65 มีรายได้แตะ 10,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 มิ.ย. 61 นางศุภลักษร์ จันทร์พิทักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ออริจิ้น เฮ้าส์ จำกัด ในเครือ บมจ.ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ (ORI) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินธุรกิจตลาดแนวราบ ในช่วง 5 ปี (2561-2565) ว่า บริษัทมีมุ่งมั่นพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบภายใต้แบรนด์&amp;rdquo;บริทาเนีย&amp;rdquo;ในทำเลโซนกรุงเทพตะวันออก และ ทำเลอีอีซี โดยตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่เจาะตลาดใน 3 เซ็กเมนท์ รวมมูลค่าโครงการกว่า 49,000 ล้านบาท และ คาดว่าภายในปี 2565 บริษัทจะมีรายได้ที่ระดับ 10,000 ล้านบาท และตั้งเป้าขึ้นเป็น 3 อันดับแรกในใจผู้บริโภคในโครงการแนวราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ออริจิ้น มีแนวคิดในการรุกพัฒนาโครงการแนวราบมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากในปัจจุบันตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบยังคงมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากข้อมูลสำรวจพบว่าในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมามีโครงการแนวราบเปิดขายใหม่ในพื้นที่ กทม.ทั้งหมดรวม 8,762 ยูนิต มูลค่าโครงการรวมกว่า 41,000 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนถึง 7% ส่วนทาวน์เฮ้าส์และบ้านแฝดจะได้รับความนิยมมากขึ้น ขณะที่ทำเลใหม่ๆที่มีศักยภาพจะมีโอกาสเติบโตมากยิ่งขึ้น ได้แก่ ทำเลกรุงเทพตะวันออก และ อีอีซี&amp;rdquo;นางศุภลักษณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการแนาบราบใหม่ จำนวน 3 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,000 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ เมกะทาวน์-บางนา มูลค่า 1,900 ล้านบาท ระดับราคา 2.9-5 ล้านบาท พื้นที่ใช้สอย 100-140 ตร.ม.โครงการบริทาเนีย บางนา-สุวรรณภูมิ พัฒนาบนพื้นที่กว่า 32 ไร่ พื้นที่ใช้สอย 120-150 ตร.ม. มูลค่า 1,000 ล้านบาท ระดับราคา 4.7-6 ล้านบาท และ โครงการ บริทาเนีย วงแหวน-หทัยราษฎร์ มูลค่า 1,100 ล้านบาท เป็นบ้านแฝดและทาวน์เฮ้าส์ ระดับราคา 2.9-4.3 ล้านบาท ทั้งนี้คาดว่าภายในปีนี้จะมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1,500 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11757</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริทาเนีย, บ้านเดี่ยว, ออริจิ้น, ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้, อีอีซี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180620/image_big_5b2a1067a85cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9889</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2018 14:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2018 14:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พลัส เล็งบ้านเดี่ยวลักชัวร์รี่โตสวนกระแส</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
พลัส พร็อพเพอร์ตี้ เผยผลสำรวจตลาดบ้านเดี่ยว ระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไปผู้บริโภคระดับบนยังคงให้ความต้องการเพิ่ม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 พ.ค. 61 นายอนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พลัส พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงผลสำรวจตลาดบ้านเดี่ยวในปัจจุบัน พบว่า แม้สถานการณ์ตลาดบ้านเดี่ยวยังชะลอตัวทั้งในส่วนของอุปทานและอุปสงค์ แต่พบว่าบ้านเดี่ยวที่เจาะกลุ่มตลาดระดับลักซ์ชัวรี่ยังไปได้ดี โดยผลสำรวจในปี 2560 บ้านเดี่ยวราคามากกว่า 20 ล้านบาท มีอุปทานขยายตัวสูงถึง 34% และอุปสงค์ขยายตัว 19% ซึ่งการขยายตัวนี้สอดคล้องกับข้อมูลการเพิ่มขึ้นของบุคคลที่มีมูลค่าทรัพย์สินสุทธิสูง ซึ่งในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นทุกปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากรายงาน World Wealth Report 2017 ของ &amp;nbsp;Capgemini พบว่า HNWI ในประเทศไทยมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปี 2559 เพิ่มขึ้น 12.7% และทรัพย์สินเพิ่มขึ้น 13.3% ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ให้ความสำคัญในการซื้อโครงการบ้านเดี่ยวโดยเฉพาะบ้านระดับลักซ์ชัวรี่หรือที่ราคามากกว่า 20 ล้านบาท โดยเฉพาะบริเวณโซนเหนือของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ลาดพร้าว-จตุจักร ไปจนถึงปทุมธานี-ลำลูกกา ปัจจุบันมีจำนวนอุปทานบ้านเดี่ยวสะสมอยู่ที่ 16,805 ยูนิต อุปสงค์ให้การตอบรับแล้ว 83% ขณะที่โซนตะวันตกตั้งแต่ธนบุรีไปจนถึงศาลายา-บางใหญ่-นนทบุรี มีอุปทานบ้านเดี่ยวสะสม 17,993 ยูนิต อุปสงค์ให้การตอบรับแล้ว 83%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังพบว่าโซนพัฒนาการถือเป็นอีกหนึ่งทำเลที่น่าจับตา เนื่องจากมีความครบครันสำหรับการอยู่อาศัย โดยเฉพาะด้านคมนาคมที่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์และทางพิเศษศรีรัช รวมถึงมีโครงการคมนาคมที่อยู่ในช่วงพัฒนาอีกจำนวนมาก สำหรับอีกกลุ่มที่น่าจับตามอง ทั้งความต้องการในตลาดยังให้การตอบรับดีและศักยภาพของทำเลพัฒนาการที่ดึงดูดกลุ่มผู้ซื้อระดับบนได้ไม่ยากนัก ปัจจุบันมีอุปทานเหลือขายในกลุ่มบ้านระดับราคามากกว่า 20 ล้านบาทเพียงไม่กี่ยูนิต ซึ่งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับสูงถึง 68% อย่างไรก็ตามบ้านเดี่ยวที่เจาะตลาดลักซ์ชัวรี่ (ราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป) เป็นที่ต้องการของตลาดและมีอัตราเติบโตต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9889</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเดี่ยว, พลัส พร็อพเพอร์ตี้, อนุกูล รัฐพิทักษ์สันติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180524/image_big_5b066b760b5fc.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9329</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/05/2018 16:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/05/2018 16:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>PF ผนึก”ฮ่องกง แลนด์”ผุด 2 โครงการหมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค รุกตลาดแนวราบ ผนึก&amp;rdquo;ฮ่องกง แลนด์&amp;rdquo;จัดตั้งบริษัทร่วมทุน&amp;rdquo;เอชเคแอล เพอร์เฟค&amp;rdquo;ผุด 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 10,000 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 พ.ค. 61 นายชายนิด อรรถญาณสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค (PF) เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับการขยายตลาดโครงการแนวราบเป็นหลัก โดยล่าสุดบริษัทได้ลงนามในสัญญาความร่วมมือกับ ฮ่องกง แลนด์ โดยได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ บริษัท เอชเคแอล เพอร์เฟค จำกัด โดย พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค ถือหุ้น 51% และอีก 49% ถือหุ้นโดย ฮ่องกง แลนด์ เบื้องต้นจะร่วมกันพัฒนาโครงการบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ 2 โครงการ ในทำเลแจ้งวัฒนะ และทำเลโซนตะวันออกของกรุงเทพ มูลค่ารวมประมาณ 10,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ความร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นการร่วมกันพัฒนาสินค้าที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นคือ บ้านเดี่ยวระดับพรีเมี่ยมที่มีขนาดโครงการใหญ่กว่า 100 ไร่ ที่มีความแตกต่างทั้งคอนเซ็ปท์โครงการ รูปแบบบ้าน และสิ่งอำนวยความสะดวก ซึ่งชื่อเสียงของฮ่องกง แลนด์ ยังจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้ามากขึ้นในเรื่องของมาตรฐานระดับสากล โดยฮ่องกง แลนด์ มีความสนใจในการลงทุนในโครงการแนวราบร่วมกับบริษัทในการพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยแนวราบในเมืองไทย&amp;rdquo;นายชายนิด กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของรูปแบบการพัฒนาโครงการร่วมกันภายใต้บริษัท เอชเคแอล เพอร์เฟค จำกัด จะเป็นการนำร่องด้วยโครงการแรกบนทำเลแจ้งวัฒนะ ใกล้ทางด่วน ใกล้รถไฟฟ้าสายสีชมพู ขนาดพื้นที่โครงการ 130 ไร่ พัฒนาเป็นบ้านเดี่ยวระดับไฮเอนด์ในคอนเซ็ปท์เลครีสอร์ท จำนวน 179 ยูนิต ระดับราคา 20-45 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 4,290 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดตัวได้ในต้นปีหน้า สำหรับอีกหนึ่งโครงการในทำเลฝั่งตะวันออกของกรุงเทพ ปัจจุบันบริษัทมีที่ดินพร้อมพัฒนา ขนาดประมาณ 200 ไร่ ซึ่งอยู่ระหว่างการวางแผนการพัฒนาโครงการต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9329</URL_LINK>
                <HASHTAG>PF, ชายนิด อรรถญาณสกุล, ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์, บ้านเดี่ยว, พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค, ฮ่องกง แลนด์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180516/image_big_5afbf9e2bb415.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7914</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 13:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/04/2018 13:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอพี รุกตลาดบ้านเดี่ยวผุดโมเดลใหม่ภายใต้แบรนด์”เซนโทร”</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอพี มั่นใจตลาดอสังหาฯแนวราบระดับราคา 5-15 ล้านบาทยังโต เดินเกมส์ผุดโมเดลบ้านเดี่ยวใหม่ภายใต้แบรนด์&amp;rdquo;เซนโทร&amp;rdquo; เผยไตรมาส 2 จ่อเปิด 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,200 ล้านบาท พร้อมโชว์ผลงานไตรมาสแรกกวาดยอดขายบ้านเดี่ยว 5,200 ล้านบาท โต 64%

26 เม.ย. 61 นายรัชต์ชยุตม์ นันทโชติโสภณ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานพัฒนาธุรกิจกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยว บมจ.เอพี (ไทยแลนด์) (AP) เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะความต้องการของผู้บริโภคในกลุ่มสินค้าบ้านเดี่ยวระดับกลางบนในระดับราคา 5 &amp;ndash; 15 ล้านบาทขึ้นไปยังมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องซึ่งจะเห็นได้จากยอดขายสินค้าแนวราบ ในไตรมาส 1 ของบริษัทที่ผ่านมา มีการปรับตัวสูงขึ้น 64% หรือ 5,200 ล้านบาท

&amp;ldquo;จากยอดขายที่มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 64% ถือเป็นดัชนีที่ชี้ให้เห็นถึงความต้องการจริงจากลูกค้าที่มองหาที่อยู่อาศัยใหม่ โดยเฉพาะจากกลุ่มลูกค้าที่วางแผนขยายครอบครัว และอยากขยับจากการอาศัยอยู่ในคอนโดมิเนียมมาเป็นบ้านเดี่ยวทำเลศักยภาพใหม่ๆ โดยในปีนี้บริษัทมีกลยุทธ์รุกตลาดด้วยการเปิดโมเดลบ้านเดี่ยวใหม่ ภายใต้แบรนด์ เซนโทร ที่มีจุดเด่นในการเพิ่มพื้นที่ที่จอดรถยนต์ในร่มได้ถึง 3 คันเหมาะกับครอบครัวใหญ่มีรถจำนวนมาก&amp;rdquo;นายรัชต์ชยุตม์ กล่ว

อย่างไรก็ตามในไตรมาสสองนี้ บริษัทมีแผนเปิดตัวโครงการบ้านเดี่ยวใหม่ภายใต้แบรนด์ เซนโทร ที่จะเปิดขายในไตรมาส 2 นี้ 2 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,200 ล้านบาท ได้แก่ โครงการ &amp;ldquo;เซนโทร รังสิต คลอง 4-วงแหวน&amp;rdquo; บนพื้นที่ 61 ไร่ จำนวน 279 ยูนิต มูลค่า 1,130 ล้านบาท ซึ่งจะเริ่มเปิดขายวันที่ 28-29 เม.ย.นี้ ราคาเริ่มต้น 2.95-4.75 ล้านบาท และโครงการ &amp;ldquo;เซนโทร ราชพฤกษ์-สวนผัก&amp;rdquo; บนพื้นที่ 31 ไร่ จำนวน 176 ยูนิต มูลค่า 1,070 ล้านบาท โดยจะเปิดขายในเดือนพ.ค.ราคาเริ่ม 7.2-12 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7914</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเดี่ยว, อสังหาริมทรัพย์, เอพี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180426/image_big_5ae176e4daa90.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5313</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/03/2018 11:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/03/2018 11:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อัลติจูด ตั้งเป้า 3 ปีพัฒนาโครงการใหม่มูลค่ารวมแตะ 7พันล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อัลติจูด&amp;rdquo;กางแผนเดินหน้าพัฒนาที่อยู่อาศัย 3 ปี ตั้งเป้าเปิดตัวโครงการใหม่มูลค่ารวมแตะ 7,000 ล้านบาท หวังขึ้นแท่นติดอันดับ 3 บริษัทอสังหาฯพัฒนาบ้านระดับราคา 20 ล้านบาท เผยปี 61 จ่อเปิด 4 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2,000 ล้านบาท คาดสิ้นปีมียอดขาย 2,000 ล้านบาท

19 มี.ค. 61 นายชยพล หรรรุ่งโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อัลติจูด ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2561 นี้บริษัทมีกลยุทธ์ในดำเนินธุรกิจโดยมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยกลางเมืองทั้งแนวราบ และแนวสูง บนขนาดที่ดินไม่ใหญ่มาก เนื่องจากในปัจจุบันที่ดินในเมืองค่อนข้างหายากและจำกัด ซึ่งจะจับกลุ่มตลาดที่มีดีมานด์มาก นอกจากนี้บริษัทยังมุ่งพัฒนาที่อยู่อาศัยให้เป็นโครงการโดยมุ่งเจาะกลุ่มผู้ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อยที่ต้องการอยู่อาศัยในเมือง

&amp;ldquo;บริษัทมีกลยุทธ์ที่จะช่วยผลักดันให้ อัลติจูด ขึ้นแท่นเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ระดับ Top 3 ในเซ็กเม้นท์ สำหรับบ้านลักซัวรี่ราคา 20 ล้านบาท และ โฮมออฟฟิตราคา 10 ล้านบาทขึ้นไป อย่างไรก็ตามในช่วงระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ไป (2561-2563) บริษัทได้วางเป้าเปิดตัวโครงการถึง 7,000 ล้านบาท&amp;rdquo;นายชยพล กล่าว
&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตามในปี 2561 นี้ บริษัทมีแผนพัฒนาและเปิดขายอีก 4 โครงการ มูลค่า 2,000 ล้านบาท แบ่งเป็นแนวราบ 2 โครงการ ได้แก่ บ้านเดี่ยวภายใต้แบรนด์ อัลติจูด มาสเตอรี่ 1 โครงการ, โฮมออฟฟิต 1 โครงการ ได้แก่ โครงการอัลติจูด พรูฟ พระราม 9 และ คอนโดมิเนียม อีก 2 โครงการ โดยอยู่ย่านเจริญกรุง 1 โครงการ และอีก 1 โครงการ เป็นแบรนด์ใหม่ ชื่อ อาสะ อยู่ที่โรจนะ จังหวัดอยุธยา สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้ามียอดขายที่ 2,000 ล้านบาท และเป้ารับรู้รายได้อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5313</URL_LINK>
                <HASHTAG>คอนโด, คอนโดมีเนียม, ที่อยู่อาศัย, บ้านเดี่ยว, อสังหาริมทรัพย์, อสังหาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180319/image_big_5aaf42de09659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>4763</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2018 07:53</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2018 08:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธนาสิริ โชว์แผนปี 61 โฟกัสบ้านเดี่ยว ลุ้นรายได้แตะ 1,000 ล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ธนาสิริ โชว์แผนปี 61 มุ่งนำนวัตกรรมออกแบบพัฒนาสินค้าให้ตรงความต้องการลูกค้า จ่อบุกตลาดในกลุ่มบ้านเดี่ยวหลังใหญ่ หวังสิ้นปีมีรายได้แตะ 900-1,000 บาท โต 10-20%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 มี.ค. 2561 - นายสุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาสิริ กรุ๊ป (THANA) เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในปี 2561 ว่า บริษัทยังคงมุ่งเน้นการควบคุมคุณภาพงานและระยะเวลาในการก่อสร้างในเวลาที่กำหนด มีการควบคุมคุณภาพและระยะเวลาในการบริการหลังการขาย พร้อมกับมีนวัตกรรมการออกแบบและพัฒนาสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า การพัฒนาคนเข้าสู่องค์กรนวัตกรรม สอดคล้องกับนโยบาย ประเทศไทย 4.0 และมีแผนการสำหรับการพัฒนาที่ดินในจังหวัดภูเก็ต (กมลา)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ในอนาคตบริษัทยังมีที่ดินที่รอการพัฒนาอยู่อีก 3 แปลง รวมมูลค่า 940.7 ล้านบาท ได้แก่ ที่ดินริมถนนรัตนาธิเบศร์ (ด้านหน้าโครงการธนาสิริ - รัตนาธิเบศร์) ขนาด 2-0-87.9 ไร่ มูลค่าตามบัญชี 18.5 ล้านบาท ราคาประเมิน &amp;nbsp;143.1 ล้านบาท, ที่ดินเปล่า ในโครงการรัตนาธิเบศร์ (ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี) 0-3-94.6 ไร่ มูลค่าตามบัญชี 8.4 ล้านบาท ราคาประเมิน 19.7 ล้านบาท และที่ดินเปล่า กมลา &amp;nbsp;(อ.กระทู้ จ.ภูเก็ต) &amp;nbsp;105-2-76.9 ไร่ มูลค่าตามบัญชี 59.8 ล้านบาท ราคาประเมิน 777.9 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบันบริษัทพัฒนาโครงการทั้งสิ้น 27 โครงการ จำนวน 2,744 ยูนิต มูลค่า 11,084 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการในจังหวัดนนทบุรี 20 โครงการ จำนวน 2,344 ยูนิต มูลค่า 9,574 ล้านบาท ในจังหวัดภูเก็ต จำนวน 5 โครงการ 209 ยูนิต มูลค่า 729 ล้านบาท และในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีก 2 โครงการ รวม 191 ยูนิต มูลค่า 781 ล้านบาท อย่างไรก็ตามในปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ที่ 900-1,000 ล้านบาท หรืออัตราการเติบโตที่ 10-20% โดยปัจจุบันมียอดขายที่รอรับรู้รายได้แล้วกว่า 280 &amp;nbsp;ล้านบาท และพร้อมเตรียมบุกตลาดในกลุ่มบ้านเดี่ยวหลังใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผลการดำเนินงานปี 2560 ที่ผ่านมาบริษัทมียอดขาย 986 ล้านบาท เติบโตกว่า 24 % กำไรเพิ่มขึ้น 84% อยู่ที่ 32.3 ล้านบาท ยอดโอน 828 ล้านบาท โตขึ้น 5.2 % และมียอดรอโอนอยู่ที่ 277 ล้านบาท โดยมาจากโครงการที่อยู่ระหว่างการเปิดขายทั้งหมด 8 โครงการ 938 ยูนิต มูลค่า 4,497 ล้านบาท ขายไปแล้ว 518 ยูนิต 2,360 ล้านบาท คิดเป็น 55% ยังคงเหลือสินค้า 420 ยูนิต คิดเป็น 2,137 ล้านบาท&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/4763</URL_LINK>
                <HASHTAG>THANA, ธนาสิริ, บางใหญ่, บ้านเดี่ยว, ภูเก็ต, สุทธิรักษ์ เสถียรภาพอยุทธ์, อสังหาริมทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180312/image_big_5aa5cef7b3383.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
