<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80242</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2020 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2020 15:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; ควง 3 รมต.เศรษฐกิจ ลั่นอย่าทำลายศักยภาพไทย วอนรักษาบ้านเมืองให้สงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;บิ๊กตู่&amp;rdquo; ควง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;รมต.ทีมเศรษฐกิจขนาบข้างแถลงข่าว ลั่นอย่าทำลายศักยภาพไทย วอนรักษาบ้านเมืองให้สงบ เคารพกม. ย้ำคนไทยในแผ่นดินต้องร่วมกันสร้างชาติ ด้าน &amp;quot;สุพัฒนพงษ์&amp;quot; ชี้คนไทยมีส่วนร่วมรบ.ฟื้นฟูศก. สร้างความเชื่อมโยง ตั้งเป้าสร้างเม็ดเงิน 2 แสนล้านบาทในไตรมาสที่ 4 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.63 -&amp;nbsp;ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ได้นำทีมรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ประกอบด้วย นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกฯและรมว.พลังงาน นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ร่วมแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน โดยนายกฯกล่าวว่า ให้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีเศรษฐกิจยืนขนาบซ้ายขวากับหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ซึ่งเมื่อวันที่&amp;nbsp;11&amp;nbsp;ต.ค.ที่ผ่านมาได้นำนายอาคมเข้าเฝ้าถวายสัตย์ปฏิญาณเรียบร้อยแล้ว เราได้รัฐมนตรีใหม่เข้ามาถือว่านายอาคมเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่ในวันนี้ และวันนี้ตนได้นำทีมเศรษฐกิจมาเพื่อสร้างความมั่นใจกับทุกท่าน ทั้งในส่วนสื่อสังคม ประชาชนโดยรวม ว่าเราจะทำงานอย่างเต็มที่จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้อย่างระมัดระวังที่สุด มาตรการต่างๆที่ทำไปจะครอบคลุมทุกกลุ่ม โดยทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีจะแถลงรายละเอียดให้ทราบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า วันนี้ที่ประชุมครม.ได้อนุมัติหลายเรื่องทางด้านเศรษฐกิจ และเรื่องสำคัญที่อยากจะแจ้งให้ทุกคนทราบในภารกิจที่มุ่งเน้นอย่างมากในช่วงเวลาที่ผ่านมา นั่นคือการดูแลบรรเทาปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้อง ช่วยคนไทยหลายสิบล้านคนให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ และในส่วนของคนไทยที่อยู่ในต่างประเทศก็ได้ทยอยเดินทางกลับมาจำนวนหลายแสนคนในขณะนี้ ตรงนี้เป็นการดำเนินการต่อเนื่อง ทั้งนี้สิ่งที่รัฐบาลประชุมในศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19&amp;nbsp;(ศบศ.) ได้มีการปรับปรุงมาตรการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตที่เกิดขึ้นทั่วโลก ปรับปรุงมาตรการต่างๆให้ดีขึ้น และมีมาตรการใหม่ๆออกมาเพิ่มเติม&amp;nbsp;เราต้องทำหลายๆอย่าง หลายๆมาตรการไปพร้อมๆกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป้าหมายหลักคือการช่วยคนที่มีรายได้น้อยให้พอมีเงินใช้จ่ายและช่วยให้คนที่มีรายได้มาก คนที่มีเงิน แต่ไม่อยากใช้ได้ออกมาใช้เงินไปด้วย เพื่อดึงเงินเข้าหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งจะมีทั้งผู้ผลิต การแปรรูปตลาด ทุกคนต้องช่วยกัน อย่าไปรังเกียจรังงอนซึ่งกันและกัน ผมขอขอบคุณผ่านสื่อไปยังภาคเอกชน ไม่ว่าจะเป็นสมาคมภาคธุรกิจต่างๆที่เข้าร่วมเวิร์คช้อปที่รัฐบาลหรือผมให้จัดตั้งขึ้น เพื่อนำเสนอความคิดเห็นให้ผมได้ทราบโดยตรงถึงความต้องการและปัญหาอุปสรรค ซึ่งในช่วงเดือนที่ผ่านมา หลายคนหลายภาคธุรกิจได้นำเสนอความคิดผ่านคณะกรรมการต่างๆ ถือว่ามีประโยชน์อย่างมากในการที่รัฐบาลจะนำมาวิเคราะห์หาวิธีดำเนินการให้เกิดผลสัมฤทธิ์ได้โดยเร็ว แต่ต้องช่วยกันเพื่อให้ตรงจุดตรงความต้องการ เหมือนกับมาตรการที่ภาครัฐ เอกชน ร่วมกัน โดยรัฐบาลจะดูแลเรื่องภาษีอะไรอย่างไร กระทรวงการคลังจะชี้แจงเพิ่มเติมต่อไป&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เราใช้คำว่ารวมไทยสร้างชาติใช่หรือไม่ ทุกคนที่เป็นคนไทย ตนย้ำทุกคนที่เป็นคนไทยเกิดในแผ่นดินไทย จะต้องจับมือร่วมกันทุกภาคส่วน ช่วยกันคิดช่วยกันทำเพื่อจะช่วยกันนำพาประเทศไทยของเราก้าวไปข้างหน้า วันนี้&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการสำคัญที่จะกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ โดยที่ประชุมครม.ได้อนุมัติแล้ว ได้แก่&amp;nbsp;1.มาตรการเติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐให้ประชาชน&amp;nbsp;14&amp;nbsp;ล้านคน คนละ&amp;nbsp;1,500&amp;nbsp;บาท ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ&amp;nbsp;2.มาตรการคนละครึ่ง กระตุ้นค่าใช้จ่ายโดยประชาชนจ่ายครึ่งหนึ่งรัฐบาลช่วยออกอีกครึ่งหนึ่ง นี่คือผู้มีรายได้น้อย ร้านค้าปลีกแต่ต้องขึ้นทะเบียน จะเป็นการจ่ายเงินตรงด้วยระบบอีวอลเล็ท&amp;nbsp;3.มาตรการช้อปดีมีคืน ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อสินค้า&amp;nbsp;30,000&amp;nbsp;บาท ไปลดภาษีได้ แต่ถ้าขอ&amp;nbsp;50,000&amp;nbsp;บาทคงไม่ไหว อันนี้จะให้ช่วยกันซื้อสินค้าคงทน อันแรกเป็นการซื้อสินค้าทั่วๆไป ซึ่งจะเห็นได้ว่าจะมีมาตรการเฉพาะกลุ่มออกมา และจะทยอยออกมาเรื่อยๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯ กล่าวอีกว่า ทั้ง&amp;nbsp;3&amp;nbsp;มาตรการดังกล่าว เป้าหมายเพื่อดึงเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เมื่อมีการใช้จ่าย มีการผลิต มีการจ้างงาน สามารถดำรงชีพอยู่ได้ แต่ถ้าดำรงชีพด้วยการใช้จ่ายที่ไม่เกิดประโยชน์มันก็คือปัญหา หนี้ครัวเรือนก็เกิด ช่วงนี้ต้องใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ขอฝากไว้ด้วย&amp;nbsp;ทั้งนี้เพื่อให้คนซื้อมีเงินซื้อสินค้า ผู้บริการสินค้า ผู้ผลิตสามารถขายของได้ เกิดการซื้อขายกระจายเงินสร้างรายได้ทั้งระบบ ไม่ใช่ดูเฉพาะส่วนมันเป็นไปไม่ได้ รัฐบาลต้องมองทั้งระบบ ฉะนั้นเราต้องทำหลายๆมาตรการไปพร้อมๆกัน และทยอยออกมาอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องคนไทยให้ได้ ซึ่งวันนี้ตนได้ติดตามจากประเทศอียู ประเทศตะวันตก สหรัฐอเมริกา จีน และนำมาเปรียบเทียบของเรา ซึ่งมีหลายส่วนที่เหมือนกัน เพียงแต่เขาเป็นประเทศใหญ่เงินมากกว่าเรา ซึ่งของเราต้องให้เหมาะสมกับงบประมาณที่มีอยู่ โดยรองนายกฯ และรมว.คลังดูตรงนี้อยู่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;วันนี้ทุกประเทศกำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ หลายประเทศแย่กว่าเรา เรายังมีศักยภาพอยู่ ฉะนั้นอย่าทำลายศักยภาพของเราเองด้วยเรื่องที่มันไม่ควรจะทำ ความเชื่อมั่นต่างๆมันหายไปแล้วจะทำอย่างไร จะเอาอะไรกลับคืนมา มันเอากลับมาไม่ได้แล้วถ้ามันเสียหายตอนนี้ เพราะช่วงนี้เป็นช่วงของการแข่งขัน เป็นช่วงของการแก้ปัญหาโควิด-19&amp;nbsp;เป็นช่วงการดำเนินการหลังโรคโควิด-19&amp;nbsp;ถ้าทำลายกันตอนนี้ถึงเวลาจะฟื้นกลับมาไม่ได้เลย เพราะเราจะไม่ทันเขาแน่นอน ขอฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนด้วย ขอให้รักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองให้มากที่สุด ช่วยกันเคารพกฎหมายเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับคนอื่นแค่นั้นเอง อันนี้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ดำเนินการอยู่แล้ว ผมคงไม่ต้องสั่งอะไรเพิ่มเติม โอเคนะครับ ขอบคุณครับมีอะไรให้ซักถามทีมเศรษฐกิจ&amp;rdquo;นายกฯกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้การแถลงข่าวของนายกรัฐมนตรีไม่ตอบคำถามสื่อในประเด็นการเมืองและอื่นๆที่สื่อส่งคำถามไปตามปกติ&amp;nbsp;อีกทั้งไม่เปิดให้สื่อซักถามใดๆหลังการแถลงเสร็จ โดยนายกฯเดินออกจากโพเดี้ยมด้วยสีหน้าเคร่งครึมและทำมือส่งสัญญาณไม่ตอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากนั้นนายสุพัฒนพงษ์ กล่าวว่า วันนี้มีนายอาคมมาเติมเต็ม หลายท่านที่มีความห่วงกังวลในเรื่องของการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูเศรษฐกิจที่นายกฯนำเรียนสื่อมวลชนไปแล้ว วันนี้ปลอดความกังวลในเรื่องนี้ไปได้เลย การดำเนินการตามมาตรการอย่างนี้จะเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นไปตามเป้าหมาย และไม่ใช่เพียงแค่ 3 คนที่เกี่ยวข้องทางเศรษฐกิจเท่านั้น โดยนายกฯได้กำชับในที่ประชุมครม.ให้ช่วยกันสนับสนุนมาตราต่างๆในการฟื้นฟูเศรษฐกิจให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและให้มีประโยชน์เต็มที่ในทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นมาตรการคนละครึ่งที่จะต้องมีการกระจายไปให้ทั่วภูมิภาคประเทศไทย ในโครงการช้อปดีมีคืน ที่สามารถนำค่าใช้จ่ายไปลดภาษีได้ ก็ขอให้กระจายตัวให้ทั่วถึงเพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจ ฉะนั้น สื่อมวลชนก็จะเห็นภาพที่จะเชื่อมโยงและต่อเนื่องกันไปในไตรมาส 4 นี้ โดยเม็ดเงินที่จะเข้าสู่เศรษฐกิจประมาณ 2 แสนล้านบาท เป็นงบประมาณของรัฐ 6 หมื่นกว่าล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นในส่วนของรวมไทยสร้างชาติ ประชาชนคนไทยทุกคนมีส่วนร่วมกับรัฐบาลในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ นำประเทศไทยให้กลับมาแข็งแรงมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ในปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสุพัฒนพงษ์ กล่าวตอนท้ายว่า วันนี้มาครบทั้งตน นายอาคม และนายสันติ เราจะมาช่วยกัน ส่วนของตนนอกจากดูเรื่องกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็ต้องดูเรื่องการเจริญเติบโตอื่นๆ ในเรื่องของสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติด้วย ซึ่งรมว.คลังจะมาเสริมตนในเรื่องของการหามาตรการดีๆเข้ามาเสริมในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ มาตรการต่างๆที่จะมาช่วยกัน และกำลังสำคัญคือศบศ.ในส่วนของรมช.คลังจะมาสนับสนุน รมว.คลัง ในการช่วยกันดูแลเสถียรภาพความมั่นคงทางด้านการคลังของประเทศ เรามีวินัยการคลังที่จะต้องดูแลให้ดีที่สุด เพื่อวันที่โควิด-19 จบสิ้นหรือการควบคุมการแพร่ระบาดได้ดีแล้ว ประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งและแข็งแกร่งทางการเงิน ที่จะเดินหน้าเติบโตต่อไปได้ นั่นคือวิถีของการทำงานตามนโยบายของนายกฯที่กล่าวถึง รวมไทยสร้างชาติ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80242</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเมืองสงบ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, สันติ พร้อมพัฒน์, สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์, หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ, อาคม เติมพิทยาไพสิฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201012/image_big_5f841591d18c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>36476</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2019 11:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2019 11:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฟุ้ง5ปีคสช. ชาวบ้านอยู่ดีกินดี-บ้านเมืองสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 62 - พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงผลงาน 5 ปี ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า เราทำทุกอย่างเพื่อพี่น้องประชาชน ดูก็แล้วกันว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ประชาชนอยู่ดีกินดี โดยมีปัญหาต่างๆ มากมายที่จะต้องแก้ไข ซึ่งเราแก้ได้บ้างไม่ได้บ้าง อย่างไรก็ตาม เรื่องของความสงบเรียบร้อย เป็นไปด้วยดีมาโดยตลอด 5 ปี ซึ่งได้รับความร่วมมือจากประชาชนเป็นอย่างดี ส่วนปัญหาที่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ในตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และควรจะต้องทำต่อคือ ความเดือดร้อนของประชาชน เช่น ปัญหาของผู้มีรายได้น้อยที่รัฐบาลพยายามแก้ไขอยู่ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า หลังมีรัฐบาลใหม่ปัญหาการเมืองแบบเดิมๆจะกลับมาหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้เลย จะไปรู้ได้ไง แต่ขออย่าไปมองภาพว่าจะเป็นแบบนั้น หากมองเช่นนั้นก็จะแย่ไปหมด.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/36476</URL_LINK>
                <HASHTAG>5ปี, คสช., ชาวบ้านอยู่ดีกินดี, บิ๊กป้อม, บ้านเมืองสงบ, ประวิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180613/image_big_5b208ff79611b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33418</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/04/2019 09:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/04/2019 09:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ซูเปอร์โพล&#039; ชี้คนไทยหวังเศรษฐกิจดีในช่วงสงกรานต์ ครอบครัวอยู่พร้อมหน้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 เม.ย.62 - นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยซูเปอร์โพล (SUPER POLL) นำเสนอผลสำรวจภาคสนาม เรื่อง โพล ปีใหม่ไทย สงกรานต์ 62 กับความหวังของคนไทย กรณีศึกษาประชาชนคนวัยทำงานทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ จำนวนทั้งสิ้น 1,206 ตัวอย่าง ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ระหว่าง วันที่ 5 &amp;ndash; 11 เมษายน พ.ศ. 2562 ที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสอบถามประชาชนถึงความหวังที่จะเห็นเกิดขึ้นกับ &amp;quot;ชาติบ้านเมือง&amp;quot; ในปีใหม่ไทย สงกรานต์ปีนี้ พบว่า อันดับแรกหรือร้อยละ 37.4 ระบุ หวังเห็นเศรษฐกิจดี มีกินมีใช้ไม่ขัดสน รองลงมาคือร้อยละ 32.6 ระบุ คนไทยรักความสงบ ไม่วุ่นวาย ไม่ขัดแย้งรุนแรง ร้อยละ 26.1 ระบุ มีคนดีมาปกครองบ้านเมือง ร้อยละ 22.9 ระบุ คนไทยรักกัน และร้อยละ 19.2 ระบุหวังว่าจะมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าพิจารณาคือ เมื่อถามประชาชนถึงความหวังที่จะเห็นเกิดขึ้นกับ &amp;quot;ครอบครัว&amp;quot; ในปีใหม่ไทย สงกรานต์ปีนี้ พบว่า อันดับแรกร้อยละ 38.3 คือ มีเวลาอยู่ด้วยกันพร้อมหน้า รองลงมาคือ ร้อยละ 36.3 ระบุ มีความรักกัน ไม่ทะเลาะกัน ร้อยละ 35.5 ระบุ มีกินมีใช้ไม่ขัดสน ร้อยละ 31.3 ระบุ ครอบครัวอบอุ่น และร้อยละ 30.8 ระบุ ครอบครัวปลอดภัย ตามลำดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่น่าสนใจคือ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 97.9 เห็นด้วยต่อการรณรงค์ให้คนไทยรักสามัคคีกันเพื่อความสงบสุขของบ้านเมือง ในขณะที่เพียงร้อยละ 2.1 ไม่เห็นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวว่า ผลสำรวจครั้งนี้ชี้ให้เห็นว่า ถ้าเป็นเรื่องของประเทศชาติประชาชนกำลังจดจ่ออยู่ที่เรื่องของเศรษฐกิจปากท้องการที่ประชาชนมีกินมีใช้ไม่ขัดสนเป็นอันดับแรกและความหวังอยากเห็นคนไทยรักความสงบไม่วุ่นวาย ไม่ขัดแย้งรุนแรง ในขณะที่ความหวังที่ต้องการเห็นเกิดขึ้นในครอบครัวที่มาอันดับแรกกลับเป็นเรื่องเวลาการอยู่ร่วมกันพร้อมหน้า และความรักกันไม่ทะเลาะกันในครอบครัว ส่วนเรื่อง มีกินมีใช้ไม่ขัดสนตกไปอยู่เป็นความสำคัญอันดับสาม นอกจากนี้คนไทยส่วนใหญ่ทุกหมู่เหล่า ทุกกลุ่มไม่ว่ากลุ่มสีใด กลุ่มการเมืองใดเกือบทุกคนเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้ชาติบ้านเมืองสงบสุข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33418</URL_LINK>
                <HASHTAG>คนดีปกครองบ้านเมือง, คนไทยรักกัน, ความหวังของคนไทย, ซูเปอร์โพล, นพดล กรรณิกา, บ้านเมืองสงบ, เศรษฐกิจดี, โพลสงกรานต์ 2562</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180224/image_big_5a90da28b2a33.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>26707</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/01/2019 12:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/01/2019 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;ย้ำเลือกตั้งแน่ก่อน9พ.ค. วอนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ม.ค. 62 - ที่คุรุสภา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) กล่าวตอนหนึ่งระหว่างเป็นประธานในพิธีงานวันครู ปี 2562 ว่า วันนี้บ้านเมืองกำลังเดินหน้าไปสู่การเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์ ถึงอย่างไรก็จะมีการเลือกตั้งแน่นอน ไม่สามารถที่จะดึงอะไรต่อไปได้ การเลือกตั้งจะขยับไปมาก็แล้วแต่เหตุผล ซึ่งจะยังอยู่ภายในวันที่ 9 พ.ค. เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้แล้ว ไม่อย่างนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งทำไม่ได้ เพียงแต่จะขยับไปมาอยู่ภายในกรอบ ถึงอย่างไรก็เลือกตั้งก่อน 9 พ.ค. และช่วงนี้จะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอให้ทุกคนช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบ ซึ่งวันนี้ก็มีการเคลื่อนไหวเดินขบวนกันไปกันมา แต่ตนอยากให้ช่วงเวลาสำคัญนี้นิ่งสงบ เมื่อเลือกตั้งเสร็จแล้ว จะมีการประกาศผล ตรวจสอบคุณสมบัติ ตั้งรัฐบาล เลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังมีอีกหลายขั้นตอน โดยช่วงหลังเลือกตั้งเป็นเวลาที่มีความนิ่ง เพราะไม่มีการหาเสียงแล้ว การเลือกตั้งไม่ควรจะพันกับช่วงเวลาสำคัญ เหตุผลตนมีแค่นั้น เพื่อมุ่งหวังที่จะได้การเมืองที่มีเสถียรภาพ มีประเทศไทยที่เจริญก้าวหน้า&amp;quot;พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/26707</URL_LINK>
                <HASHTAG>9พ.ค., นายกฯ, บิ๊กตู่, บ้านเมืองสงบ, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181218/image_big_5c18a8ad56605.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
