<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>102339</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เตือน47จว.รับมือ พายุฤดูร้อนถล่ม!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พายุฤดูร้อนถล่มแล้ว 49 จว.ในรอบสัปดาห์ บ้านเรือนราษฎรเสียหาย 8 พันกว่าหลัง กรมอุตุฯ เตือน 47 จังหวัดรับมือ &amp;quot;กอนช.&amp;quot; เฝ้าระวัง 4 พื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก-ดินถล่ม ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ ชี้ปีนี้ฝนชุก ส.ค.-ก.ย. พายุ 2-3 ลูกเข้าไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานว่า ในรอบ 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา เกิดวาตภัยในพื้นที่ 6 จังหวัด ได้แก่ กำแพงเพชร พิษณุโลก กาฬสินธุ์ ยโสธร เลย และสุรินทร์ รวม 7 อำเภอ 11 ตำบล 19 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 66 หลัง ส่วนในรอบสัปดาห์ระหว่างวันที่ 3-9 พ.ค.64 เวลา 06.00 น. มีพื้นที่ประสบวาตภัย 49 จังหวัด 175 อำเภอ 498 ตำบล 1,559 หมู่บ้าน บ้านเรือนเสียหาย 8,204 หลัง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้วทุกจังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหายเพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ทั้งการชดเชยความเสียหายของบ้านเรือนเป็นวัสดุก่อสร้าง หรือจ่ายเงินช่วยเหลือตามความเหมาะสม ท้ายนี้ ประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศประจำวันว่า ลักษณะอากาศทั่วไป พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า บริเวณประเทศไทยตอนบนมีอากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองและมีลมกระโชกแรงเกิดขึ้นบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงที่จะเกิดขึ้นไว้ด้วย ทั้งนี้ เนื่องจากมีลมตะวันตกเฉียงใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดนำความชื้นจากอ่าวไทยและทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับลมตะวันออกยังคงพัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ทำให้ภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองในระยะนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทยตั้งแต่เวลา 12.00 น. วันนี้ ถึง 12.00 น. วันที่ 10&amp;nbsp; พ.ค. ดังนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 20-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-36 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ โดยมีลมกระโชกแรงและมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดชัยภูมิ ขอนแก่น นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-38 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดอุทัยธานี นครสวรรค์ ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 35-36&amp;nbsp; องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคตะวันออก อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง ส่วนมากบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง และจันทบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก) มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40 ของพื้นที่ ส่วนมากบริเวณจังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล อุณหภูมิต่ำสุด 21-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นนทบุรี สมุทรปราการ ปทุมธานี) อากาศร้อนในตอนกลางวัน กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 30 ของพื้นที่ และมีลมกระโชกแรงบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 24-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ได้รายงานสถานการณ์น้ำภาพรวมของประเทศว่า ทุกภาคของประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนอง และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ แม่น้ำสายหลัก ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีน้ำน้อยถึงปกติ แนวโน้มเพิ่มขึ้น และภาคใต้ มีน้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มทรงตัว ส่วนแม่น้ำโขง น้ำน้อยถึงปกติ มีแนวโน้มทรงตัว ปริมาณน้ำใช้การ แหล่งน้ำทุกขนาด 38,692 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) (47%) แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 33,924 ล้าน ลบ.ม. (47%) เฝ้าระวังน้ำน้อย จำนวน 9 แห่ง เฝ้าระวังน้ำมาก จำนวน 1 แห่ง (อ่างเก็บน้ำลำตะคอง และหนองปลาไหล) เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม บริเวณจังหวัดสระบุรี เชียงราย สุโขทัย และตาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กอนช.ติดตามการคาดการณ์สภาพอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สภาพอากาศปีนี้คล้ายคลึงกับสถานการณ์ในปี 2551 ปริมาณฝนสะสมทั้งประเทศมีค่าสูงกว่าปกติ โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบนจะสูงกว่าค่าปกติมาก ในช่วงครึ่งเดือนแรกของเดือน ก.ค. ปริมาณและการกระจายของฝนจะลดลง ตั้งแต่กลางเดือน ก.ค.-ก.ย.64 จะมีฝนตกชุกหนาแน่น ส่วนในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.64 มีโอกาสเกิดพายุเคลื่อนตัวผ่านประเทศไทย จำนวน 2-3 ลูก กอนช.ได้ประเมินพื้นที่เสี่ยงขาดแคลนน้ำและพื้นที่เสี่ยงเกิดอุทกภัย และมอบหมายหน่วยงานเตรียมความพร้อมโดยปรับแผนการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/102339</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเรือนเสียหาย, ปรับแผนบริหารจัดการน้ำ, ปีนี้ฝนชุก, พายุฤดูร้อน, พายุฤดูร้อนถล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เฝ้าระวัง, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210509/image_big_6097f9407da0e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67324</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/05/2020 07:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/05/2020 07:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แสวงหา อ่างทองอ่วม!ฝนถล่มต้นไม้ยักษ์ล้มทับบ้านเรือนชาวบ้านพังยับไก่ดับ 10 ตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 พ.ค.63 - ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดอ่างทอง รายงานว่าเมื่อคืนที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนัก ลมกรรโชกแรง​ &amp;nbsp; พัดต้นไม้ขนาดใหญ่ ล้มทับบ้านเรือนชาวบ้าน โรงเรือนเลี้ยงสัตว์ หลายจุด ในพื้นที่ อำเภอแสวงหา จังหวัดอ่างทอง ทำให้ ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ อายุกว่า &amp;nbsp;150 ปี​ &amp;nbsp;ล้มทับบ้านเลขที่​ 29หมู่11 &amp;nbsp;ต.แสวงหา​ &amp;nbsp;อ.แสวงหา &amp;nbsp;ซึ่งเจ้าของบ้านเป็นผู้พิการ ทราบชื่อ นางสาว คำเรือง​ บุญสันต์​ &amp;nbsp;อายุ​ 70 ปี​ เล่าให้ฟังว่า ต้นไม้ล้มทับตอนนั้นตกใจมาก ไม่สามารถออกจากบ้านได้ &amp;nbsp;ได้มีเจ้าหน้าที่ป้องกันสาธาณภัยเทศบาลเพชรเมืองทองและทางเจ้าหน้าที่กู้ภัย มูลนิธิร่วมกตัญญู &amp;nbsp;ได้ทุบกำแพงบ้านเพื่อเปิดให้เป็นทางออก และนำตัวตนออกมาจากบ้านได้อย่างปลอดภัย โชคดีไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างไร ส่วนบ้านเสียหายเป็นบางส่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่บ้าน &amp;nbsp; ของนายสุชีพ ทรงสกุล อายุ 74ปี &amp;nbsp;ได้ถูกต้นมะขามขนาดใหญ่ล้มทับ โรงเรือนเลี้ยงไก่ และพบไก่ตายเป็นจำนวนมาก ทางด้าน นาย สุชีพ เจ้าของบ้าน เล่าให้ฟังว่า ได้เกิดลมฝนพัดกระโชกแรงและได้เกิดไฟฟ้าดับ สักพักได้ยินเสียงโครมดังสนั่นตนจึงออกมาดูก็พบว่าต้นมะขามได้ล้มทับเล้าไก่ที่ตนเลี้ยง ไว้กว่า 100ตัว &amp;nbsp; พบมีไก่ตายนับสิบตัว และในช่วงเช้าจะทำการสำรวจอีกครั้งว่ามีไก่ตายไปมากน้อยเพียงได้และโรงเลี้ยงไก่ได้รับความเสียหายมากน้อยแค่ไหนเพื่อแจ้งทางราชการเพื่อขอความช่วยเหลือ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67324</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเรือนเสียหาย, ฝนตก, พายุ, ภูมิภาค, อ่างทอง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200530/image_big_5ed1a5c4006a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58862</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/03/2020 15:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/03/2020 15:55</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุฤดูร้อนถล่มขอนแก่น หอบหลังคาบ้านปลิวว่อนเสียหายเกือบ 50 หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พายุฤดูร้อนพัดถล่มขอนแก่น สร้างความเสียหายให้บ้านเรือนประชาชนเกือบ 50 หลังคาเรือน หลังคาปลิวว่อนหายไปกับตาภายใน 10 นาที เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง จิตอาสาเข้าให้การช่วยเหลือซ่อมแซมหวั่นถูดอิทธิพลพายุกระหน่ำซ้ำ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 มี.ค.63 - ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากอิทธิพลพายุฤดูร้อน&amp;nbsp;โดยเฉพาะที่ บ้านโนนอุดม หมู่ 6 ต.นาหว้า อ.ภูเวียง จ.ขอนแก่น ที่พบว่ากำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครอง และจิตอาสาพระราชทาน ต่างระดมกำลังเข้าช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชนที่ถูกอิทธิพลของพายุฤดูร้อนสร้างความเสียหาย หลังเกิดเหตุพายุฤดูร้อนพัดถล่มเมื่อช่วงกลางดึกของคืนที่ผ่านมา โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ช่วยเหลือนำหลังคาสังกะสีมาช่วยกันซ่อมแซมให้กลับมาเป็นปกติ พร้อมทั้งช่วยกันทำความสะอาดเคลียร์พื้นที่นำเศษใบไม้ กิ่งไม้ ที่ถูกแรงลมพายุพัดกระหน่ำหักกระจัดกระจายเกลื่อนบนถนนให้สามารถสัญจรได้ตามปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นางซ้อน วงศ์คำชัย อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 145 ม.6 ต.นาหว้า กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุได้ทำงานบ้านอยู่หลังบ้าน ส่วนสามีและหลานๆ กำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในบ้าน อยู่ๆก็มีเสียงลมและฝนกระหน่ำมาอย่างรุนแรงประมาณ 10 นาที โดยใน 10 นาทีที่เกิดพายุนั้น หลังคาบ้านได้ปลิวหลุดลอยออกไปเป็นแถบ ลมหอบเอาทั้งฝุ่น ดิน ใบไม้เข้ามาในบ้านทุกอย่างเปียกและเสียหายทันที ขณะนั้นทุกคนตกใจรีบหาที่หลบเพราะกลัวจะเป็นอันตราย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอพายุผ่านไปก็สำรวจรอบๆบริเวณบ้าน พบว่าหลังคาบ้านบริเวณห้องนอนของหลานถูกพัดปลิวออกทั้งแถบ เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้าเปียกทั้งหมด ซึ่งเกิดมาเพิ่งเคยเจอพายุที่น่ากลัวและรุนแรงแบบนี้ในเวลาเพียงแค่ 10 นาที มาตูมเดียวแล้วหายไปหลงเหลือเพียงความเสียหายไว้ให้ดู ซึ่งความเสียหายเบื้องต้นประมาณกว่า 50,000 บาท และถ้าในวันนี้มีพายุมาอีกก็คงต้องทำใจและหาที่หลบเอาชีวิตให้รอดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิกร แสนสนิท ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนอุดม กล่าวว่า พายุที่เกิดขึ้นนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาที ก็สร้างความเสียหายในหมู่บ้านเป็นวงกว้าง จากการสำรวจความเสียหายล่าสุด พบว่ามีบ้านเรือนได้รับความเสียหายทั้งหมด 48 หลังคาเรือน ซึ่งใน 48 หลังนี้เสียหายทั้งหลังไป 4 หลังคาเรือน โดยหลังตรวจสอบความเสียหายก็ได้รายงานให้ทางจังหวัดทราบ กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ทั้งตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง รวมทั้งจิตอาสาเข้ามาให้การช่วยเหลือชาวบ้าน&amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในพื้นที่ใกล้เคียงก็ถูกพายุสร้างความเสียหายด้วยเช่นกัน โดยในพื้นที่บ้านโนนอุดม&amp;nbsp;ทางเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันตั้งกองอำนวยการให้การช่วยเหลือที่บริเวณศาลากลางบ้าน คอยอำนวยความสะดวก ให้การช่วยเหลือซ่อมแซมบ้านเรือนประชาชน
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58862</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดขอนแก่น, บ้านเรือนเสียหาย, พายุถล่ม, พายุฤดูร้อน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200304/image_big_5e5f6b4ec9a7f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/12/2018 10:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/12/2018 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;สทิงพระ&#039;พายุถล่มบ้านพังเสียหาย16หลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ธ.ค.61- ที่ จ.สงขลา ได้เกิดเหตุวาตภัยขึ้นในพื้นที่ อ.สทิงพระ จากฝนที่ตกหนักและลมกระโชกแรง ทำให้บ้านเรือนของชาวบ้านในพื้นที่ 2 ตำบลของอำเภอสทิงพระ ได้รับความเสียหายรวม 16 หลัง และคอกสัตว์ 2 คอก&amp;nbsp;โดยเฉพาะในพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.คลองรี บ้านเรือนได้รับความเสียหายมากที่สุด จำนวน 10 หลัง คอกสัตว์ &amp;nbsp;2 คอก &amp;nbsp;พื้นที่หมู่ 4 ต.สนามชัย &amp;nbsp;บ้านเรือนได้รับความเสียหาย 5 หลัง และพื้นที่หมู่ 5 ต.สนามชัย บ้านเรือนเสียหาย 1 หลัง &amp;nbsp;โชคดีที่ไม่มีผู้บาดเจ็บ ทั้งนี้สภาพบ้านเรือนที่เสียหายส่วนใหญ่ถูกลมพัดหลังคาเปิดและบางหลังถูกต้นไม้ล้มทับ ที่หนักสุดคือในพื้นที่หมู่ 6 มีบ้านเรือนของชาวบ้านอย่างน้อย 5 หลัง ที่ถูกลมพัดจนหลังคาเปิดหายไปทั้งหลังข้าวของภายเครื่องใช้ภายในบ้านถูกฝนสาดได้รับความเสียหาย ไม่สามารถอาศัยได้ต้องย้ายไปอยู่บ้านญาติชั่วคราว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามในวันนี้ ฝ่ายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องจะเร่งเข้าไปช่วยเหลือรวมทั้งทหาร&amp;nbsp;จะลงพื้นที่ไปซ่อมแซมบ้านเรือนของประชาชนที่ได้รับความเสียหายเพื่อให้สามารถกลับมาอยู่อาศัยโดยเร็วที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24403</URL_LINK>
                <HASHTAG>จังหวัดสงขลา, บ้านเรือนเสียหาย, ฝนตกแรง, พายุถล่ม, สทิงพระ, องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181217/image_big_5c1717b38b87a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7133</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/04/2018 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/04/2018 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>พายุลูกเห็บถล่ม ‘สุรินทร์’ รุนแรงสุดในรอบ 100 ปี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 เม.ย.2561 - ผู้สื่อข่าวประจำ จ.สุรินทร์ รายงานว่าตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น.ของวันที่ 14 เม.ย. ได้เกิดพายุลูกเห็บ &amp;nbsp;พายุหมุน ลมแรง พัดถล่มที่บ้านม่วงสวรรค์ ม. 7 และบ้านโพนม่วง ม.10 ต.ไพรขลา อ.ชุมพลบุรี จ.สุรินทร์ เป็นเหตุทำให้บ้านเรือนราษฎรเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน ซึ่งชาวบ้านต่างพากันพูดว่า นับว่าเป็น พายุลูกเห็บถล่มหนักที่สุดในรอบ 100 ปี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุดผู้สื่อข่าวรุดลงพื้นที่ตรวจสอบ ที่บ้านม่วงสวรรค์ ม. 7 และบ้านโพนม่วง พบชาวบ้าน พระ และผู้นำชุมชน ได้ช่วยกับเก็บหลังคาสังกะสี ต้นไม้ และบ้านเรือนที่พังถล่มเสียหลายทั้งหลัง และเสียหายบางส่วนกว่า 10 หลังคาเรือน โดยนายเนื้อง บุญมัน อายุ 50 ปี กล่าวว่า รู้สึกตกใจมากๆ นึกว่าตัวเองจะไม่รอดแล้ว ตั้งตัวอะไรไม่ทันเลย พายุลูกเห็บพัดถล่มมาอย่างกระทันหัด และรวดเร็ว แถมมีลมหมุนปะทะเข้าบ้านอย่างรุนแรง จนบ้านพัง และเสาบ้านล้มมาทับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ด้านนายชาย ชีวจร ผู้ใหญ่บ้านม่วงสวรรค์ กล่าวว่า ฤทธิ์พายุลูกเห็บทำให้บ้านเรือนชาวบ้านพังเสียหายกว่า 10 หลังคาเรือน โดยบ้านของนางทองเหลือง้วน พลกอง อายุ 40 ปี ได้รับความเสียหายทั้งหลัง ขณะพายุลูกเห็บกระหน่ำเข้าหมู่บ้าน สามีของนางทองล้วน พลกอง คือนายเนื่อง บุญมัน อายุ 50 ปี &amp;nbsp;ได้หลบอยู่ชั้นล่างของบ้านพัก แรงพายุลูกเห็บพัดเข้าถล่มบ้านไม้สองชั้นพัง ล้มทับลงมาทั้งหลัง ทำให้นายเนื่อง บุญมัน ได้รับบาดเจ็บมีแผล ถลอกที่ ต้นคอ แขน และขา เพราะถูกเสาบ้านล้มทับ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7133</URL_LINK>
                <HASHTAG>100 ปี, บ้านเรือนเสียหาย, ผู้ใหญ่บ้าน, พายุลูกเห็บ, พายุหมุน, สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180415/image_big_5ad2e26d3d924.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
