<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101120</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/04/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/04/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯมธ.ตอก!ใครก็ตามที่เกี่ยวข้องโครงการบ้านเอื้ออาทร-จำนำข้าว ไม่มีสิทธิโจมตีรัฐบาลอื่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 เม.ย.64-รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว Harirak Sutabutr ระบุว่า ใครก็ตามที่มีส่วนในการริเริ่ม หรือจัดการโครงการ บ้านเอื้ออาทร และโครงการรับจำนำข้าว ไม่มีสิทธิโจมตีรัฐบาลไหนทั้งสิ้นว่าทำให้ประเทศชาติเสียหายยับเยิน เพราะโครงการบ้านเอื้ออาทร และโครงการรับจำนำข้าว คือโครงการที่ทำให้ประเทศเสียหายยับเยินของจริง ชัดเจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้ง 2 โครงการนอกจากจะมีการทุจริตกันอย่างมโหฬารแล้ว ยังทำให้ประเทศเสียเงินแบบสูญเปล่าอีกมหาศาลอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บ้านเอื้ออาทรหลายแห่งกลายเป็นหมู่บ้านร้างที่มีสิ่งปลูกสร้างคล้ายบ้านที่ดูแล้วไม่อยู่ในสภาพที่จะเป็นที่อยู่อาศัยได้ เรียงกันเป็นแถวยาว ใกล้ชิดกันขนาดที่หากมีคนอยู่ ก็สามารถเปิดหน้าต่างออกมาทักทาย แทบจ ะจับมือกับผู้ที่อยู่บ้านติดกันได้ นี่คือเงินที่สูญเปล่าทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไม่ต้องพูดถึงโครงการรับจำนำข้าว ที่นอกจากจะมีการทุจริตเป็นที่ประจักษ์แล้ว ยังก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศ จนบัดนี้รัฐบาลยังใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ ไม่จบไม่สิ้น และยังอีก 13 ปีจึงจะใช้หนี้หมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นอย่าได้วิจารณ์หรือโจมตีผู้อื่นซึ่งยังไม่แน่ชัดด้วยซ้ำว่าเป็นอย่างที่ถูกโจมตีจริงหรือไม่ ในขณะที่ตัวเองมีส่วนในการทำให้ประเทศเสียหายยับเยิน ของจริง.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101120</URL_LINK>
                <HASHTAG>จำนำข้าว, บ้านเอื้ออาทร, หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210407/image_big_606d0df27aebb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78735</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดรีมทีมส่ง‘ไก่’เข้าคุก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;แก้วสรร&amp;quot; เผยเบื้องหลังดรีมทีม เอา &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; เข้าคุก 99 ปี ได้ตำรวจมือดีมาช่วยงานสืบสวนเจาะลึกปากคำในการเคหะฯ ได้นักตรวจสอบมือฉกาจจากธนาคารชาติมาไล่ตรวจสอบทางเดินของเงินจนละเอียดยิบ ได้มือทำสำนวนจากกรมพระธรรมนูญมาสมทบอีก รวมกว่า&amp;nbsp; 20 คน พวกเขาทุ่มเทปิดทองหลังพระกันเป็นปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 26 กันยายน นายแก้วสรร อติโพธิ อดีตกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) อธิบายเรื่องคดีโควตาบ้านเอื้ออาทร หลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุกนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 99 ปีว่า โครงการบ้านเอื้ออาทรคือโครงการที่นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้การเคหะแห่งชาติมาทำหมู่บ้านจัดสรรให้ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ตั้งเป้าที่ 6 แสนหน่วย ลงทุนบ้านและที่ดินไม่เกินหน่วยละ 4.2 แสนบาท ขายหน่วยละ 3.9 แสนบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขาระบุว่า สมัยนายวัฒนา เมืองสุข เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปี 2548&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เห็นว่าการว่าจ้างเอกชนเป็นรายหมู่บ้านล่าช้า จึงนำหน่วยที่เหลือ 3 แสนหน่วยมาเปิดให้เอกชนมาทำสัญญาแบ่งจำนวนหน่วยที่ต้องการรับเหมาไปทำเลย เช่นบริษัทหนึ่งรับโควตาไป 1 หมื่นหน่วย ก็ทำสัญญารับโควตาไปทำพร้อมวางหลักประกัน จากนั้นก็นำโครงการมาเสนอขายเป็นรายหมู่บ้านไป ทำไปหลายหมู่บ้านจนกว่าจะครบ 1 หมื่นหน่วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในการรับซื้อการเคหะฯ เหมาซื้อที่หน่วยละ 4.2 แสนบาท ได้โควตาแล้วเบิกเงินล่วงหน้าได้ไม่เกิน 15% ของค่าโควตาทั้งหมด หมู่บ้านใดที่เสนอแล้วได้รับอนุมัติได้ค่าที่ดินทันที 100% ระบบนี้ไม่มีการรับซื้อตามราคาที่ดินจริง เหมาให้เลย หน่วยละ 4.2 แสน ถ้าได้ที่ดินราคาถูกก็ยิ่งกำไร ยิ่งยัดบ้านลงไปแน่นอีกเท่าใดก็กำไรหนักขึ้นไปอีก จากการตรวจสอบของ คตส. หมู่บ้านยุคนี้แน่นมากและเข้าถึงยากมาก เคยอยู่แค่รังสิตคลอง 2 ก็โดดไปคลอง 9 เลย ที่สมุทรสาครเลี้ยวเข้านากุ้ง นาเกลือก็มี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;มีคดีโกงชื่อคนจอง เอาผีมาจองหลายโครงการ ผู้รับเหมารายใหญ่ที่จ่ายเงินแล้วสารภาพกับ คตส. 7 ราย เขาบอกว่าทำได้ครับ สภาพคล่องก็ไม่ยาก ใช้กระดาษ 3 ใบยื่นคำขอโควตา 1 หมื่นหน่วย มูลค่างาน 4,200 ล้าน ก็ได้เงินล่วงหน้ามาแล้วไม่เกิน 630 ล้าน เท่านี้ก็พอ แบ่งไปจ่ายค่าโควตาได้แล้ว&amp;quot; นายแก้วสรรอธิบายถึงส่วนต่างให้นักการเมืองเรียกค่าโควตา
&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังระบุว่า คดีนี้พบว่าจ่ายเงินล่วงหน้าให้ 11 บริษัทไปกว่า 4,000 ล้านบาท พอเราตรวจทางเดินเงินก็พบว่าไหลไปเข้าเครือข่ายรับค่าโควตาของจำเลยถึง 1,400 ล้านบาททีเดียว อาทิตย์เดียวเท่านั้นวางบิลเสร็จหมดเลย ผู้รับเหมา 7 ราย เขายอมบอกว่าเป็นค่าโควตาให้รัฐมนตรี โดยตัวแทนที่เป็นเสี่ยค้าข้าวและลูกน้องเป็นคนเจรจา คนทวง และคนรับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนประเด็นที่นายวัฒนายืนยันว่าการให้โควตาเป็นเรื่องของการเคหะฯ และจ่ายไปถูกต้องตามระเบียบทุกอย่าง นายแก้วสรร&amp;nbsp; อธิบายว่า นั่นก็ถูกของเขา ระบบโควตานี้ไม่ผิดกฎหมาย ทุกสัญญาโควตาที่ให้ก็ไม่ผิดกฎหมาย มันจึงไม่มีความผิดตามมาตรา 157 เกิดขึ้น แต่ที่ผิดมันผิดตรงที่ไม่มีใครมีสิทธิ์ไปเรียกเก็บตั๋วค่าโควตา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลักฐานมันชัดว่าเสี่ยคนนั้นคอยกำกับจัดการการให้โควตาและการให้เงินล่วงหน้า ทำตัวเป็นที่ปรึกษาอยู่ในออฟฟิศรัฐมนตรีเลย หน้าห้องรัฐมนตรีก็เคยโทร.ไปทวงเงินผู้รับเหมา เสี่ยคนนี้อาชีพค้าข้าว แล้วจะไปทำงานเป็นที่ปรึกษาบริษัทรับเหมาได้ค่าปรึกษาเป็น 1,400 ล้านบาทได้อย่างไร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรระบุว่า มาตรา 148 แค่เจ้าพนักงานเรียกประโยชน์จากผู้อื่นก็ผิดแล้ว ส่วนเงิน 1,400 ล้านนั้น&amp;nbsp; คตส.ตามไปติดๆ ก็เข้าบริษัทส่งออก ทะเบียนตั้งอยู่ที่ร้านก๋วยเตี๋ยว มีหมานอนเกาเห็บ 2 ตัว เงินเข้าแล้วก็โอนไปธนาคารฮ่องกงเลย เข้าใจว่าเป็นการฟอกเงินกลับมาในนามเงินส่งออกข้าว คุณต้องรู้ว่าเสี่ยคนนี้เป็นมือฟอกเงินของพรรคนี้มาหลายโครงการแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่นายวัฒนาอ้างว่าไม่รู้เรื่องเสี่ยเรียกเงิน อดีตกรรมการ คตส.ผู้นี้ชี้แจงว่า ผู้รับเหมาขนาดใหญ่ของเมืองไทยก็ไม่โง่ที่จะถูกหลอกขายโควตาง่ายๆ เสี่ยเองก็วางตัวอยู่ในออฟฟิศรัฐมนตรี สั่งเจ้าหน้าที่ให้ส่งเอกสารรายงานความคืบหน้าให้ตนเองตลอดเวลา ศาลก็เลยตัดสินว่าเสี่ยต้องเป็นตัวการเรียกค่าโควตาร่วมกันกับรัฐมนตรีรวม 11 ครั้ง 11 กระทง วางโทษรัฐมนตรีจำคุกกระทงละ 9 ปี รวม 99 ปี แต่เสี่ยไม่ใช่เจ้าพนักงาน จึงโดนแค่สนับสนุนโทษ สองในสาม คือ 66 ปี จุดจบก็มาถึงตรงนี้ วันนี้ในที่สุด&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายแก้วสรรรเผยว่า คตส.ได้ทีมตำรวจมือดีมาช่วยงานสืบสวนเจาะลึกปากคำในการเคหะฯ ได้นักตรวจสอบมือฉกาจจากธนาคารชาติมาไล่ตรวจสอบทางเดินของเงินจนละเอียดยิบ ได้มือทำสำนวนจากกรมพระธรรมนูญมาสมทบอีก รวมกว่า 20 คน พวกเขาทุ่มเทปิดทองหลังพระกันเป็นปี จนสำเร็จมาถึงวันนี้ได้ ช่วยขอบคุณเขาด้วยเถิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พวกเราไม่ได้แกล้งคุณจริงๆ คุณจะชนะหรือแพ้คดีในชั้นอุทธรณ์หรือไม่ ก็แล้วแต่ศาลท่าน พวกผมเสร็จงานของผมแล้ว&amp;quot;&amp;nbsp; นายแก้วสรรฝากไปถึงนายวัฒนา&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อดีต คตส.ยังเผยว่า รัฐมนตรีอีกคนที่อยากบอกเขาด้วยคือนายพงษ์เทพ เทพกาญจนา &amp;quot;ผมยังจำได้ดีที่ท่านถามผมอย่างเยาะเย้ยถากถางกลางเวทีอภิปรายที่นิติจุฬาฯ หลายปีก่อนว่า คดีที่ทำแล้วคุยนักคุยหนานั้นไปไหนหมดแล้ว วันนี้ก็อยากถามเท่านั้นครับว่าพวกท่านได้คำตอบเป็นยึดทรัพย์ เป็นคุกตะรางไปกี่คดีแล้วนับถูกไหม แล้วนี่ยังอยากจะเป็นรัฐบาลกันอีกหรือ&amp;quot;.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78735</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, คตส., ทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร, บ้านเอื้ออาทร, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แก้วสรร อติโพธิ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200926/image_big_5f6f43f39c9d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78547</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จำคุก‘วัฒนา’99ปี วาง10ล้านไม่หนี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุกถ้วนหน้า! ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิพากษาจำคุก &amp;quot;วัฒนา&amp;quot; 99 ปี คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร ร่วมชดใช้ 1.3 พันล้านบาท โชคดีได้ประกันชั้นอุทธรณ์ เป็นเคสแรกวางเงิน 10 ล้าน ยันไม่หนี ฟุ้งมั่นใจตั้งแต่วันแรกดูภาษากายก็รู้ ส่วน &amp;quot;เสี่ยเปี๋ยง-อริสมันต์&amp;quot; ก็ไม่รอด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 24 กันยายน 2563 ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน อ่านคำพิพากษาคดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.), นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548-2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน), นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ชอบด้วยกฎหมายและโจทก์มีอำนาจฟ้อง ข้อเท็จจริงฟังได้ว่ามีการขบวนการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการตามฟ้อง ซึ่งการดำเนินการมีลักษณะเป็นการร่วมกันกระทำเป็นขบวนการอย่างมีระบบ อันเป็นความผิดตามฟ้องเกิดขึ้นจริง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัญหาว่าจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้น มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา การที่จำเลยที่ 1 กำหนดแนวทางในการจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทรใหม่นั้น และการที่จำเลยที่ 1 มีบันทึกข้อความลงวันที่ 17 ตุลาคม 2548 สั่งให้แก้ไขข้อ 3 ของประกาศการเคหะแห่งชาติ ฉบับลงวันที่ 14 ตุลาคม 2548 รับฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ 1 แทรกแซงการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเคหะแห่งชาติและผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนความผิดฐานร่วมข่มขืนใจหรือจูงใจแก่ผู้ประกอบการให้นำเงินมอบให้เพื่อตอบแทนการที่การเคหะแห่งชาติอนุมัติให้ได้เข้าทำสัญญาตามฟ้องหรือไม่นั้น เห็นว่า แม้จำเลยที่ 1 อ้างว่ารัฐมนตรีมีหน้าที่กำกับงานด้านนโยบาย และจำเลยที่ 1 เกี่ยวข้องเฉพาะการปรับปรุงประกาศฉบับใหม่หรือทีโออาร์ก็ตาม แต่ลักษณะการกระทำความผิดในคดีนี้เป็นไปไม่ได้ที่จำเลยที่ 4-7 ซึ่งเป็นเพียงบุคคลภายนอกจะสามารถกระทำการได้เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งจำเลยที่ 4 ไม่อาจจะแสดงตนให้ผู้ประกอบการรายใหญ่เชื่อถือได้ว่าจำเลยที่ 4 มีฐานะเป็นที่ปรึกษาไม่เป็นทางการของจำเลยที่ 1 ได้เอง อีกทั้งจำเลยที่ 4 ย่อมไม่มีอำนาจใดที่จะผลักดันให้ผู้ประกอบการที่ตกลงจ่ายเงินได้รับอนุมัติหน่วยก่อสร้างทุกรายได้ดังที่เกิดขึ้นจริงในคดีนี้ ทั้งจำเลยที่ 1 น่าจะรู้ข้อเท็จจริงที่มีการเรียกรับเงิน เพราะเป็นเงินจำนวนสูงมากและเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันอย่างแพร่หลายในเวลานั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ประกอบกับจำเลยที่ 1 ได้เข้าไปกำกับดูแลการจ่ายเงินล่วงหน้า ย่อมมีผลเป็นการเร่งรัดให้มีการจ่ายเงินล่วงหน้าอยู่ในตัว พฤติการณ์บ่งชี้ว่าเป็นการเร่งรัดและเพิ่มจำนวนเงินล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ประกอบการนำเงินล่วงหน้าที่ได้รับมามอบให้แก่จำเลยที่ 4 เมื่อมีการเรียกทรัพย์สินก็ต้องถือเป็นความผิดแล้วการที่จำเลยที่ 1 จะเรียกเงินจากผู้ประกอบการด้วยตนเองหรือไม่ ย่อมไม่ใช่ข้อสำคัญ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยที่ 1 ร่วมรู้เห็นเป็นใจในการข่มขืนใจหรือจูงใจแก่ผู้ประกอบการให้นำเงินมอบให้เมื่อการกระทำของจำเลยที่ 1 ในส่วนนี้เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 อันเป็นบทเฉพาะแล้วไม่จำต้องปรับบทตามมาตรา 157 อันเป็นบททั่วไปอีก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับจำเลยที่ 10 ซึ่งเคยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีคนก่อน ได้พูดยุยงส่งเสริมเพื่อช่วยในการตัดสินใจของนางชดช้อยให้เกิดความมั่นใจที่จะมอบเงินให้แก่ผู้มารับเช็คไป อันเป็นการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกแก่การกระทำความผิดของขบวนการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการ แม้ผู้ร่วมกระทำความผิดในขบวนการเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการจะรู้ถึงการช่วยเหลือหรือให้ความสะดวกของจำเลยที่ 10 หรือไม่ก็ตาม แต่ก็ถือว่าจำเลยที่ 10 เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดตามฟ้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ดังนั้น จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 มีความผิดตามฟ้องรวม 11 กรรม จำเลยที่ 5 มีความผิด 5 กรรม จำเลยที่ 7 มีความผิดรวม 8 กรรม และจำเลยที่ 10 มีความผิดกรรมเดียว ส่วนที่โจทก์ขอให้ริบเงินจำนวน 1,415,616,550 บาท และให้ชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของสิ่งที่ศาลสั่งริบได้นั้น พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 42, 43, 44 กำหนดให้ศาลมีอำนาจริบทรัพย์สินที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้มาจากการกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือบุคคลได้มาจากการกระทำความผิดในฐานะที่เป็นผู้สนับสนุนการกระทำความผิดของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และมีอำนาจที่จะสั่งให้ผู้มีหน้าที่ต้องส่งสิ่งที่ศาลสั่งริบชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของสิ่งที่ต้องส่งดังกล่าวได้ พร้อมทั้งต้องเสียดอกเบี้ยในระหว่างเวลาผิดนัดตามอัตราที่ศาลกำหนด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยศาลมีอำนาจมีคำสั่งริบทรัพย์ตามที่ปรากฏจากทางไต่สวนของศาลได้ ไม่ว่าโจทก์จะมีคำขอหรือไม่ก็ตาม บทบัญญัติดังกล่าวเป็นการขยายความเกี่ยวกับขั้นตอนการบังคับโทษในส่วนการริบทรัพย์สิน จึงย่อมใช้บังคับแก่คดีนี้ได้เมื่อมีการรับเงินมาจากการกระทำความผิดแล้วได้โอนเงินเข้าบัญชีบุคคลอื่นหลายบัญชีและมีการเบิกถอนเงินสดด้วย เชื่อว่าโดยสภาพของเงินที่ได้รับมาไม่สามารถที่จะส่งมอบหรือคืนได้ อันเป็นการที่แสดงให้เห็นว่าการติดตามเอาคืนกระทำได้ยากเกินสมควร จึงให้จำเลยผู้มีหน้าที่ต้องส่งเงินชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าของเงินที่ศาลสั่งริบ โดยให้จำเลยที่ 1 ที่ 4 ที่ 6 และที่ 8 ร่วมกันชำระเป็นเงินแทนตามมูลค่าจำนวน 1,323,006,750 บาท จำเลยที่ 5 ร่วมชำระจำนวน 763,197,000 บาท จำเลยที่ 7 ร่วมชำระจำนวน 1,056,267,000 บาท และจำเลยที่ 10 ร่วมชำระจำนวน 40,000,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พิพากษาว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 (เดิม) จำเลยที่ 4-8 และที่ 10 มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 (เดิม) ประกอบมาตรา 86 การกระทำของจำเลยที่ 1 และที่ 4-8 เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 ลงโทษจำเลยที่ 1 จำคุกกระทงละ 9 ปี รวม 11 กระทง เป็นจำคุก 99 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 1 มีกำหนด 50 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 (3)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ลงโทษจำเลยที่ 4 จำคุกกระทงละ 6 ปี รวม 11 กระทง เป็นจำคุก 66 ปี เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุกจำเลยที่ 4 มีกำหนด 50 ปี ลงโทษจำเลยที่ 5 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 5 กระทง เป็นจำคุก 20 ปี ลงโทษจำเลยที่ 6 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 11 กระทงเป็นจำคุก 44 ปี ลงโทษจำเลยที่ 7 จำคุกกระทงละ 4 ปี รวม 8 กระทง เป็นจำคุก 32 ปี ลงโทษจำเลยที่ 8 ปรับกระทงละ 25,000 บาท รวม 11 กระทง รวมเป็นเงิน 275,000 บาท ลงโทษจำเลยที่ 10 จำคุก 4 ปี
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังศาลฎีกาฯ อนุญาตให้นายวัฒนา ประกันตัว หลังทนายและญาติยื่นหลักทรัพย์ 10 ล้านบาท เป็นบัญชีธนาคารหลักทรัพย์เดิม 5 ล้านบาท และเติมเงินสดเพิ่มอีก 5 ล้านบาท โดยศาลกำหนดเงื่อนไขห้ามออกนอกประเทศ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 14 ราย แต่ที่ถูกลงโทษ ประกอบด้วย 1.นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.กระทรวงการพัฒนาสังคมฯ 4.นายอภิชาติ จันทร์สกุลพร หรือเสี่ยเปี๋ยง นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่&amp;nbsp; 6.น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด 7.น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, 8.บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน 10.นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายหลังศาลอนุญาตให้ประกันตัว นายวัฒนาให้สัมภาษณ์ว่า ตนไม่เห็นพ้องด้วย ก็จะใช้สิทธิ์อุทธรณ์ไปตามกฎหมาย ดีใจที่ตนเป็นเคสแรกที่โทษสูงแต่ศาลให้ประกันตัว เพราะได้กราบเรียนท่านว่าตนเป็นคนว่าความ ทำคดีเอง เอกสารมีเป็นหมื่นหน้า อยู่ในไฟล์อิเล็กทรอนิกส์ ถ้าไม่อนุญาตให้ประกันตัว ไม่สามารถอุทธรณ์ได้ เพราะในเรือนจำไม่อนุญาตให้นำเครื่องมือสื่อสารเข้าไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลอนุญาตประกันตัวด้วยเหตุผลว่าเชื่อว่าผมไม่มีพฤติการณ์หลบหนีและมาศาลทุกนัด ส่วนการอุทธรณ์ไม่ต้องมีพยานใหม่ เป็นการคัดค้านดุลยพินิจของศาล เป็นเรื่องความเห็นที่ไม่เหมือนกัน เราดูกันที่เหตุผล ขึ้นอยู่กับที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกาจะมีความเห็นอย่างไร ผมมั่นใจตั้งแต่วันแรกแล้ว ดูภาษากายผมก็รู้ เชื่อว่าสิ่งที่ทำมาถูกต้อง&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่ายืนยันว่าจะไม่หนีแน่นอน นายวัฒนากล่าวว่า &amp;quot;หนีทำไม ตอนนี้จะหนีไปสภา อยากลุ้นรัฐธรรมนูญมากกว่า ผมรู้ดีทุกอย่างว่าทำอะไร จากภาษากายทุกคนรู้ว่าผมไม่หนี องค์คณะ 9 ท่านยังเชื่อว่าผมไม่หนี นี่เป็นคดีแรกที่โทษ 50 ปีแล้วศาลให้ประกัน&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78547</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทร, บ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200924/image_big_5f6cb23d9b95e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>75629</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2020 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2020 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศาลฎีกาฯเคาะแล้ววันพิพากษาคดีบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ส.ค.63 - เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง องค์คณะผู้พิพากษา 9 คน นัดไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้าย คดีทุจริตโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ หมายเลขดำ อม.42/2561 ที่อัยการสูงสุด เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายวัฒนา เมืองสุข อายุ 62 ปี อดีต รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ยุครัฐบาลทักษิณ 2 สมาชิกพรรคเพื่อไทย, นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตกรรมการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการปี 2548&amp;ndash;2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีตผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, นายอริสมันต์ หรือกี้ร์ พงษ์เรืองรอง อายุ 56 ปี อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย และกลุ่มเอกชน รวม 14 ราย เป็นจำเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ซึ่งทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148, เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มาตรา 157, ฐานเป็นพนักงานเรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อให้กระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 148 และตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6, 11 และเป็นผู้สนับสนุนการกระทำผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 86, 91&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คดีนี้เริ่มมีการพิจารณาไต่สวนพยานในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตั้งแต่ปี 2562 เรื่อยมา โดยจำเลยที่ได้รับการประกันตัวเดินทางมาศาล ส่วนจำเลยที่ถูกจำคุกในคดีจีทูจีข้าว ถูกเบิกตัวจากเรือนจำมาศาล สำหรับคดีนี้มีจำเลยที่ 6-7,10-12 หลบหนีคดี ศาลได้ออกหมายจับไว้แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การไต่สวนพยานจำเลยนัดสุดท้ายในวันนี้ ฝ่ายจำเลยได้นำพยานขึ้นเบิกความ จำนวน 3 ปาก ประกอบด้วย 1.น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 5 ในฐานะเลขานุการของเสี่ยเปี๋ยง เบิกความเกี่ยวกับการทำธุรกรรมในฐานะลูกจ้าง บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด ซึ่งต่อมาได้ถือหุ้นแทนเสี่ยเปี๋ยง จำเลยที่ 4 และเป็นกรรมการบริษัท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.หนึ่งในกรรมการบริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด จำเลยที่ 13 อาชีพทนายความ มีอำนาจหน้าที่ในการดูแลเรื่องคดีต่างๆ ของบริษัท โดย เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 2561 ก่อนการฟ้องคดีนี้ เบิกความตามเอกสารที่ได้ข้อเท็จจริงจากการตรวจสอบพยานเอกสารของกรรมการบริหารชุดเก่า ไม่ทราบเรื่องขณะเกิดเหตุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ จำเลยที่ 14 เบิกความเกี่ยวกับการเซ็นเอกสาร การดำเนินโครงการตามสัญญา ซึ่งยืนยันว่าโครงการสำเร็จ 95% ปฏิบัติตามสัญญามาตลอด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ศาลได้ไต่สวนพยานของศาล อีก 1 ปาก เป็นอดีตข้าราชการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.) ที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้ โดยยืนยันคำเบิกความตามเอกสารที่ระบุจำเลยที่ 1-3 ไม่มีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องใดๆ ในคดีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภายหลังศาลไต่สวนพยานทั้งหมด 4 ปากเสร็จสิ้นแล้ว ศาลได้กำหนดนัดส่งเอกสารคำแถลงปิดคดี ภายในวันที่ 17 ก.ย. 2563 และนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 24 ก.ย. 2563 เวลา 11.00 น.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับรายชื่อจำเลยทั้ง 14 ราย ประกอบด้วย นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.พม., นายมานะ วงศ์พิวัฒน์ อดีตบอร์ด กคช. และอดีตประธานอนุกรรมการพิจารณากลั่นกรองโครงการระหว่างวันที่ 9 ก.ย. 2548 &amp;ndash; 19 ก.ย. 2549, นายพรพรหม วงศ์พิวัฒน์ อดีต ผอ.ฝ่ายการเงิน บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจก่อสร้างที่พักอาศัย, นายอภิชาติ หรือเสี่ยเปี๋ยง จันทร์สกุลพร นักธุรกิจค้าข้าวรายใหญ่, น.ส.รัตนา แซ่เฮ้ง ลูกน้องคนสนิทเสี่ยเปี๋ยง, น.ส.กรองทอง วงศ์แก้ว พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด, น.ส.รุ่งเรือง ขุนปัญญา พนักงาน บจก.เพรซิเดนท์ฯ, บริษัท เพรซิเดนท์ อะกริ เทรดดิ้ง จำกัด โดยนายปกรณ์ อัศวีนารักษ์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, บริษัท ซิลเวอร์ อินเตอร์ กรุ๊ป จำกัด (เดิมชื่อ บริษัท ไทย เฉน หยู อินเตอร์เนชั่นแนลคอนสตรัคชั่น ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด) โดยนางพิมพ์วรา รัชต์ธนโรจน์ กรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทน, นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง หรือกี้ร์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักไทย, บริษัท พาสทิญ่าไทย จำกัด, บริษัท นามแฟทท์ คอนสตรัคชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบกิจการก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย, บริษัท พรินซิพเทค ไทย จำกัด ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง และ น.ส.สุภาวิดา คงสุข กรรมการผู้มีอำนาจทำการแทน บริษัท ไทยเฉนหยูฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/75629</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเอื้ออาทร, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181017/image_big_5bc6875d7e572.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8753</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 16:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 16:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปากกล้าขาสั่น!&#039;วัฒนา&#039;เตรียมหลักทรัพย์ไปประกันตัวคดีบ้านเอื้ออาทร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค.61 - นายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) สมัยรัฐบาลทักษิณ 2 และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่อัยการสำนักงานปราบปรามการทุจริต นัดรับทราบคำสั่งฟ้องและนำตัวยื่นฟ้องคดีทุจริตการอนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาติ ว่า ในวันพรุ่งนี้ (9 พ.ค.) จะไปพบอัยการตามที่นัดไว้เวลา 09.00 น. หลังจากนั้นพาตัวฟ้องที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ซึ่งเตรียมหลักทรัพย์ไว้รอยื่นประกันตัวตามกระบวนการศาล สำหรับคดีนี้มีผู้ถูกกล่าวหานับ 10 คน โดยคนอื่นๆ จะเดินทางมาพบอัยการอย่างไรตนไม่ทราบ ส่วนตัวก็จะไม่เลื่อนนัดอัยการเพราะพร้อมจะไปพบตามการนัดหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การนัดให้ผู้ถูกกล่าวหาคดีนี้ อัยการแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหา 19 ราย มาพบที่ห้องประชุม 501 ณ อาคารสำนักงานอัยการสูงสุด ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันที่ 9 พ.ค.นี้ เวลา 09.00 น. หลังจากนั้นจะนำตัวผู้ถูกกล่าวหาพร้อมสำนวน เอกสารหลักฐานในคดีที่เริ่มต้นในชั้นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) และรับช่วงต่อมาถึงคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไปยื่นฟ้องยังศาลฎีกาแผนกคคีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ถ.แจ้งวัฒนะ ในวันเดียวกันดังกล่าว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสำนวนทุจริตการอนุมัติโครงการบ้านเอื้ออาทรของการเคหะแห่งชาตินั้น เป็นสำนวนคดีสุดท้ายในการตรวจสอบหลายโครงการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ ซึ่งสำนักงานอัยการสูงสุดได้รับสำนวนมาจาก คตส. โดยชุดแรกอัยการ รับมาเมื่อวันที่ 30 มิ.ย. 2551 จากนั้นมีหลายส่วนทยอยส่งมา กระทั่ง คตส.ยุติหน้าที่ จึงเป็น ป.ป.ช.รับช่วงสำนวนคดีต่อจากข้อกล่าวหาเรียกรับเงินจากผู้ประกอบการเอกชนให้ได้โควต้าเป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างโครงการบ้านเอื้ออาทรกับการเคหะแห่งชาติ 7 โครงการ 7,500 ยูนิต มูลค่า 2,500 ล้านบาท และได้ชี้มูลความผิดนายวัฒนา เมืองสุข อดีต รมว.การพัฒนาสังคมฯ และผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 10 ราย เป็นผู้ถูกกล่าวหา รวมความผิด 3 ข้อหา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.ฐานเป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้ซึ่งทรัพย์สินแก่ตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 &amp;ndash; 400,000 บาท หรือประหารชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2.ฐานเป็นเจ้าพนักงานฯ เรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบเพื่อกระทำการในตำแหน่งโดยไม่ชอบฯ ตามมาตรา 149 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 5-20 ปี หรือจำคุกตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่ 100,000 &amp;ndash; 400,000 บาท หรือประหารชีวิต&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3.ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามมาตรา 157 ระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 &amp;ndash; 10 ปีหรือปรับตั้งแต่ 20,000 &amp;ndash; 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8753</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ2, บ้านเอื้ออาทร, พบอัยการ, วัฒนา เมืองสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180508/image_big_5af166d50cebb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8664</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/05/2018 17:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/05/2018 12:58</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วัฒนา&#039;โอดคดีบ้านเอื้ออาทรโทษถึงประหาร อัดปปช.จ้องเอาผิดตนคนเดียว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่าสำหรับการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา คดีทุจริต โครงการบ้านเอื้ออาทร ตนจะเดินทางเข้า รับทราบข้อกล่าวหาจากอัยการสูงสุดในวันที่ 9 พ.ค. เพื่อถูกส่งตัวฟ้องคดี พร้อมกับวางเงินประกันตัวเพื่อต่อสู้คดี และไม่ได้ดำเนินการตามที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา แต่เกิดจากแรงจูงใจทางการเมือง หลังการรัฐประหารปี 2549 การไต่สวนไม่ได้ยึดหลักกฎหมายและข้อเท็จจริงแต่มุ่งหมายเอาผิดที่ตนเป็นสำคัญ มีการข่มขู่พยานที่ไม่ให้ความร่วมมือ มีข้อพิรุธในการตรวจสอบคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ &amp;nbsp;คดีมีความล่าช้าถึง 12 ปี ทั้งที่ี่เป็นคดีที่ไม่ซับซ้อน สามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินหรือ สอบพยานบุคคลเพื่อดำเนินคดี การเรียกรับประโยชน์ และคดีนี้ปปช.ได้ส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดโดยไม่มีการแถลงข่าวให้ทราบถึงมติของปปช. ไม่มีการประกาศในเว็บไซต์เหมือนที่ปฏิบัติกับคดีทั่วไป นายณรงค์ รัฐอมฤต เจ้าของสำนวนอ้างว่าไม่ต้องการให้ตนร้องขอความเป็นธรรม เพราะจะทำให้ส่งสำนวนไปยังอัยการสูงสุดไม่ได้ ซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรม เนื่องจากความผิดตามมาตรา 148 มีโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต จึงเป็นสิทธิ์โดยชอบของผู้ถูกกล่าวหาที่จะขอความเป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวัฒนา &amp;nbsp;กล่าวต่อว่านอกจากนี้ยังเห็นว่าการดำเนินคดีมีการเลือกปฏิบัติ โดยมุ่งเอาผิดที่ตนฝ่ายเดียว ทั้งที่ข้อกล่าวหาว่าสั่งการให้ออก TOR โดยไม่ชอบ ฝ่ายปฏิบัติคือผู้ว่าการและคณะกรรมการจะต้องมีความผิดด้วย แต่สุดท้ายคดีนี้จนถูกฟ้อง เพียงคนเดียว รวมถึง ข้อกล่าวหาในชั้นปปชที่มีการเปลี่ยน จากการเรียกรับผลประโยชน์ เป็นประเด็นรู้เห็นเป็นใจเพราะไม่มีพยานหลักฐานที่พิสูจน์ได้ว่า มีความเชื่อมโยงกับตน ขอ ยืนยันความบริสุทธิ์ ไม่รู้สึกกังวลกับการต่อสู้คดี พร้อมที่จะพิสูจน์คดีในชั้นศาล มั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมจากศาล ที่ผ่านมาไม่เชื่อมั่นในกระบวนการตรวจสอบจากองค์กร ที่มีการแทรกแซงโดยคณะรัฐประหาร ทั้ง คตส. ปปช. และอัยการสูงสุด.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8664</URL_LINK>
                <HASHTAG>บ้านเอื้ออาทร, ปปช., วัฒนา เมืองสุข, อัยการสูงสุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180418/image_big_5ad70df57403f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
