<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>55401</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;อว.ช่วยบัณฑิตตกงาน 5หมื่นคน จากที่คาดว่าปีนี้จะตกงาน 5แสนคน ทำงานพัฒนาชนบท ได้เงินเดือน1.5หมื่นบาท ผ่านโครงการ&quot;ยุวชนสร้างชาติ&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24ม.ค.63- นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (อว.) กล่าวเปิดงาน &amp;nbsp;Maker Faire Bangkok 2020: THE FUTURE WE MAKE&amp;rdquo; มหกรรมการแสดงผลงานสิ่งประดิษฐ์และการรวมตัวของเมกเกอร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ &amp;nbsp;บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด ร่วมกับ อว.และ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่ววมกันจัดว่า &amp;nbsp;อว. มีเป้าหมายในการเตรียมความพร้อมให้กับคนไทยในการก้าวไปสู่ศตวรรษที่ 21 ด้วยการส่งเสริมองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจสามารถจับต้องได้และใช้ได้จริง ซึ่งเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพัฒนาประเทศไทยในปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ยังมีโครงการ &amp;ldquo;ยุวชนสร้างชาติ&amp;rdquo; ที่เพิ่งจะคิ๊กออฟไปเมื่อวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมา โดยพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ณ ทำเนียบรัฐบาล โครงการนี้มีเป้าหมายในการแก้ไขปัญหาความยากจนและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทย โดยอาศัยพลังของยุวชนวัยหนุ่มสาวในรั้วมหาวิทยาลัย และบัณฑิตจบใหม่ มาช่วยขับเคลื่อนประเทศ ผ่าน 3 โครงการย่อย ประกอบด้วย 1.โครงการยุวชนอาสา 2.โครงการบัณฑิตอาสา และ 3.โครงการกองทุนยุววิสาหกิจเริ่มต้น ซึ่ง &amp;ldquo;ยุวชนสร้างชาติ&amp;rdquo; จะเน้นการเรียนรู้ สร้างประสบการณ์จริงนอกห้องเรียน คิด-วิเคราะห์ รวมทั้งบูรณาการหลาย ๆ สาขาศาสตร์วิชาเข้าด้วยกัน เพื่อใช้นวัตกรรมลดความเหลื่อมล้ำของชุมชน อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้นักศึกษาและบัณฑิตจบใหม่เป็นตัวกลางในการนำความรู้และเทคโนโลยีไปถ่ายทอดให้ชุมชนพัฒนาพื้นที่ชนบท &amp;nbsp;และจะเป็นทั้งมาตรการพยุงสภาพเศรษฐกิจที่เปราะบางในปี 2563 ที่สำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า จะมีบัณฑิตตกงานประมาณ 5 แสนคน ด้วยการดึงบัณฑิตตกงานออกมาช่วย 5 หมื่นคน หรือ 10 เปอร์เซ็นต์ ทำงาน 1 ปี ได้คนละ 15,000 บาท ถือเป็นการลดภาระให้กับสังคมและยังถือเป็นการลงทุนทางสังคมด้วย เพราะทั้งช่วยลดอัตราการว่างงานและช่วยหยิบยื่นโอกาสให้เด็กจบใหม่ได้เรียนรู้จริง โครงการนี้จึงเป็นการลงทุนทางสังคมที่จะทำให้ &amp;quot;คนรุ่นใหม่&amp;quot; เป็น &amp;quot;ผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง&amp;quot; อย่างสร้างสรรค์และเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อผู้อื่นอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;โครงการยุวชนสร้างชาติถือเป็น &amp;quot;การลงทุนทางสังคม&amp;quot; ที่แม้จะไม่ใช่การลงทุนในเชิงโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ หรือนโยบายทางด้านการเงินการคลัง ที่สามารถวัดประเมินผลได้ด้วยตัวชี้วัดเชิงปริมาณ แต่โครงการยุวชนสร้างชาติคือ การขับเคลื่อนองคาพยพของทุกภาคส่วนเพื่อหล่อหลอมและจรรโลงจิตสำนึกสาธารณะความเป็นพลเมืองไทยและความภูมิใจในทรัพยากรของชาติให้บังเกิดขึ้นในยุวชนรุ่นใหม่&amp;quot;นายสุวิทย์กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/55401</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์, บํณฑิตตกงาน, อว.ช่วยบัณฑิตตกงาน, โครงการยุวชนสร้างชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191218/image_big_5df9f4d07ceaf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
