<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115073</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อย.เผายาเสพติด 27ตัน3หมื่นล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; อย.พร้อมด้วยสำนักงาน ป.ป.ส. สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพบก ตรวจสอบยาเสพติดก่อนนำไปเผากว่า 27 ตัน มูลค่ากว่า 29,916 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 30 ส.ค.64 นพ.วิทิต สฤษฎีชัยกุล รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ​เปิดเผยต่อสื่อมวลชนว่า ตามระเบียบกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยการเก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข โดย อย.เป็นผู้เก็บรักษายาเสพติดให้โทษของกลางในระหว่างการพิจารณาคดีไว้ ณ คลังยาเสพติดให้โทษของกลาง จนกว่าศาลชั้นต้นจะมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลางจึงจะสามารถทำลายได้ ในปี 2564 นี้มียาเสพติดที่ศาลชั้นต้นมีคำสั่งหรือพิพากษาให้ริบของกลาง จำนวนรวมกว่า 27,806 กิโลกรัม จาก 138 คดี มูลค่ารวมกว่า&amp;nbsp; 29,916 ล้านบาท โดยมี เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า) ที่มีน้ำหนักมากสุดกว่า 15,890 กิโลกรัม รองลงมา คือเมทแอมเฟตามีน (ยาไอซ์) น้ำหนักกว่า 10,817 กิโลกรัม, เฮโรอีนน้ำหนักกว่า 697 กิโลกรัม และยาอีกว่า 16 กิโลกรัม นอกจากนี้ยังมีวัตถุออกฤทธิ์น้ำหนักรวมกว่า 383 กิโลกรัม ซึ่งจะนำไปเผาทำลายในวันที่ 31 ส.ค.2564
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองเลขาธิการฯ กล่าวว่า ก่อนที่จะนำยาเสพติดให้โทษของกลางไปเผาทำลายในวันที่ 30 ส.ค.2564 คณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง ซึ่งประกอบไปด้วยหน่วยงานต่างๆ ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (สำนักงาน ป.ป.ส.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยสถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กองทัพบก และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต้องตรวจสอบยาเสพติดให้โทษของกลาง เพื่อให้ทราบน้ำหนัก ลักษณะ และประเภทของยาเสพติด พร้อมทั้งสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจเบื้องต้นว่าเป็นยาเสพติดจริง หลังจากนั้นจะห่อหุ้มยาเสพติดให้โทษของกลางที่ผ่านการตรวจสอบแล้วบรรจุลงหีบห่อ ติดหมายเลข จากนั้นคณะทำงานตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลางลงลายมือชื่อกำกับไว้ทุกหีบห่อ และเก็บไว้ในคลังยาเสพติด โดยติดเทปกระดาษที่ลงลายมือชื่อของคณะทำงานตรวจรับฯ กำกับไว้ที่ประตู เมื่อเสร็จแล้วคณะกรรมการเก็บรักษารหัสและกุญแจคลังยาเสพติดให้โทษของกลางจะมอบให้ประธานคณะทำงานตรวจรับฯ พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) เป็นผู้ถือกุญแจเอาไว้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;และในวันที่ 31 ส.ค.2564 เวลา 05.00 น. ประธานคณะกรรมการตรวจรับฯ จะเป็นผู้เปิดประตูคลังด้วยการตัดเทปกระดาษที่ปิดไว้ออก เพื่อนำยาเสพติดให้โทษของกลางที่ตรวจรับไว้แล้วส่งมอบให้คณะทำงานขนย้ายยาเสพติดให้โทษของกลาง ที่มี พ.ต.อ.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ รองผู้บังคับการปราบปราม กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน พร้อมทั้งร่วมกันลงลายมือชื่อในหนังสือตรวจรับยาเสพติดให้โทษของกลาง และนำยาเสพติดไปเผาทำลายที่บริษัท อัคคีปราการ จำกัด (มหาชน) นิคมอุตสาหกรรมบางปู จังหวัดสมุทรปราการต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115073</URL_LINK>
                <HASHTAG>คลังยาเสพติด, ตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี, ป.ป.ส., ยาเสพติด, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อย., เผายาเสพติด, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612cc9dd20e15.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/05/2021 16:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/05/2021 16:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้บริหาร พอช.ดูต้นแบบความร่วมมือช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์โควิด-19 ที่ชุมชนคลองเตย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาสาสมัครมูลนิธิดวงประทีปนำอาหารไปแจกผู้ที่กักตัวและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาหารแห้งและสิ่งของต่างๆ ที่มีผู้นำมาบริจาคให้แก่วัดสะพานเพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนคลองเตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; วันนี้ (20 พฤษภาคม) ระหว่างเวลา 10.00-12.00 น.&amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) หรือ &amp;lsquo;พอช.&amp;rsquo; พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร &amp;nbsp;ได้เดินทางมาที่ชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; เขตคลองเตย&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&amp;nbsp; เพื่อศึกษาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการช่วยเหลือชาวชุมชนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่มูลนิธิดวงประทีปและวัดสะพาน &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้เนื่องจากในช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา&amp;nbsp;ชุมชนคลองเตยซึ่งมีชุมชนต่างๆ ตั้งอยู่โดยรอบ&amp;nbsp; ประมาณ 40 ชุมชน&amp;nbsp; มีประชากรรวมกันไม่ต่ำกว่า 80,000 คน&amp;nbsp; มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิดรวดเร็วมาก&amp;nbsp;แต่ด้วยประสบการณ์ในการรับมือและช่วยเหลือกันของชาวชุมชนและมูลนิธิดวงประทีปตั้งแต่โควิดรอบแรกในปี 2563 &amp;nbsp;รวมทั้งการเข้ามาช่วยเหลือชุมชนของหน่วยงานต่างๆ ในขณะนี้จึงทำให้สถานการณ์การแพร่ระบาดลดความรุนแรงลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางประทีป&amp;nbsp; อึ้งทรงธรรม&amp;nbsp; ฮาตะ&amp;nbsp; ผู้ก่อตั้งมูลนิธิดวงประทีป&amp;nbsp; กล่าวว่า &amp;nbsp;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในชุมชนคลองเตยในช่วงแรกเมื่อประมาณ 4 สัปดาห์ที่ผ่านมา&amp;nbsp; มีการแพร่ระบาดที่รวดเร็วมาก&amp;nbsp; จากเริ่มต้นมีผู้ติดเชื้อไม่กี่คน&amp;nbsp; กลายเป็นหลักสิบ&amp;nbsp; และหลักร้อย&amp;nbsp; และตัวเลขทางการในขณะนี้มีผู้ที่ติดเชื้อประมาณ 1,400 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; แต่อย่างไรก็ตาม&amp;nbsp; สถานการณ์ในช่วงนี้เริ่มดีขึ้น&amp;nbsp; โดยเมื่อ 3-4 วันที่ผ่านมา&amp;nbsp; บางชุมชนแทบจะไม่มีผู้ที่ติดเชื้อเลย&amp;nbsp; แต่ที่น่ากังวลคือ&amp;nbsp; ตลาดสด&amp;nbsp; ซึ่งไม่ใช่เฉพาะที่คลองเตย&amp;nbsp; แต่เป็นตลาดสดทั่วไป&amp;nbsp; หลายแห่ง&amp;nbsp; เพราะเป็นแหล่งจับจ่ายใช้สอย&amp;nbsp; มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย&amp;nbsp; โดยเฉพาะแรงงานต่างชาติในตลาดที่ไม่ได้รับการดูแล&amp;nbsp; อยู่อาศัยในห้องเช่าเล็กๆ&amp;nbsp; ไม่มีการตรวจหาเชื้อ &amp;nbsp;ไม่ได้ฉีดวัคซีน &amp;nbsp;หรือมีก็น้อยมาก&amp;nbsp; รวมทั้งแรงงานก่อสร้างด้วย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ครูประทีป (ยืนกลาง) และคณะผู้บริหาร พอช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ดังนั้นการดูแลเรื่องสุขภาพควรจะดูแลทุกคน&amp;nbsp; ไม่เฉพาะคนไทย&amp;nbsp; คนทุกคนที่อยู่ในเมืองไทยจะต้องได้รับการดูแลในเรื่องสุขภาพให้เสมอกัน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะอยู่ในสังคมเดียวกัน &amp;nbsp;เพราะหากไม่ได้รับการดูแล&amp;nbsp; โอกาสที่เชื้อมันจะแพร่กระจายไปได้ง่าย&amp;nbsp; โดยหน่วยงานต่างๆ จะต้องมาร่วมมือกันทำงานด้วยความรวดเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;ในกรุงเทพฯ มีงบประมาณของ สปสช. (สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ) ประมาณ 1,800 ล้านบาท&amp;nbsp; ดังนั้นควรจะเอาเงินจำนวนนี้มาขับเคลื่อน &amp;nbsp;เพื่อช่วยเหลือชาวชุมชนที่เดือดร้อน &amp;nbsp;เช่น&amp;nbsp; คนที่ป่วย&amp;nbsp; คนที่ได้รับผลกระทบ&amp;nbsp; คนตกงาน ซึ่งมีมากมาย&amp;nbsp; ดังนั้นการดูแลเรื่องสุขภาพ&amp;nbsp; ควรจะครอบคลุมคนเหล่านี้ด้วย&amp;nbsp; เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น &amp;nbsp;และควรจะมีการปรึกษาหารือกันระหว่าง พอช.&amp;nbsp; สปสช.&amp;nbsp; กทม. และสภาองค์กรชุมชน &amp;nbsp;&amp;nbsp;เพราะ พอช.มีเครือข่ายสภาฯ อยู่ทั่วประเทศ&amp;nbsp; โดยให้ 4 หน่วยงานนี้มาดูแลประชาชนเพื่อให้มีประสิทธิภาพ&amp;rdquo;&amp;nbsp; นางประทีปกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; พระพิศาลธรรมานุสิฐ เจ้าอาวาสวัดสะพาน&amp;nbsp; ซึ่งตั้งอยู่ในชุมชนคลองเตย&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; ตอนแรกคนในชุมชนคลองเตยเริ่มติดเชื้อโควิดกันมากขึ้น&amp;nbsp; บางคนต้องนอนรออยู่ในรถยนต์เพราะไม่รู้ว่าจะไปหาหมอที่ไหน&amp;nbsp; อาตมาจึงคิดเรื่องการจัดทำสถานที่พักคอยก่อนส่งผู้ป่วยไปรักษา&amp;nbsp; โดยใช้อาคารของสำนักงาน ป.ป.ส.ที่ตั้งอยู่ภายในวัดเป็นสถานที่พักคอย &amp;nbsp;และทำเรื่องขออนุญาตไปทาง กทม.และกรมควบคุมโรคเพื่อขออนุญาตอย่างถูกต้อง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าอาวาสวัดสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ยังมีการประชุมร่วมกันระหว่างผู้นำชุมชนต่างๆ&amp;nbsp; ผู้แทนสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตยกับทางวัด &amp;nbsp;เพื่อสร้างข้อตกลงร่วมกัน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; เมื่อชาวบ้านไปตรวจหาเชื้อ&amp;nbsp; หากพบว่ามีผู้ติดเชื้ออยู่ในชุมชนใดให้ประธานชุมชนแจ้งข้อมูลผู้ที่ติดเชื้อไปที่สำนักงานเขตและทางวัด&amp;nbsp; จากนั้นทางวัดจะนำรถยนต์ไปรับผู้ที่ติดเชื้อเข้ามาพักที่สถานพักคอยในวัด (ใช้อาคารสำนักงาน ป.ป.ส.)&amp;nbsp; โดยทางวัดได้จัดเตรียมที่พักและอาหารเอาไว้ให้&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; หลังจากนั้นทางสำนักงานเขตจะมาตรวจสอบว่าผู้ติดเชื้ออยู่ในขั้นไหน&amp;nbsp; เช่น &amp;nbsp;หากติดเชื้อรุนแรง&amp;nbsp; หรือมีสถานะสีแดง จะรีบส่งตัวไปที่โรงพยาบาลที่มีเตียงว่าง&amp;nbsp; ติดเชื้อระดับปานกลางหรือสีเหลืองอาจส่งไปที่โรงพยาบาลสนาม&amp;nbsp; หรือติดเชื้อแต่ยังไม่รุนแรงก็อาจส่งไปโรงพยาบาลที่ผู้ป่วยมีบัตรทองเพื่อรักษาอาการเบื้องต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานที่พักคอย&amp;nbsp; ใช้อาคารของสำนักงาน ป.ป.ส.ที่ตั้งอยู่ในวัดสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เจ้าอาวาสวัดสะพานกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ปัจจุบันมีผู้ติดเชื้ออยู่ในสถานที่พักคอยประมาณ 20 ราย&amp;nbsp; ลดจากเดิมที่เคยมีจำนวนสูงสุดถึง 80 ราย&amp;nbsp; นอกจากนี้วัดยังทำอาหารแจกจ่ายให้ประชาชนในชุมชนประมาณวันละ 4,000-5,000 กล่อง&amp;nbsp; โดยมีทั้งอาสาสมัครชาวชุมชนและพระมาช่วยกันทำ&amp;nbsp; เน้นแจกให้กับผู้ป่วย&amp;nbsp; ผู้ที่ต้องกักตัวสังเกตอาการ&amp;nbsp; คนตกงาน &amp;nbsp;ฯลฯ &amp;nbsp;โดยมีผู้มาบริจาคข้าวสารและอาหารสดต่างๆ&amp;nbsp; และวัดใช้งบประมาณทำอาหารอีกประมาณวันละ 20,000 บาท&amp;nbsp; รวมทั้งสภาองค์กรชุมชนเขตคลองเตยได้นำเงินจากโครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ พอช.มาบริจาคให้แก่วัดและชุมชนจำนวน 80,000 บาทด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติ&amp;nbsp; ภาระสุวรรณ&amp;nbsp; ผอ.พอช.&amp;nbsp;&amp;nbsp; กล่าวว่า&amp;nbsp; วันนี้มาดูเพื่อเรียนรู้การจัดระบบดูแลโควิด-19 ของวัดสะพาน&amp;nbsp; ซึ่งเริ่มแรกมาจากบทบาทของชุมชน &amp;nbsp;เพื่อดูแลช่วยเหลือกัน &amp;nbsp;เพราะชุมชนจะรู้ดีว่าใครเป็นใคร&amp;nbsp; เมื่อรู้ว่าใครติดเชื้อผู้นำชุมชนก็จะประสานงานมายังวัดสะพานเพื่อส่งตัวผู้ที่ติดเชื้อมารอดูอาการ&amp;nbsp; มีอาหารให้ผู้ที่พักคอย&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;ldquo;บทบาทที่สำคัญคือวัดเข้ามามีบทบาทวางระบบการทำงานร่วมกันกับชุมชนและเครือข่ายต่างๆ ในเขตคลองเตย&amp;nbsp; เพื่อช่วยเหลือประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด&amp;nbsp; และ พอช.จะแนะนำให้ชุมชนและสภาองค์กรชุมชนในพื้นที่ต่างๆ มาศึกษาดูงานที่นี่&amp;nbsp; เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์โควิดที่อาจจะรุนแรงขึ้น&amp;rdquo;&amp;nbsp; นายสมชาติกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสมชาติกล่าวด้วยว่า&amp;nbsp; ขณะนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) โดยนายจุติ&amp;nbsp; ไกรฤกษ์&amp;nbsp; รมว.พม. มอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ของ พม. เข้าถึงกลุ่มเปราะบางให้เร็วที่สุด&amp;nbsp; โดยขณะนี้มีโครงการ &amp;lsquo;เรามีเรา&amp;rsquo; เพื่อช่วยเหลือประชาชนกลุ่มเปราะบางในกรุงเทพฯ&amp;nbsp; 50 เขต โดยการแจกถุงยังชีพให้แก่ประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งเริ่มจัดกิจกรรม Kick off ไปแล้วเมื่อวานนี้ (19 พ.ค.)&amp;nbsp; รวม 8 เขต&amp;nbsp; และจะเริ่มต่อไปจนครบ 50 เขตในเร็วๆนี้&amp;nbsp; &amp;nbsp;และนอกจากจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบแล้วจะต้องมีการประสานงานระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหนุนเสริมชุมชน&amp;nbsp; เช่น&amp;nbsp; ที่ชุมชนคลองเตย ซึ่งจะทำให้การบริหารจัดการช่วยเหลือชุมชนและกลุ่มเปราะบางได้เร็วขึ้น&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กิจกรรม &amp;lsquo;เรามีเรา&amp;rsquo; ที่ชุมชนในเขตวังทองหลาง&amp;nbsp; กรุงเทพฯ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103584</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, ชุมชนคลองเตย, นางประทีป  อึ้งทรงธรรม  ฮาตะ, นายจุติ  ไกรฤกษ์, นายสมชาติ  ภาระสุวรรณ, ป.ป.ส., พม., พระพิศาลธรรมานุสิฐ, พอช., มูลนิธิดวงประทีป, วัดสะพาน, สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน), สปสช., สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ, เรามีเรา, โควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210520/image_big_60a628a2d0c6d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/03/2021 06:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/03/2021 06:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ศศก.-สสส.ถกทิศทางหยุด! การระบาดสารเสพติดทำลายชาติ ห่วงหลังโควิด-19 แนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ปัญหาสารเสพติดเป็นปัญหาระดับโลก ศศก.-สสส.ถกปัญหาการระบาดสารเสพติดและตลาดการค้า ระบุหลังโควิด-19 ปัญหายาเสพติดมีแนวโน้มรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ของค้างสต๊อกจำหน่ายราคาถูกหาซื้อได้ง่ายทางทวิตเตอร์ไม่ปลอดภัย เพราะมีการปลอมแปลง ส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจ สังคม แนะให้ความรู้แก่ประชาชน เพื่อป้องกันการเสพติด หนังสือ &amp;ldquo;นโยบายสารเสพติดกับประโยชน์สาธารณะ&amp;rdquo; เป็นคู่มือเพื่อกำหนดนโยบายสารเสพติดในประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ประเทศต่างๆ ทั่วโลกล้วนเห็นความสำคัญของปัญหาสารเสพติด ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญอันดับต้นด้านสุขภาพและปัญหาสังคม มีผลออกฤทธิ์สำคัญที่สมอง เมื่อถูกนำเข้าสู่ร่างกายทำให้สมองและระบบความพึงพอใจเกิดการเปลี่ยนแปลงนำไปสู่ภาวะการติดสารเสพติด สารเสพติดที่ถูก กม. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ บุหรี่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคทางกายและจิต รวมถึงอุบัติเหตุและความรุนแรง ทั้งยังเป็นสารตั้งต้นที่เยาวชนใช้ก่อนจะนำไปสู่การเสพสารเสพติดชนิดอื่นที่มีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะสารเสพติดที่ผิด กม. เช่น เมทแอมเฟตามีน กัญชา พืชกระท่อม เฮโรอีน ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผจก.สสส. เขียนคำนิยมแนะนำหนังสือ &amp;ldquo;นโยบายสารเสพติดกับประโยชน์สาธารณะ&amp;rdquo; จัดทำขึ้นเพื่อนำเสนอองค์ความรู้ มาตรการและนโยบายต่างๆ ทั่วโลกเป็นข้อมูลสำคัญที่มีประโยชน์ต่อการกำหนดนโยบายสารเสพติดในประเทศไทย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชวนพิศ ชุ่มวัฒนะ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด (ศศก.) ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จัดเสวนาวิชาการเรื่อง &amp;ldquo;การระบาดสารเสพติดและตลาดการค้า&amp;rdquo; เพื่อร่วมกันหาแนวทางกำหนดนโยบายสารเสพติด เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ที่โรงแรมแมนดาริน กรุงเทพฯ มีวิทยากร รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผจก.ศูนย์ศึกษาปัญหาสารเสพติด (ศศก.) ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ ชวนพิศ ชุ่มวัฒนะ ข้าราชการบำนาญสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี อ.ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ นพ.ชลอวัฒน์ อินปา ผู้ช่วย ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินรายการโดย ประพจน์ ภู่ทองคำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ รักษาการผู้อำนวยการสำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส. กล่าวเปิดงานเสวนาว่าเป็นมิติใหม่ของสังคมไทย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งคณะ กก.พิจารณาอย่างใกล้ชิด ทั้งนี้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 7) พ.ศ.2562 ได้ปรับปรุง โดยการอนุญาตให้ใช้กัญชา และพืชกระท่อม ซึ่งเป็นยาเสพติดประเภทที่ 5 ตาม พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ให้มาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การศึกษาวิจัย และการผลิตผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ และต่อมามีการประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง ระบุชื่อยาเสพติดให้โทษในประเภท 5 เพื่อปลดล็อกส่วนของกัญชาและกัญชงให้สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้โดยไม่จัดเป็นยาเสพติด ยกเว้นส่วนช่อดอก และเมล็ดกัญชา &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ล่าสุดคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีมติเห็นชอบร่างประกาศกระทรวงสาธารณสุข จำนวน 2 ฉบับ ให้สามารถใช้ส่วนของกัญชาและกัญชงในผลิตภัณฑ์อาหารได้ ซึ่งอาจทำให้เกิดผลกระทบทางสังคมด้านอื่นตามมา ทั้งทางด้านบวก เช่น ประโยชน์ของกัญชาต่อการรักษาโรค การลดการตีตราหรือลดการมองว่าผู้ที่ใช้สารเป็นคนไม่ดี ในขณะเดียวกันทางด้านลบ จำเป็นต้องเฝ้าระวัง ซึ่งอาจทำให้เด็ก เยาวชน รวมถึงประชาชนมองไม่เห็นโทษที่ยังมีอยู่ของสาร โดยเฉพาะช่อดอกและเมล็ดกัญชา และอาจนำไปเสพเพื่อความรื่นเริงมากขึ้น เนื่องจากมองเห็นแต่ประโยชน์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รุ่งอรุณกล่าวต่อว่า สสส.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความจำเป็นและให้ความสำคัญในการเฝ้าระวัง และการศึกษาวิจัยเพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงวิชาการที่จำเป็นต่อการเสนอแนวทางการป้องกันปัญหาที่เกิดจากการใช้สารเกินกฎหมายกำหนด หรือปริมาณเกินมาตรฐานที่อนุญาต ส่งผลก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา รวมถึงยังมีสารเสพติดผิดกฎหมายที่แพร่ระบาดต่อเนื่อง เช่น ยาบ้า ยาไอซ์ ซึ่งปัญหาของสารเสพติดยังคงเป็นปัญหาระดับประเทศ ที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลในทุกระดับเพื่อร่วมกันดำเนินงาน ทั้งด้านการปราบปราม การป้องกัน การบำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพ และการป้องกันการเสพติดซ้ำ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;การแพร่ระบาดของสารเสพติดส่งผลต่อความมั่นคง ปัญหาสังคม มีการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาขายในเมืองไทย ประเทศไทยเป็นเส้นทางขนส่งไปยังประเทศที่ 3 ด้วย ปัญหาการแก้ไขยาเสพติดภาครัฐจำเป็นต้องดำเนินงานในทุกมิติ การเปลี่ยนแปลง บำรุงรักษา การเฝ้าระวัง ทำให้สังคมลดปัญหาการใช้สารเสพติด เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติ จำนวนผู้ใช้สารเสพติดควบคุมอย่างไร งานเสวนาวันนี้จะมีคำตอบจากข้อมูลทั้งหมดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ ผู้จัดการศูนย์ศึกษาปัญหายาเสพติด (ศศก.) กล่าวว่า เรื่องสารเสพติดอยู่กับเรามานาน แต่ในช่วงสถานการณ์โควิด สารเสพติดเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อโควิด แต่เมื่อบรรยากาศเริ่มฟื้นตัวอยากเปลี่ยนวิถีชีวิต โควิดก็ระบาดอีกระลอก ขณะนี้รัฐบาลก็อนุญาตให้ใช้กัญชากัญชงกับประชาชน จึงเป็นเรื่องน่าสนใจ ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการให้ประชาชนดูแลตัวเอง &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;เมื่อ 2 ปีก่อน ปี 2003 เป็นต้นมา มีการปรับนโยบายสงครามยาเสพติด หลังจากนั้นมีการปราบปรามอย่างหนัก ผู้ใช้สารเสพติดสมัครใจเข้ารับการรักษาเพื่อไม่ต้องรับโทษ เห็นตัวเลขจำนวนผู้เข้ามาบำบัด ตัวเลขการจับกุมที่สูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปี ผู้ต้องขังที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็อยู่ในคุกเป็นจำนวนมาก ต้องมีการบริหารจัดการ การเปลี่ยนคำนิยามจากผู้เสพมาเป็นผู้ใช้ User เป็นคนธรรมดาที่ใช้สารเสพติด ส่งผลให้ผู้ที่อยู่ในเรือนจำลดลงด้วย คำว่าผู้เสพเหมือนกับสังคมตีตราเป็นการทำผิดกม.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ในการประชุมนานาชาติ United Nation Assembly 2016 ข้อที่น่าสังเกต การประชุมครั้งนี้เป็นการประชุมล่วงหน้า ในที่ประชุมระดับนานาชาติมีการพูดถึงเมืองไทยกันมาก เนื่องจากยังไม่มีการขับเคลื่อนให้มีการเฝ้าระวังในการใช้สารเสพติดมีผลกระทบ ผู้ค้าต้องมีบทลงโทษ มีตัวเลขการจับกุมเพิ่มมากขึ้น ในช่วงการระบาดโควิด-19 ระลอกแรกของปีที่แล้ว ได้สำรวจร่วมกับ Zact การใช้สารเสพติดว่าเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรบ้าง พบว่าโดยรวมทั้งถูกและผิดกฎหมายมีการใช้ลดลง เพราะมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้ไม่ได้ติดต่อสังสรรค์ หาสารเสพติดได้ยากกว่าปกติ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ทั้งนี้ จากการสำรวจสถานการณ์ด้านยาเสพติดในประเทศไทยช่วงเดือน พ.ค.2563 ในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา คนที่ใช้สารเสพติดที่พบมาก (อายุ 15 ปีขึ้นไป) คือ กัญชา กระท่อม ยาบ้าและไอซ์ร้อยละ 4.6 ส่วนใหญ่ตอบว่าลดลง มีผู้ตอบว่าเท่าเดิม ส่วนที่เพิ่มขึ้นคือกัญชา ซึ่งเป็นสารเสพติด ไม่ได้รับผลกระทบจากโควิดมากนัก ที่น่าเป็นห่วงคือทั่วโลกภาวะหลังคลี่คลายโควิดแล้ว คนจะผ่อนคลายมากขึ้น เพราะในช่วงเกิดโควิด-19 เกิดผลกระทบทั้งในด้านจิตใจ เศรษฐกิจและสังคม ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้หลังผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์อาจกลับมาใช้สารเสพติดมากขึ้น และที่สำคัญยังพบว่าสารเสพติดที่ตรวจพบถูกดัดแปลงสูตร เพื่อลดต้นทุน ทำให้ความบริสุทธิ์ของสารไม่เหมือนเดิม โอกาสที่จะกระทบต่อร่างกายสูงขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;สถานการณ์ยาเสพติด หากติดตามอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา จะเห็นว่ามีสารแบบแปลกๆ ที่เกิดอันตรายในหมู่เยาวชนและเป็นข่าวใหญ่โต อาทิ ยาเคนมผง ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่ายาเสพติดมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องอื่นๆ โดยเฉพาะสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการพนันและการดื่มแอลกอฮอล์ &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เมื่อเศรษฐกิจไม่ค่อยดี ผู้ค้าลดต้นทุนด้วยการเอาสารอื่นมาผสม ทำให้ขายได้ในราคาถูกลง แต่คนใช้ไม่รู้ เกิดความไม่ปลอดภัย รวมถึงการขนส่งที่ผ่านมาทำได้ยาก ของจึงล้นสต๊อก เมื่อเริ่มเอาออกมาขาย ทำให้ราคาถูกลง คนเข้าถึงได้ง่ายกว่าปกติ อาจทำให้มีการใช้สารเสพติดมากขึ้น จึงต้องระมัดระวังในเรื่องนี้&amp;rdquo; รศ.พญ.รัศมนกล่าว &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ส่วนการใช้สารเสพติดแบบถูกกฎหมาย พบว่าร้อยละ 30 เป็นแอลกอฮอล์ ส่วนยาสูบพบมากกว่าร้อยละ 20 เป็นผู้สูบในปัจจุบัน ถ้าเป็นกัญชาที่ไม่ใช้ทางการแพทย์หรือใช้เพื่อสันทนาการ พบมากกว่าร้อยละ 2 และพบยาเสพติดที่ผิดกฎหมาย เป็นกระท่อมมากกว่าร้อยละ 2 ยาบ้าและไอซ์ ร้อยละ 0.4&amp;nbsp; ขณะเดียวกันมีการค้ายาเสพติดทางออนไลน์ทำให้เกิดความเสี่ยงมากยิ่งขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;รศ.พญ.รัศมนกล่าวว่า การใช้สารเสพติดเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ ต้องมองผลที่จะเกิดขึ้นอย่างรอบด้าน ทั้งทางกฎหมายและผลกระทบทางสังคม เพราะหากเสพติดแล้วหยุดไม่ได้จะเกิดปัญหา หากใช้วิธีการลงโทษเช่นปัจจุบันคือ การจำคุกเกิดปัญหาล้นคุก ปล่อยตัวออกมาแล้วยังมีพฤติกรรมแบบเดิม กลับเข้าไปอีก วนเวียนอย่างนี้ไปเรื่อยๆ ไม่ได้เกิดการแก้ปัญหาโดยตรง ดังนั้นควรให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วไปว่าสารต่างๆ มีผลกระทบอย่างไร เพื่อป้องกันในระดับบุคคลก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ กล่าวถึงผลสำรวจ 2 ปี/ครั้ง ถึงเรื่องการกระจายตัวของผู้ใช้ยาเสพติด ตัวเลขปี 2562 คนที่เคยเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดครั้งหนึ่งในชีวิต (ยาเสพติด กัญชา กระท่อม ยาบ้า ยาไอซ์ ยาเค) ส่วนยาที่ถูก กม.เป็นยานอนหลับ ยากล่อมประสาท พบว่า คนไทย 3.75 ล้านคน เคยใช้ยาเสพติด ทั้งนี้ 7.5% เป็นคนไทยอายุ 12 ปีขึ้นไป ในจำนวนนี้ 1.9 ล้านคน ใช้ใน 1 ปี จำนวน 1.3 ล้านคน ใช้ในช่วง 30 วันก่อนสำรวจ มี 1.3 ล้านคน หรือ 2.6% ของประชากรไทยทั้งหมดใช้ยาเสพติดอย่างน้อย 1 ชนิด ใน 30 วันที่ผ่านมา ใช้กัญชา 6.7 แสนคน ยาบ้า 6.5 แสนคน คนที่เคยใช้กระท่อมแต่เดิมเป็นอันดับ 1 ขณะนี้เป็นอันดับ 3 จำนวน 4.9 แสนคน ยาไอซ์ 3.7 แสนคน ใน 1 ปีที่ผ่านมา เป็นตัวเลขที่น่าสนใจ คนใช้กัญชาเป็นอันดับ 1 ได้รับการยอมรับให้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ หากัญชาได้ง่ายขึ้น ผลสำรวจผู้ชายใช้ยาเสพติดมากกว่าผู้หญิง แต่แนวโน้มระยะหลังๆ ผู้หญิงเริ่มใช้มากขึ้น วัยที่ใช้ยาเสพติดคือวัยผู้ใหญ่ตอนต้น 20-24 ปี รองลงมาวัย 25-44 ปี&amp;nbsp; แนวโน้มวัย 45 ปีขึ้นไป อัตราการใช้ยาเสพติดลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การป้องกันมีหลายองค์ประกอบ ต้องเริ่มต้นจากครอบครัว ทำไมถึงพึ่งยาเสพติด ต้องมองที่ตัวตน สังคม สารเสพติด เมื่อใช้ยาเสพติดมีผลต่อกลไกการทำงานของสมอง ยาเสพติดทุกตัวจะทำให้มีความสุขเหมือนได้รับรางวัล เกิดความพึงพอใจ เหมือนกับเราหิวข้าว ได้กินอาหารอร่อย เรารู้สึกเป็นสุขเหมือนกับการได้รับรางวัล ยาเสพติดหลายตัวมีฤทธิ์ลดความเจ็บปวด เคลิบเคลิ้มอารมณ์ดี เฮฮา กล้าได้กล้าเสีย เป็นปัจจัยของตัวยาทำให้คนเข้าไปใช้และคิดใช้ต่อไปเรื่อยๆ แต่ขึ้นอยู่กับชนิดของสารที่ใช้ ระยะเวลาที่ใช้ด้วย ปัจจัยหลายด้านทางจิตวิทยา อิทธิพลของครอบครัวเพิ่มความเสี่ยงต่อบางคนด้วย บางคนชอบทำอะไรที่หวาดเสียวแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง อารมณ์ไม่เสถียร เปลี่ยนแปลงง่ายหวือหวา มีแนวโน้มจะทดลองใช้ยาเสพติด ติดกลุ่มเพื่อน ยิ่งอยู่ในครอบครัวที่มีความสัมพันธ์ไม่ดี พ่อใช้ยาเสพติด เล่นการพนัน แม่ดื่มเหล้า ทะเลาะเบาะแว้งกันเป็นประจำ ไม่มีใครอบรมสั่งสอน ลูกกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงให้ติดยาเสพติด &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ชวนพิศ ชุ่มวัฒนะ ข้าราชการเกษียณ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ยาเสพติดอยู่กับเรามาโดยตลอด มีคนใช้ยาอยู่ทุกที่ ใช้หลักเศรษฐศาสตร์ มี Demand มี Supply บางครั้งก็ใช้ Supply เพื่อให้คนมี Demand มีการลักลอบนำเข้าตามตะเข็บชายแดนไทย ปรากฏเป็นข่าวยาบ้าทะลักชายแดน สามเหลี่ยมทองคำแหล่งยาเสพติด ไทย สปป.ลาว เมียนมา สกัดรถบรรทุกขนยาเสพติด มีการขายยาเกลื่อนทวิตเตอร์ ฯลฯ หน้าที่ของ ป.ป.ส.ป้องกันและปราบปราม แต่ก็ยังมีคนใช้ยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ การสร้าง demand เทียม คนขายทำทุกอย่างเพื่อให้มีคนซื้อ มีการใช้สารเคมีกับยาเสพติดยิ่งทำให้เกิดอันตรายมากขึ้น แต่เดิมยาเสพติดโฆษณาไม่ได้ เป็นสินค้าผิด กม. เป็นบูมเมอแรง คนใช้ยาเป็นอาชญากร เป็นผู้ป่วย มีการสร้างกระแสว่ายาเดิม out แล้ว ให้ทดลองใช้ยาตัวใหม่นี้เป็นยาสังเคราะห์ คนขายคนซื้อก็ไม่รู้ถึงพิษภัย ทำให้มีคนตาย เพราะกลไกการตลาด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;ldquo;ดิฉันทำงานกับ ป.ป.ส.มา 40 ปี เกษียณอายุแล้ว ทุกประเทศทั่วโลกพูดถึง demand, supply เมื่อรวมคนจากสหวิชาชีพเข้ามาทำงานด้วยกัน ความหลากหลายของสินค้าเป็นตัวกระตุ้นยอดขาย คนขายใช้การตลาด ลด แลก แจก แถม ตลาดส่วนใหญ่อยู่ตามรอยตะเข็บแนวชายแดนอยู่นอกประเทศ ใครๆ ก็เข้าไปไม่ถึง ต้องใช้ กม.ระหว่างประเทศ ไม่ใช่ใครเดินเข้าไปแล้วใช้ กม.ได้ ต่อให้รู้แหล่งก็เข้าไปปราบไม่ได้ เราข้ามเขตออกไปเป็นพื้นที่ของประเทศอื่นเป็นการล่วงละเมิด ผู้ผลิตมีเพียงไม่กี่เจ้า แต่เข้าถึงพื้นที่ได้ยาก ผู้ผลิตยาเสพติดทำเรื่องอื่นๆ ด้วย ทั้งการต่อสู้เรียกร้องสิทธิ มีขบวนการแบ่งแยกดินแดน&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;หน้าที่ ป.ป.ส.ก็ต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม ต้องลดจำนวนลงให้ได้ บางครั้งมีการแลกเปลี่ยนยาเสพติดเป็นกำลังอาวุธ ไม่ใช่เฉพาะตัวเงิน มีข่าวจับรายใหญ่ 100 กก. มีการต่อสู้กัน โทษหนักต้นทุนสูง ผู้ค้าต้องคุ้มกันต่อสู้เพื่อป้องกันทรัพย์สินที่มีราคาสูง เพราะเขาก็ต้องป้องกันอนาคตของเขา บางครั้งคนถามว่าจับยาเสพติดได้ล็อตใหญ่ แต่ทำไมจับตัวการไม่ได้ เพราะส่วนใหญ่คนขนก็เป็นคนรับจ้าง ถึงเวลาก็หนีกันหมด จับได้แต่ผู้ค้ารายย่อย แม้แต่ในชุมชน ใครๆ ก็รู้ว่าบ้านไหนใครขายยา แต่ถ้าบอกให้เข้าไปจับมีปัญหาอื่นๆ อีกมากมาย สังเกตว่าในบางประเทศในยุโรป สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ ปล่อยให้มีการขาย เขารู้ว่ามีใครขาย ใครเป็นคนซื้อ ถ้ามีการจับตีกระจายหนีลงใต้ดินเหมือนปลวก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;นโยบายเกี่ยวกับยาเสพติดถือเป็นนโยบายสาธารณะ เพราะมีผลบังคับกับคนทั่วประเทศ จึงมีผลเกี่ยวข้อง ทั้งเศรษฐกิจและสังคม รวมถึงกับต่างประเทศ ต้องพิจารณาให้ดี โดยคำนึงผลประโยชน์ต่อประเทศสูงสุด ทั้งนี้ ยาเสพติดส่วนหนึ่งมีประโยชน์ทางยา แต่หากใช้นอกเหนือจากการรักษาจะกลายเป็นยาเสพติดเกิดผลเสียต่อสุขภาพและสังคมทันที&amp;nbsp; นโยบายปลูกกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ในประเทศไทย ต้องอยู่ภายใต้การควบคุมตั้งแต่เริ่มต้นการปลูกจนถึงการผลิต เพราะกัญชาใช้เพื่อทางการแพทย์ใช้ได้เฉพาะบางสายพันธุ์ จึงไม่มีอันตราย แต่ที่ผ่านมามีการลักลอบปลูกเป็นจำนวนมาก ดังนั้นต้องควบคุมให้ได้และสร้างความมั่นใจว่า เมื่อนำไปรักษาแล้วจะไม่เป็นอันตราย &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ คณะพยาบาลศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;มูลค่าการตลาด 5 แสนล้าน ทุก 100 บาทมีการจับจ่าย 1% เป็นการซื้อยาเสพติดในโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;มองทางด้านเศรษฐศาสตร์ ทำไมยาเสพติดยังคงอยู่ ยาเสพติดระบาดใหญ่ในโลก ปี 2014 เป็นกิจการที่ผิด กม. ยาเสพติดมีพื้นที่ 25% มีมูลค่าการตลาด 5 แสนล้าน เป็น 0.8-1% GDP ทุก 100 บาทมีการจับจ่าย 1% เป็นการซื้อยาเสพติดในโลก เมื่อเปรียบเทียบกับการบริโภค เนื้อสัตว์ บุหรี่ เหล้า เบียร์ ถ้าเราจะซื้อผ้าก็ต้องไปซื้อที่ตลาดสำเพ็ง ซื้อทองคำก็ต้องซื้อที่เยาวราช มีทั้งผู้ซื้อและผู้ขายเยอะมาพบกัน ทุกวันนี้เปิดทวิตเตอร์ก็สามารถซื้อกัญชา ยาไอซ์ เพียงแต่ search หาคีย์เวิร์ดก็ซื้อได้แล้ว เป็นรูปแบบทางการค้า &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;ยาเสพติดขาย 1 แสนชิ้น ใช้ผู้ค้าเป็นหมื่นคน เพราะต้องมีการขนส่ง มีความเสี่ยงสูงมากขึ้น อยู่กับโทษหนักเบาของแต่ละประเทศไม่เท่ากัน ไม่สามารถขายแบบขายของชำ ยาเสพติดไม่มีแบรนด์ บางครั้งอำนาจรัฐก็เข้าไปไม่ถึง ประเทศที่เป็นพื้นที่แหล่งผลิตยาเสพติด เฮโรอีนผลิตมากที่อัฟกานิสถาน โคเคนผลิตมากที่โบลิเวีย เปรู โคลัมเบีย เฮโรอีนก็มาจากฝิ่น&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;อ.ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ หน่วยระบาดวิทยา คณะแพทยศาสตร์ ม.สงขลานครินทร์&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;วิจัยพฤติกรรมการเบี่ยงเบนยาในครัวเรือนและชุมชน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;ประเทศที่มีรายได้สูงในยุโรปมีการใช้ยาเสพติดค่อนข้างสูง การเบี่ยงเบนยาด้วยการโอนย้ายสารควบคุมจากผู้รับยาไปยังบุคคลอื่น เนื่องจากผู้ป่วยใช้ยาไม่หมด จึงเอายาให้เพื่อนและญาติ บางครั้งก็เอาไปแจกหรือเอาไปขาย เป็นความหวังดีประสงค์ดีแบ่งกันใช้ยาโดยไม่รู้ว่าแต่ละคนมีสุขภาพที่แตกต่างกัน บางคนเป็นความดันโลหิต บางคนมีโรคประจำตัว การใช้ยาจึงต้องระมัดระวัง เพราะเป็นการใช้เฉพาะตัว บางครั้งมีการขโมย ปล้นร้านยา&amp;nbsp; มีการซื้อขายยาผ่านทางอินเทอร์เน็ต ซึ่งเป็นตลาดลับ อาทิ Silk Road Anonymous Marketplace วิธีป้องกันการเบี่ยงเบนยา ละเว้นการจ่ายยาอนุพันธ์โดยไม่จำเป็น เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยให้ร้านยาและห้องยา กวดขันมาตรการตรวจสต๊อกยา วิจัยพฤติกรรมการเบี่ยงเบนยาในครัวเรือนและชุมชน &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ชลอวัฒน์ อินปา ผู้ช่วย ผอ.ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงสาธารณสุข&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;เราไม่อยากเห็นเด็ก 7 ขวบต้องติดยาเสพติด&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;การศึกษาประชากรกลุ่มเป้าหมาย 50 ล้านคน แยกเป็นประชากรกลุ่มเสี่ยง 1.9 ล้านคน อยู่ในกลุ่มบำบัดติดตามดูแลช่วยเหลือ 450,000 คน อยู่ระหว่างการจับกุมคุมขัง 300,000 คน ก่อเหตุร้าย 6,750 คน เสียชีวิต 6,000 ราย จำเป็นต้องหามาตรการต่างๆ เพื่อให้กลุ่มเสี่ยงเสพสารเสพติดลดน้อยลง คนจำนวน 1.46 ล้านคนที่เป็นเด็ก วัยรุ่น อยากรู้อยากลอง มีปัญหาการปรับตัว มีปัญหาความรุนแรงทางเพศ คนกลุ่มนี้หากได้รับการรักษาเป็นอย่างดีจะเลิกยาเสพติดได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;กลยุทธ์ที่ใช้กันทั่วโลกเพื่อลดจำนวนผู้เสพยาทั้งถูก กม.และผิด กม.ต้องได้รับการบำบัดอย่างถูกต้อง ป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับส่วนรวมด้วย เราไม่อยากเห็นเด็ก 7 ขวบต้องติดยาเสพติด การบำบัดรักษาจากกลุ่มสมัครใจ ให้มีการรับรู้ว่าสังคมไม่ปลอดภัยเพราะมีผู้เสพติด เราต้องช่วยกันสร้างคุณภาพชีวิตที่ดี&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:0in&quot;&gt;นพ.ชลอวัฒน์ อินปา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชวนพิศ ชุ่มวัฒนะ, ดร.นพ.มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ, นพ.ชลอวัฒน์ อินปา, ป.ป.ส., รศ.พญ.รัศมน กัลยาศิริ, รุ่งอรุณ ลิ้มฬหะภัณ, ศ.ดร.พญ.สาวิตรี อัษณางค์กรชัย, ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด, ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด, สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.), สำนักสนับสนุนการควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลัก สสส., อ.ดร.วิทย์ วิชัยดิษฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210312/image_big_604b325ebc973.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>94433</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/02/2021 16:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/02/2021 16:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รมว.ยุติธรรม ยก พรบ.ยาเสพติดฯปลดล็อกพืชกระท่อม เป็นกฎหมายของประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.พ.64 - ที่ ต.ทุ่งเตา อ.นาสาร จ.สุราษฎร์ธานี นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ​ป้องกัน​และ​ปราบปราม​ยาเสพติด​ (ป.ป.ส.)​&amp;nbsp;นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการควบคุมและใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อม ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง 1 ใน 135 หมู่บ้าน/ชุมชน เพื่อพูดคุยทำความเข้าใจ พร้อมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ที่มีการใช้พืชกระท่อมตามวิถีชาวบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การที่ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่...) พ.ศ. ... หรือกฎหมายปลดล็อกพืชกระท่อม ผ่านการพิจารณาของรัฐสภาแล้ว ตนต้องขอขอบคุณชาวบ้าน อ.นาสาร รวมถึงอีกหลายที่ ที่ให้ความรู้กับตนมาตลอด พี่น้องชาวสุราษฎร์ธานีถือเป็นอาจารย์ให้ตนเรื่องพืชกระท่อม เพราะเมื่อมารับฟังความรู้แล้ว ตนกลับไปคิดว่าเราน่าจะทำกฎหมายนี้ได้ จึงเริ่มคิกออฟการร่างกฎหมาย และพยายามมาตลอดที่จะทำให้สำเร็จเพื่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างสูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตนขอยกกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของประชาชน และหลังจากนี้จะต้องเร่งทำกฎหมายรอง เพื่อป้องกันเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี รวมทั้งไม่ให้นำไปใช้อย่างผิดวัตถุประสงค์และวิถีชีวิตชาวบ้าน รวมถึงการควบคุมปริมาณการปลูกในเชิงพาณิชย์ไม่ให้มากเกินความต้องการของตลาดจนราคาตกต่ำ ทั้งนี้ตนต้องเตือนชาวบ้านว่าอย่าเพิ่งปลูกเพราะตอนนี้กฎหมายยังไม่มีผลบังคับใช้ ต้องรอหลังการประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วันก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ที่นี่เหมือนเป็นห้องสมุดในการศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับพืชกระท่อม เพราะชาวบ้านได้ใช้กันมานานตามวิถีชีวิตปกติ เช่น การเคี้ยวใบกระท่อมสด การนำมาชงชา หรือการต้มน้ำดื่มสำหรับตนเองในกลุ่มชาวไร่ชาวสวน รวมถึง รักษาอาการหรือโรคต่าง ๆ เช่น อาหารไอ ท้องร่วง ปวดท้อง วันนี้ตนมาอีกครั้งเพื่อขอความรู้และฟังความเห็นต่างๆเพื่อนำไปทำกฎหมายรอง ซึ่งเราจะต้องเร่งทำให้เสร็จเพราะมีระยะเวลาจำกัด หากทำไม่สำเร็จจะไม่มีอะไรควบคุม โดยเฉพาะการนำไปพัฒนาเชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรม เพื่อสร้างรายได้ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ&amp;quot;นายสมศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายสมศักดิ์ ได้ร่วมทดลองเก็บใบกระท่อมกับชาวบ้าน โดยมีชาวบ้านมาสวมกอด กล่าวด้วยความดีใจ ขอบคุณรัฐบาล&amp;nbsp; ที่ร่วมกันทำกฎหมายปลดล็อกพืชกระท่อมจนสำเร็จหลังจากที่ชาวบ้านรอคอยกันมาอย่างยาวนาน 40 ปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/94433</URL_LINK>
                <HASHTAG>ป.ป.ส., พืชกระท่อม, สมศักดิ์ เทพสุทิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210227/image_big_603a0a5b58cf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/02/2021 13:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/02/2021 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดทรัพย์15ล้านอดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านเมืองกาญจน์ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ก.พ.64 - &amp;nbsp;ว่าที่ร้อยตรีธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ร้อยตรี พงศธร ศิริสาคร รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี นายอำนาจ เหล่ากอที ผอ.ปปส.ภ.7 นายอุดมชัย โลหณุต ผอ.สปป. พล.ต.ต.วรณัน สุขเจริญ ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี พ.ต.อ.กฤติชัย ทองอยู่ รองผบก.ภ.จว.กาญจนบุรีพร้อมด้วยผู้แทนจากกองบังคับการสืบสวนสอบสวนภูธรภาค 7 ตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ฝ่ายปกครองในพื้นที่ และปปส.ภ.7 แถลงข่าวคดีเครือข่ายนายไพโรจน์ ภู่ฉุน ภายใต้แผนปฏิบัติการ ยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด 1/64 ในพื้นที่อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีตามนโยบายรัฐบาลของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ด้วยการบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;โดยเฉพาะนายทุนระดับผู้สั่งการและผู้ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเน้นการยึด อายัดทรัพย์สินทำลายโครงสร้างและตัดวงจรทางการเงินของเครือข่ายยาเสพติดอย่างเด็ดขาดและจริงจัง ภายใต้ปฏิบัติการดังกล่าว สำนักงาน ป.ป.ส. ได้สืบสวนขยายผลจากผู้ค้ายาเสพติดรายย่อยในพื้นที่ อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี และนำไปสู่การขออนุมัติจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องในข้อหา สมคบ สนับสนุน และช่วยเหลือ ตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติมาตรการฯ พ.ศ. 2534 จำนวน 1 ราย คือ นายไพโรจน์ ภู่ฉุน อดีตผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 6 ต.เขาน้อย อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรีผลการปฏิบัติ ได้จับกุมนายไพโรจน์ ภู่ฉุน จากการตรวจสอบเพื่อยึด อายัดทรัพย์สินที่มีเหตุอันควรสงสัยว่าเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด เกี่ยวกับยาเสพติดในความครอบครองของผู้ต้องหาได้แก่ โคขุน จำนวน &amp;nbsp;257 ตัว บ้านพร้อมที่ดิน 1 แปลง รถยนต์ จำนวน 3 คัน รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน รถไถ จำนวน 2 คัน และเครื่องอัดฟาง จำนวน 1 คันรวมมูลค่ากว่า 15,000,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ปฏิบัติการดังกล่าวเป็นการบูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญของหลายหน่วยงาน และเป็นการใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.มาตรการในการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. 2534 (มาตรการสมคบ สนับสนุนช่วยเหลือ) โดยขยายผลจับกุมบุคคลที่เกี่ยวข้องและยึดทรัพย์สิน เพื่อทำลายเครือข่ายและโครงสร้างการค้ายาเสพติดรายสำคัญ ที่ส่งผลกระทบต่อสภาพปัญหาการแพร่ระบาดยาเสพติดของประเทศ. &amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92257</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาญจนบุรี, ป.ป.ส., ยึดทรัพย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210207/image_big_601f81d351dad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84966</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/11/2020 11:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/11/2020 11:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประเดิมยึดทรัพย์ยาเสพติด&#039;แก๊งหนูเฉิน&#039;เกือบ300ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ย.2563 - นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) &amp;nbsp;และ พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด โดยนำกำลังเข้าตรวจสอบเป้าหมาย 13 จุด ในจังหวัดตาก , เชียงใหม่ , นนทบุรี และกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเครือข่ายนายฐาปนันทน์ ธรรมรัตน์ธาดา หรือหนูเฉิน ตามยุทธการพิทักษ์ไทย ยึดทรัพย์ตัดวงจรยาเสพติด&amp;rdquo; ครั้งที่ 6/2563 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของเป้าหมายสำคัญในกรุงเทพมหานคร เป็นโรงไม้ของ บริษัท ซันเดย์ เวิลด์ เทรดดิ้ง จำกัด เลขที่ 9 ซอยสุวินทวงศ์ 5 ทับ 3 แขวงแสนแสบ เขตมีนบุรี จับกุม นางหลิน ชาล์ อายุ 34 ปี พบของกลาง เป็นเงินสดสกุลดอลลาร์สหรัฐ จำนวน 3 ล้าน 2 แสนดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทยกว่า 90 ล้านบาท , เงินฝากในบัญชีธนาคารกว่า 30 ล้านบาท , บ้านและโฉนดที่ดิน 2 แปลง ,ไม้แปรรูปจำนวนมาก และรถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่ากว่า 180 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิชัยกล่าวว่า นางหลินมีหน้าดูแลเรื่องเงินที่ได้จากการค้ายาเสพติด มาเช่าเปิดเป็นโรงค้าไม้ได้ 2 ปี จากนั้นเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์ โดยส่งเป็นพัสดุและโอนกลับประเทศเมียนมา ตรวจสอบประวัติทางการเงินพบว่า มีเงินหมุนเวียนหลักพันล้านบาท เคยโอนเงินไปธนาคารเมียนมาแล้วกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งทีการจับกุมเครือข่ายที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 10 คน ยังหลบหนีอีก 2 คน คือ นายหนูเฉิน และนายยง วงศ์สว่างกุล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ว่าที่ ร.ต.ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การยึดทรัพย์ครั้งนี้เป็นการขยายผลมาจากจากการจับกุม นายสกล การุณรักษ์ และ นายสมโชค เนียมสกุล พร้อมยึดไอซ์ได้ 1,500 กิโลกรัม เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2562 ซึ่งเงินสดของกลางที่ยึดได้จะนำไปตรวจสอบว่าเป็นธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ แท้หรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน พล.ต.ท.มนตรีกล่าวว่า จะขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องต่อ และตรวจสอบว่าไม้ของกลางเป็นไม้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84966</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายฐาปนันทน์ ธรรมรัตน์ธาดา, นายวิชัย ไชยมงคล, ป.ป.ส., พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม, หนูเฉิน, เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201125/image_big_5fbde08c41c26.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>83665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/11/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/11/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับยาเค11ล้านตันมูลค่า3.8หมื่นล้าน ล็อตใหญ่สุดซุกโกดังบางปะกง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สมศักดิ์&amp;rdquo; แถลงผลงาน ป.ป.ส.ร่วมกับ บช.ปส.และศุลกากร ยึดยาเคล็อตใหญ่ที่สุดกว่า 11.5 ล้านตัน มูลค่ากว่า 3 หมื่น 8 พันล้าน ซุกโกดังย่านบางปะกง หลังลักลอบส่งต่างประเทศและถูกยึดได้ 300 กก. เร่งขยายผลยึดทรัพย์เครือข่าย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันที่ 12 พฤศจิกายนนี้ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วยนายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผู้บัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (ผบช.ปส.) นายเจเรมี ดักลาส ผู้แทนสำนักงานป้องกันยาเสพติดและปราบปรามอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแปซิฟิก และ พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.ฉะเชิงเทรา ร่วมแถลงผลการตรวจยึดเคตามีนล็อตใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจำนวนรวมกว่า 11.5 ตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมศักดิ์กล่าวว่า การตรวจยึดยาเคตามีนครั้งนี้เป็นการประสานความร่วมมือภายใต้โครงการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ พื้นที่ท่าอากาศยาน (Airport Interdiction Task Force : AITF) และโครงการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ พื้นที่ท่าเรือสากล (Seaport Interdiction Task Force : SITF) ได้ตรวจยึดวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) น้ำหนักรวมประมาณ 300 กิโลกรัม ในต่างประเทศ และสืบสวนทราบว่าถูกส่งมาจากประเทศไทยทางเรือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เคตามีนจำนวนที่อยู่ตรงนี้ประมาณ 11.5 ตัน ถ้าขายปลีก คิดเป็นมูลค่า 38,750,000,000 บาท ซึ่งยาเสพติดส่วนนี้ตกไปอยู่ตรงไหนไม่ว่าต่างประเทศหรือประเทศไทยล้วนเป็นหายนะ การแถลงข่าวครั้งนี้ยังเป็นแค่ส่วนเริ่มต้น หลังจากนี้จะต้องมีการขยายผลเพื่อยึดทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติด โดยยาเคตามีนนั้นจะนิยมใช้ในกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักท่องราตรียามค่ำคืน เมื่อเสพเข้าไปแล้วจะเกิดอาการประสาทหลอน และทำร้ายระบบของสมองอีกด้วย&amp;quot; นายสมศักดิ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวิชัยกล่าวว่า สืบเนื่องจากสำนักงาน ป.ป.ส.สนธิกำลังกับ บช.ปส. และกรมศุลกากร สืบสวนขยายผลขบวนการลักลอบส่งเคตามีน จนกระทั่งพิสูจน์ทราบโกดังเก็บสินค้าที่ ต.ท่าข้าม อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เป็นเครือข่ายยาเสพติด ภายหลังการตรวจสอบ พบของกลางเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 2 (เคตามีน) จำนวน 457 กระสอบ กระสอบละ 25 กิโลกรัม น้ำหนักรวมประมาณ 11.5 ตัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เส้นทางการลำเลียงยาเสพติดนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบประเทศต้นทาง แต่เชื่อว่ามีการลำเลียงผ่านบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย ก่อนนำเข้ามาพักที่โกดังแห่งนี้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบผู้ต้องสงสัยเป็นคนไทยจำนวน 2 คน ทำหน้าที่ในการลำเลียงยาเคตามีนทั้งหมดมาไว้ที่โกดังนี้ เชื่อว่าเบื้องหลังเป็นแก๊งค้ายาข้ามชาติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการติดตามตัวและขยายผลต่อไป&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิชัยกล่าวอีกว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ได้มุ่งเน้นให้มีการประสานความร่วมมือในการแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันระหว่างหน่วยงานและระหว่างประเทศ ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัยว่าเกี่ยวข้องกับยาเสพติด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. โทร.1386 ตลอด 24 ชั่วโมง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83665</URL_LINK>
                <HASHTAG>3 หมื่น 8 พันล้าน, กระทรวงยุติธรรม, ขยายผลยึดทรัพย์, ป.ป.ส., ยึดยาเคล็อตใหญ่, ยึดยาเคล็อตใหญ่ที่สุด, ลักลอบส่งต่างประเทศ, เอ็กซ์ไซต์, เอ็กซ์ไซต์ไทยโพสต์, โกดังย่านบางปะกง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201112/image_big_5fad2d43ac7d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
