<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>48770</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/03/2026 15:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/10/2019 12:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จอมพล ป.&#039;พิบูลซัง&#039; ที่คนญี่ปุ่นรู้จัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ปลายเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2499 ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2499 ฉบับใหม่ และกำหนดวันเลือกตั้งในวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2500 จอมพล ป. &amp;nbsp;พิบูลสงคราม ในฐานะหัวหน้าพรรคเสรีมนังคศิลา พร้อมด้วยสมาชิกพรรคอีก 8 นายลงสมัครรับเลือกตั้งในจังหวัดพระนคร ผลปรากฏว่าจอมพล ป. พิบูลสงครามพร้อมด้วยสมาชิกพรรคอีก 6 นายได้รับเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนในต่างจังหวัดสมาชิกของพรรคได้รับเลือก 79 นาย รวมเป็นผู้แทนสังกัดพรรคเสรีมนังคศิลา &amp;nbsp;86 นาย จากจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนทั้งหมด 160 นาย พรรคเสรีมนังคศิลาจึงรับหน้าที่จัดตั้งรัฐบาลโดยจอมพล ป. พิบูลสงครามได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2500
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แม้ว่าผลการเลือกตั้งจะทำให้จอมพล ป.พิบูลสงครามได้เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่ชัยชนะของรัฐบาลในครั้งนี้ถูกนักศึกษาที่ไปสังเกตการณ์การเลือกตั้งจับได้ว่ามีการโกงการเลือกตั้งเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมากกว่า 5,000 คนได้ชุมนุมประท้วง การเลือกตั้งสกปรก โดยพากันเดินขบวนประท้วงไปตามถนนราชดำเนิน มุ่งไปยังทำเนียบรัฐบาล และมีการชุมนุมไฮด์ปาร์คของประชาชนนับหมื่นคนที่สนามหลวงเพื่อขับไล่รัฐบาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;การเลือกตั้งสกปรกและการประท้วงการเลือกตั้งของนักศึกษา ประชาชน ทำให้สถานะความชอบธรรมทางการเมืองของจอมพล ป. พิบูลสงครามตกต่ำและหมดไปในที่สุด พล.อ.สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ลาออกจากคณะรัฐบาลเมื่อวันที่ 16 กันยายน พ.ศ.2500 และนำคณะทหารเข้ายึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีจึงสิ้นสุดการเป็นนายกรัฐมนตรีด้วยการรัฐประหาร และได้ตัดสินใจเดินทางออกจากประเทศไทยทางจังหวัดตราด เข้าสู่กัมพูชาและไปลี้ภัยการเมืองอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอมพล ป. พิบูลสงครามได้พำนักในประเทศญี่ปุ่น ที่ตำบลชินจูกุ ชานกรุงโตเกียวเป็นเวลาเกือบหนึ่งปีเต็ม ในบ้านของนายวาด้า คหบดีญี่ปุ่น ผู้จัดการบริษัทน้ำมันมารูเซ็น ซึ่งได้ยกบ้านหลังหนึ่งให้เป็นที่อยู่อาศัย ต่อมาได้เดินทางไปยังประเทศสหรัฐอเมริกา พักที่เมืองเบิร์กเลย์ รัฐแคลิฟอร์เนียเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่จะกลับมายังประเทศญี่ปุ่นอีกครั้ง และได้เดินทางไปอุปสมบทที่วัดไทยพุทธคยา &amp;nbsp;ประเทศอินเดียเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2503 ตามที่ได้ตั้งปณิธานไว้ รวมเวลาที่อยู่ในเพศบรรพชิต 24 &amp;nbsp;วัน&amp;nbsp;


แทงบอลออนไลน์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อลาสิกขาแล้วได้เดินทางกลับมาพำนักอยู่ที่บ้านเดิมของนายวาด้า จนถึงวันที่ 20 พฤษภาคม &amp;nbsp;พ.ศ.2506 จึงย้ายเข้าบ้านหลังเล็กที่ซื้อไว้ที่เมืองซากามิฮาร่า ห่างจากกรุงโตเกียวประมาณ 30 กิโลเมตร และได้ใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในบ้านหลังนี้อย่างสงบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในระหว่างที่พำนักในประเทศญี่ปุ่น จอมพล ป. พิบูลสงครามมีอาการเจ็บไข้เล็กๆ น้อยๆ ตามการเปลี่ยนแปลงของอากาศ มีเพียงครั้งเดียวที่ต้องเข้าโรงพยาบาลเพื่อให้แพทย์ผ่าตัดถุงน้ำดีเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2506 ภายหลังการผ่าตัดสุขภาพอนามัยของจอมพล ป. พิบูลสงครามแข็งแรงดี โดยมีกิจกรรมที่โปรดปรานคือการขับรถไปทัศนาจรในที่ต่างๆ ระยะไกล เล่นกอล์ฟ พรวนดินทำสวน ปลูกต้นไม้&amp;nbsp;&amp;nbsp;


แทงสล็อต
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในยามว่างจอมพล ป. พิบูลสงครามมักจะพาครอบครัวไปเที่ยวตามเมืองต่างๆ หลายแห่งที่มีสิ่งน่าสนใจ บางครั้งก็พาไปทานอาหารตามภัตตาคารที่มีชื่อเสียงในโตเกียว บ่อยครั้งก็พาไปตามร้านอาหารเล็กๆ นอกเมืองที่มีอาหารพิเศษของร้านโดยเฉพาะ และที่บ้านซากามิฮาร่าในตอนกลางวันมักจะมีแขกเหรื่อมาเยี่ยมเยียนจอมพล ป. พิบูลสงครามทุกวันตั้งแต่เช้า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หลังอาหารกลางวันจอมพล ป. พิบูลสงครามมักจะนอนพักถ้าไม่ขับรถออกไปเที่ยวนอกเมือง ครั้นเวลาเย็นจะลงสวนปลูกต้นไม้พรวนดินและแต่งสวนสนามหญ้า จนถึงเวลาอาหารค่ำจึงขึ้นบ้าน จอมพล ป. พิบูลสงครามจะอยู่ท่ามกลางมิตรสหายใจดีทั่วไป ชาวญี่ปุ่นทั้งเด็กและผู้ใหญ่จะรู้จักจอมพล ป. พิบูลสงครามในนาม &amp;quot;พิบูลซัง&amp;quot; เป็นอย่างดี&amp;nbsp;


แทงหวยออนไลน์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอมพล ป. พิบูลสงครามมีกิจวัตรประจำวันเช่นนี้มาโดยตลอด ขณะเดียวกันก็ปรากฏอาการเจ็บหน้าอกซึ่งเป็นต้นเหตุของโรคหัวใจเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว จนกระทั่งวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ.2507 จอมพล ป. พิบูลสงครามถึงแก่อสัญกรรมด้วยโรคหัวใจวาย รวมอายุได้ 66 ปี 10 เดือน 11 วัน พิธีฌาปนกิจศพจอมพล ป. พิบูลสงครามประกอบขึ้นที่วัดเรอิเกนจิ ตำบลโกทันดา เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน พ.ศ.2507 &amp;nbsp;โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก พล.ท.วิทูร หงสเวส เอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงโตเกียว อัฐิของจอมพล ป. พิบูลสงครามทั้งหมดได้ถูกเชิญมายังประเทศไทยเมื่อวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน พ.ศ.2507
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้ที่ได้ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติในหลายๆ ด้าน ตลอดระยะเวลาที่ยังมีชีวิตอยู่ เป็นนายกรัฐมนตรีที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุดคือ 14 ปี 11 เดือน 18 วัน ได้รับประกาศเกียรติคุณจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบกให้เป็นศิษย์เก่าดีเด่นเป็นคนแรก ดังนั้นพิธีต้อนรับอัฐิที่สนามบินดอนเมืองจึงจัดอย่างสมเกียรติท่ามกลางข้าราชการและประชาชน ตลอดจนพระภิกษุจากอารามต่างๆ อีกหลายรูปซึ่งเดินทางมาร่วมในพิธีต้อนรับอัฐิจอมพล ป. พิบูลสงครามกลับสู่ประเทศไทย&amp;nbsp;


เครดิตฟรีทดลองเล่น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัฐิของจอมพล ป. พิบูลสงครามถูกเชิญมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้านซอยชิดลมจนถึงวันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ.2507 จึงได้นำไปบรรจุในเจดีย์วัดพระศรีมหาธาตุ บางเขน ร่วมกับอัฐิของผู้ก่อการเปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ.2475
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อัฐิอีก 2 ชิ้น ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ได้มอบให้โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ซึ่งเป็นโรงเรียนแรกของจอมพล ป. พิบูลสงคราม อีกชิ้นหนึ่งได้เชิญไปบรรจุไว้ในเจดีย์องค์เล็กร่วมกับบิดา มารดาของจอมพล ป. พิบูลสงคราม ในบริเวณวัดปากน้ำ ริมคลองบางเขนเก่า จังหวัดนนทบุรี.
-------------------------
ข้อมูล: สถาบันพระปกเกล้า, รศ.ดร.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48770</URL_LINK>
                <HASHTAG>กาลครั้งหนึ่ง, จอมพล ป. พิบูลสงคราม, ป.พิบูลซัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191024/image_big_5db13901a2385.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
