<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>101257</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/04/2021 10:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/04/2021 10:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เรืองไกร&#039;ยังข้องใจ&#039;วีรศักดิ์-ภรรยา&#039;ยื่นบัญชีถูกต้องหรือไม่ ร้องป.ป.ช. สอบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 เม.ย.64 - นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา(สว.)เปิดเผยว่า ติดตามข่าวหนี้หมื่นล้านบาทที่หายไปแล้วเห็นว่า เป็นประเด็นที่เกาไม่ถูกที่คัน บัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รมช.คมนาคม ที่ยื่นต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ส.ส. มีความไม่สอดคล้องตามรูปบัญชี แต่ไม่ทราบว่า ป.ป.ช.มองเห็นหรือไม่ เมื่อนางยลดา ภรรยาของนายวีรศักดิ์ มายื่นบัญชีกรณีรับตำแหน่งนายกฯอบจ.โคราช ยิ่งเห็นความไม่สอดคล้องของตัวเลขทางบัฐชีดังกล่าว แต่แปลกใจที่คนอื่นไปดูแต่เรื่องหนี้หมื่นล้านบาท ทั้งที่เป็นหนี้ค้ำประกัน ซึ่งไม่ติดใจเรื่องหนี้ก้อนนี้เท่าไรนักเพราะถ้านำตัวเลขทรัพย์สินรวมทั้งสองครั้งมาเปรียบเทียบกัน ในทางบัญชีจะถือว่า มีทรัพย์สินเพิ่มขึ้นกว่า 11,464 ล้านบาท แต่เมื่อวิเคราะห์เปรียบเทียบในเชิงลึก จะสรุปได้ว่า การยื่นบัญชีทั้งสองครั้งไม่สอดคล้องสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;การยื่นบัญชีของนางยลดา จึงเป็นหลักฐานที่น่าจะยืนยันได้ว่า บัญชีของนายวีรศักดิ์ และนางยลดา ไม่สอดคล้องสัมพันธ์กัน และมีประเด็นที่ ป.ป.ช. ควรตรวจสอบทั้งสองครั้ง ด้วยเหตุผลที่กล่าวข้างต้น&amp;nbsp; จึงได้ยื่นหนังสือทาง EMS ให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายวีรศักดิ์และนางยลดา ว่าเป็นไปตาม พรป.ปปช.มาตรา 114 หรือไม่ โดยได้แนบตารางตัวเลขเปรียบเทียบบัญชีทรัพย์สินของทั้งสองคนไปให้ ป.ป.ช. ประกอบการพิจารณาด้วย&amp;quot;นายเรืองไกรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101257</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ, ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ยลดา หวังศุภกิจโกศล, วีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210430/image_big_608b7a03605ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45603</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/09/2019 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/09/2019 12:37</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พลภูมิ&#039; โล่งศาลยกคำร้องปมปกปิดบัญชีทรัพย์สิน ถามคุณสมบัติเมียลงท้องถิ่นได้หรือไม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ก.ย.62 - นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ยกคำร้องคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นฟ้องกรณีจงใจปกปิดการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เมื่อครั้งพ้นจากตำแหน่งส.ส.เมื่อปี 2557 ว่า ศาลได้ยกคำร้องทั้งหมด เนื่องจากคำร้องของป.ป.ช. ขาดอายุความ ป.ป.ช.นำตัวผู้ถูกกล่าวหาส่งฟ้องต่อศาลไม่ทันในระยะเวลา 5 ปีที่กฎหมายกำหนดจึงเป็นเหตุให้ยกคำร้อง ตนยังรู้สึกตื่นอยู่เลยเมื่อเช้า ยังกังวลใจอยู่ว่าผลจะออกมาอย่างไร พอตอนนี้ผลออกมาแบบนี้ก็มีความสุขมาก เพราะจะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ประชาชนต่อ ขอขอบคุณพ่อ คุณแม่ ประชาชน ผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้โอกาส และให้กำลังใจจากนี้ตนจะทำหน้าที่เป็น ส.ส.ต่อ ไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่ามีการปรึกษาผู้ใหญ่ของพรรคเพื่อเตรียมแผนสำรองไว้หากการตัดสินออกมาเป็นลบหรือไม่ เพราะมีกระแสข่าวว่า คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย จะลงสมัครเลือกตั้งซ่อมแทน นายพลภูมิ กล่าวว่าไม่ได้มีการพูดคุย เพราะมองว่ายังมีช่องทางขอความเมตตาจากศาลในประเด็นเรื่องอายุความนี้อยู่ ตนมีความหวังตั้งแต่ยื่นเรื่องครั้งแรกแล้ว เพราะอายุความขาดไป แล้ววันนี้ก็ได้รับความเป็นธรรมจากศาล ส่วนกรณีที่นางชญาดา วิภัติภูมิประเทศ ที่ถูกศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองตัดสินจำคุก คดีปกปิดบัญชีทรัพย์สินแต่ให้รอลงอาญานั้น ขณะนี้กำลังให้พรรค ทำเรื่องเพื่อยื่นสอบถามไปยังสำนักงาน กกต. ว่านางชญาดามีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะลงสมัครรับเลือกตั้งท้องถิ่นหรือไม่ หากไม่ขาดคุณสมบัติ ก็เตรียมจะลงสมัครรับเลือกตั้งส.ก.เขตคันนายาวต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45603</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง, ศาลยกคำร้อง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d271ae45bea0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/09/2019 22:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/09/2019 21:29</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหงื่อแตกพลั่ก 12 กันยาลุ้นอีก!ศาลฎีกาฯนัดพิพากษาคดี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ปกปิดทรัพย์สิน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 12 ก.ย.นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพิจารณาคดี นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต ส.ส. กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย จงใจปกปิดการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน และเอกสารประกอบต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (คณะกรรมการ ป.ป.ช.) ตามหมายเลขคดีดำ ที่อม.3/2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 11 ก.ค. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศให้การรับสารภาพ แต่องค์คณะผู้พิพากษามาไม่ครบ ศาลฯ จึงให้เลื่อนการพิจารณาคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 12 ก.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาคดี นายพลภูมิ ได้ร้องขอความเมตตาจากศาลให้พิจารณาว่าคดีของตนจะหมดอายุความตามกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่หรือกฏหมายเก่า เนื่องจากคดีนี้จะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของตน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ปปช., พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, ศาลฎีกาฯ, ส.ส.เพื่อไทย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d271aae3e2c9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>43549</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/08/2019 07:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/08/2019 07:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ประหยัด&#039;โวยโดนกลั่นแกล้ง​อ้างภรรยาถือกรรมสิทธิ์แทนคนอื่นชี้ช่องถอดถอนป.ป.ช. </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16ส.ค.62-ที่โรงแรมริชมอนด์ จ.นนทบุรี ช่วงค่ำวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา นายประหยัด พวงจำปา รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แถลงถึงกรณีถูกคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดจงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน วงเงินกว่า 227 ล้านบาท​ ว่า ข้อเท็จจริงกรณีเกิดขึ้นในช่วงยื่นบัญชีทรัพย์สินครั้งแรกเมื่อปี 60 โดยมีความเข้าใจเรื่องบัญชีทรัพย์สินคลาดเคลื่อนของภรรยา ที่นึกว่าบัญชีเงินฝากปิดไปแล้ว แต่ยังมีการเปิดใช้งานอยู่ พอทราบทีหลังตนบริสุทธิ์ใจ จึงได้ยื่นทรัพย์สินเพิ่มเติมเป็นเงินฝาก 3 บัญชี รวมถึงเรื่องเช่าซื้อห้องชุดที่อังกฤษ ที่ภรรยาทำธุรกิจร่วมกับบุคคลอื่น และถือครองกรรมสิทธิ์แทน โดยไม่ได้เป็นเจ้าของ ส่งเหล่านี้ชี้แจงไปแล้วอย่างบริสุทธิ์ใจ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายประหยัด กล่าวว่า การดำเนินคดีดังกล่าวเป็นการกลั่นแกล้ง เพราะดำเนินการไม่ชอบหลายประการ ไม่ให้ความเป็นธรรม ไม่เคยให้โอกาสเข้าชี้แจงด้วยวาจาต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. และเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งที่ร้องขอความเป็นธรรมหลายครั้ง การไต่สวนไม่ชอบตามกฎหมาย และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 114 ที่ต้องพิสูจน์เจตนาและการดำเนินการกับข้าราชการ ป.ป.ช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าคดีผมพาดพิงกับบางสิ่งบางอย่าง คดีเหล่านั้นที่ยังไม่มีข้อยุติ มีปัญหาคาราคาซัง จะเกี่ยวข้องกับเรื่องของผมได้อย่างไร กระบวนการไต่สวนต้องแยกการไต่สวนในแต่ละเรื่อง แต่เรื่องนี้การไต่สวนไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา 235 และ 236 และไม่เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 114 เมื่อผมชี้แจงว่าภรรยาถือครองทรัพย์สิน ไม่ต้องยื่นด้วยซ้ำ พิสูจน์สิว่าทรัพย์สินที่ถือครองเป็นของภรรยาจริง หรือลงทุนจริง ถ้าไม่ใช่ค่อยมาว่าผม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองเลขาธิการป.ป.ช.กล่าวอีกว่า ปัจจุบันได้ยื่นฟ้องนายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. แล้วต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 1 ความคืบหน้าปัจจุบันอยู่ระหว่างการแก้คำฟ้อง อย่างไรก็ดีในส่วนของคดีตนที่ถูก ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดกรณีนี้ ตามกฎหมายบอกว่าต้องส่งให้อัยการพิจารณา ยังมีโอกาสขอความเป็นธรรมต่อทนายแผ่นดิน พิสูจน์เจตนาว่าขั้นตอนการไต่สวนเป็นไปโดยชอบหรือไม่​ ตนไม่ใช่คนทุจริต เรื่องนี้เป็นเรื่องข้อบกพร่อง ความเข้าใจคลาดเคลื่อนของภรรยา ที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ การนำสืบต่าง ๆ เป็นตัวภรรยาที่หลงลืม ไม่ใช่ตนหลงลืม การที่ภรรยาสำคัญผิด ย่อมเกิดขึ้นได้ ยืนยันเป็นการยื่นทรัพย์สินครบถ้วนทุกขั้นตอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ขอฝากสื่อมวลชน องค์กรยุติธรรมต่าง ๆ ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสเรื่องหนึ่งที่สำคัญ คือการถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ฝากเรียนไปยังพรรคการเมือง หรือ ส.ส. พรรคต่าง ๆ ถ้าเห็นว่าประเด็นผมมีข้อไม่เป็นธรรม ควรหยิบยกไปไต่สวนในสภา ขอเชิญมาบอกกับผมได้ จำนวนสมาชิก 125 เสียงเพื่อยื่นเรื่องต่อประธานสภา ไต่สวนคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งคณะ หรือประชาชน 2 หมื่นรายเข้าชื่อถอดถอนในประเด็นการดำเนินการที่มิชอบได้ ผมยินดีให้ความร่วมมือในกระบวนการว่าถูกต้องหรือไม่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า คดีนี้มีหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์ว่าอาจเกี่ยวข้องกับคดีเครือ ปตท. ลงทุนปลูกปาล์มที่อินโดนีเซีย นายประหยัด ตอบว่า คดีนี้เกิดขึ้นนานมาก ตนไม่เคยยุ่งเลย เคยไปอินโดนีเซียแค่ครั้งเดียวกับนายวิชา มหาคุณ อดีตกรรมการ ป.ป.ช. โดยไปศึกษาดูงาน ไม่เคยรู้จักเจ้าหน้าที่ ปตท. และภรรยาตนไม่เคยไปอินโดนีเซีย ไม่เคยรู้จักเหมือนกัน แต่เห็นว่าเป็นกรรมการผู้จัดการในบริษัทที่เกี่ยวข้องกับน้ำมัน มีการเชื่อมโยง คิดเอาเองทั้งนั้น สิ่งเหล่านี้ไม่มีการพิสูจน์ ต้องพิสูจน์ให้ชัดก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มูลเหตุที่ทำให้เชื่อว่าเป็นการกลั่นแกล้งกันคืออะไร นายประหยัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตนเคยเป็นแคนดิเดตชิงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมกับนายวรวิทย์ สุขบุญ แต่เมื่อนายวรวิทย์เป็นเลขาฯ ตนได้เป็นรองเลขาฯ และถูกลดบทบาทในการทำงาน บางครั้งต้องรักษาการรองเลขาฯ และสุ่มเสี่ยงถูกประเมินผลงานให้ถูกออกจากราชการ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/43549</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรวิทย์ สุขบุญ, ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ปตท.ปลูกปาล์มที่อินโด, ประหยัด พวงจำปา, พ.ร.ป.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190815/image_big_5d554f576c6ce.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>42987</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/08/2019 09:51</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/08/2019 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นัดถกคดี &#039;บิ๊ก ป.ป.ช.&#039; ยื่นทรัพย์สินเท็จ 260 ล้าน ยัน &#039;คนใน&#039; ยิ่งต้องตรวจเข้มงวด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 ส.ค.62 -&amp;nbsp;ที่เมืองทองธานี นายวรวิทย์ สุขบุญ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการไต่สวนผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน ป.ป.ช. กรณียื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จ หรือปกปิดบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินที่ควรแสดงต่อ ป.ป.ช. จำนวน 260 ล้านบาท ว่าในกฎหมาย ป.ป.ช.ระบุไว้ชัดเจน&amp;nbsp;เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ตั้งแต่ระดับผู้อำนวยการสำนักขึ้นไป รวมถึงเจ้าหน้าที่ไต่สวน เจ้าหน้าที่ตรวจสอบทรัพย์สิน มีหน้าที่ยื่นแสดงรายการบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ ป.ป.ช. ซึ่งกรรมการ ป.ป.ช.จะต้องตรวจสอบความถูกต้อง และดูพฤติการณ์อื่นๆ ประกอบในกรณีเข้ารับตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง พ้นตำแหน่ง 1 ปี และยื่นทุก 3 ปีที่อยู่ในตำแหน่ง เหมือนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐรายอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวรวิทย์ กล่าวว่า การดำเนินการตรวจสอบก็ทำตามกฎหมายที่ระบุว่า การทำงานของ ป.ป.ช.เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาล โดยกลุ่มที่ทำหน้าที่เดียวกันจะตรวจสอบกันเองไม่ได้ เช่น หากเป็นพนักงานไต่สวนจะให้พนักงานไต่สวนมาตรวจสอบกันเองไม่ได้ แต่อาจให้เจ้าหน้าที่ที่อยู่ในกลุ่มตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินเป็นผู้มาตรวจสอบ เช่นเดียวกันกับเจ้าหน้าที่ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินก็จะตรวจสอบกันเองไม่ได้แต่จะมีเจ้าหน้าที่อีกกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้ทำหน้าที่เดียวกัน จัดเป็นกลุ่มพิเศษขึ้นมาดำเนินการตรวจสอบ โดยทำหน้าที่เหมือนๆ กับการตรวจสอบเจ้าพนักงานของรัฐ ทุกคนอยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะหากพบว่า เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช.กระทำความผิดจะต้องถูกดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีตรวจสอบพบว่า ผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช.ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน นายวรวิทย์ กล่าวว่า สำหรับเรื่องนี้ต้องบอกก่อนว่า ขั้นตอนการดำเนินการของ ป.ป.ช.นั้นยังไม่เรียบร้อยสมบูรณ์ และคณะกรรมการ ป.ป.ช.จะมีการพิจารณากันในวันอังคารที่ 13 ส.ค.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า แล้วต้องดำเนินการขั้นตอนใดอีก คดีจึงจะเสร็จสมบูรณ์ นายวรวิทย์ กล่าวว่า ตรงนั้นเป็นรายละเอียดของคดี จึงต้องขออนุญาตว่าถ้าพิจารณาเสร็จแล้วจะแถลงให้สังคมทราบต่อไป แต่ขอย้ำว่าถึงแม้จะเป็นคนใน ป.ป.ช.เองเราก็พิจารณาตามกฎหมายเหมือนกัน อยู่ในมาตรฐานเดียวกัน โดยเฉพาะคนในยิ่งจะต้องเข้มงวดมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นคนของเราเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า บุคคลดังกล่าวจะหยุดปฏิบัติหน้าที่ก่อนหรือไม่ในขณะที่ถูกไต่สวน นายวรวิทย์ กล่าวว่า ยังปฏิบัติหน้าที่ปกติ เพราะถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ เมื่อถามย้ำว่า ในเมื่อมีคนใน ป.ป.ช.ที่เป็นองค์กรตรวจสอบ เข้ามามีปัญหาเสียเอง จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อถือขององค์กรหรือไม่ นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้กังวล เพราะไม่ว่าใครก็แล้วแต่หากมีส่วนเกี่ยวข้องเราก็ทำหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบ และถ้าตรวจสอบแล้วพบว่ากระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายกำหนด แต่ถ้าไม่ผิดก็ยุติเรื่องไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงกรณีกฎหมายระบุว่า หากเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.กระทำผิดเสียเอง จะมีโทษสองเท่า นายวรวิทย์ กล่าวว่า เรื่องโทษสองเท่าเป็นเรื่องของการกระทำความผิดทุจริต ไม่เกี่ยวกับการยื่นบัญชีทรัพย์สิน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42987</URL_LINK>
                <HASHTAG>กฎหมาย ป.ป.ช., นายวรวิทย์ สุขบุญ, ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, ผู้บริหารระดับสูง ป.ป.ช., สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190808/image_big_5d4b8c3265641.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>40732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>11/07/2019 19:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>11/07/2019 19:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.วัน&#039;ให้กำลังใจน้องรักผ่านเรื่องร้ายๆ หลัง&#039;พลภูมิ&#039;สารภาพปกปิดทรัพย์สิน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11 ก.ค.62 -&amp;nbsp;นายวัน อยู่บำรุง ส.ส.กรุงเทพ พรรคเพื่อไทย โพสต์รูปภาพคู่นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ &amp;nbsp;ส.ส.กรุงเทพฯพรรคเพื่อไทย พร้อมข้อความระบุว่า &amp;quot;เป็นกำลังใจให้น้องรักผ่านเรื่องร้ายๆไปได้ด้วยดี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับนายพลภูมิ &amp;nbsp;ถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.)ยื่นฟ้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จงใจปกปิดการยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน โดยล่าสุดเมื่อเช้าวันนี้ ศาลฎีกาฯ มีนัดพิจารณาคดี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เบื้องต้น นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ เดินทางมาที่ศาลฯ ตามเวลานัดหมาย พร้อมให้การรับสารภาพ แต่องค์คณะผู้พิพากษามาไม่ครบ ศาลฯ จึงให้เลื่อนการพิจารณาคดีนี้ออกไปเป็นวันที่ 12 ก.ย.2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในระหว่างการพิจารณาคดี นายพลภูมิ ได้ร้องขอความเมตตาจากศาลให้พิจารณาว่าคดีของตนจะหมดอายุความตามกฎหมาย ป.ป.ช.ใหม่หรือกฏหมายเก่า เนื่องจากคดีนี้จะส่งผลต่ออนาคตทางการเมืองของตน.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/40732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกปิดบัญชีทรัพย์สิน, พลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ, วัน อยู่บำรุง, ศาลฎีกาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190711/image_big_5d272abbe8dd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
