<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>78976</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกฤษฎีกา เผยร่างกฎหมายออกเสียงประชามติ เข้าทันเปิดประชุมสภา 1 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งมีความคืบหน้าไปได้มาก เพราะเรามีเนื้อหาตามแนวกฎหมายประชามติเดิมและการทำประชามติรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นแนวทางอยู่แล้ว เชื่อว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และน่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย.เมื่อเปิดสมัยประชุมสภา ทั้งนี้ เมื่อเข้าสภาแล้วจะใช้เวลาพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน และวุฒิสภาอีก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมีกี่ครั้ง นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้งก่อนที่จะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เมื่อเขาร่างเสร็จเป็นที่ยอมรับกันแล้วก็ทำประชามติอีกครั้ง แต่ขณะนี้ที่มีการถกเถียงกันอยู่คือ ก่อนจะเริ่มแก้ควรถามประชาชนก่อนหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78976</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกฤษฎีกา, ปกรณ์ นิลประพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d930e2ccd11e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>78975</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/09/2020 16:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/09/2020 16:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เลขาฯกฤษฎีกา เผยร่างกฎหมายออกเสียงประชามติ เข้าทันเปิดประชุมสภา 1 พ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ย.63 -&amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กล่าวถึงความคืบหน้าการยกร่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกากำลังเร่งดำเนินการ ซึ่งมีความคืบหน้าไปได้มาก เพราะเรามีเนื้อหาตามแนวกฎหมายประชามติเดิมและการทำประชามติรัฐธรรมนูญปี&amp;nbsp;2560&amp;nbsp;เป็นแนวทางอยู่แล้ว เชื่อว่าจะสามารถเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) และน่าจะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรได้ในวันที่&amp;nbsp;1&amp;nbsp;พ.ย.เมื่อเปิดสมัยประชุมสภา ทั้งนี้ เมื่อเข้าสภาแล้วจะใช้เวลาพิจารณาในชั้นสภาผู้แทนราษฎร&amp;nbsp;60&amp;nbsp;วัน และวุฒิสภาอีก&amp;nbsp;30&amp;nbsp;วัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่า แนวทางการทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญควรมีกี่ครั้ง นายปกรณ์ กล่าวว่า ส่วนตัวมองว่าถ้าจะแก้รัฐธรรมนูญต้องทำประชามติ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ครั้งก่อนที่จะมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เมื่อเขาร่างเสร็จเป็นที่ยอมรับกันแล้วก็ทำประชามติอีกครั้ง แต่ขณะนี้ที่มีการถกเถียงกันอยู่คือ ก่อนจะเริ่มแก้ควรถามประชาชนก่อนหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/78975</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกฤษฎีกา, ปกรณ์ นิลประพันธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d930e2ccd11e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>50665</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2019 18:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2019 18:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปกรณ์-ไพบูลย์-กฤษ&#039;นั่งกมธ.ศึกษาแก้รธน.โควตารัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.62- นายเทวัญ ลิปตพัลลภ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาและกรรมการประสานงานคณะกรรมการประสานงานสภาผู้แทนราษฎร(วิปรัฐบาล) กล่าวถึงรายชื่อกมธ.วิสามัญศึกษาแนวทางการแก้ไขรัฐธรรมนูญฝ่ายรัฐบาลว่า จากสัดส่วนโควตารัฐบาล 12 คน &amp;nbsp;ตนและนายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯร่วมสรรหา 6 คน ส่วนอีก 6 คนให้เป็นโควตาวิปรัฐบานั้น โดยจาก 6 คนที่ทาบทามและมีชื่อปรากฎหน้าสื่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนของส.ว.ทั้ง พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม และนายสมชาย แสวงการ ประสงค์ไม่รับตำแหน่ง ทำให้ต้องสรรหาคนกลางใหม่ โดยตนจะนำหารือในประชุมวิปรัฐบาล วันที่ 20 พ.ย.ทั้งนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอีก 4 คนคือ นายอุดม รัฐอมฤต อดีตกมธ.ร่างรัฐธรรมนูญ สมัยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ยังรอการตัดสิน ขณะที่พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต.ส่งนายกฤษ เอื้อวงศ์ รองเลขาธิการ กกต.มาเป็นแทนโดยพ.ต.อ.จรุญวิทย์ ให้เหตุผลติดภารกิจจัดการเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนที่ตอบรับแน่นอนแล้ว คือนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ สมัยนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธาน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/50665</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.ศึกษาแก้รัฐธรรมนูญ, กฤษ เอื้อวงศ์, นายเทวัญ ลิปตพัลลภ, ปกรณ์ นิลประพันธ์, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191119/image_big_5dd3d107ba675.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>47045</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/10/2019 15:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/10/2019 15:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>มติครม.รับโอน&#039;ปกรณ์&#039;นั่งเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ต.ค.62- &amp;nbsp; นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุม ครม. &amp;nbsp;ว่า ครม.มีมติ อนุมัติรับโอน นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการก.พ.ร. ให้ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อ้อนฟ้า เวชชาชีวะ รองเลขาธิการก.พ.ร. ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการก.พ.ร. &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสมเด็จ สุสมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกีรติ รัชโน ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47045</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกรณ์ นิลประพันธ์, มติึครม., เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191001/image_big_5d930e2ccd11e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>25676</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/01/2019 15:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/01/2019 15:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งทบทวนตั้ง52หน่วยงานใหม่ตามแผนปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ม.ค.62 - นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ(ก.พ.ร.) กล่าวถึงกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)เมื่อวานนี้(2 ม.ค.) มีมติรับทราบทบทวนข้อเสนอให้จัดตั้งหน่วยงานใหม่ 52 หน่วยงานตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามที่สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอ ว่า เราได้ให้ข้อเสนอในที่ประชุมครม.ว่าการตั้งหน่วยงาน 52 หน่วยงาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหน่วยงานองค์การมหาชนและส่วนราชการ รวมถึงกรมใหม่ เป็นจำนวนที่เยอะ และยังไม่ได้มีการวิเคราะห์ในรายละเอียด ว่าเหมาะสมและจำเป็นจะต้องตั้งมากมายขนาดนั้นหรือไม่ หรือที่มีอยู่มันพอแล้ว หรือเกินพอแล้วหรือไม่ ควรจะยกเลิกเสียด้วยซ้ำไป โดยเราได้ไปดูแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ซึ่งมุ่งให้ภาคราชการมีขนาดเล็กลง ทำงานแบบคล่องตัวและมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงใช้เทคโนโลยีให้บริการประชาชนมากขึ้น ฉะนั้น จึงไม่จำเป็นต้องมีหน่วยงานใหญ่ๆ เพราะการตั้งหน่วยงานจำนวนมากขนาดนี้มีตรรกะขัดกันกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ เราจึงเสนอครม.ไปว่า มันไม่สอดคล้องกันและควรมีการทบทวนให้ดีก่อนตั้งหน่วยงานใหม่ เพราะ ก.พ.ร.เห็นว่ามีภาระกับงบประมาณของรัฐมาก ขณะที่เรื่องประสิทธิภาพ ความคุ้มค่า ไม่มีใครรับประกันว่า การตั้ง 52 หน่วยงานแล้วประเทศไทยจะเจริญรุ่งเรือง และเรายังเสนอไปว่า ถ้าจะตั้งหน่วยงานใหม่ ต้องยุบเลิกหรือยุบรวมหน่วยงานที่มีอยู่เดิม (One &amp;ndash; In, X &amp;ndash; Out) เพื่อไม่ให้การทำงานซ้ำซ้อน และสิ้นเปลืองงบประมาณไปอีก 20-30 ปี เพราะปัจจุบันหน่วยงานราชการไม่ได้ทำงานเป็นแท่งเหมือนเมื่อก่อน เราทำงานแบบบูรณาการ หากยังทำงานเป็นแท่งก็จะเกิดปัญหา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปกรณ์กล่าวอีกว่า ในที่ประชุมครม. นายกรัฐมนตรีเห็นด้วยกับข้อเสนอและสั่งการให้มีการทบทวน โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ และคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ รับกลับไปพิจารณาทบทวนแก้ไข นอกจากนี้ ก.พ.ร. ยังเสนอที่ประชุมครม. ว่าปัจจุบันเป็นยุคดิจิทัล เราจะต้องนำเทคโนโลยีมาช่วยในการทำงานมากขึ้น และลดจำนวนคนให้น้อยลง ซึ่งจะช่วยลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรภาครัฐ กระบวนการทำงานจะเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น อีกทั้ง การจะตั้งหน่วยงานใหม่ จะต้องแนบแผนการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัล(Digital Transformation)มาด้วย เนื่องจากขณะนี้กฎหมายที่เสนอเข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ส่วนใหญ่ จะมีการตั้งหน่วยงาน กรมและองค์การต่างๆ อย่างไรก็ตาม หลังจากปรับแก้แล้ว หน่วยงานที่รับผิดชอบจะนำเข้าครม.เพื่อพิจารณาอีกครั้ง โดยคาดหวังว่าจะเสร็จทันก่อนการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ยืนยันว่า ก.พ.ร.ไม่ได้ขัดแย้งหรือทะเลาะกับใคร เราเพียงเสนอตามหลักการว่าควรจะเป็นอย่างนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/25676</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกรณ์ นิลประพันธ์, ปฏิรูปการเมือง, ยุทธศาสตร์ชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181225/image_big_5c220612284ca.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16677</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตื่น!เช็กประวัติว่าที่กสม. วิษณุชงชื่อเลขากฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;วิษณุ&amp;rdquo; เตรียมชงชื่อเลขาธิการกฤษฎีกาให้ ครม.เคาะ &amp;ldquo;จารุวรรณ-วรรณชัย-ปกรณ์&amp;rdquo; เต็ง สนช. ผวาถูกครหาเอ็นจีโอกินรวบ กสม. นัดถกตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติ 7 ว่าที่ &amp;ldquo;สมศรี&amp;rdquo; ส่อเค้าไปไม่ถึงดวงดาว&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการเสนอชื่อเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.ว่า &amp;nbsp; ไม่กล้าตอบว่าจะนำรายชื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อใด แต่โดยกระบวนการนั้น ควรจะเร็ว โดยตามขั้นตอนเมื่อที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว จะต้องมีการส่งรายชื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้รับรอง ก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายต่อไป
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับแคนดิเดตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่นั้น พบว่ามี 3 ราย คือ 1.น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่อาวุโสที่สุด 2.นายวรรณชัย บุญบำรุง รองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา &amp;nbsp;ซึ่งปัจจุบันเป็นเลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) โดย น.ส.จารุวรรณ และนายวรรณชัยนั้น เหลืออายุราชการอีกปีเดียว ซึ่งนายวรรณชัยที่ผ่านมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน ส่วนนายปกรณ์ยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี และ ครม.เพิ่งแต่งตั้งให้มาเป็นรองเลขาธิการ ครม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ได้มีหนังสือนัดประชุมสมาชิก ครั้งที่ 58/2561 ในวันพฤหัสบดีที่ 6 ก.ย. ที่อาคารรัฐสภา เวลา 10.00 น. โดยมีวาระเรื่องด่วนคือ การให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามมาตรา 14 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) พ.ศ.2560 เพื่อตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบประวัติและความประพฤติทางจริยธรรม 7 ว่าที่ กสม.
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับผู้ถูกเสนอชื่อจากการคัดเลือกของคณะกรรมการสรรหาให้ สนช.ให้ความเห็นชอบเป็น กสม. 7 คน ประกอบด้วย 1.นางสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ 2.นายไพโรจน์ พลเพชร ประธานมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม 3.นายจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ประธานกรรมการบริหารหลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารสวัสดิการสังคม มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ 4.นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ เลขาธิการมูลนิธิเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนา 5.น.ส.ปิติกาญจน์ สิทธิเดช อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม 6.น.ส.พรประไพ กาญจนรินทร์ อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ 7.นายสุรพงษ์ กองจันทึก กรรมการด้านนโยบายด้านการส่งเสริมประชาธิปไตยฯ องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย (ไทยพีบีเอส)
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ หลังจากคณะกรรมการสรรหาที่มีประธานศาลฎีกาเป็นประธาน ได้ลงมติคัดเลือกผู้สมัครไว้ 7 คนเมื่อวันที่ 21 ส.ค. เพื่อส่งให้ สนช.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ได้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีเอ็นจีโอเกินครึ่งคุม หรือกินรวบ กสม. เนื่องจากใน 7 คนเป็นเอ็นจีโอถึง 4 คน นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่านางสมศรีมีท่าทีคัดค้านการลงโทษประหารชีวิตมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นคดีฆ่าคนตายอย่างเหี้ยมโหด ซึ่งสวนทางกับครอบครัวและญาติผู้ได้รับความเสียหาย รวมทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และกระแสสังคมที่เห็นว่าโทษประหารชีวิตยังจำเป็นและควรมีอยู่ต่อไป อีกทั้งในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาได้บัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการให้อภัยโทษกับผู้ต้องโทษประหารชีวิตอยู่แล้ว
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับขั้นตอนการคัดเลือก 7 กสม.นั้น หลังจาก สนช.ตั้งคณะ กมธ.ตรวจสอบประวัติและความประพฤติในวันที่ 6 ก.ย. ภายใน 60 วัน กมธ.จะรายงานผลให้ที่ประชุม สนช.พิจารณาและลงมติว่าที่ กสม.เป็นรายบุคคล หากได้คะแนนไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ก็ต้องเปิดการสรรหาใหม่ในรายที่ไม่ได้รับความเห็นชอบ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายวัส ติงสมิตร ประธาน กสม. กล่าวถึงกระแส สนช.จะไม่ลงคะแนนให้ว่าที่ กสม.ที่คัดค้านเรื่องโทษประหารว่า ไม่รู้ว่าเป็นใครที่เห็นว่า 7 ว่าที่ กสม.มีปัญหา ส่วนการตั้ง กมธ.ตรวจสอบประวัติความประพฤติถือเป็นดุลพินิจของ สนช. ที่จะพิจารณาและตรวจสอบเชิงลึก เพราะบางคนอาจตกคุณสมบัติด้านอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวกับความเห็นเรื่องความเห็นการยกเลิกโทษประหารชีวิตก็ได้ ซึ่งตอนนี้ไทยได้ลงนามเอาไว้ว่ายังให้มีโทษประหารชีวิตอยู่ แต่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านที่จะพยายามยกเลิก และไทยจะยกเลิกหรือไม่ ต้องขึ้นอยู่กับสังคมด้วย&amp;nbsp;
&amp;ldquo;ที่ผ่านมาผลโพลพบว่าประชาชน 90% ไม่อยากให้ยกเลิก ดังนั้นจะต้องรณรงค์อย่างต่อเนื่อง หากคิดยกเลิก รวมทั้งต้องตอบคำถาม และมีมาตรการเยียวยาญาติผู้เสียชีวิต หากมีการยกเลิก เช่นเดียวกันก็ต้องมีมาตรการหากกรณีสุดท้ายประหารชีวิตไปแล้วปรากฏว่าเป็นแพะจะรับผิดชอบอย่างไร เพราะที่ผ่านมาในหลายประเทศที่ยกเลิกและไม่ยกเลิกโทษประหารชีวิต ก็ไม่ได้ทำให้อาชญากรรมร้ายแรงลดลงหรือมีจำนวนเพิ่มขึ้น แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และหาคนผิดมาลงโทษให้มากที่สุด เมื่อเป็นเช่นนั้นจะมีหรือไม่มีโทษประหารชีวิตคงไม่ใช่ประเด็น&amp;rdquo; นายวัสกล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16677</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารุวรรณ เฮงตระกูล, ปกรณ์ นิลประพันธ์, วรรณชัย บุญบำรุง, วิษณุ เครืองาม, สนช., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180902/image_big_5b8bf4559bff2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>16636</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2018 11:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2018 11:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จับตา 3 แคนดิเดต “จารุวรรณ – วรรณชัย – ปกรณ์” ชิงเก้าอี้เลขาฯกฤษฎีกา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิษณุ&amp;rdquo; ระบุ ตามกระบวนการต้องแต่งตั้งเลขาฯกฤษฎีกาคนใหม่โดยเร็ว จับตา 3 แคนดิเดต &amp;ldquo;จารุวรรณ &amp;ndash; วรรณชัย &amp;ndash; ปกรณ์&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เมื่อวันที่ 2 ก.ย.นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการเสนอชื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่เข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) แทนนายดิสทัต โหตระกิตย์ ที่กำลังจะเกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.ว่า ไม่กล้าตอบว่าจะมีการนำรายชื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่เข้าสู่ที่ประชุม ครม.เมื่อใด แต่โดยกระบวนการนั้นควรจะเร็ว ทั้งนี้ ตามขั้นตอนเมื่อที่ประชุม ครม.ให้ความเห็นชอบแล้ว จะต้องมีการส่งรายชื่อเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปให้สภา ที่ปัจจุบันคือ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นผู้รับรอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับแคนดิเดตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่นั้น พบว่า ปัจจุบันมี น.ส.จารุวรรณ เฮงตระกูล เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาที่อาวุโสที่สุด รองลงมาคือ นายวรรณชัย บุญบำรุง โดยทั้งคู่เหลืออายุราชการอีกปีเดียว ในส่วนของนายวรรณชัย ที่ผ่านมาได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งสำคัญหลายตำแหน่ง อาทิ สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. ... ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธาน นอกจากนี้ ยังมีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) ที่ ครม.เคยแต่งตั้งให้มาเป็นรองเลขาธิการ ครม. แต่นายปกรณ์ยังเหลืออายุราชการอีกหลายปี.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/16636</URL_LINK>
                <HASHTAG>จารุวรรณ เฮงตระกูล, ปกรณ์ นิลประพันธ์, วรรณชัย บุญบำรุง, วิษณุ เครืองาม, เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาคนใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180823/image_big_5b7e5b2255e27.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
