<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>76971</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/09/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/09/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สั่งกักขังหมอเปรม คดีฉาวแก้ผ้านักข่าว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลฎีกาสั่งกักขัง &amp;quot;หมอเปรม&amp;quot; และพวก 2 เดือน ในคดีแก้ผ้านักข่าว ทีมทนายความเผยกลับมาเล่นการเมืองได้ พร้อมยื่นเรื่องขอกักขังที่คลินิกในกรุงเทพฯ แต่ศาลไม่อนุญาต&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 9 กันยายน ที่ศาลจังหวัดพล อ.พล จ.ขอนแก่น นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเทศบาลเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์ เดินทางมารายงานตัวต่อศาลตามการนัดหมายอ่านคำพิพากษาศาลฎีกา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถึงเวลานัดหมาย ฝ่ายโจทก์ คือพนักงานอัยการ และนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ในฐานะโจทก์ร่วม รวมทั้งจำเลยที่ 1 คือ นพ.เปรมศักดิ์ และจำเลยที่ 2 คือ ร.ต.บัวทอง ศาลได้ให้ทุกฝ่ายเข้ารับฟังคำพิพากษาของศาลฎีกา ในคดีข่มขืนใจ บังคับขู่เข็ญ และกระทำอนาจาร ซึ่งศาลฎีกาได้มีคำสั่งกักขังจำเลยที่ 1 และ 2 คนละ 2 เดือน โดยศาลให้เหตุผลว่า นพ.เปรมศักดิ์ได้สำนึกผิด และได้นำเงินสดจำนวน 100,000 บาท มาวางต่อหน้าศาล เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับสื่อมวลชน จึงสมควรแก่เหตุในการเปลี่ยนคำพิพากษาของศาลชั้นอุทธรณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกาญจน์ นพศรี ทนายความฝ่ายโจทย์ กล่าวว่า ศาลฎีกาได้พิจารณาเปลี่ยนคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ จากโทษจำคุก 2 เดือน เป็นกักขัง 2 เดือน โดยพิจารณาเปลี่ยนโทษเนื่องจาก นพ.เปรมศักดิ์ได้นำเงินสดมาวางต่อหน้าศาล เพื่อชดเชยค่าเสียหายให้กับสื่อมวลชน ซึ่งศาลพิจารณาว่าจำเลยสำนึกผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ขณะนี้จำเลยที่ 1 และ 2 รวมทั้งทีมทนายความอยู่ระหว่างดำเนินการร้องขอเรื่องสถานที่กักขัง ซึ่งจะต่างจากการจำคุกที่ไม่ต้องเข้าเรือนจำหรือแดนขัง และสามารถเยี่ยมผู้ต้องขังได้วันละ 1 ครั้ง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมา นายเธียรชัย นนยะโส ทนายความของ นพ.เปรมศักดิ์ ได้ยื่นเรื่องต่อศาลเพื่อร้องขอสถานที่กักขังในสถานที่ทำงานของ นพ.เปรมศักดิ์ คือคลินิกแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อใช้ประกอบวิชาชีพ แต่ศาลได้ยกคำร้องเนื่องจากไม่มีเหตุจำเป็นที่จะต้องกักขังในพื้นที่ดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายเธียรชัยกล่าวว่า คำตัดสินของศาลถือเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งการถูกลงโทษกักขังจะยังสามารถลงเล่นการเมืองได้เหมือนเดิมทุกอย่าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ศาลได้ยกคำร้องตามคำขอของทนายความด้วยไม่มีเหตุจำเป็นที่จะกักขังตัวตามสถานที่ที่ยื่นคำร้อง ซึ่งทีมทนายความได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลในสถานที่เดิม โดยหากศาลยกคำร้องอีก ทีมทนายความเตรียมที่จะจัดหาสถานที่อื่น เบื้องต้นอาจจะอยู่ในพื้นที่ จ.ขอนแก่น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76971</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกาญจน์ นพศรี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เธียรชัย นนยะโส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200909/image_big_5f58cdae6095f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22947</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คุก70ปี&#039;ผอ.รร.&#039;โกงอาหารเด็ก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ศาลคดีทุจริตภาค 9 สั่งจำคุก &amp;quot;อดีต ผอ.รร.มะรือโบตก&amp;quot; จ.นราธิวาส 70 ปี โกงอาหารกลางวันเด็กนักเรียน ยอมรับสารภาพลดโทษเหลือคุก 35 ปี &amp;quot;ป.ป.ช.ยะลา&amp;quot; ชงฟันผู้บริหารโรงเรียนบ้านบูเกะจือฆาทุจริตการก่อสร้าง &amp;quot;ชาวบ้านขอนแก่น&amp;quot; บุกยื่นหนังสือเอาผิด ปธ.และกรรมการกองทุนหมู่บ้าน ทุจริตเงินโครงการประชารัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ภาค 9 วันที่ 27 พ.ย. นายสนั่น ทองจีน ผู้ช่วยเลขาธิการ ป.ป.ช.ภาค 9 แถลงผลการดำเนินงานด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประจำปีงบประมาณ 2562 ของสำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 9 ในส่วนของ 3 จังหวัดชายแดนใต้ว่า ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 ได้พิพากษากรณีนายเฉลิม พละสิทธิ์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านมะรือโบตก อ.ระแงะ จ.นราธิวาส เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและเจ้าพนักงานตามกฎหมาย มีอำนาจหน้าที่อนุมัติการเบิกจ่ายและควบคุมกำกับการใช้จ่ายเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และความถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และคำสั่งของทางราชการที่เกี่ยวข้อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสนั่นกล่าวว่า จำเลยใช้โอกาสที่ตนมีหน้าที่ดังกล่าวทำบันทึกขอยืมเงินประเภทเงินอุดหนุนอื่น และประเภทเงินโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียนบ้านมะรือโบตก โดยไม่ได้ระบุวัตถุประสงค์ของการยืมเงินว่าจะนำไปใช้จ่ายเพื่อกิจกรรมใดของโรงเรียน ขัดต่อระเบียบทางราชการ จำเลยใช้อำนาจโดยมิชอบอนุมัติให้ตนเองยืมเงินดังกล่าว เมื่อจำเลยได้รับเงินที่ยืมไปแล้วได้เบียดบังเอาไว้เป็นประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้นำเงินไปใช้จ่ายในโครงการหรือแผนงานใดของโรงเรียน ทั้งยังไม่ส่งใช้เงินยืมรายเก่าตามกำหนดเวลา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลฯ พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 147 (เดิม) การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91 จำคุกกระทงละ 5 ปี รวม 14 กระทง เป็นจำคุก 70 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 35 ปี&amp;quot; นายสนั่นกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้ช่วยเลขาฯ ป.ป.ช.ภาค 9 กล่าวว่า ที่จำเลยขอให้รอการลงโทษโดยอ้างว่าได้นำเงินที่ยืมไปใช้ในกิจกรรมของโรงเรียนบ้านมะรือโบตกหลายกิจกรรม และบางส่วนนำไปใช้ปรับปรุงห้องพักครูเป็นประโยชน์แก่ราชการ รวมทั้งจำเลยได้จ่ายเงินคืนทั้งหมดพร้อมดอกเบี้ยแล้วนั้น ไม่ปรากฏหลักฐานการใช้เงินยืมว่าจำเลยนำไปใช้ในกิจกรรมใดของโรงเรียนตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งหากจำเลยนำไปใช้ในกิจกรรมดังกล่าวจริง จำเลยย่อมสามารถแสดงหลักฐานการใช้เงินยืมดังกล่าวได้โดยไม่ยาก การกระทำของจำเลยกระทบต่อระเบียบแบบแผนการใช้เงินงบประมาณแผ่นดินอันเป็นการกระทำที่ร้ายแรง แม้จำเลยจะชดใช้คืนเงินยืมพร้อมดอกเบี้ยแล้วก็ตาม แต่ก็เป็นภายหลังจากมีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยและเป็นเรื่องทางแพ่งเท่านั้น กรณีจึงไม่มีเหตุที่จะรอการลงโทษข้อหาอื่น อย่างไรก็ดี คดีข้างต้นยังไม่ถือเป็นที่สุด และอยู่ภายใต้สิทธิการอุทธรณ์ การพิจารณาวินิจฉัยของศาลสูงตามลำดับ จำเลยยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ สำหรับสำนักงาน ป.ป.ช.ยะลายังมีเรื่องที่ส่งที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. และมีมติชี้มูลความผิดทางวินัยไม่ร้ายแรง นางพู้ซียะ รักษ์ธรรม ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา อ.รามัน จ.ยะลา กรณีทุจริตให้ตรวจรับการจ้างและเบิกจ่ายเงินค่าจ้างให้ผู้รับจ้างก่อสร้างปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนโรงเรียนบ้านบูเกะจือฆา โครงการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียน อาคารประกอบ และสิ่งก่อสร้างชำรุด อาคารเรียน ป 1 ก จำนวน 4 ห้องเรียน และอาคารเรียน ป 1 ก จำนวน 3 ห้องเรียน โดยให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อดำเนินการทางวินัยกับนางพู้ซียะ รักษ์ธรรม ตามฐานความผิดดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;คณะกรรมการ ป.ป.ช.ยังมีมติชี้มูลความผิดนายมะซือลาม กลามอ ตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทรทอง อ.ไม้แก่น จ.ปัตตานี กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ กรณีละเว้นไม่ดำเนินการรื้อถอนบ้านพักอาศัยไม่มีเลขที่ของนายอาแซ มะแซ ซึ่งก่อสร้างอยู่บนแนวเขตถนนทางหลวงแผ่นดิน สายบ้านทอน-กอตอ (4136) หมู่ที่ 5 ตำบลไทรทอง อำเภอไม้แก่น จังหวัดปัตตานี โดยสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดปัตตานีจะดำเนินการส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง เอกสาร พร้อมทั้งความเห็นไปยังสำนักงานอัยการพิเศษ ฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 ภาค 9 เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 9 และดำเนินการส่งรายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริง เอกสาร พร้อมทั้งความเห็นไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เพื่อพิจารณาลงโทษทางวินัยกับนายมะซือลามต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน บริเวณหน้าอาคารสำนักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ สาขา 5 ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 445/3-4 ถ.ชาตะผดุง ต.ในเมือง อ.เมืองฯ จ.ขอนแก่น ได้มีชาวบ้านประมาณ 30 คน จาก อ.หนองสองห้อง จ.ขอนแก่น มารวมตัวถือป้ายข้อความว่า &amp;ldquo;เงินของแผ่นดิน โกงกินไม่ผิด บ้านกูมี บ้านใครมีบ้าง&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ถึงท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอถามว่า ผู้ใหญ่บ้านเป็นประธานกองทุนหมู่บ้านกับพวก ทุจริตเงินในโครงการประชารัฐ จัดได้ว่าสนองนโยบายท่านใช่ไหม จึงได้ไม่มีหน่วยงานใดเดือดร้อน&amp;rdquo; พร้อมยื่นหนังสือร้องเรียนขอความเป็นธรรมในการเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตในโครงการเพิ่มศักยภาพหมู่บ้านและชุมชนเพื่อความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากตามแนวทางประชารัฐ ถึงหัวหน้า.สทบ.สาขา 5
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกาญจน์ นพศรี ตัวแทนชาวบ้าน กล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินที่รัฐบาลจัดสรรให้ชาวบ้านบริหารจัดการ และเป็นเงินภาษีของประชาชน นับจากนี้ไป 15 วัน หากไม่มีความคืบหน้า ชาวบ้านจะนั่งรถโดยสารไปพบ พล.อ.ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เพื่อให้พิจารณาความผิดกับคนที่ทุจริตเงินของรัฐดังกล่าวนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22947</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปกาญจน์ นพศรี, สนั่น ทองจีน, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd56b44bf2e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>11877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/06/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/06/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>หมอเปรมสะดุ้ง ศาลสั่งขัง2เดือน ประกัน1.2แสน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ศาลตัดสินจำคุก &amp;quot;หมอเปรม-เลขาฯ&amp;quot; คนละ 2 เดือนโดยไม่รอลงอาญา คดีจับนักข่าวแก้ผ้าในห้องทำงานหลังเกาะติดภาพหมั้นนักเรียน ม.5 ชี้จำเลยมีตำแหน่งอันทรงเกียรติ แต่ทำเสื่อมเสียร้ายแรง เพื่อให้เข็ดหลาบไม่เป็นเยี่ยงอย่าง แต่ให้ประกันด้วยหลักทรัพย์คนละ 1.2 แสนบาท ขณะเดียวกันศาลยังคงมีคำสั่งยกฟ้องในคดีที่ &amp;quot;หมอเปรม&amp;quot; ฟ้อง ส.ท.ฐานหมิ่นประมาทที่ยกป้ายไว้อาลัยอีกด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ศาลจังหวัดพล อ.พล จ.ขอนแก่น เวลา 10.30 น.วันที่ 21 มิถุนายน ศาลได้มีคำสั่งนัดพิพากษาในคดีดำเลขที่ อ.1519/60 ในข้อหาอนาจารและความผิดต่อเสรีภาพ ระหว่างฝ่ายโจทย์ คือพนักงานอัยการจังหวัดพล กับนายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในฐานะโจทก์ร่วม กับฝ่ายจำเลยคือ นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น และว่าที่ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์ อดีต เลขานุการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ที่ห้องพิจารณาคดี 2 ชั้น 2 ศาลจังหวัดพล โดยที่ฝ่ายโจทก์และฝ่ายจำเลยได้เดินทางมารายงานตัวต่อศาลตามคำสั่ง ก่อนที่จะเดินขึ้นไปในห้องพิจารณาคดีทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ทั้งนี้ ศาลจังหวัดพลไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนถ่ายภาพในเขตอำนาจศาล และห้ามไม่ให้ผู้สื่อข่าวหรือผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องจดบันทึกหรือบันทึกเทปในช่วงของการอ่านคำพิพากษา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยองค์คณะผู้พิพากษาศาลจังหวัดพลได้ใช้เวลาในการอ่านคำพิพากษาประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนมีคำพิพากษาตัดสินจำคุก นพ.เปรมศักดิ์ และว่าที่ ร.ต.บัวทอง จำเลยที่ 1 และที่ 2 ตามความผิดฐานกระทำอนาจารและความผิดต่อเสรีภาพ เป็นเวลา 2 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ซึ่งทันทีที่องค์คณะผู้พิพากษาอ่านคำพิพากษาแล้วเสร็จ ตำรวจศาลได้เข้าทำการควบคุมตัวนพ.เปรมศักดิ์และว่าที่ ร.ต.บัวทองไปในห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาบริเวณชั้นล่างของศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่จากกรมราชทัณฑ์มารับตัวไปทำการคุมขังตามคำสั่งศาลทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปกาญจน์ นพศรี ทนายฝ่ายโจทก์ กล่าวว่า คดีความดังกล่าวใช้เวลาในการดำเนินคดีมานานเกือบ 2 ปี ซึ่งต้องขอบคุณกระบวนการยุติธรรมของไทย ที่ได้ทำความจริงปรากฏ และนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษในครั้งนี้ ซึ่งเป็นคดีความที่ประชาชนให้ความสนใจทั้งประเทศ โดยมีโจทก์คือพนักงานอัยการจังหวัดพล กับ นายก่อสิทธิ์ ซึ่งเป็นผู้เสียหาย จากการที่ นพ.เปรมศักดิ์ และว่าที่ ร.ต.บัวทอง กระทำการแก้ผ้านายก่อสิทธิ์ ภายในห้องปฏิบัติราชการนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ค.2559
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การตัดสินจำคุก นพ.เปรมศักดิ์และว่าที่ ร.ต.บัวทองครั้งนี้ ศาลท่านให้เหตุผลว่า จำเลยที่ 1 และ 2 นั้นมีหน้าที่การงานที่ดี มั่นคง เป็นผู้นำท้องถิ่น และเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง แต่การกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย และไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวกับผู้อื่นอีก อีกทั้งเพื่อให้เป็นตัวอย่างต่อสาธารณชน ศาลได้วิเคราะห์แล้วเห็นว่าโจทก์มีพยานเป็นผู้สื่อข่าว 5 คน ที่อยู่ในเหตุการณ์ใกล้ชิด มีการให้การที่สอดคล้องต่อเนื่องเป็นเหตุเป็นผล และไม่มีเรื่องโกรธแค้นกับจำเลยทั้ง 2 อีกทั้งไม่ปรากฏหลักฐานว่ามีคู่แข่งทางการเมืองอยู่เบื้องหลังโจทก์ร่วมเพื่อกำจัดให้พ้นจากตำแหน่งตามที่ฝ่ายจำเลยกล่าวอ้าง&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การกระทำของจำเลยทั้ง 2 เป็นการกระทำกรรมเดียว แต่ผิดหลายมาตรา ให้ลงโทษในมาตราที่มีอัตราโทษสูงสุดเป็นเวลา 2 เดือน ทั้งนี้ จำเลยเคยดำรงตำแหน่ง ส.ส.4 สมัย และได้รับเลือกตั้งเป็นนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ซึ่งเป็นตำแหน่งอันทรงเกียรติ ที่ต้องครองตนเป็นตัวอย่างแก่สังคม แต่กลับทำเรื่องเสื่อมเสียร้ายแรง เพื่อให้จำเลยเข็ดหลาบ ไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนทั่วไป ศาลจึงพิพากษาจำคุก 2 เดือนโดยไม่รอลงอาญา โดยในการตัดสินดังกล่าว ฝ่ายโจทก์เคารพและน้อมรับคำสั่งศาล ส่วนการจะยืนอุทธรณ์ของฝ่ายจำเลยนั้น เป็นสิทธิ์ที่จำเลยกระทำได้&amp;rdquo; ทนายโจทก์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายก่อสิทธิ์ กองโฉม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ประจำศูนย์ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในฐานะโจทก์ร่วม กล่าวว่า ดีใจที่ศาลให้ความยุติธรรม และให้เป็นคดีตัวอย่างเพื่อปกป้องศักดิ์ศรีของสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับคดีดังกล่าว เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 ก.ค.2559 โดยผู้สื่อข่าวจาก 5 สำนักข่าวในจังหวัดขอนแก่น ประกอบด้วย นายก่อสิทธิ์ กองโฉม นายปราโมทย์ ศรีบุระ ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 , น.ส.จิติมา จันพรม ผู้สื่อข่าวเครือเดอะเนชั่น, นายสุพล &amp;nbsp;บุญชื่นชม ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์มติชน/ข่าวสด และนายปรัชญา เทพสกุล ผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์เคเคซีเคเบิล ทีวี ที่ได้ติดตามทำข่าว กรณีที่มีการเผยแพร่ภาพทางโซเชียลมีเดีย เป็นภาพ นพ.เปรมศักดิ์นั่งคู่กับหญิงสาวชั้น ม.5 โดยที่ด้านหน้ามีพานใส่ธนบัตรจำนวนหนึ่ง และมีสำเนาทะเบียนรถยนต์เล่มสีน้ำเงินวางอยู่ 1 เล่ม พร้อมพระพุทธรูป โดยมีคนเฒ่าคนแก่กำลังผูกแขน คล้ายมีพิธีหมั้นหรือพิธีมงคลสมรสของภาคอีสาน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยผู้สื่อข่าวทั้งหมดได้ขอพบและสัมภาษณ์หมอเปรมภายในที่ทำการสำนักงานเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ซึ่งได้สร้างความไม่พอใจให้กับหมอเปรมเป็นอย่างมาก หมอเปรมจึงได้วางแผนหลอกให้ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนักเข้าไปภายในห้องทำงานของนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ เมื่อผู้สื่อข่าวทั้งหมดเข้าไปภายในห้องดังกล่าว กลับถูก หมอเปรมสั่งเจ้าหน้าที่เทศบาลซึ่งเป็นลูกน้องเก็บโทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายภาพของผู้สื่อข่าวทั้งหมด พร้อมกับล็อกตัวผู้สื่อข่าว นสพ.เดลินิวส์ประจำ จ.ขอนแก่นแก้ผ้าประจาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 27 พ.ค.2559 ผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนัก จึงเดินทางจึงแจ้งความเอาผิดกับหมอเปรม พร้อมพวกรวม 7 คน ที่ สภ.บ้านไผ่ ในข้อหา &amp;ldquo;ร่วมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ทำการกักขังหน่วงเหนี่ยว บังคับข่มขืนจิตใจ ให้กระทำการใด หรือไม่กระทำการ และกระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัล&amp;ldquo; ซึ่งพนักงานสอบสวน สภ.บ้านไผ่ได้สรุปสำนวนคำฟ้องส่งให้กับอัยการจังหวัดพลเมื่อเดือน พ.ย.2559&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเมื่อวันที่ 25 ส.ค.60 อัยการจังหวัดพลได้มีความเห็นสั่งฟ้องเฉพาะ นพ.เปรมศักดิ์กับ ร.ต.บัวทอง เพียง 2 คนเท่านั้น ส่วนผู้ต้องหาอีก 5 คนที่ร่วมกันกระทำผิดกับหมอเปรม ทางอัยการมีความเห็นสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า จากการตรวจสอบสำนวนที่ตำรวจเสนอมา พบว่าบางคนก็ไม่อยู่ในข่ายร่วมการกระทำกับหมอเปรม ขณะที่ฝ่ายโจทย์ที่ยื่นฟ้องหมอเปรมคือผู้สื่อข่าวทั้ง 5 สำนักข่าวนั้น อัยการมีความเห็นว่าผู้สื่อข่าวจาก 4 สำนักไม่ใช่ผู้เสียหาย มีเพียงนายก่อสิทธิ์ที่โดนถอดกางเกงคนเดียวเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย อัยการจึงสั่งฟ้องในข้อหา &amp;quot;ข่มขืนใจ บังคับขู่เข็ญทำให้ตกใจกลัว และกระทำการอนาจารต่อหน้าธารกำนัล&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่ศาลมีคำพิพากษาเสร็จสิ้น นพ.เปรมศักดิ์และว่าที่ ร.ต.บัวทองมีสีหน้าตกใจ ก่อนถูกตำรวจศาลคุมตัวไปไว้ที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหาชั้น 1 ของอาคารศาล เพื่อส่งมอบตัวให้กรมราชทัณฑ์ ในขณะที่ทีมทนายความได้ขอยื่นประกันตัว จำเลยที่ 1 และ 2 ต่อศาล จ.พลทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาศาลจังหวัดพลมีคำสั่งให้ประกันตัว นพ.เปรมศักดิ์และว่าที่ ร.ต.บัวทอง ในระหว่างการยื่นอุทธรณ์ในคดีดังกล่าว ด้วยหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินคนละ 120,000 บาท โดยที่ทีมทนายความของ นพ.เปรมศักดิ์ได้พาจำเลยที่ 1 และ 2 ออกจากศาลที่ประตูด้านหลังของศาลไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ให้สื่อมวลชนให้สัมภาษณ์หรือบันทึกภาพ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะเดียวกัน ศาลจังหวัดพลยังคงมีการนัดอ่านคำพิพากษา ซึ่ง นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ อดีตนายกเทศมนตรีเมืองบ้านไผ่ ได้เป็นโจทก์ยื่นฟ้องเอาผิดกับ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านไผ่ จำนวน 10 คน คดีดำที่ อ.1395/60 ในคดีหมิ่นประมาท โดยศาลจังหวัดพลมีคำสั่งยกฟ้องในคดีดังกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนาวุฒิ หอวิจิตร สมาชิกสภาเทศบาลเมืองบ้านไผ่ ในฐานะจำเลย ในคดีหมิ่นประมาท ที่ นพ.เปรมศักดิ์ยื่นฟ้อง กล่าวว่า คดีความดังกล่าว นพ.เปรมศักดิ์ได้ยื่นฟ้องหมิ่นประมาทและเรียกค่าเสียหาย 1 ล้านบาทกับ ส.ท.ที่ออกมาชูป้ายไว้อาลัยให้กับ ทม.บ้านไผ่ จาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คือการที่ภาพหลุดกับนักเรียน ม.5 และการแก้ผ้าผู้สื่อข่าว ในฐานะที่พวกเรา 10 คนเป็น ส.ท.ที่ทำงานร่วมกับ นพ.เปรมศักดิ์ ทุกคนต้องรักษาภาพพจน์และเกียรติยศขององค์กร เพราะได้ปฏิญาณต่อสภาไว้แล้ว เราต้องทำหน้าที่อย่างเต็มที่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศาลท่านพิเคราะห์แล้วเห็นว่าการกระทำของ ส.ท.ทั้ง 10 คนเป็นการปกป้ององค์กร เป็นการชุมนุมอย่างสงบปราศจากอาวุธ จึงมีคำสั่งยกฟ้องตามที่ นพ.เปรมศักดิ์ยื่นฟ้องพวกผม และการพิพากษาครั้งนี้ยืนยันถึงความยุติธรรมที่ยังมีอยู่ในโลก และในกระบวนการของศาล ใครจะมาโกหกชาวบ้าน มาโกหกหน้าด้านๆ เมื่อมาที่ศาลแล้วต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทั้งหมด&amp;quot; นายวัฒนาวุฒิกล่าว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11877</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก่อสิทธิ์ กองโฉม, จิติมา จันพรม, นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ, ปกาญจน์ นพศรี, ปรัชญา เทพสกุล, ปราโมทย์ ศรีบุระ, วัฒนาวุฒิ หอวิจิตร, ว่าที่ ร.ต.บัวทอง โลขันธ์, สุพล  บุญชื่นชม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180621/image_big_5b2bb184072ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
