<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118654</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/10/2021 19:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/10/2021 19:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ดาหน้าหนุน “จุรินทร์”นั่งนายกฯ ชี้มีประสบการณ์ ผลงานเพียบ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ตุลาคม 2564&amp;nbsp; ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังจากที่นายนิพนธ์ บุญญามณี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้ประกาศว่าพรรคประชาธิปัตย์จะส่งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในการเลือกตั้งครั้งหน้า ปรากฏว่ามีทั้ง สส.และคนรุ่นใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวนมากออกมาให้การสนับสนุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคกรุงเทพมหานครกล่าวว่า &amp;ldquo;นายจุรินทร์เป็นนักการเมืองที่ผ่านงานทางการเมือง ที่มีบทบาทในสภาอย่างเด่นชัด เคยเป็นทั้งประธานวิปรัฐบาลและประธานวิปฝ่ายค้านมาแล้ว ส่วนงานฝ่ายบริหารก็ผ่านการเป็นรัฐมนตรีรับผิดชอบทั้งงานด้านเศรษฐกิจ สังคม มาหลายกระทรวง ถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์สูง แม้ในปัจจุบันเป็นรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ทำงานประสบความสำเร็จตามนโยบายที่ประกาศไว้ ทั้งการประกันรายได้เกษตรกรและผลักดันการส่งออก ทำรายได้เข้าประเทศอย่างมาก แม้จะมีผลกระทบจากโควิด-19 ไปทั่วโลกก็ตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันการจัดกิจกรรม &amp;ldquo;จุรินทร์ ออนทัวร์&amp;rdquo; ทั่วประเทศ ก็ได้รับการต้อนรับจากประชาชนอย่างดี&amp;nbsp; รวมถึงใน กทม. ก็มีเสียงตอบรับจากประชาชนเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นายจุรินทร์ หัวหน้าพรรค จึงมีคุณสมบัติเหมาะสม ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีได้ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนจะให้โอกาส&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ รองหัวหน้าพรรคและหัวหน้าทีมเศรษฐกิจทันสมัย ก็ได้ประสานเสียงยืนยันว่า &amp;ldquo;นายจุรินทร์ เป็นผู้มีวิสัยทัศน์ทันสมัย&amp;nbsp; เข้าใจเรื่องเศรษฐกิจเป็นอย่างดี มีผลงานโดดเด่นด้านเศรษฐกิจ และเป็นผู้ที่เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสเข้ามาทำงานร่วมกับพรรคอย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางดรุณวรรณ ชาญพิพัฒนชัย รองโฆษกพรรคกล่าวว่า &amp;ldquo;พรรคประชาธิปัตย์มีทีมเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะบุคคลที่หลายคนกล่าวถึงมากในช่วงนี้คือ ดร.ศุภชัย พานิชภักดิ์ ซึ่งได้ให้การสนับสนุนนายจุรินทร์ ก็ยังคงเป็นมันสมองด้านเศรษฐกิจให้กับพรรค นอกจากนี้ยังมีทีมคนรุ่นใหม่อีกหลายคน อาทิ นายอรรถ เหมวิจิตรพันธ์ กูรูด้านพลังงาน นายสัญชัย ปอปลี ผู้เชี่ยวชาญด้าน Blockchain นายปรมินทร์ อินโสม เป็นนักเขียนโค๊ดบล็อคเชน นายสมศักดิ์ บุญคำ สตาร์ทอัพด้านการท่องเที่ยว เป็นต้น&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;จากคุณสมบัติและผลงานที่ผ่านมายืนยันได้ว่านายจุรินทร์ มีความเหมาะสมที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีเพราะจะสามารถนำพาประเทศฝ่าฟันวิกฤตไปได้ โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาด้านเศรษฐกิจของประเทศ ที่จำเป็นต้องใช้ผู้นำที่มีความรู้ ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจ มีทีมงานที่ดี มีวิสัยทัศน์ และมีผลงานที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรม&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้เน้นย้ำคุณสมบัติของนายจุรินทร์ว่า &amp;lsquo;หัวหน้าอู๊ดด้า&amp;rsquo; เป็น &amp;lsquo;นักบริหารรัฐกิจ&amp;rsquo; มืออาชีพ มีความพร้อมและเหมาะสมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี เพราะเริ่มทำงานทางการเมืองกับพรรคฯ มายาวนาน ตั้งแต่เป็นยุวพรรคประชาธิปัตย์ จนได้เป็น ส.ส.สมัยแรก เมื่อปี 2529 และผ่านงานสำคัญๆ ทั้งในฝ่ายนิติบัญญัติและฝ่ายบริหาร เช่น ประธานคณะกรรมการประสานงานทั้งสองฝ่าย (วิปรัฐบาลและวิปฝ่ายค้าน) ผ่านการเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวง เช่น รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลการท่องเที่ยวและกีฬา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สาธารณสุข และปัจจุบัน เป็นรองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งถือเป็นนักบริหารรัฐกิจมืออาชีพ ที่มีประสบการณ์ถึง 35 ปี และไม่มีประวัติด่างพร้อยในเรื่องของการทุจริตประพฤติมิชอบ นายจุรินทร์ จึงถือว่ามีความโดดเด่นที่จะเป็นตัวเลือกของประชาชนในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคฯ ขณะนี้ ก็ได้เตรียมความพร้อมเข้าสู่การเลือกตั้งอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำให้พรรคประชาธิปัตย์ กลับมาอยู่ในหัวใจของประชาชนและคนรุ่นใหม่ โดยมีเป้าหมายว่า ส.ส.ต้อง &amp;lsquo;เกินร้อย&amp;rsquo; และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การประกาศชื่อนายจุรินทร์จึงเป็นการประกาศชัดเจนต่อประชาชนทั้งประเทศว่า ถ้าเลือก พรรคประชาธิปัตย์ จะได้คนดี มีประสบการณ์ทางการเมืองและการบริหารรัฐกิจมายาวนานอย่างนายจุรินทร์ มาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี&amp;rdquo; และคิดว่าการเลือกตั้งในครั้งหน้า พรรคประชาธิปัตย์จะได้ ส.ส. ไม่ต่ำกว่า 100 คน และจะได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งต่อไป โดยเฉพาะการเลือกตั้งในครั้งหน้า&amp;nbsp; ในภาคใต้ จะน่าจะมีการเพิ่มเขตเลือกตั้งราวๆ 5 &amp;ndash; 6 เขต จากเดิม 50 เขต ถือเป็นโอกาสอันดีที่พรรคฯ จะได้ ส.ส. ในเขตภาคใต้เพิ่ม&amp;nbsp; โดยจะได้ไม่ต่ำกว่า 40 คน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118654</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุรินทร์  ลักษณวิศิษฎ์, ชิงตำแหน่งนายกฯ, ปชป, หนุน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211003/image_big_6159a6fca98d2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113321</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 09:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 09:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป. นัดส.ส.ประชุมรับมือเปิดสภา &#039;องอาจ&#039;ชี้พรรคไม่หวั่นศึกซักฟอก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ส.ค. 2564 นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการเปิดประชุมสภาเพื่อพิจารณาเรื่องสำคัญๆ ว่า ตนได้เชิญ ส.ส. ประชาธิปัตย์ประชุมในวันอังคารที่ 17 ส.ค. นี้ เวลา 13.30 น. เพื่อเตรียมความพร้อมในการประชุมสภาตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป ซึ่งมีเรื่องสำคัญที่จะเข้าสู่การพิจารณาในสภาหลายเรื่อง เริ่มตั้งแต่การพิจารณางบประมาณประจำปี 2565 ซึ่งจะเป็นการพิจารณาเนื้อหาสาระที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณามาแล้ว ก่อนลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบต่อไป ซึ่งที่ผ่านมาคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
หลังจากนั้นสภาก็จะพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งในส่วนของพรรคได้แสดงจุดยืนชัดเจนมาตั้งแต่ต้นถึงความตั้งใจที่จะผลักดันให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น ถึงแม้ช่วงเวลาที่ผ่านมา การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะไม่ได้เป็นไปอย่างที่เราต้องการทั้งหมด เนื่องจากข้อจำกัดหลายประการ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะเกิดขึ้นได้ต้องมีความเห็นพ้องต้องกันทั้งจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งตามเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันกำหนดไว้ แต่เราก็ได้พยายามอย่างถึงที่สุด ถึงแม้จะแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับไม่ได้ เราก็พยายามเสนอแก้รายมาตราในประเด็นที่คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ในที่สุดจะแก้ได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะแสดงความเห็นพ้องต้องกันของฝ่ายต่างๆ ได้มากน้อยแค่ไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอยืนยันว่าเราได้แสดงออกถึงการกระทำให้เกิดการแก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มกำลังตลอดมา เรื่องสำคัญอีกเรื่องที่จะต้องพิจารณาในสภาคือการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์มองว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นกระบวนการปกติของการทำงานในระบบรัฐสภา ที่ฝ่ายบริหารต้องพร้อมรับการตรวจสอบจากฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายค้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รัฐมนตรีของพรรคก็พร้อมจะให้ตรวจสอบและเชื่อมั่นว่ารัฐมนตรีทุกคนทำงานโดยยึดประโยชน์ของประชาชนส่วนรวมเป็นหลัก จึงไม่รู้สึกหวั่นไหวถ้ามีรายชื่อถูกอภิปรายและพร้อมจะชี้แจงข้อมูลที่ถูกต้องให้สภาและสาธารณชนรับทราบได้อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงแม้ขณะนี้จะมีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิดอย่างรุนแรงในประเทศไทย ซึ่ง ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ได้ทำหน้าที่ดูแลทุกข์สุขของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดอย่างเต็มที่ต่อเนื่องตลอดมาควบคู่ไปกับการทำหน้าที่ในสภา ก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่เพื่อประโยชน์ของประชาชนตลอดไป
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113321</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป, พรรคประชาธิปัตย์, ศึกซักฟอก, องอาจ คล้ามไพบูลย์, เปิดประชุมสภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210808/image_big_610f531be4daf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>100637</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/04/2021 12:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2021 12:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.เดือด&#039;จุรินทร์&#039;ลั่นไม่พอใจคำสั่งส่ง‘ธรรมนัส’ฮุบพื้นที่ สงขลา-เมืองคอน-ภูเก็ต</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.2564 เวลา 10.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ - นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กรณีนายกรัฐมนตรมีคำสั่งที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรี รับผิดชอบแนวคิดการขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด โดยถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการแบ่งงานให้รัฐมนตรีแต่ละคน แต่ละพรรครับผิดชอบในพื้นที่จังหวัดต่างๆ เพื่อเตรียมการเลือกตั้ง ที่เห็นเด่นชัดคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเดิมดูแลพื้นที่จังหวัด พะเยา เชียงราย และหนองบัวลำภู แต่กลับเปลี่ยนมาให้ดูแลพื้นที่จังหวัดสงขลา นครศรีธรรมราช และภูเก็ต ที่เป็นความรับผิดชอบเดิมของนายนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งทำให้เห็นว่าอาจจะเป็นการเตรียมพื้นที่เลือกตั้งในอนาคตให้กับพรรค พปชร.และในคำสั่งยังได้มอบหมายให้ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รมช.แรงงาน เข้าไปคุมจังหวัดพะเยา เชียงรายและหนองบัวลำภู ให้ ร.อ. ธรรมนัสแทนด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่นายสันติ &amp;nbsp;พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ที่เคยเป็น สส.เพชรบูรณ์พรรค พปชร. ยังได้รับผิดชอบพื้นที่เดิมคือ จังหวัดเพชรบูรณ์ อุตรดิตถ์ และพิจิตร &amp;nbsp;ส่วนนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รมช.คมนาคม สส.นครราชสีมา ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดขอนแก่นเพิ่มจากเดิมที่ดูแล จังหวัดนครราชสีมาและชัยภูมิอยู่แล้ว ส่วนนายอนุชา นาคาศัย รมต.ประจำสำนักนายกในฐานะเลขาธิการ พปชร. ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการเพิ่มขึ้นจากเดิมอีก &amp;nbsp;ขณะที่รัฐมนตรีของ พปชร.คนอื่นๆก็ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดเดิมที่รับผิดชอบเดิมหรือเป็น สส.อยู่ ขณะที่ 4 รัฐมนตรีใหม่ เช่น น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รมว.ศึกษาธิการ ซึ่งเป็น สส.สระแก้วก็ได้ดูแลพื้นที่ จังหวัดสระแก้ว นครสวรรค์ พิษณุโลก นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอีเอส) ซึ่งเคยเป็น สส.สิงห์บุรี ก็ได้ดูแลพื้นที่จังหวัดสิงห์บุรี &amp;nbsp;เพชรบุรี กาญจนบุรี &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รมต. จากพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นนายจุติ ไกรฤกษ์ สส.พิษณุโลก ซึ่งเคยได้รับมอบหมายให้ดูแลพื้นที่พิษณุโลก กลับถูกตัดจังหวัดพิษณุโลกออกไป นายนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งเคยเป็น สส.สงขลาและเดิมได้ดูแลจังหวัดสงขลาและนครศรีธรรมราชก็ถูกตัดออกไปทั้งหมด โดยยกไปให้ รอ. เอกธรรมนัสดูแลแทน และยังเพิ่มจังหวัดภูเก็ตให้ รอ.ธรรมนัสอีกด้วย นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีใหม่ซึ่งเป็น สส.สุราษฎร์ธานีก็กลับไม่ได้ดูแลพื้นที่สุราษฎร์ธานี แต่ กลับถูกส่งไปดูแลภาคอีสาน คือหนองบัวลำภูกับร้อยเอ็ด คุณหญิงกัลยา โสภณพานิช แต่เดิมได้ดูแลจังหวัดราชบุรีก็ถูกตัดจังหวัดราชบุรีออกไป เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวที่พรรคประชาธิปัตย์ช่วงสายวันนี้กรณีการออกคำสั่งดังกล่าวว่า &amp;nbsp; หลังเห็นคำสั่งยอมรับว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่พอใจกับคำสั่งดังกล่าวและได้มีการหารือกันในระหว่างรัฐมนตรีของพรรคในทันที &amp;nbsp;โดยตนได้มอบหมายให้นายจุติ ไกรฤกษ์ และนายนิพนธ์ บุญญามณีได้แจ้งให้นายกรัฐมนตรีและผู้เกี่ยวข้องทราบแล้วตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา จากนั้นในการประชุมคณะรัฐมนตรีในช่วงเช้าวันรุ่งขึ้นคือวันอังคารที่ 20 เมษา ท่านรองนายกวิษณุ เครืองาม จึงได้รับมอบหมายจากท่านนายกให้แจ้งต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีให้รับทราบว่าจะมีการทบทวนคำสั่งดังกล่าว โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองวิษณุรับไปเป็นผู้ดำเนินการแก้ไข ซึ่งคาดว่าในสัปดาห์หน้าน่าจะแล้วเสร็จได้เพราะถ้ายุติได้เร็วก็จะเป็นการดีเรื่องจะได้ไม่บานปลายโดยไม่จำเป็น&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/100637</URL_LINK>
                <HASHTAG>การขับเคลื่อนไทยไปด้วยกันระดับพื้นที่จังหวัด, จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์, นายกรัฐมนตรมีคำสั่งที่ 85/2564 เรื่องมอบหมายให้รัฐมนตรี, ปชป, ประชาธิปัตย์, แบ่งงานรัฐมนตรี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210425/image_big_6084f813c97e2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>95422</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/03/2021 19:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/03/2021 19:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพนธ์&#039; ชี้บางพรรคดึงฐานเสียงเก่าทำคะแนน &#039;ปชป.&#039; สวิง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มี.ค.64 - ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายนิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย ในฐานะรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการเลือกซ่อมส.ส. เขต3 นครศรีธรรมราช ว่า ตนพอใจกับผลที่ออกมา แต่เท่าที่ประเมินภาพรวมจะเห็นว่าอาจจะมีตัวแปรบางตัวที่พรรคการเมืองบางพรรคได้คะแนนที่เคยเป็นของเรา ทำให้คะแนนสวิงได้ แต่ก็ต้องเคารพการตัดสินใจของประชาชน และนำมาประเมินสถานการณ์ทั้งหมด เพื่อเตรียมตัวหากจะมีการเลือกตั้งใหญ่ใน2 ปีข้างหน้าว่าจะกำหนดยุทธศาสตร์อย่างไร โดยในพรรคจะต้องมีการพูดคุยกันถึงจุดออนจุดแข็งในพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ถือว่ารอบนี้แม้เราจะไม่ได้เป็นผู้แทนฯอย่างน้อยก็บ่งบอกว่าเราต้องทำการบ้านเพราะยังมีข้อสอบใหญ่ในอีก2 ปีข้างหน้าว่าจะทำอย่างไร &amp;ldquo; นายนิพนธ์ กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเลือกตั้งซ่อมจ.สงขลา และจ.ชุมพร นั้น นายนิพนธ์ กล่าวว่า ยังไม่มีการพูดคุยกัน เพราะต้องรอความชัดเจนจากศาลรัฐธรรมนูญก่อน แต่การเมืองต้องมีความพร้อมอยู่ตลอดเวลาจะรอให้ถึงวันนั้นแล้วค่อยคิดก็ลำบาก จึงต้องมีการปรับตัวและเตรียมตัวว่าเราจะเดินไปข้างหน้าอย่างไรอะไรที่ยังขาดอยู่ก็ไปเสริมจุดนั้นให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น ส่วนอะไรเป็นจุดอ่อนก็มีการประเมินและแก้ไขไป แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาของการแข่งขันที่มีจุดอ่อน และจุดแข็ง &amp;nbsp;ตอนนี้รอผลสรุปจากพื้นที่ก่อนเพื่อนำมาสรุปชัดเจนอีกครั้งภายในพรรค เช่น เรื่องของพื้นที่หรือข้อจำกัดของเวลาในการลงไปทำความเข้าใจกับประชาชน อาจจะเห็นได้ว่าเวทีปราศรัยที่เป็นจุดแข็งของพรรค ครั้งนี้มีเวลาจำกัด จึงทำได้น้อยเพราะมีการเปิดปราศรัยใหญ่เพียง2 วันเท่านั้นใน4 อำเภอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงมารยาทการร่วมรัฐบาล จากกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาลจะส่งผู้สมัครลงแข่งในการเลือกตั้งซ่อมส.ส. อีก2 จังหวัด นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่ขอพูดเรื่องมารยาททางการเมือง หากจะมีการแข่งขันกันก็เป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สิ่งที่บอกว่าเรื่องมารยาทผมเข้าใจว่าในอดีตเคยเห็นบทเรียนเรื่องความแตกแยกของรัฐบาลผสมมาแล้วว่าหากไม่จำเป็นก็ไม่ควรทำอะไรที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างพรรคร่วม โดยเฉพาะการเลือกตั้ง มันหมิ่นเหม่ที่จะก่อให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน จึงมีการละเว้นเรื่องนี้ แต่เมื่อทุกคนคิดว่าเรื่องนี้ไม่ควรละเว้นก็แล้วแต่ความเห็นของแต่ละพรรค ก็ต้องเคารพกัน&amp;rdquo;นายนิพนธ์กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/95422</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพนธ์ บุญญามณี, ปชป, ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210308/image_big_604617a0f2841.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>84338</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 08:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 08:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;เทพไท&#039;ปลื้มฝันเป็นจริงอยากเห็น รธน.ที่มาจากประชาชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย. 2563 นายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงผลการประชุมรัฐสภาเพื่อลงมติในญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้ง7ฉบับ ว่าทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหมาย ซึ่งตนได้ฟังธงไว้ก่อนแล้วว่า จะมีการลงมติรับหลักการใน2ฉบับ และจะไม่รับหลักการในอีก5ฉบับ จึงไม่ได้มีความแปลกใจใดๆทั้งสิ้น เพราะญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 และ จะตั้ง ส.ส.ร. ซึ่งเป็นญัตติของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้ผ่านไปทั้ง2ฉบับ นับว่าเป็นญัตติสำคัญที่เปรียบเสมือนได้สะเดาะกุญแจเปิดประตูการแก้ไขรัฐธรรมนูญออกได้แล้ว ตามแนวทางที่พรรคประชาธิปัตย์ได้นำเสนอมาตั้งแต่เริ่มรณรงค์ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาที่ได้ลงมติรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ2ฉบับนี้ ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นหนึ่งในเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์ในการเข้าร่วมรัฐบาล กับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาแล้ว ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จของพรรคประชาธิปัตย์ที่ได้ผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาโดยตลอด และหวังว่าสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ จะได้นำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหา หลักเกณฑ์ และวิธีการแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 ของสภาผู้แทนราษฎร ไปพิจารณาด้วย และเชื่อว่าเนื้อหาบางส่วนในญัตติอีก5ฉบับ ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน และร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ก็คงจะนำไปใช้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่อย่างแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวรู้สึกเสียดายและผิดหวังที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ไม่ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภา แต่ก็ยังมีความหวังกับสภาร่างรัฐธรรมนูญ(ส.ส.ร.)ที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ตามญัตติร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ทั้ง2ฉบับ จึงขอให้ทุกฝ่ายได้เตรียมพร้อมรองรับการเลือกตั้ง ส.ส.ร.ในทุกจังหวัด และรวบรวมประเด็นเนื้อหาที่อยากจะแก้ไข นำเสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้มีความสมบูรณ์ เป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนอย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84338</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปชป, พรรคประชาธิปัตย์, เทพไท เสนพงศ์, แก้ไขรัฐธรรมนูญ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201118/image_big_5fb485e498600.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71071</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 19:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 19:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปชป.ยกคณะไป &#039;เกาะเสม็ด&#039; ประชุมใหญ่ปรับยุทธศาสตร์พรรคสู้การเมืองยุคใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.ค.63 &amp;nbsp;- นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ส.ส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการสัมมนาพรรคประชาธิปัตย์ ระหว่างวันที่ 10 - 12 ก.ค.นี้ ที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง ว่า งานสัมมนาครั้งนี้จะมีเฉพาะ ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคพูดคุยกัน ซึ่งการสัมมนาครั้งนี้เกิดจากข้ออเสนอในที่ประชุม ส.ส.พรรคเสนอว่าควรไปหาที่พูดคุยกันอย่างเต็มที่ โดยที่ไม่มีใครออกไปไหนไม่ได้ เพราะให้ทุกคนจะมีสมาธิในการเปิดใจกันอย่างเต็มที่ จึงได้เลือกมาสัมมนาที่เกาะเสม็ด จ.ระยอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์ กล่าวว่า สำหรับประเด็นในการพูดกันนั้นมีหลายเรื่อง เหมือนกับเป็นยำหลายรส ทั้งการวิเคราะห์สถานการณ์การเมืองในภาพรวม การเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะเกิดขึ้น และประเด็นที่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเราคือเรื่องทิศทางและยุทธศาสตร์ของพรรคนับจากวันนี้ไปถึงอนาคตว่าจะต้องเป็นอย่างไร เพราะ ส.ส.และสมาชิกพรรคหลายคนมองว่า พรรคประชาธิปัตย์ขับเคลื่อนไปอย่างไม่มียุทธศาสตร์ชัดเจน จึงต้องการให้ทุกคนที่มาร่วมสัมมนา ช่วยกันคิดระดมสมองกำหนดยุทธศาสตร์ของพรรคที่ชัดเจน รวมทั้งการสะท้อนปัญหาการทำงานในพื้นที่ด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าสิ่งที่พรรคทำไปนั้นเข้าตาประชาชนหรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;สถานการณ์การเมืองในปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอะไรก็เกิดขึ้นได้ ยกตัวอย่างพรรคอนาคตใหม่ที่เปลี่ยนสภาพไปเป็นพรรคก้าวไกล และมีคณะก้าวหน้าที่เกิดในหน้าสนามการเมืองท้องถิ่นเต็มที่ ขณะที่พรรคพลังประชารัฐ มีการปรับเปลี่ยนดุลอำนาจภายในของตัวเองอย่างรุนแรง โดยมี พล.องประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ มาเป็นหัวหน้าพรรค ซึ่งจะสื่อให้เห็นว่าอำนาจฝ่ายรัฐมีความเข้มแข็งมากขึ้น รวมถึงพรรคการเมืองต่างๆที่ร่วมรัฐบาลด้วยกัน ก็ยังเป็นคู่แข่งที่มีการรุกคืบพยายามยึดฐานเสียงของประชาธิปัตย์มากขึ้นเรื่อยๆ ในอีกทางสถานการณ์โควิด-19 ยังเป็นตัวเร่งให้การเมืองเกิดการเปลี่ยนแปลงเร็วขึ้นและความต้องการของประชาชนก็เปลี่ยนเร็วขึ้นเช่นกัน ดังนั้น พรรคประชาธิปัตย์จึงต้องมาพูดคุยถึงประเด็นทั้งหมดนี้อย่างจริงจัง ทุกคนต้องเปลี่ยนแว่นตาในการมองการเมืองยุคใหม่ เลิกใช้ประสบการณ์เก่าๆมามองการเมืองในตอนนี้ได้แล้ว&amp;quot; นายสาทิตย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายสาทิตย์ กล่าวว่า นอกจากนี้ จะต้องพูดคุยถึงเรื่องการบริหารจัดการและความสัมพันธ์ภายในพรรค โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างรัฐมนตรี และ ส.ส.ของพรรคจะต้องมีแนวทางปฏิบัติร่วมกันอย่างไร ซึ่งการพูดคุยในสิ่งเหล่านี้จะมีการแตกประเด็นมากพอสมควร สำหรับเรื่องการปรับ ครม.ในส่วนพรรคประชาธิปัตย์นั้น ตนคิดว่าคงยังไม่มีการพูดถึงว่าควรจะต้องเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่ แต่สิ่งที่ต้องมาพูดกันคือจะต้องมีการประเมิณผลงานของรัฐมนตรีของพรรคหลังจากได้ทำงานมาแล้วประมาณ 1 ปี โดยทำได้ 2 ส่วน คือ 1.ประเมินภายนอก อาทิ การทำโพล และ 2.การประเมินภายใน โดยจะมีการประเมินร่วมกันว่ารัฐมนตรีแต่ละคนได้นำนโยบายของพรรคไปดำเนินการมากน้อยแค่ไหนครบหรือไม่ เพราะต้องยอมรับว่ารัฐมนตรีของพรรคต่างคนต่างทำงาน ต่างคนต่างมีวาระของตัวเอง ซึ่งไม่เกิดผลที่เป็นประโยชน์ต่อพรรค ทั้งที่รัฐมนตรีทุกคนถูกส่งไปในนามพรรค ดังนั้น จึงต้องมาประเมิณกันก่อนว่าผลโดยรวมเป็นอย่างไร ส่วนจะปรับใครหรือไม่จะเกิดขึ้นตามมาในภายหลัง แต่ตนก็ไม่มีรู้ว่าจะมี ส.ส.คนไหนเสนอในที่ประชุมสัมมนาว่าจะต้องมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวมองว่าการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ เมื่อทำงานกันมานานพอสมควรระยะหนึ่งแล้ว ไม่มีใครเป็นรัฐมนตรีได้จนกัลปวสาน และถ้าใครคิดว่าเมื่อตัวเองได้เป็นรัฐมนตรีแล้วไม่มีใครทำอะไรได้ ก็จะเกิดอาการตายใจ ทำให้การทำงานไม่ก้าวหน้า พรรคประชาธิปัตย์จึงมีหลักว่าเมื่อทำงานมาระยะหนึ่งก็ต้องมีการประเมิณผลงานรัฐมนตรี ดังนั้นเราต้องดูว่าการปรับรัฐมนตรีของพรรคพลังประชารัฐจะส่งผลกระทบกับประชาธิปัตย์อย่างไร&amp;quot; นายสาทิตย์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า คาดหวังว่าหลังจากกสัมมนาครั้งนี้แล้วจะเกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นหรือไม่ นายสาทิตย์ กล่าวว่า ส.ส.ที่มาร่วมสัมมนาครั้งนี้หลายคนคาดหวังว่า หลังได้พูดคุยกันแล้วพรรคจะมีคำตอบ หมดเวลาที่จะมานั่งบ่นกันเอง เพราะทุกคนกังวลถึงอนาคตของพรรคและคะแนนนิยมของพรรค ขอย้ำว่าเราต้องหันมาพูดคุยเรื่องนี้อย่างจริงจังและเร็วที่สุด เพราะนับจากนี้ไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ และมีปัญหาของประชาชนอีกหลายเรื่องที่ยังรอการแก้ปัญหา ส.ส.จึงต้องการสะท้อนให้รัฐมนตรีได้ฟัง ให้เขาได้เปิดหู เปิดตา มารับฟังแล้วไปแก้ไข&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71071</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, ปชป, ประชาธิปัตย์, สาทิตย์ วงศ์หนองเตย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190607/image_big_5cf9c1a026fc4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>69605</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2020 16:57</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2020 16:57</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;นิพิฎฐ์&#039; ยันเลือดปชป.เต็มร้อย ขอพรรคอย่าระแวง!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 มิ.ย.63 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าภาคใต้ กล่าวถึงการนัดหารือ กลุ่ม ส.ส.- อดีตส.ส.- กก.บห.พรรค รับฟังปัญหาของอดีตส.ส.- สมาชิกพรรคที่โรงแรมอนันตรา สาทร ว่า อยากให้ส.ส.และอดีตส.ส. ได้มาพบปะพูดคุยและแสดงความรู้สึกกัน ว่าในพื้นที่มีปัญหาอะไรบ้าง มีอะไรเป็นอุปสรรคในการทำงานพื้นที่บ้างและต้องการให้กก.บห.ช่วยเหลืออย่างไร เพื่อช่วยกันปรับปรุงให้พรรคดีขึ้นและเป็นที่ยอมรับของประชาชนมากขึ้น โดยในวันนี้จะไม่มีการพูดคุยเรื่องของการเปลี่ยนกก.บห.และเรื่องของการปรับคณะรัฐมนตรี เพราะเป้าหมายหลักคือต้องการนำพรรคไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งเท่านั้น ดังนั้นขออย่าได้ระแวงเพราะสิ่งที่ตนดำเนินการคือทำเพื่อพรรคและป้องกันปัญหาคนไหลออกทั้งนี้การนัดหารือไม่ได้แจ้งหัวหน้าพรรคเพราะตนเป็นรองหัวหน้าพรรคที่มีอำนาจ สามารถเชิญส.ส.และอดีตส.ส.มาพูดคุยกันได้อยู่แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปัญหาว่าพรรคยังต้องการที่จะให้อดีตส.ส. หรือคนที่ไม่ได้รับการเลือกตั้งกลับมาอีกไหม หรือต้องการแค่เพียง 22 คน แล้ว 28 แพ้เหมือนเดิมหรือ แล้วทั้ง 28 นั้นต้องการจะชนะหรือไม่ ถ้าในครั้งหน้าต้องการชนะต้องการอะไร เพื่อเป็นปัจจัยในการเข้าสู่ชัยชนะ มีปัญหามีอุปสรรคอะไรบ้าง ฟังเขาหรือยัง วันนี้ในพรรค&amp;nbsp;เวลามีการพูดถึงแต่เรื่องสส. เพราะสิ่งที่แวดล้อมอยู่กับหัวหน้าคือส.ส.ทั้งนั้น แต่อดีตส.ส. ไม่ได้สะท้อนถึงปัญหาให้หัวหน้าได้ฟัง ผมจึงมารับฟัง แล้วจะไปสะท้อนในที่ประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ให้ ขออย่าระแวงผม ผมเป็นประชาธิปัตย์ 120% ไม่ใช่แค่ 99 เปอร์เซ็น ใครจะมาชี้หน้าด่าผมว่าทรยศต่อพรรคนั้นไม่ได้เลย สิ่งที่ผมทำต้องการทำให้ในพรรคเป็นเอกภาพวันนี้มันไม่มีเอกภาพ ยอมรับกันหรือไม่&amp;quot; นายนิพิฎฐ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายนิพิฏฐ์ ยืนยันว่า จนถึงขณะนี้ยังมีรายชื่อของสมาชิกที่ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลงกรรมการบริหารพรรค เพราะทราบว่าคนเหล่านี้รู้สึกอึดอัดและจะออกไปจากพรรค แต่ตนได้ขอร้อง เพราะทุกคนล้วนเกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากให้อยู่ทำพรรคด้วยกัน จึงต้องรับฟัง เสียงสะท้อนจากคนเหล่านี้ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/69605</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, นิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ, ปชป, ประชาธิปัตย์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200614/image_big_5ee5be095eed3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
