<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>47695</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2019 16:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2019 16:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&quot;วิษณุ&quot;มอบนโยบายศธ.ให้ปรับโครงสร้าง  ลดแท่ง  ชี้ทุกวันนี้ทำงานซ้ำซ้อน ขาดการเชื่อมต่อระหว่างกัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.62- ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยม ศธ. พร้อมทั้งกล่าวมอบนโยบายและยุทธศาสตร์ในการปฏิบัติงาน ตอนหนึ่งว่า ในฐานะที่กำกับดูแล ศธ. ตนได้มอบหมายให้ ศธ.ดำเนินการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปการศึกษาให้เป็นไปตามนโยบายแผนการปฏิรูปของรัฐบาล ซึ่งแผนที่มีอยู่แล้วนั้น มีความคล่องตัว ไม่แข็งกระด้าง และสามารถปรับอะไรได้มากมาย ดังนั้น ศธ.จึงสามารถปรับอะไรในแผนปฏิรูปการศึกษาได้อีกมากมาย นอกจากนั้นตนยังได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบถึงความห่วงใยของรัฐบาล และยังย้ำเรื่องทุจริตของ ศธ.เพราะเป็นกระทรวงที่มีปัญหาเรื่องเหล่านี้อยู่มาก เป็นกระทรวงที่มีข้าราชการและเจ้าหน้าที่ของรัฐมากที่สุด ซึ่งมีปัญหาเรื่องฐานะความเป็นอยู่ หนี้นอกระบบ และความไม่ใส่ใจในกฎระเบียบต่างๆ ซึ่งครูเก่งในเรื่องสอน แต่พอมาทำเรื่องจัดซื้อจัดจ้างทำไม่เป็น จึงทำให้มีปัญหา ที่ผ่านมาเราเคยมีการวิจัยและพบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ดังนั้นเป็นเรื่องน่ายินดีที่ รมว.ศธ.ให้ความสำคัญเรื่องนี้ และประหยัดการใช้จ่ายงบประมาณ การดำเนินการให้ถูกต้องตามระเบียบและธรรมาภิบาล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ &amp;nbsp;รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า ตนได้รายงานแนวทางที่จะขับเคลื่อนการศึกษา โดยเริ่มตั้งแต่การปฏิรูปคุณภาพระบบ เสริมมาตรฐานการเรียนการสอนของประเทศ เพิ่มศักยภาพของนักเรียนเป็นกำลังหลัก เพิ่มขีดความสามารถของประเทศ ซึ่งจะต้องมีบุคลากรคุณภาพสูง การเรียนการสอน 3 ภาษา มีโอกาสการศึกษาที่เท่าเทียม มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย แบะมีระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นระหว่างสายสามัญกับสายอาชีพสาย โดยจะเป็นการวางแผนงานแบบก้าวกระโดดเริ่มตั้งแต่สร้างคน แก้หนี้ และ ปรับระบบเพื่อนำไปสู่การเรียนรู้ในโลกศตวรรษที่ 21 ทั้งนี้หลังตนมารับตำแหน่ง รมว.ศธ.ได้ 3 เดือน ได้มีการสานต่อ เสริมสร้าง ยกระดับ ดังนั้นจากนี้ไปทุกคนในศธ.จะทำงานกันเป็นทีมมากขึ้น โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างศธ.ที่ต้องยอมรับว่าระบบนี้ยังเป็นปัญหา เนื่องจากนายวิษณุ พบว่า ศธ.เป็นกระทรวงเดียวที่กระทรวงอื่นไม่อยากเลียนแบบ เพราะมีโครงสร้างซ้ำซ้อนหลายแท่งส่งผลให้การทำงานไม่เชื่อมต่อขาดประสิทธิภาพในการทำงาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในการปรับโครงสร้าง ศธ.และการปรับปรุงการศึกษาในมิติต่างๆ ตนคิดจะมีการตั้งคณะกรรมการปฏิรูปการศึกษาขึ้น ตามนโยบายของรัฐบาล ซึ่งคณะกรรมการชุดนี้จะเป็นคณะกรรมการที่ดูภาพรวมการแก้ปัญหาการศึกษาทั้งระบบและกรรมการจะคัดเลือกมาจากผู้เชี่ยวชาญจากหลายหน่วยงาน เพื่อมาวิเคราะห์ปัญหาว่าโครงสร้าง ศธ.ที่เป็นอยู่ตอนนี้ว่ามีความเหมาะสมในรูปแบบไหนและมีเรื่องใดที่เป็นการงานซ้ำซ้อนบ้าง ส่วนคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษาที่มีเคยมีการทำเรื่องนี้มาก่อนนั้น ตนก็ไม่ได้ปล่อยทิ้งข้อมูลให้สูญเปล่า แต่จะนำมาใช้ประกอบการพิจารณาด้วยเช่นกัน ทั้งนี้สำหรับการปรับโครงสร้าง ศธ.อาจต้องมีการลดตำแหน่งข้าราชการระดับ11 ลงด้วยหรือไม่นั้น ประเด็นนี้เป็นเรื่องของอนาคตที่คณะกรรมการฯ จะไปพิจารณาเอง โดยตนเชื่อว่าจะได้ความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้สำหรับเรื่องการปรับปรุงโครงสร้าง ศธ.อย่างแน่นอน &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายวิษณุได้ขอให้ ศธ.เป็นต้นแบบในการแก้ปัญหาทุจริต แม้จะเป็นเรื่องยากเพราะทราบข้อมูลว่าที่ผ่านมา ศธ.มีเรื่องทุจริตจำนวนมากแต่ก็ต้องทำให้เป็นต้นแบบให้ได้ เพราะ ศธ.ถือเป็นกระทรวงการศึกษา
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/47695</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงศึกษาธิการ, ดร.วิษณุ เครืองาม, ปฎิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ, ลดแท่งศธ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191009/image_big_5d9dac77f02e5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/05/2018 09:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/05/2018 08:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เสนอปฎิรูป&quot;หลายกระทรวง&quot;ที่เกี่ยวข้องการศึกษา-เด็ก-เยาวชนไม่ใช่เฉพาะศธ.เท่านั้น   </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บอร์ดอิสระฯ เสนอปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานหลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เด็กและเยาวชนทั้งหมด ไม่ได้ทำเฉพาะโครงสร้างเฉพาะภายใน ศธ. เท่านั้น &amp;quot;เฉลิมชัย&amp;quot;ชี้เป็นครั้งแรกที่ทำการปฎิรูปจากล่างสู่บน จากเด็ก โรงเรียน สู่ระดับกระทรวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษาว่า ที่ประชุมได้มีการหารือเรื่องร่างพ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ ยังไม่ได้ข้อสรุปชัดเจน ส่วนที่ได้มีการพิจารณาและมีความคืบหน้า คือ การปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา เพื่อให้ส่งผลต่อการพัฒนาโรงเรียนทั้งหมด 33,000 กว่าโรง และโรงเรียนเอกชนอีก 10,000 กว่าโรง จะต้องมีการทดลองการพัฒนาโรงเรียนต้องมีความหลากหลาย ไม่ใช่รูปแบบ แต่หลากหลายอย่างให้เหมาะสมกับโรงเรียนแต่ละขนาด ไม่ว่าจะเป็น ขนาดใหญ่ กลาง เล็ก หรือโรงเรียนห่างไกล แต่มุ่งเน้นการปฏิรูปโรงเรียนเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีการดำเนินการทดลองการพัฒนาแล้วในกลุ่มโรงเรียนประชารัฐ 3,000 กว่าโรง และโรงเรียนร่วมพัฒนา 40 กว่าโรง และจะต้องขยายไปให้ครบถ้วนทั้งกว่า 3 หมื่นโรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านนพ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ ประธานคณะอนุกรรมการปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา กล่าวว่า การปฏิรูปโครงสร้าง ไม่ได้ทำเฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เท่านั้น แต่ต้องปฏิรูปโครงสร้างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาเด็กและเยาวชนทั้งหมดด้วย&amp;nbsp; เช่น กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นต้น ซึ่งหน้าที่ของคณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้ จะดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทย พ.ศ. 2560 หมวด 16 การปฎิรูปประเทศ มาตรา 258 จ ด้านการศึกษา ข้อ 4 ที่ระบุว่าปรับปรุงการจัดการเรียนการสอนทุกระดับ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ตามความถนัด และปรับปรุงโครงสร้างของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว โดยสอดคล้องกัน ทั้งในระดับชาติ และระดับพื้นที่ และที่ผ่านมามีการปฏิรูปโครงสร้างหลายครั้ง ซึ่งสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่การปรับปรุงโครงสร้างครั้งนี้&amp;nbsp;ไม่ใช่เป้าหมาย เพื่อปฏิรูปการศึกษาอย่างเดียว แต่มีเป้าหมายชัดเจน คือ เด็ก เยาวชน พลเมือง ทุกช่วงวัยเรียนรู้อย่างมีคุณภาพ, กระบวนการเรียนการสอนมีคุณภาพ&amp;nbsp; และครู คณาจารย์ที่มาจัดการเรียนการสอนต้องมีคุณภาพ ซึ่ง 3 ส่วนนี้เป็นเป้าหมายหลัก การปฏิรูปโครงสร้างจึงเป็นเพียงเครื่องมือหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าวให้บรรลุผล&amp;nbsp; ไม่ได้มีเจตนามุ่งปรับปรุงโครงสร้างโดยไม่สนใจเรื่องอื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;อยากย้ำว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้ ไม่ได้ปฏิรูปโครงสร้าง ศธ.เหมือนที่ผ่านมา ซึ่งเมื่อมีการพิจารณาโครงการมีหลักการเพื่อตอบสนองให้มีพัฒนาการต่อเนื่องดีขึ้นอย่างได้ผล และทำให้การปฎิรูปการศึกษาเป็นไปอย่างราบรื่น และครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการปฏิรูปโครงสร้างจากล่างขึ้นบน คือ เริ่มจากปฏิรูปนักเรียน และโรงเรียน โดยยึดสถานศึกษาเป็นศูนย์กลางในการปฏิรูปการศึกษา&amp;nbsp; กระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา และมีดุลยภาพพอเหมาะ มีความกระทัดรัด และมีความทันสมัย รวมถึงมีความเรียบง่าย เพราะที่ผ่านมาโครงสร้างมีความซับซ้อน และซ้ำซ้อนด้วย ซึ่งทำให้เกิดความยุ่งยาก และครอบคลุมทุกมิติเรื่องการศึกษา&amp;quot;นพ.เฉลิมชัย กล่าวและว่า นอกจากนั้น ที่ประชุมได้มีข้อเสนอเบื้องต้น โดยพิจารณาด้านนโยบาย การกำกับดูแล และหน่วยปฏิบัติ ซึ่งขณะนี้มีการศึกษาเรื่องนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้ข้อยุติว่าหน่วยงานใดจะกำกับ ดูแล ทั้งนี้ ที่ประชุมได้มีการพิจารณาถึงชื่อเรียกของสถานศึกษารูปแบบอื่นๆ ด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8319</URL_LINK>
                <HASHTAG>#เด็ก, ปฎิรูปการศึกษา, ปฎิรูปโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ, หมอจรัส สุวรรณเวลา, เยาวชน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180123/image_big_5a671b111a659.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
