<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>21630</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้งปี62 คาดพ.ค.ได้นายกฯคนใหม่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;วิษณุ&amp;quot; เปิดไทม์ไลน์เลือกตั้ง คาดเข้าคูหาลงคะแนนเร็วสุด 24 ก.พ.62 ได้ &amp;quot;นายกฯ ใหม่&amp;quot; เดือน พ.ค.62 ระบุปลดล็อกการเมืองช่วงเดียวกับพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้งมีผลบังคับใช้ ยัน &amp;quot;รัฐบาล-คสช.&amp;quot; มีอำนาจเต็มจนกว่า ครม.ชุดใหม่ถวายสัตย์ &amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ย้ำต่างชาติเข้าดูเลือกตั้งต้องขอรัฐบาลไทยก่อน ส่วน &amp;quot;กกต.&amp;quot; บอก ตปท.ร่วมสังเกตการณ์เรื่องปกติ เตรียมลงนามแบ่งเขตเลือกตั้ง 9 พ.ย.นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล วันที่ 8 พ.ย. นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี แถลงปฏิทินการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งว่า ปฏิทินนี้ได้หารือกับคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว โดยวันที่ 9 ธ.ค. จะมีการจัดงานอุ่นไอรัก จากนั้นวันที่ 11 ธ.ค. พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้เป็นวันแรก ซึ่งต้องจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วันนับแต่วันนั้น ซึ่งจะไม่เกินวันที่ 9 พ.ค.62 โดยหลัง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.มีผลบังคับใช้แล้ว กกต.จะต้องยกร่างพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. และส่งให้ ครม.พิจารณาเพื่อนำความขึ้นทูลเกล้าฯ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา ภายใน 5 วัน กกต.จะต้องออกประกาศกำหนดวันเลือกตั้ง วันรับสมัคร ส.ส. และจำนวน ส.ส.ในแต่ละเขต โดยใช้ระยะเวลา 5 วัน และกรอบการรับสมัครต้องออกมาไม่เกิน 25 วัน นับแต่ประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส. ส่วนรายชื่อที่พรรคการเมืองจะเสนอเป็นนายกฯ 3 รายชื่อ จะต้องเสนอภายในกรอบระยะเวลา 5 วัน ที่เปิดรับสมัคร ส.ส. จากนั้นเมื่อมีประกาศใช้ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว จะมีการปลดล็อกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในเวลาใกล้เคียงกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนวันเลือกตั้ง จากการพูดคุยกับทุกฝ่าย คาดการณ์กันว่า กกต.จะประกาศให้เป็นวันที่ 24 ก.พ.62 เพราะเร็วกว่านั้นไม่ได้ เนื่องจากเตรียมการไม่ทัน และขณะนี้ยังไม่มีการพูดคุยว่าเป็นอย่างอื่น เมื่อเลือกตั้งแล้ว กกต.ต้องประกาศผลภายใน 60 วัน จะตรงกับวันที่ 24 เม.ย.62 ส่วนการเปิดประชุมสภาครั้งแรก จะมีขึ้นภายใน 15 วัน นับแต่ กกต.ประกาศผลการเลือกตั้ง จะตรงกับวันที่ 8 พ.ค.62 โดยจะมีการเสด็จฯ เปิดประชุมสภา หลังจากนั้นจะมีการเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎร ประธานวุฒิสภา รวมถึงลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี&amp;quot; นายวิษณุกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ กล่าวว่า เมื่อได้นายกฯ แล้วจะนำรายชื่อกราบบังคมทูลฯ ซึ่งหลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ลงมา นายกฯ จะแต่งตั้ง ครม.เพื่อเสนอขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย และวันที่ ครม.ชุดใหม่เข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้ารับตำแหน่ง ครม.เดิม และ คสช.จะสิ้นสุดลงในวันนั้น โดย ครม.ชุดใหม่จะต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภาภายใน 15 วันนับจากปฏิญาณตน คาดว่าจะเป็นช่วงเดือน มิ.ย.62
รัฐบาลยังมีอำนาจเต็ม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า ในส่วนการได้มาซึ่ง ส.ว.นั้น ในระหว่างวันที่ 16-27 ธ.ค. กกต.จะดำเนินการคัดเลือก ส.ว. ระดับอำเภอ จังหวัด และประเทศ ให้ได้ 200 คน ในวันที่ 2 ม.ค.62 เพื่อส่งรายชื่อให้ คสช.คัดเลือกเหลือ 50 คน และมีสำรองอีก 50 คน พร้อมกันนี้ คสช.จะต้องตั้งคณะกรรมการสรรหา 9-12 คน เพื่อคัดเลือก ส.ว.ให้ได้ 400 คน ภายในวันที่ 9 ก.พ.62 เพื่อเสนอให้ คสช.พิจารณาให้เหลือ 194 คน โดยมีสำรอง 50 คน และ ส.ว.โดยตำแหน่งคือ ผบ.เหล่าทัพ อีก 6 คน รวมเป็น 250 คน โดยรายชื่อดังกล่าว คสช.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายในวันที่ 27 เม.ย.62 เพราะกฎหมายกำหนดให้ คสช.พิจารณาให้แล้วเสร็จภายหลังประกาศผลการเลือกตั้ง ส.ส.ภายใน 3 วัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รองนายกฯ ยังชี้แจงเกี่ยวกับสถานะรัฐบาลปัจจุบันว่า รัฐบาลรักษาการจะเกิดขึ้นต่อเมื่อนายกฯ สิ้นสภาพ ครม.พร้อมใจกันลาออก มีการยุบสภาฯ หรือรัฐบาลอยู่ครบเทอม ซึ่งก่อนจะมีรัฐบาลใหม่จำเป็นที่รัฐบาลเดิมต้องอยู่รักษาการ แต่การเสนอโครงการใหม่ การแต่งตั้งข้าราชการ การอนุมัติงบประมาณ การใช้บุคลากรของรัฐ จะมีข้อจำกัด ต้องขออนุญาต กกต. แต่รัฐบาลชุดนี้ไม่ได้สิ้นสุดลง จึงไม่ใช่รัฐบาลรักษาการ และยังมีอำนาจเต็ม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บทเฉพาะกาลยังเขียนให้ ครม.ที่อยู่ในตำแหน่งก่อนวันประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี 60 ทำงานจนกว่า ครม.ชุดใหม่จะเข้าถวายสัตย์ปฏิญาณตน ส่วนการปฏิบัติตัวของรัฐมนตรีใน ครม.ชุดปัจจุบัน ในส่วนที่ไปเป็นกรรมการบริหารพรรคการเมือง ต้องระมัดระวังในการใช้เวลาราชการ ทรัพย์สิน บุคลากร และสถานที่ราชการ เพื่อใช้แก่พรรคการเมืองที่ตนไปสังกัด ส่วน ครม.ที่ไม่ได้เกี่ยวพันกับพรรคการเมืองก็ต้องวางตัวเหมือน ครม.ในอดีต ที่กำหนดไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นกลาง&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิษณุกล่าวว่า จากการพูดคุยกับประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความเห็นตรงกันว่า รัฐบาลจะเสนอกฎหมายได้ถึงวันที่ 28 ธ.ค. จากนั้น สนช.จะไม่รับร่างกฎหมายเพิ่มแล้ว โดย สนช.จะพิจารณากฎหมายจนถึงวันที่ 15 ก.พ.62 หากมีเหตุจำเป็นต้องออกกฎหมาย รัฐบาลจะใช้วิธีออกเป็นพระราชกำหนด หรือคำสั่งตามมาตรา 44
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงกรณีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลและท้องถิ่นจะลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จะต้องมีการประกาศให้หยุดปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า เขาต้องลาออก ซึ่งเรื่องนี้ต้องดูอีกครั้ง บางทีการปฏิบัติหน้าไม่ต้องใช้อำนาจตามมาตรา 44 ก็ได้ เพราะปลัดจะทำหน้าที่รักษาการโดยอัตโนมัติอยู่แล้วตามกฎหมายปกติ แต่ที่จะมีปัญหา เนื่องจากบางแห่งนายกฯ อบต.และปลัดลาออกไปสมัครทั้งคู่ ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าใคร แต่เรื่องนี้อีกนาน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงการขอเข้าสังเกตการณ์การเลือกตั้งขององค์กรเอกชนและองค์กรนานาชาติว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นว่ามีใครเรียกร้อง หากมีการเรียกร้องมาก็ให้รัฐบาลเป็นคนพิจารณาว่าจะเชิญหรือไม่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;การเลือกตั้งเป็นเรื่องภายในของประเทศเรา อย่างไรก็ตาม หากต่างชาติมีความสนใจอยากจะเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งนั้นจะต้องขออนุญาตจากรัฐบาลไทยก่อน&amp;quot; พล.อ.ประวิตรกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า ขณะนี้มีการเปิดให้พรรคการเมืองลงพื้นที่เพื่อหาสมาชิกพรรค มีพรรคการเมืองใดที่มีแนวโน้มเข้าข่ายการหาเสียงหรือไม่ รองนายกฯ กล่าวว่า ฝ่ายความมั่นคงกำลังติดตามอยู่ ซึ่งขณะนี้มีทุกพรรคจะดำเนินการหาสมาชิกพรรค ต้องลงพื้นที่ในทุกจังหวัด แต่เราไม่ได้จับตาดูพรรคใดเป็นพิเศษ เพราะเป็นหน้าที่ของ กกต.
ตปท.เข้าดูเลือกตั้งปกติ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า การเข้าสังเกตการณ์เลือกตั้งขององค์กรเอกชน และองค์กรนานาชาติเป็นเรื่องปกติ เพราะการเลือกตั้งของไทยทุกครั้งที่ผ่านมาจะมีผู้สังเกตการณ์เลือกตั้งเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง โดย กกต.ได้เชิญประเทศต่างๆ ในอาเซียนเข้ามา ซึ่งออกค่าใช้จ่ายให้บางส่วนเหมือนอย่างในกรณีของการเลือกตั้งที่กัมพูชา หรือมาเลเซีย ที่ได้เชิญ กกต.ไทยร่วมสังเกตการณ์ เรื่องนี้จึงเป็นเหมือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ส่วนกรณีของสหภาพยุโรปหรืออียูนั้น ส่วนตัวยังไม่ทราบรายละเอียดในส่วนนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.จรุงวิทย์กล่าวว่า ในส่วนการแบ่งเขตเลือกตั้งขณะนี้อยู่ในระหว่างการตรวจสอบความเรียบร้อยการแบ่งเขตเลือกตั้งทั้ง 77 จังหวัด รวมถึงตรวจสอบเรื่องร้องคัดค้านเกี่ยวกับรูปแบบการแบ่งเขตเลือกตั้ง เพื่อส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ กกต.พิจารณาในวันที่ 9 พ.ย.นี้ ซึ่งขึ้นกับดุลยพินิจของที่ประชุม กกต. แต่คาดว่าในวันที่ 9 พ.ย. ประธาน กกต.จะสามารถลงนามรูปแบบการแบ่งเขตและประกาศในราชกิจจานุเบกษาได้ &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องที่อดีต ส.ส.เปิดเผยว่าพบพฤติกรรมการแจกเงิน-แจกของในหลายพื้นที่นั้น ขณะนี้ กกต.ได้รับเรื่องร้องเรียนแล้วบางส่วน&amp;quot; เลขาฯ กกต.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วิชชุดา เมฆานุวงศ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำ กทม. กล่าวถึงการเสนอแบ่งเขตเลือกตั้ง 30 เขตของกรุงเทพมหานครว่า ทาง กทม.เสนอรูปแบบเลือกตั้ง 1 ใน 3 รูปแบบให้ กกต.ได้พิจารณา ไม่มีการเสนอรูปแบบที่ 4 ตามที่มีกระแสข่าว จนนำไปสู่การร้องเรียนของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทย แต่ขอไม่เปิดเผยว่าเสนอรูปแบบใด โดยรอให้มีการประกาศรูปแบบเขตเลือกตั้งพร้อมกันทั้ง 77 เขต ส่วนการร้องเรียนเรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้งนั้น กกต.กทม.มีเข้ามาเพียงเรื่องเดียว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.การต่างประเทศ และสมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีนายดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.การต่างประเทศ ไม่เห็นด้วยที่จะให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้งว่า การเลือกตั้งในอดีตก็มีคนมาสังเกตการณ์และการมาดูการเลือกตั้ง ไม่ใช่การมายุ่งเกี่ยวหรือแทรกแซงกิจการภายใน ถ้าต่างชาติเห็นว่าการเลือกตั้งในไทยเสรีและเป็นธรรม จะเป็นผลดีต่อภาพลักษณ์และเกียรติภูมิของประเทศด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าเรามั่นใจในศักยภาพการจัดการเลือกตั้งที่เสรีและเป็นธรรม ก็ไม่มีเหตุผลที่จะไปปิดกั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เช่นเดียวกับ นางลดาวัลลิ์ วงศ์ศรีวงศ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งหน้านี้ถ้ารัฐบาลกล้าเปิดโอกาสให้ทุกองค์กรและสื่อมวลชนต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์ได้ จะป่าวประกาศให้สังคมโลกรับรู้ว่า ประเทศไทยกำลังก้าวสู่ความเป็นประชาธิปไตยแล้ว เป็นการฟื้นความเชื่อมั่นของประเทศกลับมาอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องลงทุนเลย เพราะสื่อที่มาต่างก็ออกค่าใช้จ่ายเอง และการนำเสนอข่าวผ่านสื่อทุกแขนงไปทั่วโลกเราก็ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย เป็นผลได้ที่เกินคุ้ม นักธุรกิจ นักลงทุน และนักท่องเที่ยวทั่วโลกจะได้เห็นความงดงาม ความโปร่งใส ของการเลือกตั้งของประเทศไทยว่าเป็นไปตามครรลองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นหัวใจในการสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นต่อรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ถ้ารัฐบาลนี้ไม่อนุญาตให้ต่างชาติเข้ามาสังเกตการณ์เลือกตั้ง ก็จะยิ่งสร้างความสงสัยต่อความโปร่งใสและเป็นธรรมในการเลือกตั้งของประเทศไทยต่อสังคมโลก วันนี้ยังไม่สายเกินไปที่รัฐบาลจะเปลี่ยนท่าทีใหม่&amp;quot; โฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าว.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21630</URL_LINK>
                <HASHTAG>24 ก.พ.62, นายวิษณุ เครืองาม, ปฏิทินการทำงานของคณะรัฐมนตรี, ปลดล็อกการเมือง, หนังสือพิมพ์, ไทม์ไลน์เลือกตั้งปี62</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181108/image_big_5be442448bb68.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
