<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>79960</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/10/2020 14:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/10/2020 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.แจงยิบปม &#039;ทวิตเตอร์&#039; หากองทัพ ใช้ IO โจมตีนักการเมืองฝ่ายค้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ต.ค.63 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) ถ.ราชดำเนิน พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ รองเสนาธิการทหารบก ในฐานะโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ทวิตเตอร์ได้รายงานการระงับบัญชีผู้ใช้ แพลตฟอร์มในประเทศไทยจำนวน 926 บัญชี โดยระบุว่ามีความเชื่อมโยงกับการปฏิบัติด้านข้อมูลข่าวสาร หรือไอโอของกองทัพบก เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานเหล่านั้นเผยแพร่เนื้อหาที่มีลักษณะสนับสนุนกองทัพบกและรัฐบาลไทย อีกยังมีพฤติกรรมโจมตีนักการเมืองฝ่ายค้านที่มีบทบาทโดดเด่นว่าในสื่อโซเชียลทั้งหมดที่กองทัพบกใช้นั้นยืนยันว่าใช้เพื่อการประชาสัมพันธ์งานของกองทัพบก โดยเฉพาะงานช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ต่างๆ เพราะประเทศไทยในขณะนี้จะมีสถานการณ์ที่วิกฤติเสมอ เช่นภัยพิบัติทีเกิดขึ้นจากพายุ จึงต้องนำสื่อทางโซเชียลมีเดียมาเพื่อรายงานและติดตามสถานการณ์ รวมถึงสั่งหน่วยทหารในพื้นที่ดังกล่าวไปทำหน้าที่เข้าพื้นที่เร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าจะต้องมีการชี้แจงข้อมูลไปทางทวิตเตอร์หรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า ขั้นต้นได้ประสานงานยืนยันกับทางทวิตเตอร์ไปแล้วว่าไม่ได้ใช้ในลักษณะตามที่ถูกกล่าวหา แต่ทั้งนี้จะต้องตรวจสอบรายละเอียดบัญชีผู้ใช้งานทั้งหมดที่ถูกระงับ แต่ก็ยังไม่ทราบว่าจะตรวจสอบได้แค่ไหน ซึ่งในส่วนของทวิตเตอร์ที่เป็นของกองทัพบกยืนยันว่าใช้ประชาสัมพันธ์งานของกองทัพบกเท่านั้น ทั้งนี้ทวิตเตอร์ที่อยู่ในระบบของกองทัพบกมีการใช้แบบเปิดเผยชัดเจน โดยมีศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบกที่เป็นคณะทำงานด้านการประชาสัมพันธ์ดูแลควบคุมการใช้สื่อโซเชียลของกองทัพบก หน่วยขึ้นตรงกองทัพบก รวมถึงหน่วยระดับกองพล และกองพันลงไป โดยมีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตามยืนยันว่ากองทัพบกไม่มีนโยบายทำทวิตเตอร์อวตาล เพื่อไอโอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านพ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ต้องตรวจสอบข้อมูลกับทางทวิตเตอร์ก่อน เพื่อดูรายละเอียด แต่จากที่เห็นตามข่าวที่มีการเผยแพร่นั้น เป็นไปในลักษณะการเชื่อมโยงข้อมูลจากบัญชีผู้ใช้ ซึ่งไม่สามารถระบุตัวตนได้แล้ววิเคราะห์สรุปว่ามีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบกนั้น น่าจะเป็นข้อสรุปที่ไม่เป็นธรรมกับกองทัพบก เพราะการประมวลผลภาพรวมขาดการวิเคราะห์เชิงลึก ด้วยบัญชีผู้ใช้ที่ไม่สามารถระบุตัวตนได้ และไม่ได้มาจากบัญชีที่เป็นทางการของกองทัพบก ประกอบกับเป็นข้อมูลที่เน้นเรื่อง จำนวน ความถี่ การแฮชแท็กต่างๆ ที่บุคคลทั่วไป สามารถกระทำในลักษณะดังกล่าวได้โดยอิสระ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับกองทัพบกเองมีการใช้งานทวิตเตอร์เพื่อการสื่อสาร สร้างการรับรู้ระหว่างกองทัพบกกับสาธารณะ และกับกำลังพลภายในองค์กร เป็นทวิตเตอร์ในนามหน่วยงาน ทั้งในส่วนกลางและโดยหน่วยทหารที่จัดทำขึ้นเอง ซึ่งข้อมูลที่ถูกนำเข้าในระบบเป็นความจริง เป็นการสื่อสารที่เป็นประโยชน์กับประชาชน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่น การบรรเทาสาธารณภัย และการบริการภาครัฐ ความคืบหน้าในภารกิจต่างๆ ของกองทัพบก สามารถติดตามหรือเข้าไปรับชมได้ในทวิตเตอร์ ชื่อบัญชี &amp;ldquo; @armypr_news&amp;rdquo; โดยผู้ที่ติดตามจะทราบว่าเป็นข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ ส่วนคนที่ยังไม่เคยเขามาเยี่ยมชมสามารถเข้าไปติดตามและตรวจสอบข้อมูลได้ รวมถึงในแพลตฟอร์มอื่นๆ อย่างเป็นทางการของกองทัพบกด้วย เช่น เพจเฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ศูนย์ประชาสัมพันธ์กองทัพบก&amp;rdquo; , เว็บไซต์ www.rta.mi.th, Official line &amp;ldquo;กองทัพบก&amp;rdquo; อย่างไรก็ตาม เรื่องการปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน ยืนยันไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว เพราะไม่ใช่ภารกิจหรือวัตถุประสงค์ในการใช้แพลตฟอร์มทวิตเตอร์ของกองทัพบก.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/79960</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทวิตเตอร์, ทหาร, ปฏิบัติการจิตวิทยา, ไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f800da0b3757.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
