<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93541</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 11:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 11:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กช้าง&#039;แจงกองทัพใช้โซเชียลเพื่อประชาสัมพันธ์ไม่สร้างความเกลียดชัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.64 - ที่รัฐสภา เวลา 10.19 น. ภายหลังฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจประเด็นกองทัพปฏิบัติการไอโอ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม ชี้แจงว่า ทหารไม่ได้ให้ร้ายประชาชน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์ปัจจุบัน ในโซเชียลมีข้อความที่ไม่ถูกต้อง มีคำพูดที่ก่อให้เกิดความเกลียดชัง แตกแยก กระทบต่อความสงบอันดีเกิดขึ้นจริง และต่อเนื่อง รวมถึงมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น&amp;nbsp; ส่วนกรณีการอบรมจิตอาสาพระราชทานนั้น ทำเพื่อให้ทหารเรียนรู้ เข้าใจ และรู้เท่าทันต่อการพัฒนาทางเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง รวมถึงการโพสต์หรือส่งต่อต้องใช้วิจารณญาณว่าจะกระทบความมั่นคงหรือไม่ ซึ่งเป็นการใช้สื่อโซเชียลอย่างสร้างสรรค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บัญชีเปิดเผยชัดเจน ไม่ได้ทำเพื่อให้ร้าย ที่ท่านโยงไปโยงมา เหมือนว่าท่านมีความเชี่ยวชาญมากกว่ากองทัพ ส่วนที่ระบุว่ามีฝ่ายขาว ฝ่ายดำ ถือเป็นการเรียนรู้ เป็นการฝึกปฏิบัติการทางทหารให้เกิดความเข้าใจ ไม่ใช่ฝ่ายตรงข้ามเป็นประชาชนทั่วไป โครงการจิตอาสาพระราชทาน ได้แสดงตนชัดเจน เพราะมุ่งหวัง ให้เกิดความเข้าใจทางประวัติศาสตร์ สถาบัน&amp;nbsp; หากท่านติดตามจะเห็&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; นว่าการดำเนินงานของกองทัพทำนั้น คือ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ ให้ประชาชนเห็นว่ากองทัพทำอะไร มีภารกิจอะไร&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.อ.ชัยชาญ ชี้แจงถึงประเด็นคลิปวีดีโอประชุมคอนเฟอเรนท์ของ มณฑลทหารบกที่21&amp;nbsp; ว่า ตนไม่ทราบว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่มองว่าการใช้สื่อประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นข้อมูลอีกด้านที่สื่อให้ประชาชนได้เห็น ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่ใช้เพื่อใส่ร้าย หรือสร้างความเกลียดชัง&amp;nbsp; ให้ประชาชนแตกแยก ทั้งนี้ยืนยันว่าสิ่งที่ทำคือการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนรับทราบผลงานและสิ่งที่ถูกต้องเพื่อความสงบเรียบร้อย ไม่ใช่สร้างความขัดแย้ง หรือเกลียดชังในสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93541</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิบัติการไอโอ, พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล, อบรมจิตอาชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f429f3661a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>93538</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/02/2021 11:36</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/02/2021 11:36</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ก้าวไกล&#039;เปิดฉากซักฟอกวันที่สี่แฉกองทัพทำไอโอโจมตีฝ่ายตรงข้ามปูด2บิ๊กทหารเบื้องหลัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
19 ก.พ.64 - เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ซึ่งเป็นวันที่สี่ โดยมีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯคนที่ 1 เป็นประธานการประชุม นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล อภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กรณีปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารไอโอของกองทัพ โดยนายณัฐชาได้เปิดคลิปวิดีโอและอ้างว่าเป็นการประชุมวิดีโอผ่านระบบออนไลน์ของมณฑลทหารราบที่ 21 ที่ผู้บังคับบัญชามอบภารกิจสั่งให้ทหารโจมตีเพจของฝ่ายตรงข้าม อย่างเพจของนายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวว่า ในคลิปวิดีโอนี้มีส่วนหนึ่งเป็นการประชุมในวันที่ 17 ก.พ. 63 ซึ่งเป็น 4 วันก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่&amp;nbsp; แต่การประชุมวันนั้นได้มีการสั่งให้ผู้ใต้บังคับบัญชาเตรียมตัว มีการสั่งล่วงหน้าก่อนถึง 4 วัน ในเวลานั้นตนอยู่พรรคอนาคตใหม่จำได้ว่าลุ้นจนนาทีสุดท้ายว่าพรรคจะโดนยุบหรือไม่ แต่ทหารทั้งกองทัพกลับทราบล่วงหน้าว่าพรรคอนาคตใหม่จะโดนยุบ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำว่าอย่างให้เอกสารต่างๆหลุดไปถึงมือสื่อมวลชน โดยเฉพาะเอกสารด้านการใช้เงิน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวอีกว่า ในคลิปนี้ยังกล่าวถึงฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาลว่ามีความเป็นมืออาชีพ และมีเงินทองจำนวนมากที่จะใช้ในการปฏิบัติการไอโอ ซึ่งอยากจะบอกความจริงว่า ฝ่ายตรงข้ามที่กล่าวถึงนั้น คือ ประชาชน ที่ติดตามข้อมูลข่าวสารแล้ววิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งเท่ากับว่าทหารกำลังเฝ้าโจมตีประชาชน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่ายรายงานว่า นอกจากนายณัฐชายังได้เปิดเอกสารของกองทัพ ที่มีการแบ่งแยกการทำงานปฏิบัติการทางข้อมูลข่าวสารไอโอ โดยแบ่งเป็นทีม ดังนี้ กลุ่ม ช.1 สำหรับทหารที่เพิ่งเริ่มเล่นออนไลน์ กลุ่ม ช.2 เน้นให้กดถูกใจ กดแชร์ กลุ่ม ช.3 มีการติดแฮชแท็ก ทวีตข้อความ และกลุ่ม ช. 3.2 มีหน้าที่ผลิตวาทกรรม ติดแฮชแท็กโจมตี กดไลค์ กดแชร์ เป็นต้น โดยสั่งการผ่าน 2 แอพคลิชั่น คือ Twitter Broadcast และ Free Messenger โดยแอพฯที่ชื่อว่า &amp;ldquo;Twitter Broadcast&amp;rdquo; มีลัษณะการทำงาน แบบหนึ่งพลทหาร ทวีตข้อความได้ 100-1,000 บัญชีผู้ใช้ ส่วนแอพฯที่ชื่อว่า &amp;ldquo;Free Messenger&amp;rdquo; มีระบบป้องกันชั้นความลับ และเมื่อใครแคปเจอร์หน้าจอระบบจะรายงานไปยังผู้ควบคุมด้วย ทั้งนี้ฝ่ายพัฒนาแอพลิเคชั่นยังตั้งรหัสต้นฉบับ(Source Code)ว่า &amp;ldquo;จิตอาสาไอโอ&amp;rdquo; เพื่อให้ทราบว่าเป็นของกองทัพด้วย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวยืนยันว่า เอกสารต่างๆที่นำมาแสดงในการอภิปรายครั้งนี้เป็นเอกสารจริงที่ได้รับการรับรองจากพ.อ.หญิงศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก แถลงเมื่อวันที่ 28 พ.ย. 2563 ยอมรับว่าเป็นของกองทัพจริง เพื่อสนับสนุนงานประชาสัมพันธ์ของหน่วยงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่ตนอยากถามกลับว่าประชาสัมพันธ์อย่างไร ทำไมถึงมีการบอกให้โจมตีเพจฝ่ายตรงข้าม มีการแบ่งกลุ่มดำและกลุ่มขาว ถ้ากองทัพจะประชาสัมพันธ์แบบนี้ อย่าทำเลย เพราะยิ่งทำประชาชนจะยิ่งเกลียดชัง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ นายณัฐชา ยังตั้งข้อสังเกตถึงการทำงานของกลุ่มดำและกลุ่มขาว ว่า มีบัญชีไอโอ มากถึง 58,400 บัญชี และมี19 หน่วยงานของทหารปฏิบัติการ นอกจากนี้ ยังสอนการปั่นทวิตเตอร์และการทำงาน แต่มีเรื่องตลกเกิดขึ้นในโลกออนไลน์ เมื่อคนผลิตข้อความสะกดคำว่าม็อบผิด กลายเป็นคำว่า &amp;ldquo;ม๊อบ&amp;rdquo; แทน จึงเกิดการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมวันนั้นประชาชนสะกดคำว่าม็อบผิดเป็นจำนวนมาก &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา กล่าวต่อว่า การปั่นกระแสดังกล่าวมีความเกี่ยวข้องกับกองทัพบก โดยมีพล.ต.จักรชัย ศรีคชา ผู้บังคับการกรมทหารราบที่11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.)&amp;nbsp; สั่งการให้ด้อยค่าความเป็นมนุษย์&amp;nbsp; และมีพ.ท.ธรรม์ มาลัยทอง กองพลทหารม้าที่2 รักษาพระองค์ หรือ&amp;nbsp; &amp;quot;เฮียตือ หนามเป้า&amp;rdquo;&amp;nbsp; สั่งการหลังบ้าน เกี่ยวกับการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวตนถือว่าใช้กองทัพแบ่งแยกประชาชน เพื่อสร้างความเกลียดชัง และทำเพื่อประโยชน์ของ นายกรัฐมนตรี และพวกพ้อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายณัฐชา อภิปรายด้วยว่า การปฏิบัติการไอโอ ยังขยายจากสังคมออนไลน์ มายังกรมประชาสัมพันธ์ อยู่ภายใต้การกำกับของพล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; และที่มี พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นอธิบดี ที่นำงบประมาณแผ่นดินผลิตรายการคุยถึงแก่น ตลอดเดือนมกราคม2564&amp;nbsp; พบว่ารายการ 2 ชั่วโมง มีเนื้อหา40 นาทีโจมตีฝ่ายตรงข้าม&amp;nbsp; ทั้งนี้เชื่อว่าการแผ่ขยายดังกล่าว จะกระทบพรรคการเมือง, นักการเมือง และ ประชาชน&amp;nbsp; เพราะสร้างความแตกแยกสังคมและความเกลียดชัง นอกจากนั้นยังพบการสร้างความเกลียดชังผ่านทวิตเตอร์ ผ่านศูนย์ปฏิบัติการนายกรัฐมนตรี&amp;nbsp; ทั้งนี้ตนขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำดังกล่าว เพราะพฤติกรรมที่เกิดขึ้นตนเชื่อว่าคือการปกป้องอำนาจตนเอง ไม่ใช่การปกป้องสถาบันเบื้องสูง
&amp;ldquo;ผมขอฝากกลอนไปยังนายกฯ ว่า ทุกวันนี้ศึกไกลไม่ห่วง แต่หวั่นทรวงทหารไทย ไล่ข่มเหง เป็นไอโอยุแยกแตกกันเอง รั้วของชาติมาข่มเหงประชาชน ฝากให้นายกฯ พิจารณาเพื่อปรับและยุติพฤติกรรม&amp;rdquo; นายณัฐชา กล่าวปิดท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93538</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์, ปฏิบัติการไอโอ, พล.ต.จักรชัย ศรีคชา, พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210219/image_big_602f3f3739bbe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>89737</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/01/2021 18:37</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/01/2021 18:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ผจก.ไอลอว์&#039; หงายเงิบ! เจอคนจริงมาตามคำท้าบนทวิตเตอร์พร้อมหลักฐานไม่ใช่ &#039;ไอโอ&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 ม.ค.64 - นายยิ่งชีพ&amp;nbsp;อัชฌานนท์ ผู้จัดการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) หรือ ไอลอว์ แนวร่วมม็อบคณะราษฎร ได้โพสต์ข้อความบนทวิตเตอร์ส่วนตัวชื่อ&amp;nbsp;&amp;quot;ยิ่งชีพ (เป๋า)@yingcheep&amp;quot; เปิดเผยเหตุการณ์วิวาทะบนทวิตเตอร์ระหว่างตนเองกับผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งชื่อ &amp;quot;มินเนียน ทวิตเตอร์&amp;quot; ซึ่งถูกนายยิ่งชีพ กล่าวหาว่าไม่มีตัวตน เป็นบัญชีหรือแอคเคาท์ปลอม&amp;nbsp;ซึ่งเป็นปฏิบัติการข่าวสาร หรือไอโอของกองทัพทหาร พร้อมกับท้าทายให้มาเจอกันเมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา เวลา 3 ทุ่ม พร้อมกับให้นำหลักฐานการทำงานมาให้ดูด้วย เพื่อพิสูจน์ตัวตนว่า ไม่ใช่ไอโอทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถึงเวลานัดหมาย ผู้ใช้ทวิตเตอร์ชื่อ มินเนียนเป็นผู้หญิงเดินทางไปคนเดียวตรงเวลา แต่นายยิ่งชีพไปถึงช้ากว่า 5 นาที จากการพูดคุยกันพบว่า หญิงรายนี้ไม่ได้เป็นทหาร เพราะได้นำใบปริญญาและใบประกอบวิชาชีพมาให้ดูด้วย พร้อมกับบอกนายยิ่งชีพว่า ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับม็อบคณะราษฎรมีจำนวนมาก และไม่เห็นด้วยกับการปฏิรูปสถาบัน แต่ไม่มีเวลาเล่นโซเชียลถกเถียงกับพวก 3 นิ้ว และรำคาญที่สาวกส้มเน่าชอบแซะโดยไม่รับฟังเหตุผล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้นายยิ่งชีพ ผู้จัดการไอลอว์ ได้โพสต์ทวิตเตอร์ดังนี้&amp;nbsp;คนไม่มีตัวตน มาท้าอยากเจอ ก็ขอให้มา 12 มกราคม 2563&amp;nbsp;เลิกงานตอนสามทุ่ม จะรอที่ Camping Ground ถ.ประดิพัทธ์ ถ้ามาจริงจะเลี้ยงชาแก้วนึง แล้วเอาหลักฐานการทำงานของไอโอให้ดู เผื่อให้ตาสว่างขึ้นหน่อย ถ้าไม่มา มึงเป็นไอโอ!!! แถมยังแกล้งทำกร่างด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากที่ผู้ใช้ทวิตเตอร์มินเนียน ทวิตถึงนายยิ่งชีพว่า &amp;quot;กล้ามาเจอกับฉันไหม กล้ารับคำท้าไหม จะได้รู้ว่าฉันไม่ใช่ IO ฉันไม่ได้เป็น MiSSION ของใครมาด้วยใจล้วนๆ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลังจากนั้นนายยิ่งชีพ โพสต์ทวิตเตอร์อีกว่า&amp;nbsp;ผมไม่เคยกล่าวหาว่า แอคนี้เป็นไอโอ แต่ผมยืนยันว่าไอโอมีจริง และทำงานจริงจังเป็นระบบ ส่วนแอคนี้ผมขอท้าทายให้โอกาสพิสูจน์ว่าใช่หรือไม่ใช่ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มาตามนัด ถือว่าไอโอ จะแฉหมดตัวเลย ถ้ามา จะไม่ลบโพสเดิม แต่จะช่วยประกาศต่อสาธารณะยืนยันว่าแอคนี้เป็นคนธรรมดา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ &amp;quot;มินเนียนทวิตเตอร์&amp;quot; โพสต์ว่า&amp;nbsp;ใครเอ่ยบอกเป็นพวกนักประชาธิปไตยตัวยง เอ้า พอคนเห็นต่างชี้แจงว่าสิ่งที่ตนพูดอาจไม่ถูกต้องทั้งหมดรับไม่ได้เรื่องอะไรค่ะ ฉันถาม แล้วถ้าคุณพูดผิด คุณยินดีลบโพสต์ที่คุณกว่าหาพวกเราว่าเป็น IO ไหม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อมา นายยิ่งชีพ โพสต์ทวิตเตอร์หลังได้พบเจอตัว &amp;quot;มินเนียนทวิตเตอร์&amp;quot; โดยระบุว่า นัดหมายวันนี้ ที่ Camping Ground พบกับผู้ใช้ทวิตเตอร์@hRl73f7kf5fulIc&amp;nbsp;เพื่อพิสูจน์ว่า มีตัวตนอยู่จริง ไม่ใช่ #ไอโอ ปรากฏว่าเธอมา มาถึงก่อนเวลาด้วย แต่ผมเดินไปช้า สายห้านาที เกือบไม่อยู่รอแล้ว เป็นผู้หญิง ผมเรียกว่าพี่ เอาใบปริญญาและใบประกอบวิชาชีพมาให้ดูว่าทำงานอื่น ไม่ใช่ทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยิ่งชีพ ทวีตข้อความรัวๆว่า &amp;quot;เธอบอกว่าเพิ่งเปิดทวิตเตอร์ปีนี้ เพราะไม่เห็นด้วยกับข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ โดยเฉพาะข้อ 6 ที่ห้ามรับบริจาคจากเอกชน ชีวิตเธอโตมาได้รับความช่วยเหลือจากเงินที่สถาบันรับจากเอกชนและให้ต่อทำให้ได้เรียนจบทั้งครอบครัว จึงเห็นความสำคัญเรื่องนี้ และอยากมาบอกพวกเรา ผมรับมาสื่อสารต่อ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ผมชักชวนว่า คนที่มีตัวตนจริงๆ จะได้รับความเชื่อถือมากขึ้นบนโลกออนไลน์ต่อเมื่อทหารหยุดทำไอโอ ให้เธอช่วยกันคัดค้านไอโอ เธอบอกว่า พรรคอนค.ก็มี ผมบอกแต่ไม่ได้ใช้เงินรัฐ เธอบอกผมรับเงินเมกา ผมบอกทำงานเปิดเผย ชัดเจนไม่มีใต้ดิน เธอบอกทหารที่ทวีตจริงๆ ก็มี&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เรายืนคุยกัน 20 นาที เธอไม่ยินดีให้ถ่ายภาพ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ผมเคารพ และนับถือที่อุส่าห์มาเพื่อยืนยันตามนัด เราคุยกันอีกหลายเรื่อง มีเรื่องที่เห็นด้วยกันบ้าง เช่น มาตรการโควิด แต่เรื่องที่เห็นต่างไม่พยายามโน้มน้าวกัน เธอยืนยันว่าฝ่ายเธอมีคนมากและจะขัดขวางการปฏิรูปสถาบัน&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/89737</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทวิตเตอร์, ปฏิบัติการไอโอ, ม็อบ3นิ้ว, ยิ่งชีพ อัชฌานนท์, โครงการไอลอว์, ไอโอทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210113/image_big_5ffed681afaba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67235</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2020 07:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2020 07:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ส.ส.โรม&#039;ข้องใจการจัดตั้ง&#039;กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์&#039;เอาไว้ปราบคนที่แสดงความเห็นตรงข้ามกับรัฐ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
29 พ.ค.63 - นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊ก Rangsiman Rome - รังสิมันต์ โรม มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจัดตั้ง &amp;ldquo;กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์&amp;rdquo; ซึ่งเริ่มมีข่าวว่าจะดำเนินการจัดตั้งตั้งแต่เมื่อปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา วันนี้เห็นความคืบหน้าอีกครั้งว่า ผบ.ตร. ได้อนุมัติหลักการแล้ว และอยู่ในระหว่างการกำหนดตำแหน่งและอัตราเพื่อออกเป็นกฎกระทรวงต่อไปโดยเร็วที่สุด
.
หากติดตามข่าวดังกล่าวมาก่อนหน้านี้ก็จะพบชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง และคุณพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) เป็นตัวตั้งตัวตีสำคัญในการผลักดันหน่วยงานดังกล่าวซึ่งจะเป็นส่วนหนึ่งของงานต่อต้านข่าวปลอม (Fake News) และปราบปรามอาชญากรรมเทคโนโลยีสารสนเทศของรัฐ
.
ซึ่งหากถามความเห็นของประชาชนในวันนี้ คงเกิดเครื่องหมายคำถามตัวโตๆ ว่าหน่วยงานเหล่านี้มีไว้ปราบข่าวปลอม ปราบอาชญากรรมไซเบอร์ตามชื่อของมันจริงๆ หรือเอาไว้ปราบคนที่แสดงความเห็นตรงข้ามกับรัฐกันแน่
.
ผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลชุดนี้ล้วนบ่งชี้ถึงพฤติกรรมที่ชอบใช้กฎหมาย อำนาจรัฐ ทรัพยากรของรัฐ เจ้าหน้าที่และองคาพยพต่างๆ ของรัฐ ในทางที่คุกคามต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนเพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตัวเอง โดยเฉพาะกับประชาชนที่ถูกรัฐบาลนี้มองเป็นศัตรู เราเห็นอยู่เสมอว่าตำรวจและทหารถูกใช้เป็นเครื่องมือทำร้ายประชาชน เห็นเสมอว่ารัฐบาลมุ่งปิดปากประชาชนด้วยการยัดคดีความต่างๆ (ซึ่งรวมถึงการใช้กฎหมายอย่างมาตรา 112 ที่รัฐมนตรี DES ขยันฟ้องเป็นพิเศษ) เห็นเสมอว่าประชาชนถูกป้ายสีด้วยข้อหา Fake News ทั้งที่ตัวการปล่อย Fake News ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศนี้ก็คือรัฐบาลเอง ผ่านการใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ต่างๆ
.
ผมจึงไม่อาจฝากความไว้วางใจในการจัดตั้งหน่วยงานดังกล่าวที่เป็นเสมือนดาบสองคมให้กับรัฐบาลที่มีทัศนคติอำนาจนิยมเช่นนี้ได้ เพราะในท้ายสุดกองบัญชาการตำรวจไซเบอร์ที่อ้างว่าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้รวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้น จะกลับกลายเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการคุกคามผู้เห็นต่างได้อย่างรวดเร็วและครอบคลุมมากขึ้นแทน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67235</URL_LINK>
                <HASHTAG>Fake News ข่าวปลอม, กองบัญชาการตำรวจไซเบอร์, นายรังสิมันต์ โรม, ปฏิบัติการไอโอ, พล.อ. ประวิตร วงษ์สุวรรณ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200306/image_big_5e620563abce9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>58421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/02/2020 12:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/02/2020 12:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &#039;พี่ศรี&#039;ลุยแล้ว!ยื่นกรรมการสิทธิฯสอบ&#039;กอ.รมน.-กองทัพภาค2&#039;ปฏิบัติการไอโอละเมิดสิทธิมนุษยชน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
28ก.พ.63​-ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ​ (กสม.)​&amp;nbsp; นายศรีสุวรรณ&amp;nbsp; จรรยา&amp;nbsp; เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ยื่นหนังสือต่อกสม.&amp;nbsp; ผ่านนายชนินทร์ เกตุปราชญ์&amp;nbsp; ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและติดตามการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน&amp;nbsp; เพื่อขอให้ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีที่ ส.ส.พรรคอนาคตใหม่อภิปรายไม่ไว้วางใจในสภาว่า กอ.รมน. และกองทัพภาคที่ 2 มีปฏิบัติการข่าวสาร หรือ IO ว่า เรื่องเหล่านี้กระทบสิทธิของประชาชนในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร&amp;nbsp; และก้าวล่วงสิทธิส่วนบุคคลของประชาชน&amp;nbsp; ซึ่งขัดหรือแย้งต่อปฏิญญาสากล ว่าด้วยสิทธิมนุษยชนค่อนข้างร่ายแรง&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และขัดต่อ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ รวมถึงกฎหมายอาญาอีกหลายมาตรา &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้ไม่ควรเป็นการทำของหน่วยงานรัฐ&amp;nbsp; หรือฝ่ายความมั่นคง&amp;nbsp; ถ้าจะดำเนินการก็ต้องดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ไม่ใช่มาตั้งวอร์รูมแล้วใช้งบประมาณของแผ่นดิน&amp;nbsp; หลักฐานเอกสารต่างๆที่มีการนำไปอภิปราย เป็นพยานที่สำคัญ ที่จะนำไปสู่การตรวจสอบของ กสม.ได้ เพื่อที่จะมีความเห็นเสนอไปที่ ครม.และรัฐสภา&amp;nbsp; เพื่อให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามอำนาจหน้าที่ของ กสม. คิดว่ากสม. มีอำนาจที่จะเรียกเอกสารต่างๆที่เกี่ยวข้อง&amp;nbsp; รวมถึงเอกสารที่มีการเผยแพร่และระบุว่าเป็นของกองทัพภาคที่ 2 เพราะตามเอกสารระบุถึงชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้บังคับบัญชา สั่งการและให้การจ่ายค่าตอบแทน ที่เป็นการนำงบประมาณมาเพื่อปฎิบัติการนี้&amp;quot;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายศรีสุวรรณ กล่าวต่อว่า กสม.ควรต้องตรวจสอบว่าพฤติการณ์ของผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้บังคับบัญชาเข้าจ่ายเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือไม่&amp;nbsp; และถ้า กสม.วินิจฉัยว่าเป็นการละเมิด&amp;nbsp; ก็จะเข้าข่ายว่าเป็นการทุจริตเรื่องการใช้งบประมาณหรือไม่ ซึ่งก็ต้องส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการเอาผิดต่อไป&amp;nbsp; รวมทั้งสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินด้วย&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งตนก็คงไม่ต้องไปยื่นเรื่องซ้ำ&amp;nbsp; เพราะตามรัฐธรรมนูญได้กำหนดเรื่องการตรวจสอบขององค์กรอิสระไว้ว่า ถ้าหากเรื่องที่พิจารณาตรวจสอบอยู่เกี่ยวพันถึงองค์กรอิสระใด ก็ให้มีการส่งเรื่องให้องค์กรอิสระนั้นดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ได้เลย&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/58421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรรมการสิทธิมนุษยชน, กอ.รมน., การละเมิดสิทธิมนุษยชน, นายศรีสุวรรณ จรรยา, ปฏิบัติการไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200228/image_big_5e58a1579f339.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>24809</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/12/2018 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/12/2018 14:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไทกร&#039;ชี้ IO โรคจิตปฎิบัติการต่ำตม เชื่อพ่อหม้าย-แม่หม้ายไม่ได้ผิดผัวผิดเมียใคร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ธ.ค.61 - นายไทกร พลสุวรรณ อดีตแกนนำอีสานกู้ชาติ โพสต์ข้อความลงบนเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ปฏิบัติการ io ต่ำตม..!&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งสกปรก...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งเอาเปรียบ...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระแสยิ่งตีกลับ ติดลบ ดิ่งเหว...&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพคลิปพ่อหม้าย-แม่หม้าย ชาย-หญิง ที่มีบทบาททางการเมืองมีความสัมพันธ์ทางเพศกันนั้นสะท้อนให้เห็นความจริงที่ไม่ควรมองข้าม คือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(1)เป็นภาพจากการสะกดรอย ติดตาม สอดแนม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(2)ความสัมพันธ์ทางเพศของคนทั้งสองไม่ใช่อาชญากรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(3)ความสัมพันธ์ทางเพศของคนทั้งสองไม่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(4)ความสัมพันธ์ของคนทั้งสองไม่ผิดศีลธรรมเพราะมีสถานะโสดทั้งคู่ ตามที่ทั้งคู่ชี้แจงต่อสาธารณะว่า โสด ไม่ได้กระทำผิดผัวผิดเมียใคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;(5)ผู้ประกอบอาชญากรรมคือผู้ติดตาม สอดแนม บันทึกภาพ แล้วนำมาเผยแพร่ต่อสาธารณะ ซึ่งพฤติกรรมเข้าข่ายอาชญากรโรคจิตไม่ต่างจากพวกแอบถ่ายภาพใต้กระโปรงดาราสาวที่เป็นข่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากสังคมมองข้ามความสะใจและอคติต่อความชอบไม่ชอบทั้งเรื่องส่วนตัวและแนวทางทางการเมืองของคนทั้งสอง ก็จะพบกับการประกอบอาชญากรรมที่เป็นอันตรายต่อสังคม การล่วงละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ซึ่งเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของชาติและประชาชนที่กำลังมุ่งมั่นนำประเทศไปสู่ประชาธิปไตย
คนในสังคมต้องหยุดเรื่องความสะใจและพิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนในสังคมต้องอย่าลืมว่าวันนี้ผู้ถืออำนาจรัฐกำลังทำผิดกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ในการใช้อำนาจบีบบังคับ อำพราง แอบอ้าง ให้หน่วยราขการ รัฐวิสาหกิจ เอาเงินไปบริจาคให้พรรคการเมืองที่กำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้พรรคพวกตนเองได้อยู่ในอำนาจรัฐต่อไป ซึ่งเป็นการทำผิดกฎหมายอย่างร้ายแรง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนในสังคมอย่าให้คลิปโป๊คลิปหนึ่งมาปิดบังอาชญากรรมที่ผู้มีอำนาจกำลังร่วมกันปล้นอำนาจไปจากประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/24809</URL_LINK>
                <HASHTAG>IO, คลิปฉาวนักการเมือง, นายไทกร พลสุวรรณ, ปฏิบัติการไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181130/image_big_5c00f9d2be847.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
