<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>83267</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/11/2020 13:30</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/11/2020 13:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ไพบูลย์&#039;ปลุกคนไทยทั่วประเทศแจ้งความจับม็อบ3นิ้ว ฐานปฏิปักษ์สถาบัน!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ย. 63 - นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) กล่าวถึงกรณีที่แกนนำกลุ่มราษฏร 63 เสนอให้ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ โดยมีข้อเรียกร้องให้ปฏิรูปสถาบัน 10 ข้อและได้นำขึ้นกล่าวปลุกระดมมวลชนในสถานที่ชุมนุมต่างๆ หลายแห่งว่า การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฏหมายอาญามาตรา 116&amp;nbsp; ซึ่งบัญญัติว่า &amp;rdquo;ผู้ใดกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใดอันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญหรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (3) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดินต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินเจ็ดปี&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไพบูลย์ กล่าวว่า โดยมีข้อกฎหมายตามคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2562 วันที่ 7 มีนาคม 2562 คดียุบพรรคไทยรักษาชาติ ในหน้าที่ 19 &amp;ldquo;ถ้าพรรคการเมืองใดมีการกระทำที่เป็นการล้มล้าง หรือ เพียง &amp;ldquo;อาจเป็นปฏิปักษ์&amp;rdquo; ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; และอีกตอนวินิจฉัยว่า &amp;ldquo;จะอ้างความไม่รู้ ความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หรือความเห็นความเชื่อของตนมาเป็นข้อแก้ตัวให้หลุดพ้นจากความรับผิดชอบต่อการกระทำนั้นไม่ได้&amp;rdquo; และในหน้าที่ 20 ศาลวินิจฉัยว่า &amp;ldquo;ส่วนคำว่า &amp;ldquo;ปฏิปักษ์&amp;rdquo; นั้นไม่จำต้องรุนแรงถึงขนาดมีเจตนาที่จะล้มล้างทำลายให้สิ้นไป ทั้งยังไม่จำต้องถึงขนาดตั้งตนเป็นศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามเท่านั้น เพียงแต่เป็นการกระทำที่มีลักษณะเป็นการขัดขวางหรือสกัดกั้นมิให้เจริญก้าวหน้า หรือเป็นการกระทำที่ก่อให้เกิดผลเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลาย จนเกิดความชำรุดทรุดโทรม เสื่อมทราม หรืออ่อนแอลง ก็เข้าลักษณะของการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ได้แล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับประเด็นเรื่องเจตนานั้น เมื่อมาตรา 92 วรรคหนึ่ง (2) บัญญัติชัดเจนว่า เพียงแค่ &amp;ldquo;อาจเป็นปฏิปักษ์&amp;rdquo; ก็ต้องห้ามแล้ว หาจำต้องมีเจตนาประสงค์ต่อผล หรือต้องรอให้เกิดผลเสียหายร้ายแรงขึ้นจริงเสียก่อนไม่ ทั้งนี้ก็เพื่อให้เป็นมาตรการป้องกันความเสียหายร้ายแรงที่อาจเกิดแก่สถาบันหลักของประเทศไว้ก่อน อันเป็นรัฐประศาสโนบายที่จำเป็นเพื่อดับไฟกองใหญ่ไว้แต่ต้นลมมิให้ไฟกองเล็กกระพือโหมไหม้ลุกลามขยายใหญ่จนเป็นมหันตภัยที่ไม่อาจต้านทานได้ในวาระต่อไป&amp;rdquo; จึงเห็นได้ว่าข้อเรียกร้อง 10 ข้อ ให้ปฏิรูปสถาบันฯล้วนแต่เป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯทั้งสิ้น ดังนั้น การกระทำของแกนนำกลุ่มราษฎร 63 จึงเท่ากับตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ มิใช่เป็นการกระทำเพื่อปฏิรูปสถาบันฯอย่างที่กล่าวอ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯทั้ง 10 ข้อ เป็นการก้าวล่วงที่ไม่บังควรกระทำ และขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 ซึ่งบัญญัติว่า &amp;ldquo;องค์พระมหากษัตริย์ทรงดํารงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ผู้ใดจะกล่าวหาหรือฟ้องร้องพระมหากษัตริย์ในทางใดๆ มิได้&amp;rdquo; ด้วย รวมทั้งยังทำลายจารีตประเพณีที่ยาวนานของสังคมไทย และการจาบจ้วงสถาบันฯเป็นการกระทำที่ล่วงละเมิดลบหลู่ความเชื่อ ความศรัทธา และความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ของประชาชนคนไทยหลายสิบล้านคน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นแกนนำกลุ่มราษฏร 63 ที่เสนอให้ปฏิรูปสถาบันฯ ไม่ว่าเป็นกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือหรือวิธีอื่นใด ย่อมถือว่ามิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ เนื่องจากก้าวล่วงรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 34 ให้สามารถแสดงความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวได้ และด้วยเพราะแกนนำกลุ่มราษฎร 63 ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันฯ จึงมิใช่เป็นการแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต และการกระทำของแกนนำกลุ่มราษฎร 63 ยังทำให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ไม่ว่าเป็น พ.ร.บ. ชุมนุมสาธารณะ หรือ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน การกระทำของแกนนำกลุ่มราษฏ 63 จึงครบองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จึงเสนอข้อกฎหมายให้ประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่อยู่ในกรุงเทพและในต่างจังหวัด 76 จังหวัด ทั่วทั้งประเทศหลายสิบล้านคน ให้ปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ หมวด 4 หน้าที่ปวงชนชาวไทย มาตรา 50 (1) บัญญัติว่า &amp;ldquo;บุคคลมีหน้าที่ ดังต่อไปนี้ (1) พิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo; โดยหากพบว่ามีแกนนำกลุ่มราษฎร 63 หรือเรียกชื่ออื่นก็ตาม ที่มีพฤติการณ์จัดชุมนุม และเรียกร้องปฏิรูปสถาบันฯ อันเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ตามที่กล่าวมาข้างต้น ขอให้ประชาชนที่จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ สามารถไปร้องทุกข์กล่าวโทษเอาผิดกับแกนนำผู้ชุมนุมเหล่านั้น ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ในฐานความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 เพื่อให้กลุ่มผู้ชุมนุมที่ตั้งตนเป็นปฏิปักษ์ต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ต้องยุติการกระทำที่ผิดกฎหมายดังกล่าว&amp;quot; นายไพบูลย์ ระบุ.&lt;/p&gt;


	ชำแหละยิบร่างแก้รธน.ฉบับ&amp;#39;ไอลอว์&amp;#39; จับไต๋นิรโทษคดีทุจริต!
	&amp;#39;นิพิฎฐ์&amp;#39;ฉะม็อบไม่บังควร เตือนทนายอานนท์ได้เขียนจม.ถึงในหลวงแน่
	ราษฎรสาส์นหยาบคายต่ำช้ามาก! &amp;#39;อดีตบิ๊กข่าวกรอง&amp;#39;เดือดนี่มันกุ๊ยชัดๆ
	ห้าวเหิมเกริมกันเกินไปแล้ว! &amp;#39;พุทธะอิสระ&amp;#39;จ่อลงไม้เรียวให้สำนึกกันบ้าง
	&amp;#39;เลขาฯคปส.&amp;#39;ร้อง&amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39;ใช้กฎหมายพิเศษชัตดาวน์ประเทศแก้วิกฤติขัดแย้ง

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/83267</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิปักษ์, ม.116, ม็อบ, สถาบัน, ไพบูลย์ นิติตะวัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb66f3149f2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
