<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>8266</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/05/2018 16:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/05/2018 16:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘บิ๊กตู่’ ตีกลับข้อเสนอผุด31หน่วยงานใหม่รองรับปฏิรูป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;01 พ.ค.2561 - &amp;nbsp;ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติในเรื่องที่ 5 ว่าด้วยการขอจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ ว่า ครม.เห็นชอบในส่วนราชการดำเนินการตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 13 มี.ค.2561 ในการรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศตามที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ &amp;nbsp;โดยต้องพิจารณาการปรับปรุงบทบาท ภารกิจ &amp;nbsp;และโครงสร้างของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมเป็นลำดับแรกก่อน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ไม่ควรมีผลผูกพันกับส่วนราชการในทันที &amp;nbsp;และหากยังมีความจำเป็นที่จะต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่ ควรจัดตั้งเฉพาะที่มีเหตุผลความจำเป็นและคำนึงถึงค่าใช้จ่าย &amp;nbsp;ทั้งนี้ &amp;nbsp;มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. ศึกษาเรื่องดังกล่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลตามความจำเป็นและความคุ้มค่าในการจัดตั้งให้ชัดเจนควบคู่ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาระสำคัญของเรื่อง สำนักงาน ก.พ.ร. รายงานว่า แผนการปฏิรูปประเทศทั้ง 11 ด้าน มีข้อเสนอการปรับบทบาทภารกิจและโครงสร้างส่วนราชการเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ ดังนี้ 1.การขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ จำนวน 31 หน่วยงาน โดยจำแนกตามประเภทที่ขอจัดตั้งได้ คือ การขอจัดตั้งหน่วยงานระดับกรม จำนวน 9 หน่วยงาน, การขอจัดตั้งหน่วยงานภายใต้กรม 13 หน่วยงาน, อื่น ๆ เช่น องค์การมหาชน หรือองค์กรอิสระ เป็นต้น &amp;nbsp;9 หน่วยงาน, การขอปรับบทบาทภารกิจเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ 24 หน่วยงาน และการขอจัดตั้งหน่วยงานที่ไม่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของ ก.พ.ร. 21 หน่วยงาน ซึ่งการขอจัดตั้งหน่วยงานใหม่ตามร่างแผนการปฏิรูปประเทศดังกล่าวไม่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ &amp;nbsp;ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐที่มีเป้าหมายให้ภาครัฐมีขนาดที่เล็กลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ก.พ.ร.ในการประชุมครั้งที่ 2/2561 เมื่อวันที่ 5 เม.ย.2561 ที่มีนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้พิจารณาเรื่องการดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 13 มี.ค.ในประเด็นการรองรับการขับเคลื่อนแผนการปฏิรูปประเทศ โดยที่ประชุมมีมติให้ส่วนราชการที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานตามแผนการปฏิรูปประเทศพิจารณาการปรับปรุงบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของหน่วยงานที่มีอยู่เดิมเป็นลำดับแรกก่อน &amp;nbsp;สำหรับข้อเสนอการจัดตั้งหน่วยงานใหม่ &amp;nbsp;ไม่ควรมีผลผูกพันกับส่วนราชการในทันที และหากยังมีความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งหน่วยงานใหม่เพิ่มควรจัดตั้งเฉพาะที่มีเหตุผลความจำเป็นและคำนึงถึงค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ สำนักงาน ก.พ.ร. ศึกษาเรื่องดังกล่าวในรายละเอียดเกี่ยวกับเหตุผลความจำเป็นและความคุ้มค่าในการจัดตั้งให้ชัดเจนควบคู่ไปด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการปฏิรูปทั้ง 11 ด้าน ประกอบด้วย ด้านการเมือง, ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน, ด้านกฎหมาย, ด้านกระบวนการยุติธรรม, ด้านเศรษฐกิจ, ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ด้านสาธารณสุข, ด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ, ด้านสังคม, ด้านพลังงาน, และด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8266</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.พ.ร., ครม., ค่าใช้จ่าย, ปฏิรูป 11 ด้าน, มติคณะรัฐมนตรี, รองนายกรัฐมนตรี, วิษณุ เครืองาม, หน่วยงานใหม่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae836371755d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
