<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115368</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/09/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/09/2021 07:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นักเรียนนอกเสนอตั้ง &#039;ผู้ตรวจการกองทัพ&#039; ลั่นหยุดใช้เงินภาษีไปทำนักรบไซเบอร์!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 ก.ย. 64 - นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ &amp;quot;ไอติม&amp;quot; อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ปัจจุบันลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หยุดใช้เงินภาษีไปทำ &amp;ldquo;นักรบไซเบอร์&amp;rdquo; - ตั้ง #ผู้ตรวจการกองทัพ ตรวจสอบทหารแทนประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การอภิปรายของ ส.ส.ณัฐชา บุญไช&amp;shy;ยอินสวัสดิ์ เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นอีกครั้ง&amp;shy;ที่เปิดเผยการทำปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (Information Operation หรือ ไอโอ) ของกองทัพ โดย ส.ส.ณัฐชาอ้างจากข้อมูลหลักฐานว่า ปฏิบัติการดังกล่าวมีการทำอย่างเป็นระบบ (เช่น สั่งการผ่านหนังสือราชการ ติดตามและรายงานผลต่อผู้บังคับบัญชาอย่างสม่ำเสมอ) ใช้กำลังพล และงบประมาณจากภาษีประชาชนในการดำเนินการ จุดประสงค์เพื่อสนับสนุนการทำงานของรัฐบาล และตอบโต้/ลดทอนคุณค่าความเห็นของผู้เห็นต่าง (จากรัฐบาล) ในเวลาเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีบางคนที่พยายามปกป้องรัฐบาลและกองทัพโดยการบอกว่า IO ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เหมือนกับคนทั่วไปที่แสดงความเห็นชื่นชมรัฐบาล แต่ประเด็นที่ต้องชี้ให้เห็นคือ การแสดงความเห็นของ IO กองทัพนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่มาจากการจัดตั้งโดยใช้ทรัพยากรของประเทศ ปัญหาของ IO กองทัพจึงอยู่ที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ปฎิบัติการ IO เป็นการใช้เงินภาษีของประชาชนไปดำเนินการ ไม่ได้ใช้เงิน เวลา หรือทรัพยากรส่วนตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. การอวยผลงานรัฐบาล หรือ ตอบโต้คนเห็นต่าง ไม่ใช่หน้าที่ของกองทัพ หากอ้างว่าทำไปเพื่อความมั่นคงของรัฐ ก็ต้องบอกย้ำว่าความมั่นคงของรัฐบาลเป็นคนละสิ่งกับความมั่นคงของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมจะชี้แจงแล้วว่า เอกสารที่ ส.ส.ณัฐชา แสดงในสภานั้น &amp;ldquo;มีเอกสารที่ไม่เป็นเอกสารจริง&amp;rdquo; แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธเรื่องการนำงบประมาณไปใช้ในปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร รวมถึงไม่ได้ชี้แจงให้ประชาชนคลี่คลายความกังวลว่าการใช้งบประมาณในเรื่องนี้ เหมาะสม-โปร่งใสหรือไม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากใช้งบประมาณไปกับเรื่องที่ดู &amp;ldquo;ไม่ใช่หน้าที่&amp;rdquo; แล้ว เมื่อเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น กองทัพยังขึ้นชื่อเรื่องการเป็นหน่วยงานที่ตรวจสอบยาก มีเอกสาร &amp;ldquo;ลับ&amp;rdquo; อยู่ไม่น้อย ประชาชนจะเข้าถึงข้อมูลก็ทำได้ลำบาก หลายครั้งที่หลักฐานเล็ดลอดออกมาจึงเป็นเพราะ &amp;ldquo;คนใน&amp;rdquo; แอบส่งให้ ทั้งที่จริง หากหน่วยงานยึดความโปร่งใสเป็นพื้นฐานในการทำงาน เจ้าหน้าที่จะไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเมื่อความหวังให้กองทัพปฏิรูปตัวเอง อาจมีความเป็นไปได้น้อย กลไกหนึ่งที่อาจช่วยกระตุ้นและเป็นทางออกของเรื่องนี้ คือการจัดตั้ง &amp;ldquo;คณะผู้ตรวจการกองทัพ&amp;rdquo; เป็นตัวแทนของประชาชนเข้าไปตรวจสอบการทำงานของกองทัพ โดยอำนาจหลักๆ อาจครอบคลุมไปถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. การตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรม หรือที่ไม่ตรงกับหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงของรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กองทัพมีหน้าที่รักษาความมั่นคงของรัฐภายใต้รัฐบาลพลเรือน แต่ปัจจุบันเราเห็นกองทัพใช้ทรัพยากรหลายอย่างไปทำสิ่งที่ไม่เข้าข่ายหน้าที่หลักข้อนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการทำ IO เพื่อชื่นชมผลงานรัฐบาล อีกตัวอย่างหนึ่งคือการที่กองทัพใช้ทหารเกณฑ์มาทำหน้าที่เป็นพลทหารรับใช้ให้กับนายทหารที่มียศสูงกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยิ่งไปกว่านั้น ในประวัติศาสตร์การเมืองไทย กองทัพไทยยังมีการกระทำอื่นที่ขัดกับหลัก &amp;ldquo;กองทัพอยู่ใต้รัฐบาลพลเรือน&amp;rdquo; เช่น การที่ผู้นำทหารแสดงออกทางการเมืองในที่สาธารณะ หรือการทำรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ตรวจสอบการใช้งบประมาณกองทัพ ที่อาจไม่โปร่งใสหรือมีการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลบางส่วนของกองทัพเป็นสิ่งที่เข้าถึงยากกว่าหน่วยงานอื่น อาจด้วยประเด็นเรื่อง &amp;ldquo;ความมั่นคง&amp;rdquo; ที่มักถูกหยิบยกมาเป็นข้ออ้าง - ผู้ตรวจการกองทัพจึงควรมีหน้าที่ตรวจสอบว่างบประมาณทุกบาทที่ถูกใช้ ไม่มีเรื่องการทุจริต หรือใช้ไปอย่างไม่เหมาะสม ซึ่งรวมถึง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การตรวจสอบงบประมาณรายจ่าย (แม้งบของกองทัพในปีงบประมาณ 2565 ในภาพรวมลดลงเช่นเดียวกับหน่วยงานอื่น แต่ต้องตรวจสอบให้แน่ชัดว่าทุกบาทถูกใช้อย่างคุ้มค่า - เช่น งบการจัดหายุทโธปกรณ์ เพิ่มเป็น 4,937 ล้านบาท จากเดิมปีงบ 2564 อยู่ที่ 3,132 ล้านบาท ซึ่งต้องตรวจสอบว่าการจัดงบประมาณแบบนี้ จำเป็นหรือไม่ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบันของประเทศ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- การตรวจสอบรายได้ของกองทัพ เพราะนานมาแล้วที่อำนาจทางการเมืองของกองทัพได้แปรไปเป็นอำนาจในการครอบครองทรัพยากรของชาติ โดยปัจจุบันมีธุรกิจในการดูแลของทหาร (อย่างน้อย) 15 ธุรกิจ เช่น สถานีโทรทัศน์ สนามม้า สนามกอล์ฟ (อ.สุรชาติ บำรุงสุข เรียกว่า &amp;ldquo;เสนาพาณิชย์นิยม&amp;rdquo; หรือ military commercialism) ซึ่งสร้างความมั่งคั่งส่วนบุคคลแก่ทหารบางนาย และทำให้เกิดคำถามตามมาว่า รายได้จากธุรกิจเหล่านี้ถูกนำมาพัฒนากองทัพมากเพียงใด&amp;nbsp;อ่านต้นฉบับ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115368</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, ปฏิรูปกองทัพ, พริษฐ์ วัชรสินธุ, ไอโอ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210322/image_big_605867cfb20ae.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107658</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 22:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/06/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แจ้ง6ข้อหาหนัก หนุ่มคลั่งยิง2ศพ ‘ก.ก.’โหน‘ปฏิรูป’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตำรวจแจ้ง 6 ข้อหาหนัก หนุ่มคลั่งยิง 2 ศพ พ่อยอมรับลูกชำนาญอาวุธ เคยฝึกคอบร้าโกลด์สมัยเป็นทหารเกณฑ์หน่วยรบพิเศษ เล็งผลประเมินจิตเวช ขณะเด็กก้าวไกลเทียบเหตุโคราชลากเข้าปฏิรูปกองทัพ จี้ไล่สอบสวนปัญหายกกระบิ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันศุกร์ที่ 25 มิ.ย. มีความคืบหน้าคดีนายกวิน แสงนิลกุล อายุ 23 ปี ใช้อาวุธปืนยิงผู้ป่วยโควิดขณะรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสนามภายในสถาบันธัญญารักษ์ จ.ปทุมธานี เสียชีวิตอีกศพ หลังจากก่อเหตุยิงพนักงานร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ซอยลาดพร้าว 25 จนเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 2 ศพ ก่อนหลบหนีไปบ้านญาติที่ จ.ระนอง ล่าสุด พล.ต.ต.ชยุต มารยาทตร์ ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ฤทธินันท์ ปุ้ยนันทวงศ์ รอง ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี, พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์, พ.ต.ท.ชาติ แสงวงศ์ สว.สส.สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ร่วมกันนำตัวนายกวิน แสงนิลกุล ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี โดยหลังทำแผนเสร็จได้ควบคุมตัวผู้ต้องหามาทำการสอบสวนเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นบางอย่างที่ยังไม่ครอบคลุม ก่อนนำตัวไปส่งให้กับ สน.พหลโยธิน&amp;nbsp;
ทางด้าน พล.ต.ต.ชยุต กล่าวว่า ทางพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ได้ทำการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมจากเดิม 4 ข้อหาคือ 1.ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2.มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.พกพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร 4.ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเพิ่มอีก 2 ข้อหาคือ 5.ทำให้เสียทรัพย์ และ 6.ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากนั้นจะได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง สน.พหลโยธิน เพื่อให้ดำเนินคดีของ สน.พหลโยธินก่อน เสร็จแล้วทางเราก็จะนำสำนวนส่งไปอายัติตัวผู้ต้องหา ตามหมายจับของศาลจังหวัดธัญบุรีเพื่อส่งฟ้องศาล และดำเนินคดีตามกฎหมายของแต่ละโรงพักต่อไป
พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่า เมื่อคืนนายกวินนอนหลับได้ปกติ ไม่เครียด ตื่นก่อน 7 โมง และมีอาการเหนื่อยล้าบ้าง วันพรุ่งนี้จะฝากขังผู้ต้องหาผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์กับศาลอาญา โดยคัดค้านการประกันตัว สำหรับปืนของกลาง 2 กระบอก พบว่ามีหนึ่งกระบอกเป็นของผู้ต้องหา ส่วนอีกกระบอกกำลังตรวจสอบ แต่พบว่าเป็นปืนที่มีทะเบียนทั้งสองกระบอก โดยปืนลูกโม่ขนาด .38 ผู้ต้องหาอ้างว่าใช้ก่อเหตุในร้านสะดวกซื้อ ส่วนที่โรงพยาบาลสนามใช้ทั้ง 2 กระบอก ขณะนี้ได้ส่งให้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานตรวจสอบเพิ่มเติม
ผกก.สน.พหลโยธินกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีที่ผู้ต้องหาอ้างว่าถูกผู้บังคับบัญชาระหว่างที่เป็นทหารกดดันเรื่องยาเสพติด หรือการทำร้ายร่างกาย จนทำให้เกิดเหตุการณ์ในครั้งนี้ ผู้ต้องหาได้ให้การกับพนักงานสอบสวนทั้งหมดแล้ว และอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจำเป็นต้องเรียกบุคคลที่ถูกกล่าวอ้างมาให้ปากคำหรือไม่ ซึ่งผู้ต้องหาสามารถให้การแบบใดก็ได้ ส่วนจะนำเข้าสำนวนมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับการพิจารณา
&amp;ldquo;สำหรับประเด็นการรักษาอาการทางจิตเวช เบื้องต้นได้รับข้อมูลจากครอบครัวว่าเคยได้รับการรักษา ส่วนจะเป็นคำกล่าวอ้างของผู้ต้องหาหรือไม่ ต้องไปดูว่าในขณะที่ผู้ต้องหาก่อเหตุมีสติสัมปชัญญะครบถ้วนหรือไม่ โดยจะให้ผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ประเมินอาการ&amp;rdquo; ผกก.สน.พหลโยธินระบุ&amp;nbsp;
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การสอบปากคำนายกวิน ยอมรับสารภาพทุกข้อกล่าวหา โดยมูลเหตุจูงใจที่ไปยิงพนักงานร้านสะดวกซื้อ เพราะโมโหที่ทำเบียร์หล่นแตก และผู้ตายกดดันให้จ่ายเงินจนมีปากเสียงกัน ส่วนที่ไปก่อเหตุในพื้นที่ปทุมธานีต่อเพราะใกล้บ้าน ขับรถผ่านบ่อย เข้าใจว่าสถานที่นั้นเป็นที่บำบัดผู้ติดยาเสพติด ตัวเองเคยมีปมถูกทำร้ายจากคนติดยาเสพติดมาก่อน จึงบุกไปยิงคนที่อยู่ข้างใน แต่หลังก่อเหตุเพิ่งมารู้ว่าเป็นโรงพยาบาลสนาม อยากขอโทษพ่อแม่และญาติผู้เสียชีวิต รวมถึงยอมรับว่าขณะก่อเหตุอยู่ในอาการมึนเมา&amp;nbsp;
อย่างไรก็ตาม นายกวินยืนยันว่าต้นเหตุทำให้ต้องไปยิงผู้บริสุทธิ์ถึง 2 คน เพราะเคยถูกคนชื่อ &amp;quot;ยงยุทธ&amp;quot; และ &amp;ldquo;เค้ก&amp;rdquo; รุ่นพี่ตอนอยู่ในค่ายทหารทำร้าย อยากก่อเหตุให้ทั้งคู่เห็นว่าโมโหแล้วเป็นยังไง และอยากให้มาขอโทษ
ขณะที่พ่อของนายกวินยอมรับว่าลูกเคยเป็นทหารเกณฑ์ที่หน่วยรบพิเศษ เคยฝึกคอบร้าโกลด์เมื่อครั้งเป็นทหารเกณฑ์ ทำให้ชำนาญการใช้อาวุธปืนเป็นอย่างดี รวมถึงเคยพูดว่าเครียดเพราะถูกรุ่นพี่ทำร้ายด้วย
ด้านบริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) แจ้งว่า ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดจนทำให้นายรัฐวิทย์ สันติคุปตพงศ์ พนักงานของบริษัทต้องเสียชีวิต เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน 2564 นั้น บริษัทมีนโยบายที่จะให้ความช่วยเหลือดูแลครอบครัวพนักงานอย่างเต็มที่ เพื่อเป็นการตอบแทนและแสดงความขอบคุณต่อพนักงานที่ได้ปฏิบัติงานด้วยความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.เขตบางขุนเทียน กทม. ในฐานะโฆษกพรรคก้าวไกล กล่าวว่า นึกถึงเหตุการณ์กราดยิงที่ห้างดังใน จ.นครราชสีมาเมื่อปีแล้ว ขอร้องว่าอย่าอ้างได้ว่าผู้ก่อเหตุเป็นเพียงผู้มีปัญหาทางจิต หรือเป็นกำลังพลที่ปลดไปแล้ว ไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพแล้ว และขอเรียกร้องให้กองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมทำการสืบสวนสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด ทั้งเหตุ ปัจจัยและข้อเท็จจริงที่ผู้ก่อเหตุอ้างด้วย หวังว่ากองทัพจะนำข้อผิดพลาดในอดีตไปปรับปรุงแก้ไขในเชิงระบบ เพื่อให้ทั้งกำลังพลและประชาชนมีความปลอดภัย ซึ่งข้อเสนอทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอภาพใหญ่ในการปฏิรูปกองทัพ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107658</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชำนาญอาวุธ, ตำรวจแจ้ง 6 ข้อหาหนัก, ปฏิรูปกองทัพ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, หนุ่มคลั่งยิง 2 ศพ, เคยฝึกคอบร้าโกลด์, เล็งผลประเมินจิตเวช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210625/image_big_60d5e276dd2ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>98200</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/04/2021 14:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/04/2021 14:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ก้าวไกล อัดกองทัพไทยไม่ปรับตัวต่อสังคมโลก เสียดาย &#039;ประยุทธ์&#039; ปัดตกร่างกม.เลิกเกณฑ์ทหาร</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 เม.ย.64 - &amp;nbsp;นายพิจารณ์ เชาวน์พัฒนวงศ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงกรณีช่วงฤดูเกณฑ์ทหารของชายไทย ที่ดูเหมือนกองทัพไม่มีทิศทางในการปรับตัว และพร้อมที่จะปฏิรูปกองทัพอย่างเต็มรูปแบบ ไม่สอดคล้องกับความต้องการของพลวัตโลกในปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวว่า เมื่อปี่กลองของฤดูกาลเกณฑ์ทหารดังขึ้นอีกครั้งในปีนี้ เป็นน่าเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกเกณฑ์ทหาร ที่พวกเราเสนอไปตั้งแต่เมื่อปี 2562 ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปัดตกไปเสียก่อน ไม่อย่างนั้นปีนี้อาจจะเป็นปีแรกๆ ที่เราเปิดรับสมัครทหารกองประจำการแล้วก็ได้ โดยในปีนี้เราก็จะยื่นร่างกฎหมายนี้อีกครั้ง เพื่อยืนยันหลักการ และเผื่อว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเปลี่ยนใจ ไม่เห็นว่าการรับพลทหารแบบสมัครใจเป็นภาระงบประมาณมากเกินไป เราจะได้พูดคุย ถกเถียงเรื่องนี้ในสภาอย่างโปร่งใส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กำลังพลไม่พอใครรับผิดชอบ?&amp;rdquo; นี่คือคำโต้แย้งจากอดีต รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกคนปัจจุบัน โดยในวันนั้นผมไม่แน่ใจว่าเพื่อน ส.ส.ท่านใดได้ตอบท่านหรือไม่ แต่ผมจะลองตอบคำถามท่านดู&amp;ldquo; นายพิจารณ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ ตั้งข้อสังเกตว่า จำนวนชายไทย 135,000 คนมากไปหรือไม่ นี่คือสิ่งที่ทางกระทรวงกลาโหมไม่เคยตอบเราจริงๆ ก็คือ ภายใต้สถานการณ์ภัยคุกคามในปัจจุบันเราต้องการพลทหารมากขนาดนี้อยู่หรือไม่ เมื่อการรบแบบทหารราบ เป็นการรบทางอากาศ ทางไซเบอร์ ภัยคุกคามความมั่นคงที่แท้จริงกลายเป็นสงครามทางการค้าและการแพร่ระบาดของโรคติดต่ออุบัติใหม่ กระทรวงกลาโหมได้มีการประเมินความต้องการกำลังพลกันอย่างจริงจังหรือไม่ จากข้อมูลของกระทรวงกลาโหม เรามีพลทหารประจำการอยู่สูงถึงเกือบ 135,000 คน ในปีงบประมาณ 2563 &amp;nbsp;และในเมื่อปัจจุบันท่านได้ยืนยันกับเราหลายครั้งว่า ไม่มี &amp;ldquo;นายทหารรับใช้&amp;rdquo; อีกต่อไป เปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;นายทหารบริการ&amp;rdquo; แต่มีจำนวนลดลงแล้ว เหตุใดยังจำเป็นต้องเกณฑ์ทหารปีละแสนคนอยู่ ถ้าจะอ้างว่าต้องมีพลทหารไว้ช่วยเหลือประชาชนยามภัยพิบัติ เราสามารถระดมสรรพกำลังในรูปแบบอาสาสมัครชั่วคราว ไม่จำเป็นต้องจ้างพลทหารไว้ก่อนเพื่อรอรับภารกิจที่ไม่ได้เกิดขึ้นตลอดเวลาในแต่ละปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า กำลังพลเพิ่มสวนทางกับประเทศทั่วโลก โดยตนอ้างอิงข้อมูลจาก อ.เดชรัตน์ ว่า ถ้าเราดูอัตรากำลังพลต่อกำลังแรงงานของประเทศนั้น เทียบระหว่างปี 2533 กับปี 2561 กองทัพไทยของเรามีอัตรากำลังพลต่อกำลังแรงงานเพิ่มขึ้น 23% ในขณะที่ภาพรวมของทั้งโลกลดลง 27% ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม อัตรากำลังพลต่อกำลังแรงงานลดลง 71% &amp;nbsp;ส่วนมาเลเซียลดลง 52% ในยามที่ประเทศกำลังเข้าสู่สังคมสูงอายุ และต้องการแรงงานอย่างมาก ประเทศไทยกำลังดึงเอากำลังแรงงานของคนหนุ่มไปใช้ปีละ 135,000 คน ไปใช้ในค่ายทหารที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับระบบเศรษฐกิจโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องแลกกับการเกณฑ์ทหาร - ต้นทุนค่าเสียโอกาส 2 ปี เด็กหนุ่มในวัย 20 ต้นๆ จะต้องไปเป็นแรงงานบังคับในค่ายทหาร 1-2 ปี เสียโอกาสที่เป็นกำลังหลักให้กับเศรษฐกิจของประเทศ รับเบี้ยเดือนละ 10,000 บาท เสียโอกาสในความก้าวหน้าในอาชีพเมื่อเทียบกับคนอายุรุ่นเดียวกัน และยังเสียโอกาสที่ได้อยู่กับครอบครัว ดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา ยังไม่ต้องพูดถึงการฝึกทหารที่เป็นที่โจษจัน และพลทหารบางคนอาจจะต้องเสียโอกาสที่ใหญ่กว่านั้น นั่นก็คือ... เสียชีวิต เรายังพบว่าทหารเกณฑ์ยังเป็นช่องทางในการทุจริตได้ง่าย ที่บอกว่าเงินเดือนๆ ละ 10,000 บาท นั้นเอาเข้าจริงก็จะถูกหัก! หัก! และหัก! ทั้งค่าเสื้อผ้ารองเท้าในช่วงเข้าฝึกใหม่ ค่าเบี้ยเลี้ยงก็โดนหักค่าข้าวที่กินวันละ 60 บาท (ไม่ได้กินฟรี) หักค่างานศพ (ศพใคร?) และมีการบังคับออมเงินด้วย จาก 10,000 จะเหลือแค่ราว 7,500 บาท แต่ตกถึงมือทหารเกณฑ์จริงๆ เพียง 6,600-7,000 บาท ส่วนต่างหายไปไหนไม่มีใครทราบ เพราะถึงแม้จะมีการเปลี่ยนระบบให้กรมบัญชีกลางจ่ายเงินเดือนและค่าครองชีพตรง แต่เบี้ยเลี้ยงยังเบิกจ่ายโดยต้นสังกัด แถมยังมี &amp;ldquo;จ่ากองร้อย&amp;rdquo; ที่มีพฤติกรรมยึดบัตรเอทีเอ็มของเหล่าพลทหารไว้ที่ตัวเอง อ้างว่าป้องกันการหนีทหาร! และยังมีเรื่องเล่าอื่นๆ ของการจ่ายเงินเพื่อไม่ต้องอยู่ผลัด ยกเงินเดือนให้จ่ากองร้อยแลกกับการนอนอยู่บ้านไม่ต้องมาฝึก เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ กองทัพเริ่มปรับตัว แต่ยังไปไม่ถึงดวงดาว โดยปีนี้ก็เป็นปีแรกอีกเช่นเดียวกันที่กองทัพเปิดรับสมัครพลทหารที่ไม่ได้เข้าข่ายถูกเกณฑ์ในปีนี้ เปิดรับล่วงหน้าในช่วงต้นปี แทนที่จะให้สมัครตามหน่วยตรวจเลือกเหมือนในปีที่ผ่านๆ มา ตั้งเป้าไว้ที่ 1 หมื่นนาย แต่มีผู้มาสมัครและได้รับคัดเลือกเพียง 3 พันกว่านาย &amp;nbsp;แต่อย่างน้อยเราก็เห็นว่ากองทัพเริ่มปรับตัว ทดลองการเพิ่มแรงจูงใจให้คนมาสมัครเป็นทหารมากขึ้น แต่กองทัพก็ยอมรับด้วยตัวเองว่าแรงจูงใจที่ให้ยังไม่มากพอ ไม่ว่าจะเป็นการให้แต้มต่อในการสมัครเข้าโรงเรียนนายสิบ สามารถเลือกหน่วยสังกัดได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;แต่เรื่องที่กองทัพยังไม่ได้แตะ ยังไม่ได้แก้อย่างจริงจังที่เป็นแรงจูงใจสำคัญ คือ ความเป็นทหารอาชีพ ไม่ใช่เป็นทหารรับใช้ ไม่แก้ไขสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ในกองทัพ &amp;nbsp;ไม่ปรับปรุงเรื่องสวัสดิการและค่าตอบแทน รวมทั้งสิ่งที่สำคัญที่สุดสวัสดิภาพและความปลอดภัยของทหารเกณฑ์ ให้การสละชีพเกิดขึ้นในสนามรบ หรือการศึกสงคราม ไม่ใช่เกิดจากการ &amp;ldquo;ซ่อม&amp;rdquo; หรือธำรงวินัย หากถ้าแก้เรื่องนี้ได้ บวกกับปรับลดขนาดกำลังพลให้เหมาะสม ผมขอการันตีเราจะมีกำลังพลเพียงพอครับ&amp;quot; รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล &amp;nbsp;กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/98200</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทหาร, ปฏิรูปกองทัพ, พิจารณ์ เชาวน์พัฒนวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210403/image_big_60681adad2068.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/02/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/02/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปกองทัพ!ทบ.ขึงขังเลิก-ลดซื้ออาวุธจากต่างประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.พ.64 - พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก เปิดเผยว่าหนึ่งในแนวทางการปฏิรูปกองทัพ คือยกเลิกหรือลดจำนวนโครงการจัดหายุทโธปกรณ์ราคาสูงจากต่างประเทศให้มากที่สุด และสนับสนุนการใช้ผลิตภัณฑ์ภายในประเทศมาใช้มากขึ้น ลดการใช้งบประมาณสำหรับกองทัพบกเพื่อนำไปใช้บรรเทาความเดือนร้อนประชาชนด้านอื่น ๆ รวมไปถึงการปรับปรุงโครงสร้างกำลัง ทบ.ไปสู่การจัดหน่วยแบบ เบา ประหยัด มีความคล่องตัวสูง และมีประสิทธิภาพ บริหารจัดการตนเองภายใต้ข้อจำกัดของงบประมาณ &amp;nbsp;แต่ในปัจจุบันการพัฒนาเทคโนโลยีด้านอาวุธก้าวหน้าไปมาก สิ่งใดที่เราดำเนินการเองไม่ได้ ก็ต้องจัดหาสำหรับการที่ฝ่ายค้านต้องการให้ตัดงบประมาณปี 2565 &amp;nbsp;ของกองทัพบกวงเงิน 6 พันล้านในหมวดจัดหายุทโธปกรณ์นั้น อยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 &amp;nbsp;โดยภาพรวมถูกปรับลดลงไป 5- 6% &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก &amp;nbsp;ยกตัวอย่างว่า แนวทางของกองทัพบกในปีนี้ในการจัดทำโครงการจัดหาอาวุธได้มีการปรับเปลี่ยนโครงการจัดหาอากาศยานเดินทางของผู้บัญชา หรือ บุคคบลสำคัญ มาเป็นเครื่องบินลำเลียงขนาดกลาง &amp;nbsp;C -295 มีขีดความสามารถในการบรรทุกกำลังพลถึง &amp;nbsp;71 นาย สามารถทำการบินได้สูงถึง 1.3 &amp;ndash; 3 หมื่นฟุต ทำการฝึกโดดร่มได้ทั้งแบบ ฮาโล และ Static &amp;nbsp; &amp;nbsp;และในกรณีที่ใช้ในภารกิจโดดร่มสามารถบรรทุกเครื่องอุปกรณ์และกำลังพลได้ประมาณ 54 นาย &amp;nbsp;ถือว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเครื่องบินวีไอพีที่สามารถบรรทุกคนได้เพียง 10 ที่นั่ง &amp;nbsp;ซึ่งงบประมาณที่ใช้ในโครงการนี้ใกล้เคียงกับเครื่องบินสำหรับผู้บังคับบัญชา แต่คุ้มค่า และสามารถใช้ในภารกิจบรรเทาสาธารณภัย &amp;nbsp;ช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92004</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ซื้ออาวุธ, ปฏิรูปกองทัพ, พล.ท.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201009/image_big_5f800da0b3757.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90787</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/01/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/01/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปิยบุตร’รอคนไทย80% เห็นด้วย‘ปฏิรูปสถาบัน’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ปิยบุตร&amp;quot; เผยปีนี้เดินหน้ารณรงค์ทางความคิด 3 เรื่อง รัฐธรรมนูญ สถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิรูปกองทัพ รอคน 80% เห็นด้วย ย้ำแก้ ม.112 ออกจากหมวดความมั่นคง และให้ฟ้องทางแพ่งเท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ไทยโพสต์ว่า กิจกรรมของคณะก้าวหน้าปีนี้จะเดินทางไปรณรงค์ทางความคิดทั่วประเทศกับนิสิตนักศึกษา ที่จะเป็นการรณรงค์ในประเด็นสำคัญๆ ที่จะต้องรณรงค์ทางความคิดต่อ ก็คือเรื่อง 1.รัฐธรรมนูญ 2.สถาบันพระมหากษัตริย์ 3.การปฏิรูปกองทัพ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องนี้สำคัญอย่างยิ่ง คือเรามองว่าการชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 2563 เขาผลักเพดานในแง่ของการที่ว่าทำให้เรื่องการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ถูกวางไว้บนโต๊ะ ไม่ว่าคุณจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย แต่มันถูกวางไว้อยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์จะเกิดขึ้นได้ ย่อมหมายความว่าคนในสังคมต้องเอาด้วย ที่ไม่ใช่แค่ 51กับ 49 เปอร์เซ็นต์ แต่ต้อง 70-80 เปอร์เซ็นต์ ที่ตอนนี้มันยังไปไม่ถึง คืออาจจะมีบางคนเอาด้วยแต่ก็ไม่กล้าพูด หรือบางคนเอาด้วยเล็กน้อย แต่หากแรงไปก็ไม่เอา แล้วก็อาจมีบางคนไม่เอาเลย และก็อาจมีบางคนบอกไว้ทีหลัง มันมีหลายแบบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการแก้ไข ม.112 นั้น เลขาธิการคณะก้าวหน้ากล่าวว่า ตั้งแต่สมัยเป็นนักวิชาการ เห็นปัญหาของเรื่องคดีอาญาของมาตรานี้มาตลอด ปัญหาของมาตรา 112&amp;nbsp; มันไปอยู่ในหมวดของความมั่นคงของราชอาณาจักร ถ้าเป็นประชาธิปไตยมีพระมหากษัตริย์อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ พระมหากษัตริย์ถูกดูหมิ่นหรือหมิ่นประมาท มันไม่ได้กระเทือนต่อราชอาณาจักร เพราะราชอาณาจักรยังอยู่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ตรรกะเทียบเคียงง่ายๆ หากกระทบกระเทือนต่อราชอาณาจักรจริง ที่ไปดำเนินคดีกันไม่รู้กี่คดีแล้ว แต่ราชอาณาจักรก็ยังคงอยู่เหมือนเดิม โดยเนื้อหาความผิดในมาตรานี้จึงไม่ได้กระทบกระเทือนต่อราชอาณาจักร จึงควรย้ายหมวดมันออกมา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขายังกล่าวว่า เรื่องอัตราโทษของมาตรา 112 ที่สูงมาก คือโทษจำคุก 3-15 ปี เป็นอัตราโทษที่สูงกว่าสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์อีก เพราะสมัยสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ที่เราบอกพระมหากษัตริย์เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของรัฐรัฐนั้น แต่โทษกลับน้อยกว่าสมัยปัจจุบัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปิยบุตรกล่าวว่า ควรต้องคิดทั้งระบบเลยว่า ตั้งแต่ประมาท-ดูหมิ่น ประมุขของรัฐ ตั้งแต่พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ศาล เจ้าพนักงาน ทูต และประชาชนคนธรรมดา ทั้งหมดนี้ หากมีการหมิ่นประมาท ดูหมิ่นกัน เอาออกจากโทษอาญาได้หรือไม่ แล้วให้ไปว่ากล่าวกันเอง ที่ก็คือไปเรื่องของทางแพ่ง ซึ่งหลายประเทศทำแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ผมขอถามผ่านบทสัมภาษณ์ครั้งนี้ถึงคนที่จงรักภักดี คนที่เป็นรอยัลลิสต์ ผมถามว่าคุณคิดจริงๆ หรือว่าการใช้ข้อหามาตรา 112 มากเท่าไหร่จะยิ่งรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ได้มากเท่านั้น ความเห็นผมคือไม่ใช่ คุณจะรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ได้อย่างไร ด้วยการที่บอกว่าประเทศนี้มีคนโดนดำเนินคดีมาตรา 112 เป็นร้อยเป็นพันคน นี่คือการรักษาสถาบันหรือ ผมว่าไม่ใช่แน่ การรักษาสถาบัน แต่คุณไปบอกว่าประเทศนี้สถาบันทรงพระเกียรติยศ มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาต่อเนื่องยาวนาน มีคุณูปการความสำคัญต่อราชอาณาจักรไทย แต่อีกด้านหนึ่งมีคนโดนมาตรา 112 เป็นร้อยเป็นพัน แล้วคนโดนรอบนี้ดันเป็นเยาวชนของชาติหมดเลย ผมว่าสิ่งนี้ไม่ใช่วิธีการรักษาปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์แน่นอน&amp;rdquo; แกนนำคณะก้าวหน้ากล่าว (อ่านรายละเอียดฉบับแทบลอยด์).&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90787</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปกองทัพ, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ม.112, รัฐธรรมนูญ, สถาบันพระมหากษัตริย์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201023/image_big_5f92ed134c54d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>90189</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/01/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/01/2021 13:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทบ.โวผลงาน1ปีเพียบ! ปฏิรูปกองทัพยังย่ำอยู่กับที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ม.ค. 64 - ที่กองบัญชาการกองทัพบก (ทบ.) พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ โฆษกกองทัพบก พร้อมทีมงานโฆษกได้แถลงผลงานกองทัพบกในรอบ 1 ปี เช่นสรุปผลการช่วยเหลือประชาชนจากภัยพิบัติต่างๆ รวมทั้งสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 การช่วยเหลือผู้ยากไร้ และ นโยบายในเรื่องทหารกองประจำการ ที่สำคัญคือ มาตรการสกัดกั้นการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ในพื้นที่ชายแดนเนื่องเพราะเกี่ยวโยงกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก&amp;nbsp; ระบุว่า&amp;nbsp; กองทัพบกเพิ่มความถี่ ในการลาดตระเวนเฝ้าตรวจตลอด 24 ชม. ส่งเครื่องกีดขวาง ลวดหนาม เพิ่มเติมให้ กกล.ชายแดน นำไปวางปิดกั้นช่องทางที่สามารถใช้เป็นเส้นทางลักลอบเข้ามา&amp;nbsp; เช่น กกล.นเรศวร จังหวัดตาก วางเครื่องกีดขวางใน 5 พื้นที่รวมระยะ 2,700 เมตร และ จังหวัดแม่ฮ่องสอน 6 พื้นที่ ระยะ 1,500 เมตร รวมถึงใช้เครื่องมือเฝ้าตรวจ และยุทโธปกรณ์พิเศษ เช่น กล้อง CCTV, โดรน ลาดตระเวนทางอากาศ ,กล้องตรวจจับความเคลื่อนไหว,ติดต้ังเครื่องให้แสงสว่าง&amp;nbsp; โซลาเซล ในช่องทางสำคัญ&amp;nbsp; อีกทั้งจัดชุดลาดตระเวน เฝ้าตรวจชายแดนทางบกและทางน้ำ เป็นต้น&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ทบ. ได้เสริมกำลังเฝ้าตรวจชายแดนเพิ่มเติมอีก 5 กองร้อย ในช่วงเดือนธันวาคม 2563 จนปัจจุบัน ให้กับกองกำลังชายแดน ได้แก่ ผาเมือง นเรศวร สุรสีห์ เทพสตรี บูรพา เสริมการเฝ้าตรวจและสกัดการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและไม่ผ่านการคัดกรองโควิด-19&amp;nbsp; ทั้งนี้ในช่วงที่ประเทศไทยเปิดลงทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ช่วง15 มค.-13 กพ.64 นี้ อาจจะเกิดความพยายามในการลักลอบข้ามแดนเพื่อมาลงทะเบียนจำนวนมาก กองกำลังชายแดนก็จะเข้มงวด ตรวจสอบ ในพื้นที่ชายแดนและถัดมา ป้องกันไม่ให้มีแรงงานแอบลักลอบเข้าประเทศ โดยได้ดำเนินการควบคู่ไปทั้งเรื่องการสกัดกั้น และการติดตามตรวจสอบดำเนินการตามกฏหมายต่อกลุ่มขบวนการนำพาคนต่างด้าวเข้าเมือง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ มกราคม -ธันวาคม 2563 การสกัดกั้นแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายสามารถจับกุมได้ 7,390 คน แยกเป็นกัมพูชา 2,723 คน ลาว 197 คน เมียนม่า 4,352 คน ชาติอื่นๆ9 คน และผู้นำพาชาวไทย 109 คน&amp;nbsp; ซึ่งได้ถูกส่งไปดำเนินคดีตามกฎหมายและผลักดันกลับประเทศต้นทาง ส่วนสถิติในห้วงเดือน มกราคม-ธันวาคม2563 กองทัพบกตรวจพบคนไทยเดินทางเข้าประเทศผ่านแนวชายแดนในห้วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 จำนวน 32,766 คน แยกเป็น ลงทะเบียนขอเข้าราชอาณาจักรผ่านช่องทางการต่างประเทศ 28,897 คน และไม่ลงทะเบียน 3,869 คน แยกเป็นพื้นที่กองทัพภาคที่ 1 จำนวน 1,885 คน กองทัพภาคที่สอง 2,838 คน กองทัพภาคที่สาม 2,330 คน และกองทัพภาคที่สี่ 25,713 คน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้จากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย และการขับเคลื่อนอย่างตรงเป้าหมาย รวมถึงความร่วมมือของประชาชน ทำให้การสกัดกั้นปราบปรามยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐ เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม โดยตลอดปี 2563 กองกำลังชายแดนกองทัพบกสามารถตรวจพบและจับกุมผู้กระทำผิดพระราชบัญญัติยาเสพติดได้จำนวน 3,041 ครั้ง ผู้ต้องหา 3,319 คน ยึดยาเสพติดของกลางได้เป็นจำนวนมาก ประกอบด้วย ยาบ้า 146,403,512 เม็ด ไอซ์ 5,512 กิโลกรัม เฮโรอีน 405 กิโลกรัม กัญชา 12,446 กิโลกรัม พืชกระท่อม 28,676 กิโลกรัม เป็นต้น พร้อมส่งต่อให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยมีการติดตามความคืบหน้าทางคดี และขยายผลสู่ต้นตอของขบวนการลักลอบยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ท.สันติพงศ์&amp;nbsp; กล่าวว่า ภารกิจที่ ผบ.ทบ.เน้นย้ำคือการดูแลประชาชน โดยกำลังพลทุกภูมิภาคต่างๆ ทั่วทุกพื้นที่ในประเทศไทย เช่น หน่วยพิทักษ์พื้นที่ทั้ง 35 มณฑลทหารบก เป็นกำลังที่เข้าหาประชาชนได้ทันที&amp;nbsp; เจตนารมณ์ของ ผบ.ทบ.มอบให้กำลังพลยึดถือคือ พิทักษ์ราชันย์ ปกป้องประชา รักษาแผ่นดิน&amp;nbsp; เพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจเป็นที่พึ่งของประชาชนในทุกโอกาส ให้เกิดความมั่นคงต่อประเทศชาติและให้ประชาชนผาสุก ปลอดภัย และมั่นคงในการเทิดทูนสถานพระกษัตริย์อย่างสูงสุด กองทัพบกจะยึดมั่น พิทักษ์ชาติ ศาสน์ กษัตริย์&amp;nbsp; และประชาชนตลอดไป&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ได้มีการติดตามขยายผลดำเนินการ190 คนไทยที่เกี่ยวข้องกับการปล่อยให้คนเดินทางเข้าไปเล่นการพนันในฝั่งเมียนมาหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า กองทัพบกมีหน้าที่ป้องกันชายแดน&amp;nbsp; จะมีกระบวนการในการทำงานทุกวิถีทางในการดูแลความมั่นคง ป้องกันไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องลุกล้ำอธิปไตยของชาติไทยในทุกเรื่องและดูแลชายแดนให้ปลอดภัย&amp;nbsp; สำหรับสถานการณ์ที่ผ่านมาการที่มีบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย ทบ.ดูแลชายแดนและพื้นที่ที่ลึกเข้ามาในส่วนที่เป็นอำเภอติดชายแดน สิ่งที่เกิดขึ้นเราพยายามใช้กลไกในการทำงานอย่างเต็มขีดความสามารถทั้ง ทบ.เอง และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อปฏิบัติงานให้เต็มขีดความสามารถสูงสุด แต่พื้นที่ที่ยาวไกลนั้นจากการที่เราจับกุมได้ส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่ที่ลึกเข้ามา แสดงว่าอาจจะมีการปฏิบัติเพิ่มเติมมากยิ่งขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดการลักลอบเข้ามาได้&amp;nbsp; แต่จากมาตรการที่เข้มขึ้นนั้น การจับแรงงานต่างด้าวที่หลุดรอดเข้ามาน้อยลง นอกจากนั้นได้มีการประสานกับ คณะกรรมการชายแดนส่วนท้องถิ่น หรือ ทีบีซี ก็จะพูดคุยเรื่องชายแดน และการไปมาหาสู่ระหว่างสองประเทศ จะประสานในเรื่องในภาพรวม&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โฆษกกองทัพบก ยังกล่าวถึงกรณีที่มีการทวงถามความคืบหน้าในการปฏิรูปกองทัพหลังครบเหตุการณ์กราดยิงโคราชว่า ทบ.มีคณะทำงานด้านต่างๆ ซึ่งผบ.ทบ.ได้มอบหมายให้คณะทำงานไปศึกษา จึงอยู่ระหว่างดำเนินการ&amp;nbsp; และได้เยียวยาเรียบร้อยหมดแล้วเมื่อปีที่แล้ว ทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี&amp;nbsp; ในส่วนของ ทบ.ได้รับการดูแลจากกองทัพอย่างชัดเจน รวมถึงส่วนงานอื่นๆ ด้วย&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับสวัสดิการที่พักอาศัยซึ่งเป็นปมเหตุสำคัญในวันนั้น&amp;nbsp; พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า&amp;nbsp; เรามีคณะทำงาน ดูแลในภาพรวมอยู่แล้ว เนื่องจากว่า ทบ.มีงานหลายด้านและงานเยอะมาก งานใดที่เกี่ยวข้องกับ กรมฝ่ายเสนาธิการบางเรื่องเกี่ยวกับ สิทธิกำลังพล หรือบ้านพัก ทบ.ก็ฌจะตั้งคณะทำงานขึ้นมาเฉพาะเรื่องและดูแลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพื่อนำเรียนผู้บังคับบัญชา&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพื่อออกมาเป็นแนวทางว่าจะเป็นอย่างไร&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนโยบายการแปรรูปธุรกิจเงินนอกงบประมาณของกองทัพบกนอกจากกรณีของสวนสนประดิพัทธ์นั้น ได้ดำเนินการไปแล้วตามขั้นตอน&amp;nbsp; &amp;nbsp;ซึ่งได้ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ไม่ได้นานนัก ต้องดูว่า ผลประกอบการ&amp;nbsp; 6 เดือน ถึง 1 ปีผลประกอบการเป็นอย่างไร หลังจากที่มีการเซ็นเอ็มโอยูไปแล้ว ต้องรอดูอีกเล็กน้อย และตอนนี้อาจจะมีข้อจำกัดในช่วงสถานการณ์โควิด ทำให้หลายเรื่องชะงักลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามย้ำว่า ผ่านมา 1 ปี มีสิ่งใดที่เป็นรูปธรรมในการปฏิรูปกองทัพบ้างหรือไม่ พล.ท.สันติพงศ์ กล่าวว่า เป็นเรื่องของคณะทำงานที่ทำตามขั้นตอนอยู่.&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/90189</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทัพบก, ทบ., ปฏิรูปกองทัพ, ผลงาน1ปี, พล.ต.สันติพงศ์ ธรรมปิยะ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210118/image_big_6005229257e86.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88856</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/01/2021 10:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/01/2021 10:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรมว.คลัง แนะใช้วิกฤติโควิด19 เป็นโอกาสเรียกร้องปฏิรูปกองทัพ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5 ม.ค.64 - นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในรัฐบาลของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก โดยมีรายละเอียดดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่เคยพูดคุยกับคุณหญิงสุดารัตน์ แต่เห็นว่าประเด็นที่ท่านเขียนสำคัญ เพราะเจาะลึกไปที่วัฒนธรรมของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ที่เปิดช่องให้มีคอร์รัปชันได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลนี้สร้างฐานอำนาจด้วยกติกาลำเอียง และด้วยการแทรกแซงระบบถ่วงดุล ใช้ระบอบอุปถัมภ์เป็นเครื่องมือ พวกเราพวกเขาไม่เหมือนกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น ถึงแม้จะโฆษณาชวนเชื่อว่าออกรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง แต่พฤติกรรมล้วนบ่งชี้ว่าวัฒนธรรมนี้เปิดข่องให้มีคอร์รัปชันได้ ทำให้การบริหารประเทศชาติถูกวิจารณ์ว่า เอียงไปในทางอุ้มนายทุน เพื่อใช้ค้ำยันบัลลังก์ของตัวเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โชคดีที่โควิดได้ช่วยเปิดโปงจุดอ่อนหลายประการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าสังคมไทยไม่ใช้วิกฤตินี้เป็นโอกาส ในการเรียกร้องให้ปฏิรูปกองทัพ ปฏิรูประบบข้าราชการ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ก็จะน่าเสียดาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิกฤติโควิด จะเสียของ เหมือนกับปฏิวัติที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88856</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, ปฏิรูปกองทัพ, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190412/image_big_5cb0a0e7bbb13.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
