<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>97343</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/03/2021 12:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/03/2021 12:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;แรมโบ้&#039;ยันนายกฯหนุนการศึกษาเต็มที่เร่งจัดตั้งกองทุน กสศ.ช่วยพัฒนาเด็ก  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 มีนาคม 2564 &amp;nbsp;นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำนายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ยืนยันว่านายกฯและรัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาของเด็กไทยทุกคน เพราะเป็นอนาคตของชาติในการที่จะร่วมกันพัฒนาประเทศต่อไป แต่ทั้งนี้ยังพบว่ามีเด็กจำนวนไม่น้อย ที่ต้องหลุดออกนอกระบบ และมีแนวโน้มที่จะหยุดเรียน เนื่องจากครอบครัวมีรายได้น้อย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯจึงได้เล็งเห็นความสำคัญเรื่องนี้ เพื่อให้เด็กไทยได้มีการศึกษาอย่างเท่าเทียมกัน &amp;nbsp; รัฐบาลโดยนายกฯจึงได้จัดตั้ง&amp;quot;กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา&amp;quot; หรือ กสศ. ขึ้นตามข้อเสนอของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา ในการพัฒนาคน โดยเฉพาะกลุ่มเปาะบาง &amp;nbsp;ผู้มีรายได้น้อย ไม่ให้หลุดออกจากระบบ โดยเฉพาะช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ป.6/ม.3/ม.6 &amp;nbsp;ที่กำลังจะก้าวสู่ช่วงชั้นใหม่ &amp;nbsp;อีกทั้งยังเป็นการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา รวมทั้งเสริมสร้างและพัฒนาคุณภาพและประสิทธิภาพครู &amp;nbsp;ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้จัดสรรงบประมาณให้กองทุน และมีการบริหารงานที่เป็นอิสระ ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้วเป็นปีที่ 3&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันในปีนี้รัฐบาลได้โอนเงินเข้าบัญชีผ่านระบบพร้อมเพย์ ให้กับนักเรียนไปแล้วกว่า 1.17 ล้านคน งบประมาณ 1.27 พันล้านบาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;จะเห็นแล้วว่านายกฯไม่เคยหยุดคิดในการหามาตรการต่างๆออกมาช่วยเหลือประชาชนให้ได้ทุกกลุ่ม รวมถึงเด็กและเยาวชน ที่ครอบครัวมีรายได้น้อย เพราะนายกฯอยากให้เด็กมีการศึกษาที่ดี นำความรู้ความสามารถไปหางานที่ดีทำ &amp;nbsp;ไม่ให้เด็กถูกชักชวนไปทำเรื่องที่ผิด และยิ่งขณะนี้ที่เราอยู่ในยุคโซเชียล ยุคสังคมออนไลน์ ที่มีทั้งข้อมูลที่ถูกต้องและบิดเบือน จึงขอให้ผู้ปกครองได้สบายใจได้ว่านายกฯจะช่วยเหลือในเรื่องของการศึกษาอย่างเต็มที่ เท่าเทียมกัน และนายกฯจะไม่ทิ้งเด็กและเยาวชนคนใดไว้ข้างหลัง
นายกฯมีความจริงใจในการส่งเสริมการศึกษาให้มีคุณภาพอย่างแท้จริง และไม่ต้องห่วง แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการจะมีรัฐมนตรีคนใหม่ แต่นโยบายด้านการศึกษานายกฯมอบนโยบายและกำกับดูแลอย่างใกล้ชิดเพื่ออนาคตที่ดีของลูกหลานไทยทุกคน&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97343</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ), การศึกษาของเด็กไทย, ปฏิรูปการศึกษา, เสกสกล อัตถาวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210321/image_big_6056ccc886ea7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76572</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/09/2020 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/09/2020 14:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ครูตั้น&#039;พร้อมปฏิรูปการศึกษา ลั่นบีบลาออกหากแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องไม่ได้ ถือเป็นการคุกคาม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
5 &amp;nbsp;ก.ย.63-ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) - นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) แถลงข่าวเรื่อง 10 ข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียนที่ต้องการให้ศธ.ปฎิรูปการศึกษา ก่อนที่จะมีการดีเบตร่วมกับกลุ่มนักเรียนมัธยมศึกษาและองค์กรนักเรียน 50 โรงเรียนทั่วประเทศในนาม &amp;ldquo;นักเรียนเลว&amp;rdquo; ในเวลา 15.00 น. ตอนหนึ่งว่า ตนได้สรุปข้อเรียกร้องของกลุ่มนักเรียน จำนวน 10 เรื่องได้แก่ เรื่องทรงผมนักเรียน การแต่งกาย หลักสูตรที่ไม่ทันสมัย การเปิดช่องทางแสดงความคิดเห็น ภาระของครูที่มีมากเกินไป การยกเลิกการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต การคุกคามทางเพศในโรงเรียน ความหลากหลายทางเพศในโรงเรียน การเพิ่มการเรียนภาษาอังกฤษและภาษาที่สาม และเรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ซึ่งข้อเรียกร้องทั้งหมดอยู่ในแผนงานที่ได้ดำเนินการมาตลอด 1 ปีที่ผ่านมาอยู่แล้ว แต่เมื่อมีข้อเรียกร้องของนักเรียนเข้ามา ก็ได้มีย้ำข้าราชการในสังกัดต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องขับเคลื่อนนโยบายให้มีความรวดเร็วและเข้มข้นมากขึ้น &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
นายณัฏฐพล กล่าวต่อว่า ทั้งนี้เรื่องการคุกคามในสถานศึกษาตนเห็นด้วยกับกลุ่มนักเรียน เพราะเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในสถานศึกษา และที่ผ่านมาตนได้ตั้งศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ หรือ ศคพ.ขึ้น โดยได้มีการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างรวดเร็วจนถึงขณะนี้มีการให้ครูที่กระทำความผิดเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศออกจากราชการไว้ก่อน จำนวน 15 รายแล้ว รวมไปถึงให้คุรุสภาเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ส่วนประเด็นทีเด็กแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ทางการเมืองในสถานศึกษานั้น ขณะนี้ได้มีการทำความเข้าใจกับครูให้เข้าใจบริบทการเปลี่ยนแปลงและความเห็นต่างของนักเรียน ซึ่งขณะนี้มีความเข้าใจกันแล้วและเชื่อว่าจะไม่มีปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีก ขณะที่การสอบโอเน็ตยอมรับว่าปีนี้การเรียนการสอนเปลี่ยนไปเนื่องจากเจอสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้การเรียนของเรียนทำได้ไม่เต็มที่ ดังนั้นหากใช้ข้อสอบชุดเดียวกันสอบจะเกิดความเหลื่อมล้ำอย่างแน่นอน ดังนั้นในเรื่องการแก้ไขปัญหาการสอบโอเน็ตสัปดาห์หน้าจะมีการหารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า จะมีการยกเลิกการสอบโอเน็ตได้หรือไม่ &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;ldquo;ส่วนประเด็นที่กลุ่มนักเรียนเรียกร้อง ว่า หากรมว.ศธ. ดำเนินการแก้ไขปัญหาตามข้อเรียกร้องไม่ได้ก็ให้ลาออกจากตำแหน่งไปนั้น ผมเห็นว่าเป็นการคุกคาม เพราะหากใครทำเรื่องไหนไม่ประสบความสำเร็จก็จะต้องลาออกนั้น ข้าราชการ ศธ.ก็ต้องลาออกทั้งหมดด้วย ดังนั้นผมอยากให้เข้าใจการแก้ไขปัญหาต่างๆ ต้องใช้เวลา แม้จะมีการเปรียบเทียบการชุมนุมในอดีตที่มีการเรียกร้องให้ลาออกได้ ผมเห็นว่าไม่เหมือนกัน ปัจจุบันและอดีตแตกต่างกันมาก เพราะปัจจุบันมีเวทีเปิดให้แสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ซึ่งผมพร้อมรับฟังและนำไปสู่การแก้ไขปัญหา เนื่องจากอดีตไม่เคยมีการเปิดเวทีรับฟังแบบนี้&amp;rdquo;รมว.ศธ. กล่าวและว่า ทั้งนี้สำหรับการชุมนุมในช่วงบ่ายที่กลุ่มนักเรียนจะร่วมดีเบตกับตนนั้น ตนเห็นว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นการดีเบต เพราะการดีเบตเป็นการถกเถียงแบบโต้วาทีมากกว่า และตนมีมุมองและความคิดเห็นไปทิศทางเดียวร่วมกับกลุ่มนักเรียนในการปฏิรูปการศึกษา ดังนั้นหากกลุ่มนักเรียนมาชุมนุมตนพร้อมมาร่วมเวทีด้วย &amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76572</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล ทีปสุวรรณ, ปฏิรูปการศึกษา, รมว.ศึกษาธิการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f533b5a77773.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>62911</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2020 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2020 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอวรงค์&#039;ชม&#039;ณัฎฐพล&#039;เลิกซื้อแท็บเล็ต แนะปฏิรูปศึกษาครั้งใหญ่สร้างเด็กไม่ชังชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p class=&quot;MsoNoSpacing&quot;&gt;&lt;/p&gt;


12 เม.ย. 63 - นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;ldquo;ขอชื่นชม&amp;quot;ณัฏฐพล&amp;quot; เชื่อว่าประชาชนคนไทย คงชื่นชมและให้กำลังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา ที่รับฟังความคิดเห็นจากประชาชนถึงข้อท้วงติง พร้อมทบทวนการแจกแท็บเล็ตแก่นักเรียนชั้นม.4-ม.6

&amp;nbsp;

ผมอยากเล่าสิ่งที่ผมได้เรียนรู้จากสิงคโปร์ ที่ช่วงหลังมานี้ สิงคโปร์มียอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มจนน่าตกใจ นายกฯเขาประกาศมาตรการที่เข้มงวดคล้ายไทย และมีการประกาศปิดโรงเรียนทุกระดับ ให้เรียนออนไลน์ที่บ้าน กระทรวงศึกษาสิงคโปร์ มีนโยบายสับสนุนให้โรงเรียนดำเนินการ ช่วยนักเรียนที่มีปัญหาอุปกรณ์ และการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเป็นรายๆไป ไม่มีการแจกแท็บเล็ต เขาประกาศวันศุกร์ที่ 3 เมษายน วันที่ 7 เมษายนปิดโรงเรียน วันที่ 8 เมษายน เรียนออนไลน์ที่บ้าน ด้วยแอพฟรีไม่ต้องเสียเงิน

&amp;nbsp;

สิ่งที่อยากจะบอกคือ คุณภาพการศึกษา จึงไม่ใช่การแจกแท็บเล็ต แต่หมายถึงวิธีการ สาระ และศักยภาพพื้นฐานของโรงเรียน ครู ที่มีความพร้อม เพื่อสร้างเด็กที่มีคุณสมบัติที่ประเทศต้องการ ดังนั้นกระทรวงศึกษาจึงต้องวางเป้าหมาย สร้างเด็กให้โตขึ้นมาเป็นพลเมืองที่รู้จักระเบียบ วินัย ไม่ชังชาติ ไม่ดูถูกประเทศ รักในกำพืดความเป็นชาติ หวงแหนในวัฒนธรรม ประเพณี พูดได้สองภาษา รู้จักคิดวิเคราะห์เชิงเหตุผล มีทักษะการใช้ชีวิตในสังคม และสามารถเรียนรู้เทคโนโลยีดิจิตอล

&amp;nbsp;

นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงศึกษาของท่านณัฏฐพล ต้องหาคำตอบ ว่าจะทำอย่างไร ในระยะเวลาสองเดือนเศษ ช่วงที่โรงเรียนยังไม่เปิด เพราะประชาชนอยากเห็นการปฏิรูปการศึกษาครั้งใหญ่ ในยุคนายกฯที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ รมว.ศึกษาชื่อณัฏฐพล ส่งกำลังใจท่านครับ ประชาชนรอปรบมือให้ท่านอยู่&amp;rdquo;.

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62911</URL_LINK>
                <HASHTAG>ณัฎฐพล, ปฏิรูปการศึกษา, ศธ., หมอวรงค์, แท็บเล็ต, ไม่ชังชาติ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190916/image_big_5d7f1dca85e58.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>44686</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/08/2019 11:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/08/2019 11:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กางแผนขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา 2563-2570 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ส.ค.62 - น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงถึงแนวทางการขับเคลื่อนประเทศของรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่า มุ่งเน้นการสร้างคน ใช้วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ประเทศไทยมีความมั่นคง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้วโดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งนีคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบนโยบายและยุทธศาสตร์การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัย และนวัตกรรมพ.ศ. 2563-2570 เมื่ออังคารที่ผ่านมา แผนดังกล่าวจะใช้งบประมาณปี2563 วงเงิน 37,000ล้านบาท จัดสรรแก่งานด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยการขับเคลื่อนประกอบด้วย 5 ด้านคือ 1. พัฒนากำลังคนและสถาบันความรู้ 2.การวิจัยจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม 3. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวอีกว่า 4. การวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ และ 5.การปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มากไปกว่านั้นการดำเนินการในแต่ละด้านจะมีหลายแผนงานและตัวชี้วัดความสำเร็จอย่างชัดเจน เพื่อประเมินการทำงานและปรับปรุงยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมและสถานการณ์ของประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลได้ตั้งเป้าหมายความสำเร็จไว้ อาทิ ด้านการพัฒนาคนและสถาบันความรู้ เพิ่มนักวิจัยและพัฒนาเป็น 25 คนต่อประชากร 10,000 คนภายในปี2564 มีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่สามารถเพิ่มกำลังการผลิตด้วยเทคโนโลยี AI จำนวน 5,000 ราย ส่วนด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อตอบโจทย์ท้าทายของสังคม อัตราการนำขยะจากทุกกระบวนการกลับมาใช้ประโยชน์เพิ่มขึ้นร้อยละ 10 ต่อปี ลดจำนวนวันที่มีปริมาณพีเอ็ม 2.5 เกินค่ามาตรฐานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูงด้วยความรู้การวิจัยและนวัตกรรม เกิดนวัตกรรมเมืองที่ใช้หลักการยูนิเวอร์แซลดีไซน์ที่มีการออกแบบให้เป็นมิตรต่อผู้สูงอายุ คนพิการ และประชากรทุกช่วงวัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.รัชดา กล่าวว่า ด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน อันดับขีดความสามารถในการแข่งขันด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจัดโดย IMDอยู่ใน 30 อันดับแรกของโลก จำนวน local startups ที่เกิดใหม่และอยู่รอด 1,000 รายใน 3ปี ผู้ประกอบการไทยในอุตสาหกรรม S-Curves มียอดขายเพิ่มขึ้นจากสินค้าและบริการนวัตกรรมที่ต่อยอดจากงานวิจัยร้อยละ 10 ต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการวิจัยและสร้างนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเชิงพื้นที่และลดความเหลื่อมล้ำ เกิดนวัตกรรมชุมชน วิสาหกิจชุมชน และ Smart SMEsเพื่อยกระดับรายได้ให้กับชุมชนปีละ 1,000 นวัตกรรม ปฏิรูปการเรียนรู้ให้มีจิตอาสา 8,000 คนต่อปี ช่องว่างความเหลื่อมล้ำระดับพื้นที่ลดลงจาก 5.5 เท่าเหลือ 3 เท่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านการปฏิรูประบบการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม มหาวิทยาลัยไทยติด 100 อันดับแรกของโลกจำนวน 2 สถาบัน เกิดการจดสิทธิบัตร การถ่ายทอดเทคโนโลยี จากศูนย์วิจัยบ่มเพาะที่ตั้งขึ้นใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;นโยบายและแผนงานดังกล่าวจะเป็นกลไกสำคัญในการนำพาประเทศให้หลุดพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง และเป็นการเตรียมความพร้อมสังคมเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่เข้าสู่สังคมสูงวัย ปัญหาสภาพภูมิอากาศที่มีความรุนแรงมากขึ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างพลิกผันจากการพัฒนาเทคโนโลยี&amp;quot; รองโฆษกประจำสำนักนายกฯระบุ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/44686</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปการศึกษา, รองโฆษกรัฐบาล, รัชดา ธนาดิเรก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190827/image_big_5d6511e00841a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
