<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>77822</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/09/2020 11:32</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/09/2020 11:32</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วิษณุ&#039;แจงร่างพรบ.ตำรวจใหม่ไม่ยุบกองบัญชาการแต่เพิ่มความสำคัญโรงพักแย้มมีร่างพรบ.สอบสวนอีกชุด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ย.63- ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงร่างพ.ร.บ.ตำรวจที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการยุบกองบัญชาการ ว่า กองบัญชาการทุกอย่างมีครบไม่ได้ยุบอะไร เพียงแต่ไปเพิ่มความสำคัญในส่วนของสถานีตำรวจ จากที่พ.ร.บ.เดิมไม่เคยมีการระบุถึงสถานีตำรวจ แต่ร่างพ.ร.บ.ฉบับใหม่กำหนดให้มีบทบาทหน้าที่และงบประมาณ รวมถึงบุคลากรอย่างเพียงพอ เพราะใกล้ชิดประชาชน อีกทั้งยังมีโอกาสให้เจริญเติบโต ส่วนกรณีที่มีการเสนอให้แยกการสอบสวนออกจากตำรวจนั้น จากการศึกษาของกรรมการชุดต่างๆเห็นว่าวิธีเช่นนั้นไม่มีประโยชน์ เพราะต่อให้แยกไปสุดท้ายตำรวจก็ต้องตั้งหน่วยงานขึ้นมาสอบสวนอยู่ดี ดังนั้นเราจึงใช้วิธีคล้ายๆกับข้อเสนอดังกล่าว คือ ให้การสอบสวนอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ให้เป็นหนึ่งแท่งในจำนวนห้าแท่ง โดยไม่ห้ามข้ามกันไปมาระหว่างแท่ง แต่มีเงื่อนไข เช่น ไปแล้วต้องต่อแถวอาวุโส&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวว่า การปฏิรูปครั้งนี้ยังให้มีกรรมการพิทักษ์คุณธรรมตำรวจ (กพค.) เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจเสร็จสิ้น ใครรู้สึกไม่เป็นธรรมให้ส่งเรื่องมาที่กพค.ตรวจสอบ ถ้าพบว่าไม่เป็นธรรมก็สามารถส่งเรื่องต่อไปยังศาลปกครองได้ แทนวิธีการเดิมที่ให้ส่งเรื่องไปยังศาลปกครองทางเดียว ซึ่งไม่ควรเป็นเช่นนั้น รวมถึงอยากให้มีคณะกรรมการระดับชาติ คือ คณะกรรมการรับเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับตำรวจ(กร.ตร.) ที่จะรับเรื่องจากประชาชนที่รู้สึกว่าการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่เป็นธรรม เช่น ล้มคดีขาดอายุความ สั่งฟ้องหรือไม่ฟ้อง ซึ่งสรรหาผู้ทรงคุณวุฒิมาทำหน้าที่ อาทิ ประธานศาลฎีกา ประธานศาลปกครอง เป็นต้น โดยมีจเรตำรวจเป็นฝ่ายเลขาฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังมีการปรับปรุงกรณีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (กตร.) กับคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.)ที่มีหน้าที่ใกล้เคียงกันแล้วมีการเมืองเข้ามาแทรก จึงปรับปรุงให้เหลือเพียงกตร.แล้วเอาการเมืองออกให้หมดเหลือเพียงนายกฯคนเดียว รวมถึงปฏิรูปการแต่งตั้งโยกย้ายจากเดิมที่หลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายอยู่นอกกฎหมายทำให้เปลี่ยนได้ทุกปี ครั้งนี้เรานำมาไว้ในร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว เช่น ระดับผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขึ้นไปให้ยึดอาวุโส 100 เปอร์เซ็นต์ ระดับผู้บัญชาการลงมาถึงผู้บังคับการอาวุโส 50 เปอร์เซ็นต์ ต่ำกว่านั้นลงมาอาวุโส 33 เปอร์เซ็นต์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องที่ตำรวจไม่ควรต้องเสียกำลังไปดำเนินการ โดยจะให้โอนกลับหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เช่น ตำรวจรถไฟ ตำรวจป่าไม้ ตำรวจสิ่งแวดล้อม และตำรวจจราจร โดยจะให้ตำรวจจราจรโอนกลับไปอยู่ในท้องถิ่นที่เป็นเทศบาลนครภายใน 5 ปี ตำรวจป่าไม้ให้ไปภายใน 1 ปี และตำรวจสิ่งแวดล้อมให้โอนภายใน 2 ปี รวมถึงสนับสนุนให้มีตำรวจไม่มียศมากขึ้น และต้องเสร็จภายใน 1 ปี เช่น ตำรวจที่เป็นหมอ โดยจะให้ค่าตอบแทนแทนการให้ยศ เพราะเมื่อมียศจะผูกกับตำแหน่ง เช่น หมอที่เป็นพ.ต.ท.จะเป็นพ.ต.อ.ไม่ได้ ถ้าตำแหน่งไม่ว่าง ถ้าไม่มียศจะเติบโตได้โดยไม่ติดอะไร ซึ่งทั้งหมดนี้เมื่อเข้าสภาก็สามารถปรับปรุงได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายวิษณุ กล่าวอีกว่า ร่างพ.ร.บ.ตำรวจเป็นเรื่องขององค์กร แต่ยังมีเรื่องใหญ่ คือ การสอบสวน ซึ่งจะมีร่างพ.ร.บ.ขึ้นมาอีกฉบับหนึ่ง แต่ยังรอไว้ก่อน ให้ตกผลึก ยิ่งมีคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา หรือบอสขึ้นมาก็ให้ชุดของนายวิชา มหาคุณ ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีคำสั่งไม่ฟ้องคดีอาญาที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ทบทวนอีกครั้ง และเหตุผลหนึ่งที่ร่างพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวไปไม่ได้ เพราะยังมีความเห็นแย้งจากตำรวจ อัยการ และศาล ซึ่งมีเหตุผล เช่น เจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจสอบสวนคดีอาญาในประเทศไทยมีทั้งตำรวจ ฝ่ายปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำไมพ.ร.บ.สอบสวนจึงกำหนดไว้เพียงตำรวจ แต่หน่วยงานอื่นไม่ต้องทำตามร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวด้วย รวมถึงยังมีวิธีการสอบสวนต่างๆที่ปัจจุบันถือว่าดีแต่ตำรวจขอให้ช่วยพูดถึงเรื่องงบประมาณด้วย และอีกเหตุผลหนึ่งเมื่อโครงสร้างยังไม่ยุติพ.ร.บ.ตำรวจที่เป็นถือเป็นฝาแฝดก็ต้องรอให้เรื่องโครงสร้างยุติก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/77822</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวิษณุ เครืองาม, ปฏิรูปตำรจ, ร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, สายงานสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200918/image_big_5f6435da49ee2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>76468</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/09/2020 15:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/09/2020 08:53</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สป.ยธ. จี้นายกฯเปิดชื่อ-สั่งฟันก๊วนล้มคดีบอส 8 กลุ่ม เร่งปฏิรูปงานสอบสวน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ย.63-สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม (สป.ยธ.) ออกแถลงการณ์ เรื่อง ขอให้นายกรัฐมนตรีเปิดเผยรายชื่อผู้เกี่ยวข้องร่วมกระทำผิดกรณี &amp;ldquo;การสอบสวนล้มคดีบอส&amp;rdquo; และเร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ รวมทั้งงานสอบสวนและนิติวิทยาศาสตร์ให้มีมาตรฐานสากลป้องกันการทุจริตประพฤติมิชอบ มีรายละเอียดดังนี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน แต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงหาตัวเจ้าพนักงานของรัฐผู้ร่วมกระทำผิดในกรณีที่มีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบช่วยให้นายวรยุทธ&amp;nbsp; อยู่วิทยา พ้นจากการถูกฟ้องคดีอาญาข้อหาขับรถประมาทเป็นเหตุให้มีผู้ถึงแก่ความตายแล้วหลบหนีซึ่งตำรวจผู้รับผิดชอบระดับต่างๆ ได้มีการสอบสวนทำลายพยานหลักฐานคดีนี้เป็นระยะๆ ตลอดมา&amp;nbsp; จนกระทั่งทำให้พนักงานอัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้อง&amp;nbsp; โดยมี ศ.ดร.วิชา&amp;nbsp; มหาคุณ&amp;nbsp; เป็นประธานฯ ซึ่งเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓&amp;nbsp; ศ.ดร.วิชาฯ ได้นำผลการตรวจสอบไปรายงานต่อนายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบรัฐบาลและออกมาแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนส่วนหนึ่งแล้วนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เนื่องจากการแถลงข่าวประกอบเอกสารที่เผยแพร่ดังกล่าว&amp;nbsp; แม้จะมีการยืนยันถึงการกระทำผิดของตำรวจผู้ใหญ่ พนักงานสอบสวน สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ทนายความ และพนักงานอัยการว่าได้ร่วมกันทำเป็นขบวนการ และเสนอให้มีการดำเนินคดีอาญาและวินัยร้ายแรงกับข้าราชการและผู้เกี่ยวข้องทุกคน&amp;nbsp; แต่กลับไม่มีความชัดเจนเพียงพอที่จะทำให้ประชาชนได้ทราบว่า มีใครบ้างเป็นผู้ร่วมกระทำความผิดที่สร้างความเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมของชาติอย่างร้ายแรงดังกล่าว&amp;nbsp; และรัฐบาลจะดำเนินคดีตามกฎหมาย รวมทั้งการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวนและงานพิสูจน์หลักฐานเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีกอย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงขอเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีดำเนินการดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๑.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เปิดเผยรายงานผลการตรวจสอบดังกล่าวให้ประชาชนได้ทราบว่า&amp;nbsp; บุคคลทั้ง ๘ กลุ่มที่ถูกระบุว่าร่วมกันกระทำความผิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอนดังกล่าว&amp;nbsp; มีผู้ใดบ้าง&amp;nbsp; แต่ละคนมีตำแหน่งหน้าที่อะไรและมีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอาญาหรือวินัยร้ายแรงอย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๒.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สั่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้เป็นผู้รับผิดชอบการสอบสวนคดีนี้&amp;nbsp; และรีบดำเนินการออกหมายเรียกผู้ที่มีหลักฐานการกระทำผิดตามรายงานดังกล่าวเป็นผู้ต้องหา หรือเสนอศาลออกหมายจับ และรีบจับตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเหมือนกรณีการดำเนินคดีอาญากับประชาชนผู้กระทำความผิดในคดีต่างๆ สรุปเสนอให้พนักงานอัยการสั่งฟ้องคดีต่อศาลโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๓.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ใช้อำนาจทางการบริหารดำเนินการทางปกครองในเบื้องต้นทันที โดยสั่งให้ผู้ร่วมกระทำผิดที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐทุกคนออกจากราชการไว้ก่อน หรือพักราชการ เพื่อมิให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่ผู้อื่น และเป็นการส่งสัญญาณถึงความเด็ดขาดจริงจังของรัฐบาลในการปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เร่งดำเนินการปฏิรูปตำรวจ งานสอบสวน และงานนิติวิทยาศาสตร์ ในเบื้องต้นเพื่อป้องกันการทุจริตบิดเบือนคดีหรือประพฤติมิชอบให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลโดย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๑ นำร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ฉบับที่นายมีชัย&amp;nbsp; ฤชุพันธุ์ เสนอ&amp;nbsp; รวมทั้งร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาว่าด้วยการสอบสวน ที่ผ่านความเห็นชอบของสภาผู้แทนราษฎรและได้เสนอต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้วเข้าสู่สภาเพื่อตราเป็นกฎหมายบังคับใช้โดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;๔.๒ แก้ปัญหางานนิติวิทยาศาสตร์และการพิสูจน์หลักฐานที่อยู่ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีระบบการปกครองแบบมีชั้นยศและวินัยแบบทหาร&amp;nbsp; ด้วยการทำให้เป็นข้าราชการพลเรือน&amp;nbsp; สร้างหลักประกันความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานวิชาชีพ&amp;nbsp; โดยตราพระราชกฤษฎีกาโอนสถาบันนิติเวชและสำนักงานพิสูจน์หลักฐาน&amp;nbsp; ไปเป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรมตามหลักสากลแทน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/76468</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายวรยุทธ อยู่วิทยา, ปฏิรูปตำรจ, ประยุทธ์ จันทร์โอชา, วิชา มหาคุณ, สถาบันเพื่อการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200901/image_big_5f4e6032a4bf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>15137</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2018 16:50</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2018 16:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ขวางทุกเม็ด!&#039;อชิรวิทย์&#039;ไม่เอากก.รับเรื่องร้องเรียน-ค้านแยกสอบสวนโอนจราจร จำไว้ตร.ไม่ดีมี1เปอร์เซ็นต์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รองผบ.ตร.) กล่าวชี้แจงถึงกรณีไม่เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปตำรวจของคณะกรรมการร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ที่มีนายมีชัย ฤชุพันธ์ เป็นประธานฯ ว่า&amp;nbsp; ตนต้องการให้การปฏิรูป ทำให้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้เงยหน้าอ้าปาก ได้รับข้าตอบแทนตามภาระงาน ชั่วโมงการทำงาน สอดคล้องกับกฎหมายแรงงาน ตนเชื่อว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะสมบูรณ์แบบ ทุกวันนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยได้ค่าคอบแทนพิเศษ นอกเหนือจากเงินเดือน เดือนละ 3,000 บาท เท่านั้น เฉลี่ยวันละ 100 บาท ตนสอบถามตำรวจชั้นผู้น้อย ส่วนใหญ่ไม่ต้องการ 3,000 บาท แต่ขอค่าตอบแทนเท่าชั่วโมงที่ทำงาน ค่าล่วงเวลา มีงานวิจัยพบว่าตำรวจชั้นผู้น้อยทำงานวันละ 12 ชั่วโมง ทั้งที่ตามกฎหมายแรงงานให้ทำงานแค่วันละ 8 ชั่วโมง ดังนั้น 4 ชั่วโมงที่เกินมา ตำรวจต้องได้ค่าล่วงเวลา วันหยุด วันนักขัตฤกษ์ของตำรวจไม่มี มีคำสั่งห้ามลา ห้ามขาด ห้ามป่วย และวันหยุดเหล่านี้ไม่มีค่าล่วงเวลา หากคิดตามนี้ตำรวจชั้นผู้น้อยจะได้เงินเพิ่มตามปริมารงานและเวลาทำงาน เพิ่มถึงเดือนละประมาณ 12,000 บาท หากทำแบบนี้คุณภาพชีวิตตำรวจชั้นประทวนจะดีขึ้น เราเพิ่มเงินเดือนไม่ได้ เพราะเป็นมาตรฐานข้าราชการ แต่ของเงินเพิ่มตามการทำงานที่แท้จริง ซึ่งยังไม่นับรวมค่าเสี่ยงภัย ต่างๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อดีตรองผบ.ตร. กล่าวว่า กรณีที่ร่างพ.ร.บ. ตำรวจฯ ฉบับนายมีชัย กำหนดให้ตำรวจที่เป็น แพทย์ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์ เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ครู อาจารย์ เป็นตำรวจไม่มียศนั้น&amp;nbsp; เคยถามกันสักคำไหมว่าเขาอยากไม่มียศกันหรือเปล่า ตนไปถามมาแล้ว ถ้าไม่มียศก็ไม่มีใครอยากมาเป็นหมอตำรวจ มีก็น้อยมาก เขาไปอยู่โรงพยาบาลอื่นกันหมด&amp;nbsp; หมอ พยาบาลในเหล่าทัพอื่นๆ หรือ แม้กระทั่งหมอที่แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี เช่น พ.ท.นพ.ภาคย์ โลหารชุณ หมอที่เข้าไปช่วยชีวิต 13 นักเตะทีมหมูป่าอะคาเดมี ภาคภูมิใจในการปฏิบัติงานเป็นหมอทหาร ซึ่งการทำงานร่วมกันแบบในภารกิจของตำรวจ ทหาร การกลมกลืนในหน่วยงาน ต้องเลือดเนื้อ ชีวิต จิตวิญญาณสีเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขาบอกว่า ร่างพ.ร.บ.ใหม่ ตั้งคณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ เรียก ก.ตร.&amp;nbsp; ที่ผสมระหว่างคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) ที่กำหนดนโยบาย ตั้งผบ.ตร. กับคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ ที่มีอำนาจแต่งตั้ง&amp;nbsp; ตั้งก.ตร.แบบใหม่ องค์ประกอบกรรมการ มีอัยการสูงสุด เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงมหาดไทย ตัดเลขาธิการ ก.พ.ออกไป มีกรรมการจากการเลือกตั้งจากตำรวจ 5 คน&amp;nbsp; และอีก 3 คนจากคนนนอก ซึ่งตรงนี้ตนไม่รังเกียจรังงอน รับได้ สามารถคานกันได้&amp;nbsp; เห็นดีเห็นงามกับนายมีชัย แต่ไม่เห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ (ก.พ.ค.ตร.) และ คณะกรรมการพิจารณาเรื่องร้องเรียนตำรวจ (ก.ร.ตร.) ไม่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบตำรวจอีก ทุกวันนี้ตำรวจกลัวการตรวจสอบอย่างเข้มข้นของประชาชนอยู่แล้ว วันนี้โซเชียลเน็ตเวิร์กของประชาชนแข็งแกร่งมาก แชร์ไวที่สุด และตำรวจก็ดูแลพฤติกรรมตำรวจด้วยกันเอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตำรวจมักหยิบแต่เรื่องบกพร่อง มองข้ามเรื่องทีดีงาม เรื่องที่ประสบความสำเร็จ หลายครั้ง หลายคดี ที่ตำรวจตรวจสอบกันเอง ตำรวจจับตำรวจ แต่มักไม่ถูกพูดถึง ยอมรับในตำรวจ 2.2 แสนนาย มีตำรวจที่ไม่ดี รีดไถ รังแก ประชาชน แต่ประมาณ 1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น&amp;nbsp; ก็ประมาณ 2,200 นาย ทุกวันนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องแก้พฤติกรรมตำรวจที่ไม่ดีวันละ 4-5 คน ตำรวจประพฤติชั่วมีอยู่จริง เป็นไปตามธรรมชาติในสังคมที่ไม่มีคนดีทั้งหมด ไม้ยังต่างปล้อง พี่น้องยังต่างใจ พี่น้องประชาชนคุมตำรวจมากที่สุด มีสำนักงานจเรตำรวจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ทั้ง ก.พ.ค.ตร. และก.ร.ตร. ไม่จำเป็นต้องมี ตั้งมาเป็นน้ำตาล ทำให้เกิดความสำคัญ เปิดโอกาสให้มีการวิ่งเต้นไปที่นั่น&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ส่วนการโอนงานจราจรให้องค์กรท้องถิ่น พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยเพราะท้องถิ่นไม่มีศักยภาพด้านงบประมาณ หากต้องรับภาระงานี้ และทั่วโลกจราจร คือ ตำรวจ ให้ไปวิจัยดู และงานจราจรยังทำหน้าที่สายตรวจ จุดแรกที่สุดที่เข้าถึงเหตุการณ์ เข้าถึงคนร้ายไวที่สุด ถ้าตำรวจจราจรหายไปจากท้องถนนจะทำอย่างไร ต้องคิดเรื่องการโอนย้ายด้วยตนถามตำรวจไม่มีใครอยากโอนย้ายหรอก ต้องรับคนใหม่หรือ ยอมรับความจริงด้วยว่าประเทศเราจน เงินคงคลังมีจำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวอีกว่า งานสอบสวนยังแก้ไม่ถูกจุด งานสืบงานสอบต้องไปด้วยกันกับงานสอบสวน การสั่งการต้องหนึ่งเดียว เป็นสองทางไม่ได้ งานสอบสวนเป็นงานที่สำคัญที่สุด ตนเสนอให้มีการกำหนดคุณสมบัติให้ครบถ้วนในตำแหน่งต่างๆ จะดีกว่า&amp;nbsp; ทุกวันนี้ที่หนีงานสอบสวนเพราะคดีไม่รู้ตัวผู้กระทำความผิด ต้องทำสำนวน คือภาระที่พนักงานสอบสวน ต้องแบก งานเยอะ นี่คือหนึ่งในสาเหตุที่ตำรวจสายงานสอบสวน หนีปัญหา ฆ่าตัวตาย พวกสำนวนไม่รู้ตัวผู้ต้องหา ต่างประเทศเขาไม่ทำกันเพราะปล่อยไว้ เป็นดินพอกหางหมู&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot; ถ้าจะปรับปรุงอะไรต้องถามเขาว่าต้องการอะไร เช่น กรณีพ่อกระโดดศาลอาญาฆ่าตัวตาย เพราะศาลยกฟ้อง&amp;nbsp; เรื่องนี้อยากชี้ว่าตำรวจเป็นเพียงต้นธารกระบวนการยุติธรรม ตำรวตเปรียบเหมือนพ่อครัว แสวงหาวัตถุดิบปรุงอาหาร ให้อัยการชิม แล้วส่งไปถึงศาล บางอย่างไปถึงอาหารก็บูด พยานไม่ให้การชั้นศาล ยกฟ้องไปหลายคดี&amp;nbsp; กระบวนการยุติธรรมต้องปรับปรุงทั้งระบบ งานสอบสวนทุกอย่างต้องเรียลไทม์ ใช้แบบอิเล็กทรอนิกส์ ทุกวันนี้การทำคดีหนึ่ง การหาพยานหลักฐาน ตำรวจต้องทำ และจ่ายเงินทำงานเองทั้งหมด มีเรื่องคนด่ายับ ปัญหาที่สำคัญที่คนอื่นไม่รู้ว่าตำรวจต้องควักกระเป๋าเอง&amp;nbsp; หาพยานหลักฐานเอง ถ้าเป็นตำรวจ เอฟบีไอ&amp;nbsp; ต้นสังกัดเป็นคนจ่าย แต่ตำรวจไทย สอบสวนแต่ละคดีต้องควักกระเป๋าทั้งนั้น ไม่ว่าน้ำมัน หลวงให้ก็จริงแต่มีจำนวนจำกัด หมดคือหมด ตอนนี้หมดต้องควักเอง น้ำมัน 500ลิตร ใช้ได้ 20วัน อีก 10วันทำอย่างไร ปฏิรูปไม่เคยพูดถึงงบประมาณ&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.อชิรวิทย์ กล่าวว่า ไม่เห็นด้วยที่ให้การแต่งตั้งตำรวจประเมินจากความพึงพอใจของประชน ควรให้ลูกน้องประเมินนายประเมินผู้บังคับบัญชาจะดีกว่า เพราะใกล้ชิดกันจริงผู้บังคับบัญชาเป็นอย่างไรรู้กันหมด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/15137</URL_LINK>
                <HASHTAG>ก.ต.ช., ก.พ.ค.ตร., นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรจ, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พนักงานสอบสวน, พล.ต.อ.อชิรวิทย์ สุพรรณเภสัช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180810/image_big_5b6d5e021fd92.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>9722</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2018 15:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2018 15:42</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;มีชัย&#039;อึ้ง!สุ่มเยือนโรงพักพุ่งเป้าปฏิรูปขจัดสภาพอนาถา ผู้บังคับบัญชาต้องจัดงบฯเพียงพอ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค.61- นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก &amp;nbsp;เรื่อง ปฏิรูปตรงสู่โรงพัก ระบุว่า หลังพักการประชุมไป 1 สัปดาห์ คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติฯได้กลับมาประชุมตามปกติอีกครั้งเมื่อเย็นวานนี้ โดยเริ่มเข้าสู่ขั้นตอนตรวจพิจารณาร่างกฎหมายรายมาตราที่คณะทำงานร่วมกับฝ่ายเลขานุการยกร่างฯขึ้นมาเบื้องต้นตามประเด็นที่คณะกรรมการได้มีมติไปตลอดการประชุม 9 ครั้งแรก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
นอกจากนี้ ท่านประธาน(มีชัย ฤชุพันธุ์)ยังได้เล่าให้ที่ประชุมฟังถึงสภาพความเป็นจริงที่ได้พบเห็นจากการสุ่มไปเยือนสถานีตำรวจภูธรหรือโรงพักรวมทั้งหมด 5 แห่งโดยไม่ได้บอกกล่าวผู้ใดก่อนล่วงหน้าช่วงเสาร์อาทิตย์ที่ผ่านมา และช่วงลองวีคเอนด์สัปดาห์ก่อนหน้าตามที่ได้รายงานไปแล้วโดยเฉพาะสภาพความไม่พร้อมและความขาดแคลนต่าง ๆ ที่ตำรวจชั้นผู้น้อยเผชิญอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โรงพักเป็นหน่วยงานที่ใกล้ชิดประชาชนมากที่สุด แต่โรงพักบางแห่งที่ผมไปเห็นมากลับอนาถาที่สุด ทุกอย่างที่จำเป็นกับการปฏิบัติหน้าที่ล้วนไม่พอเพียง ต้องซื้อหากันเอง ตั้งแต่กระดาษ ปากกา ดินสอ รวมทั้งปืนคู่มือ ถามว่าหลวงไม่มีให้หรือ เขาตอบว่ามีแต่เก่าคร่ำคร่ามาก และที่น่าเวทนามากคือตั้งแต่ย้ายเข้ามารับตำแหน่งก็ต้องซื้อโต๊ะเก้าอี้เอง ซื้อแอร์ติดห้องเอง เพราะคนเก่าที่ย้ายออกไปเขาย้ายเอาติดตัวไปยังที่ใหม่ เพราะก็เป็นของที่เขาซื้อหาเองมาก่อนเมื่อครั้งย้ายเข้ามา คนที่โชคดีหน่อยก็คือคนที่ย้ายเข้ามาแล้วคนเก่าเขาทิ้งเป็นมรดกไว้ให้ไม่เอาติดตัวไปที่ใหม่...&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับว่าเมื่อเริ่มต้นรับตำแหน่งก็มีค่าใช้จ่ายที่จำเป็นรออยู่แล้ว อันเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดมีผู้ปรารถนาดีเข้ามามีส่วนช่วยออกค่าใช้จ่ายเหล่านี้ให้ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และในหลายกรณีที่ผู้ปรารถนาดีเหล่านั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจสีเทาจนกระทั่งมีการรับรู้กันเป็นการภายในเชิงแบ่งเกรดสถานีตำรวจเป็น A, B, C และ D กันตามลักษณะในการสนับสนุนจากผู้ปรารถนาดีในแต่ละพื้นที่นั้น ที่ประชุมได้หารือกันอย่างกว้างขวางและเห็นพ้องต้องกันว่าในการปฏิรูปตำรวจครั้งนี้จะต้องพุ่งเป้าไปที่การขจัดสภาพอนาถาเช่นนี้ในระดับโรงพักให้มากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ไม่ใช่ด้วยการเพิ่มงบประมาณแผ่นดินให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่จะทำในอย่างน้อย 2 วิธี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. กำหนดไว้ในพ.ร.บ.ตำรวจฯให้ผู้บังคับบัญชาระดับสูงทุกระดับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผบ.ตร. ต้องบริหารจัดการงบประมาณเท่าที่ได้รับจัดสรรมาโดยคำนึงถึงความพร้อมในการให้บริการประชาชนของสถานีตำรวจเป็นลำดับแรกอาทิเช่น เพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของผบ.ตร.เข้าไปอีก 1 อนุมาตรา &amp;quot;ดูแลให้หน่วยงานทุกหน่วย โดยเฉพาะกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดและสถานีตำรวจภูธร มีงบประมาณและอุปกรณ์ที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเพียงพอ&amp;quot; รวมทั้งเพิ่มหน้าที่และอำนาจและความรับผิดชอบของนายตำรวจที่ดำรงตำแหน่งระดับผู้บัญชาการให้รวมถึง &amp;quot;การบริหารงบประมาณ&amp;quot; ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เนื่องจากงานตำรวจเป็นงานที่ให้บริการแก่ท้องถิ่นโดยตรง และหลายงานเป็นงานที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นควรจะต้องทำเองแต่ยังขาดความพร้อม จึงจะกำหนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมด้านรายได้ตั้งงบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจในท้องถิ่นนั้นในบางส่วนงาน โดยมีหลักให้งบประมาณสนับสนุนตรงไปที่สถานีตำรวจในพื้นที่เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ในส่วนโครงสร้างกำลังพลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะบัญญัติเป็นหลักการไว้ในกฎหมายไม่ให้จัดไปกองไว้ที่หน่วยงานกลางระดับภาคจนเกินความจำเป็น แต่ให้กระจายลงไปยังระดับโรงพักให้เพียงพอที่จะให้บริการประชาชนโดยตรงให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด เพื่อไม่ให้ตำรวจประจำโรงพักต้องทำงานหนักจนเกินกำลัง
ทั้งนี้ โดยจะมีมาตราที่บัญญัติขึ้นใหม่ถึงหลักในการบริหารจัดการระดับสถานีตำรวจไว้ด้วย โดยมอบให้คณะทำงานและฝ่ายเลขานุการไปทำการบ้านมาว่าจะควรจะบัญญัติไว้ในส่วนใด การมีบทบัญญัติที่ระบุถึงสถานีตำรวจหรือโรงพักโดยตรงยังไม่เคยปรากฎในกฎหมายตำรวจมาก่อน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/9722</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, นายคำนูณ สิทธิสมาน, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรจ, ปฏิรูปโรงพัก, สถานีตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180522/image_big_5b03d600cfc66.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7743</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/04/2018 13:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/04/2018 13:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ได้ข้อสรุปพื้นฐานปฏิรูปตร.เน้นถ่ายโอนงานที่ไม่ใช่ภารกิจหลัก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;24 เม.ย.61- &amp;nbsp;นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฯเมื่อวันที่ 23 เม.ย.มีข้อสรุปพื้นฐานว่า จะเน้นการถ่ายโอนภารกิจที่ไม่ใช่งานของตำรวจโดยแท้เป็นหลัก เพราะเห็นว่าแก่นแท้ของงานตำรวจคือการรักษาความสงบเรียบร้อย การป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม การนำบุคคลที่กระทำความผิดทางอาญามาสู่กระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นงานหลักที่ต้องรักษาไว้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนงานที่นอกเหนือไปจากนี้ที่มีลักษณะเป็นงานบริการประชาชน งานทะเบียน งานจัดระเบียบอื่น ๆ อาทิ งานจราจร ถือเป็นงานรอง สมควรถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่นได้กระทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความพร้อมเพื่อให้องค์กรตำรวจกระชับตัวลง และกำลังพลที่มีอยู่สามารถรองรับงานหลักได้เต็มที่ ภายใต้เงื่อนไข 2 ประการ 1. ต้องไม่สร้างความกระทบกระเทือนให้แก่ประชาชน &amp;nbsp;และ 2. ต้องไม่สร้างภาระแก่งบประมาณแผ่นดินมากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;การถ่ายโอนภารกิจในความหมายนี้จึงไม่ใช่การถ่ายโอนงานสอบสวนคดีอาญาบางประเภทที่ต้องใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทางไปให้หน่วยงานอื่นที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้านนั้น และปัจจุบันทำงานทางด้านสืบสวนและมีอำนาจจับกุมอยู่แล้วทำแทนทั้งหมด เพราะจะทำให้เกิดหน่วยงานสอบสวนขึ้นใหม่อีกเป็นจำนวนมากอยู่ต่างสังกัดกัน เพราะจะเป็นการสร้างปัญหาใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก หากทำเช่นนั้นอาจเป็นการสร้างนรกให้กับประชาชนหรือทำให้ประชาชนประสบสภาวะหนีเสือประจรเข้ เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังอย่างสูง&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่างานสอบสวนคดีอาญาที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง อาจยกระดับเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นได้โดยกำหนดให้เจ้าหน้าที่หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะในแต่ละด้านนั้นมาเป็นที่ปรึกษาหรือผู้ช่วยของพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน การลดจำนวนของความผิดที่มีโทษทางอาญาที่มีอยู่ในกฎหมายฉบับต่าง ๆ ได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 77 และบรรจุอยู่ในแผนการปฏิรูปประเทศด้านกฎหมายอยู่แล้ว โดยจะมีการยกเลิกโทษทางอาญาสำหรับความผิดที่ไม่ร้ายแรง หรือให้มีการเปลี่ยนโทษปรับทางอาญาเป็นโทษปรับทางปกครองแทน ซึ่งเมื่อกระทำสำเร็จก็จะเป็นการลดภารกิจที่ไม่จำเป็นของตำรวจไปด้วยอีกทางหนึ่ง เมื่อรู้ภารกิจหลักของสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการพิจารณากำหนดโครงสร้างองค์กร.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7743</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, คำนูณ สิทธิสมาน, งานทะเบียน, ถ่ายโอนงาน, ถ่ายโอนภารกิจ, ปฏิรูปตำรจ, สืบสวนสอบสวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180424/image_big_5adecfa83b588.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5505</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 14:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/03/2018 14:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผุดอีกไอเดียตั้ง &#039;กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย&#039; จับระบบการใช้งบฯสถานีตำรวจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;21 มี.ค.61 - นายมานิจ สุขสมจิตร ประธานคณะอนุกรรมการด้านสื่อสารสังคม คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) &amp;nbsp;แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการฯ ที่มีพล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ เป็นประธาน ว่า การประชุมคณะกรรมการฯ ครั้งสุดท้ายในวันที่ 28 มี.ค.นี้ พล.อ.บุญสร้าง จะเป็นผู้แถลงสรุปต่อสื่อมวลชน ก่อนส่งเรื่องให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามวันนี้ที่ประชุมได้มีข้อเสนอแนะในการตั้งกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย &amp;nbsp;โดยจะมีทั้งในพื้นที่ กทม. และต่างจังหวัด ซึ่งงบประมาณจะนำมาใช้จ่ายในเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อย เช่น เรื่องค่าใช้จ่ายของสถานีตำรวจ &amp;nbsp;แต่เดิมการจ่ายในส่วนดังกล่าวได้มาจากการบริจาคของประชาชนและเอกชนที่ไม่เป็นระบบ ตอนนี้เรานำมาเข้าระบบ เงินที่จะนำมาใช้นั้น ไม่ได้เป็นเงินบริจาคเพียงอย่างเดียว แต่จะมาจากภาษีที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นจัดมาให้ส่วนหนึ่งด้วย โดยเรื่องนี้จะต้องออกเป็นกฎหมายตามขั้นตอน รวมถึงเงินบริจาคจะต้องมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน เราจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารกองทุน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายมานิจ กล่าวต่อว่า สำหรับองค์ประกอบของกองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย คนที่จะเป็นประธานบริหารงานต้องเป็นระดับราชการ ในส่วน กทม. จะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบก.น 1 ) เป็นประธาน ส่วนในต่างจังหวัดจะเป็นผู้บังคับการตำรวจ ภูธร ในแต่ละจังหวัดเป็นประธาน &amp;nbsp;พร้อมทั้งมีข้าราชการ และประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้ามามีส่วนร่วมด้วย สิ่งสำคัญจะต้องมีการตรวจสอบ และประเมินการทำงานตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการให้การใช้จ่ายในส่วนดังกล่าวเป็นระบบมากขึ้น.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5505</URL_LINK>
                <HASHTAG>กองทุนกิจการรักษาความสงบเรียบร้อย, คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม, ปฏิรูปตำรจ, พล.อ.บุญสร้าง, มานิจ สุขสมจิตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab20516df1f3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
