<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>115487</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/09/2021 13:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/09/2021 13:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำนูณ แนะ 3 ข้อปฏิรูปตำรวจ ย้ำยังไม่สายเกินไป</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ก.ย. 2564 นายคำนูณ สิทธิสมาน สมาชิกวุฒิ (ส.ว.) โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ระบุว่า&amp;nbsp; ปฏิรูปตำรวจสายมากแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป ! ถ้าจริงใจ-ทำได้ทันที 3 ประการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;___________&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชาจะฝ่าวิกฤติ &amp;lsquo;การเมืองเก่า&amp;rsquo; ภายใน พปชร. ครั้งนี้ไปได้ โค่นเกมโหวตคว่ำ 4 กันยายนนี้ได้แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ - แล้วยังไง ? ก็แค่ซื้อเวลาไปได้ระยะหนึ่งหรือเปล่า ?&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เวลาที่เหลืออยู่ก่อนเลือกตั้งทั่วไปใหม่ ไม่ว่าจะเพราะเหตุครบวาระ หรือยุบสภา มีไม่มากก็จริง แต่ก็ไม่น้อย สามารถสร้างผลงานใหญ่ให้ระบือลือลั่นได้ ทำให้เวลาที่เหลืออยู่ทรงคุณค่าต่อชาติต่อประชาชนและต่อการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เรียกว่าการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ซึ่งเป็นภารกิจที่ท่านอาสาเข้ามาสานต่อให้ลุล่วงโดยการเป็นนายกรัฐมนตรีต่อหลังเลือกตั้งต้นปี 2562&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างง่าย ๆ แค่เรื่องปฏิรูปตำรวจ ที่รัฐธรรมนูญ 2560 ให้ความสำคัญไว้สูงสุดเป็นอันดับแรก. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการแต่งตั้งโยกย้ายที่มีหลักเกณฑ์ชัดเจนและเป็นธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สังคมคาดหวังเรื่องการปฏิรูปตำรวจมานานมากแล้ว ทุกครั้งที่มีปัญหาฉาวโฉ่ในวงการตำรวจ จะมีเสียงทวงถามตามมาทุกครั้ง จนกลายเป็นความเชื่อในหมู่ประชาชนทั่วไปว่าการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจนั้นเต็มไปด้วยด้านลบของระบบอุปถัมภ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้สายมากแล้ว แต่ยังไม่สายเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐบาลทำได้ทันทีตามนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หนึ่ง - ออกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโสฉบับใหม่ แทนที่ฉบับเดิมที่ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อ 31 กรกฎาคม 2561 เพื่อให้ตรงตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 260 วรรคสาม ประกอบมาตรา 258 ง (4) กล่าวคือเพื่อให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจก่อนที่พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่จะแล้วเสร็จใช้หลักอาวุโสอย่างเดียวเท่านั้น ไม่ใช่ระบบแบ่งกองใช้อาวุโส 33 % ของตำแหน่งที่ว่างตามที่ประกาศมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีตามมาตรา 260 วรรคสามนี้ควรจะเป็นหลักเกณฑ์ว่าด้วยอาวุโสเท่านั้น ไม่ใช่หลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งโยกย้ายดังที่ประกาศไปเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำเสียให้ถูกต้องตรงตามรัฐธรรมนูญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนหลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่กำหนดให้ใช้หลักอาวุโสกับความสามารถประกอบกันตามมาตรา 258 ง (4) นั้นให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ที่กำลังต่อสู้ทางความคิดกันอยู่ในชั้นกรรมาธิการของรัฐสภาที่จะต้องแล้วเสร็จโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสามเป็นนวัตกรรมที่ผมเคยเรียกว่า &amp;lsquo;บทเร่งรัดกึ่งลงโทษ&amp;rsquo; เพื่อมุ่ง &amp;lsquo;เร่งรัด&amp;rsquo; ให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ที่กำหนดหลักเกณฑ์ในการโดยย้ายแต่งตั้งโดยให้ใช้อาวุโสกับความสามารถประกอบกันแล้วเสร็จโดยเร็วภายใน 1 ปีหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ ถ้าไม่เสร็จก็จะถูก &amp;lsquo;ลงโทษ&amp;rsquo; โดยให้การแต่งตั้งโยกย้ายใช้หลักอาวุโสอย่างเดียว อันจะเป็นข้อจำกัดในการบริหารจัดการ จึงต้องเร่งรัดคลอดหลักเกณฑ์ใหม่ให้ได้โดยเร็วที่สุด ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี 31 กรกฎาคม 2561 จึงเป็นการทำลายรัฐธรรมนูญมาตรานี้โดยตรง ส่งผลให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่จะล่าช้าอย่างไรก็ได้หรือไม่แล้วเสร็จเลยก็ได้ เพราะมีหลักเกณฑ์ทั้งหมดของการแต่งตั้งโดยย้ายข้าราชการตำรวจระบุไว้หมดแล้วในประกาศ แถมยังเป็นหลักเกณฑ์เดิมที่ใช้กันอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สอง - คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 20/2561 เมื่อ 26 พฤศจิกายน 2561 ที่เป็นการรับรองความถูกต้องสมบูรณ์ของประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส 31 กรกฎาคม 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำสั่งหัวหน้าคสช.ฉบับนี้ไม่น่ารักมากถึงมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะมีผลเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสองที่กำหนดให้พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติที่กำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายใหม่ต้องแล้วเสร็จภายใน 1 ปีมีอันต้องไร้ผล และยังเป็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญโดยวิธีพิเศษที่ไม่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ยังผลให้การแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในระบบแบ่งกองใช้อาวุโส 33 % ของตำแหน่งที่ว่างที่ใช้กันมาแต่เดิมได้ใช้ต่อไปเรื่อย ๆ ไร้กำหนดสิ้นสุดที่ชัดเจน กฎหมายกำหนดหลักเกณฑ์ใหม่จะเสร็จเมื่อไรก็ได้ ไม่ต้องเร่งรัด พระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติฉบับใหม่ที่ทำต่อเนื่องกันมา 4 ปีจะเสร็จหรือไม่ก็ไร้ปัญหา เพราะบทเร่งรัดกึ่งลงโทษตามรัฐธรรมนูญมาตรา 260 วรรคสามไม่เหลืออีกแล้วในทางปฏิบัติ และยังเป็นการตัดสิทธิผู้เห็นต่างให้ไม่สามารถร้องขอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อวินิจฉัยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่สำคัญเหนืออื่นใดคือเป็นการใช้อำนาจพิเศษของคณะรัฐประหารหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญแล้ว ซึ่งแม้รัฐธรรมนูญจะอนุญาตให้ทำได้ แต่ก็มีขัอพิจารณาในเชิงรัฐศาสตร์มากทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมไม่ได้ขอสุดโต่งถึงขนาดยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 20/2561 ไปเลย เพราะคณะรัฐมนตรีรวมทั้งผู้ปฏิบัติจะหลุดจากความคุ้มครองทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขอเพียงให้แก้ไขเพิ่มเติม ให้คุ้มครองคณะรัฐมนตรีและผู้ปฏิบัติเฉพาะเท่าที่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจตามหลักอาวุโส 31 กรกฎาคม 2561 ยังมีผลบังคับใช้อยู่เท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สาม - คณะรัฐมนตรีตราพระราชกำหนดยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมประกาศคสช./คำสั่งคสช. 5 ฉบับที่เกี่ยวกับตำรวจ กล่าวคือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ประกาศคสช.ที่ 88/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ประกาศคสช.ที่ 111/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- ประกาศคสช.ที่ 115/2557&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 7/2559&lt;/p&gt;


	คำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 21/2559


&lt;p&gt;อำนาจพิเศษของคณะรัฐประหารที่ใช้ไปก่อนมีรัฐธรรมนูญ 2560 ทั้ง 5 ครั้งนี้ 4 ครั้งเป็นการแก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ. 2547 อีก 1 ครั้งเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ทุกครั้งมีเนื้อหาที่กล่าวโดยภาพรวมได้ว่าสวนทางกับทิศทางการปฏิรูป เพราะเป็นการลดการตรวจสอบถ่วงดุล ลดการมีส่วนร่วมของประชาชน ขยายอำนาจของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมจะไม่เสนอละเอียดลงไปว่าควรยกเลิกหรือแก้ไขอย่างไร และจะไม่กล่าวว่าเป็นความไม่ถูกต้องเสียทั้งหมด เพราะบางประการอาจจะมีความจำเป็นเฉพาะช่วงเวลาเพื่อความมั่นคงหลังรัฐประหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ไม่ใช่คงไว้ตลอดไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เฉพาะบางเรื่องไม่อาจรอพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติให้แล้วเสร็จได้ เพราะถึงรอก็ไร้ผล เนื่องจากอยู่ในกฎหมายคนละฉบับ นั่นคือการทำให้อำนาจถ่วงดุลการสั่งคดีในต่างจังหวัดทั่วประเทศไร้ผล ในประกาศคสช.ที่ 115/2557 ที่สมควรแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ประการนี้ทำได้ทันที - ถ้าจะทำ !&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 นั้นทำได้แน่นอนเพราะเป็นการใช้อำนาจบริหารของคณะรัฐมนตรีตามปกติ และยังมีรัฐธรรมนูญมาตรา 260 รองรับ&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนข้อ 2, 3 ก็พิจารณาได้ว่าเข้าเงื่อนไขของการตราพระราชกำหนดตามรัฐธรรมนูญมาตรา 172 เพราะเป็นทั้งความปลอดภัยของประเทศและความปลอดภัยสาธารณะที่ต้องดำเนินการโดยเร่งด่วน และหากดำเนินการในช่วงปิดสมัยประชุมรัฐสภาก็จะยิ่งเข้าเงื่อนไขเต็มที่มากขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือตัวอย่างของการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุโดยใช้ &amp;lsquo;การเมืองใหม่&amp;rsquo; ที่จะทำให้การคงอยู่ของท่านนายกรัฐมนตรีต่อไปมีคุณค่าและเต็มไปด้วยความหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าทำได้ชัดเจนพอ จับต้องได้ ศรัทธาของประชาชนที่อาจจะได้เพิ่มขึ้นมาจากปัจจุบันอย่างมีนัยสำคัญก็จะเป็นผนังทองแดงกำแพงเหล็กเป็นหลังพิงให้นายกรัฐมนตรียืนหยัดอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งพา &amp;lsquo;การเมืองเก่า&amp;rsquo; มากเกินไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเสนอมาเพื่อพิจารณา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คำนูณ สิทธิสมาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สมาชิกวุฒิสภา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 กันยายน 2564&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/115487</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210111/image_big_5ffc5d196b412.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/08/2021 08:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/08/2021 08:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตรองอธิการฯ มธ. ชี้ไทยต้องมีตำรวจพันธุ์ใหม่ แตกต่างจากพันธุ์เดิม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ส.ค.64 - รศ.หริรักษ์ สูตะบุตร อดีตรองอธิการบดีฝ่ายบริหารบุคคล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า ไม่ว่าใครจะว่าอย่างไร แต่&amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; นับว่าสร้างคุณูปการให้ประเทศอย่างหนึ่ง คือทำให้ทุกคนนึกได้ และหันมาทวงเรื่องการปฏิรูปตำรวจ ซึ่งค้างคาอยู่ในชั้นกรรมาธิการ สภาผู้แทนราษฎรมาเป็นเวลานานมากแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อครั้งที่เกิดคลัสเตอร์การติดเชื้อที่บ่อนระยอง กับที่สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ซึ่งเป็นต้นเหตุของการแพร่ระบาดของโควิด 19 ไปเป็นวงกว้าง ไม่ทราบว่าทำให้มีผู้เสียชีวิตไปกี่ราย กลับไม่มีใครพูดถึงการปฏิรูปตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เคยวิจารณ์หลายครั้งแล้วว่า รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สอบตกไม่ใช่เฉพาะการปฏิรูปตำรวจ แต่สอบตกเรื่องการปฏิรูปประเทศโดยรวม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่กล่าวเช่นนั้น ก็เพราะ รัฐบาลคสช.เริ่มการปฏิรูปประเทศโดยการตั้งสภาปฏิรูปแห่งชาติ คณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆอีก 13 ชุด และต่อมายังตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศอีก ต้องจ่ายเงินเป็นค่าตอบแทน ค่าเบี้ยประชุม ค่าจัดทำเอกสาร ค่าจัดประชุม ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายอื่นๆอีกรวมแล้วอาจเหยียบร้อยล้าน น่าเสียดายที่ผลลัพท์ที่ได้มีเพียงตัวหนังสือที่อยู่ในไฟล์ และบนกระดาษไม่ทราบว่ากี่พันหน้า ผลลัพท์ที่เป็นรูปธรรมแทบจะไม่มีเลย น่าเสียดายเงินงบประมาณแผ่นดินอย่างยิ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ไม่ทราบว่าพลเอก ประยุทธ์ ติดขัดอะไร หรือเกรงใจใคร จึงดูเหมือนไม่เคยได้ผลักดันเรื่องการปฏิรูปให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเต็มที่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องการปฏิรูปตำรวจ ที่ค้างคาอยู่ ดูเหมือนมีประเด็นการปฏิรูปมีอยู่ 4 ประเด็นใหญ่ๆคือ ประเด็นการแยกงานสอบสวนกับงานสืบสวนปราบปรามให้เป็นอิสระจากกัน เพื่อให้คานอำนาจกัน ประเด็นการแยกหน้าที่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรักษาความสงบออกเป็นหน่วยงานต่างหาก เช่น ตำรวจจราจร ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เป็นต้น ประเด็นที่ 3 คือการรื้อระบบการแต่งตั้งโยกย้าย เพื่อป้องกันการซื้อขายตำแหน่ง และประเด็นที่4 คือการกระจายอำนาจ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พูดกันตามจริง การปฏิรูปตำรวจใน 4 ประเด็นนี้ ต่อให้ทำได้ &amp;nbsp;ก็ไม่น่าจะทำให้อะไรดีขึ้นได้มากนัก ดังเช่นการปรับโครงสร้างตำรวจที่เคยทำไป สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือ เปลี่ยนชื่อจากกรมตำรวจเป็นสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แยกออกจากกระทรวงมหาดไทย ให้ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรีหรือรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมาย และมีตำแหน่งนายพลเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก เพียงแค่นั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจะปฏิรูปองค์กรตำรวจให้เป็นองค์กรที่ทำหน้าที่พิทักษ์สันติราษฎร์ได้อย่างแท้จริง และเป็นที่ชื่นชมยกย่องของประชาชน ไม่ใช่เพียงแค่ปรับโครงสร้าง &amp;nbsp;ปรับเปลี่ยนระบบการแต่งตั้งโยกย้ายเท่านั้น อย่าว่าแต่การแยกงานสอบสวนให้เป็นอิสระ แม้อาจทำให้การสมรู้ร่วมคิดทำได้ยากขึ้น แต่ผลเสียก็คือ ทำให้เกิดการทำงานแบบแยกส่วน สวนทางกับการบูรณาการ อาจทำการทำคดีอาชญากรรมต่างๆล่าช้า และไม่สัมพันธ์กันได้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปตำรวจให้ได้ผลอย่างที่ต้องการ จะต้องสร้างตำรวจพันธ์ุใหม่ให้เกิดขึ้นให้ได้ ไม่ว่าจะใช้เวลานานเท่าใดก็ตาม การสร้างตำรวจพันธุ์ใหม่ จะต้องลืมกระบวนการผลิตตำรวจแบบเดิมให้หมด แล้วสร้างกระบวนการผลิตใหม่โดยไม่ยึดติดกับของเดิม โดยอาจมีแนวทางดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. แยกกระบวนการผลิตตำรวจออกจากกระบวนการผลิตทหาร นั่นคือ ผู้ที่จะเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ไม่ต้องให้ผ่านโรงเรียนเตรียมทหารก่อน แต่ให้ผู้ที่จบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยไหนก็ได้ แต่ต้องจบสาขาวิชาที่กำหนด ให้มีสิทธิ์สอบแข่งขันเข้าเรียนในโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ปรับหลักสูตรโรงเรียนนายร้อยตำรวจให้เหลือเพียง 1 ปี โดยให้เรียนเฉพาะวิชาที่เป็นประโยชน์โดยตรงต่องานของตำรวจ และเน้นการฝึกปฏิบัติให้มากกว่าเดิม เช่น การใช้อาวุธปืนแบบต่างๆ วิธีการจับกุม ฯลฯ เป็นลักษณะของ Police Academy จริงๆ ไม่ใช่เป็นลักษณะของมหาวิทยาลัยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. โรงเรียนตำรวจระดับอื่นเช่น โรงเรียนนายสิบ โรงเรียนพลตำรวจ ให้มีการปรับหลักสูตรและระยะเวลาให้สอดรับกับโรงเรียนนายร้อยตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อดีของการทำเช่นนี้คือ กระบวนการผลิตตำรวจจะได้รับวัตถุดิบที่มีพื้นฐาน และคุณลักษณะที่หลากหลาย &amp;nbsp;ไม่ใช่เป็นพิมพ์เดียวกันหมด เหมือนเช่นปัจจุบัน ผู้ที่จบออกมาก็จะไม่เป็นพิมพ์เดียวกัน เพราะแต่ละคนจบปริญญาตรีมาจากมหาวิทยาลัยหรือสถาบันที่แตกต่างกัน การแบ่งแยกว่าใครจบโรงเรียนนายร้อยตำรวจ ใครมาจากเส้นทางอื่นก็จะหมดไป แต่คงต้องใช้เวลานานกว่าที่ตำรวจพันธุ์เก่าจะค่อยๆหมดไป และตำรวจพันธุ์ใหม่จะเข้ามาแทนที่ได้ทั้งหมด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกรณี &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; ไม่ใช่เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ไม่อยากพูดว่า เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยจนเป็นเรื่องธรรมดา เพียงแต่ครั้งนี้ตำรวจไม่ได้นำผู้ต้องหาไปที่ safe house และบังเอิญครั้งนี้มีคลิปหลุด จึงเป็นข่าวใหญ่โต ไม่เช่นนั้น &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot; ก็คงทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามปกติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากไม่รื้อปรับกระบวนการผลิตตำรวจเสียใหม่ หลังเรื่อง &amp;quot;ผู้กำกับโจ้&amp;quot;ซึ่งยังไม่แน่จะถูกตั้งข้อหาแบบใด และบทลงโทษจะเป็นอย่างไร เริ่มเงียบ กรณึแบบเดิมก็จะยังคงเกิดขึ้นอีก เพียงแต่จะมีการเพิ่มความรอบคอบขึ้นกว่าเดิมเท่านั้น เราจึงจำเป็นต้องมีตำรวจพันธุ์ใหม่ที่แตกต่างจากพันธุ์เดิมอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น ตำรวจจึงจะเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114802</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, ผู้กำกับโจ้, หริรักษ์ สูตะบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190531/image_big_5cf0e0c404ca9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114733</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 14:16</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 14:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทิพานัน&#039; ปกป้องลุง อัดโฆษกสาวเพื่อไทย เละ!</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) กล่าวถึงกรณี น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวหาพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีใช้เวลา 7 ปีปฏิรูปตำรวจล้มเหลว จากกรณีเกิดคดีของพ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ ผู้กำกับโจ้ อดีตผู้กำกับ สภ.เมืองนครสวรรค์ เค้นสอบทรมานผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิตว่า บ่อยครั้งที่โฆษกพรรคเพื่อไทยแสดงความคิดเห็นสะท้อนตรรกะที่ผิดเพี้ยน พยายามบิดเบือนเพื่อให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสังคม &amp;nbsp;ดิสเครดิตนายกรัฐมนตรี ไม่เข้าใจโครงสร้างของการบริหาร หรือจงใจเชื่อมโยงเพื่อดิสเครดิตทางการเมือง ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วรัฐบาล โดยพล.อ.ประยุทธ์ ได้ผลักดันการปฏิรูปตำรวจอย่างเป็นรูปธรรม ในเชิงโครงสร้างและนโยบาย เพื่อสะสางปัญหาต่างๆในหลายๆเรื่อง &amp;nbsp;โดยครม.ได้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติแล้ว ตั้งแต่เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2564 ที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในชั้นของการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภา จะเห็นว่าในส่วนอำนาจการของฝ่ายบริหารงานไม่ได้เตะถ่วงรีรอใดๆ ทั้งสิ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ทิพานัน กล่าวต่อว่า ประกอบกับครม.ได้ส่งร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้เป็นบุคคลสูญหาย ให้สภาฯบรรจุวาระการประชุมแล้ว ดังนั้นจะเห็นได้ว่า รัฐบาลโดยพล.อ.ประยุทธ์ มีความจริงใจในการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ห่วงใยและป้องกันความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เป็นที่น่าสังเกตว่า โฆษกพรรคเพื่อไทยพยายามโยงคดีที่เกิดขึ้น กับการปฏิบัติหน้าที่เผชิญเหตุการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นการพยายามจับแพะชนแกะที่มั่วที่สุด &amp;nbsp;ยังอาจสะท้อนเจตนาแอบแฝงที่ไม่ชอบมาพากล &amp;nbsp;เหมือนจงใจ &amp;nbsp;สร้างแรงกดดันให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจและยั่วยุกลุ่มผู้ชุมนุม ก่อนที่จะมีการชุมนุมในวันที่ 29 สิงหาคมนี้ใช่หรือไม่ ซึ่งพรรคเพื่อไทยต้องระมัดระวังการแสดงความเห็นของโฆษกพรรคเพื่อไทย ที่อาจเข้าข่ายสนับสนุนการชุมนุมให้กระทำผิดกฎหมายหรือใช้ความรุนแรงหรือไม่ด้วย&amp;rdquo;น.ส.ทิพานัน กล่าว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114733</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ทิพานัน ศิริชนะ, ปฏิรูปตำรวจ, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_612890804126a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114731</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 15:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 14:07</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โอนคดี &#039;ผู้กำกับโจ้&#039; ให้กองปราบ &#039;ผบ.ตร.&#039; ผ่าตัดกระบวนการทำคดียาเสพติดทั่วประเทศ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ กับพวก ว่า อยู่ระหว่างขั้นตอนการทำเอกสารเพื่อขอเพื่อย้ายสำนวนคดี 7 นาย ที่ จ.นครสวรรค์ มาให้กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากที่ผ่านมากองปราบได้เข้าร่วมปฏิบัติการกับกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค6 และจ.นครสวรรค์ มาโดยตลอดจึงมีความเข้าใจ และมีความคล่องตัวในการขยายผลไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง และยืนยันว่าหากการขยายผลพบบุคคลใดเกี่ยวข้องเพิ่มเติมจะไม่มีการละเว้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร. กล่าวว่า ส่วนเรื่องคำให้การไม่ว่าผู้ต้องหาหรือผู้เกี่ยวข้องจะให้การอย่างไรถือเป็นสิทธิ แต่หากพบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด รวมทั้งมีการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเส้นทางการเงิน และทรัพย์สินของผู้ต้องหาทั้งหมด หลังสังคมมีข้อสงสัยเกี่ยวกับการร่ำรวยผิดปกติของผกก.โจ้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังมอบหมายให้ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร. ในฐานะกำกับดูแลงานด้านยาเสพติด ออกคำสั่งถึงผู้บังคับบัญชาทุกระดับไปทบทวนชุดสืบสวนยาเสพติดตั้งแต่ระดับสถานีตำรวจ ถึงกองบัญชาการ ไปตรวจสอบประวัติ และพฤติกรรมในการปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับยาเสพติด และให้ผู้บังคับบัญชารับรองความประพฤติเป็นรายๆ ไป โดยหากพบว่ามีบุคคลใดมีประวัติหรือพฤติกรรมไม่ดีเกี่ยวกับยาเสพติด หรือย่อหย่อน ก็ต้องเปลี่ยนตัว เพราะหากเกิดเรื่องร้องเรียนขึ้นมา ผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผบ.ตร. กล่าวอีกว่า เรื่องความประพฤติผิดชอบชั่วดีของตำรวจผู้บังคับบัญชาต้องรับผิดชอบ ทำดีต้องได้ดี ทำไม่ดีต้องถูกลงโทษ ถ้าตำรวจเข้าใจแบบนี้ตนคิดว่าเขาก็จะตั้งใจทำงานมากขึ้น และหากพบตำรวจคนใดทำผิดกฎหมายจะต้องดำเนินการอย่างแน่นอนพร้อมทั้งยืนยันว่า ส่วนตัวไม่รู้สึกเครียดหรือโล่งใจที่สามารถจับกุมแก๊ง ผกก.โจ้ได้ เพราะเป็นหน้าที่ของตัวเองในฐานะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และมีอีกหลายเรื่องที่สังคมต้องการให้ดีกว่านี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114731</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจ, ผู้กำกับโจ้, สีกากี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_61288e2040199.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114706</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/08/2021 12:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/08/2021 12:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ดร.เสรี หวดปฏิรูปตำรวจด่วน! หลังฟังแถลงจับ &#039;ผู้กำกับโจ้&#039; แล้วหมดศรัทธา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ส.ค.64 - ดร.เสรี วงษ์มณฑา &amp;nbsp;โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า การแถลงข่าวการมอบตัวของนายตำรวจที่มีคลิปทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิต ทำให้ประชาชนจำนวนมากหมดศรัทธากับตำรวจ จนมีเสียงเรียกร้องให้นายกฯ เร่งปฏิรูปตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หลายคนมองว่าการแถลงข่าวคือการให้โอกาสตำรวจที่ผู้ต้องหาได้เล่าเรื่องที่เป็นประโยชน์กับตนเอง เขาเล่าว่าการกระทำของเขาไม่ได้เจตนาฆ่าผู้ตาย แต่เป็นการทำหน้าที่เพื่อหาของกลาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เขายอมรับว่าเขาทำคนเดียว ลูกน้องไม่เกี่ยว ฟังดูดี เหมือนคนสารภาพผิด แต่คิดให้ดีนะคะ ว่าเขาพูดแบบนั้นเพราะสำนึกผิด หรือว่าจำนนด้วยคลิปที่เป็นหลักฐาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการฟังการแถลงข่าวทั้งหมด หลายคนมองว่าเป็นเหมือนละคร และคาดการณ์ว่าตำรวจที่เป็นผู้ต้องหาคงรอดคดี หรือไม่ก็ถูกลงโทษเบาๆ คงไม่ใช่จำคุกตลอดชีวิตหรือประหารขีวิตแน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายกฯขา สภาคะ ประชาชนเขาคาดหวังให้มีการปฏิรูปตำรวจนะคะ คนเห็นคลิปก็มองตำรวจแย่แล้ว ฟังการแถลงยิ่งหมดศรัทธา มองตำรวจแย่สุดๆ ต้องปฏิรูปด่วนนะคะ&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114706</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210827/image_big_6128738a7ab23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114458</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/08/2021 10:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/08/2021 09:50</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;หมอพรทิพย์&#039; ฉะปฏิรูปตำรวจชักเข้าชักออก เชื่อคลิปฉาว &#039;ผู้กำกับโจ้&#039; ฝังกลบไม่ได้แน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 ส.ค.64 - แพทย์หญิง คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ว่าหลักฐานชัดที่สุดที่ได้เคยเห็น แต่การตรวจสอบของหน่วยงานก็ยังคงอ้างว่ารอผลการสอบสวน ต้องชมและให้กำลังใจผู้ที่กล้าร้องเรียนแม้จะรู้ว่าเสี่ยงอย่างยิ่ง&amp;nbsp;ตอนแรกที่เป็นข่าวก็ห่วงว่าเดี๋ยวเรื่องคงเงียบ ตำรวจที่ออกมาร้องเรียนคงถูกจัดการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เมื่อมีคลิปเผยแพร่ไปพร้อมกับรับรองการตายก็เลยแน่ใจว่าคงฝังกลบไม่ได้แน่นอน น่าเสียดายที่ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศที่คุยว่าดีนักหนาไม่มีหัวข้อเรื่องการสร้างกระบวนการยุติธรรมที่ดี ขนาดมีการเขียนเรื่องการปฏิรูปตำรวจในรัฐธรรมนูญยังชักเข้าชักออก สุดท้ายมีแต่เรื่องการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีเรื่องการสร้างระบบสอบสวนที่ยุติธรรมและการตรวจสอบที่เป็นธรรม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยต้องทำตามข้อกำหนดสากลพิธีสารมินนิโซตา ที่ว่าด้วยเรื่องการสอบสวนการตายที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่รัฐ ที่ต้องให้หน่วยงานกลางเป็นผู้ตรวจสอบไม่ใช่ปล่อยให้ต้นสังกัดเป็นผู้สอบ ซึ่งก็ควรรวมถึงการสอบสวนการบาดเจ็บของผู้ร่วมชุมนุมและเจ้าหน้าที่ ทั้งสองเหตุการณ์ต้องการคนกลางที่ทำหน้าที่ตรงไปตรงมา น่าเสียดายที่ไม่มีแนวทางการปฏิรูปเรื่องนี้เลย.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114458</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระบวนการยุติธรรม, ตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจ, ผู้กำกับโจ้, พรทิพย์ โรจนสุนันท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210226/image_big_6038c2f14c0d0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/06/2021 06:33</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/06/2021 06:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิภพ ธงไชย&#039;เขียนถึงเส้นทาง&#039;ทนายนกเขา&#039;ที่มุ่งจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 มิ.ย.64- นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) โพสต์เฟซบุ๊กว่า
เส้นทางทนายนกเขา
ที่มุ่งจะแก้ไขปัญหาประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมรู้จักและเป็นเพื่อนทนายนกเขามานานมาก
รู้ว่าเบื้องลึกของจิตใจของชายคนนี้ นั้น&amp;rdquo;บริสุทธิ์&amp;rdquo;
มุ่งประโยชน์ประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตั้งแต่ตั้งเวที คปท.ร่วมกับขบวนการนักศึกษารามคำแหง
เพื่อขจัดนักการเมืองโกง ที่สืบเนื่องมาจากระบอบทักษิโณมิก
นานนับ 6 เดือน โดยมีมวลชน พธม.ที่ร่วมสู้โค้นล้มรัฐบาลทักษิณ
กันมานานเป็นแฟนพันธ์แท้หน้าเวที คปท.มี สถานี Astv ถ่ายถอดสด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ คืนนี้ ทนายนกเขา ทนายสิทธิมนุษยชน
ลุกขึ้นสู้ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์
ด้วยมือเปล่า ตีนเปล่า เพื่อเรียกร้องนายกรัฐมนตรีคนนี้&amp;rdquo;ต้องออกไป&amp;rdquo;
เพราะบริหารประเทศชาติมา 7 ปี ไม่ปฏิรูปอะไรเลย
ทั้งที่ประกาศว่าจะปฏิรูปตำรวจ ปฏิรูปการศึกษา
ที่ถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560
แต่ก็ล้มเหลว แสดงถึงความไร้ประสิทธิภาพการบริหารประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พอมาถึงสถานการณ์การระบาดไวรัสโควิด
ก็จัดการฉีดวัคซีนล้าช้าจนย่างเข้าเดือนมิถุนายน
จนเกิดการระบาดใหญ่ เตียงในโรงพยาบาลเต็มจนไม่สามารถรับคนไข้ได้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประชาชนตั้งคำถามว่า&amp;rdquo;วัคซีน&amp;rdquo;อยู่ที่ไหน
ทำไมไม่ถึงคนจน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อมาถึงงานการเมือง เรื่องการแก้ รธน.เจ้าปัญหา
ก็มีแนวโน้มจะไม่ก่อให้เกิด
การพัฒนาประชาธิปไตยที่ไปพ้นจากเผด็จการรัฐสภา
ทำให้ปัญหาทางการเมืองไม่ไปไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;89 ปีผ่านไป ประชาธิปไตยเป็นของชนชั้นนำ
ประชาชนกลายเป็นชนชั้นตาม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องราวเหล่านี้ ทำให้คนอย่าง&amp;rdquo;ทนายนกเขา&amp;rdquo; ต้องลุกขึ้นสู้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้ปักหลักพักค้างหน้าทำเนียบรัฐบาล
ขอพูดคุยกับนายกฯประยุทธ์เพียงคนเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต้องขอปรบมือให้กับทนายผู้กล้าคนนี้
&amp;ldquo;ทนายนกเขา&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิภพ ธงไชย
24 มิถุนายน 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107558</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพิภพ ธงไชย, นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา, ปฏิรูปตำรวจ, ม็อบไล่ประยุทธ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210515/image_big_609f98efa3b48.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
