<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11312</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/06/2018 13:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2018 21:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>Police Watch จี้&#039;มีชัย&#039;ยกเลิกลงโทษวินัยตำรวจแบบทหารชี้เป็นเหตุให้ตร.กลัวนาย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13&amp;nbsp;มิ.ย.61 - เมื่อเวลา 16.00น.ที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา นางสมศรี หาญอนันทสุข ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ &amp;nbsp;(คป.ตร.)หรือ Police Watch &amp;nbsp;ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ ผ่านผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการฯ&amp;nbsp;ขอให้ปฏิรูประบบการลงโทษวินัยตำรวจ และกำหนดให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดเป็นราชการส่วนภูมิภาคอยู่ภายใต้การตรวจสอบ และการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยจดหมายเปิดผนึกมีเนื้อหาสรุปว่า องค์กรตำรวจไทยถูกกำหนดให้มีชั้นยศและวินัยแบบทหาร แม้กระทั่งผู้ปฏิบัติงานสอบสวน&amp;nbsp;ทำให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจสามารถใช้อำนาจสอบสวนและลงโทษทางวินัยผู้ปฏิบัติงานทุกคนเช่นเดียวกับทหารได้ง่ายและไร้ขอบเขต เป็นสาเหตุให้ตำรวจทุกคนเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างแท้จริงหรือต้องจำยอมปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง จึงควรแก้ปัญหาดังกล่าวด้วยการกำหนดให้ &amp;ldquo;พนักงานสอบสวน&amp;rdquo; และตำรวจในสายงานสอบสวนเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ และอยู่ในระบบวินัยข้าราชการพลเรือนลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการ ส่วนการเรียกชื่อตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับต่างๆ ก็ไม่ควรใช้คำว่า &amp;ldquo;ผู้บัญชาการ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้บังคับการ&amp;rdquo; และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดได้ทุกระดับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;----&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ / Police Watch&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ คป.ตร. &amp;nbsp;020/2561 &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;13 มิถุนายน 2561&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่อง&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอให้ปฏิรูประบบการลงโทษวินัยตำรวจ และกำหนดให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดเป็นราชการส่วนภูมิภาคอยู่ภายใต้การตรวจสอบ และการบังคับบัญชาของผู้ว่าราชการจังหวัด
เรียน &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อาจารย์ มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ ซึ่งติดตามการดำเนินงานของคณะกรรมการมาโดยตลอด เห็นว่า แนวทางปฏิรูปที่แถลงต่อสื่อมวลชนดูจะมีความคืบหน้าเป็นลำดับ และมีแนวโน้มที่ดียิ่ง โดยเฉพาะการจะแก้ไขพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ โดยแยกงานสอบสวนออกจากตำรวจฝ่ายป้องกันอาชญากรรมโดยให้ &amp;ldquo;หัวหน้างานสอบสวน&amp;rdquo; เป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวนแทนหัวหน้าสถานีตำรวจ การแต่งตั้งโยกย้ายจะสามารถกระทำได้เมื่อหัวหน้างานสอบสวนเห็นชอบ ซึ่งจะทำให้ระบบงานสอบสวนมีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ระดับหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม การที่องค์กรตำรวจไทยได้ถูกกำหนดให้มีชั้นยศและระบบวินัยแบบทหารแม้กระทั่งผู้ปฏิบัติงานสอบสวนในปัจจุบัน ยังเป็นเหตุสำคัญที่ทำให้ตำรวจทุกฝ่ายโดยเฉพาะ &amp;ldquo;พนักงานสอบสวน&amp;rdquo; ไม่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญอย่างแท้จริง เนื่องจากระบบวินัยแบบทหารที่ถูกกำหนดไว้ในพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติมาตรา 78 (3) &amp;ldquo;ต้องรักษาระเบียบการเคารพระหว่างผู้ใหญ่ ผู้น้อย&amp;rdquo; ซึ่งหมายถึง &amp;ldquo;ผู้มียศต่ำต้องทำความเคารพผู้มียศสูงกว่า&amp;rdquo; รวมถึงใน (12) &amp;ldquo;ไม่ใช้กริยาวาจาหรือประพฤติตนในลักษณะที่ไม่สมควร&amp;rdquo; และ (15) &amp;ldquo;ไม่กระทำหรือละเว้นการกระทำที่เป็นเหตุให้เสียระเบียบแบบแผนของตำรวจ&amp;rdquo; ทำให้ผู้บังคับบัญชาตำรวจสามารถใช้อำนาจสอบสวนและลงโทษทางวินัยผู้ปฏิบัติงานทุกคนตั้งแต่ &amp;ldquo;ภาคทัณฑ์&amp;rdquo; &amp;ldquo;ทัณฑกรรม&amp;rdquo; &amp;ldquo;กักยาม&amp;rdquo; &amp;ldquo;กักขัง&amp;rdquo; เช่นเดียวกับทหารตามมาตรา 82 ได้ง่ายและไร้ขอบเขต เป็นสาเหตุให้ตำรวจทุกคนเกิดความเกรงกลัวไม่กล้าปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายอย่างแท้จริง หรือแม้กระทั่งต้องจำยอมปฏิบัติในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ขัดต่อกฎหมายบ้านเมืองดังที่เป็นปัญหาอยู่ขณะนี้ จึงควรแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยการกำหนดให้ &amp;ldquo;พนักงานสอบสวน&amp;rdquo; และตำรวจในสายงานสอบสวนเป็นข้าราชการตำรวจประเภทไม่มียศ และอยู่ในระบบวินัยข้าราชการพลเรือนลักษณะเดียวกับพนักงานอัยการ เพื่อจะได้มีฐานะเป็นเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรมเป็นการปฏิรูประบบงานสอบสวนให้มีความเป็นสากลเช่นเดียวกับนานาอารยประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนการเรียกชื่อตำแหน่งพนักงานสอบสวนระดับต่างๆ ก็ไม่ควรใช้คำว่า &amp;ldquo;ผู้บัญชาการ&amp;rdquo; และ &amp;ldquo;ผู้บังคับการ&amp;rdquo; ซึ่งเป็นการเรียกตำแหน่งหัวหน้าหน่วยทหารผู้ทำหน้าที่บัญชาการหรือบังคับการรบ ขัดต่อลักษณะงานสอบสวนและภาพลักษณ์ของเจ้าพนักงานกระบวนการยุติธรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนั้น ควรกำหนดให้กองบังคับการตำรวจจังหวัดมีฐานะเป็น &amp;ldquo;ราชการส่วนภูมิภาค&amp;rdquo; ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายตำรวจในจังหวัดได้ทุกระดับเมื่อผ่านความเห็นชอบของ &amp;ldquo;คณะกรรมการตรวจสอบและติดตามการบริหารงานตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; (กต.ตร.จังหวัด) ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานในปัจจุบัน ซึ่งอาจเปลี่ยนชื่อเป็น &amp;ldquo;คณะกรรมการกิจการตำรวจจังหวัด&amp;rdquo; มีตัวแทนภาคประชาชน และวิชาการ เช่น อธิการบดี หรือผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษา สื่อมวลชนในจังหวัด ตัวแทน กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรชุมชน ผู้แทนองค์กรสาธารณประโยชน์ และองค์กรภาคประชาสังคมร่วมเป็นกรรมการ เพิ่มบทบาทของประชาชนในการตรวจสอบและประเมินผลการทำงานของตำรวจในจังหวัดอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสามารถกระทำได้ง่ายด้วยการแก้ไขระเบียบคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ตช.) เกี่ยวกับองค์ประกอบ และกำหนดอำนาจหน้าที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ผลการดำเนินการเป็นประการใด ขอได้โปรดแจ้งให้ทราบด้วย เพื่อจะได้แจ้งให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนทราบต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ขอแสดงความนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นางสมศรี หาญอนันทสุข
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ผู้ประสานงานเครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ (คป.ตร.)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หมายเหตุ: แฟ้มภาพ เมื่อวันที่ 20เม.ย.61&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11312</URL_LINK>
                <HASHTAG>Police Watch, กักยาม, นางสมศรี หาญอนันทสุข, นายมีชัย ฤชุพันธุ์, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ, พนักงานสอบสวน, ภาคทัณฑ์, ราชการส่วนภูมิภาค, เครือข่ายประชาชนปฏิรูปตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180420/image_big_5ad9efb4db0d6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>10258</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/05/2018 18:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/05/2018 18:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ช่วยตอบหน่อยเถอะ!&#039;สังศิต&#039;ถามปฏิรูปตร. &#039;ปชช.จะได้รับความยุติธรรมจากองค์กรตำรวจอย่างไร&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 พ.ค. 61 -&amp;nbsp;นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ คณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต ให้สัมภาษณ์กรณีนายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษกคณะกรรมการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยมติที่ประชุมเสนอให้ยุบรวมคณะกรรมการตำรวจ&amp;nbsp;2&amp;nbsp;ชุด เป็น &amp;ldquo;คณะกรรมการตำรวจแห่งชาติ (คงชื่อย่อ ก.ตร.)&amp;rdquo; และให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นผู้ดำเนินการจัดเลือก ว่า ความคาดหวังของประชาชนเรื่องการปฏิรูปตำรวจคือ เมื่อปฏิรูปแล้วประชาชนจะได้รับความยุติธรรมจากกิจการของตำรวจมากขึ้น เขาไม่ได้คาดหวังว่าคุณจะไปจัดองค์กรอย่างไร จะยุบเหลือหนึ่งคณะ องค์ประกอบจะเป็นอะไร ประชาชนไม่ได้สนใจ ประชาชนสนใจว่าองค์กรของคุณจะสามารถให้ความยุติธรรมแก่ประชาชนได้อย่างไร ที่เสนอก็เสนอไป แต่ประชาชนยังไม่เห็นว่าตรงนี้จะได้ประโยชน์อย่างไร ยังไม่ได้ตอบโจทย์ของประชาชน สิ่งที่คณะกรรมการชุดนี้ควรจะแถลงคือจะต้องทำอย่างไรให้เห็นว่าเมื่อมีการปรับองค์กรนี้แล้วประชาชนจะได้ประโยชน์ในเรื่องของความยุติธรรม สามารถจัดการกับคนร้ายได้ เมื่อไปแจ้งความแล้วได้รับความยุติธรรมจากตำรวจ การรวมองค์กรเป็นเรื่องการบริหารราชการ คุณก็ทำไปไม่มีใครเขาว่า แต่ประชาชนไม่ได้สนใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ยังไม่ได้ตอบโจทย์ประชาชน นั่นมันโจทย์ของราชการ คุณจะปรับปรุงยังไงของคุณก็ปรับไปเถอะ แต่ช่วยตอบหน่อยว่าประชาชนจะได้รับความยุติธรรมจากองค์กรตำรวจได้อย่างไร นี่คือคำถามที่ประชาชนเขาถาม สิ่งที่ท่านมาแถลงยังไม่ได้ตอบคำถามของประชาชน&amp;rdquo; นายสังศิต กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่าการให้ กกต.เข้ามาจัดเลือกจะเป็นการเพิ่มภาระ กกต. หรือไม่ นายสังศิต กล่าวว่า ไม่ได้เพิ่ม การเลือกตั้งเป็นงานที่ กกต.ถนัดอยู่แล้ว ในทางปฏิบัติเขาทำหน้าที่เพียงกำกับดูแล คงใช้เจ้าหน้าที่ภายในทำงานด้านธุรการ ข้อเสนอนี้ไม่ได้แก้ปัญหาอะไรให้ประชาชน ช่วยเรียนประธานและคณะกรรมการชุดนี้ว่า ช่วยตอบโจทย์ประชาชนเขาต้องการเห็น คือความยุติธรรมจากระบบตำรวจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/10258</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, สังศิต พิริยะรังสรรค์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180409/image_big_5acb6ada3a5a9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/05/2018 12:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/05/2018 12:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปฏิรูปตำรวจเคาะอีก!แจ้งความได้ทุกสถานี-เล็งถ่ายโอนภารกิจ&#039;ตม.&#039;ออกจากสตช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 พ.ค.61 - นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 9 พ.ค. มีมติให้จัดทำกฎหมายกำหนดกฎเกณฑ์ในการสอบสวน เพื่อให้ประชาชนมีความสะดวกและได้รับความเป็นธรรมมากขึ้น โดยหลักการสำคัญๆ ที่จะได้รับการบรรจุไว้ อาทิ ให้ประชาชนสามารถแจ้งความได้ในทุกสถานี ไม่เฉพาะแต่ในสถานีท้องที่เกิดเหตุเท่านั้น สถานีที่รับแจ้งความหากมิใช่สถานีท้องที่เกิดเหตุจะเป็นผู้ส่งรายละเอียดไปยังสถานีท้องที่เกิดเหตุเอง ให้ทุกสถานีมีอำนาจสอบสวนคดีที่ไม่ได้เกิดในท้องที่ของตนได้ด้วย เช่น คดีที่เกิดขึ้นในขบวนรถไฟที่เคยอยู่ในเขตอำนาจของตำรวจรถไฟ คดีที่เกิดขึ้นในทางหลวงแผ่นดินสายที่เป็นเขตอำนาจของตำรวจทางหลวง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า หากประชาชนทำเอกสารหายไม่จำเป็นต้องไปแจ้งความเพื่อลงบันทึกประจำวัน แล้วนำบันทึกประจำวันนั้นไปยังหน่วยงานผู้ออกเอกสารเพื่อให้ออกเอกสารใหม่ให้อีกต่อไป แต่จะกำหนดให้สามารถไปแจ้งที่หน่วยงานผู้ออกเอกสารนั้นที่เดียวได้เลย หรือในคดีที่ต้องอาศัยความรู้ความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษ อาจตั้งเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญนั้น เป็นผูช่วยพนักงานสอบสวน หรือที่ปรึกษาพนักงานสอบสวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า สำหรับประเด็นภารกิจของหน่วยตำรวจตรวจคนเข้าเมืองนั้น มีการพิจารณาว่าควรจะยังอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)ต่อไปเหมือนเดิมหรือถ่ายโอนภารกิจให้หน่วยงานอื่น ภายหลังจากรับฟังข้อมูลอย่างรอบด้านจากผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสตช.และผู้แทนจากกระทรวงมหาดไทยแล้ว ที่ประชุมเห็นควรให้รอการพิจารณาไว้ก่อน เพื่อรอผลความคืบหน้าในการศึกษาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เรื่องภาพรวมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกิจการคนเข้าเมืองทั้งระบบ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8904</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, สถานีตำรวจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180314/image_big_5aa8c7fff3dd2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>8742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/05/2018 12:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/05/2018 12:33</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เคาะแล้ว!ปฏิรูปตำรวจโอนภารกิจ&#039;จราจร-รักษาความสงบ&#039;ให้ท้องถิ่น</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 พ.ค. 61- นายคำนูณ สิทธิสมาน กรรมการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ตำรวจ เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการฯเมื่อวันที่ 7 พ.ค.ได้มีความเห็นร่วมกันเกี่ยวกับการถ่ายโอนงานที่ไม่ใช่งานตำรวจแท้ออกไปให้องค์กรอื่นที่มีความพร้อม โดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ ซึ่งในส่วนของการจราจรทั่วประเทศจะกำหนดให้ 1.งานจราจรทั้งหมด และการรักษาความสงบ ให้เป็นภารกิจของท้องถิ่นทั่วประเทศ ภายในระยะเวลา 10 ปี 2. งานอำนวยความสะดวกในการจราจร งานกวดขันวินัยจราจร และ งานบังคับใช้กฎหมายจราจร เฉพาะความผิดฐานจอดรถโดยฝ่าฝืนกฎหมายให้โอนให้ท้องถิ่นภายในระยะเวลา ดังนี้ สำหรับเมืองพิเศษ อาทิ กทม. และเทศบาลนคร ให้โอนภายใน 2 ปี สำหรับเทศบาลเมือง ให้โอนภายใน 3 ปี ส่วนท้องถิ่นอื่น ให้เป็นไปตามกำลังความสามารถ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การโอนดังกล่าวไม่ตัดอำนาจของตำรวจในการดูแลบังคับการให้เป็นไปตามกฎหมายในกรณีที่มีเหตุพิเศษ นอกจากนี้ ยังให้ตรวจสอบด้วยว่าหากขยายการโอนภารกิจไปถึงการบังคับใช้กฎหมายกับการกระทำความผิดอาญาอื่น ๆ ที่เป็นเรื่องเล็กน้อยและมีแต่โทษปรับ จะกระทบกระเทือนการทำหน้าที่ของตำรวจเพียงใด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายคำนูณ กล่าวอีกว่า ขณะเดียวกัน ที่ประชุมคณะกรรมการฯได้ลงลึกในการถ่ายโอนภารกิจของหน่วยตำรวจบางประเภทที่หมดความจำเป็นในสถานการณ์ปัจจุบัน สมควรถ่ายโอนงานให้หน่วยงานอื่นที่มีความพร้อมและเหมาะสมโดยเริ่มที่ตำรวจรถไฟ ซึ่งที่ประชุมเห็นควรให้ถ่ายโอนภารกิจของตำรวจรถไฟในส่วนที่ดูแลความปลอดภัยภายในขบวนรถไฟให้แก่การรถไฟแห่งประเทศไทย หรือหน่วยงานอื่นที่เป็นเจ้าของรถไฟ ในส่วนที่เกี่ยวกับการดูแลคดีที่เกิดในขบวนรถไฟ ให้อยู่ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และสถานีตำรวจที่ขบวนรถไฟแล่นผ่าน โดยให้เจ้าพนักงานสอบสวนตามรายทางรถไฟมีอำนาจสอบสวนได้ โดยวัตถุประสงค์เดิมของการก่อตั้งหน่วยตำรวจรถไฟในอดีตคือการดูแลการก่อสร้างทางรถไฟได้หมดไปแล้ว และปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่สามารถดูแลความปลอดภัยในขบวนรถไฟได้หลายหลายและมีประสิทธิภาพ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/8742</URL_LINK>
                <HASHTAG>คำนูณ สิทธิสมาน, งานจราจร, ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปตำรวจชุดมีชัย, โอนภารกิจให้ท้องถิ่น</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180501/image_big_5ae8875facf04.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
