<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>84348</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/11/2020 10:46</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/11/2020 10:46</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไปไกลมาก! อดีต ส.ว.การุณ  บอกปฏิรูปน่ะดีแล้ว ระวังม็อบยกระดับปฏิวัติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ย.63 - นายการุณ ใสงาม อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์ทางการเมือง และการชุมนุมของกลุ่มคณะราษฎร2563 ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คุณกำลังคิดอะไรอยู่!
ปฎิรูป! ดีนะเร็วๆนะ
ระวังยกระดับนะ ปฏิวัติ! นะ
ไม่มีแผ่นดินจะอยู่นะ!&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/84348</URL_LINK>
                <HASHTAG>การุณ ใสงาม, การเมือง, ปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200905/image_big_5f53000b63d5a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>82382</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/10/2020 16:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/10/2020 16:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.อาทิตย์&#039; ดึงสติ!การปฏิรูปไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาแพ้ชนะ แต่ต้องเป็นความร่วมกันจรรโลง สรรค์สร้างอย่างเป็นธรรม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;31 ต.ค.63 - ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต อดีตประธานรัฐสภา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;การปฏิรูปประเทศเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งต่อการดำรงค์คงอยู่อย่างราบรื่นและมั่นคง การปฏิรูปไม่ใช่การต่อสู้เพื่อเอาแพ้ชนะ แต่ต้องเป็นความร่วมกันจรรโลง สรรค์สร้างอย่างเป็นธรรมเพื่อความเจริญรุ่งเรือง&amp;quot;&lt;/p&gt;


	แห่แชร์ภาพ &amp;#39;ไมค์&amp;#39; หมดสติ &amp;#39;จาตุรนต์&amp;#39; งับทันทีถูกจนท.ซ้อม-ป่าเถื่อนมาก
	รพ.พระรามเก้า แถลงอาการป่วย &amp;#39;ไมค์-กวิ้น-รุ้ง&amp;#39;
	&amp;#39;บิ๊กเซอร์ไพรส์&amp;#39; แป้ก!&amp;nbsp;
	รวมพิกัดชู 3 นิ้ววันนี้!จับตาไคลแม็กซ์งาน &amp;#39;นวมทอง&amp;#39; ต่อต้านเผด็จการ
	ชาว 3 นิ้วได้เฮ! สภ.นนทบุรี-อุบลฯ เพิกถอนหมายจับ &amp;#39;เพนกวิน-ไมค์-รุ้ง&amp;#39;
	ร้อนสุดๆ &amp;#39;จ่านิว&amp;#39; แจงยิบปมหลอกรณรงค์ให้คนไม่เข้ารับปริญญา แต่ตัวเองเข้ารับมากับมือ
	สส.โรม โพสต์เศร้า! รำลึก 14 ปี &amp;#39;ลุงนวมทอง&amp;#39; เซ่นรัฐประหาร
	&amp;#39;ทนายความ&amp;#39; สอนกฎหมาย &amp;#39;ดอกเตอร์&amp;#39;
	เดือดจนได้ &amp;#39;โบ้&amp;#39; เหลืออดทุบ &amp;#39;อ๋อย&amp;#39; หากินกับเด็ก!

</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/82382</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดร.อาทิตย์, ปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200822/image_big_5f4109484335d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>18/07/2020 17:02</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>18/07/2020 17:02</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทุกเรื่อง &#039;ทอน&#039; ชี้ ครม.เศรษฐกิจไม่รอดถ้าหัวหน้ายังเป็นคนเดิม-กรรมการปฏิรูปฯตบรางวัลคนหนุน คสช.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;18 ก.ค.63 - ที่ชั้น 8 หน้าห้องประชุมวิวัฒนไชย อาคารไทยซัมมิท นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ทีมเศรษฐกิจที่มีการเปิดรายชื่อของนายปรีดี ดาวฉาย ประธานสมาคมธนาคารธนาคารไทย มาร่วม ครม. นายธนาธร หัวเราะและตอบว่า ไม่ใช่เรื่องสำคัญ รายชื่อทีมเศรษฐกิจไม่สำคัญ ตราบใดที่หัวหน้าทีมเศรษฐกิจยังเป็นคนเดิม การเปลี่ยนทีมทำงานแต่หัวหน้าทีมไม่เปลี่ยน คิดว่าจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะอะไรกับการดำเนินการทางเศรษฐกิจ ในฐานะที่ตนนั่งดูการใช้งบประมาณของประเทศ โดยเฉพาะกฎหมายงบฯ ปี 2564 ที่กำลังพิจารณา มูลค่า 3.3 ล้านล้านบาท ตนเห็นชัดว่างบประมาณถูกใช้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่ตอบสนองความเดือดร้อนประชาชน และไม่สามารถพาประเทศไทยไปต่อสู่กับโลกาภิวัฒน์ได้ หากไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับหัว ดังนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงการใช้งบประมาณไปสู่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มั่นคง ไม่สำคัญว่าใครจะเข้ามา ถ้าหากหัวไม่เปลี่ยนก็ไม่มีความหมายอะไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อถามถึงการประกาศรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูป 13 ด้าน นายธนาธร กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูป หรือคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ พูดตรงๆ ว่าเป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาเพื่อแสดงให้ประชาชนเห็นว่าจะมีการปฏิรูป และมียุทธศาสตร์ของประเทศในระยะยาว แต่ในแง่ความเป็นจริงการใช้งบประมาณ ปี 2563 และ 2564 ก็ยังเห็นว่าเหมือนเดิมทุกอย่าง ดังนั้นตนจึงไม่เชื่อและไม่มีความศรัทธาองค์กรเหล่านี้เลย ว่าจะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศจริงๆ ได้ โดยเฉพาะหากดูรายชื่อจะเห็นชัดว่าหลายคนก็เป็นคนที่สนับสนุนการทำรัฐประหารของ คสช. มาทั้งนั้น ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าไม่ใช่เจตนาที่จะปฏิรูปอย่างเดียว แต่เป็นการตบรางวัลให้กับคนที่ช่วยสนับสนุนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และช่วยในการทำรัฐประหารมากกว่า จึงไม่ต้องสงสัยว่า คณะกรรมการปฏิรูปและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ จะไม่มีบทบาทในการพาประเทศไทยไปข่างหน้า&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71819</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะก้าวหน้า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปฏิรูปประเทศ, ปรับครม.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200718/image_big_5f12c6c6be0fe.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71748</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2020 17:04</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2020 17:04</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดาวนอกสภา&#039; เย้ยรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ เหมือนรัฐบาลจัดงานคืนสู่เหย้าชาวนกหวีด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.63 - นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ว่า ประชาชนเห็นรายชื่อกรรมการปฏิรูปประเทศที่ออกมาก็เห็นถึงเจตนาที่แท้จริงของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ว่าต้องการส่งสัญญาณอะไร เป็นแทคติกพื้นๆที่ต้องการเผาเวลา ยืดระยะเวลาการสืบทอดอำนาจออกไปให้ยาวนานที่สุด ประชาชนจำได้ว่าพล.อ.ประยุทธ์ จุดพลุความหวังลมๆแล้งๆ หลบหลังคำว่าปฏิรูป ที่ถือว่าเป็นวาทกรรมลวง เพราะไม่เคยมีอยู่จริง โดยเฉพาะคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชน เทคโนโลยีสารสนเทศ ที่มี นายเสรี วงษ์มณฑา เป็นประธานกรรมการนั้น เป็นการสะท้อนเจตนารมณ์ของรัฐบาลเป็นอย่างดีว่ายังคงดำรงความมุ่งหมายไว้อย่างไร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;เห็นรายชื่อคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแล้ว เหมือนรัฐบาลจัดงานคืนสู่เหย้าชาวนกหวีด ให้พรรคพวกได้มีงานทำอีกครั้ง&amp;quot; นายอนุสรณ์ กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71748</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการปฏิรูปประเทศ, ปฏิรูปประเทศ, พรรคเพื่อไทย, อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200127/image_big_5e2e7a2f64e9e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71590</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2020 13:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039; เซ็นแต่งตั้งแล้ว 185 อรหันต์ปฏิรูปประเทศ 13 ด้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.63 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี &amp;nbsp;ลงนาม ในประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านต่งๆ (ฉบับที่ 2 ) เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 20 มิ.ย.2563 เป็นต้นไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า ตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2560 แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา และมีมติมือวันที่ 5 กรกฎาคม2560 แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านกระบวนการยุติธรรม(ตำรวจ) ประกอบกับประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องแต่งตั้งคณะกรมการปฏิรูปประเทศด้านต่าง ๆ ลงวันที่ 15 สิงหาคม 2560 เพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย หมวด 16 และพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประทศ พศ 2560 แล้วนั้น เนื่องจากต่อมาประธานกรรมการและคณะกรรมการปฏิรูปประเทศบางคนพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 16 และสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ซึ่งทำหน้าที่สำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปเสนอให้ปรับเปลี่ยนฝ่ายเลขานุการของคณะกรรมการปฏิรูปแต่ละด้าน เพื่อประโยชน์ในการประสานงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้มีคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านอื่นเพิ่มขึ้นตามมาตรา 8 แห่งพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 14 แห่งพระราชบัญญัติแผนและชั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. 2560 ประกอบกับอำนาจของนายกรัฐมนตรีตามความในมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 คณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน 2563 จึงมีมติให้แต่งตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประทศในด้านต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการเดิมและกรรมการที่ไต้รับแต่งตั้งใหม่หรือสับเปลี่ยนคณะ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์การปฏิบัติ และเพื่อให้คณะกรรมการสิ้นสุดการปฏิบัติหน้าที่ลงพร้อมกันจึงให้ยกเลิกประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งคณะกรมการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆและใช้ประกาศฉบับนี้แทน ดังต่อไปนี้

&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71590</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ดร.เสรี, บวรศักดิ์, ปฏิรูปประเทศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200716/image_big_5f0ff356a4327.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70984</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เฉ่ง!ปฏิรูปแค่วาทกรรม ‘ลุงตู่’ฟุ้ง20ปีเกิดสิ่งดีแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ฝ่ายค้านวอล์กเอาต์อีก! หลังสภาเข็นรับทราบรายงานปฏิรูปประเทศเข้าที่ประชุมโดยไม่สนสภาล่ม โวยไม่ใช่สภาตรายาง &amp;quot;นิกร&amp;quot; ลากไส้สถานะ กก.ปฏิรูปเพิ่งเริ่มนับหนึ่งทั้งที่ผ่านมาเกือบ 3 ปี &amp;quot;เทพไท&amp;quot; ซัดแค่วาทกรรมล้มเหลว ส่วนการปฏิรูปตำรวจต้องรอชาติหน้าตอบบ่ายๆ นายกฯ อ้างภาครัฐอ่อนประชาสัมพันธ์ทำคนมองยุทธศาสตร์ชาติไม่คืบ ฟุ้ง! ครบ 20 ปีทุกโครงการที่เกิดขึ้นเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่รัฐสภา วันที่ 9 กรกฎาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระการพิจารณารับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ (เดือน ต.ค.-ธ.ค.2562) ต่อจากเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมา ที่มีการขอนับองค์ประชุม และปรากฏว่าองค์ประชุมไม่ครบจนสภาล่ม นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ คนที่หนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ประธานในการประชุมแจ้งว่า จากการประชุมสภาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ซึ่งองค์ประชุมไม่ครบจนต้องสั่งปิดการประชุมนั้น วันนี้จึงขอประกาศจำนวนสมาชิกที่เข้ามาลงชื่อขณะนี้จำนวน 443 คน ถือว่าครบองค์ประชุม จึงขอดำเนินการประชุมต่อ
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคเพื่อไทย ลุกขึ้นอภิปรายว่า ระเบียบวาระนี้ตนได้อภิปรายไปแล้วว่าไม่ขอรับทราบรายงานฉบับนี้ เมื่อวันที่ 8 ก.ค. ก็ได้มีการตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อให้เห็นว่าสภามีความสำคัญ ไม่ใช่สภาตรายาง แต่สภากลับแสดงภาพที่ไม่พร้อมให้ฝ่ายบริหารตำหนิได้ ดังนั้นวันนี้ถ้าเอาระเบียบวาระดังกล่าวเข้ามาพิจารณาอีก ในฐานะตัวแทนฝ่ายค้านจึงไม่สามารถที่จะรับทราบรายงานฉบับนี้ได้ แต่ถ้าหากเสียงข้างมากจะดำเนินการไปตามระเบียบวาระนั้น พวกตนก็ไม่ว่า แต่พวกตนขอไม่อยู่รับทราบในวาระนี้ หากเสร็จจากการพิจารณาในวาระนี้แล้วก็ยินดีที่จะกลับมาทำหน้าที่เหมือนเดิม จึงขออนุญาตออกจากห้องประชุม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น ส.ส.ฝ่ายค้านจึงทยอยเดินออกจากห้องประชุมสภาทันที
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ แม้ว่านายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปฝ่ายรัฐบาล จะพยายามชี้แจงขั้นตอนและหลักการในการรับทราบรายงานว่าเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ฝ่ายค้านก็ยังยืนยันที่จะไม่ขออยู่รับทราบรายงานฉบับนี้ ในที่สุดที่ประชุมสภาจึงเข้าสู่การพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายนิกร จำนง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา อภิปรายว่า ทำไมกรรมการปฏิรูปประเทศไม่มาร่วมรับฟังความเห็นจากสภา มีแต่ตัวแทนสภาพัฒน์ จึงเรียกร้องให้เชิญกรรมการปฏิรูปมาร่วมรับฟังด้วย สถานะของคณะกรรมการแต่ละชุดเพิ่งจะเริ่มนับหนึ่ง แม้จะผ่านมาแล้วเกือบ 3 ปีก็ตาม เพราะกรรมการลาออกกันเยอะ บางคณะทำงานไม่ได้ ซึ่ง ครม.เพิ่งได้มีการแต่งตั้งไปแทน พร้อมๆ กับตั้งคณะกรรมการปฏิรูปประเทศขึ้นใหม่อีก 2 คณะ คือด้านการศึกษากับด้านวัฒนธรรม กีฬา แรงงาน และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ แม้จะช้าไป 2 ปี แต่ก็ยังดีกว่าไม่มา ส่วนความก้าวหน้าของการปฏิรูปในภาพรวมเกือบทุกด้านตามรายงาน ยังไม่มีโครงการต่างๆ ที่ปรากฏเป็นนามธรรม ไม่อาจวัดผลสัมฤทธิ์เป็นรูปธรรมได้เลย อย่างการปฏิรูปด้านการเมืองถือว่าเป็นปัญหาเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เหตุที่ไม่มีความก้าวหน้า อาจมาจากเหตุที่กรรมการปฏิรูปลาออกไปจนเป็น ส.ส. เป็นรัฐมนตรี จนเหลือเพียง 2 คนมานาน ประชุมไม่ได้ ขณะนี้มีปัจจัยท้าทายการปฏิรูป 2 เรื่องที่ต้องมีการแก้ไข 1.แก้ไขปัญหาเร่งด่วนฉุกเฉินเฉพาะหน้า ควรปรับปรุงแผนการให้สอดคล้องกับสภาวการณ์โควิด-19 โดยเฉพาะแผนงานด้านสาธารณสุข เศรษฐกิจ สังคม และการบริหารประเทศต้องจูนใหม่&amp;nbsp; และ 2.ควรแก้ไขปัญหาสภาวะสำคัญของสถานะการปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญ โดยเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญปี 2560 โดยส่วนตัวให้คงหมวดนี้ไว้ แล้วปรับปรุงกลไกเสียใหม่ทั้งหมด และยังขอให้ขยายการรายงานต่อสภาออกไปเป็นทุก 6 เดือนแทน 3 เดือนที่เป็นไปไม่ได้ในเชิงบริหาร จนทำให้รัฐบาลกับฝ่ายค้านผิดใจกัน&amp;quot; นายนิกรกล่าว
ปฏิรูปแค่พิธีกรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเทพไท เสนพงศ์ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ อภิปรายว่า การรายงานความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศ 12 ด้าน ไม่จำเป็นต้องปฏิรูปให้เสียเวลา เพราะหัวใจของการปฏิรูปประเทศอยู่ที่รัฐธรรมนูญ ถ้ามีการปฏิรูปรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยตามหลักสากล ก็สามารถครอบคลุมการปฏิรูปในทุกด้าน หัวใจสำคัญที่สุดที่ต้องปฏิรูปคือการเข้าสู่ตำแหน่งทางการเมืองของ ส.ส. คือหมวดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ซึ่งเป็นปราการด่านแรกที่จัดการเลือกตั้งให้เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม แต่เมื่อ กกต.ชุดนี้มีความล้มเหลวในการจัดการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2562 มีการซื้อเสียงอย่างมโหฬาร แต่ กกต.ไม่สามารถให้ใบแดงกับผู้สมัครคนใดได้เลยแม้แต่คนเดียว เมื่อการเข้าสู่ตำแหน่งของ ส.ส.ไม่สุจริต ทำให้การเข้าสู่ตำแหน่งของนายกฯ และรัฐบาลที่ต้องใช้เสียงโหวตจาก ส.ส.รวมกับ ส.ว.ที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.จำนวน 250 คน เพื่อมาเลือกตั้งนายกฯ ตำแหน่งนายกฯ จึงเป็นหวยล็อก เปรียบเสมือนเปิดถ้วยไฮโลแทง &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดังนั้นการปฏิรูปการเมืองจึงเป็นแค่วาทกรรม ทั้งที่มีการเรียกร้องให้ปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง ก็ไม่ประสบความสำเร็จจนถึงบัดนี้ผ่านการเลือกตั้งมาแล้ว ก็อย่าคาดหวังเรื่องการปฏิรูปอีกเลย เพราะสมัย คสช.มีมาตรา 44 อยู่ในมือ ยังไม่สามารถปฏิรูปอะไรได้เป็นชิ้นเป็นอัน แม้แต่การปฏิรูปตำรวจก็ยังรอให้ปฏิรูปหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งไม่มีความเป็นไปได้เลย ต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายๆถึงจะสำเร็จ เมื่อการปฏิรูปที่เป็นวาทกรรมล้มเหลว ตอนนี้ก็มาเป็นการปฏิรูปแค่พิธีกรรม นั่นก็คือการรายงานความคืบหน้าแผนการปฏิรูปประเทศต่อสภาเพื่อรับทราบอยู่ในขณะนี้ จึงเป็นพิธีกรรมตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น&amp;quot; นายเทพไทกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงเรื่องการเดินสายพบกองบรรณาธิการสื่อมวลชนว่า ได้มีการทำงานแบบ new normal โดยการพบทุกภาคส่วน ตั้งแต่บรรดาผู้มีรายได้สูงหรือสมาคมต่างๆ ผู้ประกอบการต่างๆ ด้วยตนเอง และวันนี้ก็ได้ไปพบสื่อด้วยตนเอง ไม่ได้ไปเพื่อสร้างคะแนนนิยมให้สื่อรักหรือเกลียดตน ไม่ใช่เพียงแค่ต้องการรับฟังแนวความคิดของผู้บริหารสื่อว่าประเทศไทยควรเดินหน้าอย่างไรในช่วง 3 ปีข้างหน้า และจะแก้ปัญหาร่วมกันอย่างไร จากปัญหาทับซ้อนที่มีมายาวนาน ส่วนเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ หลายคนมีข้อสงสัย และจากการพบสื่อ ก็มีปัญหาเรื่องความเข้าใจ แต่ไม่โทษสื่อ ถือว่าเป็นความบกพร่องของรัฐบาลและส่วนราชการที่ชี้แจงทำความเข้าใจไม่ได้ ซึ่งยุทธศาสต์ชาติมี 6 ด้าน ทั้งความมั่นคง ความเหลื่อมล้ำ การรักษาธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และระบบราชการ งานช่วงปลายปีที่ผ่านมาปรากฏว่าปิดสภา ตอนนี้เมื่อเปิดสภาก็เจอวาระเหล่านี้ ไม่ใช่เรื่องใครจะเบี้ยวใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า คำว่ายุทธศาสตร์ชาติเราอาจจะสร้างความเข้าใจได้ไม่ชัดเจนว่าทำไมต้องมี ซึ่งเรามีเพื่อให้เกิดความยั่งยืนหลายโครงการ ต้องมีหลักการในการทำงาน ทุกกระทรวงจะต้องตอบยุทธศาสตร์ชาติเหล่านั้นให้ได้ โดยการเดินหน้างาน ทั้งนี้การรายงานทุก 3 เดือนถือเป็นประเด็นสำคัญ ซึ่งบางทีเป็นเพียงแค่การประชุมหารือ จัดทำแผนงานโครงการ เป็นการเริ่มต้น ซึ่งอยากให้มองย้อน 1-2 ปีที่ผ่านมา มีการทำงานตอบยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 6 ด้านไปแล้วเท่าไร บางคนอาจไม่รู้สึกว่าได้อะไรไปแล้วหรือยัง ตนจะสร้างการรับรู้แบบใหม่ให้เห็นในระยะต่อไป รวมถึงการใช้งบประมาณ จะต้องตอบยุทธศาสตร์ชาติในแต่ละข้อให้มีความก้าวหน้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;บางโครงการจบใน 1 ปี มีผลสัมฤทธิ์แล้ว แต่บางอย่าง โครงการเกิน 1 ปี โดยเฉพาะโครงการปานกลาง 3 ปี ระยะยาว 5 ปีขึ้นไป ต้องใช้ระยะเวลา ในการประเมินผลสัมฤทธิ์ ท้ายที่สุดเมื่อถึง 20 ปีจะเกิดการสร้างสิ่งที่ดีและเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ในลักษณะมหภาคใหญ่ขึ้นมาตอบสนองคนทั้งประเทศ และโครงการอีอีซีก็เป็นส่วนหนึ่งในมาตรการแข่งขัน พัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เนื่องจากมีกิจกรรมย่อยอยู่ในนั้น ทั้งนี้ต้องมองบริบทโดยรวมถึงจะเข้าใจว่ายุทธศาสตร์ชาติคืออะไร บางคนอาจจะรู้สึกว่าไม่เห็นมีอะไรสำเร็จเลย ตรงนี้ตนจะตอบสนองว่าทำอะไรไปแล้วบ้าง และจะทำอะไรต่อไป รวมถึงเรื่องที่ยังค้าง&amp;rdquo; พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นายกฯ พบสื่อแค่อีเวนต์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์เดินสายพบสื่อรับฟังความเห็น ว่าถ้าอยากจะฟังจริง สิ่งที่สื่อและสังคมเรียกร้องมาโดยตลอดมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ ก้าวข้ามความขัดแย้ง แก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยเป็นที่ยอมรับ ปรับนโยบายเศรษฐกิจที่สามารถแก้ไขวิกฤติของประเทศ แม้แต่นโยบายปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ สภาปฏิรูปแห่งชาติที่ พล.อ.ประยุทธ์ตั้งมากับมือ เสนอมาก็ไม่เคยทำ เขียนจดหมายหา 20 เจ้าสัว เจ้าสัวตอบกลับ แล้วนำสิ่งใดมาปฏิบัติให้เกิดประโยชน์เป็นรูปธรรมได้จริงบ้าง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;การเดินสายพบสื่อของ พล.อ.ประยุทธ์ อาจเป็นเพียงอีเวนต์ทางการเมือง เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสังคม ทั้งเรื่องบ้อท่าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ความล่าช้าในการปรับคณะรัฐมนตรี ความขัดแย้งในพรรคพลังประชารัฐ ให้ไปสนใจกิจกรรมที่เขาต้องการเป็นคนกำหนดขึ้นเท่านั้น&amp;rdquo; นายอนุสรณ์กล่าว&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีการประชุมสภาล่มเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ว่าการประชุมสภาในวันดังกล่าวไม่คิดว่าจะมี ส.ส.คนใดเสนอนับองค์ประชุม เพราะเป็นเพียงวาระเพื่อทราบเท่านั้น ไม่ได้เป็นวาระที่ ส.ส.ต้องลงมติใดๆ ประกอบกับช่วงนี้ได้แจ้งมาตั้งแต่แรกว่าในช่วงโควิด-19 ขอความร่วมมือให้ ส.ส.ที่ไม่ได้อภิปรายอยู่นอกห้องประชุมสภาได้ จึงไม่แปลกอะไรที่ในห้องประชุมสภาจะมี ส.ส.นั่งอยู่ไม่มาก สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้ต้องการตำหนิใคร เพราะมีความเป็นไปได้อยู่แล้วที่สภาจะล่ม และไม่มีใครตั้งหลักมาก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;ทุกคนทำหน้าที่ในสภาให้ดีที่สุดตามกรอบของรัฐธรรมนูญและข้อบังคับ ซึ่งผมได้บอกกับทุกคนว่าข้างนอกจะเป็นอย่างไร แต่ในสภาต้องร่วมกันทำตามกระบวนการประชาธิปไตยให้ได้ ซึ่งองค์ประชุมจะต้องประกอบไปด้วยทุกฝ่าย เหตุการณ์เมื่อวานก็คงเป็นการเตือนหลายคนว่าอย่าประมาท อาจจะคิดว่าเรื่องอย่างนี้ไม่เกิด เพราะเกิด ส.ส.คนใดคนหนึ่งอยากจะนับองค์ประชุมก็สามารถทำได้ตามข้อบังคับ&amp;quot; นายชวนกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายสุทิน คลังแสง ประธานวิปฝ่ายค้าน กล่าวว่า ฝ่ายค้านได้ให้รัฐบาลถอนรายงานการปฏิรูปประเทศเพื่อนำกลับไปทบทวนใหม่ และหากยังเสนอเข้ามาใหม่อีก ฝ่ายค้านจะพิจารณาว่าคงร่วมประชุมด้วยไม่ได้ โดยจะให้ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลพิจารณาไปฝ่ายเดียว หากฝ่ายค้านยังเข้าร่วมประชุมจะเป็นการประชุมที่มีข้อกังขาว่ารายงานดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะหลักใหญ่ที่ใช้พิจารณาเมื่อวันที่ 8 ก.ค. คือ 1.ไม่มีการปฏิรูปเป็นรายงานเท็จ 2.ในตัวรายงานขัดต่อรัฐธรรมนูญ และ 3.วัดใจ ส.ส.รัฐบาลว่าแม้แต่ส.ส.รัฐบาลเองก็ยังไม่เข้าร่วมพิจารณา ดังนั้น หากรัฐบาลนำกลับไปแก้และทบทวน ปัญหาทุกอย่างจะจบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;องค์ประชุมเป็นความรับผิดชอบของทั้งสภาก็จริง แต่รัฐบาลต้องรับผิดชอบก่อน ซึ่งเป็นอย่างนี้มาตลอด มิเช่นนั้นเสียงข้างมากก็ไม่รู้จะมีประโยชน์อะไร รัฐบาลต้องแสดงความรับผิดชอบก่อน&amp;quot; นายสุทินกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ประชุมสภาล่ม นายวิรัช รัตนเศรษฐ ส.ส.บัญชีรายชื่อ?พรรค? พปชร.และประธานวิปรัฐบาลได้รายงานหรือยังว่า เขาก็มาอยู่ที่สภานั่นแหละ แต่กำลังประชุมคณะกรรมาธิการอยู่ บางคนไม่รู้ว่ามีการเรียกเพื่อนับองค์ประชุม ทั้งนี้คงไม่ต้องเข้มงวด เพราะเขาอยู่ที่สภาอยู่แล้ว.
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70984</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปตำรวจ, ปฏิรูปประเทศ, ปฏิรูปแค่วาทกรรม, ประชุมสภาผู้แทนราษฎร, รายงานปฏิรูปประเทศ, สภาล่ม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, แผนการปฏิรูปประเทศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200709/image_big_5f071a1a893be.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>65456</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/05/2020 13:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/05/2020 13:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วันชัย&#039; หวดรัฐบาล-ส.ว.-ขรก. หยิบเรื่องใหญ่ปฏิรูปประเทศ ลั่นคิดแบบเดิมทำแบบเดิมไปไม่รอดแน่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 พ.ค. 63 - นายวันชัย สอนศิริ สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กโดยมีเนื้อหาดังนี้สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงใหญ่นี้ มีผลกระทบต่อประเทศอย่างมหาศาลในหลายด้าน ทุกสิ่งทุกอย่างในการบริหารประเทศต้องเปลี่ยนแปลงกันใหญ่ ในเรื่องเหล่านั้นก็มีเรื่องของการปฏิรูปประเทศ ต้องมีการยกเครื่องปรับเปลี่ยนรองรับต่อการขับเคลื่อนประเทศ ที่กำหนดกันไว้เป็นร้อยเรื่องปฏิรูปเป็นพันกิจกรรม ในสถานการณ์และเวลาที่เหลืออยู่ไม่เกิน 3 ปีคงไม่ทันการแน่ ต้องเลือกเรื่องใหญ่ประเด็นสำคัญที่โดนใจความต้องการของประชาชนและเป็นการเปลี่ยนแปลงอย่างแท้จริงให้เห็นมรรคเห็นผล ถ้าเอาทุกเรื่องมาทำคงไม่ทันและก็จะถูกโจมตีกล่าวหาว่าแผนการปฏิรูปเป็นแผนลวงโลกที่สักแต่ว่ามีแผนเท่านั้นแต่ทำไม่ได้จริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มันต้องเปลี่ยนทั้งแผนและกระบวนการจัดการตามแผนเสียใหม่ ไม่เช่นนั้นก็จะกล่าวหากันไปกล่าวหากันมาว่าฝ่ายโน้นไม่ทำฝ่ายนี้ไม่ทำ แต่คนที่จะต้องรับผิดชอบต่อเรื่องนี้ก็คือรัฐบาลและส.ว.ในฐานะที่จะต้องติดตาม เสนอแนะ เร่งรัดต่อการปฏิรูป ผมเห็นว่าระยะเวลาที่ผ่านมาคงต้องยกเครื่องกันใหม่ทั้งกระบิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลิกกล่าวหาโทษกันไปโทษกันมาได้แล้ว ทั้งรัฐบาลทั้งส.ว.และข้าราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องหันหน้าเข้าหากัน ทำการปฏิรูปอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ไม่ใช่สักแต่ว่าเป็นตัวหนังสือเป็นเอกสารที่ผ่านมาผ่านไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เอาอย่างนี้ดีไหม... ให้หน่วยงานแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องปฏิรูปทั้งหมดทุกกระทรวง ทบวง กรม เอาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานของตนไปนั่งเรียงลำดับจับประเด็นสำคัญที่จะต้องปฏิรูปให้เป็นเรื่องเป็นราวเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชนอย่างแท้จริง ทำให้เป็นการเปลี่ยนแปลงใหญ่ ไม่ใช่เรื่องเล็กๆน้อยๆอย่างที่ทำกันมา คัดเอาเรื่องเด่นๆและเป็นความต้องการกันทุกภาคส่วน ให้ข้าราชการทุกกระทรวง ทบวง กรมที่เกี่ยวข้องนั่นแหละคัดเลือกจากแผนปฏิรูป เอาให้ชัด เอาให้จริง แล้วส.ว.ก็ติดตามเสนอแนะเร่งรัดและรัฐบาลก็เอาด้วย ช่วยกันทั้ง 3 ส่วน ไม่จำเป็นต้องทำถึงร้อยเรื่องพันกิจกรรมตามที่มีอยู่ในแผนนั่นหรอก เลิกเสียเถอะวิธีเก่าๆแบบเดิมๆ บ้านเมืองมันไฟลนก้นแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันรุมเร้าไปหมด คิดแบบเดิมทำแบบเดิมไปไม่รอดแน่.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/65456</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปฏิรูปประเทศ, วันชัย สอนศิริ, วุฒิสภา, ส.ว.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190610/image_big_5cfe6af2b137d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
