<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>119821</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 15:58</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 15:51</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;พิภพ&#039;ป้อง&#039;ประสาร&#039;ให้คนรุ่นใหม่ปลดป้ายปฏิรูปสถาบัน เพราะวีรชน14 ตุลาฯไม่มีปัญหากับสถาบันกษัตริย์</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - นายพิภพ ธงไชย อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โพสต์ข้อความถึงกรณีที่กลุ่มทะลุฟ้า จัดกิจกรรมด้านข้างอนุสรณ์สถาน 14ตุลาฯ พร้อมนำป้ายผ้าที่เขียนข้อความ &amp;ldquo;ปฏิรูปสถาบัน&amp;rdquo;มาผูกไว้รอบบริเวณงานรำลึกวีรชนฯ เมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ทำให้ นายประสาร มฤคพิทักษ์ กรรมการมูลนิธิ 14 ตุลา และอดีตผู้นำนักศึกษารุ่น 14 ตุลาฯ16 แสดงความไม่พอใจ ว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 14 ตุลา.2516&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อ 48 ปีมาแล้ว ซึ่งนับว่านานมาก
อารมณ์คนหนุ่มสาวรุ่นนั้นกับคนหนุ่มสาวรุ่น พศ.นี้ ย่อมแตกต่างกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รุ่นนั้น มีความขัดแย้งระหว่างทหารกับประชาชนและนิสิตนักศึกษา
แค่ประเด็นใหญ่ประเด็นเดียว คือ &amp;ldquo;เผด็จการทหาร&amp;rdquo; ที่ฉีกรัฐธรรมนูญ ล้มการเลือกตั้ง
และไม่มีทีท่าที่ทหารจะเขียนรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้ง ให้ระบบประชาธิปไตยมาแทนที่ระบบเผด็จการทหารที่ยึดอำนาจมานานถึง 15 ปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทหารให้มีรัฐธรรมนูญครั้งเดียว แล้วมีการเลือกตั้ง ตั้งรัฐบาล แล้วทหารก็รัฐประหารตัวเอง ล้มรัฐบาลของตัวเองเสีย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันสถานการณ์ความวุ่นวาย
การใช้อภิสิทธิ การใช้อำนาจ การทุจริตคอรัปชั่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มาถึงจุดที่ประชาชนนิสิตนักศึกษาหมดความอดทน มาก่อนหน้านั้น ก็นานกินเวลาถึงเกือบ 10 ปี ตั้งแต่ พศ.2509&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกัน รอบๆประเทศก็เกิดสงครามเพื่อนบ้าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีฐานทัพอเมริกาบนผืนแผ่นดินไทย
เป็นฐานส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดในเวียดนาม ลาว กัมพูชา ที่กำลังต่อสู้กับลัทธิล่าเมืองขึ้น ที่นำโดยสหรัฐอเมริกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จึงเกิดกลุ่มเรียกร้องรัฐธรรมนูญ 100 คน นำโดยนายธีรยุทธ บุญมีและคณะ
หนึ่งในนั้นก็มีนายประสาร มฤคพิทักษ์ ร่วมเคลื่อนไหวอยู่ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสารทำหน้าที่ประสานผู้คนที่พร้อมสู้เผด็จการทหาร มาร่วมลงชื่อ โดยไม่คิดว่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนทหารพลาดทางการเมือง ตั้งข้อหากบฏต่อผู้ที่ไปเดินแจกใบปลิวทั้ง 12 คน
โดยมีพี่ไขแสง สุขใส เดินเข้าสู่ห้องขังไปสมทบ เป็น 13 กบฏ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฉะนั้นวันนี้ ที่ประสารบอกว่าวันนั้น &amp;rdquo;วีรชน ๑๔ ตุลา.&amp;rdquo; ไม่มีปัญหากับสถาบันกษัตริย์นั้นเป็นความจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะเมื่อเกิดเหตุตำรวจตีประชาชนหน้าวังสวนจิตรฯ ตกคูน้ำ พระองค์กับสมเด็จย่าและสมเด็จพระราชินี ก็สั่งเปิดประตูวัง ให้ประชาชนและนิสิตนักศึกษาเข้าไปหลบภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเมื่อทหารส่งรถถังกับทหารราบออกมายิงประชาชนที่โกรธแค้นจากเหตุหน้าวัง
มาชุมนุมบนถนนราชดำเนิน ทหารก็ออกมาเผชิญหน้ากับประชาชน นิสิตนักศึกษา
จนพระองค์ท่านใช้พระบารมี ทำให้ 3 ทรราชออกนอกประเทศไป และเกิดนายกรัฐมนตรีพระราชทาน มีการเขียนรัฐธรรมนูญ 2517 ขึ้นมาใหม่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การเมืองก็กลับเข้าสู่ประชาธิปไตยได้ 3 ปี จนเกิด 6 ตุลา.19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลับมาที่ผู้นำมวลชน นายเสกสรรค์ ประเสริฐกุล นำเดินขบวน นำมวลชน นำนิสิตนักศึกษา นำนักเรียนและนำประชาชน ออกจากธรรมศาสตร์ด้วยคนนับแสน ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ 2475 เป็นต้นมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เดินมาบนถนนราชดำเนิน ก็ไม่มีจุดมุ่งหมายที่จะเผชิญหน้ากับรถถังและทหาร จนมาสิ้นสุดที่หน้าวังสวนจิตรฯ แล้วสลายการชุมนุม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่เสกสรรค์ นำเดินตรงไปสลายการชุมนุมที่หน้าวัง ก็ด้วยต้องการพึ่งพระบารมีของสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ต่อเมื่อเหตุการณ์บานปลาย พระบารมีของพระองค์ท่าน ก็ได้ให้ทางออกทางการเมือง
ได้ประชาธิปไตยกลับคืนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะฉะนั้นการที่ประสารขอให้คนรุ่นใหม่ในยุคนี้ปลดป้ายผ้าเพียงผืนเดียว ที่มุ่งไปที่สถาบัน ก็ด้วยไม่ตรงกับอารมณ์ความรู้สึกคนรุ่นใหม่ในยุคนั้น ที่ไม่มีเคยมีปัญหากับสถาบันกษัตริย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประสารจึงอ้าง &amp;ldquo;จิตวิญญาณวีรชน 14 ตุลา.16&amp;rdquo; ให้คนรุ่นใหม่รุ่นนี้เข้าใจ
และพร้อมให้ทำกิจกรรมรอบๆอนุสรณ์สถานกับในห้องประชุมได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องก็มีเท่านี้เอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะคณะกรรมการมูลนิธิ 14 ตุลา.ล้วนเป็นนักต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งระบบประชาธิปไตยที่ยั่งยืนมาตลอดชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตัวประธานมูลนิธิ นายแพทย์วิชัย โชควิวัฒน ที่เป็นผู้แสดงปาฐกถา ก็สามารถเขื่อมโยงรัฐธรรมนูญ 2517 ไล่เลียงมาแต่ละฉบับ ว่ามีการสืบสานเจตนารมณ์วีรชนอย่างไร
โดยเฉพาะเรื่องการสร้าง&amp;rdquo;ระบบประกันสุขภาพ&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จนเกิดระบบ&amp;rdquo;สุขภาพถ้วนหน้า&amp;rdquo; ที่โด่งดังไปทั่วโลก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และเป็นฐานสาธารณสุขให้สังคมไทยสามารถเผชิญหน้ากับ &amp;rdquo;สงครามโควิด-19&amp;rdquo;
โดยมีความเสียหายต่อชีวิตประชาชนน้อยที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พิภพ 15-10-2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119821</URL_LINK>
                <HASHTAG>กลุ่มทะลุแก๊ส, นายพิภพ ธงไชย, ปฏิรูปสถาบัน, ประสาร มฤคพิทักษ์, วีรชน14ตุลาฯ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210919/image_big_614707ad6a9b3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118924</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 09:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 09:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ถามหากลุ่มที่อ้างเป็นฝ่ายประชาธิปไตยอยู่ไหน ช่วยทะลุแก๊สด้วย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64-นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp; ถึงการร่วมเสวนาหัวข้อ &amp;ldquo;45 ปี มาตรา 112&amp;rdquo; ส่วนหนึ่งของกิจกรรมครบรอบ 45 ปี 6 ตุลาฯ ทาง Clubhouse เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 ที่กล่าวตอนหนึ่งว่ามาตรา 112 ไม่ใช่กฎหมายหมิ่นประมาทธรรมดา แต่คือภาพแทนของสถาบันกษัตริย์ ฝ่ายอนุรักษ์นิยมหลายคนที่เที่ยวไปแจ้งความคนอื่นทั้งที่ตนเองไม่ได้โดนดูหมิ่น ไม่ได้เสียหายเอง นั่นเพราะสำหรับพวกเขามองว่าคือการลบหลู่สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ดูหมิ่นความเชื่อถือ (Blasphemy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยบุตรตั้งข้อสังเกตว่าการใช้ การแก้ และการเพิ่มโทษที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 เป็นเครื่องมือทางการเมือง คือปฏิกิริยาสืบเนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองในช่วงเวลานั้นๆ เสมอ ยกตังอย่างเช่น การแก้ไขเพิ่มโทษมาตรา 112 ให้เพิ่มขึ้นจนมากกว่าสมัยการปกครองในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ หลังการรัฐประหารของ พล.ร.อ.สงัด ชลออยู่ ช่วงต่อมาคือการใช้มาตรา 112 หลังเหตุการณ์ 6 ตุลา 2519 มาถึงหลังการรัฐประหาร 2549 และล่าสุดถูกนำมาใช้ใหม่อย่างกว้างขวางอีกครั้งหลังการชุมนุมปี 2563&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นมาตรา 112 จึงไม่ใช่เรื่องของกฎหมายอย่างเดียว แต่มีความสัมพันธ์กับสถานการณ์ทางการเมืองและกลุ่มคนที่ตั้งคำถามกับสถาบันกษัตริย์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ย้อนไปถึงการรณรงค์ของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก.112) ในตอนนั้น เคยมีคนเป็นรอยัลลิสต์มาเสนอว่าหากต้องการเสนอแก้ไขมาตรา 112 ให้มานั่งคุยกันปิดลับ โดยไม่ต้องเข้าชื่อเสนอกฎหมายในทางสาธารณะ ซึ่งผมก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องไม่อยากให้มีการเข้าชื่อ เมื่อมาวิเคราะห์ดูก็พบว่านี่คือวิธีคิดของรอยัลลิสต์และพวกอนุรักษ์นิยม คือคิดว่าถ้ายอมโอนอ่อนให้ข้อนึง ความต้องการจะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปถึงเรื่องอื่นเรื่อยๆ จนไปถึงสุดทางเลย เขาไม่คิดว่าถ้ายอมปฏิรูปข้อนึง แล้วคนจะหยุด วิธีคิดของรัฐไทยขีดเส้นชัดเจน ไม่ขยับถอยเลย ต้องรอให้เกิดความสูญเสีย ถึงจะมายอมถอยเหมือนคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ 66/2523 ในอดีต&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[ แก้ไขแต่แรก ดีกว่าไปถึงจุดแตกหัก ]&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปิยบุตรเสนอว่าสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันเปลี่ยนไปแล้ว หากไม่ยอมแก้ไขตั้งแต่แรก สถานการณ์จะไปถึงจุดแตกหักอย่างนั้นแน่นอน &amp;ldquo;ผมยังมองว่าถ้าเราไม่ปฏิรูป สถาบันกษัตริย์จะอยู่ยาก ดังนั้นถ้าต้องการรักษาสถาบันฯ จะต้องปฏิรูป หากไม่ทำ จะไปสู่จุดที่สังคมไทยไม่เคยเห็นมาก่อน ผมเห็นว่าการพูดคุยกันและปฏิรูปเป็นทางออกทางเดียวของสังคม คุณูปการจากการชุมนุมของราษฏรได้ทำให้ประเด็นสถาบันฯ กลับมาถูกพูดถึง แต่ในปัจจุบันพื้นที่สาธารณะในการพูดถึงประเด็นสถาบันฯ แทบไม่เหลือพื้นที่เลย ปีที่แล้วมีการถกเถียงประเด็นปฏิรูปสถาบันฯ บนทีวีช่องใหญ่ๆ แต่ตอนนี้กลับไม่มีการเสนอข่าวเกี่ยวกับข้อเสนอหรือการอภิปรายเรื่องปฏิรูปสถาบันฯ ผ่านสื่อหลักเลย&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะเกิดขึ้นได้สถาบันฯ รัฐบาล ชนชั้นนำจารีตประเพณีต้องเอาด้วย ไม่อย่างนั้น ไม่มีทางสำเร็จได้ ผมเห็นว่ามีรอยัลลิสต์หลายคนที่เห็นประเด็นปัญหาร่วมอยู่ เช่น มาตรา 112 และเรื่องทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ คนที่เป็นรอยัลลิสต์ควรช่วยกันออกมาพูดว่ากฎหมายทรัพย์สินพระมหากษัตริย์เป็นอันตรายต่อสถาบันกษัตริย์ทั้งระบบอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการเรียกร้องผลักดันจากประชาชนแล้ว ชนชั้นนำยังต้องให้ความเห็นชอบด้วย ยิ่งอยู่ใต้รัฐบาลแบบนี้ยิ่งยาก เพราะรัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ไม่มีทางทำเรื่องปฏิรูปสถาบันฯ ได้ ดังนั้นข้อเสนอทั้งสามข้อจึงโยงใยกันหมด พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เหมาะสมจะเป็นอัครมหาเสนาบดีในระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ใช่เป็นนายกรัฐมนตรีในระบอบระบอบกษัตริย์ภายใต้รัฐธรรมนูญ (Constitutional Monarchy)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;[ เรียกร้องทุกฝ่าย ช่วยผลักดันปฏิรูปสถาบันฯ ไม่ให้การเสียสละของเยาวชนสูญเปล่า ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่ต้องทำคือต้องมีการพูดถึงประเด็นปฏิรูปสถาบันฯ จากทุกฝ่ายในสังคม แน่นอนว่าวิธีการพูดและสื่อสารของแต่ละ generation มีความแตกต่างกัน แต่การรณรงค์สื่อสารกับฝ่ายรอยัลลิสต์ให้กลับมาฟังบ้าง ต้องใช้วิธีการพูดที่แตกต่างกันไป ผมเห็นว่าตรงนี้อาจเป็นพื้นที่ที่นักวิชาการเข้าไปเติมได้ เช่น การอธิบายว่าเหตุใดแนวโน้มของการปกครองในประเทศไทยกำลังกลายเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์แบบซ่อนรูปมากกว่า Constitutional Monarchy&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นข้อสามต้องมีมู้ดและโทนการถกเถียงที่หลากหลาย ถ้ามีแต่เยาวชนที่พูด กลุ่มอื่นไม่ช่วยกันขยับ โทนของเยาวชนก็จะถูกผลักให้กลายเป็นพวกฮาร์ดคอร์ แต่ถ้าทุกคนช่วยกันพูดก็จะกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ว่าคนรุ่นไหนเก่งกว่าใคร แต่ทุกฝ่ายต้องเดินไปด้วยกัน แม้แต่พูดว่าปฏิรูปยังไม่พอ ก็ต้องยอมรับว่ามีคนที่เริ่มคิดถึงรูปของรัฐแบบอื่น หากมีคนรุ่นใหม่ที่มีความคิดแบบนี้และคนรุ่นเก่าก็มีความคิดคนละทาง ต้องหาทางออกร่วมกันว่าจะอยู่ร่วมกันต่อไปอย่างไร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับผมคนรุ่นใหม่เสียสละเอาชีวิตและร่างกายเข้าไปเสี่ยงคุก เสี่ยงตาราง เขาไม่มีความกลัวเหลืออยู่แล้ว ดังนั้นผมเห็นว่าไม่ควรปล่อยให้ไฟนี้มอดดับไป พูดอย่างตรงไปตรงมา หากวันหนึ่งรัฐเอาจริงขึ้นมา เราไม่มีทางสู้รัฐได้เลย แม้วิธีคิดของเยาวชนยังอยู่ แต่จะโดนบทขนยี้จนไม่สามารถแสดงออกได้เลย เหมือน 45 ปีที่แล้ว ที่ขบวนการนักศึกษาก้าวขึ้นไปสูงมาก แล้วถูกบดขยี้จนหายไปนานเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้นกลุ่มที่อ้างว่าเป็นฝ่ายประชาธิปไตยทั้งหมดต้องช่วยกันทำให้ขบวนการรอบนี้เดินหน้าสู้ต่อไปได้ อย่าปล่อยให้เยาวชนสู้ตามลำพัง&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;#ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ #45ปี6ตุลา #มาตรา112 #บันทึก6ตุลา
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118924</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ปิยบุตร แสงกนกกุล, ฝ่ายประชาธิปไตย, ม.112</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d06b597941.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113921</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/08/2021 08:49</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/08/2021 08:49</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คำขู่จาก&#039;ปิยบุตร&#039;วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐคือการปฏิรูปสถาบันฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ส.ค.64-นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการคณะก้าวหน้า โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;nbsp;Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;หัวข้อ[ สื่อสารถึงทุกฝ่าย : วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ]&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมอยากสื่อสารถึงฝ่ายในประเทศไทยว่าตอนนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในรอบปีที่ผ่านมาการชุมนุมของประชาชนและเยาวชนได้ทำให้ประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาอยู่บนโต๊ะเรียบร้อยแล้ว ที่ผ่านมามีคนเห็นด้วยจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามถือว่ายังไม่มากพอ หากเราต้องการจะสร้างฉันทามติร่วมกันของคนสังคม จะต้องทำให้มีคนเห็นด้วยมากกว่านี้อีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับฝ่ายสนับสนุนปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ในด้านเนื้อหาจะเห็นว่าแทบทุกคนเห็นตรงกันว่าต้องปฏิรูปสถาบันฯ ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตย แต่ในรายละเอียดยังไม่ได้มีการขยายความว่าการปฏิรูปสถาบันต้องมีประเด็นอะไรบ้าง เรื่องนี้ต้องอาศัยทักษะในการนำสิ่งที่ประชาชนมีอารมณ์ความรู้สึกร่วมกันนำไปอธิบายต่อให้เป็นรูปธรรม จึงอยากเรียกร้องให้นักวิชาการ ปัญญาชน รวมทั้งคนทั่วไปที่เข้าใจเรื่องนี้ ต้องช่วยกันเปิดพื้นที่สาธารณะในการพูดคุยอธิบายเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ว่าจะมีข้อเสนออย่างไรบ้าง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากจะเพิ่มทั้งในทางปริมาณและเนื้อหาแล้ว ต้องหาวิธีเปลี่ยนความคิดจิตใจคนให้ได้ ต้องทำให้ทั้งคนที่เห็นด้วย เห็นด้วยแต่ไม่กล้าพูด และคนที่ไม่เห็นด้วยเลย เข้าใจตรงกัน พร้อมแสดงออกว่าต้องการการปฏิรูปสถาบันฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อีกกลุ่มหนึ่ง คือ ฝ่ายกษัตริย์นิยม หรือ กลุ่มรอยัลลิสต์ คนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่เข้าใจประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์มากกว่าเพื่อน บางคนเคยทำงานให้สถาบันพระมหากษัตริย์ แต่อาจจะคิดในใจ กังวลว่าถ้าพูดไปจะเดือดร้อน ธุระไม่ใช่ คนกลุ่มนี้อาจไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอทั้งหมดของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุม หรือข้อเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญหมวด 2 ซึ่งผมได้เขียนร่างไว้ หรือ เห็นด้วยบางประเด็น เห็นต่างในรายละเอียด ผมก็อยากเชิญชวนให้มาช่วยกันแสดงออกอย่างตรงไปตรงมา ช่วยกันพูดให้มากกว่านี้ &amp;nbsp;เพราะพวกท่านอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กลุ่มต่อมา คือ รอยัลลิสต์ที่ถูกปลูกฝังให้เคารพนักถือสถาบันพระมหากษัตริย์เสมือนพระเจ้า กลุ่มนี้ต้องคุยอธิบายอีกแบบหนึ่ง ผมอยากให้ฝ่ายกษัตริย์นิยมที่มองทุกอย่างที่เกี่ยวกับการแก้ไขเปลี่ยนแปลงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์ว่าเป็นเรื่องล้มเจ้าไปเสียหมด อยากให้ลองพิจารณาดูว่าตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นมา มีการแก้ไขกฎหมายหลายอย่างเกี่ยวกับสถาบันฯ และการแก้ไขเหล่านี้ส่งผลต่อสถาบันกษัตริย์ในทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลงหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งอยากชวนคิดว่าวิธีการที่ใช้กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเดินไป สน. เพื่อไล่แจ้งความมาตรา 112 กับเยาวชน จัดไอโอ จัดทัวร์ไปลง เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวของเยาวชน สร้างข่าวปลอม ทั้งหมดนี้ไม่สามารถทำให้ใครเปลี่ยนความคิดเกี่ยวกับสถาบันฯ ได้ มีแต่จะทำให้ความคิดของเขารุนแรงขึ้นไปอีก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ฝ่ายสถาบันกษัตริย์และองคาพยพรายล้อม ในที่นี้มิได้เจาะจงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่มองในฐานะองค์กร ผมอยากสื่อสารว่าในประเทศไทยมีพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด ไม่มีช่วงเวลาใดสะดุดหยุดลงเลย ที่เป็นแบบนี้ได้ เพราะสถาบันฯ รู้เท่ากันกับสถาการณ์ว่าจำเป็นต้องปฏิรูปเปลี่ยนแปลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถาบันกษัตริย์แต่ละยุคแต่ละสมัยมีการปรับตัวให้ทันยุคทันสมัยอยู่ตลอดเวลา แล้วเผชิญหน้ากับความท้าทายมาตลอด รอบนี้ก็เป็นอีกรอบหนึ่ง ที่สถาบันกษัตริย์กำลังเผชิญความท้าทายใหม่อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากลองไปสำรวจตรวจสอบทั่วโลก ประเทศที่ยังรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ได้อยู่ ก็คือประเทศที่เป็นประชาธิปไตย เว้นแต่จะเลือกให้ประเทศไทยเป็นสมบูรณาญาสิทธิราชย์ไปเลย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์แล้วว่าการอาศัยอำนาจเผด็จการทหาร กองทัพ ทุนผูกขาด และระบบอำนาจนิยม ไม่มีทางรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ได้ กฎเกณ์แบบประชาธิปไตยเท่านั้นที่จะรักษาสถาบันฯ ไว้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทุกวันนี้ สิ่งที่องคาพยพทั้งหลายของรัฐกำลังทำ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาล เจ้าหน้าที่ระดับล่างจนถึงระดับนโยบายของรัฐบาล ทหาร ทุนผูกขาด องคาพยพทั้งหลาย ที่ทำกันอยู่ทั้งหมด ไม่ใช่วิธีการรักษาสถาบันฯ คุณอาจจะอ้างว่าใครออกมาชุมนุมต้องโดนจัดการให้หมด ความเป็นจริงคือการกดปราบความต้องการของประชาชนเอาไว้ เพื่อให้ รัฐบาล ทุนผูกขาด และกองทัพได้กอบโกยใช้ประโยชน์จากสถานะของสถาบันพระมหากษัตริย์ต่างหาก แล้ววันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรไม่รู้ ออกจากตำแหน่งไปหมดแล้วก็ไม่สนใจแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุดท้าย คือ นักการเมืองและพรรคการเมือง แน่นอนที่สุดว่าผู้ที่เข้ามาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นรัฐมนตรี อยากต่อสู้ให้ชนะการเลือกตั้ง เพื่อจะได้บริหารราชการแผ่นดิน นำนโยบายดีๆ มาทำให้เกิดขึ้นจริง ให้พี่น้องประชาชนได้ลืมตาอ้าปาก สิ่งเหล่านี้ในบางยุคบางสมัยอาจจะเพียงพอ พี่น้องประชาชนอยากเลือกรัฐบาลที่แก้ไขปัญหาปากท้องหรือที่เรียกว่า &amp;ldquo;ประชาธิปไตยกินได้&amp;rdquo; แต่พอบริหารไปได้ดีสักพัก ก็จะถูกรัฐประหาร ยึดอำนาจ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ อีกวนเวียนเป็นแบบนี้เรื่อยๆ เพราะปัญหาเชิงโครงสร้างทางการเมืองไม่ได้ถูกแก้ไข&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปจากเดิม เราต้องการรัฐบาลที่มีคุณภาพ มีวิสัยทัศน์ มีเสถียรภาพ มีนโยบายดีๆ มาส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชน ให้ชีวิตของประชาชนอยู่ดีกินดีมากยิ่งขึ้น แต่ทำอย่างไรถึงจะรักษารัฐบาลแบบนี้เอาไว้ได้ เมื่อถึงเวลาชนชั้นนำกลุ่มหนึ่งก็พร้อมจะออกมาก่อรัฐประหารยึดอำนาจ ยุบพรรค ตัดสิทธิ์ วนเข้าสู่อีหรอบเดิมอีกครั้งแล้วครั้งเล่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนการรัฐประหาร 49 พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เคยเปรียบเปรยว่ารัฐบาลเหมือนจ๊อกกี้ ไม่ได้เป็นเจ้าของม้า ม้าเป็นของเจ้าของคอก ตรงนี้หมายความว่าแม้ประชาชนจะเลือกจ๊อกกี้มาคุมม้า แต่ถ้าเจ้าของม้าไม่พอใจ ก็ไล่จ๊อกกี้ออกได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น อาจจะถึงเวลาแล้วที่พรรคการเมืองและนักการเมืองที่เรียกกันว่าเป็น &amp;ldquo;ฝ่ายประชาธิปไตย&amp;rdquo; ต้องคิดให้รอบด้านมากขึ้น นอกจากเรื่องนโยบายเศรษฐกิจแล้ว ในขณะเดียวกันต้องหันมาคิดเรื่องแก้ไขต้นตอปัญหาเชิงโครงสร้างการเมืองไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนักการเมืองที่ไม่ได้คิดจะเปลี่ยนแปลงอะไร แค่อยากจะอยู่ในอำนาจต่อไป ทำงานในหน้าที่สมัยต่อสมัย ผมก็อยากเชิญชวนให้มองให้เห็นปัญหาภาพใหญ่ให้มากกว่านี้ อาจจะถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปโครงสร้างใหญ่ๆ ในประเทศไทย รวมถึงเรื่องการปฏิรูปสถาบันฯ ด้วย ไม่ใช่ฉีดยาชาไปเรื่อยๆ ต้นตอปัญหาไม่ได้ถูกแก้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าทิ้งโอกาสในการปฏิรูปสถาบัน อย่าทิ้งโอกาสในเวลาที่ทุกฝ่ายยังควบคุมสถานการณ์ได้อยู่ จนสุดท้ายไม่รู้จะไปจบตรงไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในโลกสมัยใหม่ศตวรรษที่ 21 &amp;nbsp;ยึดหลักทุกคนเท่าเทียมกัน ทุกคนมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ โลกที่ประชาธิปไตยเป็นเกณฑ์มาตรฐานหลักของการปกครองในประเทศต่างๆ สถาบันกษัตริย์กลายเป็นสิ่งล้าสมัย แต่หลายประเทศก็ยังรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้คู่กับประชาธิปไตย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเองมองว่าประเทศไทยยังจำเป็นต้องมีพระมหากษัตริย์ต่อไป แต่ต้องมีการปฏิรูปให้เข้ากับเรื่องสิทธิมนุษยชน ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คุณค่าแบบประชาธิปไตย ตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ มีความรับผิดชอบต่อประชาชน ต้องเป็นสถาบันกษัตริย์ที่เป็นมนุษย์ อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ มิใช่เป็นพระเจ้าที่เข้าถึงไม่ได้ ต้องเป็นสถาบันฯ ที่ประหยัดมัธยัสถ์ ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับประชาชน สถาบันฯ แบบนี้ถึงจะอยู่รอดในประชาธิปไตยสมัยใหม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วิธีการที่ดีที่สุดที่จะทำให้ประเทศไทยไม่เป็นสาธารณรัฐ คือ การปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113921</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ปิยบตร, สาธารณรัฐ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210820/image_big_611f09aacff36.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112098</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 18:56</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 18:56</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อานนท์&#039; คุยโวครบ 1 ปี แนวร่วม 3 นิ้วเพิ่มมหาศาล รู้ล่วงหน้าม็อบ 7 สิงหาจะเกิดเหตุรุนแรง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3 ส.ค.64 - ที่หอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มราษฎร ได้กล่าวก่อนขึ้นปราศรัยวันครบรอบ 1 ปี ม็อบแฮรี่พ็อตเตอร์ ที่ออกมาพูดถึงการปฏิรูปสถาบัน ว่า วันนี้จะพูดถึง 1 ปีที่ผ่านมาและก้าวต่อไป คงไม่ได้มีอะไรที่หวือหวาไปมากกว่าเดิมเพราะทุกอย่างได้ทะลุเพดานไปแล้ว จะเป็นการทบทวนในรอบ 1 ปีที่ผ่านมาสิ่งที่เราเสนอไปและสิ่งที่เราได้รับกลับมาจากการเสนอการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์

ขณะนี้ก้าวไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว และจะมั่นคงมากขึ้น เพดานสันติวิธีก็จะขยับขึ้นด้วย การพูดถึงปัญหาที่แท้จริงทำให้เราได้รับแนวร่วมเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลพิสูจน์ได้จากเวทีที่มีการพูดถึงการเมืองทั่วไปจะไม่ค่อยมีคนเข้าร่วม ถ้าพูดถึงปัญหาที่เกิดขึ้นจะมีผู้เข้ารับฟังจำนวนมาก ถ้าไม่พูดถึงเรื่องสถาบันพระมหากษัตริย์คนเข้าร่วมจะน้อยพิสูจน์มาแล้ว พิสูจน์จนแน่ใจว่าเราเดินมาถูกทาง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทนายอานนท์ ยังกล่าวถึงกลุ่มผู้ชุมนุมถูกดำเนินคดี 112 ว่า ทำให้สังคมได้เห็นว่าเรามีปัญหาอย่างไรและ 112 ก็ไม่ใช่คำตอบของสังคม ศาลก็ไม่สามารถขังพวกเราด้วยเหตุผลที่ไม่เป็นธรรมได้ เป็นการยกเพดานการพูดถึงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไปอีกขั้นหนึ่ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอานนท์ ยังกล่าวถึงการนัดชุมนุมวันที่ 7 ส.ค.นี้ว่า จะเกิดความรุนแรง เพราะมีเพราะเจ้าหน้าที่รัฐตั้งใจทำให้เกิด พยายามทำทุกวิถีทาง เพื่อให้ภาพของการชุมนุมเป็นการใช้ความรุนแรง แต่เราจะใช้การชุมนุมแบบสันติวิธีและยืนยันว่า เพดานสันติวิธีของเรามันมีเพดานอยู่ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐไม่ใช้ความรุนแรงทุกอย่างก็จะผ่านไปด้วยดี ภาพที่เห็นตอนนี้คือตำรวจใช้อาวุธ มาใช้ในการสลายการชุมนุม ใช้แก๊สน้ำตาที่มีสารพิษยิงมาใส่ผู้ชุมนุมเป็นการใช้ความรุนแรงจากเจ้าหน้าที่รัฐที่เห็นได้อย่างชัดเจน ถ้ามีความรุนแรงเกิดขึ้นเราเชื่อว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเลือกใช้ความรุนแรง ถ้าไม่มีการขัดขวางการชุมนุม การชุมนุมไม่มีการเกิดความรุนแรงเพราะเราจะใช้การชุมนุมแบบเชิงสัญลักษณ์ แต่ถ้าตำรวจใช้ความรุนแรงกับพวกเรา การชุมนุมแบบสันติวิธีก็จะขยับขึ้น อาวุธความรุนแรงที่ยังไม่ได้ใช้คือปลาร้า ไข่เน่าเพดานยังมีอีกเยอะ แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เจ้าหน้าที่รัฐมองเราเป็นคนอีกกลุ่มหนึ่งไม่ได้มองว่าเราเป็นคนร่วมประเทศ อย่างเช่น หลักประกันของกลุ่มทะลุฟ้า ที่สูงถึง 3 ล้าน มันชัดเจนเขาต้องการให้เราไม่มีทางสู้ เงินเรามีจำกัด เงินเราใช้ไปหลายล้านมากตั้งแต่เริ่มต่อสู้มา แต่ ศาลจงใจเลือกแบบนี้ทั้งที่มันไม่จำเป็น ใช้บุคคลก็ได้ปล่อยโดยไม่มีหลักประกันก็ยังได้ แต่ศาลเลือกที่จะใช้หลักทรัพย์ในการประกันตัวที่สูงมาก ศาลอาจจะต้องเลือกว่าจะเอารัฐบาลประยุทธ์ไว้หรือจะให้พวกเราใช้เสรีภาพอย่างเต็มที่

ส่วนบรรยากาศบริเวณหอศิลป์ มวลชนเริ่มทยอย เข้ามายังพื้นที่ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ปทุมวันได้ประกาศพื้นที่กรุงเทพฯเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ห้ามมีการชุมนุมหรือมั่วสุมกันเกินกว่า 5 คนที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไวรัส covid ขอให้ยุติการชุมนุม จะเป็นการฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินและพ.ร.บ.โรคติดต่อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112098</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ม็อบ3นิ้ว, ม็อบ3สิงหา, ม็อบราษฎร, ม็อบแฮร์รี่พอตเตอร์, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210803/image_big_61092c2a97d31.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>03/08/2021 07:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>03/08/2021 07:19</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปิยบุตร&#039;ตีปี๊บ!ข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์กลายเป็นประเด็นสาธารณะอยู่ในสถานะ&#039;พร้อมใช้&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
3 ส.ค.64- นายปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;เลขาธิการกลุ่มก้าวไกล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล &amp;nbsp;ว่าวันที่ 3 สิงหาคม ปีที่แล้ว อานนท์ นำภา ได้ปราศรัยประเด็นปัญหาเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์อย่างตรงไปตรงมา ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน การปราศรัยครั้งนั้น คือ การนำประเด็นสถาบันกษัตริย์มาพูดในที่สาธารณะ ที่ไม่ใช่เวทีเสวนาวิชาการในมหาวิทยาลัย ที่ไม่ใช่ในสภาผู้แทนราษฎร ที่ไม่ใช่ในพื้นที่ของสถาบันการเมือง แต่พูดกันบนเวทีการชุมนุม บนท้องถนน การปราศรัยอย่างกล้าหาญและทระนงองอาจของอานนท์ในครั้งนั้น นับเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์การเมืองไทย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 วันหลังจากนั้น การชุมนุมที่ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นำโดย พริษฐ์ ชิวารักษ์ และปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล ได้ปราศรัยข้อเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ 10 ข้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นับแต่นั้น การชุมนุมของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน อนาคตของชาติ ก็ก้าวรุดหน้ามากขึ้น จนทำให้เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์กลายเป็นข้อเรียกร้องที่เปิดเผย ตรงไปตรงมา ปรากฏอยู่ในที่สาธารณะ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือคุณูปการของนักเรียน นักศึกษา เยาวชน อนาคตของชาติ ที่ร่วมกันต่อสู้ เอาชีวิต ร่างกาย อนาคตของตนเองเข้าเสี่ยง เราต้องสดุดีและยกย่องวีรกรรมอันกล้าหาญของพวกเขา
...
หนึ่งปีผ่านไป แม้ประเด็นปัญหาเรื่องสถาบันกษัตริย์จะถูกจุดติด &amp;ldquo;ช้างในห้อง&amp;rdquo; ตัวนี้ถูกทำให้เห็นโดยถ้วนทั่ว ไม่มีใครปฏิเสธหรือแกล้งมองไม่เห็นได้อีกแล้ว แต่ก็ดูเหมือนว่า ข้อเรียกร้องนี้อาจถูกพูดถึงในรายละเอียดน้อยลง และดูท่าจะห่างไกลจากความเป็นไปได้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงวิกฤต Covid-19 ส่งผลให้การชุมนุมทำได้ยากลำบาก ในขณะที่ผู้ชุมนุมจำนวนมากก็ถูกตั้งข้อหา ดำเนินคดี จับกุม คุมขัง จากกลยุทธ์ &amp;ldquo;นิติสงคราม&amp;rdquo; ที่ฝ่ายรัฐใช้อย่างเข้มข้น พร้อมกับที่ข้อเรียกร้อง &amp;ldquo;ขับไล่ประยุทธ์&amp;rdquo; ขึ้นมาเป็นกระแสนำ ในฐานะเป็นความจำเป็นเร่งด่วนและเป็นข้อเรียกร้องที่ดูท่าจะมีโอกาสเป็นไปได้มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งหมดนี้เป็นเหตุปัจจัยที่ทำให้ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ค่อยๆเลือนหายไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อมิให้ความเพียรพยายามของเยาวชนอนาคตของชาติและกลุ่ม &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; เสียเปล่าไป และเพื่อให้การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เกิดขึ้นให้จงได้ ผมมีข้อวิเคราะห์-ข้อเสนอ 5 ข้อต่อขบวนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ดังนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 1 มีข้อเสนอเป็นรูปธรรม จับต้องได้ พร้อมใช้งาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรณรงค์ในทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องใดประเด็นใด จำเป็นต้องมีข้อเสนอที่เราต้องการมุ่งไปถึง หากไม่มีข้อเสนอ การรณรงค์นั้นก็จะแลดูเลื่อนลอย จับต้องไม่ได้ ห่างไกลในความเป็นไปได้ เมื่อเวลาผ่านไป ประเด็นของการรณรงค์นั้นก็จะกลายเป็นเพียง &amp;ldquo;คำขวัญ&amp;rdquo; ในการชุมนุม แต่ไม่สามารถผลักดันให้เกิดผลลัพธ์ได้ ดังนั้น &amp;nbsp;ภารกิจสำคัญของนักต่อสู้ทางการเมืองก็คือแปลงเอายุทธศาสตร์ใหญ่ให้กลายเป็นข้อเสนอที่เป็นรูปธรรม และคิดค้นแผนการและวิธีปฏิบัติการที่จะทำให้ข้อเสนอเหล่านั้นเกิดได้จริง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แน่นอนว่า คำปราศรัยของอานนท์ก็ดี ข้อเสนอ 10 ข้อของแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมก็ดี ทำหน้าที่เป็นข้อเสนอเบื้องต้นไปแล้ว อย่างไรก็ตาม เรามีเพียงเท่านี้ก็ยังไม่เพียงพอ และต้องแปลงข้อเสนอให้เป็นรูปธรรมมากขึ้น&amp;nbsp;
วิธีการหนึ่งก็คือ นำข้อเสนอต่างๆเกี่ยวกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์มาแปลงเป็นร่างรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติ ท่ามกลางข้อเสนอปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในหลากหลายประเด็น บางประเด็นต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญ บางประเด็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติ บางประเด็นต้องปรับเปลี่ยนธรรมเนียมปฏิบัติ และบางประเด็นก็เป็นเรื่องพฤติกรรมของคนหรือองค์กร แต่หากเรานำข้อเสนอมายกร่างเป็นกฎหมายและรณรงค์ทั่วประเทศ อย่างน้อยข้อเสนอนั้นก็จะอยู่ในสถานะ &amp;ldquo;พร้อมใช้&amp;rdquo; และรอสถานการณ์ที่สุกงอมเพียงพอมาถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;วันที่ 10 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นวันครบรอบหนึ่งปีของ &amp;ldquo;ข้อเสนอ 10 ข้อที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต&amp;rdquo; ผมจึงขอใช้โอกาสนี้นำเสนอ &amp;ldquo;ร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม หมวด 2 พระมหากษัตริย์&amp;rdquo; พร้อมคำอธิบาย ต่อสาธารณะ เพื่อใช้เป็นประโยชน์ในการรณรงค์ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 2 ใช้กลไกในระบอบของพวกเขาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การรณรงค์เรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ครั้งนี้เป็นการรณรงค์แบบ &amp;ldquo;ปฏิรูป&amp;rdquo; กล่าวคือ ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงมีรูปของรัฐแบบราชอาณาจักร ไม่ใช่สาธารณรัฐ ประเทศไทยยังคงมีประมุขของรัฐเป็นกษัตริย์ที่สืบทอดทางสายโลหิต แต่ต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงบรรดากฎเกณฑ์และธรรมเนียมปฏิบัติทั้งหลายที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ทั้งหมดให้สอดคล้องกับหลักการประชาธิปไตย ต้องจัดวางตำแหน่งแห่งที่ บทบาท และสถานะของสถาบันกษัตริย์เสียใหม่ให้เหมาะสมกับยุคสมัย &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อเป็นการปฏิรูป การรณรงค์เรียกร้องก็ต้องอยู่ภายใต้กรอบเพดานของระบอบที่เป็นอยู่ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ระบอบที่เป็นอยู่ ระบอบที่พวกเขาออกแบบขึ้นมา ปรากฏให้เห็นในรูปของ &amp;ldquo;รัฐธรรมนูญ 2560&amp;rdquo; และกฎหมายอื่นๆที่เกี่ยวข้อง เราต้องควานหาช่องทางจากรัฐธรรมนูญและกฎหมายต่างๆเท่าที่มีอยู่เหล่านี้ แล้วใช้มันเพื่อผลักดันข้อเสนอที่ก้าวหน้าที่สุดของเราให้เข้าไปอยู่ใน &amp;ldquo;พื้นที่ทางการ&amp;rdquo; &amp;ldquo;พื้นที่อำนาจรัฐ&amp;rdquo; พร้อมสร้าง &amp;ldquo;พื้นที่ปลอดภัย&amp;rdquo; ให้กับผู้รณรงค์และผู้สนับสนุน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากปฏิบัติการเช่นนี้ได้ เราก็จะได้สองสิ่งไปพร้อมกัน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งแรก ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กลายเป็นประเด็นสาธารณะ พูดกันอย่างกว้างขวาง และเข้าไปอยู่ในแดนอำนาจรัฐ อยู่ในสถานะ &amp;ldquo;พร้อมใช้&amp;rdquo; รอให้องค์กรผู้มีอำนาจรัฐยินยอมใช้อำนาจรัฐเปลี่ยนข้อเสนอของเราให้กลายเป็นผลสำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งที่สอง ข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ กลายเป็นเรื่องปกติ ทั่วไป สามารถรณรงค์ได้อย่างปลอดภัย เพราะ อยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อยู่ภายใต้ระบอบ เป็นการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ คนที่เห็นด้วยกับการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่ยังกลัวหรือกังวล ก็จะคลายความกลัว ความกังวล พร้อมเข้าร่วมรณรงค์มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมประเมินจากระบอบที่เป็นอยู่ พบว่ามีช่องทางที่เราสามารถใช้ได้อย่างดี ช่วยทำให้ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ได้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ทางการ พื้นที่ที่มีอำนาจรัฐอยู่ และยังเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคนในการรณรงค์สนับสนุน นั่นคือ การใช้สิทธิเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและร่างพระราชบัญญัติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเสนอให้ฝ่ายสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ตั้งองค์กร &amp;ldquo;คณะกรรมการรณรงค์การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; เพื่อเดินสายรณรงค์ทั่วประเทศ ทุกช่องทาง ทั้งออนไลน์ ออนกราวนด์ เชิญชวนประชาชนมาร่วมเข้าชื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมและร่างพระราชบัญญัติต่างๆ ในส่วนที่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากเราทำเช่นนี้ เราก็จะ..&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้รณรงค์ทำความคิดกับคนทั่วประเทศ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้พื้นที่ปลอดภัย ไม่เสี่ยงถูกจับ ถูกดำเนินคดี ให้คนกล้าแสดงออกโดยไม่ต้องกังวล&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้จำนวนคนที่ร่วมเข้าชื่อปรากฏเป็น &amp;ldquo;ตัวเลข&amp;rdquo; เพื่อส่งสัญญาณได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้กดดันสถาบันการเมืองว่าจะเดินหน้าปฏิรูปสถาบันกษัตริย์หรือไม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 3 ยกระดับข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้เป็นการปฏิรูปแบบปฏิวัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แม้ข้อเสนอการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ คือ &amp;ldquo;ปฏิรูป&amp;rdquo; ไม่ใช่ &amp;ldquo;ปฏิวัติ&amp;rdquo; แต่เราต้องพึงระลึกไว้เสมอว่า การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ในครั้งนี้ ไม่ใช่งานจำพวก &amp;ldquo;ปฏิรูปแบบปฏิรูปนิยม&amp;rdquo; แต่มันคือ &amp;ldquo;ปฏิรูปแบบปฏิวัติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในทางรูปแบบ คือ การปฏิรูป ไม่ได้ล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ขีดเส้นยืนยันว่ายังรักษาสถาบันกษัตริย์ไว้อยู่ต่อไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ในทางเนื้อหา คือ การปฏิวัติ เพราะเป็นเนื้อหาการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่ก้าวหน้าที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ภายใต้ระบอบนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ปฏิรูปแบบปฏิวัติ&amp;rdquo; จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อเรายกระดับข้อเสนอเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์นี้ให้เป็น &amp;ldquo;ข้อเสนอขั้นต่ำ&amp;rdquo; หมายความว่า ข้อเสนอทั้งหมดก็เพื่อรักษาสถาบันกษัตริย์เอาไว้ในระบอบประชาธิปไตย ไม่สามารถถอยหรือลดไปกว่านี้ได้ และหากไม่รับข้อเสนอเช่นนี้ ด้วยสถานการณ์แบบที่เป็นอยู่ที่ประชาชนก้าวรุดหน้ามากขึ้น ก็จะโหมเร่งให้รุดหน้ามากขึ้น สุกงอมเพียงพอจนปฏิรูปกลายเป็นปฏิวัติ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทำข้อเสนอให้ราดิคัลที่สุด ก้าวหน้าที่สุด ไต่เพดานให้มากที่สุด เท่าที่เป็นไปได้ภายใต้ระบอบที่เป็นอยู่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พร้อมกับยืนยัน ยกระดับให้ข้อเสนอนี้เป็นข้อเสนอขั้นต่ำที่เราจะไม่ถอยไปมากกว่านี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากข้อเสนอนี้ไม่ได้รับการสนองตอบ สถานการณ์จะสุกงอมจนลื่นไถลให้ปฏิรูปกลายเป็นปฏิวัติ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่คือ &amp;ldquo;ปฏิรูปแบบปฏิวัติ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 4 สร้างมิตร สร้างแนวร่วม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อเรียกร้องของการชุมนุมของ &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ถูกมัดรวมเป็น 3 ข้อ ได้แก่ 1.ประยุทธ์ออกไป 2.ทำรัฐธรรมนูญใหม่ของประชาชน 3.ปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตลอดปีที่ผ่านมา มีการถกเถียงกันในฝ่ายที่ไม่เอาประยุทธ์ว่าจะเดินแบบไหน ซึ่งพอจำแนกความคิดได้ ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบแรก เอาเฉพาะข้อ 1 และข้อ 2 ถ้ามีข้อ 3 ขอไม่ร่วม เพราะกลัว กังวล อันตราย ไม่อยากเสี่ยง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบที่สอง เอาเฉพาะข้อ 1 และ ข้อ 2 ถ้ามีข้อ 3 ขอไม่ร่วม เพราะเป็นไปไม่ได้ ยากที่จะสำเร็จ และจะทำให้ไม่ได้ทั้ง 3 ข้อ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบที่สาม เอาทั้ง 3 ข้อ แต่ &amp;ldquo;กินข้าวทีละคำ&amp;rdquo; ไล่จากข้อ 1 ไปก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แบบที่สี่ เอาทั้ง 3 ข้อ และรณรงค์พร้อมกันทั้ง 3 ข้อ เพราะ ทุกข้อสัมพันธ์กันหมด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมเห็นว่าความแตกต่างทั้งสี่แบบนี้เป็นเพียงความแตกต่างทางยุทธวิธี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยคุณูปการของ &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ทำให้ประเด็นสถาบันกษัตริย์ถูกเอามาวางไว้บนโต๊ะอย่างเปิดเผย ผมจึงค่อนข้างมั่นใจว่า ณ เวลานี้ คนที่เข้าร่วมการชุมนุมทั้งหมด คนที่สนับสนุนการชุมนุมของ &amp;ldquo;ราษฎร&amp;rdquo; ทั้งหมด ไม่ว่าจะมีความคิดเรื่องยุทธวิธีแบบแรก แบบสอง แบบสาม หรือแบบสี่ ทั้งหมดล้วนแล้วแต่เห็นประเด็นปัญหาเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ และเห็นด้วยกับข้อ 3 ทั้งสิ้น เพียงแต่ว่าจะพูดหรือไม่ จะรณรงค์อย่างเปิดเผยหรือไม่ ซึ่งก็ขึ้นกับชีวทรรศน์และข้อจำกัดของแต่ละบุคคล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อสภาวการณ์ทางภาววิสัยเป็นเช่นนี้ จิตสำนึกของประชาชนเปลี่ยนแปลงยกระดับขึ้นถึงขนาดนี้แล้ว เรายิ่งต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ผมเห็นว่าขบวนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ต้องใจกว้าง เปิดรับ อย่ากีดกันคนออกไปจากขบวนการเพียงเพราะว่าเขายังไม่พร้อมที่จะรณรงค์ข้อ 3 แต่เราต้องพูดคุย ทำความเข้าใจ โน้มน้าว คนเหล่านี้ รวมทั้งแสวงจุดร่วมที่พอไปกันได้ เพื่อประคองเดินหน้าต่อไปพร้อมกับรอการเปลี่ยนแปลงของเขา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราต้องไม่เสียคนที่ &amp;ldquo;ตาสว่าง&amp;rdquo; แล้ว ให้กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามเราอีก เพียงเพราะเขาไม่เห็นด้วยกับยุทธวิธีของเรา&amp;nbsp;
เราต้องไม่เสียคนที่ &amp;ldquo;ตาสว่าง&amp;rdquo; แล้ว ให้กลายเป็นฝ่ายตรงข้ามเราอีก เพียงเพราะเขายังสว่างไม่พอ ตามเราไม่ทัน หรือปฏิรูปน้อยกว่าที่เราต้องการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รักษา &amp;ldquo;คนที่ตาสว่าง&amp;rdquo; ให้ร่วมขบวนต่อไป &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกระดับ &amp;ldquo;คนที่ตาสว่างไม่สุด&amp;rdquo; ให้เขาไปไกลมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เปลี่ยน &amp;ldquo;คนที่ยังไม่สว่าง&amp;rdquo; ให้ &amp;ldquo;ตาสว่าง&amp;rdquo; และเป็นพวกเดียวกับเรา &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อ 5 แปลงประเด็นการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้กลายเป็นฉันทามติของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หากสรุปความคิดเรื่องการสถาปนาอำนาจนำ หรือ Hegemony ของ Antonio Gramsci อย่างรวบยอดที่สุด ก็คือ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต้องเปลี่ยนเรื่องเฉพาะกลายเป็นเรื่องทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ต้องโน้มน้าวให้คนทั่วไปเกิดการยอมรับนับถือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ต้องทำให้คู่แข่ง-ฝ่ายตรงข้าม แม้จะอยู่คนละฝักฝ่าย แต่ก็ยังต้องยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราลองนำความคิดของ Gramsci มาปรับใช้ดู...&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การทำให้ประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์กลายเป็นฉันทามติร่วมกันของสังคมไทยทุกฝักฝ่ายได้ ต้องทำให้ประเด็นสถาบันกษัตริย์พ้นไปจากประเด็นปัญหาเฉพาะกลุ่ม แต่กลายเป็นปัญหาทั่วไปของคนทุกคน เป็นปัญหาร่วมกันของทั้งสังคมไทย ขบวนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จึงมีภารกิจในการชี้ชวนให้คนไทยเห็นพ้องกันให้ได้ว่า ณ เวลานี้ ประเด็นสถาบันกษัตริย์ไม่ใช่เรื่องของนักวิชาการ-นักศึกษาในการสนทนาอภิปรายในสถาบันการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของคนที่สนใจประวัติศาสตร์การเมืองไทยเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของคนทุกคน คนหาเช้ากินค่ำ คนทุกอาชีพ คนทุกวัย จะทำเช่นนี้ได้ ต้องอธิบายให้ประเด็นสถาบันกษัตริย์สัมพันธ์กับปัญหาเชิงโครงสร้างทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ บทบาทและสถานะของสถาบันกษัตริย์แบบที่เป็นอยู่ส่งผลกระทบต่อคนทุกคน หากมีการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ให้สอดคล้องกับประชาธิปไตยและทันยุคสมัยได้ ย่อมส่งผลดีต่อสังคมไทย ต่อคนทุกคน รวมทั้งต่อสถาบันกษัตริย์ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ประเทศไทยซึ่งเป็น &amp;ldquo;ประเทศแห่งการปฏิรูป&amp;rdquo; เอะอะก็ต้องปฏิรูป ต้องตั้งคณะกรรมการ ต้องศึกษาวิจัยปฏิรูปด้านต่างๆ เมื่อไรก็ตามที่มีวาระการปฏิรูปเกิดขึ้น ก็ต้องผลักดันให้การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เข้าไปอยู่ในวาระการปฏิรูปของประเทศไทยด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ ที่ผ่านมา ประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ถูกทำให้เป็นเรื่อง &amp;ldquo;ไกลตัว&amp;rdquo; &amp;ldquo;อันตราย เสี่ยง ไม่ควรพูด ไม่ควรยุ่ง&amp;rdquo; เรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จึงไม่อยู่ในพื้นที่การเมือง ไม่อยู่ในพื้นที่สาธารณะ ดังนั้น เราต้องพยายาม generalize/normalize ประเด็นสถาบันกษัตริย์ให้ได้ ทำให้เป็นเรื่องปกติ เรื่องทั่วไป สามารถสนทนาแลกเปลี่ยนกันได้อย่างตรงไปตรงมา อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องกังวล และทำให้เป็นเรื่องที่ต้องนำเข้าไปอยู่ในพื้นที่หรือเวทีของสถาบันการเมืองต่างๆให้ได้ &amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของการสร้างความยอมรับนับถือจากคนทั่วไป รวมไปถึงฝ่ายตรงข้ามด้วย นอกจากเนื้อหาเรื่องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ที่ต้องยึดเข็มมุ่งชัดเจนแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงรูปแบบวิธีการในการสื่อสารด้วย พูดง่ายๆก็คือ ขบวนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ควรสื่อสารอย่างไรให้คนทั่วไปยอมรับ แม้กระทั่งฝ่ายตรงข้ามก็ยังยอมรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย เป็นคนต่างวัย ต่างรุ่น หรือเป็นคนที่เคารพศรัทธาบูชาสถาบันกษัตริย์มาชั่วชีวิต เขาย่อมไม่ถนัดกับการรับสารแบบตรงไปตรงมา ผ่านถ้อยคำหรือท่าทีแบบที่พวกเขาไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้น ขบวนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ก็จำเป็นต้องหาวิธีสื่อสารแบบใหม่ เพื่อให้สารเรื่องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ไปถึงพวกเขาให้ได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นี่ไม่ใช่การตามง้อ ไม่ใช่การเสียเวลาเปล่า แต่การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะเกิดขึ้นได้ จำเป็นต้องมีจำนวนคนเห็นด้วยมากกว่านี้ มากทั้งในทางปริมาณ มากทั้งในทางคุณภาพ เราจำเป็นต้องหลอมรวมคนทุกฝ่ายในฐานะ &amp;ldquo;ประชาชน&amp;rdquo; ให้เห็นถึงปัญหาและความจำเป็นของการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถ้าคนทั่วไปเห็นว่า ประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์เป็นเรื่องไกลตัว อย่าไปยุ่ง แก้ปัญหาปากท้องก่อน การนำเสนอประเด็นปฏิรูปสถาบันกษัตริย์โดยเน้นไปที่ประชาธิปไตย ความเสมอภาค ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างเดียว ก็อาจไม่เพียงพอ จำเป็นต้องเติมประเด็นเรื่องผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การออกแบบนโยบาย การบริหารราชการแผ่นดินที่ซ้ำซ้อน ระบบราชการ การตรวจสอบ ความโปร่งใส การใช้จ่ายงบประมาณ เพื่อให้คนทั่วไปได้เห็นว่า สถานะของสถาบันกษัตริย์แบบที่เป็นอยู่ส่งผลถึงชีวิตประจำวันของเขา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์ตอนนี้ คือ &amp;ldquo;วิกฤตอำนาจนำ&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อำนาจนำที่ครอบงำสังคมไทยมาโดยตลอดได้สูญเสียฐานที่มั่นไป ในขณะที่อำนาจนำใหม่ก็ยังไม่ถูกสถาปนาแทนที่ ด้านหนึ่งแม้เป็นวิกฤติ แม้เป็นความเสี่ยง แต่ก็เป็นโอกาสที่จะช่วงชิงในการครองความคิดจิตใจคน การทำงานทางความคิดเปลี่ยนใจผู้คน &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;...&amp;nbsp;
ผมนำเสนอข้อเสนอทั้งห้าข้อนี้ด้วยความหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อฝ่ายสนับสนุนการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ด้วยความหวังว่าการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จะเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เราไม่สามารถหลีกหนีประเด็นนี้ได้อีกแล้ว การปฏิรูปสถาบันกษัตริย์จำเป็นต้องเกิดขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพื่อรักษาสถาบันกษัตริย์&amp;nbsp;
เพื่อรักษาประชาธิปไตย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112006</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ปิยบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210114/image_big_60004bd0767bf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107314</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 07:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 07:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตกผลึกในเป้าหมาย &#039;อานนท์&#039; เชื่อคนตาสว่างแล้ว เคลม &#039;ม็อบจตุพร&#039; ก็เอาด้วย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.64 - นายอานนท์ นำภา แกนนำกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า &amp;quot;ราษฏร&amp;quot; ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;เกิดความลังเลว่าการต่อสู้ของคนรุ่นใหม่ครั้งนี้จะสำเร็จหรือไม่อันนำไปสู่การเสนอให้ลดเพดานการต่อสู้เพื่อให้ง่ายขึ้น ลดเส้นชัยที่จะไปให้ถึง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จริงๆ การต่อสู้ของคนรุ่นใหม่มันสำเร็จไปแล้ว เพียงแต่มันสำเร็จเป็นขั้นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2563 คนรุ่นใหม่ได้ทำลายพรมที่ปกคลุมปัญหาของสังคมมาหลายสิบปี ขยายความคิดที่จะสร้างสังคมอย่างเท่าเทียม สร้างขบวนคนที่จะเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างกว้างขวาง ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน แหลมคม
&amp;nbsp;
2564 เกิดโควิดระบาดทำให้เกิดข้อจำกัดของการเคลื่อนไหว ซึ่งเราต้องยอมรับให้ได้ว่ามันเป็นข้อจำกัดจริงๆ กรอบการเคลื่อนไหวหลายอย่างต้องขยับและเลื่อนออกไป&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ความสำเร็จที่ทำให้คนตาสว่างมันเกิดไปแล้ว และจะไม่กลับไปเหมือนเดิมอีก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ตอนนี้ สิ่งที่เขาจะต้องทำให้เกิดขึ้นให้ได้คือ เมื่อคนตาสว่าง คนต้องออกเดิน ออกถางทาง เพื่อให้ถึงเส้นชัย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่ากลัวขวากหนามข้างหน้า ร่วมมือ ลงแรง ช่วยกันสร้างสังคมใหม่&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การลดเพดาน คือการยอมรับการวนอยู่ที่เดิม ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงที่เราต้องการ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัว ผมไม่เคยลังเลในเส้นทาง เพราะมันตกผลึกแล้วในเป้าหมาย และหวังว่าเราจะเดินร่วมกันในแนวทางที่เราตั้งไว้อย่างมั่นคง&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อานนท์ โพสต์ด้วยว่า &amp;quot;ล่าสุดม็อบพี่จตุพรมีข้อเสนอ &amp;ldquo;ปรับปรุงสถาบันกษัตริย์&amp;rdquo; ด้วย น่าจะเป็นสัญญาณอย่างแน่ชัดแล้วว่า การปรับปรุงหรือปฏิรูปสถาบันกษัตริย์แทบจะเป็นสิ่งที่สังคมเห็นร่วมกัน หรืออย่างน้อยก็เป็นเรื่องที่ไม่สามารถปฏิเสธได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การขยับเพดาน ดันเพดาน และทำลายเพดานที่คอยกดพวกเราลงไป ถูกขานรับอย่างกว้างขวาง ไม่มีทางที่จะลดลงไปกว่านี้ มีแต่คนเข้าร่วมมากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การพูดคุยกันของคนในสังคมแบบมีวุฒิภาวะ จึงเป็นสิ่งจำเป็นยิ่งในตอนนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107314</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฏิรูปสถาบัน, ม็อบ24มิถุนายน, อานนท์ นำภา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d2835e3136b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>106904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/06/2021 18:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/06/2021 18:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;โตโต้&#039; เตือน &#039;โทนี่แม้ว&#039; อย่าจุ้นเรื่องแก้ รธน. 3 นิ้วเจ็บช้ำโดนทำลายความหวัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 มิ.ย.64 - จากกรณี เพจเฟซบุ๊ก&amp;nbsp;&amp;quot;เยาวชนปลดแอก-Free YOUTH&amp;quot; ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1.5 ล้านคน ได้โพสต์รูปภาพตัดต่อนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ขณะก้มกราบเท้าใครคนหนึ่ง พร้อมข้อความพุ่งเป้าโจมตีนายทักษิณและพรรคเพื่อไทย ที่มีจุดยืนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งไม่เป็นไปตามข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันของม็อบ 3 นิ้วที่เรียกตัวเองว่า ราษฎร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ล่าสุด นายปิยรัฐ จงเทพ หรือ โตโต้ แกนนำกลุ่มการ์ดวีโว่ โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊กว่า&amp;nbsp;#สวัสดีประชาชน ต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ว่า การปฏิรูปสถาบันฯ คือหนึ่งในข้อเรียกร้องแต่แรกที่ผมและหลายๆคนออกมาต่อสู้ เอาอนาคตและทุกสิ่งอย่างเข้าแลก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เราจะคาดหวังให้พรรคการเมืองฝ่ายประชาธิปไตยทุกๆพรรค ช่วยกันเปิดทางให้ข้อเสนอของเราสามารถเป็นจริงได้โดยผ่านทางกลไกของสภาผู้แทนราษฎร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่พอความคาดหวังที่เรามี กลับตีบตันลงไปเรื่อยๆด้วยการยืนยันชัดเจนว่า หมวดหนึ่งและสองซึ่งเป็นหมวดที่ว่าด้วยเรื่องสถาบันฯจะไม่ถูกแก้ไข มันทำให้เหมือนการที่เราต่อสู้มาและสนับสนุนพรรคฝ่ายประชาธิปไตยมาโดยตลอดต้องรู้สึกเจ็บและเสียใจเป็นเรื่องธรรมดา ถ้าไม่รักกันจริง ไม่มีความหวัง และความศรัทธา คงไม่เสียเวลามาช่วยกันพูดช่วยกันเตือนกันเช่นนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนตัวยังคิดเลยว่า ถ้าจะให้ดีไม่ต้องให้มีบุคคลสำคัญออกมายืนยัน หรือไม่ต้องออกมาพูดว่าจะไม่แก้หมวด1 หมวด 2 &amp;nbsp;เลยก็ได้ คุณอาจจะแก้ หรือไม่แก้มันก็เป็นเรื่องของสภาฯในเวลานั้น พอถึงเวลาจะไม่แก้เลย ยังจะเป็นการดีเสียกว่าการรีบยืนยัน หรือเสนอออกมาแบบนี้แต่แรก&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ก่อนหน้านี้ โตโต้ ปิยรัฐ โพสต์เฟซบุ๊กว่า เห็นกระแสจาก Post ล่าสุดของ เยาวชนปลดแอก － Free YOUTH ถึงคุณทักษิณ ก็น่าแปลกใจสำหรับฝ่ายประชาธิปไตยเหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนตัวผมคิดอย่างนี้นะครับ ผมยืนยันในหลักการที่ #REDEM เสนอ การปฏิรูปสถาบันฯ ว่ามันคือข้อเรียกร้องที่พาเรามาพบเจอ และต่อสู้ร่วมกันจนมาถึงวันนี้ &amp;nbsp;เมื่อคุณทักษิณพูดชัดว่า สสร ต้องไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 ก็เท่ากับว่าการปฏิรูปสถาบันฯ จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ ในที่นี้แม้ตัวผมเองจะเคารพคุณทักษิณแต่ก็ต้องช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์ได้สำหรับสังคมประชาธิปไตย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106904</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทักษิณ ชินวัตร, ปฏิรูปสถาบัน, ปิยรัฐ จงเทพ, เพจเยาวชนปลดแอก-Free YOUTH, โตโต้ ปิยรัฐ, โทนี่แม้ว</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210506/image_big_609356b7489db.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
