<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>70493</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/07/2020 14:52</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/07/2020 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เข้าใจหรือยัง  &#039;ดร.เสรี&#039; ตบกะโหลก &#039;ดาวสภา&#039; งานปฏิรูปสื่อไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือประธาน IO</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ก.ค.63 - จากกรณี นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ส.ส.กทม ดาวสภา พรรคเพื่อไทย และอดีตสื่อมวลชน วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล&amp;nbsp;แต่งตั้งคณะกรรมการปฎิรูปประเทศ ด้านสื่อสารมวลชน 15 คน โดยมีดร.เสรี วงษ์มณฑา เป็นประธาน นั้น ล่าสุด ดร.เสรี ได้โพสต์ข้อความโดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;งานปฏิรูปสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศ ไม่ใช่งานประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือประธาน IO ที่จะทำให้ฝ่ายสนับสนุนตั้งความหวังด้านการประชาสัมพันธ์ของรัฐ และฝ่ายต่อต้านกลัวความไม่เป็นกลาง ดังนั้นต้องเข้าใจให้ถูกต้องนะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ไม่ใช่ทำหน้าที่ประชาสัมพันธ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ไม่มีอำนาจควบคุมหนือจัดการสื่อ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. มีหน้าที่เสนอแนะว่าสื่อสารมวลชนควรปฏิรูปอย่างไร ให้ทำหน้าที่เป็นโรงเรียนของสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. เสนอแนะการกำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ digital technology, social media อย่างมีจริยธรรม ให้เทคโนโลยีสารสนเทศเป็นประโยชน์มากกว่าเป็นโทษ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. พัฒนาขีดความสามารถของเจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์ของรัฐให้จัดการข่าวสารภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. เสนอแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมสื่อให้เติบโตทางเศรษฐกิจและจิตสำนึกทางสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. จัดการรณรงค์ปลูกฝังความสาใารถในการรู้เท่าทีนสื่อให้แก่ประชาชนท่ามกลางเสรีภาพการสื่อสาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. ส่งเสริมให้มีสภาสื่อสารมวลชน เพื่อดำรเสรีภาพการสื่อสารด้วยสำนึกความรับผิดชอบต่อสังคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. ให้รัฐบาลกำกับอุตสาหแรรมสื่อด้วยจิตสำนึกการใฟ้เสรีภาพของการแสดงออก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. ปลูกฝังให้สื่อใช้เสรีภาพด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมและประเทศชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประมาณนี้นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อ่านข่าวประกอบ โห!ดาวสภาเพื่อไทย ด่ากราด &amp;#39;บิ๊กตู่&amp;#39; แต่งตั้ง &amp;#39;ดร.เสรี&amp;#39; นั่งประธานปฏิรูปสื่อ ไม่เป็นกลาง ไม่เห็นหัวประชาชน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70493</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, คณะกรรมการปฎิรูปประเทศ, จิรายุ ห่วงทรัพย์, ดร.เสรี, ปฏิรูปสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190724/image_big_5d3838b03413c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>33139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/04/2019 11:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/04/2019 11:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ดร.เสรี&#039;เปิดคอร์สสั้นๆวิธีรู้เท่าทันสื่อ&#039;Check&#039;ให้&#039;sure&#039; ก่อนจะ&#039;เชื่อ&#039;แล้วค่อย&#039;share&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 เม.ย. 62- ดร.เสรี วงษ์มณฑา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า
หนึ่งในประเด็นการปฏิรูปสื่อคือ &amp;quot;การรู้เท่าทันสื่อ (media literacy)&amp;quot; ทำไมถึงต้องให้ความสำคัญกับการรู้เท่าทันสื่อ เพราะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. สื่อในปัจจุบัน มีหลายสื่อที่เลือกข้างท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้มีอคติและความลำเอียงในการเสนอข่าวและวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. เมื่อมีการเลือกข้างดังที่กล่าวมา ทำให้สื่อบางรายทำงานแบบไม่มีจรรยาบรรณ ขาดจริยธรรมในการทำงาน เพื่อชี้นำตามแนวทางที่ตนเองต้องการ ไม่คำนึงถึงความถูกต้อง แต่เพื่อผลประโยชน์มากกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. สื่อมีการแข่งขันกันสูง ดังนั้นการทำข่าวจะเน้น &amp;quot;ความเร็ว&amp;quot; และ &amp;quot;ความลึก&amp;quot; จนบางครั้งขาดการตรวจสอบความถูกต้อง จึงมีข่าวลวง ข่าวลือ ข่าวผิด และข่าวบิดเบือนอยู่มาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. สื่อบางรายสร้างความนิยม ( rating) ด้วยการจับคนมาทะเลาะกัน สร้างความแตกแยก สร้างความชิงชังแบบแยกประชาชนออกเป็นฝักเป็นฝ่าย หากคล้อยตาม ประเทศไทยคงไม่อาจบรรลุการปรองดองได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ยกตัวอย่างกรณีศึกษาเรื่องพ่อของฟ้าโดนหมายเรียก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกเป็นดคีส่วนตัวของธนาธร VS บางรายบอกว่าเป็นการกลั่นแกล้งพรรคการเมืองสีส้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่ามีคนมาให้กำลังใจเป็นจำนวนมาก VS บางรายบอกว่ามาบางตา และไม่ใช้น้องฟ้า แต่เป็นเหี่ยวฟ้าที่เปลี่ยนเสื้อแดงมาเป็นเสื้อส้ม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าเจ้าหน้าที่ต่างชาติมาทำไม ไม่มีมารยาททางการทูต VS สื่อบางรายบอกว่าพวกเขาเป็นพวก amnesty ที่มาเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกใช้อำนาจทำลายคู่ต่อสู้ทางการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าความผิดมาตรา 116 เกิดขึ้นช่วงที่ยังมีประกาศ คสช. ว่าใครทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงจะต้องขึ้นศาลทหาร VS สื่อบางรายทำเป็นสงสัยว่าทำไมต้องขึ้นศาลทหาร โดยไม่หาข้อมูลว่าทำไม แล้วนำเสนอข่าวในทำนองสงสัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าทำไมมาดำเนินคดีตอนนี้ การเมืองแน่นอน VS สื่อบางรายอธิบายการเปลี่ยนคณะทำงานที่ลาออก เกษียณ เปลี่ยนงาน ทำให้คดีล่าช้ามาถึงปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เรื่องล้มเจ้าก็เหมือนกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าการกล่าวหาปิยบุตรเป็นการโหนเจ้าทำลายพรรคสีส้ม VS สื่อบางรายนำเสนอข้อเท็จจริงเกี่ยวกับนิตยสารฟ้าเดียวกัน และข้อความการอภิปรายและข้อเขียนในหนังสือของปิยบุตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าเขาไม่ได้พูดถึงระบบกษัตริย์ของไทย แต่พูดถึงระบอบกษัตริย์ทั่วโลก VS สื่อบางรายบอกว่าพูดถึงระบอบของไทยแน่ๆ เพราะมีการอ้าง ม. 112 ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าเขาพูดในฐานะนักวิชาการที่มีอิสระทางวิชาการ VS สื่อบางรายชี้ว่าจะพูดในฐานะอะไรก็ตามคุณกำลังหมิ่นเบื้องสูงและเป็นอันตรายต่อระบอบกษัตริย์ของไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายเรียกร้องให้ปิยบุตรตอบคำถามของอุ๊ VS สื่อบางรายต่อว่าอุ๊ว่ายุ่งไม่เข้าเรื่องและบอกให้ปิยบุตรไม่ต้องสนใจอุ๊&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สื่อบางรายบอกว่าการนำเอาเรื่องนี้มาจัดการกับปิยบุตรตอนนี้คือการทำลายพรรคอนาคตใหม่ทางการเมือง VS สื่อบางรายบอกว่าทำผิดก็ต้องรับผิด เป็นเรื่องส่วนตัวของปิยบุตรที่เป็นคนพูด และธนาธรที่เป็นนายทุนนิตยสารฟ้าเกียวกัน และบอกว่าอย่าโยงกับการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เห็นไหมว่าการรับรู้ข่าวสารและการติดตามการวิเคราะห์ข่าวในยามนี้ เราต้องรู้เท่าทันสื่อจริงๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ต้องรู้จุดยืนของสื่อว่าเป็นกลางหรือยืนข้างใด
2. พิจารณาความสมเหตุสมผลตามหลักตรรกวิทยา
3. แยกแยะข้อเท็จจริงกับความคิดเห็นออกจากกัน
4. มองหาหลักฐานที่เป็นความจริงเชิงประจักษ์ เช่นตัวเลขทางสถิติ รูปภาพ วิดีโอคลิป
5. พิจารณาความเป็นไปได้ของสิ่งที่ได้รับรู้โดยพิจารณาจากแนวคิด ทฤษฎีที่เคยร่ำเรียนมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่าเชื่ออะไรง่ายๆ &amp;quot;Check&amp;quot; ให้ &amp;quot;sure&amp;quot; ก่อนจะ &amp;quot;เชื่อ&amp;quot; แล้วค่อย &amp;quot;share&amp;quot; นะคะ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/33139</URL_LINK>
                <HASHTAG>การรู้เท่าทันสื่อ, ดร.เสรี วงษ์มณฑา, ปฏิรูปสื่อ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190313/image_big_5c88e14853a53.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>3491</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/02/2018 13:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/02/2018 13:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ตั้งเป้า10ปีปฏิรูปสาธารณสุข ทุกคนมีหมอประจำตัว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20 ก.พ.61- &amp;nbsp; ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปีติพงษ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม นายเสรี ตู้จินดา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข และนายจิรชัย มูลทองโร่ย ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ ได้แถลงข่าวความคืบหน้าการปฏิรูปประเทศ หัวข้อ &amp;ldquo;สุขภาพดี สังคมแข็งแรง สื่อสร้างสรรค์&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปีติพงษ์ กล่าวว่า เรื่องสังคมเป็นเรื่องกว้างขวาง รัฐธรรมนูญจึงไม่ได้ระบุว่าต้องทำอะไร แต่คณะกรรมการปฏิรูปได้เลือกบางประเด็นที่ถือว่าเป็นปัญหาสำคัญ 5 ประการ คือ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ &amp;nbsp;เรื่องการออม ที่คนไทยยังพูดถึงกันน้อย ผู้ที่ออกจากงานแล้วมีเงินใช้จ่ายไม่ถึงร้อยละ 40 ของรายได้ในเดือนสุดท้าย พบว่ามีตัวเลขว่าคนไทยมีรายได้ในส่วนนี้เพียงร้อยละ19 เท่านั้น ถือว่าน้อยมาก &amp;nbsp;การปฏิรูปในการให้บริการระบบประกันสังคม ยังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างข้าราชการ ประชาชน ลูกจ้าง ถือเป็นฐานในการสร้างความเจริญให้เศรษฐกิจและสังคม จึงต้องปฏิรูปในส่วนนี้ให้เข้มแข็ง ต้องเร่งขับเคลื่อนให้ประชาชนมีส่วนร่วมให้มากที่สุด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายเสรี กล่าวว่า การปฏิรูปด้านสาธารณสุข เริ่มจากประชาชนว่าจะได้อะไร ซึ่งสามารถสรุปแผนได้ 4 เรื่อง ได้แก่ ระบบบริหาร &amp;nbsp;ระบบบริการและคุ้มครองผู้บริโภค &amp;nbsp;ข้อมูลสารสนเทศและกำลังคน ระบบการเงินการคลัง สิ่งสำคัญคือการดูแลประชาชนในขั้นต้น โดยจะมีทีมแพทย์ลงไปดูแลประชาชนถึงระดับครัวเรือนเป็นรายบุคคล จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 10 ปี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เมื่อนั้นประชาชนก็จะมีแพทย์ประจำตัว โดยมีสหวิชาชีพช่วยดูแล จะให้มีสมาร์ทการ์ดให้ประชาชน เมื่อเกิดเจ็บป่วยไม่ต้องเดินทางไปรอการรักษาที่โรงพยาบาล สามารถติดต่อโรงพยาบาลแห่งใดก็ได้ทันที เพราะแต่ละแห่งจะมีข้อมูลคนไข้และเรียกดูได้ทันทีอยู่แล้ว จะทำให้ประชาชนประหยัดเวลา&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่าขณะเดียวกันรัฐต้องส่งเสริมให้โรงพยาบาลซื้อผักผลไม้ปลอดสารพิษจากชุมชน หรือโครงการไทยนิยมอาจให้งบฯแก่โรงพยาบาลเพื่อซื้อผักปลอดสารพิษ หรือให้คนจนสามารถมาปลูกผักที่โรงพยาบาลและขายให้แก่โรงพยาบาลได้ด้วย ซึ่งอยากเห็น 5 ปีนี้โรคป่วยจากสารพิษลดลง ทั้งจากการทานผักผลไม้ปลอดสารพิษและการออกกำลังกาย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจิรชัย กล่าวว่า คณะกรรมการปฏิรูปด้านสื่อฯ ได้สรุปแผนออกมาได้ 6 ประเด็น คือ การปฏิรูปการรู้เท่าทันสื่อของประชาชน &amp;nbsp;แนวทางการส่งเสริมจริยธรรมและมาตรฐานวิชาชีพสื่อที่จะให้สื่อกำกับดูแลกันเองโดยมีสภาวิชาชีพคอยดูแลในภาพรวม &amp;nbsp;การปฏิรูปอุตสาหกรรมโทรทัศน์ โดยหลังจากมีการประมูลทีวีดิจิทัล ผู้ประกอบการหลายแห่งต่างประสบภาวะขาดทุน รัฐบาลกำลังเข้าดูแลเรื่องนี้อยู่&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยไฮไลต์จะเป็น 2 เรื่อง คือ การรู้เท่าทันสื่อของประชาชนและเรื่องมาตรฐานจริยธรรมสื่อ ทั้งนี้ภายใน 5 ปี การรู้เท่าทันสื่อของประชาชนจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น และยืนยันว่าการกำกับดูแลสื่อไม่ใช่การเข้าไปบังคับควบคุมแต่จะเข้าไปประสานงานกันระหว่างรัฐกับสื่อ โดยสื่อต้องปฏิรูปตัวเองด้วย เพื่อเป็นโรงเรียนในความรู้แก่ประชาชน ปลูกฝังวัฒนธรรมของชาติ ปลูกฝังทัศนคติที่ดี&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามประชาชนก็ต้องปฏิรูปตัวเองด้วยเช่นกัน เพราะประชาชนเป็นพลังของชาติ ถ้าไม่สนใจการปฏิรูปก็ไม่สัมฤทธิ์ผล โดยเฉพาะเมื่อรับข้อมูลข่าวสารต้องพิจารณาก่อนส่งต่อไปให้คนอื่น เพราะถือเป็นเรื่องสำคัญของปัญหาในปัจจุบัน มั่นใจว่าภายใน 5 ปี การปฏิรูป 13 คณะจะมีผลสัมฤทธิ์ออกมาให้เห็นแน่นอน.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/3491</URL_LINK>
                <HASHTAG>10ปีมีแพทย์ประจำตัว, 5ปีรู้ทันสื่อ, ปฏิรูป, ปฏิรูปสื่อ, สาธารณสุข</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180220/image_big_5a8bbb02d2a02.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
