<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>11492</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/06/2018 08:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/06/2018 08:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นิด้าโพลเผยประชาชนหนุนปฏิรูปองค์กรสงฆ์ รับไม่เชื่อมั่นการจัดการเงิน     </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ศูนย์สำรวจความคิดเห็น &amp;ldquo;นิด้าโพล&amp;rdquo; สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน &amp;nbsp;เรื่อง &amp;ldquo;ความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน&amp;rdquo; ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 13 &amp;ndash; 14 มิถุนายน 2561 กรณีศึกษาจากประชาชนที่นับถือศาสนาพุทธ กระจายทุกระดับการศึกษา อาชีพและรายได้ รวมทั้งสิ้น จำนวน 1,250 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ ในสถานการณ์ปัจจุบัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสำรวจเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชน ร้อยละ 7.04 ระบุว่า มีความโปร่งใสมาก ร้อยละ 18.24 ระบุว่า ค่อนข้างมีความโปร่งใส ร้อยละ 46.40 ระบุว่า ไม่ค่อยมีความโปร่งใส ร้อยละ 24.40 ระบุว่า ไม่มีความโปร่งใสเลย และร้อยละ 3.92 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์ (เช่น โครงสร้างการบริหารองค์กรพระสงฆ์, การปกครอง,&amp;nbsp;การจัดการทรัพย์สินวัด, กฎระเบียบ, พระธรรมวินัย) พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 85.28 ระบุว่า เห็นด้วย เพราะ จะได้มีรูปแบบที่ชัดเจน มีแนวทางในการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน และเพื่อช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กรศาสนา รองลงมา ร้อยละ 12.96 ระบุว่า ไม่เห็นด้วย เพราะ การปกครองที่เป็นอยู่ตอนนี้ดีอยู่แล้ว ใช้มาเป็นระยะเวลานาน การปฏิรูปองค์กรพระสงฆ์อาจจะก่อให้เกิดความวุ่นวายได้ ขณะที่บางส่วนระบุว่า ปัญหาส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากองค์กรพระสงฆ์ แต่เกิดจากบุคลภายนอกมากกว่าและร้อยละ 1.76 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามถึงความศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรพระสงฆ์ จากกระแสข่าวการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 63.36 ระบุว่า มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เท่าเดิม เพราะ ศรัทธาในหลักธรรมคำสอนไม่ได้ศรัทธาที่ตัวบุคคล ขณะที่บางส่วน&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ระบุว่า พระสงฆ์ที่ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ก็มีอยู่เยอะ รองลงมา ร้อยละ 35.52 ระบุว่า มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์ลดลง เพราะ กระแสข่าว&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ที่เกิดขึ้นทำให้องค์กรพระสงฆ์เสื่อมลง ขาดความน่าเชื่อถือ ร้อยละ 0.48 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่มีความศรัทธาต่อองค์กรพระสงฆ์เลย และร้อยละ 0.64 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงแนวทางในการป้องกันการทุจริตในองค์กรพระสงฆ์ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 45.76 ระบุว่า มีหน่วยงานควบคุมตรวจสอบการบริหารจัดการเงินวัด ร้อยละ 44.00 ระบุว่า ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ ร้อยละ 35.68 ระบุว่า ให้ทุกวัด&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;ทำบัญชีทรัพย์สิน รายรับ รายจ่าย ของวัดและเจ้าอาวาส ร้อยละ 21.20 ระบุว่า เพิ่มบทลงโทษที่รุนแรงแก่ผู้ที่กระทำผิด ร้อยละ 18.24 ระบุว่า &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;แก้กฎหมายไม่ให้เจ้าอาวาสมีอำนาจสิทธิ์ขาด ในการบริหารเงิน ร้อยละ 13.28 ระบุว่า ปฏิรูปการบริหารงานในองค์กรพระสงฆ์ ยกเลิกชั้นยศ ร้อยละ 0.32 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ ไม่สามารถป้องกันการทุจริตในองค์กรสงฆ์ได้ และร้อยละ 2.80 ไม่ระบุ/ไม่แน่ใจ&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/11492</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทุจริตเงินทอนวัด, นิด้าโพล, ปฏิรูปองค์กรสงฆ์, ผลสำรวจความคิดเห็น, พระสงฆ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180617/image_big_5b25b54713a70.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
