<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>93802</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/02/2021 08:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/02/2021 08:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ถึงเวลาปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ! &#039;นิพิฎฐ์&#039;เศร้าเห็นชาวบ้านยกเงินท่วมหัวขอบคุณรัฐบาล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
22 ก.พ. 64 - นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเถอะครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-จริงอยู่ แม้ประเทศไทยจะมีปัญหาความขัดแย้งจากสภาพการเมือง แต่หากเราวิเคราะห์กันให้ถึงแก่นแล้ว ปัญหาความขัดแย้งเกิดจาก&amp;quot;โครงสร้างทางเศรษฐกิจ&amp;quot; เป็นหลัก มิใช่เกิดจากปัญหาโครงสร้างทางการเมืองเป็นหลักหรอก ในทางกลับกันโครงสร้างทางเศรษฐกิจนี่แหละทำให้โครงสร้างทางการเมืองบิดเบี้ยว คนส่วนหนึ่งเชื่อว่า &amp;quot;หากการเมืองดี เศรษฐกิจจะดี&amp;quot; มีส่วนถูกอยู่บ้าง ไม่ผิดเสียทีเดียว แต่ผมเห็นตรงข้าม ผมกลับเห็นว่าสำหรับประเทศไทยแล้ว &amp;quot;หากโครงสร้างทางเศรษฐกิจดี การเมืองก็จะดีไปด้วย&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-เราจะเห็นว่า ในการชุมนุมช่วงหลังๆ ผู้ชุมนุมพูดถึง&amp;quot;ความจน&amp;quot; พูดถึง&amp;quot;อนาคตที่ไม่มีความแน่นอน&amp;quot; มากขึ้น นั่นแหละครับเริ่มตรงประเด็นแล้ว สงสัยกันไหมครับ ว่าทำไมกลุ่มเศรษฐี 10 ตระกูล ยิ่งรวยขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน สงสัยกันบ้างไหมว่าท่ามกลางความขัดแย้งทางการเมือง คนอีก 60 ล้านคนกลับจนลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;-ถามจริงๆ เถอะ ท่านรับได้หรือ ที่เห็นคนไทยตื่นตั้งแต่ตี 4 ตี 5 วางรองเท้าเข้าคิวเข้ารับความช่วยเหลือจากรัฐเพียง 4-5,000 บาท ถามจริงๆ เถอะ ท่านรับได้หรือที่เห็นผู้พิการนั่งรถเข็นเข้าคิวรับเงินช่วยเหลือจากรัฐ รับเงินแล้ว &amp;quot;ยกเงินท่วมหัว&amp;quot; ขอบคุณรัฐบาล ท่านอาจรับได้ เพียงแต่ผมเศร้า&amp;nbsp; เศร้าเพราะเห็นเพื่อนร่วมชาติ ถูกลดฐานะเป็นเพียงชนชั้นอะไรก็ไม่รู้&amp;nbsp; ผมอยากเห็นประชาชนมีเกียรติ ในฐานะเจ้าของประเทศ ได้รับการช่วยเหลืออย่างมีเกียรติ ไม่รู้สิ!! ท่านอาจคิดว่าประชาชนมีเกียรติแล้ว แต่ผมไม่เห็นอย่างนั้น ผมอยากเห็นนักการเมืองและรัฐบาลแจกเงินให้ประชาชนยามเขาทุกข์ยาก มิใช่แอบแจกเงินพร้อมบัตรเลือกตั้ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกัน ผมอยากเห็นประชาชนของประเทศนี้ ในยามวิกฤติรับเงินจากรัฐบาลอย่างมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีในฐานะเป็นผู้อาบเหงื่อต่างน้ำสร้างชาติมา หากประชาชนรับเงินตอนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้งท่านจะตกเป็นทาสนักการเมืองตลอดไป ดังคำกล่าวของนักปรัชญา ฌ็อง-ฌัก รูสโซ่ ที่กล่าวไว้ว่า &amp;quot;เมื่อเลือกตั้งเสร็จความเป็นทาสก็กลับมา&amp;quot; ผมอยากเห็นรัฐมนตรี(รัฐบาล) แจกเงินแล้วยกมือไหว้ชาวบ้าน ผมไม่อยากเห็นแจกเงินแล้วประชาชนยกมือไหว้รัฐบาล&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คิดปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเถอะครับ หากผู้ชุมนุมพูดถึง การปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจเมื่อไหร่ ท่านจะไม่ติดคุก และจะมีอนาคตตามที่ท่านวาดหวังไว้ เมื่อนั้นผมจะปรบมือให้&amp;quot;.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/93802</URL_LINK>
                <HASHTAG>นิพิฎฐ์, ปฏิรูปเศรษฐกิจ, รัฐบาล, เงินช่วยเหลือ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200719/image_big_5f144030c8bd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>45107</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/09/2019 00:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/09/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วอนพรรคร่วม อย่ามัวหาเสียง ร่วมปฏิรูปศก.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;ldquo;สมคิด&amp;rdquo; วอนพรรคร่วมเร่งปฏิรูปเศรษฐกิจ ชี้มีนโยบายเดียวกัน อย่าคิดว่าต้องเลือกตั้งเร็วๆ นี้แล้วหาเสียงอย่างเดียว แจง ครม.เศรษฐกิจเตรียมถกมาตรการบีโอไอ หอการค้าไทยเผยดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ส.ค.อยู่ที่ 73.6 ปรับลงต่อเนื่องต่ำสุดในรอบ 33 เดือน จากความกังวล ศก.ถดถอย-การเมืองไร้เสถียรภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันพฤหัสบดี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ &amp;quot;อนาคตเศรษฐกิจไทย เรากำหนดได้&amp;quot; จัดโดยสมาคมเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าเศรษฐกิจไทยต้องการความเชื่อมั่น หากไม่มีความเชื่อมั่น ไม่มีการบริโภค ผู้บริโภคไม่อยากไปเที่ยว เศรษฐกิจไทยก็จะชะลอตัว ซึ่งต้องหลีกเลี่ยงเหตุการณ์เหล่านี้ให้ได้ ต้องทำให้คนไทยเชื่อมั่นในศักยภาพของเศรษฐกิจไทย ซึ่งรัฐบาลพยายามทำมาต่อเนื่อง เมื่อมีข่าวดีต้องรีบประชาสัมพันธ์บอกให้ประชาชนรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวว่า ที่ผ่านมาประเทศไทยมีรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง เป็นประชาธิปไตย หลังจากนี้ต้องเร่งดำเนินการปฏิรูปเศรษฐกิจต่อยอดสิ่งที่ได้วางรากฐานไว้ คือการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ชดเชยการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าที่คาดว่าจะจบลงหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ของสหรัฐในปีหน้า นอกจากนี้ เศรษฐกิจไทยยังได้รับผลกระทบจากการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ใช้เวลานานถึง 3 เดือน ทำให้การลงทุนภาครัฐและรัฐวิสาหกิจต่ำกว่าเป้าหมาย ส่งผลให้เอกชนไม่ลงทุน เพราะไม่แน่ใจว่าประเทศไทยจะเป็นอย่างไร ทุกอย่างอยู่ในความไม่แน่นอน ทำให้เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2/2562 ขยายตัวชะลอเหลือเพียง 2.3% เท่านั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าเราน่าจะประคองเศรษฐกิจไทยอยู่ได้ จากมาตรการของกระทรวงการคลัง กระทรวงพาณิชย์ ถึงเงินจะออกไม่ทันไตรมาส 3/2562 แต่ไตรมาส 4/2562 จะมีเงินทั้งจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และจากการลงทุนขนาดใหญ่ ทำให้เศรษฐกิจไตรมาส 4/2562 น่าจะดีขึ้นมาได้&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม นายสมคิดกล่าวยอมรับว่า เศรษฐกิจไทยยังมีข้อจำกัด เพราะคนไทยและนักลงทุนไทยยังไม่ตื่นตัวการปฏิรูปเศรษฐกิจ คนไทยไม่เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทย ไม่ยอมใช้จ่ายและไม่ยอมลงทุน ทำให้ต้องเร่งการปฏิรูปเศรษฐกิจ ซึ่งต้องมีรัฐบาลและการเมืองที่เข้มแข็งอย่างมากถึงจะทำได้ ถ้ารัฐบาลและการเมืองไม่เข้มแข็งทำไม่ได้ ตอนนี้ประเทศไทยเป็นรัฐบาลผสมเสียงปริ่มน้ำ แต่ผู้นำพรรคการเมืองทั้งหลายรู้จักกันทั้งนั้น เพียงแต่ว่าทุกพรรคมีนโยบายของตัวเอง จึงต้องมีการตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ขึ้นมาเพื่อกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจร่วมกันให้เป็นทิศทางเดียวกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมไม่ได้คุมหลายกระทรวง ผมไม่ใช่รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ แต่นโยบายของเราต้องมุ่งไปในทิศทางเดียวกัน อย่าไปคิดว่าต้องเลือกตั้งเร็วๆ นี้ แล้วคิดหาเสียงเพียงอย่างเดียว หากไม่สนใจไม่ทำอะไรเลยความสามารถในการแข่งขันของประเทศเราจะตกลงไปเรื่อยๆ พรรคร่วมรัฐบาลต้องร่วมมือกันเดินไปข้างหน้า ครม.ก็ต้องพยายามทำงาน ต้องมีส่วนร่วมในการปฏิรูปเศรษฐกิจ ต้องขับเคลื่อน ไม่ใช่อยู่เฉยๆ&amp;quot; นายสมคิดกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมคิดกล่าวอีกว่า ในวันที่ 6 ก.ย.นี้ จะมีการประชุม ครม.เศรษฐกิจ เพื่อพิจารณามาตรการส่งเสริมการลงทุนที่เสนอโดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เพื่อดึงนักลงทุนใหม่เข้ามาลงทุนในโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อชดเชยการส่งออกที่ได้รับผลกระทบจากสงครามการค้า ซึ่งที่ผ่านมานักลงทุนค่ายรถยนต์โตโยต้าก็ได้ยืนยันว่าจะใช้ไทยเป็นฐานในการผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (รถยนต์อีวี) ซึ่งเป็นผลดีกับเศรษฐกิจไทย ยกระดับอุตสาหกรรมใหม่และระดับเทคโนโลยีของไทยให้มีความทันสมัยมากขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเดือน ส.ค.62 อยู่ที่ระดับ 73.6 จาก 75.0 ในเดือน ก.ค.62 ปรับตัวลดลงทุกรายการ และปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6 อีกทั้งยังต่ำสุดในรอบ 33 เดือนนับตั้งแต่ ธ.ค.59 เนื่องมาจากความไม่มั่นใจในสถานการณ์ทางการเมืองเป็นสำคัญ
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; นอกจากนี้ ผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสหรัฐจะทำสงครามการค้ากับจีนมากขึ้น ตลอดจนราคาพืชผลทางการเกษตรหลายรายการที่ยังทรงตัวในระดับต่ำ จะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในเชิงลบในอนาคต และทำให้ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยอย่างต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 4 ซึ่งรัฐบาลควรดำเนินนโยบายการเงินและนโยบายการคลังผ่อนคลายอย่างต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ไตรมาส 2/62 ที่ 2.3% เติบโตต่ำสุดในรอบเกือบ 5 ปี, สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ปรับลดจีดีพีปี 62 ลงเหลือเติบโต 2.7-3.2%, ความกังวลเรื่องสงครามการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น และความกังวลปัญหาภัยแล้งที่จะส่งผลต่อราคาพืชผลทางการเกษตรและรายได้เกษตรที่จะยังอยู่ในระดับต่ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนปัจจัยบวก ได้แก่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ, การส่งออกไทยในเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้น 4.28% ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 5 เดือน, คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ลดดอกเบี้ยนโยบายเหลือ 1.50%, เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น และราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศปรับตัวลดลง
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและมาตรการซ่อมสร้างผลกระทบจากน้ำท่วม จะช่วยคลายปัญหาภัยแล้ง จึงคาดว่ามีโอกาสที่เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้ในระดับร้อยละ 3 ถึง 3.2 ภายใต้เงินกระตุ้นเศรษฐกิจ 100,000-150,000 ล้านบาทเข้ามาหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/45107</URL_LINK>
                <HASHTAG>ครม.เศรษฐกิจ, ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค, ปฏิรูปเศรษฐกิจ, มาตรการบีโอไอ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190905/image_big_5d711f4e92d25.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
