<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>106234</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คลังยัน! ไม่ได้กู้เงินเพื่อซื้อทองคำใช้เป็นทุนสำรอง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13 มิถุนายน 2564&amp;nbsp; นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ชี้แจงว่า ตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้กระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย ได้เฉพาะ 6 วัตถุประสงค์เท่านั้น กล่าวคือ เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ บริหารสภาพคล่องของเงินคงคลัง พัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ปรับโครงสร้างหนี้สาธารณะให้หน่วยงานอื่นกู้ต่อ และเพื่อพัฒนาตลาดตราสารหนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในภาวะปกติ กระทรวงการคลังจะกู้เงินตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารหนี้สาธารณะ เพื่อสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ทั้งนี้หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือนเมษายน 2564 จำนวน 8.59 ล้านล้านบาท เป็นการกู้เงินเพื่อการลงทุนสูงถึงร้อยละ 70 หรือประมาณ 6 ล้านล้านบาท ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2557 ถึงปัจจุบัน ประเทศไทยมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานมากที่สุดถึง 165 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 2.2 ล้านล้านบาท ในสาขาคมนาคมขนส่ง สาธารณูปการ พลังงาน สังคม และการพัฒนาพื้นที่ ทั่วภูมิภาคและทั่วประเทศ โดยมีโครงการที่แล้วเสร็จและเปิดให้บริการแล้วจำนวน 60 กว่าโครงการ และอยู่ระหว่างการดำเนินการอีกกว่า 105 โครงการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับในภาวะที่ไม่ปกติ กระทรวงการคลังจะกู้เงินโดยการตราพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษที่มีลักษณะเป็นการเฉพาะช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศเป็นการเร่งด่วน อาทิ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดหาเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2541 วงเงิน 500,000&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; ล้านบาท และ พ.ศ. 2545 วงเงิน 780,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการบรรเทาผลกระทบและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 (Asian financial crisis)&amp;nbsp; พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ พ.ศ. 2552 วงเงิน 400,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในช่วงที่เกิดวิกฤตสินเชื่อซับไพร์ม (Hamburger crisis) พ.ร.ก. ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2563 วงเงิน 1 ล้านล้านบาท และ พ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพิ่มเติม พ.ศ. 2564 วงเงิน 500,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระทรวงการคลังขอเน้นย้ำว่า กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อสนับสนุนการดำเนินมาตรการทางการคลังและเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมเท่านั้น ไม่ได้กู้เงินเพื่อซื้อทองคำสำหรับเป็นทุนสำรองระหว่างประเทศ อีกทั้ง ยังได้บริหารจัดการหนี้สาธารณะและชำระคืนหนี้อย่างครบถ้วน ถูกต้อง และตรงเวลามาอย่างต่อเนื่อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/106234</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เงินซื้อทองคำ, ปฏิเสธข่าว, สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ, แพตริเซีย มงคลวนิช</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210426/image_big_60868a6e810b1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>51879</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/12/2019 21:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/12/2019 21:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เพนตากอนปัดข่าวเสริมทหาร 14,000 นาย คุมเชิงตะวันออกกลาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;เมื่อวันพุธ เพนตากอนปฏิเสธรายงานข่าวที่ว่า สหรัฐกำลังพิจารณาส่งทหารไปเสริมกำลังที่ภูมิภาคตะวันออกกลางกว่า 14,000 นาย เพื่อรับมือภัยคุกคามจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รายงานเอเอฟพีเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม กล่าวว่า คำชี้แจงของกระทรวงกลาโหมสหรัฐเมื่อวันพุธเป็นการตอบโต้รายงานข่าวของหนังสือพิมพ์วอลล์สตรีทเจอร์นัล ที่อ้างแหล่งเจ้าหน้าที่สหรัฐไม่เปิดเผยนามหลายรายว่า เพนตากอนกำลังพิจารณาจะเสริมกำลังทหารในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรวมถึงการส่งเรืออีกหลายสิบลำ และเพิ่มจำนวนกำลังพลในภูมิภาคนี้อีกเท่าตัวจากของเดิมที่ส่งมาวางกำลังเมื่อต้นปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วอลล์สตรีทเจอร์นัลกล่าวด้วยว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจจะตัดสินใจเรื่องดังกล่าวอย่างเร็วภายในเดือนธันวาคมนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี คำชี้แจงของอลิสซา ฟาราห์ โฆษกเพนตากอน ผ่านทวิตเตอร์ปฏิเสธรายงานข่าวชิ้นนี้ว่าไม่จริง สหรัฐไม่ได้กำลังพิจารณาส่งทหารไปเพิ่มในตะวันออกกลางอีก 14,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภูมิภาคนี้เคยเกิดเหตุการณ์โจมตีเรือสินค้าหลายครั้ง และเมื่อเดือนกันยายน โรงกลั่นน้ำมันหลายแห่งของซาอุดีอาระเบียถูกโดรนและมิสไซล์ถล่มโดยเชื่อว่าเป็นฝีมือของอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รัฐบาลสหรัฐได้เสริมกำลังทางทหารในภูมิภาคอ่าวและเพิ่มการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจอิหร่าน กระพือความตึงเครียดทั่วภูมิภาค เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน สหรัฐเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินอับราฮิมลินคอล์นแล่นผ่านช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อแสดงแสนยานุภาพสร้างความมั่นใจแก่ชาติพันธมิตรในภูมิภาคนี้ที่กังวลภัยคุกคามจากอิหร่าน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มาร์ก เอสเปอร์ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐ เคยประกาศไว้เมื่อเดือนตุลาคมว่า สหรัฐกำลังส่งเครื่องบินรบ 2 ฝูงพร้อมกลุ่มอาวุธป้องกันมิสไซล์ไปเสริมที่ซาอุดีอาระเบีย และส่งกำลังพลชุดใหม่อีกราว 3,000 นาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านั้นเมื่อวันพุธ ประธานาธิบดีฮัสซัน โรฮานี ของอิหร่าน กล่าวว่า อิหร่านเต็มใจจะกลับสู่โต๊ะเจรจาด้านนิวเคลียร์ แต่สหรัฐต้องยุติการคว่ำบาตรที่กระทบต่อเศรษฐกิจของอิหร่านและอาจเป็นสาเหตุส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคมภายหลังรัฐบาลขึ้นราคาเชื้อเพลิง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/51879</URL_LINK>
                <HASHTAG>กระทรวงกลาโหมสหรัฐ, ตะวันออกกลาง, ปฏิเสธข่าว, เพนตากอน, เสริมกำลังทหาร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190923/image_big_5d88c47c1beeb.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>17933</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/09/2018 12:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/09/2018 12:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>  “ขุนคลัง” ปฏิเสธลั่นไม่มีนโยบายสั่งกรุงไทย ควบรวม ทหารไทย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;ldquo;ขุนคลัง&amp;rdquo; ปฏิเสธลั่นไม่มีนโยบายสั่งธนาคารกรุงไทย ควบรวม ธนาคารทหารไทยทหารไทย แจงหากธนาคารไหนจะควบรวมกันเป็นเรื่องที่ต้องไปตกลงกันเอง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;19 ก.ย. 61 - นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.การคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังไม่มีนโยบายให้ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ควบรวมกับ บมจ.ธนาคารทหารไทย &amp;nbsp;โดยที่ผ่านมากระทรวงการคลังได้ออกหลักเกณฑ์การควบรวมสถาบันการเงินให้หักลดหย่อนภาษีได้ เพราะต้องการให้ธนาคารพาณิชย์มีขนาดใหญ่ขึ้น ส่วนธนาคารพาณิชย์แห่งไหนจะควบรวมกันเป็นเรื่องที่แต่ละธนาคารต้องไปตกลงกันเอง กระทรวงการคลังไม่ได้กำหนดว่าธนาคารไหนต้องควบรวมกับธนาคารไหน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;quot;ธนาคารพาณิชย์ต้องคิดเองว่ารวมแล้วได้ประโยชน์หรือไม่ได้ประโยชน์ เราไม่เคยกำหนดว่าใครจะต้องควบรวมกับใคร ส่วนกรณีธนาคารกรุงไทย และธนาคารทหารไทย ซึ่งกระทรวงการคลังอยู่ในฐานะผู้ถือหุ้นทั้ง 2 ธนาคาร ยังไม่ได้เคยรับแจ้งจากทั้ง 2 ธนาคารว่าจะมีการควบรวมกัน ถ้ามีการแจ้งมาทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ก็ต้องศึกษาว่าการดำเนินการนั้นจะคุ้มไม่คุ้มค่า ซึ่งตอนนี้ยังไม่เห็นมีการเสนอหรือการศึกษาแต่อย่างใด&amp;quot; นายอภิศักดิ์ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า กระทรวงการคลังเห็นชอบให้ธนาคารทหารไทย และธนาคารกรุงไทยควบรวมกิจการกัน โดยจะได้ข้อสรุปภายใน 1-2 เดือนนี้&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/17933</URL_LINK>
                <HASHTAG>ควบรวมกรุงไทย-ทหารไทย, ควบรวมกิจการ, ควบรวมแบงก์, ปฏิเสธข่าว, รมว.คลัง, อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180627/image_big_5b3399039afab.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7005</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เกี่ยว!&#039;ไก่อู&#039;ปัดสติ๊กเกอร์ไลน์7ล้านของข้าราชการ ตัวเองแค่ทางผ่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมสร้างออฟฟิศเชียลไลน์ และสติ๊กเกอร์ไลน์ โดยใช้งบประมาณ 7 ล้านบาท ว่า โครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการของตน เพราะตนเป็นเพียงข้าราชการการเมืองของสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการของผู้อำนวยการสำนักโฆษกฯ ที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ถือเป็นเรื่องของข้าราชการประจำ คงต้องไปถามรายละเอียดจากสำนักโฆษกฯ ตนไม่รู้รายละเอียดจริงๆ เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น เพราะผู้อำนวยการสำนักโฆษกฯเสนอเรื่องต่อเลขาธิการนายกฯ ซึ่งหน้าที่ของตนที่สำนักโฆษกฯ คือ การให้ข้อมูลชี้แจงการทำงานของรัฐบาล และให้นโยบายสนับสนุนรัฐบาลเพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าตนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องบประมาณจะเป็นในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ตนไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เท่านั้น ส่วนที่มีการโจมตีตนในโซเชียลมีเดียถึงเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ไม่เป็นไร ต่อจากนี้ประชาชนจะทราบข้อเท็จจริง และที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่เป็นการปัดเรื่องให้พ้นตัว แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7005</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ล้านบาท, ปฏิเสธข่าว, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, สติ๊กเกอร์ไลน์, ออฟฟิศเชียลไลน์, โฆษกไก่อู, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba0d12eb3a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7004</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/04/2018 17:38</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/04/2018 17:38</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ไม่เกี่ยว!&#039;ไก่อู&#039;ปัดสติ๊กเกอร์ไลน์7ล้านของข้าราชการ ตัวเองแค่ทางผ่าน </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 เม.ย.61- พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีมีกระแสข่าวว่าสำนักโฆษก สำนักนายกรัฐมนตรี เตรียมสร้างออฟฟิศเชียลไลน์ และสติ๊กเกอร์ไลน์ โดยใช้งบประมาณ 7 ล้านบาท ว่า โครงการดังกล่าวไม่ใช่โครงการของตน เพราะตนเป็นเพียงข้าราชการการเมืองของสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไม่สามารถยุ่งเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
โครงการดังกล่าวเป็นโครงการของผู้อำนวยการสำนักโฆษกฯ ที่มีการเตรียมการไว้ล่วงหน้าแล้ว ถือเป็นเรื่องของข้าราชการประจำ คงต้องไปถามรายละเอียดจากสำนักโฆษกฯ ตนไม่รู้รายละเอียดจริงๆ เป็นเพียงทางผ่านเท่านั้น เพราะผู้อำนวยการสำนักโฆษกฯเสนอเรื่องต่อเลขาธิการนายกฯ ซึ่งหน้าที่ของตนที่สำนักโฆษกฯ คือ การให้ข้อมูลชี้แจงการทำงานของรัฐบาล และให้นโยบายสนับสนุนรัฐบาลเพียงเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ถ้าตนจะเกี่ยวข้องกับเรื่องบประมาณจะเป็นในส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ ที่ตนไปทำหน้าที่รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์เท่านั้น ส่วนที่มีการโจมตีตนในโซเชียลมีเดียถึงเรื่องดังกล่าวนั้น ก็ไม่เป็นไร ต่อจากนี้ประชาชนจะทราบข้อเท็จจริง และที่พูดมาทั้งหมดไม่ใช่เป็นการปัดเรื่องให้พ้นตัว แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดจริงๆ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7004</URL_LINK>
                <HASHTAG>7ล้านบาท, ปฏิเสธข่าว, พล.ท.สรรเสริญ  แก้วกำเนิด, สติ๊กเกอร์ไลน์, ออฟฟิศเชียลไลน์, โฆษกไก่อู, ไก่อู</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180327/image_big_5aba0d12eb3a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>6866</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/04/2018 19:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/04/2018 19:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วานูอาตู&#039; ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่มีแผนให้จีนตั้งฐานทัพ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์สบายใจได้ วานูอาตูยืนยันเมื่อวันอังคารว่า ไม่มีแผนให้จีนเปิดฐานทัพในประเทศเกาะกลางมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้แห่งนี้ตามที่มีข่าว ขณะโฆษกจีนโต้ข่าวมั่ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ กองทหารเกียรติยศของวานูอาตูตั้งแถวด้านเรือฟริเกตของกองทัพปลดปล่อยประชาชนจีนที่เดินทางเยือนวานูอาตู 4 วัน เครดิตภาพ&amp;nbsp; Dan McGarry/Vanuatu Daily Post&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ข่าวเอเอฟพีเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2561 กล่าวว่า ความหวั่นวิตกเกี่ยวกับแผนการสร้างฐานทัพของจีนในวานูอาตูเกิดภายหลังมีรายงานของหนังสือพิมพ์ซิดนีย์มอร์นิงเฮอรัลด์ ว่าจีนได้ทาบทามวานูอาตูเกี่ยวกับแผนการเปิดฐานทัพ ซึ่งอาจส่งผลสะเทือนต่อสมดุลทางยุทธศาสตร์อันละเอียดอ่อนในภูมิภาคนี้ได้ รายงานของเฮอรัลด์อ้างแหล่งข่าวหลายรายว่า แผนของจีนจะค่อยๆ เป็นความจริงทีละน้อย โดยอาจเริ่มต้นด้วยการส่งเรือรบมาเทียบท่าเพื่อเติมเชื้อเพลิงอย่างสม่ำเสมอ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความพยายามขยายบทบาททางทหารและอิทธิพลทางเศรษฐกิจของจีนในภูมิภาคแปซิฟิก ด้วยการกระชับความร่วมมือกับหลายประเทศผ่านเงินทุนเพื่อการพัฒนา กำลังสร้างความกังวลแก่ออสเตรเลีย, นิวซีแลนด์ รวมถึงสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จูลี บิชอป รัฐมนตรีต่างประเทศของออสเตรเลีย ซึ่งเดินทางเยือนวานูอาตูเมื่อสุดสัปดาห์พร้อมกับเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ มกุฎราชกุมารแห่งอังกฤษ กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า เธอยังเชื่อมั่นต่อความสัมพันธ์อันแข็งแกร่งระหว่างออสเตรเลียกับวานูอาตู และมั่นใจว่าออสเตรเลียคือหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ที่วานูอาตูเลือก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนนายกฯ จาซิน ดา อาร์เดิร์น ของนิวซีแลนด์กล่าวว่า เธอไม่สามารถให้ทัศนะเกี่ยวกับความถูกต้องของรายงานของเฮอรัลด์ แต่แน่นอนว่านิวซีแลนด์กำลังจับตาความเคลื่อนไหวในแปซิฟิก และคัดค้านการสร้างแสนยานุภาพทางทหารในแปซิฟิกโดยทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ราล์ฟ เรเกนวานู รัฐมนตรีต่างประเทศของวานูอาตู ปฏิเสธเรื่องนี้อย่างโกรธเกรี้ยวเมื่อวันอังคารว่า ไม่มีใครในรัฐบาลของเขาพูดเกี่ยวกับฐานทัพของจีนในประเทศนี้ วานูอาตูเป็นประเทศไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด และไม่สนใจเรื่องการสร้างแสนยานุภาพทางทหาร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เกิ้งซวง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน ก็แถลงปฏิเสธกระแสคาดเดาเรื่องนี้เช่นกัน โดยกล่าวว่าเป็น &amp;quot;ข่าวปลอม&amp;quot;.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/6866</URL_LINK>
                <HASHTAG>จีน, ซิดนีย์มอร์นิงเฮอรัลด์, ฐานทัพ, นิวซีแลนด์, ปฏิเสธข่าว, วานูอาตู, ออสเตรเลีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180410/image_big_5acca9530c639.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
