<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116905</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 12:43</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 12:43</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้อนฉ่า &#039;ปฐม เฉลยวาเรศ&#039; อธิบดี ทช.ยื่นหนังสือลาออกหลังมีคำสั่งย้ายเข้ากรุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 ก.ย.2564 รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคมคมนาคม แจ้งว่าเมื่อวันที่ 14 กันยายน ที่ผ่านมานายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ได้ยื่นหนังสือลาออกออกจากราชการ ซึ่งเหลืออายุราชการ 1 ปี โดยจะเกษียณอายุราชการในปี 2565 ซึ่งหนังสือดังกล่าวลงวันที่ 14 ก.ย.2564&amp;nbsp;ระบุว่า ได้แจ้งความประสงค์ขอลาออกจากราชการเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ&amp;nbsp;&amp;nbsp;จึงขอลาออกจากราชการตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 14 ก.ย.มีมติอนุมัติแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับสูง ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง โดยย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียน จำนวน 3 ราย ทั้งนี้ โดยแจ้งว่าเพื่อให้เป็นไปตามความเหมาะสม&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ได้แก่ 1. นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) ไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม 2. นายอภิรัฐ ไชยวงศ์น้อย อธิบดีกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมทางหลวงชนบท 3. นายปริญญา แสงสุวรรณ ไปดำรงตำแหน่งอธิบดี กรมท่าอากาศยาน ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นต้นไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116905</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฐม เฉลยวาเรศ, ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210916/image_big_6142d94d05c8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116550</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 14:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 14:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.เร่งขยายถนนเชื่อมนครศรีธรรมราช-พัทลุง-ตรัง หนุนเศรษฐกิจขนส่งภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.ย.2564 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กรมทางหลวงชนบท (ทช.) ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.2012 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ถึง บ้านโคกคราม อำเภอจุฬาภรณ์, ร่อนพิบูลย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่งระหว่างอำเภอและจังหวัดใกล้เคียง ยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบทให้เชื่อมโยงกับโครงข่ายทางหลวงสายหลักอย่างสมบูรณ์ ตามนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.2012 เป็นโครงข่ายทางหลวงชนบท มีระยะทางตลอดสาย 25.479 กิโลเมตร เชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 (ตอนทุ่งสง &amp;ndash; พัทลุง) สู่ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 403 ซึ่งจากการตรวจสอบสภาพสายทางปรากฏว่า บางช่วงมีสภาพผิวทางคับแคบ ประชาชนผู้ใช้เส้นทางไม่ได้รับความสะดวกในการเดินทาง ทช.จึงได้ดำเนินโครงการก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย นศ.2012 ช่วง กม.ที่ 11+000 ถึง กม.ที่ 15+000 ระยะทาง 4 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ก่อสร้างเป็นถนนผิวจราจรแบบแอสฟัลท์ติกคอนกรีต ขนาด 2 ช่องจราจร กว้าง 7 เมตร มีไหล่ทางกว้างข้างละ 2.5 เมตร พร้อมขยายสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 13 เมตร ยาว 16 เมตร จำนวน 1 แห่ง และก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก กว้าง 12 เมตร ยาว 18 เมตร จำนวน 1 แห่ง รวมถึงได้ก่อสร้างท่อระบายน้ำ ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ราวกันอันตรายและเครื่องหมายจราจร ปัจจุบันการก่อสร้างมีผลงานความก้าวหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 85 เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ในเดือนตุลาคม 2564 นี้ โดยใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 37.200 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จ จะช่วยให้ประชาชนสามารถเดินทางและขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค/พืชผลทางการเกษตร อาทิ ยางพารา ปาล์ม ฯลฯ ระหว่างตำบล อำเภอ จังหวัดใกล้เคียงได้อย่างสะดวกรวดเร็วปลอดภัย ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง รวมทั้งยังสามารถใช้เป็นเส้นทางลัด/เลี่ยง ระหว่างอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ไปยังจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรัง หรือใช้เป็นเส้นทางขนานกับทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 403 ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116550</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), ปฐม เฉลยวาเรศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613f010bc386f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>114607</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/08/2021 13:07</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/08/2021 12:52</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.เร่งถนนสาย สป.1011 จ.สมุทรปราการ คืบ 68 %เสร็จปลายปีนี้รับอีอีซี</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26 ส.ค.2564 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่าขณะนี้กรมฯได้ดำเนินโครงการขยายถนนทางหลวงชนบทสาย สป.1011 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 &amp;ndash; เทพารักษ์ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ปัจจุบันโครงการฯ มีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า68%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กรองรับโครงสร้างทาง งานชั้นโครงสร้างทางและงานผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวได้มีการตอกเสาเข็มปูพรมเต็มพื้นที่พร้อมแผ่นพื้นคอนกรีตเสริมเหล็กก่อนก่อสร้างโครงสร้างคันทาง เพื่อป้องกันการทรุดตัวบนพื้นที่ดินอ่อนอีกด้วย โดยคาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ประมาณปลายปี 2564 นี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับจังหวัดสมุทรปราการมีพื้นที่ตั้งอยู่ใกล้กับกรุงเทพมหานคร จึงได้รับอิทธิพลจากการขยายตัวของเมืองและทางด้านเศรษฐกิจ ประกอบกับมีสถานที่
และหน่วยงานราชการสำคัญต่าง ๆ เช่น โครงการลูกพระดาบส สมุทรปราการ ตามพระราชดำริ, ศูนย์อุตุนิยมวิทยาและพยากรณ์อากาศ, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี สมุทรปราการ, สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ส่งผลให้มีปริมาณการจราจรหนาแน่นและมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทช.จึงได้ดำเนินการขยายถนนทางหลวงชนบทสาย สป.1011 แยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3 &amp;ndash; เทพารักษ์ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ จากเดิม 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร โดยก่อสร้างเป็นผิวจราจรแบบคอนกรีตเสริมเหล็ก จาก กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 2+200 และ กม.ที่ 2+900 ถึง กม.ที่ 3+875 ระยะทาง 3.175 กิโลเมตร&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และช่วงบริเวณหน้าสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ ก่อสร้างเป็น 6 ช่องจราจร จาก กม.ที่ 2+200 ถึง กม.ที่ 2+900 ระยะทาง 0.700 กิโลเมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 3.875 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก 5 แห่ง และระบบระบายน้ำ ไฟฟ้าแสงสว่าง เครื่องหมายจราจร สิ่งอำนวยความปลอดภัย ทั้งนี้เพื่อแก้ไขปัญหาจราจรที่หนาแน่น รองรับการขยายตัวของพื้นที่ในอนาคต สนับสนุนโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor ; EEC) รวมถึง ส่งเสริมเศรษฐกิจการขนส่งและการท่องเที่ยวบริเวณจังหวัดสมุทรปราการและพื้นที่ใกล้เคียงให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกปลอดภัย สอดรับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/114607</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท (ทช.), ปฐม เฉลยวาเรศ, โครงการขยายถนนทางหลวงชนบทสาย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210826/image_big_61272ba5771c2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112385</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/08/2021 10:59</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/08/2021 10:59</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบท เร่งสร้างถนนสายแยก ทล.2-พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ เพิ่มความสะดวกไปสักการะ วัดป่าบ้านตาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ส.ค.2564 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.) เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้รับหนังสือขอรับการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์ของถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2-พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี เพื่ออำนวยความสะดวก รองรับปริมาณการจราจรของพุทธศาสนิกชนและนักท่องเที่ยวทั่วไปเดินทางมาสักการะบูชาพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์พระธรรมวิสุทธิมงคล (หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน) ณ วัดป่าบ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี ให้สอดคล้องกับจำนวนของผู้ที่จะเดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ในอนาคต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม กล่าวว่า ทช.จึงได้ดำเนินการก่อสร้างโครงการก่อสร้างถนนสายแยกทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2-พิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์โดยในขณะนี้มีก้าวหน้าไปแล้วกว่า 42% เร็วกว่าแผนที่กำหนดไว้ คาดว่าจะดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จใน ก.ย. 2565 โดยเมื่อโครงการแล้วเสร็จ จะช่วยรองรับปริมาณการจราจรของประชาชนที่เดินทางมาสักการะบูชาพิพิธภัณฑ์ธรรมเจดีย์ พระธรรมวิสุทธิมงคล วัดป่าบ้านตาด ให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในการเดินทาง เป็นการยกระดับมาตรฐานทางหลวงชนบท ส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงพุทธศาสนาของจังหวัด สอดรับกับนโยบายของ นายศักดิ์สยามชิดชอบ รมว.คมนาคม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับการก่อสร้างนั้น มีระยะทางรวม 7.395 กิโลเมตร (กม.) แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 3 ช่วง ดังนี้ช่วง กม.ที่ 0+000 เชื่อมทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 2 (กม.ที่ 447) รูปแบบโครงการเป็นถนนผิวจราจรคอนกรีต เสริมเหล็ก 4 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ความยาว 800 เมตร ช่วง กม.ที่ 0+000 ถึง กม.ที่ 1+100 (กรณีเขตทาง 60 เมตร) รูปแบบโครงการเป็นถนนผิวจราจรแอสฟัลท์ติก คอนกรีต 4-6 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 2.50 เมตร ปรับปรุงภูมิทัศน์ ภูมิสถาปัตยกรรมบริเวณเกาะกลางและวงเวียนและช่วง กม.ที่ 1+100 ถึง กม.ที่ 7+395 (กรณีเขตทาง 20 &amp;ndash; 30 เมตร) รูปแบบโครงการเป็นถนนผิวจราจรแอสฟัลท์ติกคอนกรีต 4 ช่องจราจร ช่องละ 3.50 เมตร ไหล่ทางกว้างข้างละ 1.50-2.50 เมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทช.ยังได้ให้ความสำคัญในเรื่องของการออกแบบภูมิทัศน์ โดยคำนึงถึงความปลอดภัย และความสวยงาม เพื่อรองรับการเดินทางของประชาชนทุกระดับ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นสายทาง ได้กำหนดให้มีจุดพักคอย หรือจุดนัดพบ บริเวณต้นทางขาเข้าและปลายทางขาออกของโครงการ พร้อมก่อสร้างทางเท้ากว้าง 5 เมตร และรองรับผู้พิการอีกทั้งมี ศาลาพักคอยผู้โดยสาร ประกอบกับในส่วนของภูมิทัศน์จัดให้มีไม้พุ่มดอก, จัดวางในกระถางคอนกรีตสำเร็จรูปเป็นช่วงๆ และได้มีการประดับด้วยต้นถั่วบราซิลดอกเหลืองสวยงามตลอดสายทาง รวมถึงได้นำต้นไม้ประจำจังหวัดอย่างต้นทองกวาวที่มีดอกสดสีแดงปลูกเพื่อกันแนวเขตที่ดินของสายทางอีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112385</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฐม เฉลยวาเรศ, ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์, อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210806/image_big_610cb35aa94ed.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>105003</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>02/06/2021 10:03</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>02/06/2021 10:03</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทช.ลุยสร้างถนนเสริมแกร่งเชื่อมเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2 มิ.ย.2564-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท(ทช.) เปิดเผยว่า กรมฯได้ดำเนินโครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทเพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน (Special Economic Zone : SEZ) สอดรับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านงานทาง ตามยุทธศาสตร์ของกระทรวงคมนาคมและการพัฒนาจังหวัดที่อยู่ใกล้กับบริเวณเขตชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจชายแดน อย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง แก้ไขปัญหาการจราจร ส่งเสริมทั้งด้านการค้า การท่องเที่ยว การขนส่งระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามโดยที่ผ่านมามีโครงการที่ ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ จำนวน 18 โครงการ รวมระยะทาง 195.617 กิโลเมตร พร้อมก่อสร้างทางต่างระดับ อีกจำนวน 1 แห่ง ประกอบไปด้วยในพื้นที่จังหวัดตาก สระแก้ว ตราด หนองคาย นครพนม สงขลา และเชียงราย ซึ่งขณะนี้ทช.ยังมีโครงการสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน หรือ SEZ ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีกจำนวน1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างถนนสาย ง2 และ ง3 ผังเมืองรวมเมืองมุกดาหาร จังหวัดมุกดาหาร ระยะทางรวม 7.535 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 67% ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินงานในส่วนของผิวจราจร งานทางเท้า และระบบไฟฟ้าแสงสว่าง คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 และจะเปิดใช้ในช่วงต้นปี 2565&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทช.ยังมีโครงการที่จะเตรียมดำเนินการก่อสร้างอีกจำนวน 2 โครงการ ได้แก่1. โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย มห.3019 แยก ทล.212 &amp;ndash; บางทรายใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร (ตอนที่ 1) ระยะทางรวม 14.211 กิโลเมตร 2. โครงการก่อสร้างถนนสายแยก ทล.1012 &amp;ndash; บ้านกิ่วแก้ว อำเภอเทิง, จุน จังหวัดเชียงราย, พะเยา ระยะทางรวม 43.709 กิโลเมตร โดยขณะนี้ทั้งสองโครงการอยู่ระหว่างการจัดซื้อจัดจ้าง คาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2564 รวมทั้ง ยังมีโครงการถนนสายเชื่อมศูนย์ซ่อมอากาศยาน &amp;ndash; ศูนย์กลางการค้าส่งชายแดนบริเวณสะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 - ทล.212 อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม ระยะทาง 23.102 กิโลเมตร ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 &amp;ndash; 2571 ทช.ยังมีแผนที่จะเตรียมดำเนินการก่อสร้างเพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน หรือ SEZ อย่างต่อเนื่อง รวมระยะทาง 139.023 กิโลเมตร พร้อมโครงการก่อสร้างทางต่างระดับ จำนวน 2 แห่ง อีกด้วย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/105003</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฐม เฉลยวาเรศ, สนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน, โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบท</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210602/image_big_60b6f4c8d0073.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104356</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/05/2021 14:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/05/2021 14:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทผุดถนนเชื่อม &#039;อีอีซี&#039;หนุนการลงทุนภาคตะวันออกได้ใช้แน่ปี66</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 พ.ค.2564 นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า กรมฯได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC) สอดรับกับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม &amp;nbsp;ในการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกหรือโครงการระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมในเรื่องโครงสร้างพื้นฐานให้แก่นักลงทุนในเขตพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาเพิ่มประสิทธิภาพให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ดีและทันสมัยที่สุดในภูมิภาคอาเซียน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทเพื่อสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อย่างต่อเนื่อง รองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการขนส่งสินค้าไปยังนิคมอุตสาหกรรม รวมถึง การแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน โดยที่ผ่านมามีโครงการที่ ทช.ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อาทิ ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.5050 แยกสายนิคมสร้างตนเองสาย 15 บ้านห้วยโป่ง อำเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง ระยะทาง 10.198 กิโลเมตร, ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.4058 แยก ทล.3138 &amp;ndash; ทล.344 อำเภอบ้านค่าย, วังจันทร์ จังหวัดระยอง ระยะทาง 32.807 กิโลเมตร และถนนทางหลวงชนบทสายแยก ทล.7 &amp;ndash; ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 10.570 กิโลเมตร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ทช.ยังมีโครงการสนับสนุน EEC ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก จำนวน 3 โครงการ ดังนี้ ถนนทางหลวงชนบทสาย ฉช.3001 แยก ทล.314 &amp;ndash; ลาดกระบัง จ.ฉะเชิงเทรา, สมุทรปราการ ระยะทาง 20.328 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 95%คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2564 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 3,712 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.3013 แยก ทล.331 &amp;ndash; ทล.3191 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 16.460 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่า 40%คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 540 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ถนนทางหลวงชนบทสาย รย.2015 แยก ทล.36 &amp;ndash; ทล.331 อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ระยะทาง 11.465 กิโลเมตร ปัจจุบันการก่อสร้างโครงการดังกล่าวมีความก้าวหน้าไปแล้วกว่าร้อยละ 17 คาดว่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จในปี 2566 ใช้งบประมาณในการก่อสร้างรวม 447 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ทช.ได้จัดเตรียมแผนดำเนินโครงการก่อสร้างที่จะสนับสนุน EEC อีก จำนวน 1 โครงการ คือ โครงการก่อสร้างถนนทางหลวงชนบทสาย ชบ.3023 แยก ทล.315 &amp;ndash; บ้านหนองปลาไหล อำเภอพานทอง,บ้านบึง จังหวัดชลบุรี ระยะทาง 12.242 กิโลเมตร คาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 873 ล้านบาท โดยคาดว่าจะใช้เงินกู้ภายในประเทศดำเนินการแทนงบประมาณประจำปี ซึ่งจะเจรจากับสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เพื่อจัดหาแหล่งเงินกู้ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104356</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมทางหลวงชนบท, ทางหลวงชนบทสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor : EEC), ปฐม เฉลยวาเรศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210527/image_big_60af474f78a6e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104222</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/05/2021 12:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/05/2021 12:05</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทางหลวงชนบทสั่งเตรียมพร้อมแผน3ระยะรับมือสถานการณ์อุทกภัยภาคใต้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
26พ.ค.2564-นายปฐม เฉลยวาเรศ อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.)เปิดเผยจากข้อมูลของกรมอุตุนิยมวิทยารายงานว่าในระยะนี้จะมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนองกับมีลมกระโชกแรงบางพื้นที่ โดยมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคตะวันออกและภาคใต้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปฐม กล่าวว่าได้สั่งการเตรียมความพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัย สอดรับกับนโยบายของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเพื่อให้หน่วยงานในส่วนภูมิภาคดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ประกอบด้วย สำนักงานทางหลวงชนบท แขวงทางหลวงชนบท และหมวดบำรุงทางหลวงชนบทในพื้นที่เตรียมพร้อมรับสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แบ่งการเตรียมความพร้อมรับมือ เป็น 3 ระยะ ดังนี้ 1. ก่อนเกิดเหตุ ดำเนินการทำความสะอาดช่องทางระบายน้ำ ตัดหญ้า กำจัดวัชพืชที่ขวางทางระบายน้ำ ท่อลอด สะพาน เตรียมความพร้อมด้านบุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร วัสดุอุปกรณ์ สะพานเบลีย์ สนับสนุนยานพาหนะ อุปกรณ์การขนส่ง พร้อมสนับสนุนการอพยพเคลื่อนย้ายประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัยหรือพื้นที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุอุทกภัยเพื่อให้ประชาชนมีความปลอดภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เตรียมป้ายเตือน ป้ายแนะนำเส้นทาง หลักนำทาง (กำหนดช่องจราจร) เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชน กรณีมีน้ำท่วมสูง ถนนขาด/สะพานขาด ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ตัดแต่งกิ่งไม้ในเขตทางหลวงชนบท เพื่อป้องกันกิ่งไม้ตกหล่น หักโค่น เมื่อเกิดพายุ หรือลมพัดรุนแรง ตรวจสอบข้อมูลสายทางที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงกรณีดินถล่มบริเวณไหล่เขาและสายทางที่มีความเสี่ยง ต่อการเกิดอุทกภัย โดยให้หน่วยงานในสังกัด จัดชุดลาดตระเวนสำรวจพื้นที่เสี่ยงและเข้าดำเนินการแก้ไข อย่างรวดเร็วเมื่อเกิดเหตุการณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ขณะเกิดเหตุ บริหารจัดการเส้นทางและอำนวยความสะดวกให้ประชาชน กรณีเส้นทางผ่านไม่ได้ให้จัดหา ทางเลี่ยงพร้อมทั้งประสานกับหน่วยงานของจังหวัดในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที เมื่อได้รับการร้องขอ กรณีถนน/สะพานขาด ให้เร่งดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้นให้ประชาชนสามารถใช้เส้นทางสัญจรไปมาได้ชั่วคราว เช่น วางสะพานเบลีย์ถมดินคอสะพาน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณีต้นไม้หักโค่น ปิดทับ/กีดขวางเส้นทาง ให้รีบนำเครื่องมือเครื่องจักรเข้าดำเนินการทันที พื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรผ่านได้ ให้หน่วยงานในพื้นที่ ประสานกับหน่วยงานราชการต่าง ๆ รวมถึงหน่วยงานทหารในพื้นที่ เพื่อบูรณาการความร่วมมือในการช่วยเหลือประชาชน ตลอดจนรายงานข้อมูลสายทางที่ประสบอุทกภัยให้ผู้บริหารได้รับทราบจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. หลังน้ำลด หลังจากเข้าสู่ภาวะปกติ หากตรวจพบสายทางที่เกิดความเสียหายรุนแรง ให้ดำเนินการซ่อมแซมเบื้องต้น เพื่อให้ประชาชนสามารถสัญจรไปมาได้ภายใน 7 วัน เข้าดำเนินการสำรวจ ออกแบบ ประมาณราคา พร้อมภาพถ่ายสภาพความเสียหายหลังน้ำลด &amp;nbsp;เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการฟื้นฟูต่อไป
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ทช.ขอความร่วมมือประชาชน โปรดระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษและโปรดสังเกตป้ายจราจรเตือน และ ทช.จะติดตามสถานการณ์อุทกภัยอย่างใกล้ชิด เพื่อที่จะให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้ทันท่วงที โดยประชาชนสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือแจ้งเหตุอุทกภัย ได้ที่สายด่วนกรมทางหลวงชนบท 1146&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104222</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปฐม เฉลยวาเรศ, รับมือน้ำท่วม, อธิบดีกรมทางหลวงชนบท (ทช.), อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210526/image_big_60add703b6760.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
