<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>72732</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/07/2020 18:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/07/2020 18:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปณิธาน&#039; ระบุ​รัฐบาลไม่ห้ามชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ฝ่ายมั่นคงจับตาม็อบพาดพิงสถาบัน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 ก.ค.63 - นายปณิธาน วัฒนายากร ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคง กล่าวถึงกรณีการชุมนุมของอาชีวะช่วยชาติ ที่จะจัดขึ้นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เพื่อเชียร์รัฐบาล และกลุ่มเยาวชนปลดแอก นัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์พระเจ้าตากมหาราช เพื่อขับไล่รัฐบาลในวันที่ 30 ก.ค.นี้จะเกิดเหตุการณ์ม็อบชนม็อบหรือไม่ ว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ​ รองนายกรัฐมนตรี​ ระบุว่าการชุมนุมจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ถือเป็นหลักขั้นพื้นฐานที่สามารถใช้สิทธิ์ตามกฏหมายและกติกา ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีปัญหาอะไร ทั้งนี้​ ในช่วงนี้จะมีการใช้พื้นที่ทางการเมืองมากขึ้น แต่เรามีพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การชุมนุมสาธารณะ พ.ศ.2558 พ.ร.บ.โรคติดต่อ​ และพ.ร.ก.ฉุกเฉิน คนที่จะจัดกิจกรรมก็จะต้องทำข้อตกลงกับเจ้าหน้าที่ &amp;nbsp;ไม่ทำผิดกฎหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวถามว่าในส่วนของรัฐบาลจะต้องมีการจับตาการชุมนุมเป็นพิเศษหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่าในส่วนของรัฐบาลจะดูแลภาพรวมให้เป็นไปตามกรอบกฎหมาย การใช้สิทธิ์ตามกฏหมาย คนที่เห็นต่างมาชุมนุมอาจจะต้องมีการอดทนอดกลั้นและรับฟังความเห็นต่าง ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยเจ้าหน้าที่จะช่วยดูแลไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่ง เชื่อว่าไม่น่าจะมีอะไร อย่างไรก็ตามรัฐบาลเปิดกว้างให้สามารถทำกิจกรรมได้และเราเชื่อว่าจะมีการจัดกิจกรรมทางการเมืองอย่างคึกคัก จนกว่าจะมีการเลือกตั้งท้องถิ่น หากไม่มีอะไรผิดกฎหมายสามารถใช้สิทธิ์ได้ รัฐบาลไม่ได้ห้ามปรามอะไร ถือเป็นสิทธิ์ขั้นพื้นฐานตามกฏหมายอยู่แล้ว ฝ่ายความมั่นคงจะดูในภาพรวมสถานการณ์กว้างๆทั่วไป แต่อาจจะต้องมีกรณีการชุมนุมที่กังวล เช่น กรณีการชุมนุมที่กระทบกับสถาบัน&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/72732</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปณิธาน วัฒนายากร, ม็อบนักศึกษา, เยาวชนปลดแอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181028/image_big_5bd5c41856eb5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56750</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>นานาชาติร่วมแสดงความเสียใจ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นานาชาติร่วมแสดงความเสียใจเหตุกราดยิงโคราช นักการเมือง-นักวิชาการไว้อาลัยและให้กำลังใจครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมเรียกร้องถอดบทเรียนป้องเกิดขึ้นซ้ำ &amp;quot;จตุพร&amp;quot; ชี้เหตุอาเพศ แนะทำบุญประเทศเยียวยาจิตใจประชาชน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่่ 9 กุมภาพันธ์ สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ออกแถลงการณ์ผ่านเพจเฟซบุ๊ก U.S. Embassy Bangkok ต่อเหตุการณ์จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา สังกัดกองพันสรรพาวุธกระสุนที่ 22 กองบัญชาการช่วยรบที่ 2 ใช้อาวุธปืนไล่ทำร้ายเจ้าหน้าที่และประชาชนในที่สาธารณะในจังหวัดนครราชสีมา เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจำนวนมากนั้นว่า สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยจะยืนหยัดเคียงข้างประชาชนไทยเสมอ เรารู้สึกสะเทือนใจอย่างยิ่งต่อเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา และขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งเพื่อนและครอบครัวของพวกเขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ Australia in Thailand ของสถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย โพสต์ข้อความว่า สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลียประจำประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา และหวังว่าผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจะฟื้นตัวโดยเร็ว ออสเตรเลียยืนหยัดเคียงข้างประชาชนชาวไทย ในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; เพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอิสลามแห่งอิหร่านในกรุงเทพฯ โพสต์ภาพธงชาติไทยและธงชาติอิหร่าน ระบุว่า &amp;quot;แสดงความเสียใจ จากประชาชนชาวอิหร่านถึงคนไทย&amp;quot; พร้อมแฮชแท็ก #Korat
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เฟซบุ๊กของสำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ได้โพสต์ข้อความว่า สำนักงานคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทยขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่ จ.นครราชสีมา ในวันที่ 8 ก.พ.2563 และขออวยพรให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกคนสามารถฟื้นจากอาการบาดเจ็บในเร็ววัน พร้อมกันนี้ ขอส่งกำลังใจมายังกัลยาณมิตรชาวไทยทุกคน และขอยืนหยัดร่วมกับท่านในช่วงเวลาแห่งความยากลำบากนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นางปิยนุช โคตรสาร ผู้อำนวยการแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย เผยว่า แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ดังกล่าว และขอให้รัฐบาลให้ความช่วยเหลือและเยียวยาแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ และผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวโดยเร็วและทั่วถึง พร้อมทั้งเพิ่มมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะให้แก่ประชาชน ทั้งนี้ ต้องมีการรับประกันความปลอดภัยและความมั่นคงของคนทุกคน ไม่ควรมีใครตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะเดินทางบนถนน หรือจับจ่ายใช้สอยในห้างสรรพสินค้า และดำเนินการการฟื้นฟูขวัญกำลังใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องให้สามารถกลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติสุขได้ในเร็ววัน
แห่แสดงความเสียใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ทวีตข้อความแสดงความเสียใจต่อเหยื่อที่ถูกยิงว่า &amp;ldquo;ขอส่งกำลังใจให้ครอบครัวผู้สูญเสีย ผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ที่โคราช และเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกคนครับ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับผู้บาดเจ็บและครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์กราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ขอให้ทุกๆ ครอบครัวมีกำลังใจที่ดีและเข้มแข็งค่ะ ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่และผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน ที่สามารถยุติความรุนแรงในครั้งนี้เอาไว้ได้ค่ะ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา กล่าวว่า รู้สึกสะเทือนใจต่อสถานการณ์เหตุกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันและไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ขอให้กำลังใจกับผู้ได้รับบาดเจ็บ และขอแสดงความเสียใจกับผู้เสียชีวิตและญาติพี่น้องทุกคน รวมทั้งให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการทุกอย่างให้เรียบร้อย ซึ่งถือโอกาสวันคล้ายวันเกิดขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในบ้านเมือง ขอพรจากพระให้เหตุการณ์ต่างๆ ในจังหวัดนครราชสีมายุติลงโดยเร็วและเรียบร้อย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.วทันยา วงษ์โอภาสี ส.ส.พลังประชารัฐ ทวีตข้อความเสียใจว่า &amp;quot;ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่ง และขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และเจ้าหน้าที่ทุกๆ คนนะคะ เพียงช่วงเวลาสั้นๆ 1 เดือน แต่เกิดเหตุการณ์รุนแรงที่สะเทือนใจสังคมถึง 2 ครั้ง ต้องเน้นย้ำ ทิ้งไว้เป็นข้อคิดว่า โซเชียลมีเดียนั้นสามารถสร้างคุณประโยชน์มหาศาล แต่หากนำมาใช้ในทางที่ผิดก็นำมาซึ่งภัยร้ายต่อสังคม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่เราต้องรู้เท่าทันและใช้โซเชียลมีเดียเพื่อประโยชน์สูงสุด เราคงต้องถอดบทเรียนมากมายจากเรื่องนี้ เดียร์เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะผ่านมันไปได้ด้วยกันอีกครั้งค่ะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;นางสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อญาติและครอบครัวของผู้สูญเสียทั้ง 27 ราย และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 57 ราย ทำการรักษา พักฟื้นร่างกาย และกลับมาแข็งแรงโดยไว ในฐานะลูกหลานคนโคราช ไม่คาดคิดว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้เกิดขึ้น ได้ติดตามข่าวสารอยู่ตลอดทั้งคืน และต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย รวมทั้งอาสาสมัครทุกท่าน ที่เสียสละทุ่มเทเพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ในห้าง และผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว หลังจากนี้ ขอชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมกันส่งกำลังใจให้พี่น้องชาวโคราช ร่วมกันเยียวยากันและกัน ร่วมกันดูแลหัวใจของกันและกัน และจับมือกันฟันฝ่าโศกนาฏกรรมครั้งนี้ไปให้ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน และรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความว่า พฤติการณ์ทั้งหมดเป็นการก่อการร้าย แม้จะเป็นทหารคลั่งเพียงคนเดียว แก้แค้นเสร็จแล้ว ทำไมต้องปล้นปืน ทำไมต้องทำร้ายผู้บริสุทธิ์ แรงจูงใจคืออะไร ใครต้องรับผิดชอบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี ทวีตข้อความว่า &amp;quot;ผมรู้สึกเศร้าใจและสะเทือนใจเป็นอย่างยิ่ง ต่อเหตุร้ายที่เกิดขึ้นที่โคราช ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ รวมทั้งทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่และผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน ที่ร่วมกันยุติเหตุร้ายแรงนี้ได้สำเร็จ&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายไกลก้อง ไวทยการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และแกนนำพรรคอนาคตใหม่ ทวีตข้อความว่า ขอให้กำลังใจ และขอบคุณทุกฝ่ายที่คลี่คลายสถานการณ์ บทเรียนที่ต้องถอดคือ การเตือนภัยในพื้นที่ ใช้ระบบ SMS เตือนภัย ทำให้เป็นประจำ ให้เป็นข่าวสารทางการ คำแนะนำเมื่อเกิดภัย และเบอร์ฉุกเฉิน เบอร์เดียวทั้งประเทศ ทั้งโทรและโซเชียล การรายงานสถานการณ์ของสื่อมวลชน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการลมหายใจ พีซทีวี เวทีทัศน์ ที่ออกอากาศผ่านทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมพีซทีวี ว่า เราไม่เคยคิดว่าการสังหารหมู่ในประเทศไทยโดยบุคคลคนเดียวซึ่งมีปัญหาเกี่ยวข้องกับคนเพียงไม่กี่คนจะลุกลามไปฆ่าคนที่ไม่เกี่ยวข้องด้วยนั้น อาเพศที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราเจออย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อน ไม่ว่าจะเขื่อนหรือแม่น้ำกว่า 15 แห่ง ต่างแห้งเหือดในรอบกว่า 50 ปี รวมถึงความเสียหายเศรษฐกิจปากท้อง การระบาดไวรัสโคโรนา ทั้งนี้ ควรจะทำบุญประเทศ จะได้เยียวยาความรู้สึกทางใจของประชาชนกันบ้าง ในฐานะประชาชนคนไทยร่วมกันต่ออายุให้กับประเทศไทย ไม่ใช่ต่ออายุให้กับรัฐบาล&amp;nbsp;
ถอดบทเรียนป้องเกิดซ้ำ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา โพสต์เฟซบุ๊กว่า เรื่องนี้ยังไม่จบ ทั้งการดูแลคนบาดเจ็บและญาติผู้ตาย และต้องหามาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้จริงจัง เพราะพฤติกรรมเลียนแบบนี้อาจรุนแรงขึ้นอีก หากไม่เร่งหาทางแก้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธาน วัฒนายากร นักวิชาการ และประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ &amp;quot;ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่&amp;quot; ว่า การก่อเหตุร้ายเป็นวงกว้าง หรือการสังหารหมู่ หรือการสังหารผู้คนเป็นจำนวนมากๆ ในครั้งเดียวกัน นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของประชาชนโดยทั่วไปด้วย อีกทั้งยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมมาป้องกันหรือรองรับ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย แต่เรามีความจำเป็นที่จะต้องถอดบทเรียนของเราเองและนำเอาบทเรียนของประเทศอื่นๆ ที่คล้ายกับไทยมาปรับใช้อย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันขึ้นอีก มาตรการของหลายๆ ประเทศที่น่าสนใจ คือ 1.เร่งรัดยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัย การควบคุมอาวุธปืน ทั้งในเมือง ในศูนย์การค้า และในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย หรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในรูปแบบอื่นๆ 2.เยียวยาผู้ที่สูญเสียและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรวดเร็ว 3.บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม และ 4.เริ่มดำเนินการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รวมทั้งการปรับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน และการสื่อสารสมัยใหม่ของบุคคล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เพจ &amp;ldquo;ตชด.นักรบตำรวจ&amp;rdquo; ได้โพสต์ภาพของ ร.ต.อ.ตระกูล ทาอาษา ตำรวจพลร่มรุ่น 74 นสต.2/49 ที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมข้อความระบุว่า &amp;nbsp;&amp;quot;ไปอยู่กับพี่น้องนักรบค่ายนเรศวรที่บนฟ้านะเพื่อน นายทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว ตามอุดมการณ์ตำรวจพลร่มที่เราเคยกล่าวหน้าแถวทุกเช้า ตายในสนามรบเป็นเกียรติของค่ายนเรศวร&amp;rdquo; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (มทร.อีสาน) เปิดเผยว่า ได้รับข้อมูลการเสียชีวิตของนายเอกวิน ยืนทน นักศึกษาช่างอิเล็กทรอนิกส์ ชั้นปีที่ 1 วิทยาลัยนวัตกรรมวิชาชีพ มทร.อีสาน ซึ่งได้ประสานครอบครัวที่ อ.หนองบุนมาก จ.นครราชสีมา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมดูแลสภาพจิตใจของครอบครัวนักศึกษา โดย มทร.อีสานจะร่วมทำบุญอุทิศแด่นักศึกษาผู้เสียชีวิตที่บ้านเกิด นอกจากนี้ ขอความร่วมมือให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลสภาพจิตใจบุคลากรและนักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์และรอดชีวิตจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แฟนเพจเฟซบุ๊ก สภาเภสัชกรรม โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจและร่วมกันเป็นกำลังใจให้กับครอบครัวของเภสัชกรหญิงนริศรา โชติกลาง หัวหน้าเภสัชกรรม โรงพยาบาล ป.แพทย์ จ.นครราชสีมา ขอให้ดวงวิญญาณไปสู่สุคติยังสัมปรายภพ ทั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุการณ์คนร้ายกราดยิงที่ จ.นครราชสีมา ขอให้ทุกคนปลอดภัย และเหตุการณ์กลับมาสู่ภาวะปกติในโดยเร็ว.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56750</URL_LINK>
                <HASHTAG>จตุพร พรหมพันธุ์, จาตุรนต์ ฉายแสง, จ่าสิบเอกจักรพันธ์ ถมมา, นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว, ปณิธาน วัฒนายากร, ปิยนุช โคตรสาร, ผศ.ดร.วิโรจน์ ลิ้มไขแสง, ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร, วทันยา วงษ์โอภาสี, สมชาย แสวงการ, สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์, สุวัจน์ ลิปตพัลลภ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ, ไกลก้อง ไวทยการ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e40088dc2f49.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>56747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จ่าคลั่งกราดยิงเกลื่อนโคราช กับแนวคิดสื่อสารยามวิกฤติ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หลัง จ.ส.อ.จักรพันธ์ ถมมา นายทหารสังกัดค่ายสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา ก่อเหตุอุกอาจสะเทือนขวัญหลายจุดในจังหวัดนครราชสีมา จนสุดท้ายถูกตำรวจวิสามัญฯ ในช่วง 09.00 น.ของวันอาทิตย์ที่ 9 ก.พ.ที่ผ่านมา ระหว่างทีมตำรวจโดยการนำของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ที่นำกำลังเข้าคลี่คลายสถานการณ์ในห้าง Terminal 21 นครราชสีมา อันเป็นเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 30 ศพ ซึ่งรวมถึงตัวผู้ก่อเหตุด้วย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 58 ราย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ในฐานะผู้นำประเทศ ระบุว่า &amp;quot;ต้องยอมรับว่าสถานการณ์ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย และต้องไม่มีสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก​ เพราะไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น สิ่งสำคัญที่สุดทุกคนต้องมีบทเรียน​ แม้จะเคยผ่านสถานการณ์มาหลายครั้ง​ แต่ไม่เคยรุนแรงแบบนี้ ทุกอย่างคาดการณ์ไม่ได้​ แต่เราต้องเตรียมให้พร้อม วันนี้ครั้งนี้ถือว่ารับมือได้ดี&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ในความเห็นเชิงวิชาการด้านความมั่นคง ปณิธาน วัฒนายากร ที่มีสถานะเป็น &amp;quot;ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี&amp;quot; นำเสนอความเห็นผ่านบทความในเฟซบุ๊กส่วนตัว Panitan Wattanayagorn เรื่อง &amp;quot;ทางเลือกและทางรอดหลังกรณีสังหารหมู่&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยระบุตอนหนึ่งว่า การก่อเหตุร้ายเป็นวงกว้าง หรือ การสังหารหมู่ หรือการสังหารผู้คนเป็นจำนวนมากๆ ในครั้งเดียวกัน นอกจากจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อครอบครัวผู้ที่สูญเสียแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อขวัญกำลังใจและความเชื่อมั่นของประชาชนโดยทั่วไปด้วย อีกทั้งยังอาจจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงปลอดภัยของประเทศในระยะยาว จึงจำเป็นจะต้องมีมาตรการที่เหมาะสมมาป้องกันหรือรองรับ เพราะอย่างที่สหรัฐอเมริกา การสังหารหมู่โดยการใช้อาวุธปืนถือเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเกิดขึ้นทุกๆ&amp;nbsp; 12-13 วันจากการศึกษาของ Lankford ที่ไปศึกษาเหตุการณ์ใน 171 ประเทศ เมื่อปี 2016 ซึ่งของอเมริกานับเป็นสัดส่วนกว่า 30% เมื่อเทียบกับของทั้งโลก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ปณิธาน-นักวิชาการสายรัฐศาสตร์ ความมั่นคง ให้ทัศนะอีกว่า ในประเทศไทยยังไม่มีการรวบรวมสถิติแบบเดียวกัน และเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นที่โคราชก็ยังเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่ในสังคมไทย&amp;nbsp; แต่เราก็มีความจำเป็นที่จะต้องถอดบทเรียนของเราเอง และนำเอาบทเรียนของประเทศอื่นๆ ที่คล้ายกับเรามาปรับใช้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุร้ายแบบเดียวกันหรือคล้ายคลึงกันขึ้นอีก&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;มาตรการของหลายๆ ประเทศที่น่าสนใจก็คือ 1.เร่งรัดยกระดับมาตรการการรักษาความปลอดภัย&amp;nbsp; การควบคุมอาวุธปืน ทั้งในเมือง ในศูนย์การค้า และในชุมชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย&amp;nbsp; หรือเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในรูปแบบอื่นๆ 2.เยียวยาผู้ที่สูญเสียและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบโดยตรงอย่างรวดเร็ว 3.บรรเทาผลกระทบทางเศรษฐกิจ สังคม และจิตวิทยาของประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม&amp;nbsp; 4.เริ่มดำเนินการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ รวมทั้งการปรับแนวทางการนำเสนอข่าวของสื่อมวลชน และการสื่อสารสมัยใหม่ของบุคคล&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ดร.ปณิธาน ประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านความมั่นคงของนายกรัฐมนตรี ที่อีกสถานะหนึ่งเขาคือ &amp;quot;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;quot; ให้ทัศนะว่า สิ่งที่พูดกันมากที่สุดเรื่องหนึ่งในเวลานี้ก็คือ การสื่อสารในยามวิกฤติ ซึ่ง James&amp;nbsp; Meindl และ Jonathan Ivy (ในวารสาร American Journal of Public Health เมื่อสามปีก่อน) ได้ชี้ให้เห็นว่าองค์การอนามัยโลก (World Health Organization-WHO) ได้ศึกษาเรื่องนี้มากว่า 50 ปีแล้ว และก็มีข้อแนะนำที่น่าสนใจว่า 1.ไม่ควรใส่อารมณ์ความรู้สึกเข้าไปในการรายงานข่าว 2.ไม่ควรพาดหัวข่าวใหญ่โตเกินไป 3.ไม่ควรด่วนสรุปว่าเป็นเพราะสาเหตุใดสาเหตุหนึ่ง เพราะในความเป็นจริงจะมาจากหลายปัจจัยประกอบกัน 4.ไม่ควรจะรายงานซ้ำๆ หรือย้ำบ่อยๆ 5.ไม่ควรจะนำเสนอขั้นตอนการสังหารโดยละเอียด อันจะนำไปสู่การลอกเลียนแบบ หรือการเรียนรู้ได้ง่าย 6.จำกัดการนำเสนอของรูปภาพและคลิปวิดีโอให้น้อย เพื่อลดผลกระทบลง 7.ระมัดระวังในการนำเสนอ ไม่ให้ผู้กระทำผิดถูกยกย่องชื่นชมหรือเป็นแบบอย่าง รวมทั้งเรื่องการสังหารตัวเอง ซึ่งข้อแนะนำดังกล่าวทางรัฐบาลอเมริกัน โดย FBI ได้นำไปเป็นนโยบายในการสื่อสารชื่อว่า &amp;quot;อย่าไปเอ่ยชื่อเขา&amp;quot; (Don&amp;rsquo;t Name Them) และได้นำไปใช้ในกรณีที่อดีตเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของเรือนจำชาวอเมริกันที่มีพ่อแม่อพยพมาจากอัฟกานิสถานได้สังหารคนที่มาเที่ยวไนต์คลับไป 49 คนและบาดเจ็บอีก 53 คน ที่เมืองออร์แลนโด รัฐฟลอริดา เมื่อหลายปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;quot;กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ&amp;quot; ให้ข้อมูลอีกว่า นอกจากนี้ James Meindl และ Jonathan Ivy ยังได้มีข้อเสนอที่น่าสนใจในการสื่อสารอีก 5&amp;nbsp; ประการ คือ 1.สื่อสารให้เห็นถึงความน่าละอาย การละเมิดศีลธรรม จรรยาบรรณ ความขลาดกลัวของมือสังหาร ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้ทำผิดถูกชื่นชมหรือยกย่อง 2.หลีกเลี่ยงการอธิบายเหตุผลของมือสังหาร เพราะซับซ้อน และจะทำให้คนอื่นที่มีปัญหาคล้ายๆ กัน อาจเลือกแนวทางรุนแรงเป็นทางออกได้ 3.ลดเวลาออกอากาศให้สั้นหรือให้พื้นที่การสื่อสารให้น้อย เพราะการให้เวลาหรือให้พื้นที่สื่อมากๆ จะเป็นการให้รางวัลและเพิ่มสถานะทางสังคมของผู้ทำผิด เป็นต้น &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และทิ้งท้ายว่า &amp;quot;สังคมไทยก็คงจะต้องพิจารณากันว่า อะไรจะเป็นทางเลือก อะไรจะเป็นทางรอดของเรา จากความรุนแรงที่น่ารังเกียจและสมควรได้รับการประณามเช่นนี้&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ผ่านมาสังคมไทยเวลาเกิดเหตุการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะเหตุการณ์ใหญ่ๆ ก็มักจะมีการออกมาให้ทัศนะคล้อยหลังว่า &amp;quot;ต้องมีการถอดบทเรียน&amp;quot; หรือ &amp;quot;ต้องตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาเหตุการณ์&amp;quot; แล้วจากนั้นพอเรื่องเริ่มเงียบไป สังคมไม่ค่อยสนใจ แนวคิดที่เคยเสนอให้สังคมและภาครัฐต้องถอดบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ ก็มักจะลืมเลือนกันไป จนบางคราวก็เกิดเหตุลักษณะเดียวกันขึ้นมาซ้ำอีก&amp;nbsp; โดยไม่ได้มีการแก้ไขปัญหาอะไรที่ดีกว่าตอนเกิดเหตุครั้งแรก ก็ต้องรอดูว่า หลังเหตุยิงกระหน่ำที่นครราชสีมาจบไปแล้ว ข้อเสนอให้ถอดบทเรียนดังกล่าวจะเงียบหายไปตามกาลเวลาหรือไม่.&amp;nbsp; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/56747</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรองสถานการณ์, ปณิธาน วัฒนายากร, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200209/image_big_5e4017036ca83.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48978</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/10/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/10/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>แนะใช้&#039;อาเซียน&#039; คุยทวิภาคีมะกัน แอ๊ดจวกสันดาน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;นักวิชาการ&amp;quot; แนะรัฐบาล ใช้เวทีประชุมอาเซียนถกสหรัฐแก้ปมตัดสิทธิ์จีเอสพีไทย พร้อมหนุนหาตลาดใหม่เพิ่มเติม &amp;quot;อาจารย์ ม.มหิดล&amp;quot; ขอนักการเมืองอย่าดึงต่างชาติมาหาประโยชน์ทางการเมืองจนประเทศเสียหาย &amp;quot;หมอประกิต&amp;quot; ชี้ไทยแบน 3 สารพิษไม่ขัดกฎการค้าระหว่าง ปท. &amp;quot;แอ๊ด คาราบาว&amp;quot; ซัดแรงอเมริกาไร้คุณธรรม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ความเคลื่อนไหวในส่วนนักวิชาการ ภายหลังจากสหรัฐอเมริกาเตรียมตัดสิทธิพิเศษภาษีศุลกากรสินค้า (จีเอสพี) ของประเทศไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า โดยอ้างว่าไทยไม่สามารถแก้ปัญหาแรงงานได้ เป็นไปตามหลักสากลนั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ต.ค. นายปณิธาน วัฒนายากร อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า สหรัฐได้ขอทบทวนการให้สิทธิพิเศษกับไทยมา 2 ปีแล้ว โดยยื่นเงื่อนไขหากจะได้สิทธิพิเศษ ไทยควรจะต้องเปิดตลาดเครื่องในสุกรให้สหรัฐ แต่ไทยยังอยู่ในระหว่างการตั้งคณะทำงานพิจารณา เนื่องจากเครื่องในสุกรของสหรัฐมีสารเร่งเนื้อแดงที่อาจเป็นอันตรายได้ จึงยังไม่ได้อนุญาต ซึ่งเรื่องนี้เป็นหนึ่งในเหตุผลที่สหรัฐตัดสิทธิพิเศษกับไทย และอีกหนึ่งเงื่อนไขคือสหรัฐมองว่าการปรับปรุงสิทธิแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานประมงของไทยยังไม่ดีขึ้น รวมทั้งปัจจัยด้านการเมือง เนื่องจากสหรัฐกำลังอยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่ได้กำไรการค้าจากสหรัฐ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องการที่ไทยแบน 3 สารเคมี ไม่ได้มีการระบุว่าเป็นสาเหตุ อีกทั้งนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.พาณิชย์ ยืนยันไม่ใช่ โดยไทยยังมีเวลา 6 เดือน ในการชี้แจงประเด็นที่ถูกนำมาใช้ในการตัดสิทธิ์ &amp;nbsp;ทั้งเป็นโอกาสดีที่ไทยจะใช้โอกาสในการประชุมอาเซียนพูดคุยกับสหรัฐในเรื่องนี้ด้วย ขณะเดียวกันทางรัฐบาลก็จะต้องหามาตรการและหาตลาดเพิ่มเติมมากขึ้น&amp;quot; นายปณิธานกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจเพื่อการปฏิรูป สถาบันเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ผลกระทบสหรัฐตัดสิทธิ์จีเอสพีสินค้าไทยจะกระทบกับกลุ่มธุรกิจส่งออกที่ใช้วัตถุดิบภายในประเทศในสัดส่วนที่สูง และจำนวนไม่น้อยจะเป็นกิจการขนาดเล็กและขนาดกลาง หรือ SME ค่อนข้างมาก เกษตรกรและชาวประมงจะได้รับผลกระทบไปด้วย สินค้าครอบคลุมมากถึง 573 รายการ ตั้งแต่อาหารทะเลหลากชนิด ผักผลไม้ น้ำเชื่อมและน้ำตาล ซอสถั่วเหลือง น้ำผักผลไม้ เมล็ดพันธุ์ อุปกรณ์เครื่องครัว ไม้อัด ไม้แปรรูป เหล็กแผ่น สเตนเลส ดอกไม้ประดิษฐ์ เครื่องประดับ จามชาม เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หากทางการไทยมีการทำงานเชิงรุกมากขึ้น เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการค้าของประเทศ การตัดสิทธิ์จีเอสพีครั้งนี้ควรเข้าสู่กระบวนการเจรจาต่อรองในการประชุมอาเซียนที่จะมีขึ้นในช่วงต้นเดือน พ.ย.นี้ ทางการไทยควรยื่นข้อเสนอไปยังผู้แทนรัฐบาลสหรัฐที่มาร่วมประชุม เพื่อให้สหรัฐทบทวนการตัดสิทธิ์จีเอสพีดังกล่าว&amp;quot; ผศ.ดร.อนุสรณ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายปฐมพงษ์ โพธิ์ประสิทธินันท์ นักวิชาการมหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กเรื่องดังกล่าวว่า คนไทยต้องเป็นไท เรื่องต่างประเทศเข้ามาแทรกแซงประเทศไทยต้องอยู่เหนือการเมืองหรือพรรค ผลประโยชน์และความอยู่รอดของชาติเป็นเรื่องสำคัญ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สำหรับคนที่อยู่ในแวดวงการเมือง ผมมีข้อติงอยู่ 2 เรื่อง 1.พรรคไหนหรือใครจะเล่นการเมืองอย่างไรก็เล่นไป แต่ไม่ควรดึงต่างชาติมาเพื่อเปลี่ยนเกมทางการเมืองให้ตนเองได้ประโยชน์เหนือพรรคอื่น อย่าทำตัวเป็นหุ่นเชิดทางการเมืองให้ต่างชาติ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่มีชาติให้อยู่อาศัย 2.คนที่เป็นรัฐบาลก็ต้องโปร่งใส ดูแลประชาชนอย่างทั่วถึง อย่าเล่นพรรคเล่นพวกมาก อย่าปล่อยให้มีการทุจริต กฎหมายเป็นกฎหมาย ไม่ใช่ว่าใครเป็นพรรคพวกตัว จะต้องรอดจากกฎหมาย ต้องได้ศรัทธาจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ สงครามพันทางจากต่างชาติจึงจะใช้ไม่ได้ผล&amp;quot; นายปฐมพงษ์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นักวิชาการ ม.มหิดลกล่าวว่า การคว่ำบาตรของอเมริกาจะทำให้ประเทศไทย 1.หันมาพึ่งตนเองมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิจัยและผลิตยาจากตำรายาในคัมภีร์ใบลาน ซึ่งมีอยู่มากเพื่อให้คนไทยได้ใช้ในราคาถูก ลดการพึ่งพายาจากบริษัทยาในต่างประเทศมากยิ่งขึ้น ต้องไม่ลืมว่าขณะนี้ เวเนซุเอลาและอิหร่านก็ถูกอเมริกาคว่ำบาตรทั้งยาทั้งอาหาร ห้ามมิตรประเทศอเมริกาซื้อขายยาและอาหารกับอิหร่าน คนไทยต้องลดการนำเข้ายาจากต่างประเทศ มีตลาดใหม่ที่ดีกว่า สรุปว่าพึ่งพาตนเองได้ทั้งยา ทั้งอาหารในระยะยาว &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ 2.หันไปคบมิตรประเทศหรือมหาอำนาจที่ค้าขายอย่างเป็นธรรม และไม่เอาเปรียบอย่างรัสเซียให้มากขึ้น ไม่ใช่แค่ทำ MOU ไว้สร้างภาพ แผนการต่างๆ ที่ทำไว้ต้อง implement ให้บังเกิดผลในทางปฏิบัติอย่างรวดเร็ว เมื่อถูกอเมริกาคว่ำบาตรก็สามารถหาตลาดใหม่ได้ &amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ระวังกันเอาไว้ครับ การคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจก็เพื่อให้ไทยยอมจำนนหรือจนตรอกแล้วหันไปทำตามคำสั่ง ถ้าไม่ยอมจำนนก็จะมีมาตรการคว่ำบาตรอื่นๆ ตามมา รวมทั้งไล่รัฐบาลไปด้วย ประเทศเล็กๆ ต้องตระหนักรู้ ทำใจและเตรียมตัวให้พร้อม ผมมองว่าการคว่ำบาตรของอเมริกาจะทำให้คนไทยเห็นคุณค่าในภูมิปัญญาเศรษฐกิจพอเพียงและรู้จักแยกแยะประเทศที่เป็นมิตรแท้มิตรเทียม และเลือกคบประเทศที่เคารพศักดิ์ศรี บูรณภาพของดินแดนและความเป็นไทของประเทศไทยมากยิ่งขึ้นครับ&amp;quot; นักวิชาการผู้นี้ระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสในศาลอุทธรณ์ กล่าวตอนหนึ่งถึงการที่สหรัฐตัดจีเอสพีไทยว่า บทเรียนที่เกิดนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์ที่คนไทย รัฐบาลไทยต้องระมัดระวังได้ทันท่วงที และการแสดงออกให้ปรากฏแก่สังคมโลกว่าอย่าได้ใช้อำเภอใจ หรือความวู่วามในการแก้ปัญหาของประเทศ ตลอดจนการพูดจาของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองก็เป็นสิ่งที่ควรระมัดระวัง มิฉะนั้นแล้วก็จะเกิดปัญหาซ้ำซากเช่นนี้แก่ประเทศอีก และน่าจะเป็นสัญญาณที่ประเทศไทยจะต้องหันมาฉุกคิด และทบทวนบทบาททางการเมืองระหว่างประเทศและการค้าของไทยว่ามีอะไรที่ผิดปกติหรือไม่ หรือทำให้ขัดอกขัดใจแก่ประเทศสหรัฐบ้าง ก็ต้องค่อยๆ คิด ค่อยๆ ทำไปเพื่อหาทางแก้ไขต่อไป
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ เลขาธิการมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ กล่าวถึงกรณีผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตร และสถานทูตอเมริกา คัดค้านและขอให้ไทยทบทวนมติการแบน 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืชว่า ไม่มีความชอบธรรมที่จะกดดันรัฐบาลไทย เพราะการตัดสินใจของรัฐบาลไทยไม่ได้ขัดต่อกฎกติกาการค้าระหว่างประเทศใดๆ และเหตุการณ์ลักษณะนี้เคยเกิดขึ้นแล้วเมื่อ 30 ปีก่อน ที่สำนักผู้แทนการค้าและสถานทูตอเมริกาพยายามแทรกแซงนโยบายควบคุมยาสูบของไทยและประเทศอื่นๆ ด้วยเงื่อนไขที่เอื้อต่อธุรกิจยาสูบอเมริกา แต่ไม่สำเร็จ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายยืนยง โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว ศิลปินแห่งชาติ โพสต์เฟซบุ๊ก Add Carabao เชื่อว่าสหรัฐออกมาตรการดังกล่าวเพื่อตอบโต้กรณีที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายลงมติแบน 3 สารเคมีทางการเกษตร เนื่องจาก เท็ด แมคคินนี ผู้ช่วยรัฐมนตรีเกษตรเพื่อการค้าและกิจการเกษตรระหว่างประเทศของสหรัฐ เคยทำงานมานาน 19 ปี ให้กับบริษัท ดาว อะโกรไซแอนส์ เจ้าของผลิตภัณฑ์สารเคมีกำจัดแมลง &amp;quot;คลอร์ไพริฟอส&amp;quot; ซึ่งเป็นหนึ่งในสารเคมีที่ประเทศไทยประกาศแบน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เห็นสันดานอเมริกาหรือยังครับพี่น้อง มันหาได้คำนึงถึงชีวิตของคนอื่นเลย มุ่งแต่จะเอาประโยชน์เพื่อตนฝ่ายเดียว รัฐบาลไทยอย่าไปยอมมันนะครับ มันจะเเบนสินค้าเราก็ช่างแม่- เวลานี้ คุณสมคิด คุณจุรินทร์ ได้ออกเดินสายหาคู่ค้ารายใหม่ๆ ในประเทศต่างๆ ที่มีคุณธรรมเเละไม่เอาเปรียบข่มเหงรังแกเรา ขอให้พวกเราต้องร่วมกันสู้นะครับ เพื่อเห็นเเก่ประโยชน์สุขของประชาชนคนไทย ถ้าไม่สู้เราก็ตายผ่อนส่งต่อไปเรื่อยๆ ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งภาครัฐและเอกชน สู้ๆๆๆ ถึงเวลาที่ต้องทิ้งประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ส่วนรวมแล้วครับพี่น้อง&amp;quot; แอ๊ด คาราบาว ระบุ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48978</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปณิธาน วัฒนายากร, ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ, ศรีอัมพร ศาลิคุปต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191027/image_big_5db59aa8b2c82.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>39904</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2019 17:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2019 17:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คดีจ่านิวคืบหน้า!&#039;กุนซือบิ๊กป้อม&#039;เผยข้อมูลตำรวจ-แจ้งสถานการณ์ต่อต่างชาติแล้ว</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1 ก.ค.62 - &amp;nbsp;ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษาพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงกรณีนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ จ่านิว ถูกดักทำร้ายว่า ทางพล.อ.ประวิตร กำลังจะเรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคงเพื่อดูความคืบหน้าตามที่ได้สั่งการไป ซึ่งได้มีการประชุมกันทุกวัน และได้กำชับให้เร่งคลี่คลายคดี และยังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลคุ้มครองคนที่ใช้สิทธิทางการเมืองให้ดี ซึ่งถือว่าสำคัญมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;โดยล่าสุดมีข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรายงานมาว่า กลุ่มคนที่ทำร้ายมีพฤติกรรมใกล้เคียงกับแก๊งค์ทวงหนี้ และมีข่าวเรื่องของการย้ายบ้านหนีด้วย&amp;quot;นายปณิธาน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายปณิธาน กล่าวด้วยว่า สำหรับต่างประเทศที่ให้ความสนใจเรื่องนี้นั้น เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ได้แจ้งความคืบหน้าของคดีนี้ให้กับนานาชาติที่กังวลต่อเรื่องนี้ผ่านทางเอกอัครราชทูตไปแล้ว ว่ารัฐบาลมีหน้าที่รับผิดชอบดูแลความปลอดภัยทุกคน และเรื่องที่เกิดขึ้นรัฐบาลไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่มีแรงจูงใจอะไรที่จะทำให้ประชาชนเดือดร้อน ทั้งนี้คดีนี้ยอมรับว่าเป็นคดีที่ได้รับความสนใจทั้งในและต่างประเทศ และเป็นคดีที่นายกฯและรองนายกฯได้กำชับแล้ว และทางผบ.ตร.ก็ลงมาดูแลด้วยตัวเอง ซึ่งนานาชาติก็มีความเข้าใจดีถึงความตั้งใจและให้ความสนใจต่อคดีนี้ &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนที่มีการโยงไปถึงกลุ่มทหารที่ทำเรื่องนี้นั้น นายปณิธาน ระบุว่า ต้องเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ได้คลี่คลายคดีก่อน ความสงสัยทุกคนก็มีได้ แตกต่างกันไป ดังนั้นต้องให้คดีคลี่คลายและชัดเจนก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า มองว่าคดีนี้จะบานปลายจนกระทบมาถึงรัฐบาลหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ไม่น่าจะถึงขนาดนั้น เพราะไม่มีใครได้ประโยชน์ อาจจะได้ประโยชน์เฉพาะกลุ่มเล็กๆเท่านั้น ซึ่งก็ต้องไปพิสูจน์ทราบ ว่าการทำแบบนี้ใครได้ประโยชน์ &amp;nbsp;อย่างไรก็ตามหากเจ้าหน้าที่สามารถคลี่คลายคดีได้เร็ว ลดความเคลือบแคลงสงสัยได้ ก็จะเป็นผลดี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/39904</URL_LINK>
                <HASHTAG>คดีทำร้ายร่างกาย, จ่านิว, ปณิธาน วัฒนายากร, สิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190701/image_big_5d19df0a34f34.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>31092</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/03/2019 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/03/2019 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>BRNขยายวงบึ้ม&#039;พัทลุง-สตูล&#039;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บิ๊กป้อม&amp;quot; ยกคณะลงพื้นที่ &amp;quot;พัทลุง-สตูล&amp;quot; ติดตามเหตุระเบิด ฟันธงฝีมือโจรใต้ไม่เกี่ยวการเมือง เผยคุมตัวผู้ต้องสงสัยสอบแล้ว 1 ราย &amp;quot;เลขาฯ สมช.&amp;quot; ระบุ 3 จังหวัดชายแดนใต้โดนคุมเข้ม ต้องขยายออกมาป่วนนอกพื้นที่ &amp;quot;หน่วยข่าว&amp;quot; ย้ำชัดขบวนการบีอาร์เอ็นใช้แนวร่วมในพื้นที่ชี้เป้าบึ้มก่อนหลบหนี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม &amp;nbsp;กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุระเบิดหลายจุดใน จ.พัทลุงและสตูลว่า จะลงไปดูและติดตามความคืบหน้าในพื้นที่เกิดเหตุ ซึ่งเบื้องต้นได้รับรายงานสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ยอมรับเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของผู้ก่อความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ &amp;nbsp;ซึ่งสถานการณ์ภาพรวมคิดว่าคงไม่มีอะไร ซึ่งเราป้องกันไว้หมดแล้ว แต่ที่เขาขึ้นมาก่อเหตุที่ จ.พัทลุงและสตูล เพราะเขาไม่สามารถก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ โดยเหตุการณ์ครั้งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องการเมือง&amp;quot; รองนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเวลา 13.30 น. พล.อ.ประวิตรพร้อมด้วย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร., พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม.เดินทางถึง อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง ประชุมผู้แทนหน่วยงานความมั่นคง ทหารและตำรวจในพื้นที่ รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ได้รับรายงานเรื่องการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ 1 ราย โดยอยู่ระหว่างการทำงานของชุดสืบสวน รวมทั้งทราบตัวกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ไม่ยืนยันถึงเหตุการณ์ทั้งหมดว่าจะใช่หรือไม่ ขอเวลาให้ตำรวจทำงานก่อน เร็วเกินไปที่จะตอบ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น พล.อ.ประวิตรและคณะเดินทางไปศาลากลางจังหวัดสตูล รับฟังบรรยายสรุปสถานการณ์ และให้กำลังประชาชนในพื้นที่ ก่อนเดินทางกลับ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า กล้องวงจรปิดสามารถจับภาพได้ว่าคนร้ายกลุ่มนี้มีอย่างน้อย 6 คน อายุประมาณ 18-30 ปี ใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะก่อเหตุ โดยกลุ่มคนร้ายสวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่นำภาพรถจักรยานยนต์ที่กล้องวงจรปิดจับภาพได้ไปเทียบเคียงกับข้อมูลรถหาย พบมีลักษณะคล้ายกับรถที่หายในพื้นที่ อ.ควนเนียง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า หน่วยข่าวกรองได้แจ้งเตือนเหตุดังกล่าวล่วงหน้า 1-2 วัน โดยเฉพาะวันที่จะมีการจัดคอนเสิร์ตที่พัทลุง ซึ่งหน่วยงานด้านความมั่นคงมีความกังวลเนื่องจากมีคนร่วมงานจำนวนมาก เบื้องต้นกล้องวงจรปิดสามารถจับภาพบุคคลและจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล ซึ่ง 1-2 วันนี้จะมีความคืบหน้าจากในพื้นที่
รู้ตัวมือบึ้ม &amp;#39;สตูล-พัทลุง&amp;#39;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธานกล่าวว่า ผู้ที่อยู่ในภาพวงจรปิดทราบแล้วว่าเป็นผู้มีชื่ออยู่ในระบบ แต่ก็ต้องมีการพิสูจน์ทราบและสอบปากคำตามขั้นตอน ซึ่งเข้าใจว่าขณะนี้สามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยได้บ้างแล้ว &amp;nbsp;และต้องรอการสอบปากคำที่อาจขยายผลต่อไปได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในภาพรวมพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้ถือว่าการเฝ้าระวังทำได้ดี ทำให้หลายกลุ่มอาจจะต้องเลือกออกไปเคลื่อนไหวนอกพื้นที่ เพราะการพยายามแสดงสัญลักษณ์ในช่วงนี้จะถูกควบคุมไว้ค่อนข้างมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้รับการแจ้งเตือนอย่างต่อเนื่องจนถึงช่วงกลางเดือน จะต้องระมัดระวังไม่ให้เหตุร้ายเกิดขึ้น &amp;nbsp;ซึ่งอาจยาวไปถึงวันเลือกตั้ง&amp;quot; ที่ปรึกษา พล.อ.ประวิตรกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นสืบสวนสอบสวน แต่ที่ประเมินไว้อาจจะเป็นการก่อเหตุของผู้ก่อความไม่สงบจากในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้และขยายพื้นที่ออกมา รวมทั้งอาจเป็นเรื่องของการเมืองและการขัดแย้งทางผลประโยชน์ของกลุ่มอิทธิพลต่างๆ ก็เป็นได้ ซึ่งยังไม่มีข้อสรุป&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ดูจากระเบิดที่ใช้ก่อเหตุแล้วเพื่อให้เกิดความตระหนกและหวาดกลัว เป็นระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์ ไม่มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเกิดขึ้น&amp;quot; เลขาฯ สมช.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร.ก็เดินทางลงพื้นที่ จ.พัทลุงและสตูล เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีลอบวางระเบิดหลายจุด โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นส่วนตัวเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และ กกต.กับตำรวจก็ร่วมกันวางแผนเพื่อดูแลความปลอดภัยของหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่แล้ว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ในส่วนของตำรวจเองก็มีการออกคำสั่งตั้งจุดตรวจจุดสกัดโดยเฉพาะอาวุธปืน วัตถุระเบิด และอุปกรณ์ประกอบวัตถุระเบิดต่างๆ ตามที่ได้รับมอบหมายจาก กกต.&amp;quot; รอง ผบ.ตร.กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ จ.สตูล พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร ผกก.สภ.เมืองสตูล กล่าวถึงความคืบหน้าคดีระเบิดว่า ได้ไล่ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในสถานที่เกิดเหตุแล้ว พบมีผู้ต้องสงสัย 1 ราย ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดที่โรงรถของกลางของ สภ.เมืองสตูล หลังจากนั้นจึงเกิดระเบิดขึ้น ส่วนระเบิดที่ร้านโมกเจริญพาณิชย์ &amp;nbsp;ย่านถนนสายยนตรการกำธรสตูล-รัตภูมิ หมู่ที่ 6 ต.คลองขุด อ.เมืองสตูล ก็พบคนร้าย 2 คน ขับขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดหน้าร้านแล้วกลับออกไป จากนั้นมีการระเบิด โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังดำเนินการสืบสวนสอบสวนอย่างใกล้ชิดเพื่อคลี่คลายคดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่าลูกระเบิดที่คนร้ายนำมาวางในพื้นที่ สภ.เมืองสตูล เป็นชนิดระเบิดมอเตอร์ไซค์บอมบ์ &amp;nbsp;และระเบิดกล่องเหล็ก ซึ่งคนร้ายนิยมใช้กันในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ จ.พัทลุง พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง กล่าวถึงคดีระเบิดในพื้นที่ อ.เมืองและ อ.ปากพะยูน จ.พัทลุง 11 จุดว่า ได้แต่งตั้งคณะทำงานขึ้นมา 1 ชุดเพื่อเร่งคลี่คลายคดี &amp;nbsp;โดยมีการเก็บพยานหลักฐานในทุกด้านที่คิดว่าจะเกี่ยวพันกับรูปคดี เบื้องต้นขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ข้อมูลความคืบหน้าเกี่ยวกับการก่อเหตุของกลุ่มคนร้ายมามากพอสมควร แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้
บีอาร์เอ็นขยายพื้นที่ป่วน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุจะมาจากเรื่องอะไรต้องรอให้จับกุมผู้ต้องหาให้ได้ก่อน โดยขณะนี้ได้ส่งระเบิดของกลางไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 10 จังหวัดยะลา เพื่อดูสารระเบิดและตรวจดูระบบการจุดชนวน เปรียบเทียบกับระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่าตรงกันหรือไม่ เบื้องต้นจากการเก็บชิ้นส่วนของวัตถุระเบิดพบในพื้นที่ อ.เมืองพัทลุง และ อ.ปากพะยูน มี 2 แบบ &amp;nbsp;โดยแบบที่วางในร้านค้านั้นส่วนใหญ่จะไม่มีชิ้นส่วนของสะเก็ดระเบิด ขณะที่ระเบิดที่วางด้านนอกริมถนนจะพบมีชิ้นส่วนของสะเก็ดระเบิดอยู่ รวมทั้งการวางแต่ละลูกไม่ห่างกันมากนัก ทิ้งระยะเวลาระเบิดเพียงแค่ 20-30 นาทีต่อลูก&amp;quot; ผบก.จว.พัทลุงกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง กล่าวว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นคงไม่มีผลกระทบต่อการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง เนื่องจากพื้นที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดแต่อย่างใด แต่เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยวที่จะเข้ามา โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จังหวัดจึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครองร่วมกันวางมาตรการรักษาความปลอดภัยชีวิตและทรัพย์สินอย่างจริงจังต่อเนื่อง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ได้ขอความร่วมมือประชาชนให้จับตาบุคคลต่างถิ่นที่เข้ามาในพื้นที่ จ.พัทลุง หากพบพฤติกรรมต้องสงสัยก็ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ได้รับทราบทันที และหากพบวัตถุต้องสงสัยก็ให้แจ้งโดยด่วนเพื่อป้องกันความปลอดภัย&amp;quot; ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุงกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ระบุว่า ระเบิดที่เกิดขึ้นใน จ.พัทลุงและสตูลนั้น ผู้ที่สั่งการและปฏิบัติการเป็นแนวร่วมขบวนการแบ่งแยกดินแดนบีอาร์เอ็นจากพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประกอบระเบิดในพื้นที่ และมีแนวร่วมในพื้นที่เป็นผู้ชี้เป้าในการวางระเบิดครั้งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หน่วยข่าวความมั่นคงระบุด้วยว่า ก่อนหน้านี้ประมาณ 10 วัน แนวร่วมในพื้นที่ 3 จังหวัด 4 อำเภอ ได้ทำการพ่นสีสเปรย์บนถนน กำแพง สะพาน ป้ายต่างๆ ในพื้นที่ จ.ปัตตานี, ยะลา, นราธิวาส และ อ.เทพา, อ.สะบ้าย้อย ของ จ.สงขลา ข้อความว่า &amp;quot;ปัตตานี 110&amp;quot; ซึ่งหมายถึงสนธิสัญญาแองโกล-สยาม ที่ทำขึ้นกับประเทศอังกฤษเกี่ยวกับดินแดน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งขบวนการแบ่งแยกดินแดนนำเอามาเป็นเงื่อนไข โดยสนธิสัญญาฉบับดังกล่าวครบ 110 ปีเมื่อวันที่ 10 มี.ค.62 ซึ่งตรงกับเหตุการณ์วางระเบิดแสวงเครื่องใน 2 จังหวัด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;สาเหตุของการขยายพื้นที่ก่อเหตุจาก 3 จังหวัดภาคใต้ 4 อำเภอสงขลาไปยังพัทลุงและสตูล เนื่องจากหลังการพบแนวร่วมมีการเคลื่อนไหวพ่นสีเชิงสัญลักษณ์จำนวน 100 กว่าจุด กอ.รมน.ภาค 4 สน.ได้สั่งการให้ป้องกันการก่อเหตุอย่างเข้มงวด ทำให้แนวร่วมถือโอกาสก่อเหตุร้ายด้วยการขยายพื้นที่ไปยังนอกเขต 4 จังหวัดแทน เพราะเจ้าหน้าที่คาดไม่ถึงและไม่มีการป้องกัน&amp;quot; หน่วยข่าวความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนั้น บีอาร์เอ็นต้องการสื่อให้หน่วยงานความมั่นคงเห็นว่าพวกตนมีความสามารถในการก่อเหตุนอกพื้นที่ 4 จังหวัด และต้องการสร้างความสับสนให้เจ้าหน้าที่รัฐ ต้องการให้เห็นถึงความล้มเหลวในการป้องกันเหตุของเจ้าหน้าที่รัฐ และต้องการที่จะต่อรองกับหน่วยงานความมั่นคงในเรื่องของการพูดคุยสันติสุข เพื่อให้เกิดความได้เปรียบในเวทีการพูดคุย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ข้อมูลด้านการข่าวพบว่า หลังปฏิบัติการแล้วกลุ่มที่ก่อเหตุได้เดินทางออกจากพื้นที่เพื่อป้องกันการติดตามจับกุม&amp;quot; แหล่งข่าวความมั่นคงระบุ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการอีโอดีซึ่งเป็นชุดลาดตระเวนค้นหาสรรพาวุธและวัตถุระเบิด กองร้อย อส.หาดใหญ่ ได้ออกดูแลความปลอดภัยและตรวจสอบรถที่อยู่ในข่ายต้องสงสัย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในย่านเศรษฐกิจการค้า ทั้งตลาดพลาซาและย่านการค้าถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งการตรวจสอบจะทำอย่างต่อเนื่องเป็นไปตามมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดในช่วงนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/31092</URL_LINK>
                <HASHTAG>กู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์, ปณิธาน วัฒนายากร, พ.ต.อ.พชรพล ณ นคร, พล.ต.ต.ธรัฐชา ถมปัทม์, พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา, พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย, พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ, พล.อ.วัลลภ รักเสนาะ, รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190311/image_big_5c86723dbf414.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>21411</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทิ้งพท.หนี&#039;เจ๊หน่อย&#039; อ๋อย-เหลิม-พิชัยจ่อซบ&#039;ทรช.&#039; พลังประชารัฐเดินสาย4ภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เพื่อแม้ว&amp;quot; ระส่ำหนัก! แกนนำ-อดีต ส.ส.ไหลแห่ซบพรรคอะไหล่ หึ่ง &amp;quot;ลูกเจ๊เบียบ&amp;quot; จ่อขึ้นหัวหน้าไทยรักษาชาติ &amp;quot;ลูกพายัพ-ลูกพิชัย&amp;quot; มาร่วมด้วย เฉลยแล้วเหตุทิ้ง พท.ไม่อยากร่วมงานกับ &amp;quot;หญิงหน่อย&amp;quot; สะพัด &amp;quot;อ๋อย-พิชัย-นพดล-ปลอด-เหลิม&amp;quot; จ่อเผ่นหนีไปซบ ทรช.ด้วย &amp;quot;วรวัจน์&amp;quot; รับไป ทรช.แล้ว จับตาวันเปิดตัวจะมีสมาชิก พท.หลายคนไปร่วม &amp;quot;โอ๊ค&amp;quot; ลั่นพร้อมเล่นการเมืองตั้งแต่เกิดเป็นลูกทักษิณ &amp;nbsp;&amp;quot;ธนาธร&amp;quot; ควง &amp;quot;แม่สมพร&amp;quot; ลงพื้นที่เยาวราช การันตีลูกชายไม่เข้าไปกอบโกย &amp;quot;ปณิธาน&amp;quot; ยันพร้อมเปิดทางต่างชาติมาสังเกตการณ์
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันจันทร์ มีรายงานข่าวจากพรรคไทยรักษาชาติ (ทรช.) ว่า ในวันที่ 7 พ.ย.นี้จะมีการเปิดตัวพรรคและผู้ที่จะมาร่วมงานการเมืองด้วยเป็นครั้งแรกที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ จุดประสงค์การทำพรรคดังกล่าวเพื่อชูภาพความเป็นคนรุ่นใหม่ เน้นคะแนนในระบบบัญชีรายชื่อเป็นหลัก นำคะแนนไม่ทิ้งน้ำมาคำนวณเป็น ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ส่วนระบบเขตที่พรรคเพื่อไทย (พท.) มีความแข็งแกร่งด้านผู้สมัคร เน้นทางด้านนี้ไป ซึ่งคนที่มาร่วมงาน ทรช.จะเต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่จาก พท.เดิม และอีกหลายพรรคการเมืองมีทั้งในส่วนที่เป็นลูกหลานทายาทนักการเมือง และคนรุ่นใหม่จากแวดวงนักธุรกิจในวัยไม่เกิน 45 ปีเป็นหลัก อาทิ น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ, นายพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชายนายพิชัย, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช อดีต ส.ส.ขอนแก่น พรรค พท.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของหัวหน้าพรรค ทรช.นั้นกำลังเร่งพิจารณา โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตัดสินใจเลือก ร.ท.ปรีชาพลขึ้นเป็นหัวหน้าพรรค นอกจากนี้ยังมีการทาบทามนายมิตติ ติยะไพรัช ประธานสโมสรเชียงราย ยูไนเต็ด บุตรชายนายยงยุทธให้มาร่วมงานด้วย
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; รายงานข่าวเปิดเผยอีกว่า พรรค ทรช.ตั้งขึ้นมาไม่เพียงเน้นคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อเป็นหลัก ส่วนหนึ่งยังหวังดึงคะแนนนิยมจากพรรคอนาคตใหม่ (อนค.) ที่มีนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นหัวหน้าพรรคด้วย ผ่านการชูนโยบายเพื่อคนรุ่นใหม่ที่จับต้องได้ กับอุดมการณ์ที่แน่วแน่ทางประชาธิปไตยไปพร้อมกัน ในส่วนของแกนนำพรรค พท.ที่ปรากฏชื่อก่อนหน้านี้ทั้งนายนพดล ปัทมะ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง, &amp;nbsp;นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ในวันนี้ต่างยังเป็นสมาชิกพรรค พท. แต่ในวันข้างหน้ายังไม่แน่ชัดว่าจะไปร่วมงานกับพรรค ทรช.หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานข่าวจากพรรค พท.เผยว่า หลังจากคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ เข้ามาทำหน้าที่ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ทำให้แกนนำพรรคอดีต ส.ส.หลายคนที่มีแนวคิดทางการเมืองนโยบาย และยุทธศาสตร์การเลือกตั้งที่แตกต่างออกไปเตรียมลาออกจากสมาชิกพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่น ล่าสุด นายพชร นริพทะพันธุ์ บุตรชายนายพิชัยที่เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของคุณหญิงสุดารัตน์ ก็อยู่ระหว่างตัดสินใจจะไปร่วมงานกับพรรค ทรช.เช่นกัน&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ นายยงยุทธ ติยะไพรัช, นายจตุพร พรหมพันธุ์ กองเชียร์คนสำคัญพรรคเพื่อชาติ (พช.), &amp;nbsp;นายสมชาย-นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ผู้สนับสนุนพรรคเพื่อธรรม (พธ.) ต่างแยกออกไปทำงานการเมืองของตัวเอง โดยสาเหตุหนึ่งเนื่องจากมีความคิดเห็นไปคนละทางกับคุณหญิงสุดารัตน์ ขณะเดียวกันได้ส่งคนสนิทประสานอดีต ส.ส. สมาชิกพรรค พท.บางคนที่สนิทสนมกันให้ไปร่วมงานการเมืองด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นที่รับรู้มาโดยตลอดว่ามีความแตกแยกทางความคิดกับคุณหญิงสุดารัตน์อย่างรุนแรง แม้วันนี้ยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่ แต่ก็ได้ปรึกษากับคนใกล้ชิดถึงอนาคตทางการเมืองว่าจะยังร่วมงานกับพรรคเพื่อไทยต่อไปหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้มีรายงานว่า แกนนำพรรค พท.ที่ตัดสินใจไปร่วมงานกับพรรค ทรช.ประกอบด้วย นายจาตุรนต์ ฉายแสง, นายนพดล ปัทมะ, นายปลอดประสพ สุรัสวดี แต่ในการประชุมเลือกคณะกรรมการบริหารพรรค ทรช.ที่จะมีขึ้นในวันที่ 7 พ.ย.นี้ จะยังไม่มีการเปิดตัวอดีตรัฐมนตรีของพรรค พท. แต่จะมีอดีต ส.ส.ของพรรคไปร่วม&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายพิชัย นริพทะพันธุ์ แกนนำพรรค พท.กล่าวถึงกระแสข่าวเตรียมลาออกจากพรรคไปร่วมงานกับ ทรช.ว่า ในวันนี้ยังเป็นสมาชิกพรรค พท. ส่วนกระแสข่าวที่ออกมาเพิ่งทราบ ขอพิจารณาอีกสักระยะ
&amp;#39;วรวัจน์&amp;#39; ทิ้ง พท.ซบ ทรช.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล อดีต ส.ส.แพร่ พรรค พท.เปิดเผยว่า ได้ลาออกจากความเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยแล้ว และจะมีนักการเมืองคนรุ่นใหม่จาก พท.ส่วนหนึ่งไปร่วมงานกับ ทรช.ด้วย ตนจะเข้าไปช่วยงานด้านนโยบายและยุทธศาสตร์ของพรรคเป็นหลัก ส่วนความกังวลจากชาวบ้านที่ดูแล้วจะนิยมพรรค พท.มากกว่านั้น คงแล้วแต่ชาวบ้านอยู่ที่ตัวบุคคลกับการอธิบาย ทั้งนี้ไม่ใช่ความแตกแยกหรือไม่พอใจแกนนำพรรคบางคน อาจเป็นเรื่องของแนวคิดทางด้านนโยบายของแต่ละท่านและหลายสาเหตุ ทำให้เราต้องช่วยกันคนละฝั่ง&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ามีกระแสข่าวออกมาจะสร้างแบรนด์ให้พรรค ทรช.เป็นพรรคคนรุ่นใหม่ นายวรวัจน์กล่าวว่า &amp;quot;ไปในทางคนรุ่นใหม่ ขอให้จับตาดูดีๆ ไม่แน่พรรค ทรช.จะได้คะแนนนิยมกลายเป็นพรรคอันดับ 2 เลย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงข่าวว่าจะมีการผลักดันทายาททางการเมืองทั้ง ร.ท.ปรีชาพล, นายมิตติ ให้มีตำแหน่งในพรรค ทรช.ด้วย นายวรวัจน์บอกว่า &amp;quot;ขอให้รอดูการเปิดตัวในวันที่ 7 พ.ย.ที่จะมีสมาชิกจากพรรคเพื่อไทยเดิมไปร่วมเปิดตัวหลายคน ส่วนบุคคลต่างๆ ขอให้รอดูทีเดียวในวันดังกล่าว หากบอกออกไปนักข่าวรู้หมด เดี๋ยวจะไม่ตื่นเต้น ยืนยันไม่ใช่การฮั้วกันของสองพรรคการเมืองระหว่าง พท.กับ ทรช. เพราะต่างคนต่างดำเนินการ แต่ในความสัมพันธ์ส่วนบุคคลเราอาจใกล้ชิดกัน เพราะอยู่ด้วยกันมานานตั้งแต่พรรคไทยรักไทย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อดีต ส.ส.อุดรธานี พรรค พท. และหนึ่งใน ส.ส.ที่สนิทสนมกับ ร.ต.อ.เฉลิม เปิดเผยถึงกระแสข่าวเตรียมไปร่วมงานกับพรรคการเมืองอื่นว่า เมื่อเร็วๆ นี้ได้พบกับ ร.ต.อ.เฉลิม แต่ไม่ได้พูดอะไรถึงกระแสข่าวดังกล่าว ส่วนตนยังอยู่กับพรรค พท.ต่อไป อยู่กับพรรคนี้มาตั้งแต่ต้นจะกระโดดไปที่อื่นไม่ได้ ยอมรับว่าชาวบ้านเริ่มรับรู้ถึงการก่อตั้งพรรค ทรช.บ้างแล้ว แต่ก็ยังมีความสงสัยในพรรคดังกล่าวเหมือนกับตน หากมีการประชุมพรรคคราวหน้าจะขอสอบถามในที่ประชุม แต่คงไม่ได้จะตั้งขึ้นมาเพื่อฮั้วกัน จะมีความผิดตามกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายนายทักษิณ กล่าวว่า เรื่องการเข้าทำงานการเมืองนั้น ตนก็มีความพร้อมตั้งแต่เกิดเป็นลูกของนายทักษิณแล้ว พร้อมสนับสนุนพรรคการเมืองที่เป็นประชาธิปไตยทุกรูปแบบ ส่วนเรื่องที่อดีตสมาชิกพรรคเพื่อไทยจะแยกตัวไปตั้งพรรคการเมืองใหม่ก็เป็นสิทธิ์ของแต่ละบุคคล เรื่องที่มีแกนนำพรรคเพื่อไทยหลายรายจะแยกออกไปตั้งพรรคใหม่นั้นยังไม่ชัดเจนอะไร เอาเป็นว่าสนับสนุนทุกพรรคการเมืองที่สนับสนุนประชาธิปไตย ส่วนคนที่จะสืบทอดอำนาจนั้นตนไม่เห็นด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อมองสถานการณ์ทางการเมือง พร้อมที่จะเข้ามาทำงานการเมืองกับครอบครัวตระกูลชินวัตรเต็มตัวหรือยัง นายพานทองแท้กล่าวว่า ก็ขึ้นอยู่กับเหตุการณ์ ขอดูจังหวะที่เหมาะสม &amp;nbsp;เมื่อถามว่าพรรคการเมืองแรกที่สนใจจะไปทำงานด้วยคือพรรคไทยรักษาชาติหรือไม่ นายพานทองแท้ กล่าวว่า ลงลึกในรายละเอียดไป ยังพูดอะไรไม่ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค พท.ปฏิเสธกระแสข่าวอดีตรัฐมนตรีของพรรคจะย้ายไปสังกัดพรรค ทรช. แต่ยอมรับว่ารัฐธรรมนูญวางกติกา ทำให้นักการเมืองที่ต้องการรับใช้ประชาชนต้องหาทางเลือกเพื่อให้ได้ทำหน้าที่ต่อไป หากจะมีแกนนำของพรรค พท.ย้ายไปจริงก็ไม่ใช่ความแตกแยก แต่เป็นสิทธิที่ทุกคนจะเลือกตัดสินใจอนาคตของตัวเอง เชื่อว่าการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคพท.และพรรค ทรช.จะไม่ถูกมองเป็นการฮั้วกันทางการเมือง เนื่องจากรัฐธรรมนูญได้ออกแบบให้การเมืองเป็นลักษณะนี้ ส่วนการส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรค พท.จะเน้นพื้นที่ที่มั่นใจ แต่ไม่ทราบแนวทางของพรรค ทรช.ว่าจะส่งผู้สมัครอย่างไร&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังปฏิเสธข่าวที่ระบุว่า แกนนำที่ย้ายออกไปมีความขัดแย้งกับคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานคณะยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย
ปัดข่าวแกนนำทิ้ง พท.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวัฒนา เมืองสุข แกนนำพรรค พท.ปฏิเสธกระแสข่าวลือการย้ายพรรคของสมาชิกพรรค พท.บางคน เนื่องจากมีความเห็นไม่ตรงกันเกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์ว่า ข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง &amp;nbsp;จากการสอบถามแกนนำพรรค พท.ส่วนใหญ่ ยืนยันหนักแน่นว่าจะอยู่กับพรรค พท.โดยไม่เคยมีความคิดจะย้ายพรรค และไม่ได้มีปัญหาความขัดแย้งเกี่ยวกับคุณหญิงสุดารัตน์ และยังพร้อมที่จะร่วมมือกันนำพาพรรค พท.ไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้ง ซึ่งแกนนำยืนยันว่าไม่คิดจะย้ายพรรค ล้วนแต่เป็นผู้มีอาวุโสทางการเมืองสูง เช่น นายโภคิน พลกุล, นายปลอดประสพ สุรัสวดี, นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา, &amp;nbsp;นายชัยเกษม นิติสิริ, นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง และตน เป็นต้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;พรรคเพื่อไทยไม่ได้มีความแตกแยกตามข่าวลือ ส่วนใครที่ตัดสินใจย้ายพรรคถือเป็นดุลยพินิจส่วนตัว แต่ไม่ได้เป็นเพราะมีความขัดแย้ง พรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม มีความเป็นสถาบัน ใครมาเป็นผู้นำก็ต้องเดินตามนโยบายของพรรคตามที่เห็นร่วมกัน และทุกคนในองค์กรก็มีความเชื่อมั่นว่าคุณหญิงสุดารัตน์ ในฐานะประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งจะนำพาพรรคให้ประสบความสำเร็จในการเลือกตั้งได้&amp;quot; นายวัตนากล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;นายพายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรค พท.และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า เป็นการรู้กันทั่วไปรัฐบาล คสช.ต้องการสืบทอดอำนาจ อยากเป็นรัฐบาลต่อ คนที่เป็นนายกฯ ในขณะนี้ที่มาจากการยึดอำนาจรัฐประหารก็อยากอยู่ต่อ มีการเตรียมการใช้กระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ สั่งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทำคะแนนหรือปั่นคะแนนให้ฝ่ายตนเองชนะเลือกตั้ง คราวนี้การเลือกตั้ง กกต.จะใช้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งประจำหน่วย หมู่ใครหมู่มัน กกต.จะเลื่อนปิดหีบออกไปจนถึงห้าโมงเย็น ตั้งใจให้ประชาชนไปลงคะแนนจริงๆ หรือจะปั่นคะแนนใส่หีบให้ใครหรือไม่ &amp;nbsp;จะซื้อยกหน่วยอย่างที่เป็นข่าวหรือไม่ ถ้ากรรมการประจำหน่วยคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ถูกชาวบ้านจับได้ถ่ายคลิปถ่ายวิดีโอเผยแพร่ คนรับกรรมคือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่จะถูกดำเนินคดีจะติดคุกแทน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่โรงแรมทินิดี แอท บางกอก กอล์ฟ คลับ จ.ปทุมธานี พรรคเพื่อธรรม นำโดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค และคณะกรรมการพรรคร่วมประชุมใหญ่วิสามัญ มีสมาชิกจำนวน 300 คนร่วมประชุมเพื่อเลือกคณะกรรมการสรรหาผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยนายสมพงษ์กล่าวว่า ยินดีที่จะมีอดีต ส.ส.เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรค ที่ถูกมองว่าจับมือกับพรรคเพื่อไทย พรรคเพื่อชาติหรือไม่นั้น ความจริงแล้วคนละพรรคกัน คนอื่นจะเข้าใจอย่างไรหรือคิดอะไรคงไปควบคุมไม่ได้ พรรคจะส่งผู้สมัครให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขึ้นอยู่กับประชาชนจะให้การสนับสนุนพรรคอย่างไร คาดว่าคงจะได้ ส.ส.เกิน 20 คน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่ปากซอยแปลงนาม ถนนเยาวราช นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่, นางสาวพรรณิการ์ วานิช โฆษกพรรค, นายรณวิต หล่อเลิศสุนทร รองหัวหน้าพรรค, นางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ &amp;nbsp;มารดาของนายธนาธร, ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล พร้อมคณะทำงาน ออกเดินเพื่อพูดคุยพบปะกับประชาชน พร้อมรับสมัครสมาชิกพรรค ภายใต้แคมเปญ &amp;quot;กรุงเทพขยับ&amp;quot; โดยเป็นการเดินระยะทาง 1.3 กม. ตั้งแต่ปากซอยแปลงนามเข้าสู่ย่านสำเพ็ง ก่อนกลับมายังร้านกาแฟเอี๊ยะแซภายในซอยวัดเกาะ โดยตลอดเส้นทางมีประชาชนในย่านเยาวราชให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ไม่มีเหตุการณ์วุ่นวายใดๆ เกิดขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายธนาธรกล่าวว่า สาเหตุที่เราเลือกพื้นที่เยาวราชเพราะเป็นพื้นที่ใกล้กับย่านบางรัก ซึ่งเป็นย่านที่ตนและครอบครัวอาศัยในวัยเด็ก จึงเป็นการดีที่จะเริ่มจากพื้นที่ที่เราเติบโตมา ซึ่งผลตอบรับในวันนี้ถือว่าดีมาก
สมพรการันตีลูกชายไม่โกง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ว่าการเดินในวันนี้จะมีประชาชนต่อต้านเหมือนกรณีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผู้ก่อตั้งพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) นายธนาธรกล่าวว่าไม่กังวล เราทุกคนมีสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น เราเองไม่ได้ทำอะไรให้ประชาชนรู้สึกโกรธแค้น เราจะยืนเพื่อผลประโยชน์ของประชาชน และต้องการเอาประชาธิปไตยกลับมาสู่ประเทศไทย เพราะฉะนั้นตนเชื่อว่าเราไม่ได้เป็นคู่ขัดแย้งกับใคร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่าวันที่ 22 พ.ย.ที่ กกต.จะเชิญพรรคการเมืองร่วมหารือมีข้อกังวลหรือไม่ นายธนาธรกล่าวว่า ยังไม่มี แต่กลัวอย่างเดียวว่า กกต.จะใช้พรรคการเมืองในการประชุมครั้งนี้เป็นข้ออ้างในการเลื่อนการเลือกตั้ง หรือพยายามขุดหาข้ออ้างอื่นๆ อีกมากมาย แต่หากเงื่อนไขไม่ได้อยู่ที่พรรคการเมืองแล้ว คสช.คงไม่มีข้ออ้างใดๆ จะมาเลื่อนเลือกตั้งอีกแล้ว เรายังนิ่งนอนใจไม่ได้ว่าการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือน ก.พ.ตามคำกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนางสมพรกล่าวว่า แน่นอนว่าตนอยากเห็นลูกชายประสบความสำเร็จสูงสุดในเส้นทางการเมือง ตนกล้าการันตีว่าเด็กคนนี้ไม่ได้หวังเข้ามาเล่นการเมืองเพื่อกอบโกยผลประโยชน์ เพราะเขาไม่ได้ต้องการ แต่เขาต้องการเข้ามาช่วยสังคม และคิดว่าเขาน่าจะทำได้ดีระดับหนึ่ง ขณะที่พื้นเพของครอบครัวเราเองไม่ได้โตมาจากสายการเมือง ที่ต้องเข้ามากอบโกยผลประโยชน์เพื่อถอนทุน พอถามเขาว่าจะเลือกอะไรระหว่างบริษัทกับประเทศไทย เจ้าตัวตอบทันทีว่าประเทศไทย จึงเข้าใจในความตั้งใจของลูกชาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อเวลา 17.00 น. ที่โรงแรมรอยัล ปริ๊นเซส นายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ว่าที่รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) และนายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าที่โฆษกพรรค ร่วมแถลงข่าวเปิดหลักสูตรและทีมงานสถาบันปัญญาประชารัฐ 14 คน &amp;nbsp;โดยมีนายชวน ชูจันทร์ ผู้ก่อตั้งพรรคและว่าที่กรรมการบริหารพรรคร่วมด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;โดยนายสุวิทย์กล่าวว่า เบื้องต้นได้กำหนดลงพื้นที่รับฟังความเห็นประชาชนและเปิดรับสมาชิกพรรคใน 4 ภาค โดยเริ่มที่ภาคอีสาน คือ จ.ขอนแก่นเป็นที่แรก ในวันที่ 17-18 พ.ย. จากนั้นวันที่ 24-25 &amp;nbsp;พ.ย.ภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ วันที่ 1-2 ธ.ค.ภาคใต้ที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา และปิดท้ายที่กรุงเทพฯ วันที่ &amp;nbsp;15-16 ธ.ค.เพื่อรับฟังปัญหาที่จะนำมาปลดล็อก หากหลังเลือกตั้งพรรคได้เป็นรัฐบาลจะได้นำตรงนี้ไปทำให้สำเร็จ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายกอบศักดิ์กล่าวว่า วันที่ 8 พ.ย.ตนจะเปิดทีมประชาสัมพันธ์และโซเชียลมีเดีย รวมถึงทีมโฆษกพรรค ที่สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นได้แนะนำทีมงานทั้ง 14 คน โดยมีนายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ว่าที่กรรมการบริหารพรรค หลานชายนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำกลุ่มสามมิตรร่วมแนะนำตัวด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ Mirror Caf&amp;#39;e มูลนิธิกระจกเงา ถ.แจ้งวัฒนะ พรรคสามัญชนจัดงานเปิดตัวพรรคในชื่อกิจกรรม &amp;nbsp;&amp;quot;งานเปิดบ้านสามัญชน สามัญชนเดินหน้า WE WALK TO WE VOTE&amp;quot; เพื่อแถลงแนวคิดและจุดยืนของพรรค พร้อมการอภิปรายจากสมาชิกพรรคที่มาจากเครือข่ายภาคประชาชนในพื้นที่ต่างๆ โดยมีนายเลิศศักดิ์ คำคงศักดิ์ ว่าที่หัวหน้าพรรค, นายกิตติชัย งามชัยพิสิฐ ว่าที่เลขาธิการพรรค, น.ส.ชุมาพร &amp;nbsp;แต่งเกลี้ยง ว่าที่รองหัวหน้าพรรค, นายปกรณ์ อารีกุล ว่าที่โฆษกพรรค และมีสมาชิกผู้ร่วมก่อตั้งพรรค &amp;nbsp;อาทิ นายจอน อึ๊งภากรณ์, นายนิมิตร เทียนอุดม เป็นต้น
&amp;nbsp;ต่างชาติสังเกตการณ์ได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; นายปณิธาน วัฒนายากร ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม) กล่าวถึงการประเมินสถานการณ์หลังฝ่ายการเมืองเริ่มเคลื่อนไหวได้ว่า การประเมินทำตามวงรอบ โดย พล.อ.ประวิตรได้กำชับให้ประเมินใกล้ชิด ถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อการเตรียมพื้นที่เพื่อให้เกิดความปลอดภัย เพราะกิจกรรมทางการเมืองมีเพิ่มขึ้นและบางรูปแบบซับซ้อนขึ้น &amp;nbsp;เรื่องการใช้สื่อสมัยใหม่ก็เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่เสมอ ดังนั้นการสรุปว่ามันกระทบกระเทือนความมั่นคงหรือไม่จะเป็นกุญแจในการปฏิบัติงาน หากอะไรไม่กระทบหรือเป็นเรื่องการเปิดพื้นที่จะต้องอาศัยความอดทนอดกลั้นในการฟัง ฝ่ายความมั่นคงคงไม่มีปัญหาอะไร เข้าใจดีว่าเป็นฤดูกาลหาเสียง แต่อะไรที่กระทบและเกี่ยวข้องกับกฎหมายหลายฉบับที่มีอยู่แล้ว เช่นการยุยงปลุกปั่น ตรงนี้ทำไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนสถานการณ์ในลักษณะรุนแรงตอนนี้ยังไม่มี ยังเฝ้าระวังปกติ และเตรียมพื้นที่เมื่อมีการกำหนดพื้นที่หาเสียงชัดเจน เพื่อฝ่ายความมั่นคงจะได้เข้าไปทำงานในพื้นที่ ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความปลอดภัย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายปณิธานกล่าวว่า สำหรับการปลดล็อกทางการเมือง พล.อ.ประวิตรย้ำชัดว่าอยากเห็นพัฒนาการที่ชัดในเดือน ธ.ค.นี้ และพรรคการเมืองมุ่งหวังที่จะให้ปลดล็อกในเดือนดังกล่าว&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะให้ต่างประเทศเข้ามาสังเกตการณ์การเลือกตั้งในประเทศไทย นายปณิธานกล่าวว่าเป็นเรื่องของ กกต. ซึ่งองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ ทำเรื่องขอเข้ามาสังเกตการณ์หลายองค์กรแล้ว บางหน่วยงานได้พบปะพูดคุยกับ กกต.แล้ว พร้อมยื่นหนังสือแสดงความต้องการเข้ามาสังเกตการณ์ เราตั้งข้อสังเกตว่าการเข้ามาสังเกตการณ์ทำได้ในหลายรูปแบบ เพราะมีสถานทูตต่างประเทศในไทยที่สามารถเข้ามาสังเกตการณ์ได้ว่าเป็นอย่างไร ไม่ใช่ดูเฉพาะวันเลือกตั้ง ควรมาดูตั้งแต่ตอนนี้ที่มีขั้นตอนการเลือกผู้บริหารพรรค องค์กรเอกชนก็เข้ามาได้เลย เพื่อทำให้บรรยากาศชัดเจนโปร่งใส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.กล่าวตอนหนึ่งระหว่างนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี นำประชาคมวิจัยทั้งภาครัฐ เอกชน และมหาวิทยาลัย จำนวน 500 คนเข้าพบ เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นร่วมกับนักวิจัยด้าน Bio-Circular-Green (BCG) Economy เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนว่า ประชาธิปไตยก็คือประชาธิปไตย ยังไงก็ต้องไปตรงนั้นอยู่แล้ว วันนี้ผมถือว่าประชาธิปไตยเต็มที่ ใครจะด่าว่าอะไรผมรับหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า แม้กระทั่งโครงการไทยนิยมหลายคนบอกไม่เกิดประโยชน์ ใช้งบ 2 แสนต่อหมู่บ้าน ตนไม่ได้รับรองว่าผิดหรือถูก แต่พูดในหลักการว่าเรานำลงทุกหมู่บ้าน นี่คือหลักการที่หลายคนบอกว่าทำไมไม่ทำแบบจีน ก็นี่แหละคือสิ่งที่เขาทำในประเทศเขา และประยุทธ์นี่แหละนำมาทำ ตนก็รู้จักเขาเอาคนไปทำประชาคมหมู่บ้าน ให้เขาเลือกจะทำอะไรกับเงิน 2 แสน อย่ามาบอกว่างบไทยนิยมไม่เกิดประโยชน์ เป็นการเอาไปหาเสียง แล้วเอาไปหาเสียงกับใคร หลายอย่างบิดเบือนผิดเพี้ยนไปหมด&amp;nbsp;
&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;quot;อย่าไปเครียด เครียดมากๆ มันไม่ไหว ทรมาน แต่ก่อนผมก็หงุดหงิดเรื่องนี้เรื่องโน้น ผมเป็นทหาร ด่าผมมากๆ ผมก็โมโห ทหารมันด่ากันไม่ได้ แต่ผมก็ต้องปรับตัว เพราะเขาบอกว่าเป็นนักการเมืองต้องทน ต้องหน้าด้านกว่าเดิม จะทำได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย ไม่จำเป็นต้องหน้าด้านหน้าทน แต่ผมเอาความดีเข้ามาสู้ เวลาไปต่างประเทศทุกประเทศเขาจับมือกับผมจนเจ็บมืออยู่แล้ว แล้วบอกว่าไม่มีคนคบ เจ็บมือยังไม่หายเลย เดี๋ยวกำลังจะไปอีกก็โดนจับมืออีก ถ้าเขาไม่อยากคบผม เขาจะจับมือกับผมทำซากอะไร&amp;quot; นายกฯ กล่าวและว่า ระวังอย่าไปเป็นเหยื่อเขาก็แล้วกัน ทำให้บ้านเมืองปลอดภัยตั้งแต่ช่วงนี้ไปจนถึงเลือกตั้งและก็หลังเลือกตั้งด้วย&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดนักการเมืองและพรรคการเมืองพูดคุยในช่วงเดือน ธ.ค.นี้ว่า &amp;nbsp;พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งลงมาหรือยัง ถ้ายังก็จบ พระราชกฤษฎีกามาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ส่วนช่วงหาสมาชิกมีการสาดโคลนกันนั้น สื่อก็ไปบอกเขาว่าอย่าทำสิ ไปบอกให้หยุด ส่วนจะทำให้เกิดความวุ่นวายหรือไม่ แล้วจะให้ตนทำอย่างไร ก็ไม่ได้ทำอะไร คุณอยากจะด่ากันก็ด่ากันไปเถอะ ถ้าคุณไม่เปลี่ยนแปลงก็จะเป็นอย่างนี้ ประชาชนก็เลือกกันเอง.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/21411</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขัตติยา สวัสดิผล, ปณิธาน วัฒนายากร, พชร นริพทะพันธุ์, พรรคไทยรักษาชาติ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, พายัพ ปั้นเกตุ, พิชัย นริพทะพันธุ์, ภูมิธรรม เวชยชัย, ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง, ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช, วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล, วัฒนา เมืองสุข, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อนันต์ ศรีพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181105/image_big_5be05accca566.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
