<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116801</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/09/2021 07:28</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/09/2021 05:00</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. ลุย ‘อินโนบิก’ พัฒนายา-สุขภาพ ผุดโปรดักซ์ตีตลาดขึ้นแท่นผู้นำภูมิภาค</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;ปตท. เดินเครื่อง &amp;ldquo;อินโนบิก (เอเซีย)&amp;rdquo; เต็มกำลัง ลุยธุรกิจยา สุขภาพและเครื่องมือแพทย์ พร้อมจ่อดึงผู้เชี่ยวชาญไทยและต่างประเทศ ใช้วิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีพัฒนานวัตกรรม ผุดผลิตภัณฑ์สร้างตัวตนเจาะตลาดตอบโจทย์ผู้บริโภค หวังขึ้นแท่นผู้นำภูมิภาค &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารกลยุทธ์กลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และประธานกรรมการ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด เปิดเผยภายในการบรรยายในหัวข้อ &amp;quot;บทบาทของนักลงทุนในการกระตุ้นอุตสาหกรรมด้านการแพทย์และสุขภาพหลังโควิด&amp;quot; ในงาน Bio Asia Pacific 2021 บนแพลตฟอร์มออนไลน์ Virtual Exhibition &amp;amp; Conference ว่า ปตท. ได้ดำเนินการจัดตั้งอินโนบิก (เอเซีย) ขึ้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563 ด้วยทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท เพื่อหาโอกาสการลงทุนในประเทศและความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อดำเนินธุรกิจเพื่อสุขภาพ หรือ &amp;ldquo;Life Science&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร.บุรณิน กล่าวว่า บริษัท อินโนบิก มีวิสัยทัศน์ที่จะก้าวขึ้นไปเป็นผู้นำทางด้าน Life Science ของภูมิภาค โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในการสร้างนวัตกรรม สร้างความมั่นคงทางด้านสาธารณสุขเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ทั้งนี้ยังมีโจทย์หลักในการดำเนินงานที่สำคัญคือจะต้องเข้าสู่ตลาดอย่างรวดเร็ว โดยอาศัย 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ คน กระบวนการ และผลิตภัณฑ์ โดยจะต้องร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญทั้งในและต่างประเทศ เพื่อวิจัยและพัฒนา (อาร์แอนด์ดี) คิดค้นยารักษา การป้องกัน และอุปกรณ์ที่ใช้ทั้งป้องกันและรักษา รวมถึงการตรวจวินิจฉัยโรค&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;เราจะต้องมีการร่วมมือกับผู้ที่อยู่ในตลาดอยู่แล้วให้เกิดการลงทุนที่รวดเร็ว ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายขององค์กร โดยเปิดให้หน่วยงานที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาร่วมอาร์แอนด์ดีกับเรา ทั้งสถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มเอกชนอื่นๆ เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ อุปกรณ์หรือบริการที่จะสร้างชื่อให้อินโนบิกเป็นที่รู้จักในตลาด ซึ่งบริษัทยืนยันว่ามีการเปิดกว้างรับนวัตกรรมใหม่ๆ และมีกระบวนการวิเคราะห์พิจารณาการลงทุนอย่างดี และจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กรที่เข้ามาร่วมมือ&amp;rdquo;ดร.บุรณิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยล่าสุดบริษัทประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุน บริษัท Lotus Pharmaceutical จำกัด (Lotus Pharmaceutical Co., Ltd.) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายยาสามัญชั้นนำ ในตลาดเกาหลี สหรัฐอเมริกา และไต้หวัน โดยการเข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้มีผลหลังจากที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท Lotus Pharmaceutical เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2564 ได้มีมติอนุมัติขายหุ้นเพิ่มทุนให้ อินโนบิก (เอเซีย) 17,517,348 หุ้น ในราคา 80.7 เหรียญไต้หวันใหม่ต่อหุ้น คิดเป็นมูลค่ารวม 50 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือสัดส่วนการถือครองหุ้น 6.66% &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมถึงยังมีมติเห็นชอบจัดตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด และ บริษัท โนฟ ฟู้ดส์ จำกัด (บริษัทย่อยที่ บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) ถือหุ้น 100%) ในสัดส่วนการถือหุ้นที่เท่ากันบริษัทละ 50% เพื่อดำเนินธุรกิจพัฒนาและจำหน่ายผลิตภัณฑ์อาหารโปรตีนจากพืชแบบครบวงจร ตั้งเป้าจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทใหม่แล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปี 2564 ด้วยทุนจดทะเบียนประมาณ 300 ล้านบาท พร้อมจัดตั้งโรงงานผลิตที่ใช้เทคโนโลยีนำเข้าชั้นสูงในไทย ด้วยกำลังการผลิต 3,000 ตันต่อปี รวมไปถึงการพัฒนาร้านค้าต้นแบบ คาดว่าจะผลิตเชิงพาณิชย์ในไตรมาส 4 ปี 2565 &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin:0cm&quot;&gt;นอกจากนี้ ปตท. โดยอินโนบิก (เอเซีย) ยังได้ร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) ตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็งแห่งแรกของไทยที่นิคมอุตสาหกรรมวนารมย์ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง ซึ่งจะโฟกัสกลุ่มยารักษาโรคไม่ติดต่อ (NCD) เช่น โรคมะเร็ง ที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกส่วนในร่างกาย และสอดคล้องกับสังคมสูงอายุของไทย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ภาวะการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะที่ในประเทศไทยในอนาคตถ้าไม่ได้ลงทุนเรื่องสุขภาพ หรือวิทยาศาสตร์สุขภาพ ก็จะเกิดปัญหาว่ามีประชากรสูงวัยมากขึ้นและต้องรับภาระเรื่องค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพเพิ่มขึ้นตามมา กลับกันที่ปัจจุบันคนในสังคมก็เริ่มมีการตระหนักเรื่องการดูแลสุขภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงโรคภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นก็เป็นสิ่งจูงใจที่ทำให้เกิดการพัฒนาไปในสู่ทิศทางที่ใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ทั้งในด้านการรักษา ด้านตรวจวินิจฉัยโรค และการป้องกัน ผ่านการพัฒนายา อุปกรณ์การแพทย์ และอาหารเพื่อสุขภาพ จึงเป็นโอกาสที่ทำให้การลงทุนในด้านดังกล่าวมีความน่าสนใจ&amp;rdquo; ดร.บุรณิน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัท อินโนบิก (เอเซีย) จำกัด ได้ร่วมกับบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งบริษัทร่วมทุน บริษัท อินโนโพลีเมด จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 260 ล้านบาท โดยไออาร์พีซี ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 60 และอินโนบิก (เอเซีย) ถือหุ้นร้อยละ 40&amp;nbsp; เพื่อผลิตผ้าไม่ถักไม่ทอ ด้วยวิธี Meltblown เพื่อเป็นวัตถุหลักสำหรับทำหน้ากากอนามัย หน้ากาก N95 ชุดกาวน์ และแผ่นกรองอากาศ เป็นต้น สำหรับโรงงานผลิตผ้าไม่ถักไม่ทอ (Non-woven Fabric) ที่ขึ้นรูปด้วยวิธี Melt Blown จะตั้งอยู่ที่ เขตประกอบการอุตสาหกรรมไออาร์พีซี จังหวัดระยอง คาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ได้ในช่วยไตรมาส 4 ปี 2564&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116801</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ, ปตท, สุขภาพ, เครื่องมือแพทย์, ‘อินโนบิก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210915/image_big_6141b477ec1a2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116532</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/09/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/09/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บีไอจี ร่วมทุน ปตท สตาร์ทโรงแยกอากาศแห่งใหม่ ขยายกำลังการผลิตออกซิเจน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 ก.ย. 2564 นายปิยบุตร จารุเพ็ญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) ในฐานะผู้นำนวัตกรรมก๊าซอุตสาหกรรมของประเทศไทย เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินโครงการโรงแยกอากาศแห่งใหม่ (Air Separation Unit : ASU) &amp;nbsp;ในนาม บริษัท มาบตาพุด แอร์โปรดักส์ จำกัด (Map Ta Phut Air Products Co., Ltd. : MAP) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนเพื่อต่อยอดนวัตกรรมร่วมกันระหว่าง &amp;nbsp;บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) &amp;nbsp;และบริษัท บางกอกอินดัสเทรียลแก๊ส จำกัด (บีไอจี) ตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง พร้อมเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในเดือนกันยายนนี้ ด้วยมูลค่าการลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท และมีกำลังการผลิตก๊าซอุตสาหกรรม 450,000 ตันต่อปี นับเป็นโรงแยกอากาศแห่งแรกในประเทศไทยและในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ใช้เทคโนโลยีการแยกอากาศโดยอาศัยพลังงานความเย็นที่ได้จากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) ที่คลังเก็บก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG Terminal)ลดการพึ่งพาการใช้ไฟฟ้าในกระบวนการแยกอากาศ ทำให้การปล่อยคาร์บอนไดออกไซต์ (Carbon Emissions) สู่ชั้นบรรยากาศลดลง ซึ่งส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมและเป็นเทรนด์ของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลกที่กำลังตื่นตัวและให้ความสำคัญอย่างยิ่งในเวลานี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;โครงการโรงแยกอากาศที่ใช้พลังงานความเย็นจากการเปลี่ยนสถานะก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) แห่งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของทั้ง ปตท และ บีไอจี ที่จะผลักดันการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 28,000 ตันต่อปี และลดการปล่อยน้ำเย็นลงสู่ทะเล 2,500 ตันต่อชั่วโมง พร้อมสนับสนุนการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ รวมถึงเป็นส่วนสำคัญต่อการเตรียมความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมเพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยมุ่งสู่เป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ หรือ Net Zero Emissions&amp;rdquo; นายปิยบุตรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โรงแยกอากาศแห่งใหม่นี้ สามารถผลิตได้ทั้งออกซิเจน ไนโตรเจน และอาร์กอน โดยเฉพาะออกซิเจนเหลวสามารถผลิตได้ 140 ตันต่อวัน เมื่อรวมกำลังการผลิตออกซิเจนเหลวเดิมทั้งหมดของบีไอจีแล้ว จะทำให้กำลังการผลิตออกซิเจนเหลวของบีไอจีเพิ่มขึ้นมากกว่า 1,100 ตันต่อวัน ซึ่งเป็นกำลังการผลิตที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย โดย ปตท และ บีไอจี จะนำออกซิเจนเหลวที่ผลิตได้ เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนหน่วยงานสาธารณสุขของประเทศ ซึ่งมีความสำคัญภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 ที่ยังคงมีจำนวนผู้ติดเชื้อและผู้ป่วยวิกฤตอยู่ในอัตราที่สูง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116532</URL_LINK>
                <HASHTAG>บีไอจี, ปตท, โรงแยกอากาศ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210913/image_big_613ee0fe69291.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>113407</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 19:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 19:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่มปตท.เปิดหน่วยคัดกรองโควิด ฟรี..แค่โหลดแอปฯQueQ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์โควิด-19 ในปัจจุบันยังไม่คลี่คลาย และมีผู้ป่วยหนักสูงขึ้น บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และบริษัทในกลุ่ม มีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือประชาชน และพร้อมแบ่งเบาภาระของภาครัฐ จึงได้ร่วมกับ กระทรวงสาธารณสุข สถาบันป้องกันควบคุมโรคเขตเมือง (สปคม.) สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และพันธมิตรทางการแพทย์ ได้แก่ มูลนิธิโรงพยาบาลในเครือบางปะกอกฯ และโรงพยาบาลปิยะเวท จัดตั้ง &amp;ldquo;หน่วยคัดกรอง และโรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End)&amp;rdquo;&amp;nbsp; ภายใต้ &amp;ldquo;โครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท.&amp;rdquo; ขึ้น เพื่อรองรับจำนวนผู้ป่วยที่ยังคงมีตัวเลขที่สูงขึ้น ด้วยมุ่งหวังที่จะมีส่วนในการช่วยลดการเสียชีวิต บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 โดยเร็วที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยคัดกรอง เปิดให้บริการวันแรก ในวันที่ 9 สิงหาคม 2564 โดยต้องลงทะเบียน ล่วงหน้า 1 วัน ผ่านระบบแอปพลิเคชัน QueQ เท่านั้น วันละ 1,500 &amp;ndash; 2,000 คน เลือกช่วงเวลาที่ต้องการ 08.00-14.00น. ไม่มีการ Walk-in ขั้นตอนเข้ารับบริการในแอป QueQ : ลงทะเบียนด้วยเลขบัตรประชาชน 13 หลัก พร้อมลงทะเบียนใน link สปคม. ที่แนบในแอป จนได้เลข 4 หลัก ...จดเลข 4 หลัก ไว้แสดงในวันตรวจโควิด-19 ณ หน่วยคัดกรอง รับตรวจ ตามวันและรอบเวลาที่ลงทะเบียนเท่านั้น เพื่อลดความแออัดของจุดตรวจ **ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงโหลด Application QueQ /เลือกเมนู : บริการสาธารณะ / เลือกสถานที่&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;หน่วยคัดกรอง และ โรงพยาบาลสนามครบวงจร (End-to-End) แห่งนี้ ปตท. มีความตั้งใจให้มีการดำเนินการที่มุ่งเน้น &amp;ldquo;ตรวจเร็ว แยกเร็ว รักษาเร็ว&amp;rdquo; ซึ่งจะเป็นการตรวจรักษาแบบครบวงจร เป็นต้นแบบที่ภาคธุรกิจจับมือกับภาครัฐ ประกอบด้วย 4 จุดหลัก ได้แก่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o จุดที่ 1 หน่วยคัดกรอง โครงการลมหายใจเดียวกัน ณ อาคาร EnCo Terminal หรือ EnTer ของบริษัท Energy Complex กลุ่ม ปตท. ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เพื่อใช้เป็นจุดคัดกรองสำหรับกลุ่มเสี่ยง มีการวางระบบดิจิทัลเพื่อลงทะเบียน และเริ่มจากการตรวจโดยใช้ชุดตรวจ Antigen test kit และหากพบว่ามีการเสี่ยงติดเชื้อ จะนำส่งตรวจ RT-PCR ต่อไป&amp;nbsp; สำหรับผู้ป่วยระดับสีเขียวที่ตรวจพบ สามารถทำการดูแลตนเองเบื้องต้นที่บ้านหรือในชุมชน (Home or Community Isolation) โดยจะได้รับมอบ &amp;ldquo;กล่องพลังใจ คนไทยไม่ทิ้งกัน&amp;rdquo; ประกอบไปด้วยชุดอุปกรณ์การทางแพทย์และยาที่จำเป็น รวมทั้งระบบติดตามอาการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o จุดที่ 2 , 3 และ 4&amp;nbsp; จัดเตรียมเป็น โรงพยาบาลสนามครบวงจร&amp;nbsp; โครงการลมหายใจเดียวกัน&amp;nbsp; เพื่อรองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 รองรับการรักษาผู้ป่วยที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ทุกระดับความรุนแรง ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์จากโรงพยาบาลปิยะเวท โดยโรงพยาบาลสนามครบวงจรแห่งนี้ เป็นการระดมกำลังของกลุ่ม ปตท. ทั้งด้านนวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เพื่อแบ่งเบาภาระและบรรเทาปัญหาการขาดแคลนเตียงในพื้นที่กรุงเทพมหานคร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม&amp;rdquo; สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเขียว&amp;rdquo; เปิดให้บริการในรูปแบบของ Hospitel กระจายไปในหลายโรงแรมใน กทม. จำนวนกว่า 1,000 เตียง&amp;nbsp; รองรับผู้ป่วยที่ส่งต่อมาจากหน่วยคัดกรองอย่างเป็นระบบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม&amp;rdquo; สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีเหลือง&amp;rdquo; สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการในระดับหนักขึ้น เปิดให้บริการในพื้นที่กรุงเทพ&amp;nbsp; มีเตียงผู้ป่วยจำนวน 300 เตียง มีระบบออกซิเจน ต่อ Direct Tube ส่งตรงถึงทุกเตียงผู้ป่วย พร้อมเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์นวัตกรรมของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้การดูแลคนไข้ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ เตียงพลาสติกรับน้ำหนักสูง หุ่นยนต์ CARA เป็นหุ่นยนต์ลำเลียงเพื่อช่วยบุคคลากรทางการแพทย์ในการดูแลคนไข้ รวมถึงหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อ Xterlizer UV Robot ฆ่าเชื้อด้วยแสง UV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;- &amp;ldquo;โรงพยาบาลสนาม&amp;rdquo; สำหรับผู้ป่วยระดับ &amp;ldquo;สีแดง&amp;rdquo; จัดสร้างโรงพยาบาลสนาม ICU บนพื้นที่ 4 ไร่ สำหรับผู้ป่วยจำนวน 120 เตียง ให้บริการสำหรับผู้ป่วยอาการหนัก โดยปรับพื้นที่โล่งของโรงพยาบาลปิยะเวทเป็นสถานที่ก่อตั้ง โดยจัดทำห้องรักษาความดันลบแยกรายผู้ป่วย ห้องละ 1 เตียง ซึ่งเป็นครั้งแรกของโรงพยาบาลสนามในประเทศ พร้อมระบบ Direct Tube ส่งท่อออกซิเจนตรงทุกห้องผู้ป่วย และมีการติดตั้งถังออกซิเจนเหลวขนาด 10,000 ลิตรพร้อมห้องฉุกเฉินให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ บริษัทในกลุ่ม ปตท. ยังได้นำนวัตกรรม เทคโนโลยี ผลิตอุปกรณ์ และครุภัณฑ์ทางการแพทย์ มาพร้อมการสนับสนุนต่าง ๆ อาทิ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) (ปตท.สผ.) สนับสนุนหุ่นยนต์ &amp;ldquo;CARA&amp;rdquo; เพื่อช่วยบุคลากรทางการแพทย์ในการส่งอุปกรณ์ อาหาร แก่ผู้ป่วย และหุ่นยนต์ฆ่าเชื้อโรค &amp;ldquo;Xterlizer UV Robot&amp;rdquo; เครื่องฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสง UV&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) GC สนับสนุนผลิตภัณฑ์นวัตกรรม อาทิ หมวกอัดอากาศความดันบวก PAPR ชุดป้องกันการติดเชื้อ PE Gown ชุดตรวจคัดกรอง Rapid Test&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) IRPC คิดค้นนวัตกรรมช่วยเหลือผู้ป่วย อาทิ เตียงสนามพลาสติกสำหรับผู้ป่วยสีเหลืองที่สามารถรองรับน้ำหนักได้สูง&amp;nbsp; ชุดป้องกันการติดเชื้อ Cover All เพื่อความปลอดภัยของบุคลากร อุปกรณ์พลาสติก ๆ อาทิ ช้อน-ส้อม ถังขยะ &amp;nbsp; ถังขยะอันตราย กล่องอเนกประสงค์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) ThaiOil สนับสนุนน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการขนส่งเดินทางดูแลผู้ป่วยและบุคลากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) GPSC&amp;nbsp; สนับสนุนชุดตรวจ Antigen Rapid Test นวัตกรรมภายใต้ความร่วมมือระหว่าง GPSC กับ สวทช.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) OR สนับสนุนการดูแลบุคลากรทางการแพทย์ด้วยเครื่องดื่มจาก Caf&amp;eacute; Amazon น้ำดื่มจิฟฟี่ รวมถึงหน้ากากอนามัยทางการแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท เอนเนอร์ยี่ คอมเพล็กซ์ จำกัด (EnCo) สนับสนุนพื้นที่และการจัดการพื้นที่ อาคาร EnCo Terminal หรือ Enter ของ กลุ่ม ปตท. ถ.วิภาวดีรังสิต กรุงเทพฯ เป็นหน่วยคัดกรองโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท พีทีที ดิจิตอล โซลูชั่น จำกัด (PTT Digital Solution) สนับสนุนระบบดิจิทัลสำหรับลงทะเบียน ณ หน่วยคัดกรองโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;o บริษัท บิซิเนส เซอร์วิสเซส อัลไลแอนซ์ จำกัด (BSA) บริหารระบบการตรวจคัดกรองโควิด-19&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113407</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจโควิดฟรี, ปตท, โครงการลมหายใจเดียวกัน กลุ่ม ปตท.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210815/image_big_61190ac67ddf2.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>112877</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/08/2021 19:40</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/08/2021 19:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท. จับมือโทรคมนาคมแห่งชาติ พัฒนาธุรกิจรถยนต์ไฟฟ้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 สิงหาคม 2564 หม่อมหลวงชโยทิต กฤดากร ประธานกรรมการ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมการใช้และให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ที่จัดขึ้นในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual MOU Signing Ceremony)&amp;nbsp; โดยมี นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; นายนพดล ปิ่นสุภา&amp;nbsp; รองกรรมการผู้จัดการใหญ่นวัตกรรมและดิจิทัล บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน)&amp;nbsp; นาวาอากาศเอก สมศักดิ์&amp;nbsp; ขาวสุวรรณ์&amp;nbsp; กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) และ นางสาวจันทนา เตชะศิรินุกูล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานพัฒนาผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี&amp;nbsp; บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ร่วมลงนามเพื่อวางกลยุทธ์การพัฒนาธุรกิจด้านยานยนต์ไฟฟ้าร่วมกัน รวมถึงต่อยอดเทคโนโลยีการสื่อสารและดิจิทัลสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์การให้บริการอย่างมีประสิทธิภาพ&amp;nbsp; ส่งเสริมและสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ ส่งเสริมอุตสาหกรรมการผลิตและเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโต เพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) กล่าวว่า รูปแบบการใช้พลังงานของสังคมในปัจจุบัน มุ่งไปด้านพลังงานไฟฟ้าและพลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น ปตท.&amp;nbsp; จึงพัฒนาและปรับตัวรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่ทิศทางพลังงานในอนาคต อย่างอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันและสร้างการเติบโตให้กับเศรษฐกิจของประเทศ&amp;nbsp; ซึ่งที่ผ่านมา ปตท. ได้วางแผนลงทุนด้านยานยนต์ไฟฟ้าตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง ทั้งระบบกักเก็บพลังงาน แบตเตอรี่ โครงสร้างพื้นฐาน และแพลตฟอร์ม โดยจับมือพันธมิตรทางธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ ในการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และรองรับกลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งนอกจากจะเป็นการตอบสนองนโยบายและทิศทางการส่งเสริมยานยนต์ไฟฟ้าของภาครัฐ ที่มุ่งยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเป็นอุตสาหกรรมเป้าหมาย ยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดที่จะช่วยประเทศไทยก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สำหรับความร่วมมือที่เกิดขึ้นในครั้งนี้&amp;nbsp; ปตท. นำเอาความแข็งแกร่งด้านธุรกิจพลังงาน ตลอดจนองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ผนวกเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านธุรกิจการสื่อสารและดิจิทัลของโทรคมนาคมแห่งชาติ เพื่อร่วมกันพัฒนาธุรกิจให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า ในรูปแบบที่มีจุดแข็งและมีความโดดเด่น ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันของลูกค้าในแต่ละกลุ่ม ด้วยทางเลือกของบริการที่หลากหลาย &amp;nbsp; อันจะนำไปสู่การสร้างอนาคตแห่งการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ที่สนับสนุนได้ทั้งความมั่นคงทางพลังงานและพัฒนาคุณภาพชีวิตของคนไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกัน&amp;rdquo; นายอรรถพลกล่าวเสริม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นาวาอากาศเอก สมศักดิ์&amp;nbsp; ขาวสุวรรณ์ กรรมการและรักษาการกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ด้วยความร่วมมือในการพัฒนาธุรกิจเพื่อส่งเสริมการใช้และให้บริการยานยนต์ไฟฟ้า ของทั้ง 2 หน่วยงานในครั้งนี้ เป็นความร่วมมือกันศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจ มีการทดสอบตลาดและศึกษาความต้องการของลูกค้า การออกแบบทางธุรกิจ การศึกษาความคุ้มทุนในการลงทุน การพัฒนาด้าน IoT และ Application ต่าง ๆ ระบบการให้บริการด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่นการติดตาม การจัดเก็บข้อมูล การชำระค่าบริการ และเพื่อสร้างความร่วมมือด้านธุรกิจร่วมกันต่อไป ซึ่ง NT&amp;nbsp; มีโครงสร้างพื้นฐานทั้งด้านสื่อสาร เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึง การนำเทคโนโลยี 5G ที่ NT มีคลื่นความถี่ที่พร้อมตอบสนองความต้องการใช้ในทุกรูปแบบมาประยุกต์ใช้ด้วย เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนรูปแบบการดำเนินธุรกิจในด้านต่าง ๆ ของ ปตท. และ NT ให้เกิดประโยชน์สูงสุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่&amp;nbsp; โอกาสในการนำความรู้ ความเชี่ยวชาญ รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของ NT ในธุรกิจสื่อสารและดิจิทัล มาใช้ในการพัฒนารูปแบบการใช้บริการยานไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นด้าน Charger และด้านการบริหารจัดการระบบรถส่วนกลาง (Fleet Management) ซึ่งระบบบริหารจัดการของยานพาหนะในธุรกิจเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพและสร้างจุดแข็งทางธุรกิจที่ช่วยให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดำเนินงาน ทั้งด้านการบริหารจัดการและด้านความปลอดภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เชื่อว่าความร่วมมือในครั้งนี้จะนำไปสู่การต่อยอดในการสร้างความแข็งแกร่งและความมั่นคงด้านการสื่อสารและดิจิทัลและอุตสาหกรรมด้านยานยนต์ในอนาคตให้กับทั้งสององค์กรร่วมกันและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชน และประเทศชาติเพิ่มมากขึ้น สอดคล้องกับทิศทางการเปลี่ยนแปลงในธุรกิจด้านพลังงาน และเทคโนโลยีดิจิทัลต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/112877</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) (NT), ปตท, ยานยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฟฟ้า</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210810/image_big_6112737e08fa7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>110741</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/07/2021 17:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/07/2021 17:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รอก่อน ‘โออาร์-บางจาก’ ลดราคาน้ำมัน 60 สต./ล.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 ก.ค. 2564 - บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) และ บมจ.บางจาก ได้มีการประกาศลดราคาขายปลีกทุกชนิดลง 60 สตางค์/ลิตร ยกเว้น E85 ปรับลด 40 สตางค์/ลิตร มีผลตั้งแต่วันที่ 23 ก.ค. 2564 เวลา 05.00 น.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่งผลให้มีราคาดังนี้ เบนซิน ราคา 36.56 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 95 ราคา 29.15 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 ราคา 28.88 บาท/ลิตร E20 ราคา 27.64 บาท/ลิตร E85 ราคา 22.54 บาท/ลิตร ดีเซล(บี7) ราคา 28.69 บาท/ลิตร ดีเซล(บี10) ราคา 25.69 บาท/ลิตร B20 ราคา 25.44 บาท/ลิตร ดีเซลพรีเมี่ยม 33.46 บาท/ลิตร (ราคานี้ยังไม่รวมภาษีท้องที่ของแต่ละจังหวัด)&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110741</URL_LINK>
                <HASHTAG>บางจาก, ปตท, ลดราคาน้ำมัน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210120/image_big_6007b82518fd8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104452</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/05/2021 09:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/05/2021 09:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.เตรียมแผนลุยธุรกิจใหม่ มุ่งผลิตยา-อีวีตอบโจทย์ตลาด </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากสถานการณ์เศรษฐกิจที่ผ่านมาทำให้กลุ่มผู้ประกอบการเกือบทุกสาขาต้องพัฒนาองค์กรไปในรูปแบบที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดให้มายิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงผลกระทบของโควิด-19 ที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมไปถึงความขัดแย้งของแต่ละประเทศ การกีดกันทางการค้า ความนิยมของผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคที่เทคโนโลยีมีอำนาจมากขึ้น รวมถึงการเข้าถึงคนด้วยสื่อใหม่ ๆ หรือโซเชียลมีเดีย สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญมี่เปลี่ยนรูปแบบการค้าขายให้ก้าวกระโดดเป็นอย่างมาก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบดังกล่าว แต่ถือว่าเป็นองค์กรที่รู้จักปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาจึงมีแนวทางที่จะพัฒนาองค์กรไปตามทิศทางของกระแสโลกเสมอ จากเดิมที่ทำเพียงธุรกิจน้ำมันเพื่อดูแลความมั่นคงในประเทศ จนปัจจุบันสามารถพัฒนาองค์กรไปยังรูปแบบอื่น ๆ โดยการตั้งเป็นบริษัทอื่น ๆ ในกลุ่ม และด้วยเหตุนี้เองทำให้ ปตท ยังสามารถดำเนินธุรกิจท่ามกลางสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของโลก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ล่าสุดก็ได้มีการแยกบริษัทเพื่อไปดูแลการขายน้ำมันและการค้าปลีกอย่างสมบูรณ์ในนาม โออาร์ หรือ บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด(มหาชน) เพื่อจำแนกการบริหารให้เป็นสัดส่วน ขณะเดียวกัน ปตท. บริษัทแม่เองก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาและยังมีโครงการเพื่อดำเนินการงานใหม่ ๆ อยู่มากมาย ซึ่งปัจจุบันเริ่มให้ความสนใจกับธุรกิจใหม่ โดยอนุมัติตั้ง บริษัท อินโนบิก เอเชีย จำกัด ทุนจดทะเบียน 2,000 ล้านบาท เพื่อหาโอกาสการลงทุนในประเทศและความร่วมมือกับต่างประเทศเพื่อดำเนินธุรกิจเพื่อสุขภาพ หรือ &amp;ldquo;Life Science&amp;rdquo;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยกลุ่มที่เน้นดำเนินงาน อาทิ ธุรกิจยา ซึ่งจะโฟกัสกลุ่มยารักษาโรคไม่ติดต่อ (NCD) เช่น โรคมะเร็ง ที่มีโอกาสเกิดขึ้นกับทุกส่วนในร่างกาย และสอดคล้องกับสังคมสูงอายุของไทย ซึ่งต้องร่วมมือกับบริษัทต่างประเทศ และจะพิจารณาการควบรวมหรือเข้าซื้อกิจการ (M&amp;amp;A) ด้วย เบื้องต้น ปตท.ร่วมมือกับองค์การเภสัชกรรม (อภ.) และสถาบันวิจัยจุฬาลงกรณ์ ตั้งโรงงานผลิตยารักษามะเร็งแห่งแรกของไทยที่นิคมอุตสาหกรรมวนารมย์ อ.บ้านฉาง จ.ระยอง &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันก็ยังเน้นดำเนินงานในธุรกิจอาหารและโภชนาการ หรือ อาหารที่เป็นยาได้ และอาหารที่สร้างความแข็งแกร่งของร่างการ อาหารลดการเกิดโรค ซึ่งไม่เค็มหรือหวานไปแต่มีโปรตีนที่ผู้ป่วยทานได้ ซึ่งจะโฟกัสที่สารตั้งต้นหรือสารสำคัญที่มีคุณสมบัติในการรักษา หรือเพิ่มส่วนที่เป็นโภชนาการที่สำคัญต่อยอดสินค้าเกษตร โดยกำลังเจรจากับพันธมิตรตั้งโรงงานผลิตอาหารแพลนต์เบส กำลังการผลิต 3 พันตันต่อปี ซึ่งงถือว่าเป็นโรงงานที่มีขนาดใหญ่ระดับโลกและสามารถจะป้อนวัตถุดิบให้กับห่วงโซ่อุปทานได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ปตท. ยังเตรียมดำเนินการธุรกิจ เกี่ยวเนื่องกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า หรืออีวี โดยล่าสุดบริษัท อัลฟ่า คอม จำกัด ที่บริษัทย่อยที่ปตท. ถือหุ้นทางอ้อม 100% ได้มีมติอนุมัติให้จัดตั้ง บริษัทออน-ไอออน โซลูชั่นส์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 30 ล้านบาท เพื่อดำเนินการและพัฒนาเครือข่ายสถานีเครื่องอัดประจุสำหรับยานยนต์ไฟฟ้ า (อีวี ชาร์จเจอร์ สเตชั่น) นอกสถานีบริการน้ำมัน เช่น ศูนย์การค้า โรงแรม อาคารสำนักงาน เป็นต้น รวมถึงจำหน่ายสินค้าและให้บริการที่เกี่ยวกับยานยนต์ไฟฟ้า เช่น จัดจำหน่ายและติดตั้ง อีวี ชาร์จเจอร์ ในที่พักอาศัย เป็นต้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภาพรวมการลงทุนด้านอีวีนั้นปัจจับันยังมีการติดตามนโยบายของรัฐบาลในการส่งเสริมการลงทุนอีวีอยู่ ซึ่งการดำเนินงานของออน-ไอออนปัจจุบันดำเนินการเพียงพัฒนาอุปกรณ์เพื่ชาร์จไฟฟ้าของรถอีวีเท่านั้น แต่หากว่ารัฐบาลมีความชัดเจนในการส่งเสริมการลงทุนพัฒนารถอีวีในประเทศ และปตท. เห็นว่าจะสามารถเติบโตไปได้ ก็สามารถใช้กลไกการดำเนินงานของออน-ไอออน เพื่อดำเนินการได้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะเดียวกันหากมีการพัฒนาหรือผลิตรถอีวีแล้วก็จะมาหารือในกลุ่ม ปตท. ถึงการร่วมทุนในโครงการพัฒนาแบตเตอรี่กักเก็บพลังงาน ของบริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือจีพีเอสซี ที่ปัจจุบันมีการดำเนินการอยู่แล้วซึ่งเป็นการตั้งโรงงานในประเทศพัฒนาแบตเตอรี่ขนาด 1 กิกะวัตต์ หรืออาจะเป็นการลงทุนใหม่ร่วมกันซึ่งยังต้องหารือกับพาทเนอร์อยู่ แต่เบื้องต้นในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ จะมีการเปิดตัวแพลตฟอร์มอีวีคาร์รูปแบบใหม่ เพื่อมาจัดการดูแลรถอีวีทั้งรูปแบบ 2 ล้อ 4 ล้อ หรือรถบรรทุก&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การดำเนินงานในธุรกิจใหม่นั้น กลุ่มปตท.ยั้นสามารถทำได้เนื่องจากความเข้มแข็งของธุรกิจปัจจุบันของปตท.ซึ่งในอนาคตอาจจะสามารถรับรู้รายได้ในส่วนนี้เพิ่มขึ้น แต่ขณะเดียวกันในปีนี้ที่อยู่ท่ามกลางปัญหาหรือผลกระทบทางเศรษฐกิจต่าง ๆ ปตท.ก็จะพยายามดูแลการเติบโตขององค์กรให้ดีกว่าปีก่อนหน้านี้ให้ได้&amp;rdquo;นายอรรถพล กล่าว (45)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามผลการดำเนินของ ปตท. ในช่วงไตรมาสที่ 1 ของปี 2564 นี้ สามารถทำรายได้ได้ 477,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 17% จากไตรมาสก่อนหน้าที่ทำได้ 407,174 ล้านบาท แต่ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ทำได้ 483,567 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิในไตรมาสนี้ มำได้ 32,588 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 100% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนและช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากในช่วงดังกล่าวทุกโรงงานของ ปตท. ไม่ได้ถูกปิดและสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ รวมถึงราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามตลาดโลกด้วย&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้นายอรรถพล ยังเปิดเผยถึงประเด็นเรื่องของการนำเข้าวัคซีนว่า ก่อนหน้านี้ ปตท.ได้ร่วมกับราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ซึ่งเป็นหน่วยงานตัวแทนของภาครัฐ ในการจัดหาและนำเข้าวัคซีนเพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่ประชาชน ซึ่ง ปตท. ไม่ได้เป็นผู้นำเข้าแต่ช่วยเสริมการบริหารการกระจายวัคซีนให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นฟันเฟืองสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้ฟื้นตัวโดยเร็ว &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระด้านงบประมาณให้กับทางภาครัฐบาลอีกด้วย ขณะนี้มองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่หลายฝ่ายมาช่วยกันขับเคลื่อนในเรื่องนี้ เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ ส่วนปตท. จะได้รับวัคซีน หรือได้จำนวนวัคซีนในการบริหารจัดการเท่าไหร่นั้น ขณะนี้ ยังไม่มีความชัดเจนอยู่ระหว่างหารือ ซึ่งในวันที่ 28 พ.ค. 64 นี้ ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จะออกมาแถลงเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว คาดว่าอาจจะมีความชัดเจนในเรื่องนี้มากขึ้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ในส่วนของความกังวลเรื่องวัคซีน นั้น เราไม่ได้มองที่ประเด็นดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ ปตท.พยายามช่วยเท่าที่จะช่วยได้ ในเรื่องของการเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับพื้นที่ให้บริการโดยเฉพาะต่างจังหวัด เพื่อให้การฉีดวัคซีนกระจายได้อย่างทั่วถึง โดยเบื้องต้นได้มีการหารือร่วมกับหอการค้าแห่งประเทศไทยในการรับมือหากมีวัคซีนเข้ามาจำนวนมาก นอกจากจะเตรียมความพร้อมเรื่องสถานที่แล้ว ยังมีการเตรียมความพร้อมเรื่องบุคคลากรทั้งทางการแพทย์ และระบบในการลงทะเบียนไว้ค่อยให้บริการประชาชนแล้วอีกด้วย&amp;rdquo; นายอรรถพล กล่าว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104452</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท, ผลิตยา, รถอีวี, แผนธุรกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210503/image_big_608f9ec51b7f7.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>99649</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/04/2021 13:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/04/2021 13:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กลุ่ม ปตท.ทุ่มงบ 30 ล้านบาทระดมช่วยเหลือCOVID-19 ระลอก 3 </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
16 เมษายน 2564 &amp;nbsp;นายอรรถพล &amp;nbsp;ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เปิดเผยถึงกรณีที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่ช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ระลอก 3 ที่ได้ตรวจพบผู้ป่วยและผู้มีความเสี่ยงติดเชื้อสูงจำนวนมากอย่างต่อเนื่อง กลุ่ม ปตท. จึงได้ระดมแผนความช่วยเหลือแก่ภาคส่วนต่าง ๆ อย่างเร่งด่วน &amp;nbsp;ด้วยการจัดเตรียมงบประมาณในเบื้องต้น 30 ล้านบาท &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ปตท. ได้สนับสนุนงบประมาณการจัดตั้งและการดำเนินงานของโรงพยาบาลสนาม ที่จำเป็นต้องรองรับผู้ป่วยจำนวนมาก ได้แก่ โรงพยาบาลสนามธรรมศาสตร์ &amp;nbsp;โรงพยาบาลสนามกรุงเทพมหานคร จำนวน 4 แห่งได้แก่ โรงพยาบาลผู้สูงอายุบางขุนเทียน โรงพยาบาลราชพิพัฒน์ โรงพยาบาลสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษา และศูนย์กีฬาบางกอกอารีนา &amp;nbsp;รวมถึงการเปิดหอผู้ป่วยใหม่ของคณะแพทยศาสตร์ วชิรพยาบาล และในต่างจังหวัด ได้แก่ โรงพยาบาลสนามอภัยภูเบศร์ &amp;nbsp;โรงพยาบาลสนาม จ.สงขลา และโรงพยาบาลสนาม จ.นครราชสีมา เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นทางการแพทย์และสำหรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 &amp;nbsp;อาทิ ชุดป้องกันการติดเชื้อ (PE Gown) แอลกอฮอล์ทางการแพทย์ หน้ากากอนามัย &amp;lsquo;กล่องอนามัยสู้ภัย COVID -19&amp;rsquo; ที่ภายในประกอบด้วยเครื่องอุปโภค เช่น สบู่ ยาสีฟัน แปรงสีฟัน แชมพู สำลีก้าน กระดาษทิชชู สเปรย์แอลกอฮอล์กลิ่นสตรอว์เบอร์รี Harumiki ที่ปลูกโดยใช้ความเย็นจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติ เป็นต้น &amp;nbsp;อย่างไรก็ดี ปตท. ยังได้ให้การช่วยเหลือประชาชนทั่วไปในสถานที่ให้บริการตรวจเชื้อ COVID-19 ของโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น ด้วยการสนับสนุนน้ำดื่ม เนื่องจากเป็นสถานที่ตรวจหลักของกรุงเทพฯ ที่มีประชาชนเข้ารอรับการตรวจเป็นจำนวนมาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้ง ปตท. ยังได้สนับสนุนงบประมาณสำหรับอุปกรณ์และสิ่งของที่จำเป็น เพื่อเพิ่มศักยภาพในด้านการรองรับผู้ป่วย COVID-19 ให้กับโรงพยาบาลต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ &amp;nbsp;โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี ฯลฯ เช่น แท็บเล็ตคอมพิวเตอร์ เครื่องวัดอุณหภูมิแบบมีกล้อง ชุดป้องกันการติดเชื้อ เครื่องจ่ายแอลกอฮอล์ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง บริษัทในกลุ่ม ปตท. ยังได้ใช้ความเชี่ยวชาญและผลิตภัณฑ์ของกลุ่ม ปตท. เพื่อให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์ รวมทั้งความช่วยเหลือที่จำเป็นอื่นๆ อาทิ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) สนับสนุนชุดกาวน์จากเม็ดพลาสติกจีซี แก่จังหวัดระยอง และ บริษัท ปตท. นํ้ามัน และการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) สนับสนุนโรงพยาบาลสนาม จ.เชียงใหม่ &amp;nbsp;ด้วยการมอบกาแฟดริป Caf&amp;eacute; Amazon และเบเกอรี่ พร้อมสนับสนุนงบประมาณ 1 ล้านบาท อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอรรถพล กล่าวเพิ่มเติมว่า กลุ่ม ปตท. พร้อมรวมพลังให้ทุกฝ่ายผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกันอย่างปลอดภัยที่สุด &amp;nbsp;#สานพลังใจWeFightTogether&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/99649</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่วยโควิด, ปตท, โควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210416/image_big_6079298e7913a.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
