<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>116015</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 11:19</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 11:16</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.- เออาร์วี หนุน ‘จุฬาฯ-ใบยา’ ลงนาม MOU สนับสนุน 30 ล้านบาท พัฒนาวัคซีนโควิดของคนไทย คุณภาพเทียบเท่าต่างชาติ คาดสำเร็จปี 65</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 -- นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ &amp;nbsp;โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ &amp;ldquo;จุฬาฯ-ใบยา&amp;rdquo; กับ รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ และ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุด้วยพืช ซึ่งดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปตท.สผ. มีภารกิจหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานแก่ประเทศ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 &amp;nbsp;ปตท.สผ. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับวิกฤตเคียงข้างคนไทยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยได้สนับสนุนทั้งนวัตกรรมและงบประมาณให้กับโรงพยาบาล สถาบันการศึกษา และหน่วยงานต่าง ๆ มาตลอดระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่ผ่านมา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การพัฒนาวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่มีความสำคัญระดับชาติ ซึ่ง ปตท.สผ. ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมสนับสนุน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ทั้งงบประมาณ องค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้การค้นคว้าวิจัย ทดลอง ผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยมีวัคซีนต้านโควิดที่มีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งในการป้องกันเชื้อโรค รวมทั้ง ยังเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถของประเทศไทยในการพึ่งพาตนเองได้อย่างชัดเจน โดย เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท.สผ. จะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาร่วมในการพัฒนาและผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ด้วย&amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นวัตกรรมอื่นๆ ซึ่ง ปตท.สผ. โดยเออาร์วี ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ได้แก่ เตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ ชุดอุปกรณ์ระบบตรวจวัดอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีนโควิด-19 และควบคุมห่วงโซ่ความเย็น หุ่นยนต์ CARA นำส่งเวชภัณฑ์และอาหาร หุ่นยนต์ Xterlizer ฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสงยูวี เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ กล่าวว่า &amp;ldquo;มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ ขอขอบคุณ ปตท.สผ. และ เออาร์วี ที่ให้การสนับสนุน ร่วมเป็นพันธมิตรในภารกิจครั้งสำคัญนี้ เราเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนทางการเงินให้แก่ใบยา ไฟโตฟาร์ม ให้สามารถศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อคิดค้นและผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับคนไทยได้สำเร็จจนข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้และด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกันนี้ที่เราคนไทยเป็นเจ้าของเองตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน วัคซีนจุฬาฯ-ใบยา กำลังอยู่ระหว่างทดสอบในมนุษย์ เฟสที่ 1 เบื้องต้นประมาณ 100 คน ในขนาดโดส &amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;10 ไมโครกรัม 50 ไมโครกรัม และ 100 ไมโครกรัม ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าภายในไตรมาส 3 ของ ปี 2565 จะสามารถผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากฝีมือคนไทยในประเทศได้เองสูงสุด 5 ล้านโดสต่อเดือน หรือ 60 ล้านโดสต่อปี&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116015</URL_LINK>
                <HASHTAG>จุฬาฯ-ใบยา, ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ, ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์, นายพงศธร ทวีสิน, บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), บริษัท เอไอ แอนด์  โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด, บริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด, ปตท.สผ., ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ, พัฒนาวัคซีนโควิด-19, มูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์, รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย, ลงนาม MOU, ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์, สนับสนุนงบประมาณ, หุ่นยนต์ CARA, หุ่นยนต์ Xterlizer, อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, เออาร์วี</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_61383719b21a2.jpg </PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>116006</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/09/2021 10:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/09/2021 10:40</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปตท.สผ.&#039;สนับสนุน&#039;วัคซีนใบยา &#039;30 ล้าน แถมส่งองค์ความรู้ สนับสนุนการทดลอง วิจัย </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
8ก.ย.64-นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) และ ดร.ธนา สราญเวทย์พันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ &amp;nbsp;โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด ได้ร่วมลงนามในบันทึกข้อตกลงการสนับสนุนงบประมาณ 30 ล้านบาท เพื่อพัฒนาวัคซีนโควิด-19 ชนิดโปรตีนซับยูนิตจากใบยาสูบ &amp;ldquo;จุฬาฯ-ใบยา&amp;rdquo; กับ รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิ ซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ และ ผศ.ภญ.ดร.สุธีรา เตชคุณวุฒิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท &amp;nbsp; &amp;nbsp;ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด โดยมี ศ.ดร.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ โรงงานต้นแบบการผลิตวัคซีนและยาชีววัตถุด้วยพืช ซึ่งดำเนินการโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย &amp;nbsp;และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร &amp;nbsp;กล่าวว่า ปตท.สผ. มีภารกิจหลักในการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพื่อสร้างความมั่นคงทางพลังงานแก่ประเทศ ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ใน 2ปีที่ผ่านมา ปตท.สผ. ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการต่อสู้กับวิกฤตเคียงข้างคนไทยและบุคลากรทางการ โดยเฉพาะการพัฒนาวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวที่มีความสำคัญระดับชาติ ซึ่ง ปตท.สผ. ยินดีเป็นอย่างยิ่งในการร่วมสนับสนุน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และบริษัท ใบยา ไฟโตฟาร์ม จำกัด ทั้งงบประมาณ องค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อส่งเสริมให้การค้นคว้าวิจัย ทดลอง ผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ประเทศไทยและคนไทยมีวัคซีนต้านโควิดที่มีคุณภาพทัดเทียมกับต่างประเทศ สร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแกร่งในการป้องกันเชื้อโรค รวมทั้ง ยังเป็นการสะท้อนถึงความสำเร็จและความสามารถของประเทศไทยในการพึ่งพาตนเองได้อย่างชัดเจน โดย เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือ ปตท.สผ. จะนำองค์ความรู้และเทคโนโลยีมาร่วมในการพัฒนาและผลิตวัคซีนจุฬาฯ-ใบยาครั้งนี้ด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;เรายังสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรมอื่นๆ &amp;nbsp;ปตท.สผ. โดยเออาร์วี ได้พัฒนาขึ้นร่วมกับพันธมิตร เพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ในการต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ได้แก่ เตียงและรถเข็นเคลื่อนย้ายผู้ป่วยแรงดันลบ ชุดอุปกรณ์ระบบตรวจวัดอุณหภูมิตู้เก็บวัคซีนโควิด-19 และควบคุมห่วงโซ่ความเย็น หุ่นยนต์ CARA นำส่งเวชภัณฑ์และอาหาร หุ่นยนต์ Xterlizer ฆ่าเชื้อโรคอัตโนมัติด้วยแสงยูวี เป็นต้น&amp;quot;นายพงศธรกล่าว
&amp;nbsp;
ด้าน รศ.ดร.ณัฐชา ทวีแสงสกุลไทย ประธานมูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ กล่าวว่า &amp;ldquo;มูลนิธิซียูเอ็นเทอร์ไพรส์ ขอขอบคุณ ปตท.สผ. และ เออาร์วี ที่ให้การสนับสนุน ร่วมเป็นพันธมิตรในภารกิจครั้งสำคัญนี้ เราเป็นองค์กร &amp;nbsp; ไม่แสวงหาผลกำไรที่จัดตั้งขึ้นเพื่อช่วยเหลือและสนับสนุนทางการเงินให้แก่ใบยา ไฟโตฟาร์ม ให้สามารถศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้เพื่อคิดค้นและผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 ให้กับคนไทยได้สำเร็จจนข้ามผ่านวิกฤตนี้ไปให้ได้และด้วยแพลตฟอร์มเทคโนโลยีเดียวกันนี้ที่เราคนไทยเป็นเจ้าของเองตั้งแต่ต้นน้ำจะช่วยสร้างความมั่นคงให้ระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างแท้จริง&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;
ปัจจุบัน วัคซีนจุฬาฯ-ใบยา กำลังอยู่ระหว่างทดสอบในมนุษย์ เฟสที่ 1 เบื้องต้นมีอาสาสมัครประมาณ 100 คน ให้วัคซีนในขนาดโดส 10 ไมโครกรัม 50 ไมโครกรัม และ 100 ไมโครกรัม ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปตามแผน คาดว่าภายในไตรมาส 3 ของ ปี 2565 จะสามารถผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 จากฝีมือคนไทยในประเทศได้เองสูงสุด 5 ล้านโดสต่อเดือน หรือ 60 ล้านโดสต่อปี&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/116006</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายพงศธร ทวีสิน, ปตท.สผ., วัคซีนใบยา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210908/image_big_6138306705fe9.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111558</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>29/07/2021 19:26</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>29/07/2021 19:26</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. โชว์รายได้ครึ่งแรกปี 64 โต 28% </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;29 ก.ค. 2564 - นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานรอบ 6 เดือนแรกของปี 2564 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 3,546 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 109,658 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 28% เมื่อเทียบกับรายได้รวม 2,779 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 87,549 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักจากปริมาณขายเฉลี่ยที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่&amp;nbsp; 413,168 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้น 20% จาก 345,207 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวันในช่วงเดียวกันปีที่แล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งเป็นผลจากการซื้อสัดส่วนการลงทุนในแปลง 61 ประเทศโอมาน ส่งผลให้สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้ตั้งแต่ปลายไตรมาส 1 รวมทั้ง การเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการมาเลเซีย &amp;ndash; แปลงเอช ประกอบกับผู้ซื้อก๊าซฯ ได้เรียกรับก๊าซธรรมชาติจากโครงการในอ่าวไทยเพิ่มขึ้นด้วย ในด้านราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยได้เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็น 41.35 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ จาก 40.15 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับค่าใช้จ่ายทั้งหมด (รวมภาษีเงินได้) ในครึ่งแรกของปี 2564 อยู่ที่ 2,953 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 91,136 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับ 2,382 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 75,000 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันของปี 63 โดยปัจจัยหลักมาจากภาษีเงินได้ที่สูงขึ้น จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขาย รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการสำรวจปิโตรเลียมที่เพิ่มขึ้นจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการสำรวจในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ในช่วงครึ่งปีแรกนี้ ต้นทุนต่อหน่วย&amp;nbsp; ลดลงมาอยู่ที่ 27.57 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เทียบกับ 30.62 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ ของครึ่งแรกปี 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 598 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่า 18,673 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 46% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันในปี 63 ที่มีกำไรสุทธิ 409 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 12,935 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษีและค่าเสื่อมราคา ในระดับ 75% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้&amp;nbsp; สำหรับผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 นั้น ปตท.สผ. มีรายได้รวม 1,768 ล้านเหรียญสหรัฐเทียบเท่า 55,624 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 222 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบเท่า 7,140 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามบริษัทฯ อนุมัติจ่ายเงินปันผล 2 บาทต่อหุ้น จากผลประกอบการดังกล่าว มติคณะกรรมการบริษัทฯ เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2564 อนุมัติเสนอจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรก ปี 2564 ที่ 2 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดวันให้สิทธิผู้ถือหุ้น (Record Date) เพื่อรับสิทธิในการรับเงินปันผลวันที่ 13 ส.ค. 2564 และจะจ่ายเงินปันผลในวันที่ 27 ส.ค. 2564 ปรับเพิ่มเป้าหมายปริมาณการขายอีกครั้ง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการดำเนินงานในครึ่งแรกของปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จจากการดำเนินงานตามแผนกลยุทธ์ Execute and Expand ได้อย่างชัดเจน โดยการเข้าซื้อสัดส่วนการลงทุนในโครงการโอมาน แปลง 61 ซึ่งเสร็จสิ้นเร็วกว่าที่คาด และยังสามารถผลิตและส่งก๊าซธรรมชาติได้เต็มกำลังการผลิตที่ 1,500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมถึงการเร่งการผลิตก๊าซฯ ในโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช ทำให้ปริมาณการขายปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอีกด้วย เราจึงปรับเพิ่มเป้าปริมาณขายสำหรับปี 2564 อีกครั้ง เป็น 412,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน จาก 405,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ที่เคยได้ประกาศไปในไตรมาส 1 ที่ผ่านมา&amp;quot;นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพงศธร กล่าวถึงการเตรียมแผนการรองรับ แม้ยังไม่สามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้ โดย ปตท.สผ. ให้ความสำคัญ คือการเปลี่ยนผ่านสิทธิการเข้าเป็นผู้ดำเนินการของแปลง G1/61 (แหล่งเอราวัณ) ซึ่งขณะนี้ บริษัทยังไม่ได้รับการยินยอมให้เข้าพื้นที่ จึงส่งผลให้การดำเนินงานต่าง ๆ ล่าช้าจากกำหนดไปค่อนข้างมาก และถึงแม้จะได้รับการยินยอมให้เข้าพื้นที่ได้ในช่วงเวลานี้ การผลิตก๊าซฯ ในปี 2565 ให้ได้ตามเงื่อนไขสัญญาแบ่งปันผลผลิตจะเป็นไปได้ยาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บริษัทได้เตรียมแผนงานและกระบวนการต่าง ๆ เพื่อเตรียมพร้อมหากสามารถเข้าพื้นที่แหล่งเอราวัณได้เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านผู้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่ ปตท.สผ. สามารถทำได้ รวมทั้ง ได้เตรียมแผนรองรับเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประเทศ โดยจะจัดหาก๊าซธรรมชาติจากแหล่งอื่นๆ ในอ่าวไทยมาทดแทนในบางส่วน&amp;quot;นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ในด้านการสำรวจ จากการที่ ปตท.สผ. ประสบความสำเร็จในการเจาะหลุมสำรวจ ค้นพบก๊าซธรรมชาติและน้ำมันบริเวณนอกชายฝั่งในประเทศมาเลเซียอย่างต่อเนื่อง ทั้งหลุมโดกง-1 หลุมซีรุง-1 หลุมกุลินตัง-1 รวมทั้งการค้นพบแหล่งลัง เลอบาห์ ซึ่งเป็นแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหญ่ที่สุดเท่าที่บริษัทเคยสำรวจพบ โดย ปตท.สผ. มีแผนจะเร่งการพัฒนาแหล่งปิโตรเลียมเหล่านี้ เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มปริมาณสำรองให้กับบริษัทต่อไปในระยะยาว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111558</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., ผลดำเนินงาน 6 เดือน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_6035e3174d7c5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103774</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>22/05/2021 09:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/05/2021 09:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ.ลุยธุรกิจบริการ&#039;โดรน&#039;ตรวจสอบโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ให้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมในไทย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;22 พ.ค. 2564 นายธนา สราญเวทย์พันธุ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ เออาร์วี ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่าบริษัทได้ร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท แอโรดายน์ ผู้ให้บริการโดรนระดับโลกซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในประเทศมาเลเซีย และบริษัท ดิจิตอล ครีเอชั่น จำกัด (ดีซี) จัดตั้ง บริษัท เเอโรสกาย (ประเทศไทย) จำกัด (AeroSky) เพื่อพัฒนาและให้บริการเทคโนโลยีโดรนในการตรวจสอบโครงสร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ให้กับธุรกิจและอุตสาหกรรมต่าง ๆ ให้กับตลาดประเทศไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้แอโรสกาย มีเป้าหมายในการให้บริการเทคโนโลยีโดรนโซลูชั่นที่ทันสมัยให้กับธุรกิจต่าง ๆ เพื่อตรวจสอบโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้าง และอุปกรณ์ต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในที่สูงหรือยากต่อการเข้าถึง เช่น เสาสัญญาณในกิจการโทรคมนาคม เสาไฟฟ้า ปล่องไฟและถังเก็บน้ำมันในอุตสาหกรรมพลังงาน โดยมีความละเอียดและความแม่นยำสูง มีความคล่องตัว สามารถลดระยะเวลาในการตรวจสอบและติดตามผล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงโดยไม่ต้องใช้วิธีการต่อนั่งร้านขึ้นไปตรวจสอบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;แอโรสกาย เป็นบริษัทที่จะผสมผสานจุดแข็งของพันธมิตรทั้ง 3 ราย คือ เออาร์วี ซึ่งเชี่ยวชาญในการพัฒนาโดรน ปัญญาประดิษฐ์และหุ่นยนต์ที่มีความซับซ้อน กลุ่มบริษัท แอโรดายน์ ที่มีประสบการณ์การให้บริการโดรนโซลูชั่นทั่วโลกอย่างครบวงจร และบริษัท ดิจิตอล ครีเอชั่น จำกัด &amp;nbsp;ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีการเรียนรู้ของระบบ ระดับแนวหน้า&amp;quot;นายธนา กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตามการศึกษาของศูนย์ศักยภาพการแข่งขันโลกพบว่า ประเทศไทยยังคงมีความต้องการการปรับปรุงคุณภาพของโครงสร้างพื้นฐาน สถานประกอบการก็จำเป็นที่จะต้องตรวจสอบโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ของธุรกิจ โดยเฉพาะโครงสร้างที่ผ่านการใช้งานมาเป็นเวลานาน จึงเป็นโอกาสสำหรับ แอโรสกาย ในการเข้ามาช่วยบริหารจัดการการตรวจสอบและติดตามดูแลโครงสร้างของสิ่งปลูกสร้างต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว คุ้มค่า และปลอดภัย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103774</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., เทคโนโลยีโดรนโซลูชั่น, เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210522/image_big_60a86ed199429.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>103400</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>19/05/2021 10:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/05/2021 10:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปตท.สผ. เฮค้นพบก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่อีกครั้งในมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;19 พ.ค. 2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี เอชเค ออฟชอร์ จำกัด (PTTEP HK Offshore Limited) หรือ พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้เริ่มการขุดเจาะหลุมสำรวจ กุลินตัง-1 ซึ่งเป็นหลุมสำรวจแรกของโครงการซาราวัก เอสเค 438 เมื่อเดือนมีนาคม 2564 ที่ระดับความลึก 2,238 เมตร โดยได้ค้นพบชั้นหินกักเก็บก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความหนากว่า 100 เมตร &amp;nbsp;ซึ่ง ปตท.สผ. มีแผนจะขุดเจาะหลุมสำรวจอีกหนึ่งหลุมในโครงการนี้ในไตรมาสที่ 2 ปีนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการซาราวัก เอสเค 438 &amp;nbsp;ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียงกับโครงการซาราวัก เอสเค 405, เอสเค 309 และเอสเค 311, และเอสเค 314เอ ซึ่ง ปตท.สผ. เป็นผู้ดำเนินการ (Operator) เองทั้งหมด โดยในอนาคต จะสามารถพัฒนาโครงการดังกล่าวในรูปแบบกลุ่มโครงการ (Cluster development) รวมทั้ง ใช้อุปกรณ์การผลิตและสิ่งอำนวยความสะดวกร่วมกัน &amp;nbsp;ซึ่งจะทำให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;การค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องในมาเลเซีย รวมทั้ง จากหลุมกุลินตัง-1 ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำเร็จในการสำรวจปิโตรเลียม และความร่วมมือกันอย่างเข้มแข็งระหว่าง ปตท.สผ. และปิโตรนาส ซึ่งได้ร่วมกันนำวิธีการและแนวทางใหม่ ๆ มาใช้ในการค้นหาแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ เพื่อตอบสนองความต้องการใช้พลังงานในอนาคต&amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โครงการซาราวัก เอสเค 438 ตั้งอยู่บริเวณน้ำตื้น นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก (เมืองบินตูลู) ประมาณ 108 กิโลเมตร ดำเนินการโดย พีทีทีอีพี เอชเคโอ ซึ่งถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 80 และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 20&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากโครงการซาราวัก เอสเค 438 ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลงเอสเค 405บี, 410บี, &amp;nbsp;เอสเค 314เอ, เอสเค 417, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ แปลงเค, เอสเค 309 และ เอสเค 311, แหล่งโรตัน-บูลอร์ ในแปลงเอช และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวในรัฐซาราวักอีกด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/103400</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, พบก๊าซธรรมชาติแหล่งใหม่, มาเลเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210519/image_big_60a4874a7d7df.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>101096</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/04/2021 21:48</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/04/2021 21:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ราคาน้ำมันตลาดโลกฟื้นตัวหนุนกำไร&#039;ปตท.สผ.&#039; โต 364%</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;28 เมษายน 2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. เปิดเผยว่า ในไตรมาส 1 ปี 2564 ปตท.สผ. มีรายได้รวม 54,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32% เมื่อเทียบกับรายได้ของไตรมาสที่ 4 ปี 63 ที่ทำได้ 40,494 &amp;nbsp;ล้านบาท โดยหลักมาจากรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นเป็น 42,136 &amp;nbsp;ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายผลิตภัณฑ์เฉลี่ยที่สูงขึ้น 10% มาอยู่ที่ 40.38 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ เนื่องมาจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับในไตรมาสแรกนี้ บริษัทมีกำไรจากรายการที่ไม่ใช่การดำเนินงานปกติ เพิ่มขึ้น จากการซื้อสัดส่วนการลงทุน 20% ในโครงการโอมาน แปลง 61 ในราคาที่ต่ำกว่ามูลค่ายุติธรรม จำนวน 10,772 &amp;nbsp;ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้จากปัจจัยดังกล่าว ส่งผลให้ ปตท.สผ. มีกำไรสุทธิในไตรมาสที่ 1 จำนวน 11,534 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 364% เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 4 ของปี 63 &amp;nbsp;ที่ทำได้ 2,433 ล้านบาท และมีอัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา(อีบิทดา) ที่ 74% ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนต่อหน่วย ลงมาอยู่ที่ 27.96 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยในไตรมาส 1 นี้ บริษัทมีปริมาณขายปิโตรเลียมเฉลี่ย 382,877 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่แล้วซึ่งมีปริมาณ 381,285 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน สำหรับค่าใช้จ่ายรวมในไตรมาส 1 อยู่ที่ 36,764 ล้านบาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าในไตรมาสนี้ บริษัทจะมีรายจ่ายดำเนินงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง แต่บริษัทมีการบันทึกรายจ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงานปกติจากการตัดจำหน่ายสินทรัพย์โครงการสำรวจในประเทศบราซิล จำนวน 145 ล้านเหรียญสหรัฐ และผลขาดทุนจากสัญญาประกันความเสี่ยงราคาน้ำมันที่ 107 ล้านเหรียญสหรัฐ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผลการดำเนินงานของ ปตท.สผ. ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากราคาขายที่เริ่มฟื้นตัวตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลก และยังมีความสำเร็จหลายประการที่เกิดขึ้นในไตรมาสนี้ ทั้งการซื้อสัดส่วนการลงทุนในแปลง 61 ประเทศโอมานที่เสร็จสมบูรณ์ และการเริ่มผลิตก๊าซธรรมชาติในโครงการมาเลเซีย - แปลงเอช เร็วกว่าที่ตั้งเป้าไว้ ทำให้สามารถเพิ่มปริมาณการขายได้ทันที และส่งผลให้สามารถปรับเพิ่มเป้าหมายการขายในปีนี้ขึ้นเป็น 405,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ในด้านการสำรวจปิโตรเลียม เราค้นพบแหล่งปิโตรเลียมใหม่ ๆ จากการเจาะหลุมสำรวจในมาเลเซียหลายแปลง เช่น หลุมโดกง-1 ในโครงการซาราวัก เอสเค 417 และหลุมซีรุง-1 ในโครงการซาราวัก เอสเค 405บี โดยยังมีแผนการเจาะสำรวจเพื่อค้นหาแหล่งน้ำมันและก๊าซฯ ในแปลงอื่น ๆ ด้วย&amp;quot;นายพงศธร กล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/101096</URL_LINK>
                <HASHTAG>บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน), ปตท.สผ., ผลกำไรไตรมาส 1, พงศธร ทวีสิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210428/image_big_6089758b7383b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>97747</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/03/2021 11:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/03/2021 11:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปตท.สผ. ค้นพบแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติอีกครั้ง นอกชายฝั่งมาเลเซีย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 มี.ค. 2564 นายพงศธร ทวีสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ปตท.สผ. เปิดเผยว่า บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ ปตท.สผ. ในมาเลเซีย ได้เริ่มการขุดเจาะหลุมสำรวจ ซีรุง-1 ซึ่งเป็นหลุมสำรวจแรกของโครงการซาราวัก เอสเค 405บี เมื่อเดือนมกราคม 2564 ที่ระดับความลึก 2,538 เมตร โดยได้ค้นพบชั้นหินกักเก็บน้ำมันและก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ มีความหนากว่า 100 เมตร&amp;nbsp; ซึ่งมีปริมาณเป็นที่น่าพอใจ โดย ปตท.สผ. มีแผนจะขุดเจาะหลุมประเมินผลในอนาคตอันใกล้ เพื่อยืนยันศักยภาพทางปิโตรเลียมต่อไป

&amp;ldquo;การค้นพบแหล่งน้ำมันดิบในโครงการซาราวัก เอสเค 405บี ครั้งนี้ นับเป็นการค้นพบปิโตรเลียมแหล่งใหม่นอกชายฝั่งครั้งที่ 3 ของ ปตท.สผ. ในมาเลเซีย หลังจากที่เราได้ค้นพบก๊าซธรรมชาติขนาดใหญ่ที่แหล่งลัง เลอบาห์ ในโครงการซาราวัก เอสเค 410บี และแหล่งโดกง ในโครงการซาราวัก เอสเค 417 ซึ่งเรามีแผนจะสำรวจพื้นที่อื่นในบริเวณใกล้เคียงของโครงการซาราวัก เอสเค 405บี ในปีหน้าอีกด้วย สามารถกล่าวได้ว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น เป็นผลมาจากองค์ความรู้และประสบการณ์การสำรวจปิโตรเลียมที่ผ่านมาของเราในอ่าวไทย และการค้นพบครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างฐานการลงทุนของ ปตท.สผ. ในมาเลเซียให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น &amp;rdquo; นายพงศธรกล่าว

โครงการซาราวัก เอสเค 405บี ตั้งอยู่นอกชายฝั่งรัฐซาราวัก (เมืองบินตูลู) ประมาณ 137 กิโลเมตร โดยมี บริษัท พีทีทีอีพี ซาราวัก ออยล์ จำกัด เป็นผู้ดำเนินการและถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 59.5 มีผู้ร่วมทุนประกอบด้วย บริษัท มิตซุย ออยล์ เอ็กซพลอเรชั่น จำกัด และบริษัท ปิโตรนาส ชาริกาลี จำกัด ถือสัดส่วนการลงทุนร้อยละ 25.5 และ 15 ตามลำดับ

นอกจากโครงการซาราวัก เอสเค 405บี ซึ่งอยู่ภายใต้สัญญาแบ่งปันผลผลิตแล้ว ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในประเทศมาเลเซียอีกหลายโครงการ ได้แก่ แปลง เอสเค 410บี,&amp;nbsp; เอสเค 314เอ, เอสเค 438, เอสเค 417, พีเอ็ม 407 และพีเอ็ม 415 ซึ่งอยู่ในระยะสำรวจ แปลงเค, เอสเค 309, เอสเค 311, แหล่งโรตัน-บูลอร์ ในแปลงเอช และโครงการพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย ซึ่งมีการผลิตก๊าซธรรมชาติอยู่ในขณะนี้ นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังมีการลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล แอลเอ็นจี จำกัด ร่วมกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการ MLNG Train 9 ซึ่งเป็นโรงงานแปรรูปก๊าซธรรมชาติเป็นก๊าซธรรมชาติเหลวในรัฐซาราวักอีกด้วย
&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/97747</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปตท.สผ., พงศธร ทวีสิน, มาเลเชีย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210330/image_big_6062a41797b1c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
