<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>92974</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/02/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/02/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปทส.รวบพ่อค้าขายนกกระติดเขียวหลังล่อซื้อผ่านโซเชียล</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ก.พ.64- ที่ทําการหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 ต.ทุ่งค่าย อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง พ.ต.อ.สิริณัฐ ศิระบุญภาค ผกก.5 บก.ปทส. พ.ต.ท.ปวารณ์ ดาลจาวัล รอง ผกก.5 พ.ต.ต.สมภพ ตรงต่อกิจ พ.ต.ต. ธนสิน จินดาย้อย สว.กก.5 ร.ต.อ.ธัชชัย จันทรา รอง สว.กก.5 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สํานักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 4 (ภาคใต้) และเจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามพิเศษด้านสัตว์ป่าประจําจังหวัดตรัง ร่วมจับกุมนายธีรวัฒน์ ศรีหมอก อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ 7 ต.น้ำผุด อ.เมือง จ.ตรัง พร้อมของกลาง นกกระติดเขียวหรือนกไผ่ จํานวน 20 ตัว กรงเหล็ก จํานวน 1 กรง จับกุมได้บริเวณสามแยกนาขา ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวในกลุ่มผู้ค้าสัตว์ป่าทางเฟสบุ๊ค พบว่าได้มีการโพสต์คุย กันในกลุ่มโซนกแปลก แปลก โดยมีเจ้าของโพสต์ใช้ชื่อว่า &amp;ldquo;Teerawat Srimok&amp;rdquo; ได้โพสต์ข้อความว่า &amp;ldquo;แปด ศูนยๆ เป็นนกต่อ เหตุผลที่ขายที่บ้านเลี้ยงลูกนกกรงจุก จากนั้นสายลับได้ติดต่อขอซื้อนกโดยติดต่อล่อซื้อนกไผ่ ตกลงได้จํานวน 45 ตัว ตัวละ 40 บาท ก่อนนัดรับของกันที่สามแยกนาขา เมื่อผู้ต้องหามาถึงเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมพร้อมของกลางดังกล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการสอบสวนนายธีรวัฒน์ให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหามีไว้ในความครอบครองซึ่งสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 17 มาตรา,42 ค้าสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562 มาตรา 29 มาตรา 89 ก่อนส่งตัวให้พนักงาสอบสวน สภ.เมืองตรัง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92974</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรัง, นกกระติดเขียว, ปทส., สัตว์สงวน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210214/image_big_6028bee7ca732.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92480</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>09/02/2021 16:09</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>09/02/2021 16:09</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ปารีณา&#039; คอพาดเขียง! ปปช. ชี้มูลผิดจริยธรรมร้ายแรง ส่งศาลฎีกาสั่งฟันพ้นสภาพ ส.ส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9 ก.พ.64 - รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แจ้งว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่วันที่ 9 ก.พ. ได้พิจารณากรณีกล่าวหาบุกรุกที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ตามที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) มายังป.ป.ช.เนื่องจากเห็นว่า น.ส.ปารีณา เป็นจ้าหน้าที่ของรัฐบุกรุกที่ดิน กรณีจงใจที่จะกระทำความผิดทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง ซึ่งเป็นไปตามพ.ร.บ.ป.ป.ช.ฉบับใหม่ ซึ่ง ป.ป.ช.มีอำนาจไต่สวนจริยธรรมของนักการเมือง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยที่ประชุมมีมติชี้มูลความผิดว่า น.ส.ปารีณาผิดจริยธรรมร้ายแรงหลายข้อด้วยกัน เช่น ทำให้เสื่อมเสียเกียรติศักดิ์ , ผลประโยชน์ขัดกัน โดยจะสรุปสำนวนเพื่อส่งฟ้องต่อศาลฎีกา&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ โฆษกป.ป.ช.จะแถลงข่าวโดยละเอียดต่อสื่อมวลชนในวันพุธที่ 10 ก.พ.นี้เวลา 14.00 น. ที่ห้องแถลงข่าวสำนักงานป.ป.ช.สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า​ สำหรับโทษของข้อหาผิดจริยธรรมร้ายแรงคือต้องพ้นจากตำแหน่ง ส.ส. โดยเมื่อศาลฎีการับฟ้องจะต้องพิจารณาตัดสินว่าพ้นจากตำแหน่งหรือไม่&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92480</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุกรุกที่ดิน, ปทส., ปปช., ปารีณา ไกรคุปต์, ผิดจริยธรรมร้ายแรง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200814/image_big_5f36acb8d90c1.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92151</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/02/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/02/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ผู้การปทส.ลั่น คดีรุกป่าสงวน ครัวทอนไม่ช้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; ผู้การ ปทส.ลั่นคดีรุกป่าครอบครัว &amp;ldquo;จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; ไม่ช้าแน่นอน ชี้เพิ่งรับคำร้องทุกข์ ต้องใช้เวลาสอบพยานหลักฐาน &amp;ldquo;บิ๊กป้อม&amp;rdquo; นั่งหัวโต๊ะบี้เร่งจำแนกที่ดินป่าสงวนฯ 6.3 ล้านไร่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันศุกร์ที่ 5 ก.พ. พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ผบก.ปทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมป่าไม้เข้าแจ้งความเพิ่มเติมนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ใช้เอกสารที่ออกโดยมิชอบครอบครองพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี จำนวน 2,154-3-82 ไร่ ว่าเจ้าหน้าที่เพิ่งรับคำร้องทุกข์ไว้ จากนี้พนักงานสอบสวนต้องสอบพยานแวดล้อม รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องทั้งเจ้าหน้าที่ที่ดิน เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ และพยานบุคคลต่างที่ถูกอ้างอิงถึง
&amp;ldquo;เบื้องต้นเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 และ พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานตามขั้นตอน แต่รับรองว่าไม่ช้า เพราะขึ้นอยู่กับพยานจะมาให้ความร่วมมือหรือเปล่า เช่น เจ้าหน้าที่กรมที่ดิน ส่วนการที่จะเรียกนายธนาธร แม่และพี่สาวมาให้การ เป็นขั้นตอนที่ต้องได้ข้อมูลข้อเท็จจริงที่เพียงพอ ส่วนนี้เขาก็มีสิทธิ์ให้การ ซึ่งนอกจากนายธนาธรแล้ว เจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้อง พนักงานสอบสวนก็จะเรียกมาสอบทั้งหมด&amp;rdquo; พล.ต.ต.พิทักษ์กล่าว
วันเดียวกัน ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทางและมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ครั้งที่ 1/2564&amp;nbsp; ทั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบคำสั่งคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน ที่ 1/2564 เรื่องแต่งตั้งคณะทำงานกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน เพื่อทำหน้าที่กลั่นกรองข้อมูล ความจำเป็น ความเหมาะสม ความสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาล และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับนโยบายและแผนการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศ ที่ประชุมได้ร่วมพิจารณา 3 ประเด็น ดังนี้ 1.คำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานติดตามและขับเคลื่อนนโยบาย แนวทาง และมาตรการการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดิน 2.การจำแนกประเภทที่ดิน จังหวัดสระแก้ว และจังหวัดนครพนม (ขอเปลี่ยนแปลงมติคณะรัฐมนตรีเดิมเฉพาะแห่ง) และ 3.การเร่งรัดจำแนกประเภทที่ดิน ในพื้นที่ป่าไม้ถาวรนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่ยังไม่ได้สำรวจและจำแนกประเภทที่ดินอย่างละเอียด เนื้อที่ประมาณ 6.3 ล้านไร่
นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติเห็นควรมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมพัฒนาที่ดิน ดำเนินการสำรวจข้อมูลที่ดินพื้นที่ป่าไม้ถาวรนอกเขตป่าสงวนแห่งชาติ เขตอุทยานแห่งชาติ และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ยังไม่ได้มีการดำเนินการสำรวจจำแนกประเภทที่ดิน ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2525 (แก้ไขเมื่อวันที่ 18 ธ.ค.2527) เนื้อที่ประมาณ 6.3 ล้านไร่ และให้รายงานผลการดำเนินงาน เมื่อดำเนินการสำรวจเสร็จสิ้นแล้ว
ทั้งนี้ ในวาระอื่นๆ ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้าการดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน 1:4000 (One Map) และรับทราบการแก้ไขปัญหาพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ที่กองทัพภาคที่ 3 ส่งกลับคืนกรมป่าไม้ ท้องที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ และมอบหมายให้คณะทำงานกลั่นกรองฯ พิจารณาให้ความเห็นประกอบการพิจารณาของคณะอนุกรรมการนโยบาย แนวทาง และมาตรการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินต่อไป.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92151</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, จึงรุ่งเรืองกิจ, ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ที่ดินป่าสงวน, ปทส., หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เจ้าหน้าที่ที่ดิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210205/image_big_601d594e54cf0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>88403</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>30/12/2020 16:23</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>30/12/2020 16:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วราวุธ&#039; ลั่นดำเนินคดี &#039;แม่ธนาธร&#039; รุกป่าราชบุรี ไม่ได้ดูตัวบุคคลหรือฝ่ายใด ใครผิดฟันไม่เลี้ยง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;30 ธ.ค.63 - นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมป่าไม้เตรียมแจ้งความดำเนินคดีนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ มารดานายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า รุกป่าสงวนในพื้นที่ จ.ราชบุรี 450 ไร่ พร้อมเสนอเพิกถอนเอกสารสิทธิ์ นส. 3 ก จำนวน 2,000 ไร่ ว่า ในการทำงานของกระทรวงทรัพยากรฯ เราไม่ดูที่ว่าเป็นใครหรือฝ่ายใด เราดูแค่ว่าทรัพย์สมบัติของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นป่าสงวนหรือป่าอนุรักษ์นั้นได้มีการบุกรุกหรือไม่ และถ้ามีการบุกรุกขึ้นมา กระทรวงในฐานะที่เป็นเจ้าทุกข์ก็จะมีการแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งทุกคดีที่มีการร้องเรียนกระทรวงทรัพยากรฯ จะดำเนินคดีจนถึงที่สุด เราไม่ได้ประวิงเวลาหรือเอื้อประโยชน์ให้กับฝ่ายใดทั้งนั้น เราดำเนินคดีตามกฎหมายและเป็นไปตามขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม ไม่มีมี 2 มาตรฐาน หรือเลือกที่รักมักที่ชังอย่างแน่นอน เราให้ความยุติธรรมและดำเนินคดีโดยไม่ได้ดูที่ตัวบุคคล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/88403</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป่าไม้, บุกรุกป่าสงวน, ปทส., วราวุธ ศิลปอาชา, สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201215/image_big_5fd82796107cf.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>70993</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/07/2020 07:13</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/07/2020 07:13</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;วีระ&#039;แฉผู้มีอำนาจใช้วิชามารถ่วงคดี&#039;ปารีณา&#039;บุกรุกป่ายังไม่สามารถฟ้องได้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
10 ก.ค.63 - นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชัน โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง รายงานความคืบหน้าล่าสุดคดีปารีณา ไกรคุปต์&amp;nbsp; มีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ตำรวจ ปทส. ทำการสืบสวนสอบสวนคดีปารีณา ไกรคุปต์ บุกรุกครอบครองที่ดินของรัฐ บริเวณพื้นที่หมู่ที่ 6 ต.รางบัว อ.จอมบึง จ.ราชบุรี เสร็จสิ้นแล้ว และมีความเห็นควรสั่งฟ้องปารีณาว่ากระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2563 แต่กลับไม่สามารถส่งฟ้องคดีต่อพนักงานอัยการจังหวัดราชบุรีได้ในทันที ตามที่ควรจะเป็นไปตามกฏหมาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
เนื่องจากผู้มีอำนาจบางคนใช้ช่องทางกฏหมาย(วิชามาร)ถ่วงเรื่องเอาไว้ อยู่ๆก็มี ป.ป.ช. เข้ามายุ่ง(เสือก)กับสำนวนคดีของปารีณา โดย ป.ป.ช. ทำหนังสือแจ้งต่อตำรวจ ปทส. ให้ส่งสำนวนการสอบสวนทั้งหมดไปให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบสำนวนทั้งหมดก่อนที่ตำรวจ ปทส. จะส่งฟ้องคดีปารีณาต่อพนักงานอัยการ
ทำให้ตำรวจ ปทส. ต้องส่งสำนวนคดีของปารีณาทั้งหมดให้แก่ ป.ป.ช. ตามคำสั่งของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
จากวันที่ 9 มิถุนายน 2563 จนถึงวันนี้ 9 กรกฎาคม 2563 เป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ป.ป.ช. ก็ยังเก็บเรื่องดังกล่าวไว้เฉยๆ ไม่แจ้งความคืบหน้าหรือไม่แจ้งผลสรุปว่าจะเอาอย่างไร ที่สำคัญไม่รีบส่งเรื่องกลับมายังตำรวจ ปทส. เพื่อให้ส่งฟ้องคดีต่อพนักงานอัยการตามกฏหมายโดยเร็ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การดองคดี การถ่วงคดีดังกล่าวนี้ คนที่จะได้ประโยชน์โดยมิชอบคือผู้ต้องหา(ปารีณา ไกรคุปต์) แต่ทำให้รัฐ(ประเทศชาติ)และประชาชนต้องเสียหาย พวกคุณ(มึง)ทำอะไรกันไว้ ก็เตรียมรับผลของกรรมนั้นๆต่อไปก็แล้วกัน ไม่ปล่อยให้ลอยนวลแน่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/70993</URL_LINK>
                <HASHTAG>ช่องว่างกฎหมาย, น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์, นายวีระ สมความคิด, ปทส.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200618/image_big_5eeb60ff625a5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>7872</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/04/2018 09:42</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/04/2018 21:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยึดไม้พะยูงล็อตใหญ่ซุกโกงดังลาดกระบัง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 เม.ย.61-ช่วงค่ำที่ผ่านมา พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.(ปป) &amp;nbsp;พร้อมด้วยพล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. , เจ้าหน้าที่ทหาร กอ.รมน. &amp;nbsp;และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า &amp;nbsp;เข้าตรวจสอบ โกดังเลขที่ 68/1ซ.แฮปปี้เพลส ถ.เจ้าคุณทหาร &amp;nbsp;แขวงคลองสามประเวศ เขตลาดกระบัง กรุงเทพฯ &amp;nbsp;พบไม้พะยูง จำนวน 141 ท่อน/เหลี่ยม ปริมาตร 2.958 ลบ.ม. &amp;nbsp;รูปรอยดวงตรา ต.10849 &amp;nbsp;วางอยู่ในโกดัง , ไม้พะยูงท่อน จำนวน &amp;nbsp;371 &amp;nbsp;ท่อน &amp;nbsp;ปริมาตร 7.6666 ลบ.ม. &amp;nbsp;อยู่ในรถบรรทุก 6 ล้อ ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 71-2769 สมุทรปราการ ซึ่งจอดอยู่บริเวณข้างโกดัง , เลื่อยโซ่ยนต์ไฟฟ้าดัดแปลง ยี่ห้อ MAKITA พร้อมบาร์และโซ่ &amp;nbsp; ขนาดบาร์ &amp;nbsp;32 นิ้ว &amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;1 &amp;nbsp; เครื่อง วางอยู่ในกองขี้เลื่อย , รถยกโฟคลิฟ &amp;nbsp;จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp;1 &amp;nbsp; &amp;nbsp;คัน &amp;nbsp;ไว้สำหรับยกท่อนไม้ &amp;nbsp;อยู่ภายในโกดัง , เครื่องชั่งน้ำหนักดิจิตอล &amp;nbsp;หมายเลข S/N: 16E170313072 &amp;nbsp; &amp;nbsp;จำนวน 1 &amp;nbsp; เครื่อง ไว้สำหรับชั่งน้ำหนักท่อนไม้ &amp;nbsp;อยู่ภายในโกดัง , คีมจับไม้ ขนาดความยาว &amp;nbsp; 1.60 เมตร &amp;nbsp; จำนวน &amp;nbsp; 1 &amp;nbsp;คีม อยู่ภายในโกดัง , รถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไฮลัควีโก้ สีขาว หมายเลขทะเบียน ฒณ 3416 &amp;nbsp;กรุงเทพ ฯ &amp;nbsp;จำนวน 1 คัน จอดอยู่ภายในโกดัง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติฯ กล่าวว่า &amp;nbsp;การปฏิบัติการจับกุมเครือข่ายค้าไม้พะยูงข้ามชาติในครั้งนี้ ซึ่งได้รับรายงานว่ามีการลักลอบนำไม้พะยูงมาเก็บไว้ที่ โกดัง เลขที่ 68/1 ซ.แฮปปี้เพลส ถ.เจ้าคุณทหาร แขวงคลองสามประเวศ &amp;nbsp;เขตลาดกระบัง กรุงเทพ เพื่อบรรจุหีบห่อส่งที่ท่าเรือคลองเตย จึงให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปทส. ลงสืบสวนหาข่าว &amp;nbsp;และได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารและเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ เพื่อวางแผนร่วมกันเข้าตรวจค้นและจับกุมดังกล่าว การจับกุมครั้งนี้ ประเมินมูลค่าของกลาง กว่า 20 ล้านบาท.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/7872</URL_LINK>
                <HASHTAG>จับไม้พะยูง, ปทส., พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน, รองผบ.ตร., ลาดกระบัง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180425/image_big_5ae08f1cd5162.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>5555</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/03/2018 22:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>22/03/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>งาช้างเจ้าสัวนำเข้าผิดกม. ทำลายนิเวศป่าปรับ3ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เปรมชัย&amp;quot; เข้าให้ปากคำตำรวจเพิ่มเติม &amp;nbsp;พร้อมแจ้งประเมินค่าเสียหายระบบนิเวศทางธรรมชาติไม่ต่ำกว่า 3 ล้านบาท &amp;quot;หน.วิเชียร&amp;quot; ยืนยันพฤติการณ์ชัดเข้าป่าล่าสัตว์ &amp;quot;ศรีวราห์&amp;quot; มั่นใจหลักฐานเพียงพออัยการสั่งฟ้องแน่ &amp;quot;ศุลกากร&amp;quot; ชี้งาช้างบ้านเจ้าสัวนำเข้าผิด กม.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) วันที่ 21 มี.ค. ตั้งแต่เวลา 07.00 น. นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร และกรรมการบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยนายยงค์ โดดเครือ, นางนที เลียมแสน และนายธานี ทุมมาศ &amp;nbsp;4 ผู้ต้องหาในคดีล่าสัตว์ป่าในอุทยานทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก จังหวัดกาญจนบุรี เข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อให้การเพิ่มเติมต่อพนักงานสอบสวน หลังอัยการภาค 7 ได้มีคำสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติม 3 ประเด็น โดย พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เดินทางเข้าร่วมสอบปากคำนายเปรมชัยครั้งนี้ด้วย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า นายเปรมชัยและพวกให้ความร่วมมือในการสอบปากคำเป็นอย่างดี ซึ่งพนักงานสอบสวนได้แจ้งพฤติการณ์ตั้งแต่เริ่มเข้าไปในอุทยานให้กับผู้ต้องหาทราบ ซึ่งผู้ต้องหาได้ยืนยันถึงคำให้การเดิม รวมถึงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา จึงให้ผู้ต้องหาลงนามรับทราบ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามถึงประเด็นที่อัยการให้สอบเพิ่มเติม พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า อัยการสั่งให้ประเมินค่าเสียหายคดีทางแพ่งเกี่ยวกับระบบนิเวศ ทางสำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า ซึ่งได้ประเมินมูลค่าความเสียหายในอัตราขั้นต่ำ 3 ล้านบาท แต่ขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม หากมีก็จะต้องให้อัยการเป็นผู้พิจารณา รวมทั้งพนักงานสอบสวนได้ส่งหนังสือเชิญให้นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก เข้ามาพบเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม รวมถึงเพื่อยืนยันถึงพฤติการณ์ในคดีที่เกิดขึ้นทั้งหมด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผลนิติวิทยาศาสตร์ที่ยังไม่สมบูรณ์ประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ตอนนี้ได้ส่งหนังสือเร่งรัดไปยังกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชแล้ว ขอเวลาให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบรายละเอียดก่อน&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว &amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ถามว่า กรณีนางคณิตา กรรณสูต ภรรยานายเปรมชัย จะโดนแจ้งข้อหาแจ้งความเท็จเกี่ยวกับการจดแจ้งครอบครองงาช้างเพิ่มเติมหรือไม่ รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้มีการหารือกับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ แล้ว ซึ่งต้องรอให้อธิบดีกรมอุทยานฯ พิจารณาก่อนว่าจะร้องทุกข์ในประเด็นนี้หรือไม่ ซึ่งได้ขอให้มาร้องทุกข์ภายในวันที่ 23 มี.ค.นี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากการให้ปากคำนายเปรมชัยและพวกนานกว่า 3 ชั่วโมง ทั้งหมดได้เดินทางกลับโดยทันที และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมานายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ในประเด็นพฤติการณ์ของนายเปรมชัยและพวกในการเข้าไปล่าสัตว์ป่า&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายวิเชียรกล่าวก่อนการให้ปากคำเพิ่มเติมว่า เดินทางมาให้ปากคำเพิ่มเติมในสำนวนเพื่อให้สมบูรณ์ ส่วนรายละเอียดยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จากนั้น นายณัฐวุฒิ สระฏัน ผอ.สำนักสืบสวนปราบปรามที่ 1 กรมศุลกากร พร้อมคณะ เดินทางเข้าตรวจงาช้างที่ยึดได้จากบ้านนายเปรมชัย จำนวน 4 กิ่ง เพื่อหาที่มา หลักฐานการนำเข้า เพราะงาช้างดังกล่าวเป็นงาช้างที่แอฟริกา ที่นางคณิตาภรรยาอ้างได้รับจากญาติมาอีกครั้ง เป็นมรดกตกทอด ขณะเดียวกันนอกจากงาช้างแล้ว นายณัฐวุฒิยังได้ตรวจสอบอาวุธปืนคาบศิลาที่ยึดได้จากที่บ้านนายเปรมชัยเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นโบราณวัตถุแหล่งผลิตอยู่ที่ประเทศอังกฤษ เพื่อตรวจสอบว่ามีการสำแดงนำเข้าอย่างถูกต้องหรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายณัฐวุฒิกล่าวหลังการตรวจสอบงาช้างว่า งาช้างเป็นสินค้าควบคุมการนำเข้า ปัจจุบันตาม พ.ร.บ.งาช้างปี 2558 ห้ามนำเข้านำผ่าน เว้นแต่ได้รับอนุญาต หลังจากนี้ กรมศุลกากรจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปตรวจสอบว่าในอดีตมีการขออนุญาตนำเข้างาช้างหรือไม่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบ น่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 วันก็แล้วเสร็จ เบื้องต้นงาช้างทั้ง 2 คู่ ขณะนี้ยังไม่พบเอกสารการนำเข้า ต้องรอการตรวจสอบข้อมูลการขออนุญาตนำเข้าอย่างละเอียดอีกครั้ง โดยหลักการแล้ว การขออนุญาตนำเข้างาช้างอย่างถูกต้อง ต้องขออนุญาตผ่านกระทรวงการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ครอบครองงาช้างคือนางคณิตา ภรรยานายเปรมชัย &amp;nbsp;ให้การว่าได้มาเมื่อตอน พ.ศ.2524 โดยมีญาติให้มา นั่นเป็นคำให้การของผู้ต้องหา แต่ ป.วิอาญาไม่รับฟัง แต่ความจริงคือตนไปตรวจยึดเมื่อเดือนที่แล้วที่บ้านนายเปรมชัย ไม่ขาดอายุความแน่นอน พบวันไหนก็นับตั้งแต่วันนั้น เรื่องขาดอายุความไม่น่าจะเป็นประเด็น แต่ถ้าเขายืนยันว่าได้ครอบครองเมื่อปี พ.ศ.2524 ก็ให้นำเอกสารมายืนยัน เพราะกฎหมายศุลกากรมีตั้งแต่ พ.ศ. 2467 ถ้าจะไปจุดประเด็นกันก็ขาดอายุความ ไม่ต้องไปจุดเสียเวลาเปล่า ยืนยันฟ้องแน่นอน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนปืนคาบศิลา ได้เรียนถามกับทางเจ้าหน้าที่กรมศุลกากรเบื้องต้นแล้ว บอกว่ายืนยันไม่ได้ คงจะดำเนินเรื่องศุลกากรไม่ได้ ส่วนเรื่องโบราณวัตถุ ทางกรมศิลปากรเขาก็ยืนยันมาแล้วว่าเป็นโบราณวัตถุจริง แต่ยังไม่มีในประกาศดำเนินคดีไม่ได้ แต่ปืนคาบศิลาต้องยึดเป็นของแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.โบราณสถานและวัตถุ ดำเนินคดีไม่ได้แต่ยึดได้ ยืนยันไม่มีประเด็นที่จะหลุด ที่ชอบไปออกข่าวว่าจะหลุดๆ ผมอยากจะรู้ว่าใครเป็นคนทำสำนวน&amp;quot; พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รอง ผบ.ตร.กล่าวว่า ส่วนการสอบปากคำนายวิเชียร ทุกอย่างเรียบร้อยดี เป็นไปตามที่อัยการสั่ง ขณะเดียวกันได้สั่งการไปแล้วให้พนักงานสรุปสำนวนส่งอัยการ ส่วนอัยการจะสั่งให้สอบเพิ่มเติมหรือไม่ ไม่สามารถตอบแทนได้ เพราะครั้งนี้มีหลักฐานการตรวจพิสูจน์เพิ่มเติมของกรมอุทยานฯ เป็นหลักฐานใหม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. กล่าวว่า พนักงานสอบสวนจะเชิญนายนพดล พฤกษะวัน อดีตข้าราชการกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ที่ปรึกษาบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้ประสานงานให้เข้าพื้นที่มาสอบสวนเพิ่มเติม โดยจะออกหมายเรียกให้มาพบวันที่ 23 มี.ค.นี้ เพื่อจะสอบในประเด็นที่ต้องยืนยันเกี่ยวกับคำพูดที่นายวิเชียรให้การว่า นายเปรมชัยจะให้นายนพดลมาเคลียร์เรื่องให้เพื่อนำข้อมูลมาประกอบสำนวนให้หนักแน่น รอบคอบ รัดกุม ส่วนจะมีการแจ้งข้อหาร่วมกันทุจริตเจ้าพนักงานกับนายนพดลหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับการให้การในชั้นสอบสวนว่านายนพดลเข้าไปมีส่วนในเรื่องนี้หรือไม่และเกี่ยวข้องอย่างไร.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/5555</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมศุลกากร, ธานี ทุมมาศ, นที เลียมแสน, ปทส., พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล, ยงค์ โดดเครือ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, เปรมชัย กรรณสูต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180321/image_big_5ab26f750a5a6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
