<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>19556</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2018 13:31</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2018 13:31</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> ปธ.กกต.แจงร่นรับรองพรรคใหม่ให้ทันเลือกตั้ง ปัดเอื้อกลุ่มใด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค. 61 - นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงถึงกรณีที่สำนักงาน กกต. ได้ปรับเปลี่ยนหลักเกณฑ์การพิจารณารับจดแจ้งตั้งพรรคการเมืองใหม่ โดยให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 45 วันว่า พรรคที่มายื่นขอจดแจ้งจัดตั้งเป็นพรรคใหม่นั้นมีเป็นร้อย หน้าที่ของ กกต. คือกลุ่มการเมืองหรือบุคคลใดที่ยื่นขอตั้งพรรคการเมือง เราต้องทำให้มั่นใจว่าเมื่อเขาขอจดแจ้งมาแล้วต้องจดตั้งให้เขาทันเวลา ซึ่งเมื่อมีจำนวนหลายกลุ่มเราต้องเอาความเท่าเทียมกันเป็นเกณฑ์มากกว่าเอาพรรคใดพรรคหนึ่ง โดยในการปฏิรูปการเมืองนั้นต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;พรรคการเมืองไม่ว่าจะเป็นพรรคเก่าพรรคใหม่หรือพรรคเล็กพรรคใหญ่ต้องสนับสนุนให้เขาสามารถดำเนินการให้ตรงวัตถุประสงค์ของเขา ดังนั้นเมื่อเขาขอจัดตั้งพรรคมาเราต้องทำให้เขามั่นใจว่าเราจะจดให้เขาเป็นพรรคการเมืองได้ และให้เขาเข้าสู่สนามการเลือกตั้งได้ แต่คงไม่ใช่เป็นการปรับเพื่อเอื้อกับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งถ้าจะปรับก็ให้มีมาตรฐานเดียวกัน&amp;quot; นายอิทธิพร ระบุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ประธาน กกต. กล่าวว่า หลักเกณฑ์ที่ว่าผู้สมัครรับเลือกตั้งจะต้องมีสมาชิกพรรคไม่น้อยกว่า 90 วัน ถ้านับจากวันที่มายื่นจดแจ้งกับวันที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.จะมีผลบังคับใช้แล้ววันที่ 11 ธ.ค. มองว่าการเลือกตั้งจะมีขึ้นภายใน 150 วัน การเลือกตั้งที่อาจจะมีขึ้นในวันที่ 24 ก.พ.62&amp;nbsp; ฉะนั้นกกต.ต้องเร่งรัดการพิจารณาการยื่นขอจดแจ้งตั้งพรรคให้เสร็จเร็วที่สุด เพื่อพรรคที่จะเกิดขึ้นใหม่จะได้มีเวลาทำตามขั้นตอน ดังนั้นการที่เราจะใช้เวลาตามขั้นตอนจดทะเบียนพรรคตามที่คาดการณ์ไว้ว่า 60 วันนั้น จึงจำเป็นปรับเวลาให้ทุกกลุ่มที่ยื่นขอตั้งพรรคสามารถดำเนินการเพื่อเข้าสู่สนามการเลือกตั้งให้ได้ เพราะต้องการให้มีพรรคใหม่ๆ เข้ามามีส่วนร่วมในการเลือกตั้งครั้งนี้ให้มากที่สุด.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/19556</URL_LINK>
                <HASHTAG>จดตั้งพรรค45วัน, ปธ.กกต., ปัดเอื้อกลุ่มใด, รับรองพรรคใหม่, อิทธิพร, เลือกตั้ง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180920/image_big_5ba3620980d5b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>13489</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2018 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2018 11:41</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อึ้ง!&#039;พรเพชร&#039;บอกล็อบบี้เลือก&#039;ปธ.กกต.&#039;เรื่องธรรมชาติ  </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.61-นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) กล่าวถึงกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)แสดงความกังวลอาจมีการล็อบบี้การเลือกประธานกกต.ชุดใหม่ ว่า เป็นเรื่องของว่าที่กกต.จะไปเลือกกันเอง ไม่รู้จะมีใครไปล็อบบี้กันได้ แต่เป็นธรรมชาติของการฟอร์มทีมองค์กรอิสระที่จะมีการออกข่าวว่าใครเป็นผู้มีความเหมาะสม ความน่าสนใจ เป็นเรื่องธรรมดาที่จะมีข่าวออกมาว่าใครจะมาเป็นประธาน อย่าไปคิดว่าการแข่งขันเป็นประธานกกต. จะทำให้เกิดความขัดแย้งกัน เชื่อว่าการเลือกประธานกกต.ไม่น่าจะมีความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะในช่วงการสรรหากกต. ทางคณะกรรมการสรรหากกต.ได้สอบถามผู้สมัครทุกคนเกี่ยวกับเรื่องการทำงานร่วมกันว่า จะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ หากมีใครมีอีโก้สูง คะแนนจะลดลงไป รวมทั้งต้องมีความเป็นอิสระ เป็นกลาง มั่นใจว่า เมื่อผ่านขั้นตอนเลือกประธานกกต.แล้ว จะไม่มีการเคลื่อนไหวสร้างความขัดแย้ง เพราะจะทำให้องค์กรขาดความศรัทธา&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายพรเพชร กล่าวว่า &amp;nbsp;สิ่งที่เป็นห่วง คือ เรื่องการยื่นใบลาออกจากตำแหน่งต่างๆ ของว่าที่กกต.5 คน ที่จะต้องลาออกจากทุกตำแหน่งครบถ้วน มิเช่นนั้นอาจเกิดปัญหาเหมือนในอดีต เพราะบางคนใช้วิธีลาออกอย่างไม่เป็นทางการ ซึ่งจะต้องมีการยื่นหนังสือลาออกอย่างเป็นทางการ และมีหลักฐานยืนยันจากหน่วยราชการว่ามีการรับหนังสือลาออกแล้ว ขณะที่ตำแหน่งที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ จะต้องทำหนังสือลาออกถึงสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯเรื่องการขอลาออกจากตำแหน่ง ไม่ใช่แค่เขียนใบลาออกแล้วจบ ขอให้ทั้ง5คนตรวจสอบว่า ลาออกจากทุกตำแหน่งครบถ้วนหรือไม่ เพราะทางสำนักเลขาธิการวุฒิสภาไม่สามารถตรวจสอบได้ทั้งหมด หากมีการตรวจสอบพบว่ายังลาออกไม่ครบทุกตำแหน่ง อาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัติการเป็นกกต.ในวันข้างหน้า ขอเตือนว่า เรื่องการลาออกไม่ใช่เรื่องเล่นๆ&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ส่วนการสรรหาว่าที่กกต.อีก 2คนนั้น จะดำเนินการหลังจากนำรายชื่อว่าที่กกต. 5คน ขึ้นทูลเกล้าฯไปแล้ว แต่ไม่ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯลงมา ก็สามารถเริ่มต้นกระบวนการสรรหาได้ประมาณต้นเดือน ส.ค.ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะใช้วิธีการสรรหาหรือทาบทามกกต.ใน 2 คนที่เหลือ ในใจตนมีคำตอบแล้ว แต่ไม่อยากพูดชี้นำ เรื่องนี้ต้องรอให้คณะกรรมการสรรหากกต. ประชุมหารือกันก่อน ทั้งนี้ไม่ทราบว่า การสรรหากกต.ในรอบ 3 จะมีผู้สมัครลดลงหรือไม่ แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะอยู่ที่คุณสมบัติแต่ละคน ผู้มาสมัครจะต้องคิดให้มากขึ้นว่า ตัวเองมีคุณสมบัติถูกต้องเหมาะสมหรือไม่ &amp;nbsp;แม้บางคนเคยเป็นอธิบดีมา 5 ปี แต่อาจมีเรื่องราวได้&amp;quot;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/13489</URL_LINK>
                <HASHTAG>กกต., นายพรเพชร วิชิตชลชัย, ปธ.กกต., ปธ.สนช., รัฐสภา, สมชัย ศรีสุทธิยากร, สรรหากกต.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20180518/image_big_5afecf2ee2c76.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
