<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>80526</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เหยื่อเฮชนะคดี หมอข่มขืนคนไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทนายนิด้าโพสต์แจ้ง ศาลนครสวรรค์สั่งจำคุก 4 ปี 15 เดือน สูตินรีแพทย์ข่มขืน ทำอนาจารคนไข้ &amp;quot;บุ๋ม-ปนัดดา&amp;quot; ผู้ยื่นมือช่วยเหลือเหยื่อ ขอบคุณทุกกำลังใจ ด้านจำเลยยื่นประกันเพื่ออุทธรณ์สู้คดี
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรณีแพทย์สูตินรีเวชที่คลินิกแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์ ถูกร้องเรียนว่ากระทำอนาจารข่มขืนกระทำชำเราคนไข้หลายราย จนเป็นข่าวโด่งดังเมื่อปี 2561 โดยในเวลานั้นเพจทนายนิด้าของนางศรันยา หวังสุขเจริญ โพสต์ข้อความระบุว่า ได้รับร้องเรียนจากบุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ผู้ก่อตั้งองค์กรทำดี ให้ช่วยรับคดีคนไข้ถูกหมอใหญ่ข่มขืนกระทำชำเราจนเป็นข่าวใหญ่เป็นคดีขึ้นศาล ขณะที่แพทยสภาได้มีการสอบข้อเท็จจริงกรณีความผิดเกี่ยวกับจริยธรรมและจรรยาบรรณแพทย์ไปก่อนหน้านี้นั้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ต่อมาเฟซบุ๊กเพจทนายนิด้าได้โพสต์ข้อความระบุว่า ล่าสุดศาลจังหวัดนครสวรรค์ได้พิพากษาจำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี 15 เดือน ไม่รอลงอาญา เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยระบุว่า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ขอบันทึกไว้เป็นอีก 1 ความสำเร็จและความภาคภูมิใจที่สามารถเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่เหยื่อได้ คดีที่ยากที่สุดในชีวิตตั้งแต่เคยทำมา เนื่องจากพยานหลักฐานที่น้อยมาก รอคำพิพากษาตัวเต็มค่ะ!!
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขอแสดงความยินดีกับผู้ถูกกระทำ ขอขอบคุณพี่ บุ๋ม ปนัดดา ที่ให้ความเชื่อมั่นในศักยภาพของทนายนิด้า ขอบคุณท่านอัยการ ขอบคุณพนักงานสอบสวนที่รับผิดชอบคดี ขอบคุณค่ะ #ทนายนิด้า #ทนายหญิงสายลุย #หมอข่มขืนคนไข้&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่เฟซบุ๊กแฟนเพจบุ๋ม ปนัดดา โพสต์ว่า &amp;ldquo;แม้จะใช้เวลาเนิ่นนาน ทั้งน้ำตาและความกลัว วันนี้เราชนะคดีแล้วค่ะ #หมอสูตินครสวรรค์ ล่วงละเมิดผู้ป่วย จำคุกสี่ปีไม่รอลงอาญา ขอบคุณทุกกำลังใจและการต่อสู้ของผู้หญิงทุกคนที่มีส่วนร่วมในคดีนี้ โดยเฉพาะทนายนิด้าที่สู้ขาดใจแม้ตอนนั้นจะท้องอยู่ ใครที่เคยปลุกปั่น ใส่ร้ายพวกเราให้เสียกำลังใจ เวรกรรมมีจริงนะคะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ก่อนหน้านี้ เมื่อปี 2561 หญิงสาวชาวจังหวัดอุทัยธานีเข้าแจ้งความตำรวจนครสวรรค์ ดำเนินคดี นพ.จักรพงษ์ แพทย์ประจำคลินิกแห่งหนึ่งใน จ.นครสวรรค์ โดยกล่าวหาว่ากระทำอนาจารและข่มขืนภายในคลินิก ซึ่งเมื่อเป็นข่าวก็มีอดีตคนไข้ของแพทย์คนนี้กว่า 20 คน ให้ข้อมูลผ่านสื่อมวลชนว่าเคยถูกกระทำอนาจารเช่นกัน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เจ้าของเพจเฟซบุ๊กข่าวนครสวรรค์บอกว่า ผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลหลายคนระบุตรงกันในหลายๆ เรื่อง ทั้งชื่อของแพทย์ ลักษณะการถูกกระทำอนาจาร ซึ่งผู้เสียหายส่วนใหญ่ไม่กล้าแจ้งความ เพราะอายและเกรงว่าจะไม่มีหลักฐานเอาผิด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;หญิงคนหนึ่งอายุ 27 ปี หนึ่งในคนไข้ของแพทย์คนนี้ บอกว่า เมื่อประมาณ 3 ปีก่อนเคยเข้าตรวจรักษากับแพทย์คนนี้ และถูกกระทำอนาจารจึงขอยุติการตรวจ จากนั้นได้พยายามเตือนเพื่อนและคนรู้จักให้ทราบถึงความเสี่ยงที่จะเข้าไปตรวจที่คลินิกแห่งนี้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ผู้เสียหายอีกคนบอกว่า ตอนนั้นไปคนเดียวเข้าในห้อง เริ่มแรกหมอพูดคุยปกติ พอสักพักหมอเริ่มถามว่าเคยช่วยตัวเองไหม ต้องทำเพราะจะช่วยให้ผ่อนคลาย และใช้มือจับอวัยวะเพศ จึงปัดมือออก แต่หมอคนนี้ก็ยังพูดเรื่องหยาบโลน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในส่วนของ นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดนครสวรรค์ นำทีมงานตรวจสอบคลินิกที่เกิดเหตุ ในตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมืองนครสวรรค์ ก่อนเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางหน่วยงานได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงควบคู่ไปกับทำงานของตำรวจแล้ว ส่วนการตรวจคลินิกพบว่าเป็นไปตามมาตรฐาน มีเพียงเรื่องการตรวจคนไข้ที่จะต้องมีผู้ช่วยอยู่ด้วย เพื่อไม่ให้หมอและคนไข้อยู่ลำพังสองคน ซึ่งได้มีการกล่าวตักเตือนไปแล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน นพ.จักรพงษ์ได้เข้าให้ปากคำพนักงานสอบสวน ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และหลังจากศาลมีคำพิพากษาก็ได้ยื่นขอประกันตัวเพื่ออุทธรณ์ต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/80526</URL_LINK>
                <HASHTAG>นพ.อดิสรณ์ วรรธนะศักดิ์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ศรันยา หวังสุขเจริญ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20201014/image_big_5f86f0cee66ff.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>71241</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/07/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/07/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอวดินระเบิด</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เรียกได้ว่าสดใสไม่ตกเทรนด์อีกแล้ว สำหรับ ส.ส.คนดังแห่งค่ายพลังประชารัฐ อย่าง สาวเอ๋-ปารีณา ไกรคุปต์ ที่หลังจากงัดกับ เจ๊บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ไปแล้วพอเป็นพิธี &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ล่าสุด เจ้าตัวโชว์สเต็ปผ่านแอปโซเชียลมีเดียน้องใหม่ที่กำลังฮิต อย่าง TikTok พร้อมท่าตบบ่า&amp;nbsp; ส่ายเอว ทำเอาเป็นที่ฮือฮาอย่างมาก &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยคลิปดังกล่าวมีคนกดถูกใจกว่า 23,000 ครั้งเลยทีเดียว พร้อมแฮชแท็กที่เป็นที่ฮือฮา อย่าง #ปารีณาเอวดินระเบิด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนอกจากคอนเซ็ปต์ หน้านิ่ง ที่คงไว้อยู่แล้ว ส.ส.คนดังแห่งเมืองโอ่งยังคงไม่ทิ้งลาย เพราะนอกจากจะเป็นการเปิดตัวผ่านแอปพลิเคชันใหม่แล้ว ยังคงแซะ อริในสนามการเมือง อย่าง ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ แกนนำคณะก้าวหน้าอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; เป็นประเด็นที่เขากลับไปนั่งเป็น กมธ.งบปี 64 อีกครั้ง ทั้งที่เมื่อปี 63 ที่ผ่านมาก็เคยนั่งตำแหน่งเดียวกันนี้ แต่ก็ชิงลาออกไปเสียก่อนซะอย่างนั้น เลยไม่วายกลายเป็นประเด็นให้โดนแขวะจนได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; และนี่เป็นอีกครั้งที่แสดงให้เห็นว่า สาวเอ๋ น่าจะตัดสินใจเอาดีด้านการเอนเตอร์เทนประชาชน ที่นอกจากจะสร้างรอยยิ้มแล้ว ยังสอดแทรกใจความสำคัญไว้ได้อีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ถือว่าเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยทีเดียว...อิอิ.&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;ใบไม้ห้าแฉก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/71241</URL_LINK>
                <HASHTAG>คันปากอยากเล่า, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ปารีณา ไกรคุปต์, ใบไม้ห้าแฉก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68692</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ยกแรกกลางรายการ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; อีกหนึ่งประเด็นที่ยังถูกจัดอยู่ในประเด็นการเมือง แม้อีกฝ่ายจะอยู่ในวงการบันเทิงก็ตาม ในกรณีของ &amp;quot;คุณเอ๋&amp;quot; ปารีณา ไกรคุปต์ &amp;nbsp;ส.ส.พปชร. คนดังจากจังหวัดราชบุรี กับ &amp;quot;คุณบุ๋ม&amp;quot; ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารานักแสดง จากชนวนเหตุคือ แฮชแท็ก &amp;quot;หมีเหม็น&amp;quot; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ซึ่งทั้งสองได้มีการปะทะกันผ่านโลกโซเชียลเป็นระยะๆ โดยหมัดเด็ดของฝ่ายเอ๋คือ ท้าให้อดีตนางสาวไทยเมื่อปี 2543 มาลง ส.ส.เขตให้รู้แล้วรู้รอด ขณะที่ฝากของ ดร.บุ๋ม ก็บอกว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นจะเรียก &amp;quot;สงครามนางงาม&amp;quot; เพราะว่าอีกฝ่ายที่เป็นอดีตรุ่นน้องร่วมเวทีประกวดในปี 2544 ตกรอบเสียก่อน จึงเปรียบว่าเป็นสงครามนางงามไม่ได้&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ก่อนที่ทั้งคู่จะได้ประจันหน้ากันจะจะเป็นครั้งแรกในรายการแฉ ของ &amp;ldquo;มดดำ&amp;rdquo; คชาภา ตันเจริญ ลูกชายของ สุชาติ ตันเจริญ ส.ส.คนดังของ พปชร. แต่แม้คุณพ่อจะทำงานกับฝ่ายรัฐบาล แต่ตัวของลูกชายเองกลับมีจุดยืนทางการเมืองที่อยู่ฝั่งตรงข้าม &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; โดยตัวพิธีกรคนดังเองสนับสนุนการทำงานของพรรคอนาคตใหม่อย่างชัดเจนเช่นกัน แน่นอนว่า พอปารีณามาออก ก็โดนทั้งแขวะ ทั้งแซะ แต่ก็ไม่มีออกอาการให้เห็นแต่อย่างใด&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; จนจะจบรายการ พอพิธีกรถามว่า ที่พูดออกมานี่เป็นการแสดงรึเปล่า &amp;ldquo;ไม่เคย ไม่ใช่นักแสดง แสดงไม่เป็น ไม่เคยแบบว่า วันนึงด่า ด่า ด่า ด่า ด่า เช้าร้องไห้&amp;rdquo; &lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; พอถามกลับว่า &amp;ldquo;นี่เท่ากับแขวะคุณบุ๋มรึเปล่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; ปารีณาตอบหน้าตายก่อนออกท่าทาง หันไปมองคู่กรณีแล้วถามว่า &amp;ldquo;ร้อนไหมล่ะ&amp;rdquo; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; แม้จังหวะนั้นจะมีเสียงหัวเราะกลบเกลื่อน แต่สุดท้ายแล้วบุ๋มปนัดดาก็โพสต์ข้อความพร้อมแฮชแท็กว่า #ใต้เลขห้ามีภูเขาไฟซ่อนอยู่ ขณะที่อีกฝ่ายยังคงนิ่งสบ&lt;/p&gt;

&lt;p style=&quot;margin-bottom:.0001pt&quot;&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp;&amp;nbsp; หากเปรียบเป็นมวย หลายคนอาจจะคิดว่าเป็นมวยถูกคู่ แต่มองจากยกแรกแล้ว สาวเอ๋ได้คะแนนจากกรรมการไปแบบเอกฉันท์เลยทีเดียว&lt;/p&gt;

&lt;p align=&quot;right&quot; style=&quot;margin-bottom:.0001pt; text-align:right&quot;&gt;ใบไม้ห้าแฉก&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68692</URL_LINK>
                <HASHTAG>คชาภา ตันเจริญ, คันปากอยากเล่า, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ปารีณา ไกรคุปต์, สุชาติ ตันเจริญ, ใบไม้ห้าแฉก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/5a2a90cec635d.png</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>68134</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/06/2020 15:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/06/2020 15:22</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บุ๋ม&#039;ปัดดอดไกล่เกลี่ย&#039;เอ๋&#039; ยันพร้อมสู้คดี ฟุ้ง20พรรครุมจีบ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8 มิ.ย. 63 -&amp;nbsp; ที่รัฐสภา น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี (บุ๋ม ปนัดดา) พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง ในฐานะอนุกรรมาธิการศึกษากระบวนการยุติธรรม และกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ สภาผู้แทนราษฎร เดินทางเข้าร่วมประชุม กมธ.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดย น.ส.ปนัดดา ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวที่มีการไปขอเจรจากับ น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ ที่มีการปะทะคารมกันผ่านสื่อออนไลน์ ว่า ยืนยันไม่ได้มีการเจรจาใด ๆ แต่มี ส.ส.บางคนอาสามาเป็นกาวใจเพื่อขอให้ยุติปัญหาที่เกิดขึ้น แต่หากอีกฝ่ายมีการฟ้องร้องกันจนเป็นคดี ต้องมีการขึ้นศาล ตนก็พร้อมต่อสู้คดี เพื่อปกป้องสิทธิและรักษาศักดิ์ศรีของตน เพราะส่วนตัวได้โพสต์ชี้แจงไปแลว เมื่อตนหยุดอีกฝ่ายไม่หยุดก็จบ ส่วนจะเดินหน้าฟ้องร้องเอาผิด ส.ส.คนดังกล่าวหรือไม่นั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการหารือกับฝ่ายกฎหมายอยู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อย่างไรก็ตาม หลังเกิดข้อพิพาทดังกล่าว มีพรรคการเมืองกว่า 20 พรรค ติดต่อทาบทามให้เป็นสมาชิกพรรค ซึ่งมีทั้งพรรคการเมืองขนาดใหญ่และขนาดเล็กติดต่อ แต่ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะไม่ขอลงสมัครรับเลือกตั้ง เพราะถ้าเป็นส.ส.ก็คงอยู่เขตไหนเขตนั้น&amp;nbsp; ไปข้ามเขตคงไม่ได้ แต่ทุกวันนี้เป็นดารา เป็นคนของประชาชนจะไปหาใครก็ทำได้&amp;nbsp; อยู่อย่างนี้สบายใจกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อถามว่า ใน 20 พรรคการเมือง มีพรรคพลังประชารัฐ ทาบทามให้ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ น.ส.ปนัดดา ระบุว่า &amp;ldquo;ปล่อยฉันไปเถอะ ขอบอกแค่ว่า ขอบคุณผู้ใหญ่ทุกคนที่สนใจและให้โอกาส ให้เกียรติ แต่พอมานั่งนึกก็อาจจะมีอะไรตึงตังออกไป ก็มีอารมณ์บ้าง แต่พอใจเย็นขึ้นมานั่งคิดมากขึ้น ขอเป็นคนขอประชาชน เป็นดาราต่อไปดีกว่า&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.ปนัดดา ยังได้กล่าวถึงการทำหน้าที่ในฐานะอนุกรรมาธิการฯ ว่า&amp;nbsp; ในวันนี้เป็นการประชุมกรรมาธิการชุดใหญ่ ที่จะมีอนุกรรมาธิการ 2 ชุดมาร่วมประชุมด้วย จะมีการรวบรวมผลศึกษา และการค้นคว้าคำจำกัดความ &amp;ldquo;การคุกคามทางเพศ&amp;rdquo;&amp;nbsp; ซึ่งถือเป็นเรื่องของกฎหมายที่จะมีผลกระทบต่อคนส่วนใหญ่ ดังนั้น การมาทำหน้าที่ตรงนี้จะเล่น ๆ ไม่ได้.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/68134</URL_LINK>
                <HASHTAG>บุ๋ม, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ปารีณา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200608/image_big_5eddf4ef06c44.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>67829</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>05/06/2020 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>05/06/2020 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอ๋-บุ๋ม:มากสามี-ผีเจาะปาก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เอ๋ ปารีณา เปิดศึก บุ๋ม ปนัดดา จากประเด็นข้อกฎหมายคดีข่มขืน คุกคาม ลามไปถึงเรื่องส่วนตัว ฝ่าย ส.ส.ซัด &amp;quot;มากสามี&amp;quot; เจอโต้กลับ &amp;quot;ผีเจาะปากมาพูด&amp;quot; พร้อมโชว์ถ้วยนางสาวไทยเย้ยคู่กรณีที่ติดแค่ 1 ใน 10
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 4 มิถุนายนนี้ ที่รัฐสภา น.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์กรณีปะทะคารมผ่านโซเชียลมีเดีย กับ น.ส.ปนัดดา วงศ์ผู้ดี หรือบุ๋ม ปนัดดา พิธีกรและนักแสดงชื่อดัง เกี่ยวกับกฎหมายคดีข่มขืนว่า อยากให้คนที่เป็นดาราพูดจาระวัง เพราะสังคมอาจจะเข้าใจผิด ซึ่งเป็นเรื่องของการที่บุ๋มปนัดดาไปโพสต์ทำนองว่าข่มขืนหรือคุกคามไม่สามารถดำเนินคดีได้ แต่จริงๆ แล้วมันสามารถดำเนินคดีได้ อย่างในพื้นที่ของตนก็มีผู้มาดำเนินคดีเกี่ยวกับการข่มขืน ซึ่งปัจจุบันกำลังมีการพิจารณากฎหมายเพิ่มโทษให้สูงขึ้น ทั้งการข่มขืนและการคุกคาม แต่ถ้าแค่ไปลงบันทึกประจำวันอย่างที่มีการกล่าวอ้าง มันจะไม่เป็นคดีอาญา เหมือนกับการไปแจ้งความ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปารีณากล่าวว่า ตนไม่ได้อ่านแค่พาดหัวข่าวแล้วออกมาตำหนิ แต่อ่านทั้งหมด ซึ่งตนกลัวถ้าประชาชนเกิดมาอ่านแล้วเข้าใจผิด หากใครถูกข่มขืน คุกคามก็จะไปลงบันทึกประจำวันเพียงอย่างเดียว ยืนยันว่าทุกอย่างสามารถดำเนินคดีได้ และตนไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับบุ๋ม ปนัดดา แต่อยากให้ดาราระมัดระวังในการพูด เพราะเป็นบุคคลที่ประชาชนให้ความสนใจ เวลาพูดอะไร ประชาชนไม่รู้ก็จะเชื่อ ก็จะส่งผลกระทบต่อสังคม ส่วนที่สังคมออนไลน์ออกมาโจมตีกรณีนี้ ก็เป็นเรื่องปกติที่โจมตีอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าจะขอโทษบุ๋ม ปนัดดา หรือไม่ น.ส.ปารีณากล่าวว่า อยากให้ประชาชนใช้วิจารณญาณกับความเห็นของบุ๋ม ปนัดดา ในการเสพข้อมูลต่างๆ เพราะมันไม่ใช่ข้อเท็จจริง ยืนยันว่าบุ๋ม ปนัดดา ไม่ใช่กรรมาธิการที่มีอำนาจพิจารณาเรื่องนี้ เป็นเพียงที่ปรึกษา และการพิจารณาเพิ่มโทษมีหน่วยงานพิจารณาอยู่แล้ว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทั้งนี้ น.ส.ปารีณายังระบุว่า ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 392 บัญญัติว่า &amp;ldquo;ผู้ใดทำให้ผู้อื่นเกิดความกลัว หรือความตกใจ โดยการขู่เข็ญ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ&amp;rdquo;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีรายงานว่า วิวาทะของบุคคลทั้งสองมาจากการที่บุ๋ม ปนัดดา ได้โพสต์ข้อความเรียกร้องให้มีการแก้ไขการคุกคามทางเพศ โดยอยากให้มีบทลงโทษทางอาญาที่รุนแรงกว่านี้ ต่อมา เอ๋ ปารีณา โพสต์ข้อความทำนองว่า กฎหมายดังกล่าวมีอยู่แล้ว ก่อนที่จะพาดพิงอีกฝ่ายว่า &amp;ldquo;มากสามี&amp;rdquo; ทำให้บุ๋มตอบโต้ทันทีว่า อยากให้ ส.ส.ราชบุรี อ่านเนื้อหาที่ตนโพสต์ให้ละเอียด เพราะสิ่งที่ตนพยายามผลักดันให้เป็นความผิดอาญาคือการคุกคามทางเพศ พร้อมติดแฮชแท็กว่า #ถ้าไม่ฉลาดให้อยู่เงียบๆ #เดี๋ยวทำบุญไปให้ นอกจากนี้บุ๋มยังได้โพสต์คลิปโชว์ถ้วยรางวัลนางสาวไทยปี 2543 ที่เธอได้มา โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า เอ๋ ปารีณา ก็เคยประกวดเวทีนางสาวไทยเช่นเดียวกัน แต่ทำดีที่สุดคือผ่านเข้ารอบ 10 คนสุดท้าย และรับตำแหน่งนางงามมิตรภาพในปี 2544&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ไม่เพียงเท่านั้น ภายหลังทราบข่าว เอ๋ ปารีณา ให้สัมภาษณ์เมื่อวันพฤหัสบดี บุ๋ม ปนัดดา ก็ได้โพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยระบุว่า นี่เป็นโพสต์สุดท้ายที่บุ๋มจะตอบโต้คุณ เพราะคิดว่าต่อให้เขียนไป คุณก็ไม่น่าเข้าใจ เสียเวลาชีวิตค่ะ แต่ที่ต้องชี้แจง เพราะอยากให้สังคมเข้าใจกรอบของคำว่าคุกคามทางเพศ อย่างการล้อเลียนเรื่องครอบครัวคนอื่น #ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเอง ล้อเลียนเรื่องรูปลักษณ์ แม้กระทั่งเรื่องต่ำๆ อย่างล้อเลียนเรื่องกลิ่น ทั้งที่ไม่เป็นความจริง จนผู้อื่นได้รับความอับอาย #ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับประเด็นที่เรากำลังถกกัน #แถวบ้านเรียกผีเจาะปากมาพูด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน บุ๋ม ปนัดดา ในฐานะประธานองค์กรทำดี พร้อมทีมงาน เดินทางลงพื้นที่ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิดทางเพศ พบ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 20 ปี พี่สาว และ ด.ญ.บี (นามสมมติ) อายุ 10 ปี ผู้เสียหาย โดย น.ส.เอเปิดเผยว่า ด.ญ.บีพักอาศัยอยู่กับแม่แท้ๆ ที่ อ.เมือง จ.ชัยภูมิ โดยแม่ได้แยกทางกับพ่อตั้งแต่ตนและ ด.ญ.บียังเล็ก ต่อมาตนไปทำงานอยู่ต่างจังหวัด &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.เอกล่าวว่า ระหว่างที่น้องสาวอยู่กับแม่อายุได้ 8 ปี ได้ถูกพ่อเลี้ยงล่วงละเมิด ตั้งแต่กอดจูบลูบคลำ จนถึงขั้นใช้นิ้วสอดใส่เข้าไปในอวัยวะเพศ จากนั้นถูกข่มขืนนาน 2 ปี แต่น้องไม่กล้าเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เนื่องจากถูกข่มขู่และถูกทำร้ายร่างกาย ทั้งบีบคอ กดหัวจุ่มน้ำ ในที่สุดน้องทนไม่ไหวโทรศัพท์เล่าเรื่องให้ตนฟัง ตนจึงปรึกษาน้ากับป้า ก่อนตัดสินใจแอบไปรับตัวน้องมาหลบอยู่ที่ จ.ชลบุรี เพราะกลัวว่าน้องจะไม่ปลอดภัย โดยก่อนหน้านี้ก็ได้ไปแจ้งความไว้กับ สภ.เมืองชัยภูมิแล้ว แต่ตำรวจทำได้แค่เพียงลงบันทึกประจำวันไว้ และแนะนำให้น้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเพื่อเอาหลักฐานมา เพื่อจะได้ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาสอบสวนและแจ้งข้อหา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;บุ๋ม ปนัดดา กล่าวว่า เบื้องต้นได้ประสานไปยังตำรวจ สภ.ชัยภูมิแล้ว คาดว่าตำรวจจะดูแลคดีนี้อย่างเต็มที่ตามพยานหลักฐาน ซึ่งตนจะติดตามความคืบหน้าต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/67829</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, ปารีณา ไกรคุปต์, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20200604/image_big_5ed8e68e8d997.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22935</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>จยย.ชนบนทางเท้า นร.เจ็บโซเชียลฮือ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;จวกยับจักรยานยนต์ชน นร.หญิงบนทางเท้าบาดเจ็บ บุ๋มฉะทำไมไม่ควบคุมดูแลจริงจัง ถามถีบยอดหน้าได้ไหม &amp;quot;วิระชัย&amp;quot; ชี้ผิดกฎหมายโทษถึงติดคุก ด้านผู้ว่าฯ กทม.เผยสั่ง 50 เขตกวดขันอยู่แล้ว แต่ผู้ใช้รถก็ต้องมีจิตสำนึกด้วย หน่ายสันดอนขุดง่าย สันดานขุดยาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กลายเป็นประเด็นวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโลกโซเชียล เมื่อมีผู้ใช้ทวิตเตอร์โพสต์ภาพนักเรียนหญิงคนหนึ่งถูกรถจักรยานยนต์ชนขณะเดินบนทางเท้าปากซอยลาดพร้าว 69 จนนักเรียนล้มลงนอน พร้อมระบุข้อความว่า &amp;ldquo;คือตอนนี้หัวร้อน เห็นมอ&amp;#39;ไซค์ที่ขับบนทางเท้า ชนเด็กนักเรียนบดินทร 3 ไม่โอเคมากๆ ชนต่อหน้าต่อตา หน้าปากซอยลาดพร้าว 69...สงสารน้องผู้หญิงคนนั้นมาก คือแบบน้องไม่ได้ทำไรผิด ผิดที่มอ&amp;#39;ไซค์ขับบนทางเท้าอะ&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ ซึ่งต่อมาเพื่อนนักเรียนโพสต์แจ้งว่า เพื่อนที่ถูกจักรยานยนต์ชนถูกนำส่งโรงพยาบาล ขณะนี้อาการปลอดภัยแล้ว มีอาการเจ็บที่สะโพกและมีแผลถลอกที่ขา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอังคาร บุ๋ม-ปนัดดา วงศ์ผู้ดี ดารา พิธีกรชื่อดัง ได้โพสต์ลงอินสตาแกรม &amp;ldquo;boompanadda&amp;rdquo; ว่า &amp;ldquo;มอ&amp;#39;ไซค์ชนเด็กนักเรียนบดินทร 3 บนทางเท้า มันใช่ใช่ไหม ทำไมคนต้องระวังบนทางเท้า ทำไมไม่เคยมีกฎหมายควบคุมดูแลจริงจัง จำคุก ไม่รอลงอาญา ได้ไหมคะ บุ๋มเองก็เคยเจอ เดินบนทางเท้าอยู่ดีๆ เจอมอเตอร์ไซค์สวนมาบนทางเท้า บีบแตรให้เราหลบ คือจะให้เราหลบไปไหน ขวาก็พงหญ้า ซ้ายก็ถนน งั้นข้างหน้า กระโดดถีบยอดหน้าคนขับได้ไหม เจ๊อยากรู้&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;ldquo;ดร.วิระชัย ทรงเมตตา&amp;rdquo; ระบุว่า โลกออนไลน์วิจารณ์สนั่น คนขี่รถจักรยานยนต์สุดมักง่าย ชนนักเรียนยืนรอรถเมล์บนทางเท้า แบบนี้ผิดตรงไหน วันนี้จะมาไขข้อกฎหมาย ชี้ชัดๆ ผิดอย่างไร การกระทำของผู้ขับขี่เช่นนี้ มีความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (4 ), 157, ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390 โทษสูงสุด จำคุกไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ถ้าได้รับบาดเจ็บสาหัส ผิดตาม ป.อาญา มาตรา 300 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังผิดข้อหาขับรถบนทางเท้าโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ.2522 มาตรา 43 (7), 157, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ.2535 มาตรา 17, 56 โทษสูงสุด ปรับไม่เกิน 5,000 บาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเด็กนักเรียนชั้นมัธยมปลายถูกจักรยานยนต์ชนได้รับบาดเจ็บ ล่าสุด สน.โชคชัยเตรียมดำเนินคดีต่อผู้ขับขี่จักรยานยนต์รายนี้ในข้อหาความผิด พ.ร.บ.ทางบก อัตราโทษปรับไม่เกิน 1 พันบาท และ พ.ร.บ.เกี่ยวกับความสะอาดบนทางเท้า อัตราโทษปรับไม่เกิน 5 พันบาท
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พ.ต.อ.กฤษณะกล่าวว่า มาตรการป้องกันที่ผ่านมา สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการหารือกับกรมการขนส่งทางบกในเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ยอมรับว่ามีข้อจำกัดในการดูแลไม่ทั่วถึง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่มีกำลังพลมากพอ โดยเฉพาะในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน จึงขอฝากถึงผู้ใช้รถใช้ถนนให้มีวินัย เคารพกฎจราจร ซึ่งช่วงเช้าหรือช่วงเวลาเร่งด่วนมักพบจักรยานยนต์ขับขี่บนทางเท้า ถือว่าไม่เป็นไปตามกฎหมายที่กำหนด และไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนผู้อื่น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม.มีนโยบายกวดขันผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บนเท้าต่อเนื่อง โดยออกคำสั่งให้สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต ช่วยสอดส่องและและกวดขันไม่ให้มีการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างเคร่งครัด ด้วยการจัดเจ้าหน้าที่เทศกิจออกปฏิบัติหน้าที่อย่างสม่ำเสมอ พร้อมฝากถึงประชาชนที่ขับขี่จักรยานยนต์บนเท้าว่าเป็นการกระทำผิดกฎหมายและถือเป็นการเอาเปรียบสังคมชัดเจน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ไม่อยากพูดว่าต้องไปแก้สันดาน อย่าไปทำ สันดอนขุดได้ เอาจอบขุดก็ออก มนุษย์ต้องขัดเกลาจริยธรรมของตนเอง การขับขี่บนทางเท้า ลองคิดดูละกัน ถ้าลูกหลานของท่านโดนชนจะเป็นอย่างไร&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายโกมินทร์ ชินบุตร ผอ.เขตวังทองหลาง ได้ลงพื้นที่เกิดเหตุ พร้อมเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นทราบว่าเป็นเวลาประมาณ 15.00-16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาเลิกเรียน และผู้ที่ชนเป็นมอเตอร์ไซค์ขนส่ง ไม่ใช่วินมอเตอร์ไซค์หรือผู้ขับขี่ในพื้นที่ โดยรถคันดังกล่าวขึ้นมาใช้ทางเท้า เนื่องจากช่วงเวลาเกิดเหตุ การจราจรบนถนนลาดพร้าวค่อนข้างติดขัด เพราะมีการก่อสร้างรถไฟฟ้า&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม ทางผู้กระทำผิดก็ได้นำนักเรียนที่ได้รับบาดเจ็บไปพบแพทย์แล้ว ซึ่งในส่วนของการขับขี่รถโดยประมาทนั้น ทางตำรวจท้องที่เป็นผู้ดำเนินการ และตนได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เทศกิจเรียกผู้ขับขี่มาปรับตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาดด้วย โทษปรับไม่เกิน 5,000 บาท.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22935</URL_LINK>
                <HASHTAG>ดร.วิระชัย ทรงเมตตา, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ, พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา, พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, โกมินทร์ ชินบุตร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181127/image_big_5bfd4f9d4d333.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>22390</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>21/11/2018 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>21/11/2018 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ร้องโอนคดีให้ป. หมอละเมิดคนไข้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;บุ๋ม&amp;quot; เข้ายื่นหนังสือถึง ผบ.ตร.ขอโอนคดีหมอล่วงละเมิดทางเพศคนไข้ให้กองปราบฯ เผยแจ้งความท้องที่นานเป็นเดือน เพิ่งมาเรียกสอบหลังเป็นข่าวครึกโครม ซ้ำร้ายตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่ายออกทีวีประจานผู้เสียหาย เผยเจ้าทุกข์โผล่แล้วกว่า 50 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ น.ส.ปนัดดา หรือบุ๋ม วงศ์ผู้ดี ประธานองค์กรทำความดี นำผู้เสียหายที่ถูกสูตินรีแพทย์ในจังหวัดนครสวรรค์ทำอนาจารล่วงละเมิดทางเพศขณะตรวจภายใน จำนวน 6 คน ยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เพื่อขอให้โอนสำนวนการสอบสวนคดีดังกล่าวจาก สภ.เมืองนครสวรรค์ มาให้กองบังคับการปราบปรามเป็นผู้ทำคดีแทน หลังจากก่อนหน้านี้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ แต่คดีไม่คืบหน้าเท่าที่ควร นอกจากนี้ยังมีผู้เสียหายเพิ่มขึ้นหลายพื้นที่รวมแล้วกว่า 50 ราย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;น.ส.ปนัดดากล่าวว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนมากว่า 2 เดือน หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์กลับไม่พยายามหาพยานหลักฐาน เพิ่งจะมาเรียกสอบหลังจากที่เป็นข่าวครึกโครมขึ้นมา ซึ่งหลังจากนั้นก็มีผู้เสียหายกว่า 50 คน ที่เคยเข้ารับการตรวจภายในที่คลินิกของแพทย์คนดังกล่าว ต่างร้องเรียนว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศในลักษณะเดียวกัน ที่ตกใจมากที่สุดคือมีสื่อนำเสนอชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ของหญิงผู้เสียหาย ทำให้ตัวเขาถูกละเมิดสิทธิ์ สภาพจิตใจย่ำแย่มาก โดยที่ปรากฏเป็นข่าวทางสถานีโทรทัศน์ พบว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจกางบันทึกประจำวันให้สื่อถ่าย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนการแจ้งความดำเนินคดีของผู้เสียหายขณะนี้ น.ส.ปนัดดาเปิดเผยว่า มี 1 คน ที่เหลือขาดอายุความแล้ว เพราะเหตุเกิดมาแล้ว 5-6 ปี แต่หญิงเหล่านั้นยินดีเป็นพยาน เพราะปกติแล้วหญิงที่ถูกกระทำในลักษณะดังกล่าวไม่กล้าที่จะแจ้งความเพราะอาย บางคนมีครอบครัว มีสามีแล้วก็ไม่กล้าแจ้ง แต่ขอแนะนำว่าผู้หญิงถ้าถูกข่มขืนให้ไปตรวจร่างกายภายใน 24 ชั่วโมง เราต้องปกป้องสิทธิ์ของเรา&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ส่วนที่มีคำถามถึงหลักฐานการดำเนินคดีกับแพทย์คนดังกล่าว ที่อาจต่อสู้คดีว่าเป็นการวินิจฉัยทางการแพทย์ ยืนยันว่าเคสนี้มีหลักฐานที่ไม่ใช่เครื่องมือการแพทย์แน่นอน แต่ไม่ขอเปิดเผย&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ในตอนท้าย น.ส.ปนัดดากล่าวว่า ขอให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติช่วยตรวจสอบด้วยว่าตำรวจเป็นคนเปิดเผยรายชื่อผู้เสียหายหรือไม่ ส่วนสื่อที่เสนอข่าวอาจจะมีการฟ้องดำเนินการทางกฎหมาย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้านนายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม กล่าวว่า ตนพร้อมทีมแพทย์จะลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์&amp;nbsp;เพื่อดูพยานหลักฐาน หลังเหยื่อสาววัย&amp;nbsp;29&amp;nbsp;ปีอ้างว่าเคยถูกหมอล่วงละเมิดทางเพศ โดยจะตรวจดูว่ามีการลงบันทึกยอมความกันไว้หรือไม่&amp;nbsp;ถ้ามี สามารถนำมาประกอบเป็นพยานหลักฐานบางอย่างได้&amp;nbsp;รวมทั้งข้อความทางไลน์เกี่ยวกับการโอนเงินจำนวน&amp;nbsp;3&amp;nbsp;แสนบาท โดยหากทางหมอทำผิดก็ต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย แต่ถ้าหมอบริสุทธิ์ เหยื่อก็ต้องรับผิดชอบ&amp;nbsp;อย่างไรก็ตาม กรณีมีการส่งข้อความแช้ตทางไลน์เหมือนกับว่าหมอกับคนไข้สนิทสนมในเชิงชู้สาว โดยหมอบอกว่าจะดูแลจนชั่วชีวิต&amp;nbsp;เป็นข้อความระหว่างหมอกับคนไข้ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้&amp;nbsp;รวมทั้งมีการซื้อของจากต่างประเทศมาฝาก&amp;nbsp;ดูแล้วห่วงใยเกินระหว่างหมอกับคนไข้ ซึ่งเราจะตรวจสอบว่าทำไมต้องโอนเงินให้คนไข้ ถ้าตัวเองไม่ได้ทำผิด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอัจฉริยะกล่าวว่า ขณะนี้ผู้เสียหายมีประมาณ 3 ราย แม้เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในปี&amp;nbsp;2559&amp;nbsp;ก็สามารถดำเนินคดีได้&amp;nbsp;เพราะเพิ่งรู้ว่าไม่ใช่การรักษาทางการแพทย์&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กล่าวถึงกรณีนี้ว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ จึงมอบอำนาจหน้าที่การตรวจสอบให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) นครสวรรค์ ดำเนินการ โดย สบส.จะเป็นพี่เลี้ยงในกรณีร้องขอให้ช่วยเรื่องข้อกฎหมาย แต่กรณีนี้จะเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 เพียงประเด็นเดียว เรื่องไม่ได้ควบคุมกำกับให้เกิดความปลอดภัยในการให้บริการ ส่วนประเด็นอื่นจะเป็นเรื่องการเข้าข่ายความเสียหายส่วนบุคคลที่อาจเป็นคดีอาญา ดังนั้นต้องไปฟ้องร้องกันในชั้นศาล
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;เรื่องนี้เป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง จึงต้องตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องร้องเรียนเช่นกัน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมทั้ง 2 ฝ่าย แต่ทาง สบส.ยังไม่ได้รับการรายงานผลกการตรวจสอบแต่อย่างใด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักสถานพยาบาลและประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า สบส.จะลงไปตรวจสอบคลินิกแห่งนี้ว่าได้มาตรฐานจริงหรือไม่ โดยจะนำเข้าคณะกรรมการสถานพยาบาลพิจารณาในการอนุญาตเปิดคลินิกต่อไป ส่วนประเด็นจำเป็นหรือไม่ที่ต้องมีบุคคลที่ 3 ในห้องตรวจคนไข้ สำหรับคลินิกนรีเวชระหว่างการตรวจภายใน จะต้องมีบุคคลที่ 3 หรือมีผู้ช่วยแพทย์ที่เป็นผู้หญิงคอยอยู่กับแพทย์ขณะตรวจภายในห้องเสมอ เรื่องนี้ถือเป็นมาตรฐาน หากไม่มีก็ถือว่าไม่เหมาะสม และต้องมีการปรับ ส่วนเรื่องการลวนลามหรือกระทำอนาจารคนไข้ เป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องสืบสวนหาข้อเท็จจริงต่อไป.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/22390</URL_LINK>
                <HASHTAG>ทพ.อาคม ประดิษฐสุวรรณ, นพ.ณัฐวุฒิ ประเสริฐสิริพงศ์, ปนัดดา วงศ์ผู้ดี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์, อัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20181120/image_big_5bf413e766326.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
