<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>113297</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/08/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/08/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>อดีตเสื้อแดงแฉสู้แล้วรวย จี้‘ปปง.’สอบบัญชี‘ณัฐวุฒิ’</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;อดีตหมู่บ้านเสื้อแดง 4 ภาค ออกโรงต้านม็อบ 15 สิงหาคม ชี้เป็นม็อบล้มเจ้า ที่ผ่านมาถูกหลอก เจ็บปวดมวลชนถูกปล่อยทิ้ง ติดคุก และมีคดี แต่แกนนำสู้แล้วรวย เรียกร้อง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ก้าวไกลผลิตวาทกรรม รัฐบาลให้ตำรวจ ใช้อาวุธคุมฝูงชนโดยไม่ใช่หลักสากล แต่เป็นหลักสาแก่ใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2564 ที่อาคารห้องประชุมอดีตที่ตั้ง &amp;ldquo;สถานีวิทยุหมู่บ้านเสื้อแดง&amp;rdquo; ชุมชนพรสวรรค์ ทต.หนองบัว อ.เมืองฯ จ.อุดรธานี ที่เคยเป็นที่ตั้งทวนสัญญาณส่งภาพและเสียงกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทย ในเครือข่ายหมู่บ้านเสื้อแดง นายอานนท์ แสนน่าน ผู้ริเริ่มก่อตั้งหมู่บ้านเสื้อแดง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงแห่งประเทศไทย, นายสมชัย แสงทอง อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคเหนือ, นางนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน, นายทวี ประหยัด อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคใต้, นายไวทิต ศิริสุวรรณ อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคกลาง และ อดีตประธานจังหวัดหมู่บ้านเสื้อแดงตัวแทนทั้ง 4 ภาค ร่วมประชุมหารือการสกัดม็อบ 17 สิงหาคม หรือ &amp;ldquo;ม็อบล้มเจ้า&amp;rdquo; ที่จะออกไปป่วนบ้านป่วนเมือง เผาบ้านเผาเมือง ท้ายที่สุดแล้วหวังที่จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ต้องการให้มีการปกครองประเทศไทยแบบ &amp;ldquo;ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข&amp;rdquo;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์เปิดเผยว่า ได้ประสานงานอดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงทั้ง 4 ภาค มาร่วมหารือ ณ สถานที่แห่งนี้ ที่เคยเป็นที่ตั้งในการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยที่ผ่านมา ยังเคยเป็นที่ต้อนรับคณะเจ้าหน้าที่จากสถานทูตประเทศต่างๆ หลายสิบประเทศที่เดินทางมาเยือนและหาข้อมูลกับคนเสื้อแดง นอกจากนั้นยังเคยเป็นสถานีวิทยุกระจายเสียงหมู่บ้านเสื้อแดง ที่ส่งสัญญาณออนไลน์ทั้งภาพและเสียงกระจายไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยในเครือข่ายของหมู่บ้านเสื้อแดง เพื่อให้สถานีวิทยุนั้นๆ ได้ลิงก์สัญญาณ เราต้องการให้ทุกคนมาเยือนตอกย้ำ อดีตของความเจ็บปวด อดีตของการถูกปล่อยทิ้ง และอดีตที่เราแสวงหาความช่วยเหลือจากใครๆ ไม่ได้เมื่อการต่อสู้ของพวกเราถูกสลาย ส่งผลทำให้มวลชนล้มตาย ติดคุก และหนีตายไปอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน เราไม่อยากให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับเพื่อนพ้องน้องพี่คนเสื้อแดงในปัจจุบันนี้ที่จะเข้าไปร่วมกับม็อบ 15 สิงหาคม หรือม็อบล้มเจ้า
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า เพราะขบวนการล้มเจ้ามีการดำเนินการมาตลอดเวลาของการต่อสู้ของคนเสื้อแดง แม้แต่ปี พ.ศ.2554 ก็มีอาจารย์จากทาง ม.ธรรมศาสตร์ ได้มาประสานขอรายชื่อมวลชนเพื่อต้องการจะล้มล้างสถาบัน ยกเลิก ม.112 ช่วงนั้นทางแกนนำเราก็ไม่ทราบว่าคืออะไร เพราะส่วนใหญ่คือประชาชนชาวรากหญ้า จึงได้ส่งรายชื่อไปเกือบ 70,000 รายชื่อ คนที่ดำเนินงานก็คือ คุณนิตยา นาโล อดีตประธานหมู่บ้านเสื้อแดงภาคอีสาน จนฝ่ายปกครองและทหารมาประกบตลอดเกือบทุกอาทิตย์ หรือแม้แต่การเดินสายเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในต่างจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค วิทยากรก็ถูกส่งตัวมาจากกรุงเทพฯ มาบรรยายให้ความรู้ประชาชนแฝงด้วยการล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ปลุกปั่นทำให้ประชาชนเกลียดชังสถาบัน จนมาถึงปี พ.ศ.2555 ทางตนก็ได้ออกมาต่อต้านจนถูกลอยแพจาก นปช. เพราะไม่รับคณะวิทยากรจากส่วนกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมก็ไม่ได้สนใจ เพราะการเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงในอดีตเพื่อต้องการส่งเสริมอาชีพสร้างรายได้ให้กับประชาชน ตามสโลแกนในครั้งนั้นเราตั้งเอาไว้ว่า หมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และเรียกร้องให้ ประชาธิปไตยกินได้ ของบประมาณจากรัฐบาลมาช่วยเหลือเกษตรกร แต่ก็ไม่วายจะถูกขัดขวางจากแกนนำ นปช.ที่เข้าไปรับตำแหน่งข้าราชการการเมืองในตำแหน่งต่างๆ&amp;quot;
แกนนำสู้แล้วรวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายอานนท์กล่าวอีกว่า การต่อสู้ที่ผ่านมาจึงทำให้พวกเราทราบว่า นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. หรือแกนนำคนอื่นๆ ไม่ได้หวังที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยอย่างแท้จริง และไม่ได้ต้องการที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง หวังเพียงว่าตนเองเป็นแกนนำต้องมีเงินเป็นท่อน้ำเลี้ยง จึงทำให้แกนนำมีเงินในบัญชี มีที่ดิน มีบ้าน มีรถจำนวนมาก เพราะสู้แล้วรวย
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;หลายคนอาจจะคิดว่าไม่จริง ลองหลับตานั่งคิดดูว่าแกนนำแต่ละคนมีอาชีพอะไร ทำงานอะไร แล้วทำไมมีเงินทองออกมาเป็นระยะมากมาย แต่นั่นเป็นสิทธิ์และความสามารถของพวกคุณ จึงอยากจะให้ทางสำนักงาน ปปง. ตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินแกนนำม็อบในครั้งนี้ทุกคน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า พวกเราทนไม่ได้ที่พวกคุณหลอกให้มวลชนเป็นทัพหน้าเข้าไปต่อสู้จนล้มตาย ติดคุก มีคดี หนีตาย สุดท้ายไปขอความช่วยเหลือกลับถูกเมิน มิหนำซ้ำยังไล่ไปหาแกนนำคนนั้นคนนี้ว่า นี่ไม่ใช่คนของตนเอง สร้างคำพูดผลักไสไล่ส่งให้ไปรับชะตากรรม แล้วพี่น้องคนเสื้อแดงยังจะออกมาร่วมขบวนการล้มล้างสถาบันกับม็อบ 15 สิงหาคมของนายณัฐวุฒิอยู่หรือ พวกเราเจ็บแล้วต้องจำ ที่หนักไปกว่านั้นก็คือการขับไล่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็หวังเพื่อเป็นสะพานเมื่อเขาขับไล่ได้แล้วต่อไปก็จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ เหมือนกับประเทศฝรั่งเศส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมเชื่อแน่ชัดว่าวันที่ 15 สิงหาคม ม็อบล้มเจ้าของคุณณัฐวุฒินี่จะออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการกับคำวลีเดิมๆ สุดท้ายก็จะตะโกนว่า เผาเลย เผาเลยผมรับผิดชอบเอง เหมือนกับตลอดทั้งเดือนสิงหาคม 2564 นี้ที่ม็อบปิดท้ายด้วยการเผาบ้านเผาเมือง แล้วก็ปล่อยให้มวลชนบาดเจ็บ ติดคุก หนีคดี เหมือนเดิม ผมกับประธานภูมิภาคทั้ง 4 ภาค เจอมาแล้ว ต้องใช้ชีวิตแบบรันทดเจ็บช้ำมาโดยตลอด พวกเราจึงออกมาส่งสัญญาณไปถึงอดีตหมู่บ้านเสื้อแดง คนเสื้อแดง และประชาชน อย่าเข้าไปร่วมกิจกรรมทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ในวันที่ 15 สิงหาคม 2564 กับม็อบคุณณัฐวุฒินี้อย่างเด็ดขาด นอกจากพวกเราจะเจ็บปวดแล้ว ในอนาคตยิ่งทำให้เขามีรายได้สู้แล้วรวยอีกต่อไป&amp;quot; นายอานนท์กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp; ที่ทำการพรรคก้าวไกล ในการแถลงข่าวประจำสัปดาห์ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กทม.และโฆษกพรรคก้าวไกล ตอบคำถามสื่อมวลชนกรณีการชุมนุมที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ว่า ต้องเข้าใจว่าเป็นการชุมนุมในช่วงวิกฤติโรคระบาด เชื่อว่ามีหลายคนที่เห็นด้วยมากกว่านี้ แต่ไม่สามารถแสดงตนออกมาร่วมชุมนุมได้ สำหรับคนที่ออกมาก็คือตัวแทนของผู้ได้รับผลกระทบ สิ่งที่อยากเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ชุดควบคุมฝูงชน ผู้บังคับบัญชาในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือผู้บังคับบัญชาในระดับสูงขึ้นไปคือ อยากให้เข้าใจถึงความอัดอั้นของพี่น้องประชาชนด้วย
หลักสาแก่ใจ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;ท่ามกลางวิกฤติโรคระบาดที่คร่าชีวิตคนในครอบครัวของเขา เพื่อนร่วมงานของเขา เพื่อนสนิทของเขา ทำให้เขาต้องมาเรียกร้อง เพราะมันไม่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นผ่านการบริหารราชการแผ่นดินเลยในวิกฤติแบบนี้ไม่มียารักษาให้ ไม่มีเตียง ไม่มีวัคซีน กลับกันแต่ละวันมีแต่ภาพข่าวกลุ่มวีไอพีได้เข็มสามบ้าง มีจังหวัดวีไอพีที่ได้รับวัคซีนก่อนเพื่อนบ้าง ซึ่งคนที่ออกมาบางคนยังรอวัคซีนเข็มแรกอยู่เลย บางคนยังถามหาแค่เตียงสนาม ในขณะที่กลุ่มวีไอพีที่ยังไม่มีอาการอะไรก็เข้านอนรักษาในโรงพยาบาล มีภาพอุปกรณ์ครบครันตั้งอยู่ข้างๆ เพียงเพื่อความสบายใจเท่านั้น ความอัดอั้นเหล่านี้จึงทำให้เขาออกมาตัดสินใจสู้ตาย จากเดิมที่เยาวชนคนหนุ่มสาวมีข้อเรียกร้องไม่กี่ข้อที่รัฐบาลช่วยเหลือเขาได้ แต่กลับไม่ทำ จนกลายเป็นทำให้เขาต้องออกมาสู้ตายเพื่อหาทางรอด&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เขากล่าวว่า รัฐบาลไม่มองตรงนี้ กลับใช้ความรุนแรงเข้าจัดการ ซึ่งประวัติศาสตร์ก็มีบทเรียนอยู่แล้วว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ไม่อาจกดความรู้สึกนึกคิดประชาชนได้ แต่รัฐบาลก็ยังเลือกใช้การบังคับขู่เข็ญ อนุมัติให้ใช้อาวุธคุมฝูงชนโดยไม่ใช่หลักสากล แต่เป็นหลักสาแก่ใจ แค่ลงรถเมล์ก็ยิงใส่เขาแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าเขามาเพื่ออะไร ยังไม่มีการเจรจาพูดคุยก็แต่ปักหลักแล้วว่าทุกการชุมนุมไม่ให้เกิด ไม่ให้ขยับเขยื่อน เอาสิ่งของเอาอาวุธมายุติ ภาพที่ออกมาคือความพยายามสร้างความรุนแรงให้กลายเป็นความคุ้นชินต่อประชาชนทางบ้าน และบอกว่าจะยุติความวุ่นวายได้ด้วยการทำแบบนี้ ซึ่งผมคิดว่าไม่เป็นความจริง และมีแต่จะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ และยิ่งเป็นการพิสูจน์ว่าผู้นำประเทศไม่เคยมองเห็นและรับรู้ถึงความรู้สึกทุกข์ร้อนของประชาชนเลย เชื่อว่าไม่ว่าจะใช้รุนแรงแค่ไหน การชุมนุมก็ยังขับเคลื่อนและเดินต่อ เพราะการชุมนุมครั้งนี้คือการหาทางรอดจากความตาย จึงไม่มีอะไรจะไปกีดขวางปิดกั้นเขาได้
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และอดีตผู้บังคับการกองปราบฯ กล่าวว่า จากการติดตาม ตนยังยืนยันว่าการชุมนุมเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนพึงทำได้ตามที่รัฐธรรมนูญให้การรับรอง การชุมนุมในพื้นที่สาธารณะย่อมทำได้ เพราะ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อประกาศใช้เพื่อควบคุมภัยทางการระบาดของโควิค-19 มิใช่การมาจัดการกับผู้เรียกร้องที่เห็นว่าการแก้ไขปัญหาโควิค-19 บกพร่องจนมีคนตาย&amp;nbsp; แต่การจัดกำลังซึ่งควรจะเป็นไปเพื่อดูแลป้องกันเหตุ กลับเป็นการปราบปรามและการกระทำที่เกินกว่าสัดส่วนของอำนาจรัฐที่ควรกระทำในการควบคุมเหตุ
ปราบเหมือนทหาร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาพที่เห็น 3-4 ครั้งที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่มีปฏิบัติการอย่างเป็นยุทธศาสตร์ คือปล่อยให้มวลชนเข้าพื้นที่ทางยุทธศาสตร์ อาจเรียกว่าพื้นที่สังหารหรือกับดัก มีจุดสูงข่ม ชัยภูมิที่เป็นต่อทุกครั้ง ทำให้เจ้าหน้าที่รัฐมีชัยชนะทุกครั้ง เมื่อมวลชนเข้ามาในพื้นที่ตรงนี้ ม็อบเคลื่อนมาก็ทำได้เพียงตะโกนบอกว่าต้องการอะไร แม้จะปาข้าวของ อาจพยายามขยับเคลื่อนคอนเทนเนอร์ เป็นเพียงแค่สัญลักษณ์ของกิจกรรม ก็จะเกิดการลงมือจากฝ่ายรัฐในการระดมยิง มีปะทะ เกิดความระบาดทางอารมณ์ของผู้ชุมนุมบางส่วนหรืออาจจะเป็นผู้แทรกซึม จนไปเผาทำลายข้าวของสาธารณะ ซึ่งก็น่าสนใจว่ามีคนใส่หมวกที่สื่อมวลชนจับภาพได้เข้ามาผสมโรง ซึ่งไม่รู้แน่ว่าเป็นใคร? แต่วิ่งเข้าหลังกองกำลังของรัฐ ภาพยังปรากฏในสื่อออนไลน์ชัดเจน การเผาและปะทะกันอย่างรุนแรงของสองฝ่าย อย่างนี้ ก็ยิ่งเข้าทางให้ตำรวจ คฝ.แต่จริงๆ คือ กองกำลังปราบจลาจลปฏิบัติการหนักขึ้น
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมมีข้อสังเกตถึงการชุมนุมที่ผ่านมาว่า คฝ.นั้นเป็นกองกำลังของรัฐ ที่มีหน้าที่ป้องกันเหตุ มีอาวุธเพียงแค่โล่กับกระบอง ควรต้องนิ่ง อดทนต่อการยั่วยุและการปะทะ ซึ่งที่ผ่านมาจะใช้ คฝ.โรงพักที่ได้เกณฑ์มาจากทั่วกรุงเทพฯ และทั่วประเทศมาช่วยดูแลพี่น้องผู้ชุมนุม แต่พอรอบนี้ พอม็อบประกาศจะไปบ้าน พล.อ.ประยุทธ์&amp;nbsp; ชุดที่เอามาใช้กลับเป็น อคฝ. (กก.ปจ.เดิม) ในสังกัด บช.น. ซึ่งถูกฝึกมาเพื่อปฏิบัติการปราบปราม เหมือนทหาร พวกนี้ไม่เคยรู้จักประชาชน ดังนั้น เมื่อมาถึงก็ติดอาวุธเหมือนกับท้าตีท้าชกกับประชาชนเลย ไม่อดทน ไม่นิ่งเฉย แถมยังจะสนุกอย่างที่มีสื่อเก็บเสียงได้ พวกเขาชวนทะเลาะและไล่ล่า ภาพที่นั่งท้ายรถกระบะแล้วไล่ยิงประชาชนนั้นรุนแรงมาก ผมอยากถามว่า ทำไมที่ผ่านมาใช้แต่ คฝ.ของโรงพัก แต่พอจะบุกบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ กลับใช้อีกชุดที่มีหน้าที่คนละแบบ ชุดนี้ไม่เคยเห็นเอาไปปกป้องสถานที่ราชการหรือสถานที่สำคัญอะไรเลย กลับเอามาปกป้องบ้าน พล.อ.ประยุทธ์ คนเดียว หมายความว่าอะไร พล.อ.ประยุทธ์ไม่เห็นแก่ตัวไปหน่อยเหรอ เพราะมีทหารเป็นกองพล ดูแลอยู่แล้ว&amp;nbsp; และการใช้ชุดนี้ปฏิบัติการ จะเป็นการผลักดันทำให้เกิดความวุ่นวาย และข้ามเส้นไปสู่การยกระดับให้เป็นสถานการณ์ร้ายแรงใช่หรือไม่&amp;quot; พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.ต.ต.สุพิศาลกล่าวว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ประกาศใช้อยู่ผ่านมาเป็นปีแล้วนั้น ออกมาเพื่อควบคุมการระบาดของโรค ไม่ได้ประกาศเพื่อควบคุมม็อบ แต่ทว่าก็ซ่อนเร้นไว้ ไม่ให้ม็อบออกมาด้วยข้ออ้างต่างๆ&amp;nbsp; อย่างถามว่าสถานการณ์ที่เป็นอยู่นี้จะเป็นกระตุ้นให้เข้ากับมาตรา 11 ที่ให้นายกฯ โดยความเห็นชอบของ ครม. มีอำนาจประกาศให้สถานการณ์ฉุกเฉินนั้นเป็นสถานการณ์ที่มีความร้ายแรงใช่หรือไม่ และก็ใช้มาตรา 12 จับบุคคลกุมบุคคลได้ไม่เกิน 7 วันใช่หรือไม่
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;แต่อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่านี่ไม่ใช่การก่อการร้าย แต่นี่เป็นการเรียกร้องสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อเรียกร้องจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาล ดังนั้น การใช้กฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มันผิดฝาผิดตัว อ้างป้องกันการแพร่ระบาด แต่ดันมีความทับซ้อนมาที่เรื่องความเดือดร้อนของประชาชน เริ่มที่การสาธารณสุข แต่เอามาใช้ครอบเป็นหลังคาใหญ่คลุมไปหมด ดังนั้น อยากให้ประชาชน สื่อมวลชนช่วยกันจับตา ระวังรัฐจะยกระดับให้เข้ากับองค์ประกอบนี้.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/113297</URL_LINK>
                <HASHTAG>ตรวจสอบเส้นทางการเงิน, ที่ผ่านมาถูกหลอก, ปปง., มวลชนถูกปล่อยทิ้ง, ม็อบ 15 สิงหา, สอบบัญชี, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210805/image_big_610b9b4e96196.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>111139</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/07/2021 12:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/07/2021 12:24</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ยุทธพงศ์&#039;เดือดเอาคืน&#039;เรืองไกร&#039; ร้องปปช.-ปปง.สอบซื้อเบนซ์หรู</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ค. 64 - ที่พรรคเพื่อไทย นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย และส.ส.มหาสารคาม แถลงข่าวกรณีนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ.2565 ได้ยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ตรวจสอบกรณีนำที่ดินส่วนตัวไปทำ รพ.สนาม โดยไม่ได้แจ้งบัญชีทรัพย์สินหลังเข้ารับตำแหน่งส.ส. ว่า สถานการณ์ต่างจังหวัดในตอนนี้ มีผู้ป่วยโควิด-19 จำนวนมาก ทำให้โรงพยาบาลประจำอำเภอ ไม่เพียงพอต่อการรักษาผู้ป่วย จึงใช้สถานที่ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม มาสร้างเป็นโรงพยาบาลสนาม เมื่อเป็น ส.ส.จะไปทิ้งประชาชนได้อย่างไร โรงพยาบาลสนามนั้นเป็นการประสานงานกับสาธารณสุขของจังหวัด ได้รับงบประมาณมาจากนางเตือนใจ จรัสเสถียร มารดา บริจาคให้จำนวน 100,000 บาท ที่ดินแปลงนี้ มีโฉนดถูกต้องตามกฏหมาย เป็นชื่อมารดา ที่ครอบครองมาจนถึงทุกวันนี้&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนประเด็นหน้ากากอนามัย ที่ถูกตั้งข้อสงสัยที่มานั้น เจ้าสัวใหญ่คนหนึ่งได้นำมาบริจาค ไม่ได้มีการคิดเงินแต่อย่างใด ครอบครัวของตน ทั้งพ่อแม่ เป็นเจ้าของโรงสีที่ใหญ่ที่สุดใน จ.มหาสารคาม ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 มาตั้งแต่เเรก ได้ปรึกษากับแม่ว่า อยากจะขายที่ดินตรงที่ถูกนายเรืองไกรให้ตรวจสอบนี้ ให้เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี รวมกว่า 100 ไร่ ราคา 600 ล้านบาท เพื่อเอาเงินมาช่วยโควิด-19 จะได้ไม่ถูกนายเรืองไกรคอยขัดเพราะต้องการที่ช่วยประชาชนจริงๆ ขอท้านายเรืองไกร วันที่ 5 ส.ค. เวลา 10.00 น. ให้มาที่หน้าบริษัทไทยเบฟฯ ให้เป็นพยานเพื่อตนจะเสนอขายที่ดินให้กับเจ้าสัวเจริญ การที่จะขายให้เจ้าสัวเจริญ เพราะนายโกเมน ตันติวิวัฒนพันธ์ ปู่ของภรรยาตน เป็นถึงอดีตรองประธานกรรมการของไทยเบฟ มีความสัมพันธ์อันดีกับเจ้าสัวเจริญ และจะยังเป็นการพิสูจน์ใจว่า จะทิ้งกันได้หรือไม่ ขอขายในราคาที่เท่ากัน เหมือนเช่นครั้งที่เจ้าสัวช่วยซื้อที่ดินบ่อตกปลาของบิดา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายยุทธพงศ์ กล่าวว่า แม้จะเป็นส.ส.ฝ่ายค้าน แทบจะไม่มีงบประมาณอะไรแล้ว ผิดกับนายเรืองไกร ที่มีผู้ใหญ่ใจดีซื้อรถเบนซ์คันละ 5 ล้านบาท กรณีนี้จะยื่นเรื่องให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะได้ข้อมูลว่า หลังจากนายเรืองไกร ได้ทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการงบประมาณฯ เมื่อวันที่ 1 ก.ค.64 ได้หิ้วเงินสดกว่า 5 ล้านบาท ไปซื้อรถที่โชว์รูม ย่านถนนพหลโยธิน ดังนั้นนายเรืองไกรต้องชี้แจงว่า เงินก้อนนี้ได้แจ้ง กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) หรือไม่ และผู้ใหญ่ใจดีคนนั้นเป็นใคร เงินสดดังกล่าวได้มาด้วยความบริสุทธิ์หรือไม่ มีความเกี่ยวข้องกับการที่นายเรืองไกร เป็นกรรมาธิการงบประมาณหรือไม่ นอกจากนี้ตามกฏหมาย เจ้าหน้าที่ของรัฐห้ามรับเงินเกิน 3,000 บาท นายเรืองไกร รับเบี้ยประชุมจากกรรมาธิการงบประมาณ จึงถือว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐเหมือนกันหรือไม่ โดยวันที่ 27 ก.ค. จะยื่นเรื่องต่อกรรมาธิการงบประมาณ และป.ป.ช. ให้ตรวจสอบนายเรืองไกร รวมทั้งจะยื่นเลขาธิการ ป.ป.ง.ตรวจสอบเส้นทางการเงิน โดยได้ร่างเอกสารและเตรียมข้อมูลไว้แล้ว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/111139</URL_LINK>
                <HASHTAG>กมธ.งบปี65, นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร, ป.ป.ช., ปปง., เรืองไกร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210726/image_big_60fe4645ac557.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107330</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/06/2021 09:34</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/06/2021 09:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘ปปง.’ขายทอดตลาด‘ม้า-วัว’25มิ.ย.นี้</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 มิ.ย.2564 &amp;ndash; สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แจ้งว่าจะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สิน ครั้งที่ 18/2564 ในวันศุกร์ที่ 25 มิถุนายน 2564 เวลา 10.00 น. ณ ฟาร์มแอมแรนช์ เลขที่ 361 หมู่ 5 ตำบลวังจันทร์ อำเภอแก่งกระจาน &amp;nbsp;จังหวัดเพชรบุรี ซึ่งในการขายทอดตลาดทรัพย์สินครั้งนี้จะทำการขายทอดตลาดทรัพย์สินประเภทม้า วัว และอุปกรณ์ จำนวน 15 รายการ &amp;nbsp;ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1. ม้าพันธุ์อเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส เพศผู้ (ม้าชื่อ วู้ดดี้) หมายเลขไมโครชิพ 764000000203991
จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 64,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ม้าพันธุ์อเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส เพศผู้ (ม้าชื่อ คริสมาส) หมายเลขไมโครชิพ 93376400524560จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 2,106,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. ม้าพันธุ์อเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส เพศเมีย (ม้าชื่อ บูไซด์) หมายเลขไมโครชิพ 764000000203981
จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 64,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4. ม้าพันธุ์อเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส เพศเมีย (ม้าชื่อ พอลล่า) หมายเลข ไมโครชิพ 76400000020389จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 97,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ม้าพันธุ์ไทย เพศผู้ (ม้าชื่อ ไวท์) หมายเลขไมโครชิพ 764000000203887 จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น24,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6. ม้า (ลูกม้า) พันธุ์อเมริกันควอเตอร์ฮอร์ส เพศเมีย จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 8,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7. วัวพันธุ์อเมริกัน บราห์มัน เพศเมีย หมายเลขไมโครชิพ 933076400549667 จำนวน 1 ตัว ราคาเริ่มต้น 45,800 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;8. วัวพันธุ์อเมริกัน บราห์มัน เพศเมีย หมายเลขไมโครชิพ 933076400549678 จำนวน 1 ตัว และวัวพันธุ์อเมริกัน บราห์มัน เพศเมีย (ลูกวัว) จำนวน 1 ตัว ขายรวมเป็นรายการเดียวกัน ราคาเริ่มต้น 56,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;9. วัวพันธุ์อเมริกัน บราห์มัน เพศเมีย หมายเลขไมโครชิพ 933076400549860 จำนวน 1 ตัว&amp;nbsp;
ราคาเริ่มต้น 24,200 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10. รถม้า จำนวน 1 คัน เริ่มต้น 28,400 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;11. พ่วงลากจูง จำนวน 1 คัน ราคาเริ่มต้น 15,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12. อานม้า ไม่ระบุยี่ห้อ (ตอกลาย) จานวน 1 หลัง ราคาเริ่มต้น 25,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;13. อานม้า ไม่ระบุยี่ห้อ จานวน 1 หลัง ราคาเริ่มต้น 17,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14. อานม้า ไม่ระบุยี่ห้อ จานวน 1 หลัง ราคาเริ่มต้น 14,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15. อานม้า ไม่ระบุยี่ห้อ จำนวน 1 หลัง ราคาเริ่มต้น 12,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้ที่ประสงค์เข้าสู้ราคาการขายทอดตลาดทรัพย์สินครั้งที่ 18/2564 สามารถติดต่อขอดูสภาพทรัพย์สินได้ในวันพฤหัสบดีที่ 24 มิถุนายน 2564 เวลา 09.30 &amp;ndash; 16.00 น. ตามสถานที่ที่กำหนดดังนี้ &amp;nbsp;ทรัพย์สินลำดับที่ 1 - 9 และ 12 - 15 ณ ฟาร์มแอมแรนช์ เลขที่ 361 หมู่ 5 ตำบลวังจันทร์ &amp;nbsp; &amp;nbsp; อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี ทรัพย์สินลำดับที่ 10 - 11 ณ พื้นที่เก็บศรีนครินทร์ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร หรือทางเว็บไซต์ www.amlo.go.th ทั้งนี้สามารถตรวจสอบข้อมูลหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงาน ปปง. หรือสายด่วน ปปง. 1710&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สืบเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรน่า 2019 (COVID-19) ขอความร่วมมือผู้ที่ประสงค์จะขอดูสภาพทรัพย์สินและเข้าร่วมการขายทอดตลาดฯ โปรดปฏิบัติตามมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ของสำนักงาน ปปง. อย่างเคร่งครัด
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107330</URL_LINK>
                <HASHTAG>ขายทอดตลาดทรัพย์สิน, ปปง., ม้า, วัว, สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d29d84178b4.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104108</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>25/05/2021 13:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>25/05/2021 13:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>วุฒิสภาไฟเขียว &#039;พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง&#039; นั่งเก้าอี้เลขาฯปปง.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;25 พ.ค.64 - ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา โดยมีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม โดยที่ประชุมพิจารณาเรื่องด่วนให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ป.ป.ง.)&amp;nbsp;ตามมาตรา 42 แห่งพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 โดยเป็นการประชุมและลงคะแนนลับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งท้ายที่สุดที่ประชุมมีมติให้ความเห็นชอบ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง อดีตรองเลขา ป.ป.ง. ดำรงตำแหน่งเป็นเลขา ป.ป.ง.&amp;nbsp;ด้วยคะแนนเสียง 197 เสียง ต่อ 7 ไม่ออกเสียง 12 เสียง ทั้งนี้ วุฒิสภาจะส่งให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104108</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พรเพชร วิชิตชลชัย, พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง, เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210215/image_big_602a340b533ba.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96066</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/03/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/03/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>‘แม่ธนาธร’โดนอีกดอก ป่าไม้ร้องปปง.ยึด440ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;ldquo;สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ&amp;rdquo; แม่ธนาธรโดนอีกดอก กรมป่าไม้จัดเต็มฟ้อง ปปง.รุกป่าสงวน 440 ไร่ เข้าข่ายความผิดมูลฐาน ต้องยึดคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันอาทิตย์ สำนักข่าวอิศราได้ออกรายงานเรื่อง &amp;ldquo;อีกคดี! กรมป่าไม้ส่ง ปปง.สอบ &amp;lsquo;สมพร&amp;rsquo; ถือครอง น.ส.2-ภ.บ.ท.5 รุกป่า 440 ไร่&amp;rdquo; โดยมีเนื้อหาน่าสนใจว่า คดีครอบครอง น.ส.3 ก. จำนวน 60 ฉบับ เนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี อ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจ ที่มีชื่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวไกล ซึ่งนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดีกรมป่าไม้ ขณะดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งหนังสือถึงอธิบดีกรมที่ดินขอให้พิจารณาเนินการเพิกถอน น.ส.3 ก. ทั้ง 60 ฉบับแล้ว ล่าสุดการถือครองที่ดิน น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ รวมทั้งสิ้น 8 แปลงเนื้อที่ เนื้อที่ 440 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 14 ต.รางบัว และหมู่ที่ 3 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กรมป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินคดีในฐานกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามมูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (15)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำนักข่าวอิศรายังระบุถึงเนื้อหาหนังสือฉบับลงวันที่ 28 ม.ค.2564 ที่กรมป่าไม้ส่งถึงเลขาธิการ ปปง. สรุปสาระสำคัญว่า คณะเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจพบที่ดินแปลงดังกล่าว พบมีการแสดงเอกสารสิทธิในที่ดิน 8 แปลง ประกอบด้วย น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ ที่ดินทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (พ.ศ.2527) ซ้อนทับกับเขตปฏิรูปที่ดินของสํานักปฏิรูปที่ดิน (พ.ศ.2554) และซ้อนทับกับเขตป่าไม้ถาวร ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 (พ.ศ.2512) ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าหลักฐานการมอบอํานาจให้นางอรสา เศรษฐปราโมทย์ นําชี้และมอบที่ดิน น.ส.2 ให้จัดทําป่าชุมชน ตรวจสอบร่องรอยการทําประโยชน์ พบการทําแปลงยูคาลิปตัส และหลักฐานการชําระภาษีบํารุงท้องที่ 3 ฉบับ ประจําปี 2553-2556 ปรากฏชื่อนางสมพรเป็นผู้ชําระภาษีบํารุงท้องที่ จึงสันนิษฐานได้ว่านางสมพรครอบครองที่ดิน น.ส.2 และ ภ.บ.ท.5 จํานวน 8 แปลง เนื้อที่ 440 ไร่ การกระทําของนางสมพรจึงเป็นการกระทําผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2584 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี, พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 มาตรา 14 ประกอบมาตรา 31, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 มาตรา 97 ซึ่งได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.) เมื่อวันที่ 30 ธ.ค.2563
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;ldquo;คณะเจ้าหน้าที่พิจารณาแล้วเห็นว่าการกระทําดังกล่าวข้างต้นยังถือเป็นความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3 (15) จึงขอส่งเอกสารหลักฐานมาเพื่อพิจารณาดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ และขอได้โปรดมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องตรวจสอบเอกสารหลักฐานและข้อเท็จจริงในพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ ได้มอบนายคม ศรีสวัสดิ์ ผู้อํานวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) เป็นผู้ประสาน&amp;rdquo;
สำหรับมูลฐานความผิดในมาตรา 3 ของ พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 ที่จะถูกยึดให้ตกเป็นของแผ่นดินนั้น จะมีทั้งสิ้น 21 ข้อ โดยข้อ 15 นั้นจะเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติหรือสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการแสวงหาประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมาย อันมีลักษณะเป็นการค้า.&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96066</URL_LINK>
                <HASHTAG>440 ไร่, กรมป่าไม้, ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ, ปปง., ยึดคืนให้ตกเป็นของแผ่นดิน, รุกป่าสงวน, สมพร จึงรุ่งเรืองกิจ, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604e18bd2b844.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>96044</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/03/2021 18:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/03/2021 18:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>สำนักข่าวอิศราเผยกรมป่าไม้ส่งปปง.สอบ‘แม่ธนาธร’รุกป่า440ไร่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 มี.ค.64-สำนักข่าวอิศรา ได้ออกรายงานเรื่องกรมป่าไม้ ส่ง ปปง. สอบ&amp;lsquo;สมพร&amp;rsquo; ถือครอง น.ส.2 - ภ.บ.ท.5 รุกป่า 440 ไร่ โดยมีเนื้อหาว่า คดีครอบครอง น.ส.3 ก. จำนวน 60 ฉบับ เนื้อที่ 2,154-3-82 ไร่ ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชีอ.จอมบึง จ.ราชบุรี ของครอบครัวจึงรุ่งเรืองกิจของนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ชนาพรรณ จึงรุ่งเรืองกิจ และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นอกจากกรมป่าไม้โดยนายชีวะภาพ ชีวะธรรม รองอธิบดี ขณะดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า กรมป่าไม้ ปฏิบัติราชการแทนผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่งหนังสือถึง อธิบดีกรมที่ดิน ขอให้พิจาราดำเนินการเพิกถอน น.ส. 3 ก. ทั้ง 60 ฉบับ ตามที่สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) รายงานแล้ว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
การถือครองที่ดิน น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ รวมทั้งสิ้น 8 แปลงเนื้อที่ เนื้อที่ 440 ไร่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี ท้องที่หมู่ที่ 3 และหมู่ที่ 14 ต.รางบัว และหมู่ที่ 3 ต.ด่านทับตะโก อ.จอมบึง จ.ราชบุรี กรมป่าไม้ได้ส่งเรื่องให้ เลขาธิการคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ดำเนินคดีในฐานกระทําความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการ แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า ถือเป็นความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ หนังสือฉบับลงวันที่ 28 ม.ค.2564 ที่กรมป่าไม้ส่งถึง เลขาธิการฯ ปปง. สรุปสาระสำคัญว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ของกรมป่าไม้ ลงพื้นที่ตรวจสอบตรวจพบที่ดินแปลงดังกล่าว ตรวจพบมีการแสดงเอกสารสิทธิในที่ดิน จํานวน 8 แปลง ประกอบด้วย น.ส.2 จํานวน 7 แปลง เนื้อที่ 250-0-00 ไร่ และ ภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 90 ไร่ ที่ดินทั้งหมดอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี (พ.ศ. 2527) ซ้อนทับกับเขตปฏิรูปที่ดินของสํานักปฏิรูปที่ดิน (พ.ศ. 2554) และซ้อนทับกับเขตป่าไม้ถาวร &amp;ldquo;ป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี หมายเลข 85 (พ.ศ. 2512)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากการตรวจสอบพบว่า หลักฐานการมอบอํานาจให้นางอรสา เศรษฐปราโมทย์ นําชี้และมอบที่ดิน น.ส. 2 ให้จัดทําป่าชุมชน ตรวจสอบร่องรอยการทําประโยชน์พบการทําแปลงยูคาลิปตัส และหลักฐานการชําระภาษี บํารุงท้องที่จํานวน 3 ฉบับ ประจําปี 2553 - 2556 ปรากฏชื่อนางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ เป็นผู้ชําระภาษีบํารุงท้องที่ จึงสันนิษฐานได้ว่านางสมพร จึงรุ่งเรืองกิจ ครอบครองที่ดิน น.ส. 2 และภ.บ.ท.5 จํานวน 8 แปลง เนื้อที่ 440 ไร่ ซึ่งการกระทําของนางพร จึงรุ่งเรืองกิจ กระทําผิดในฐาน &amp;ldquo;ก่อสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า หรือกระทําการใดๆ อันเป็นการทําลายป่า หรือเข้ายึดถือครองครองป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่น&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2584 มาตรา 54 ประกอบมาตรา 72 ตรี, ฐาน &amp;ldquo;ยึดถือครอบครองทําประโยชน์หรีออยู่อาศัยในที่ดิน ก่อสร้าง แผ้วถาง เผาป่า ทําไม้ เก็บหาของป่า หรือกระทําการด้วยประการใดๆ อันเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติ&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 มาตรา 14 ประกบมาตรา 31, ฐาน &amp;ldquo;เข้าไปยึดถือครอบครอง รวมตลอดถึงการก่นสร้างหรือเผาป่า หรือทําด้วยประการใด ให้เป็นการทําลาย หรือทําให้เสื่อมสภาพที่ดิน ที่หิน ที่กรวด หรือที่ทราย ในบริเวณที่รัฐมนตรีประกาศหวงห้ามในราชกิจจานุเบกษา หรือทําสิ่งหนึ่งสิ่งใดอันเป็นอันตรายแก่ทรัพยากรในดิน&amp;rdquo; ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 9 และ ฐาน &amp;ldquo;ผู้ใด กระทําหรือละเว้นการกระทําด้วยประการใดโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันเป็นการทําลาย หรือทําให้สูญหาย หรือ เสียหายแก่ทรัพยากรธรรมชาติซึ่งเป็นของรัฐ หรือเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน&amp;rdquo; ตามพระราชบัญญัติส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 มาตรา 97 และได้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คณะเจ้าหน้าที่ พิจารณาแล้วเห็นว่า การกระทําดังกล่าวข้างต้นเป็นการกระทําความผิดเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยการใช้ ยึดถือ หรือครอบครองทรัพยากรธรรมชาติหรือกระบวนการ แสวงหาผลประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติโดยมิชอบด้วยกฎหมายอันมีลักษณะเป็นการค้า ถือเป็นความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) จึงขอส่งเอกสารหลักฐานมาเพื่อพิจารณา ดําเนินการตามอํานาจหน้าที่ และขอได้โปรดมอบหมายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบ เอกสารหลักฐาน และข้อเท็จจริงในพื้นที่ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ได้มอบนายคม ศรีสวัสดิ์ ผู้อํานวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) เป็นผู้ประสาน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ กรณีการถือครองที่ดิน น.ส.2 จำนวน 7 แปลง เนื้อที่ 350-0-0 ไร่ และที่ดิน ภ.บ.ท.5 เนื้อที่ 90 ไร่ รวม 8 แปลง 440 ไร่ ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าฝั่งซ้ายแม่น้ำภาชี กรมป่าไม้แจ้งความกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2563&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เท่ากับกรณีถือครองที่ดิน 440 ไร่ ของนางสมพร ถูกกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน บก.ปทส. ดำเนินคดีความผิดตาม พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ2507 และ พระราชบัญญัติป่าไม้ 2484 ขณะเดียวกันยังถูก ปปง.ดำเนินคดีในความผิด มูลฐานตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3 (15) อีกทางด้วย
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/96044</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., รุกป่า, สำนักข่าวอิศรา, แม่ธนาธร</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210314/image_big_604dee99005fa.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>92584</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/02/2021 12:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/02/2021 12:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปง.อายัดทรัพย์คดี3คดี’พนันออนไลน์ –โกง– ค้ามนุษย์’กว่า90ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ก.พ.2564 &amp;ndash; พล.ต.ต.ปรีชา &amp;nbsp;เจริญสหายานนท์ รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) &amp;nbsp;กล่าวว่า คณะกรรมการธุรกรรมในคราวประชุม ครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 9 ก.พ. ได้มีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในรายคดีสำคัญที่อยู่ในความสนใจของประชาชน ดังนี้ &amp;nbsp;1. รายคดีนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวก นายแทนไทฯ กับพวก ได้ก่อตั้งเว็บไซต์พนันออนไลน์ โดยมีรูปแบบการพนันให้เลือกเล่นหลายประเภท และได้ประกาศโฆษณาหรือชักชวนให้ผู้อื่นสมัครเป็นสมาชิกและโอนเงินเพื่อเล่นการพนันออนไลน์กับเว็บไซต์ดังกล่าว โดยได้เปิดบัญชีเงินฝากจำนวนหลายบัญชีเพื่อรับโอนเงินค่าสมัครสมาชิกและเล่นพนัน ทั้งยังพบเงินหมุนเวียนจำนวนมาก ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (9) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 10 รายการ (เงินสด รถยนต์ ห้องชุด เงินและสินทรัพย์ดิจิทัล) พร้อมดอกผล รวมมูลค่ากว่า 16,000,000 บาทไว้ชั่วคราว มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ ในคดีดังกล่าว เลขาธิการ ปปง. พิจารณาใช้อำนาจตามมาตรา 48 วรรคสอง มีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด จำนวน 4 รายการ (เงินและหุ้นในบัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์) รวมราคาประเมินทั้งสิ้นประมาณ 59,000,000 บาท พร้อมดอกผล มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน นับตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 รวมมูลค่าทรัพย์สินทั้งสิ้นประมาณ 75,000,000 ล้านบาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. รายคดีบริษัท ทิมเบอร์เมท จำกัด กับพวก เป็นกรณีที่คนร้ายชาวต่างชาติหลอกลวงผู้เสียหาย ซึ่งอยู่ในต่างประเทศ ให้ซื้อหน้ากากอนามัย หรืออุปกรณ์ทางการแพทย์อื่นๆ ที่ได้ลงประกาศขายอันเป็นเท็จไว้บนเว็บไชต์ขายของหรือสร้างเว็บไซต์ขึ้นเองโดยใช้ข้อมูลส่วนตัวของหญิงไทยที่คบหากันเชิงชู้สาวกับกลุ่มคนร้ายในการจดทะเบียนจัดตั้งเว็บไซต์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้เหยื่อหลงเชื่อและสั่งซื้อสินค้าจากคนร้าย เมื่อตกลงซื้อขายกันแล้ว คนร้ายจะแจ้งให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้าเข้าบัญชีเงินฝากของธนาคารในประเทศไทยที่เปิดไว้ในชื่อของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นโดยไม่ได้ประกอบธุรกิจจริง หรือให้โอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของคนร้ายหรือบัญชีเงินฝากธนาคารของหญิงไทยที่ถูกหลอกให้เปิดบัญชีซึ่งคนร้ายจัดเตรียมไว้แล้ว โดยจะมีคนร้ายชาวต่างชาติอีกกลุ่มหนึ่งยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินไปยังบัญชีเงินฝากธนาคารอื่น หรือถอนเงินสดออกจากบัญชีเงินฝากทันที โดยผู้เสียหายไม่ได้รับสินค้าและไม่สามารถติดต่อกับกลุ่มคนร้ายได้อีก ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนตามประมวลกฎหมายอาญา อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (3) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 38 รายการ (เงินสด เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร ที่ดิน รถยนต์ เครื่องประดับ และเครื่องใช้ไฟฟ้า) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 10,000,000 บาท &amp;nbsp; ไว้ชั่วคราว มีกำหนด &amp;nbsp; &amp;nbsp; ไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. รายคดี นายศิรพิบูลย์ &amp;nbsp;กิตติศุภรัฐ กับพวก นายศิรพิบูลย์ฯ กับพวก มีส่วนร่วมในขบวนการนำพา&amp;nbsp; คนต่างด้าวหลบหนีเข้ามาในประเทศไทย โดยขบวนการดังกล่าวมีบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดในหลายท้องที่ การกระทำความผิดมีลักษณะการแบ่งหน้าที่กันทำ มีนายหน้าชาวต่างชาติเป็นผู้ชักชวนคนเพื่อเข้ามาทำงานและเรียกเก็บเงิน &amp;nbsp; ค่าดำเนินการ เมื่อรวบรวมคนได้แล้ว จะมีคนพาข้ามแดนเข้ามายังประเทศไทย และลักลอบเดินทางมาด้วยรถยนต์ในลักษณะหลบซ่อนกันมาเพื่อให้พ้นจากการจับกุม ซึ่งกรณีดังกล่าวเป็นการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ และความผิดเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมที่มีกฎหมายกำหนดเป็นความผิด อันเป็นความผิดมูลฐานตามมาตรา 3 (2) และ (10) แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 โดยในคดีนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; 2 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และที่ดิน) พร้อมดอกผล รวมมูลค่าประมาณ 5,000,000 บาท ไว้ชั่วคราว&amp;nbsp; &amp;nbsp;มีกำหนดไม่เกิน 90 วัน ตามมาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พล.ต.ต.ปรีชากล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการตัดวงจรอาชญากรรมและตัดเส้นทางทางการเงินของผู้กระทำความผิด สำนักงาน ปปง. จะเน้นการสืบสวนขยายผลเพื่อยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดในคดีต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ให้เกิดความเข้มข้นและเกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนและเพื่อความสงบสุข ความมั่นคงของประเทศชาติต่อไป ภายใต้ปรัชญาการทำงานที่ว่า ทรัพย์สินใดเป็นของแผ่นดิน ทรัพย์สินนั้นต้องกลับคืนแผ่นดินโดยไม่มีเงื่อนไขด้วยกฎหมายฟอกเงิน ทั้งนี้ หากพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถโทรแจ้งหรือสอบถามได้ที่สายด่วน 1710
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/92584</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปง., พล.ต.ต.ปรีชา  เจริญสหายานนท์, รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน, อายัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210210/image_big_60236e5f92e23.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
