<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120350</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>20/10/2021 18:45</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>20/10/2021 18:45</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. เปิดทรัพย์สิน &#039;พล.ต.อ.มนู&#039; อู้ฟู่ 95 ล้าน &#039;ชัยวัฒน์&#039; อดีตผู้ว่าฯปทุมธานี รวย 147 ล้าน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;20&amp;nbsp;ต.ค.64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้เปิดเผยบัญชีรายการแสดงทรัพย์สินและหนี้สินของ พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กรณียื่นทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;ขณะดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) โดย พล.ต.อ.มนู แจ้งว่า ตนเอง นางรัตนา เมฆหมอก คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;95,880,257&amp;nbsp;บาท ไม่มีหนี้สิน เป็นทรัพย์สินของ พล.ต.อ.มนู&amp;nbsp;30,656,570&amp;nbsp;บาท เป็นของนางรัตนา&amp;nbsp;64,145,719&amp;nbsp;บาท และเป็นของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp;1,077,967&amp;nbsp;บาท โดยทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นเงินลงทุนของผู้ยื่นและคู่สมรส มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;43,591,484&amp;nbsp;บาท อาทิ สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจแห่งชาติ&amp;nbsp;4,167,150&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจสอบสวนกลาง&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;สันติบาล&amp;nbsp;&amp;ndash;&amp;nbsp;พิสูจน์หลักฐานตำรวจ จำกัด&amp;nbsp;2,400,300&amp;nbsp;บาท,&amp;nbsp;เงินลงทุนใน บริษัท เอ็ม ที ลิฟวิง จำกัด,&amp;nbsp;เงินลงทุนในบริษัท ปรีชา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ที่ดินของของผู้ยื่นและคู่สมรส จำนวน&amp;nbsp;11&amp;nbsp;รายการ มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;21,112,150&amp;nbsp;บาท ที่ดินส่วนใหญ่อยู่ที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เงินฝากของผู้ยื่นและคู่สมรส มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;10,001,874&amp;nbsp;บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของคู่สมรส จำนวน&amp;nbsp;4&amp;nbsp;รายการ ประกอบด้วย บ้านพักซอยลาดพร้าว&amp;nbsp;1&amp;nbsp;ตึกเดี่ยว&amp;nbsp;3&amp;nbsp;ชั้นที่แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. ห้องชุดที่เอ็กซ์คลูซีพ เพลส เขตจตุจักร และห้องชุดที่เซ็นทรัลคอนโด เขตจตุจักร มูลค่า&amp;nbsp;16,994,890&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&amp;nbsp;ยานพาหนะของผู้ยื่น&amp;nbsp;300,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นของผู้ยื่นและคู่สมรส แจ้งไว้&amp;nbsp;12&amp;nbsp;รายการ มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;2,801,890&amp;nbsp;บาท ได้แก่ สร้อยคอทองคำ&amp;nbsp;70&amp;nbsp;เส้น สร้อยข้อมือทองคำ&amp;nbsp;5&amp;nbsp;เส้น พระเลี่ยมทอง&amp;nbsp;75&amp;nbsp;องค์ แหวนทองคำ&amp;nbsp;9&amp;nbsp;วง อาวุธปืน&amp;nbsp;6&amp;nbsp;กระบอก นาฬิกาข้อมือ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;เรือน และกำไลทองคำ&amp;nbsp;19&amp;nbsp;คู่ และต่างหู&amp;nbsp;1&amp;nbsp;คู่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ยังได้เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย กรณียื่นทุกสามปีตลอดเวลาที่ยังดำรงตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เมื่อวันที่&amp;nbsp;22&amp;nbsp;ก.ค.64&amp;nbsp;ขณะดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี โดยนายชัยวัฒน์ แจ้งว่า ตนเอง นางกุลทรัพย์ ชื่นโกสุม คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มีทรัพย์สินรวมทั้งสิ้น&amp;nbsp;147,204,877&amp;nbsp;บาท เป็นทรัพย์สินของนายชัยวัฒน์&amp;nbsp;38,977,937&amp;nbsp;บาท เป็นทรัพย์สินของนางกุลทรัพย์&amp;nbsp;108,215,197&amp;nbsp;บาท เป็นทรัพย์สินของบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ&amp;nbsp;11,742&amp;nbsp;บาท นายชัยวัฒน์แจ้งว่า มีหนี้สินทั้งสิ้น&amp;nbsp;4,495,097&amp;nbsp;บาท ซึ่งเป็นหนี้สินจากเงินกู้ธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ทั้งนี้ ทรัพย์สินส่วนใหญ่เป็นที่ดินของผู้ยื่นและคู่สมรส จำนวน&amp;nbsp;24&amp;nbsp;รายการ มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;64,175,850&amp;nbsp;บาท ที่ดินส่วนใหญ่อยู่ในหลายเขตของ กทม. หลายอำเภอใน จ.นครราชสีมา และ จ.เลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เงินลงทุนของผู้ยื่นและคู่สมรส มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;27,490,800&amp;nbsp;บาท เงินฝากของผู้ยื่น คู่สมรส และบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;16,859,613&amp;nbsp;บาท โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างของผู้ยื่นและคู่สมรส&amp;nbsp;&amp;nbsp;จำนวน&amp;nbsp;12&amp;nbsp;ราย มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;20,978,532&amp;nbsp;บาท อาทิ ทาวน์เฮาส์ที่ อ.เมือง จ.นครราชสีมา บ้านพักเดี่ยวที่ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี อาคารชุด เขตห้วยขวาง กทม. สิทธิและสัมปทานของผู้ยื่นและคู่สมรส มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;7,447,079&amp;nbsp;บาท ยานพาหนะของคู่สมรส&amp;nbsp;1,800,000&amp;nbsp;บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่รายการทรัพย์สินอื่นของผู้ยื่นและคู่สมรส จำนวน&amp;nbsp;15&amp;nbsp;รายการ มูลค่ารวมกัน&amp;nbsp;12,473,000&amp;nbsp;บาท ประกอบด้วย พระเครื่อง&amp;nbsp;61&amp;nbsp;องค์ พระบูชา&amp;nbsp;61&amp;nbsp;องค์ ภาพเขียนและภาพพิมพ์&amp;nbsp;15&amp;nbsp;ชิ้น เฟอร์นิเจอร์โบราณ&amp;nbsp;39&amp;nbsp;ชิ้น ทองคำแท่ง น้ำหนัก&amp;nbsp;40&amp;nbsp;บาท ทองรูปพรรณและพระเลี่ยมทอง&amp;nbsp;13&amp;nbsp;ชิ้น สร้อยคอ&amp;nbsp;28&amp;nbsp;เส้น สร้อยข้อมือและกำไล&amp;nbsp;29&amp;nbsp;เส้น นาฬิกา&amp;nbsp;3&amp;nbsp;เรือน จี้เพชร&amp;nbsp;5&amp;nbsp;ชิ้น แหวน&amp;nbsp;25&amp;nbsp;วง ต่างหู&amp;nbsp;8&amp;nbsp;คู่ ชุดทองคำ&amp;nbsp;1&amp;nbsp;บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120350</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612ccd73b6a61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119819</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>15/10/2021 15:21</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>15/10/2021 15:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ป.ป.ช. เปิดเซฟ &#039;ณัฐพล รังสิตพล&#039; นั่งเก้าอี้ อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ครบ 3 ปี​ มั่งคั่ง 4.73 พันล้านบาท</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;15 ต.ค.64 - สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงหลายราย รายชื่อน่าสนใจ นายณัฐพล รังสิตพล กรณีดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี ในตำแหน่ง ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม-อธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายณัฐพล แจ้งมีทรัพย์สิน 1,769,204,982 บาท ได้แก่ เงินฝาก 36,694,100 บาท ซึ่งในจำนวนนี้มีเงินฝากใน Bank of America วงเงิน 11,547,348 บาทอยู่ด้วย เงินลงทุน 107,764,262 บาท เงินให้กู้ยืม 424,000 บาท ที่ดิน 1,497,528,500 บาท (ซึ่งพบว่าโฉนดแพงที่สุด เลขที่ 7160 ตั้งอยู่ที่ แขวงพระโขนงฝั่งเหนือ อ.วัฒนา กทม. เนื้อที่ 1-1-5 ไร่เศษ ได้มาเมื่อ 19 มิ.ย. 2558 โดย ได้มาจากการให้ มูลค่า 758,550,000 บาท)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้​ ยังมีโรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 116,940,333 บาท ยานพาหนะ 10 คัน 8 ล้านบาท สิทธิและสัมปทาน 853,787 บาท ทรัพย์สินอื่น (ราคาตั้งแต่สองแสนบาทขึ้นไป) 1 ล้านบาท ไม่มีหนี้สิน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 4,705,000 บาท เป็นเงินเดือน 790,000 บาท เงินประจำตำแหน่งและค่ารถประจำตำแหน่ง 730,000 บาท เบี้ยประชุม 125,000 บาท ค่าเช่า 2,300,000 บาท ดอกเบี้ย 700,000 บาท เงินปันผล 60,000 บาท มีรายจ่ายรวม 775,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนนางไรรัตน์ รังสิตพล คู่สมรส มีทรัพย์สิน 2,969,085,682 บาท ได้แก่ เงินฝาก 11,145,256 บาท เงินลงทุน 813,885,808 บาท ที่ดิน 2,030,182,000 บาท (โฉนดแพงสุดเลขที่ 646 ตั้งอยู่ที่แขวงคลองตัน เขตพระโขนง กทม. เนื้อที่ 1-2-78 ไร่ ได้มาเมื่อวันที่ 5 ก.ค. 2514 โดยการโอนมรดก มูลค่า 1,356,000,000 บาท) โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง 10,750,000 บาท ยานพาหนะ 1 คัน 450,000 บาท สิทธิและสัมปทาน 19,247,017 บาท ทรัพย์สินอื่น 83,430,600 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;มีรายได้รวมต่อปีโดยประมาณ 11,100,000 บาท แบ่งเป็นดอกเบี้ย 2,500,000 บาท เงินปันผล 8,600,000 บาท มีรายจ่ายรวม 6,353,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รวมทั้งคู่มีทรัพย์สินทั้งสิ้น 4,738,290,665 บาท (ราว 4.7 พันล้านบาท) ไม่มีหนี้สิน อย่างไรก็ตาม ทั้งผู้ยื่นและคู่สมรส ครอบครองที่ดิน รวม 25 แปลง มูลค่ารวม 3,527,710,500 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายณัฐพล ก่อนหน้านี้ปี 2559-2561 ดำรงตำแหน่งเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงอุตสาหกรรม ปี 2560-2561 เป็นเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม ปี 2561-2562 เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม และปี 2562-ปัจจุบัน เป็นอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119819</URL_LINK>
                <HASHTAG>บัญชีทรัพย์สิน, ปปช.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612ccd73b6a61.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119727</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>14/10/2021 14:27</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>14/10/2021 14:27</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>โฆษกเพื่อไทย เหน็บ ปปช. องค์กรอิสระแต่ชื่อหรือไม่ หลังตีตกปมบัญชีทรัพย์สินน้องนายกฯ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;14 ต.ค.64 - น.ส.อรุณี กาสยานนท์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงมติของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) 8 ต่อ 1 เสียง ตีตกไม่เอาผิด พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินเป็นเท็จในส่วนของรายการบ้านและที่ดินจังหวัดพิษณุโลก โดยให้เหตุผลว่า ขาดเจตนาจงใจปกปิด และเมื่อดูทรัพย์สินทั้งหมดแล้วไม่ได้ทำให้ทรัพย์สิน พล.อ.ปรีชา งอกเงยผิดปกติ เรื่องดังกล่าวทำให้ประชาชนเกิดคำถามต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในการไม่ชี้มูลความผิดในหลายกรณี ตั้งแต่นาฬิกายืมเพื่อนไม่ผิด ของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี หรือแม้แต่กรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ไม่ต้องเปิดเผยบัญชีทรัพย์สินเพราะเป็นข้อมูลส่วนตัวเปิดเผยไม่ได้ อยากตั้งคำถามว่าการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช.ในช่วง รัฐบาลคนดีของพลเอกประยุทธ์ ทั้งที่ควรเป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบและปกป้องผลประโยชน์แทนประชาชน แต่ดูเหมือน ป.ป.ช.จะกลายเป็นองค์กรอิสระที่อิสระแต่ชื่อใช่หรือไม่ หรือเป็นเพียงเครื่องมือที่ไว้ใช้เล่นงานฝ่ายตรงข้ามเท่านั้นใช่หรือไม่&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;น.ส.อรุณีกล่าวว่า เมื่อเทียบกรณีของนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล&amp;nbsp;อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและอดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2558&amp;nbsp;ป.ป.ช.มีมติเสียงข้างมาก ชี้มูลความผิดกรณีนายสมศักดิ์&amp;nbsp;เหตุจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อเท็จจริงกรณีครอบครองบ้านพักที่จังหวัดอ่างทองมูลค่า 16 ล้านบาท ดังนั้นการทำงานของ ป.ป.ช.ควรมีมาตรฐาน อย่าให้ประชาชนเกิดคำถามกับการทำงานมากไปกว่านี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ป.ป.ช. เป็นองค์กรอิสระ สถานะเป็นหน่วยงานราชการ รับเงินเดือนจากภาษีของประชาชนและยังเป็นส่วนหนึ่งในหลักนิติรัฐ นิติธรรม (Rule of Laws)&amp;nbsp;ซึ่งต้องดำรงไว้ซึ่งความเป็นธรรม เท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ และต้องเป็นที่พึ่งที่หวังให้กับประชาชนด้วย&amp;rdquo;&amp;nbsp;นางสาวอรุณีกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119727</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พรรคเพื่อไทย, พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา, อรุณี กาสยานนท์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211014/image_big_6167db2ff1e8b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119571</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>12/10/2021 21:10</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>12/10/2021 21:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปปช. มีมติ 8 ต่อ 1 ตีตกข้อกล่าวหา &#039;บิ๊กติ๊ก&#039; จงใจปกปิดบัญชีทรัพย์สินกรณีบ้านที่พิษณุโลก</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;12 ต.ค.64 - ผู้สื่อข่าวรายงานจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.)ว่า ในการประชุมป.ป.ช.วันที่12ต.ค .ที่ประชุมป.ป.ช.ได้หยิบยกคดีที่พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม น้องชายพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ถูกแจ้งข้อกล่าวหาปกปิดบัญชีทรัพย์สินในส่วนของรายการบ้านและที่ดิน มาพิจารณาก่อนจะมีมติ 8 ต่อ 1ตีตกข้อกล่าวหาดังกล่าว เนื่องจากเห็นว่าสิ่งที่พล.อ.ปรีชามาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาฟังขึ้น โดยพล.อ.ปรีชาชี้แจงว่า เหตุที่ไม่แจ้งบัญชีทรัพย์สินบ้านและที่ดินต่อป.ป.ช. เนื่องจากขณะนั้นบ้านหลังดังกล่าวยังสร้างไม่เสร็จ จึงเข้าใจผิดว่า ยังไม่ต้องแจ้งต่อป.ป.ช. เมื่อดูข้อเท็จจริงแล้วป.ป.ช.เห็นว่าพล.อ.ปรีชาขาดเจตนาจงใจปกปิด และเมื่อดูทรัพย์สินทั้งหมดแล้ว ไม่ได้ทำให้ทรัพย์สินพล.อ.ปรีชางอกเงยผิดปกติ จึงมีมติ8ต่อ1ตีตกข้อกล่าวหา&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119571</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปปช., พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf5e595a05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119028</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>07/10/2021 10:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>07/10/2021 10:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กติ๊ก&#039; เข้าแจง ปปช. หลังถูกแจ้งข้อกล่าวหายื่นบัญชีทรัพย์สินเท็จ กรณีบ้านที่พิษณุโลก-เงินฝากภรรยา</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;7 ต.ค.64 - รายงานข่าวจากคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ​ (ป.ป.ช.)​ แจ้งว่า​ สำหรับความคืบหน้ากรณีคณะกรรมการ​ ป.ป.ช. มีมติ 8 ต่อ 0 เสียง แจ้งข้อกล่าวหาแก่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และกรรมการ (บอร์ด) บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) ที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ถูกกล่าวหาว่าจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินอันเท็จและเอกสารประกอบ หรือปกปิดข้อเท็จจริงอันควรแจ้งให้ทราบ กรณีมิได้แจ้งถือครองบ้านใน จ.พิษณุโลก รวมถึงข้อมูลบัญชีเงินฝากของนางผ่องพรรณ จันทร์โอชา ภริยานั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ปัจจุบัน พล.อ.ปรีชา เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหา พร้อมกับชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาดังกล่าวแล้ว โดยขั้นตอนหลังจากนี้คณะอนุกรรมการไต่สวนฯ จะดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อเตรียมจะสรุปสำนวน เพื่อส่งให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาอย่างหนึ่งอย่างใดต่อไป คาดว่าอีกไม่นานจะมีบทสรุป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119028</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้องบิ๊กตู่, บัญชีทรัพย์สิน, ปปช., พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210608/image_big_60bf5e595a05d.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118742</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:47</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:47</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>รัฐบาล เมินโต้ฝ่ายค้านยื่น ปปช.เอาผิดครม. ยันชี้แจงในสภาฯชัดเจนแล้ว เย้ยแค่หวังคะแนนนิยม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)&amp;nbsp;เอาผิด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา&amp;nbsp;นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ในข้อหาทุจริตหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า เป็นสิทธิที่ฝ่ายค้านสามารถดำเนินการได้ตามอำนาจหน้าที่ที่รัฐธรรมนูญระบุไว้ ซึ่งรัฐบาลก็พร้อมชี้แจงในทุกข้อกล่าวหา เพราะมั่นใจว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมานั้น รัฐบาล โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ ได้ตอบทุกคำถามไปอย่างชัดเจนแล้ว อย่างไรก็ตาม หวังว่าฝ่ายค้านจะมีพยานหลักฐานครบถ้วนเพียงพอตามที่กล่าวอ้าง เพราะไม่อยากให้การยื่นครั้งนี้เป็นการยื่นเพราะต้องการเรียกคะแนนนิยม หวังผลทางการเมือง หรือเพราะโกรธที่ล้มรัฐบาลในสภาฯ ไม่ได้ เพราะถ้าเป็นแบบนั้นประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ยืนยันว่ารัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกฯ นั้นไม่มีความกังวลใดๆ ยังคงเดินหน้าทำงานให้ประชาชนโดยไม่สนใจที่จะต้องมาตอบโต้ทางการเมืองให้เสียเวลา เพราะวันนี้ประชาชนยังรอให้ท่านนายกฯ เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้อยู่ อย่างไรก็ตาม อยากให้ฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยนั้น กลับไปดู ส.ส.พรรคตัวเองที่ถูก ป.ป.ช.ชี้มูลก่อนจะดีกว่า เพื่อไม่ให้ประชาชนมองว่า ฝ่ายค้านว่าแต่เขา อิเหนาเป็นเอง &amp;quot;โฆษกรัฐบาลกล่าว&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118742</URL_LINK>
                <HASHTAG>การเมือง, ปปช., ฝ่ายค้าน, รัฐบาล</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210830/image_big_612c98775854f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118740</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>04/10/2021 16:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>04/10/2021 16:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ฝ่ายค้านยื่น ปปช. 4 คำร้องสอบ ครม.-บิ๊กตู่-อนุทิน-เฉลิมชัย จัดหาวัคซีน ทุจริตซื้อ ATK โละสต๊อกยาง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;4 ต.ค.64 - ที่สำนักงานคณะกรรมการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยนายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส.นครราชสีมา​ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.น่าน พรรคพท. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก.ก. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการพรรคประชาชาติ (ปช.) นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ​ ประธานยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ (พช.) นายนิคม บุญวิเศษ​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย และนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์​ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อป.ป.ช. กล่าวหา ครม.ทั้งคณะ และรัฐมนตรีรายบุคคลหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยนายประเสริฐ กล่าวว่า จากการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่ผ่านมา พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกพรรคได้รวบรวมเอกสารคำร้องต่อป.ป.ช. ซึ่งมีทั้งหมด 4 เรื่องด้วยกัน ประกอบด้วย 1.เรื่องการบริหาราชการที่ผิดพลาด ล้มเหลว ทุจริตต่อหน้าที่เรื่องโควิด โดยเป็นประเด็นเกี่ยวกับการบริหารจัคซีนที่ผิดพลาด การทุจริตในการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวค และการผูกขาดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2.เรื่องการทุจริตการจัดซื้อชุดตรวจ ATK 3.การใช้วัคซีนที่ไร้คุณภาพมาฉีดให้พี่น้องประชาชน และ 4.การทุจริตสต๊อกยางพารา และการเอื้อประโยชน์ให้เกิดการทุจริต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.ชลน่าน กล่าวว่า เราร้องเรียนโดยแบ่งเป็น 4 กลุ่ม จำเลยกลุ่มที่ 1 คือ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่มีความรับผิดชอบร่วมกัน เพราะมีการแถลงนโยบายไว้ต่อประชาชน ดังนั้น จึงมีส่วนโดยตรง กลุ่มที่ 2 คือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ กลุ่มที่ 3 คือ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกลุ่มที่ 4 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่เนื้อหาคำร้องประกอบด้วย 4 คำร้อง เหตุที่ร้องเราร้องตามรัฐธรรมนูญมาตรา 234 (1) เป็นเรื่องความผิดต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการ จงใจปฏิบัติหน้าที่ หรือใช้อำนาจขัดตต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย มติครม. และข้อสั่งการของนายกฯ ไปจนถึงปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ผิดกฎหมายป.ป.ช. นี่คือข้อกล่าวหาทั้ง 4 สำนวน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ พรรคพท. ทำ 2 สำนวนคำร้อง คือ 1.เรื่องการบริหารวัคซีน เช่น การไม่เข้าโคแว็กซ์ ความฉ้อฉล แสวงหาผลประโยชน์ในการบริหารวัคซีนแอสตราเซเนกา และการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคที่ส่อไปในทางทุจริต 2.การจัดซื้อชุดตตรวจ ATK ที่ส่อไปในทางทุจริต กระทำผิดต่อหน้าที่ราชการทั้ง ครม. นายกฯ และนายอนุทิน พรรคก.ก. 1 สำนวน เรื่องการจัดซื้อวัคซีนซิโนแวคที่ไร้ประสิทธิภาพาฉีดให้พี่น้องประชาชน และพรรคปช. เรื่องทุจริตการจัดขายยางในสต๊อกยางพารารา ซึ่งส่องไปในทางทุจริต กระทำผิดต่อหน้าที่ราชการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;อย่างไรก็ตาม คำร้องเรื่องการจัดซื้อชุดตตรวจ ATK เป็นเรื่องที่มีความชัดเจนมาก&amp;nbsp;โดยส่อไปทางเอื้อประโยชน์ตั้งแต่กระบวนการที่ใช้มติ ครม. เอื้อประโยชน์ เจตนา หรือจงใจใช้อำนาจหน้าที่ของตัวนายกฯ ในการออกมติครม. และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในฐานะที่เป็นผู้กำกับดูแลด้านนี้ ดังนั้น สิ่งที่เราร้องไป เราเชื่อว่าจะเป้นประโยชน์ต่อพี่น้องประาชาชน และเป็นประโยชน์ต่อการบริหารราชการแผ่นดิน&amp;rdquo; นพ.ชลน่าน กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นพ.วาโย กล่าวว่า คำร้องของพรรคก้าวไกล ร้อง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดซื้อจัดจ้างเรื่องวัคซีนในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ปฏิบัติหน้าที่หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาครัฐและประชาชน โดยการจัดซื้อวัคซีนนั้นหน้าที่ในการพิสูจน์ถึงความมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพของวัคซีน เป็นหน้าที่ของผู้จัดซื้อจัดจ้าง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ และนายอนุทิน ต้องชี้แจงกับ ป.ป.ช. และชี้แจงต่อประชาชนว่าวัคซีนที่ซื้อขณะนั้นมีประสิทธิภาพ และเหมาะสมกับสถานการณ์โควิดที่ระบาดในประเทศไทย คือสายพันธุ์เดลต้าที่เริ่มระบาดแล้วในขณะนั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า คำร้องการทุจริตสต๊อกยางพารา เป็นการทุจริตเชิงนโยบาย คือการขายยางพาราโละสต๊อก จำนวน 1.4 แสนตัน ในราคาที่ต่ำกว่าราคากลางของตลาด โดยใช้มติ ครม.ที่ฝ่าฝืนกฎหมายหลายฉบับ ทั้ง พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้าง พ.ร.บ.ฮั้วประมูล พ.ร.บ.ควบคุมยาง พ.ร.บ.การยางแห่งประเทศไทย เพราะยางจำนวนดังกล่าวเป็นยางที่ใช้รักษาเสถียรภาพราคายางในประเทศ ที่จะนำออกมาขายในช่วงที่ราคายางในประเทศมีความมั่นคงแล้ว แต่การที่นำยางออกมาขายแบบทุ่มตลาดในราคาที่ต่ำกว่าราคาซื้อขายในประเทศ ทำให้ยางราคาตกมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้ประชาชนและรัฐเสียหายกว่า 6,000 ล้านบาท และเอื้อประโยชน์แก่เอกชนเพียงบริษัทเดียว โดยเรื่องดังกล่าวร้องให้ตรวจสอบ พล.อ.ประยุทธ์ และนายเฉลิมชัย ในฐานะประธานและรองประธานคณะกรรมการยางธรรมชาติ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่ นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการป.ป.ช. กล่าวว่า หลังจากนี้จะตรวจสอบคำร้องว่ามีพยานหลักฐาน และการเรียกส่วนที่เกี่ยวข้องมาสอบสวน ซึ่งการดำเนินการอาจใช้เวลาพอสมควร ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่ร้องขอเอกสารเพิ่มเติมด้วย แต่กฎหมายของ ป.ป.ช. ได้กำหนดกรอบให้ดำเนินการในแต่ละคดีให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี และต่ออายุได้ไม่เกิน 1 ปี ส่วนความคืบหน้าการร้องเอาผิดคณะรัฐมนตรี ที่พรรคร่วมฝ่ายค้านเคยยื่นเอาผิดในการอภิปรายไม่ไว้วางครั้งที่ผ่านมา นายนิวัติไชย กล่าวว่า ยังอยู่ระหว่างการรวบรวมเอกสาร พยานหลักฐาน เพื่อยื่นต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118740</URL_LINK>
                <HASHTAG>ชุดตรวจโควิด ATK, ปปช., ฝ่ายค้าน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211004/image_big_615ac7d36caa3.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
