<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>120149</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/04/2026 16:05</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>19/10/2021 08:10</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เตือน 11 จังหวัดเฝ้าระวังระดับน้ำ&#039;เจ้าพระยา-ท่าจีน&#039;เพิ่มสูงขึ้นช่วง 20–30 ต.ค.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ:แม่น้ำเจ้าพระยาช่วงจังหวัดอ่างทอง
19 ต.ค.64- เมื่อวันที่ 18 ต.ค. เวลา 21.00 น. กระทรวงมหาดไทย โดยกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ประสาน 11 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร รวมถึงกรุงเทพมหานคร เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีนเพิ่มสูงขึ้น ในช่วงวันที่ 20 &amp;ndash; 30 ตุลาคม 2564 จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน จุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ เฝ้าระวังระดับน้ำและเตรียมพร้อมรับมือ แจ้งจังหวัดประสาน อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำ จัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย และเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ ว่า ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์ปริมาณฝนตก (ONE MAP) ร่วมกับกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) คาดการณ์ปริมาณน้ำหลากจากตอนบนของลุ่มน้ำเจ้าพระยาจากแม่น้ำปิง จะทำให้มีน้ำไหลผ่านบริเวณอำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ เพิ่มสูงสุดจากอัตรา 2,484 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 3,000 &amp;ndash; 3,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ในวันที่ 22 ตุลาคม 2564 โดยจะบริหารจัดการน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำและผันน้ำเข้าคลองต่าง ๆ ด้านเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ทำให้มีปริมาณน้ำไหลผ่าน อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท อยู่ในเกณฑ์ 2,700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณเหนือเขื่อนและท้ายเขื่อนเจ้าพระยา มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 0.20 &amp;ndash; 0.40 เมตร ในช่วงวันที่ 23 &amp;ndash; 30 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับแม่น้ำท่าจีน มีปริมาณน้ำไหลล้นข้ามทางระบายน้ำล้น เขื่อนกระเสียว และไหลไปสมทบกับปริมาณน้ำท่าที่เกิดจากฝนตกด้านท้ายเขื่อน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลลงแม่น้ำท่าจีน 150 &amp;ndash; 200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ทั้งนี้ จะบริหารจัดการโดยผันน้ำเข้าทุ่งโพธิ์พระยา เพื่อลดปริมาณน้ำหลาก


fifa356&amp;nbsp;ปริมาณน้ำส่วนที่เหลือจะส่งผลให้ระดับน้ำแม่น้ำท่าจีน ตั้งแต่จังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร มีระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน ประมาณ 0.30 &amp;ndash; 0.50 เมตร ในช่วงวันที่ 20 &amp;ndash; 27 ตุลาคม 2564&amp;nbsp;&amp;nbsp;


bnk789&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จึงได้ประสาน 11 จังหวัด ได้แก่ นครสวรรค์&amp;nbsp;


save168 อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี นนทบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม และสมุทรสาคร รวมถึงกรุงเทพมหานคร ตลอดจนศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตในพื้นที่เสี่ยงภัย เฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ที่ยังคงมีสถานการณ์น้ำท่วมขังอยู่ พร้อมประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำท่าจีน จุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น รวมถึงเตรียมพร้อมในการขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม และระมัดระวังอันตรายจากการสัญจรทางน้ำ ตลอดจนประสานองค์กรปกครอง &amp;nbsp;ส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมให้อยู่ในสภาพแข็งแรง เพื่อป้องกันระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ&amp;nbsp;&amp;nbsp;


สล็อต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกทั้งจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ เครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเตรียมความพร้อมปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง สำหรั บประชาชนหากพบเห็นหรือได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน &amp;ldquo;พ้นภัย&amp;rdquo; รวมถึงสายด่วนนิรภัย1784 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อประสานให้การช่วยเหลือโดยด่วนต่อไป.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;teslastocknetwork.com&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/120149</URL_LINK>
                <HASHTAG>การพนันฟุตบอล, ปภ., สล็อตเว็บตรง, เฝ้าระวังระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำท่าจีน</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211001/image_big_61567c365d3f5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119965</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/10/2021 12:14</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/10/2021 12:14</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ. เผยยังมี 13 จังหวัด  ระทมสถานการณ์อุทกภัย  โดยอิทธิพลพายุ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
17 ต.ค.64 เวลา 09.30 น. กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) รายงานยังคงมีสถานการณ์อุทกภัยในภาพรวม 13 จังหวัด โดยอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 15 &amp;ndash; 17 ต.ค. 64 ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก 5 จังหวัด &amp;nbsp;7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด (ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก) ขณะที่อิทธิพลพายุ&amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 8 &amp;ndash; 14 ต.ค. 64 &amp;nbsp; ทำให้เกิดอุทกภัยในพื้นที่ 9 จังหวัด 20 อำเภอ 90 ตำบล 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด (จันทบุรี และตราด) ส่วนอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ทำให้เกิดอุทกภัย รวม 33 จังหวัด รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด (ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา ลพบุรี &amp;nbsp;สุพรรณบุรี &amp;nbsp;สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี) ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชนต่อไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุ &amp;ldquo;คมปาซุ&amp;rdquo; ซึ่งได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความอากาศต่ำ และร่องมรสุมพาดผ่านภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนล่าง ขณะที่มรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ตั้งแต่วันที่ 15 -17 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ 5 จังหวัด ได้แก่ เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี ปราจีนบุรี และนครนายก รวม 7 อำเภอ 22 ตำบล 59 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 2,698 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 2 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 3 จังหวัด 5 อำเภอ 14 ตำบล 38 หมู่บ้าน 1,848 ครัวเรือน ดังนี้ ลพบุรี น้ำไหลหลากเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสระโบสถ์ และอำเภอโคกสำโรง ระดับน้ำลดลง ปราจีนบุรี น้ำป่าไหลหลากและน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปราจีนบุรี และอำเภอประจันตคาม ระดับน้ำลดลง นครนายก น้ำจากคลองสันทรีย์เอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมอำเภอปากพลี ระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ขณะที่อิทธิพลพายุ &amp;ldquo;ไลออนร็อก&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 8 - 14 ต.ค. 64 ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 9 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำปาง เลย เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ชุมพร และระนอง รวม 20 อำเภอ 90 ตำบล &amp;nbsp; 416 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 7,931 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 7 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 2 จังหวัด &amp;nbsp; &amp;nbsp;7 อำเภอ 23 ตำบล 109 หมู่บ้าน 3,317 ครัวเรือน ดังนี้ จันทบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเขาคิชฌกูฎ อำเภอมะขาม อำเภอขลุง อำเภอเมืองจันทบุรี และอำเภอแหลมสิงห์ ระดับน้ำลดลง ตราด น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองตราด และอำเภอเขาสมิง ระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในส่วนของผลกระทบจากพายุ &amp;ldquo;เตี้ยนหมู่&amp;rdquo; ตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. &amp;ndash; 7 ต.ค. 64 ทำให้มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวม 33 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น มหาสารคาม ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 225 อำเภอ 1,201 ตำบล 8,218 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 333,367 ครัวเรือน มีผู้เสียชีวิต 14 ราย (ลพบุรี 11 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย) ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว 24 จังหวัด ยังคงมีสถานการณ์ 9 จังหวัด รวม 40 อำเภอ 285 ตำบล 1,570 หมู่บ้าน 83,047 ครัวเรือน ดังนี้ ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 7 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอพระยืน อำเภอมัญจาคีรี อำเภอบ้านแฮด อำเภอบ้านไผ่ และอำเภอเมืองขอนแก่น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำลดลง มหาสารคาม มวลน้ำจากจังหวัดขอนแก่นไหลเข้าท่วมพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมืองมหาสารคาม ระดับน้ำทรงตัวนครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ 6 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอพิมาย อำเภอคง อำเภอประทาย อำเภอชุมพวง และอำเภอเมืองยาง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สุพรรณบุรี ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ประมาณ 15-25 ซม. บางพื้นที่ประชาชนเริ่มกลับเข้าทำความสะอาดที่พักแล้ว อ่างทอง ยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำลดลง พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอมหาราช อำเภอนครหลวง อำเภอบางปะหัน และอำเภอบางซ้าย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย คลองโผงเผง และคลองบางบาล ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง ปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ริมน้ำ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคกปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์คลี่คลายในหลายพื้นที่ แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119965</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปภ., สถานการณ์อุทกภัย, อุทกภัย</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162a5dfcd4b8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119320</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เตือน57จว.10-16 ต.ค.ระวังน้ำหลากดินถล่มน้ำล้นตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64-เพจกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM แจ้ง 57 จังหวัด ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่าง และน้ำล้นตลิ่ง ระบุว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติว่า ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (ONE MAP)&amp;nbsp; ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) ได้ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยาการธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 10-16 ตุลาคม 2564 มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนี้ 1.พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สกลนคร และอุบลราชธานี &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด และเพชรบุรี ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล 2.พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%&amp;nbsp; และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ &amp;nbsp;ภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง สุโขทัย น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬลินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี และสระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต และกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ &amp;nbsp;ภาคเหนือ ได้แก่ บริเวณแม่น้ำน่าน อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยม อำเภอสามง่าม&amp;nbsp; อำเภอโพนทะเล จังหวัดพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำชี อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมือง มหาสารคาม&amp;nbsp; จังหวัดมหาสารคาม อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด และอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แม่น้ำมูล อำเภอประโคนชัย อำเภอสตึก และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีย์รัมย์ อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม จังหวัด สุรินทร์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี แม่น้ำลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี แม่น้ำท่าจีน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอนครชัยศรี จังหวัด นครปฐม 4.เฝ้าระวังแม่น้ำโขง โดยระดับน้ำมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กอปภ.ก. จึงได้แจ้งให้ 57 จังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า ให้จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที หากมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119320</URL_LINK>
                <HASHTAG>ปภ., แจ้งเตือน57จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162b373395d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>119319</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>10/10/2021 16:35</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>10/10/2021 16:35</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.เตือน57จว.10-16 ต.ค.ระวังน้ำหลากดินถล่มน้ำล้นล้นตลิ่ง</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;10 ต.ค.64-เพจกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย DDPM แจ้ง 57 จังหวัด ให้เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำหลาก ดินถล่ม น้ำล้นอ่าง และน้ำล้นตลิ่ง ระบุว่า กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก) ได้รับแจ้งจากกองอำนวยการน้ำแห่งชาติว่า ได้ประเมินและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำจากแผนที่ฝนคาดการณ์ (ONE MAP)&amp;nbsp; ของกรมอุตุนิยมวิทยาและสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์กรมหาชน) ได้ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวัง ดินถล่มและน้ำป่าไหลหลากของกรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยาการธรณี พบว่าในช่วงวันที่ 10-16 ตุลาคม 2564 มีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังอุทกภัย &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนี้ 1.พื้นที่เฝ้าระวังน้ำหลาก ดินถล่ม &amp;nbsp;ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ สกลนคร และอุบลราชธานี &amp;nbsp;ภาคตะวันออก ได้แก่ กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี ตราด และเพชรบุรี ภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ระนอง พังงา กระบี่ ตรัง และสตูล 2.พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในอ่างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางที่มีปริมาณน้ำมากกว่า 80%&amp;nbsp; และแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เสี่ยงน้ำล้น กระทบพื้นที่บริเวณท้ายอ่างเก็บน้ำ &amp;nbsp;ภาคเหนือ ได้แก่ ลำปาง สุโขทัย น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ อุดรธานี หนองบัวลำภู บึงกาฬ สกลนคร นครพนม ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬลินธุ์ ยโสธร มุกดาหาร อำนาจเจริญ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภาคกลาง ได้แก่ ลพบุรี และสระบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครนายก ราจีนบุรี สระแก้ว ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และประจวบคีรีขันธ์ &amp;nbsp;ภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี ระนอง ภูเก็ต และกระบี่&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;3. พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำในลำน้ำมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นล้นตลิ่ง และท่วมขังบริเวณที่ลุ่มต่ำ &amp;nbsp;ภาคเหนือ ได้แก่ บริเวณแม่น้ำน่าน อำเภอบางมูลนาก จังหวัดพิจิตร แม่น้ำยม อำเภอสามง่าม&amp;nbsp; อำเภอโพนทะเล จังหวัดพิจิตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บริเวณแม่น้ำชี อำเภอโกสุมพิสัย อำเภอกันทรวิชัย และอำเภอเมือง มหาสารคาม&amp;nbsp; จังหวัดมหาสารคาม อำเภอฆ้องชัย อำเภอกมลาไสย อำเภอยางตลาด และอำเภอร่องคำ จังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอจังหาร จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอเมืองยโสธร และอำเภอมหาชนะชัย จังหวัดยโสธร แม่น้ำมูล อำเภอประโคนชัย อำเภอสตึก และอำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีย์รัมย์ อำเภอชุมพลบุรี และอำเภอท่าตูม จังหวัด สุรินทร์ อำเภอเมืองศรีสะเกษ และอำเภอราศีไศล จังหวัดศรีสะเกษ และอำเภอเมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี &amp;nbsp;ภาคกลาง บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ อำเภอเมืองสิงห์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี อำเภอเมืองอ่างทอง จังหวัดอ่างทอง และอำเภอบางปะหัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แม่น้ำป่าสัก อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอเมืองสระบุรี จังหวัดสระบุรี แม่น้ำลพบุรี อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี แม่น้ำท่าจีน อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี และอำเภอนครชัยศรี จังหวัด นครปฐม 4.เฝ้าระวังแม่น้ำโขง โดยระดับน้ำมีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงเพิ่มสูงขึ้น &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;กอปภ.ก. จึงได้แจ้งให้ 57 จังหวัดและศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และประสานองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยทราบล่วงหน้า ให้จัดเตรียมเครื่องมือเครื่องจักรกลสาธารณภัยและทีมปฏิบัติการเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงให้พร้อมเผชิญเหตุและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ทันที หากมีแนวโน้มจะเกิดสถานการณ์รุนแรงในพื้นที่ ให้จังหวัดดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด&amp;rdquo; &lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/119319</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ปภ., เตือน57จังหวัด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211010/image_big_6162b373395d8.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>118934</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/10/2021 10:12</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/10/2021 10:12</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.รายงานมี16จังหวัดกว่าแสนครัวเรือนจมน้ำ</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 ต.ค.64- &amp;nbsp;กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) รายงานจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ซึ่งเคลื่อนตามแนวร่องมรสุมเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ทำให้บริเวณประเทศไทยตอนบนมีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งตั้งแต่วันที่ 23 ก.ย. 64 &amp;ndash; ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ในพื้นที่ 32 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร กำแพงเพชร เลย ขอนแก่น ชัยภูมิ ยโสธร นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ปราจีนบุรี สระแก้ว จันทบุรี นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี และนครปฐม รวม 208 อำเภอ 1,130 ตำบล 7,618 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผลกระทบ 298,901 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 9 ราย (ลพบุรี 6 ราย เพชรบูรณ์ 2 ราย ชัยนาท 1 ราย)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 16 จังหวัด (เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง พิจิตร เพชรบูรณ์ ตาก กำแพงเพชร บุรีรัมย์ นครปฐม ยโสธร สุรินทร์ เลย ศรีสะเกษ สระแก้ว จันทบุรี ปราจีนบุรี) ยังคงมีสถานการณ์ 16 จังหวัด รวม 74 อำเภอ 410 ตำบล 2,176 หมู่บ้าน ประชาชนได้รับผลกระทบ 101,005 ครัวเรือน ดังนี้สุโขทัย น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีสำโรง และอำเภอคีรีมาศ ระดับน้ำลดลง พิษณุโลก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ &amp;nbsp;ได้แก่ อำเภอวังทอง อำเภอพรหมพิราม และอำเภอบางระกำ ระดับน้ำลดลง ขอนแก่น น้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอโคกโพธิ์ชัย อำเภอชนบท อำเภอมัญจาคีรี อำเภอโนนศิลา อำเภอพระยืน อำเภอบ้านแฮด และอำเภอบ้านไผ่ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ชัยภูมิ น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอคอนสวรรค์ ระดับน้ำลดลง นครราชสีมา น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอสูงเนิน อำเภอโนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา อำเภอพิมาย อำเภอปักธงชัย อำเภอโนนไทย อำเภอคง อำเภอจักราช และอำเภอแก้งสนามนาง ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโนนสูง อำเภอโนนไทย อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอเมืองนครราชสีมา ผู้อพยพ 544 คน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อุบลราชธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่ &amp;nbsp;2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 16 จุด รวม 405 ครัวเรือน 1,644 คน นครสวรรค์ น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอพยุหะคีรี และอำเภอโกรกพระ ระดับน้ำลดลง อุทัยธานี น้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภอเมืองอุทัยธานี ระดับน้ำลดลง ชัยนาท น้ำท่วมขังในพื้นที่ 8 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม อำเภอหันคา อำเภอสรรคบุรี อำเภอสรรพยา อำเภอเมืองชัยนาท และอำเภอหนองมะโมง ระดับน้ำลดลง ลพบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอชัยบาดาล และอำเภอบ้านหมี่ ระดับน้ำลดลง สระบุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอวังม่วง อำเภอแก่งคอย อำเภอเมืองสระบุรี อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอเสาไห้ อำเภอหนองโดน อำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองแซง และอำเภอหนองแค ระดับน้ำลดลง จังหวัดได้จัดตั้งจุดอพยพ 6 จุด รวม 307 ครัวเรือน สุพรรณบุรี ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิงห์บุรี น้ำท่วมขังในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภออินทร์บุรี อำเภอค่ายบางระจัน อำเภอเมืองสิงห์บุรี และอำเภอพรหมบุรี ระดับน้ำลดลง อ่างทอง น้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอไชโย อำเภอป่าโมก อำเภอวิเศษชัยชาญ และอำเภอสามโก้ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น พระนครศรีอยุธยา น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 9 ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา อำเภอบางบาล อำเภอพระนครศรีอยุธยา อำเภอบางไทร อำเภอบางปะอิน อำเภอท่าเรือ อำเภอนครหลวง และอำเภอบางปะหัน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำน้อย และคลองโผงเผงซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำลดลงปทุมธานี น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองปทุมธานี และอำเภอสามโคก ระดับน้ำลดลง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง ฯ สำหรับประชาชนสามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;ldquo;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;rdquo; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118934</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง, กอปภ.ก., น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20211006/image_big_615d13d8ae148.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117981</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>27/09/2021 13:17</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>27/09/2021 13:17</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;บิ๊กตู่&#039;สั่งปภ.ทำแผนรับมือน้ำท่วมระดับประเทศ พร้อมปฏิบัติการ24ชม.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;27 ก.ย. 64 - พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ว่า เรียนพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในระยะนี้ ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน &amp;quot;เตี้ยนหมู่&amp;quot; ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะลดระดับความรุนแรงลง แต่ก็ยังคงมีฝนกระจายหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีมวลน้ำสะสมหลายจังหวัด อาจเกิดน้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมฉับพลันได้ รัฐบาลมีความห่วงใยต่อพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกันยายน ได้มีข้อสั่งการต่อกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ปภ.) ให้จัดทำแผนรับมือน้ำท่วมระดับประเทศ และถ่ายทอดคำสั่งไปยังศูนย์ ปภ. แต่ละจังหวัด ให้จัดกําลังเจ้าหน้าที่ และเครื่องจักรกลสาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เรือยนต์กู้ภัย เรือท้องแบน รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย และอื่นๆ ให้พร้อมปฏิบัติการได้ทันทีในพื้นที่เสี่ยงภัย ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยชุดปฏิบัติการจากหน่วยราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ รวมถึงอาสาสมัครและประชาชนจิตอาสา เข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตลอดจนจัดตั้งโรงครัวพระราชทานจากพระมหากรุณาธิคุณในการประกอบอาหาร การแจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และหากสถานการณ์มีแนวโน้มไม่ปลอดภัย ทาง ปภ. ของพื้นที่จะอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัย หรือศูนย์พักพิง ที่จัดเตรียมไว้อย่างทันท่วงที โดยให้ฝ่ายปกครอง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสา เข้าดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันโควิด-19 ซึ่งทั้งหมดนี้ รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด และได้เตรียมแผนป้องกันและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นกับจังหวัดอื่นๆ ทางตอนล่างของประเทศ รวมถึงเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลไว้แล้วด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สำหรับผู้ประสบภัย สามารถแจ้งเหตุ และขอความช่วยเหลือทางไลน์ &amp;quot;ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784&amp;quot; โดยเพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM และแอปพลิเคชัน &amp;quot;พ้นภัย&amp;quot; รวมถึงสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผมได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งจังหวัดสุโขทัยเป็นจุดบรรจบลุ่มน้ำยม-น่านตอนล่าง รวมถึงมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ มักจะมีน้ำล้นตลิ่ง และเข้าท่วมขังเป็นเวลานาน เมื่อมีพายุเข้าในครั้งนี้ จึงได้รับผลกระทบสูง ดังนั้น รัฐบาลและกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กนช.) จึงได้มอบหมายให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทาน เร่งระบายน้ำจากพื้นที่ตอนบน เข้าพื้นที่ลุ่มต่ำและแม่น้ำยม นอกจากนั้น ในการลงพื้นที่ครั้งนี้ ผมได้กำชับให้มีการดำเนินการแก้ปัญหาน้ำท่วมในจังหวัดสุโขทัยอย่างยั่งยืนตามแผนงานที่รัฐบาลได้วางไว้แล้ว โดยในระยะสั้น จะเน้นการพัฒนาอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและขนาดเล็ก ระยะกลางเน้นการปรับปรุงลำน้ำที่ตื้นเขิน การปรับปรุงคลองระบายน้ำรอบเมืองสุโขทัย ซึ่งต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และสำหรับระยะยาว สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) จะขับเคลื่อนการปรับปรุงคลองหกบาท คลองยม-น่าน ให้สามารถระบายน้ำได้ดีขึ้น พัฒนาแก้มลิงทะเลหลวง และแก้มลิงวังทองแดง รวมทั้งการเติมน้ำใต้ดินจากน้ำท่วมขังบริเวณบางระกำ ซึ่งจะทำให้ปัญหาอุทกภัยของจังหวัดสุโขทัยลดน้อยลงในอนาคต โดยรัฐบาลมีเป้าหมายที่จะกำหนดแผนเผชิญเหตุสำหรับในพื้นที่เสี่ยงภัยจังหวัดอื่นๆ เช่นเดียวกัน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สุโขทัยเป็นจังหวัดที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ของประเทศ และเป็นเมืองมรดกโลก เป็นที่ตั้งของอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย และศรีสัชนาลัย ผมต้องขอขอบคุณชาวสุโขทัย และกรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้เตรียมการรับมือล่วงหน้า ไม่ให้โบราณสถานสำคัญของชาติ ได้รับผลกระทบในปีนี้ และทุกๆ ปีที่ผ่านมาครับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินแล้ว หลักการทำงานที่ผมยึดไว้อยู่เสมอในการบริหารราชการแผ่นดินก็คือ เราต้องคิดถึงการพัฒนาเพื่อวันข้างหน้าคู่ขนานกันไปเสมอ อย่างเช่น เรื่องน้ำท่วม-ฝนแล้ง ย่อมกระทบการทำมาหากินของพี่น้องประชาชนหลากหลายสาขาอาชีพ ซึ่งจำเป็นต้องปรับตัว เช่น พี่น้องเกษตรกรก็จำเป็นต้องมีอาชีพเสริม การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่มจากพืชผลทางการเกษตร การค้าออนไลน์ เป็นต้น เพราะสภาพลมฟ้าอากาศในปัจจุบันมีความรุนแรงมากกว่าในอดีต เมื่อเกิดภัยพิบัติครั้งเดียวอาจทำให้หมดตัวได้ ทำให้ชีวิตตกอยู่ในความเสี่ยงที่คาดเดาไม่ได้ รัฐบาลจึงพยายามผลักดันและส่งเสริมเกษตรกรอย่างต่อเนื่องในหลากหลากรูปแบบ ทั้งการปลูกพืชหมุนเวียน การทำเกษตรแปลงใหญ่ เกษตรอินทรีย์ สมาร์ทฟาร์มเมอร์ รวมทั้งนโยบายตลาดนำการผลิต จะได้ไม่มีผลผลิตออกมาซ้ำออกมาล้นตลาดจนราคาตกต่ำ แต่ควรมีการลงทะเบียนปลูกพืชต่างๆ ที่เหมาะสมในเชิงพื้นที่ ทั้งในและนอกเขตชลประทาน เพื่อจะได้บริหารจัดการน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสมในเชิงปริมาณ เพื่อการเตรียมตลาดภายในและภายนอกประเทศรองรับ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ รัฐบาลยังจัดให้มีระบบการลงทะเบียนเกษตรกร ทั้งเพาะปลูก-ประมง-ปศุสัตว์ ซึ่งทำให้การช่วยเหลือของรัฐ ทั้งเรื่องการประกันภัย ประกันราคา เยียวยาภัยพิบัติ มีความสะดวก รวดเร็ว อีกด้วย (การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังมีรายละเอียดตามภาพประกอบ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;สิ่งสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนและการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้งนี้ คือการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด จากทั้งภาครัฐ ภาคประชาชน และทุกภาคส่วน ผมขอชื่นชมข้าราชการยุคใหม่ที่ทำงานเชิงรุกมากขึ้น ลุกออกไปช่วยเหลือประชาชน ไม่ใช่เพียงรอให้ประชาชนที่เดือดร้อนเข้ามาขอความช่วยเหลือถึงที่ตั้ง นี่คือเกียรติและศักดิ์ศรีของข้าราชการที่แท้จริงที่ผมขอยกย่อง นอกจากนั้น พี่น้องประชาชนทุกท่าน ต้องเรียนรู้และปรับตัวกับสิ่งใหม่ๆ ที่ภาครัฐให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่องในรูปแบบของโครงการต่างๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาทั้งตนเองและสังคมรอบตัว สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดกลไกการทำงานที่เข้มแข็งในทุกชุมชน ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วจะสร้างพลังที่ยิ่งใหญ่ให้ประเทศชาติเข้มแข็งขึ้นอย่างแน่นอน จากการประสานพลังของเราทุกคนครับ.&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117981</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกฯ, น้ำท่วม, บิ๊กตู่, ปภ.</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210927/image_big_61515fae6fb3c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>117925</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>26/09/2021 19:06</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>26/09/2021 19:06</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ปภ.สรุปพายุเตี้ยนหมู่ส่งผล13,930ครัวเรือนเดือดร้อน</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;26 ก.ย.64-กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) สรุปสถานการณ์อุทกภัยจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ตั้งแต่วันที่ 23-26 ก.ย.ว่า เกิดอุทกภัยใน 14 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก สุโขทัย พิจิตร ขอนแก่น ชัยภูมิ นครราชสีมา อุบลราชธานี นครสวรรค์ ชัยนาท สิงห์บุรี และพระนครศรีอยุธยา รวม 55 อำเภอ 178 ตำบล 839 หมู่บ้าน 1 เขตเทศบาล ประชาชนได้รับผล กระทบ 13,930 ครัวเรือน สถานการณ์คลี่คลายแล้ว 4 จังหวัด ( เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ตาก) ยังคงมีสถานการณ์ 10 จังหวัด ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่สำรวจ ความเสียหายและให้การช่วยเหลือประชาชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยสถานการณ์ 10 จังหวัดนั้น จ.สุโขทัย เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 9 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอสวรรคโลก อำเภอเมืองสุโขทัย อำเภอศรีนคร อำเภอคีรีมาศ อำเภอทุ่งเสลี่ยม อำเภอกงไกรลาศ อำเภอ บ้านด่านลานหอย และอำเภอศรีสัชนาลัย ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังใน 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอศรีสำโรง อำเภอคีรีมาศ และอำเภอเมืองสุโขทัย โดยระดับน้ำเพิ่มขึ้น จ.พิจิตร ปัจจุบันยังมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอบึง นาราง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพทะเล อำเภอสามง่าม และอำเภอดงเจริญ ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำการเกษตร ระดับน้ำทรงตัว ชัยภูมิ เกิดฝนตกหนักและลำน้ำชีเอ่อเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอ หนองบัวระเหว อำเภอจัตุรัส อำเภอเมืองชัยภูมิ อำเภอเนินสง่า และอำเภอบ้านเขว้า ปัจจุบันระดับน้ำเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.นครราชสีมา เกิดฝนตกหนัก น้ำล้นอ่างเก็บน้ำเข้าท่วมในพื้นที่ 5 อำเภอ ได้แก่ อำเภอด่านขุนทด อำเภอสูงเนิน อำเภอ โนนสูง อำเภอเมืองนครราชสีมา และอำเภอพิมาย รวม 9 ตำบล 21 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.ขอนแก่น เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอโคกโพธิ์ไชย และอำเภอมัญจาคีรี ปัจจุบันยังคงมีน้ำ ท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว จ.อุบลราชธานี เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมขังในพื้นที่ 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองอุบลราชธานี และอำเภอวารินชำราบ ปัจจุบันอำเภอเมืองอุบลราชธานี ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับ น้ำทรงตัว จ.นครสวรรค์ เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ 10 อำเภอ ได้แก่ อำเภอลาดยาว อำเภอหนองบัว อำเภอชุมแสง อำเภอเมืองนครสวรรค์ อำเภอชุมตาบง อำเภอแม่วงก์ อำเภอแม่เปิน อำเภอตาคลี อำเภอพยุหะคีรี ละอำเภอไพศาลี รวม 21 ตำบล 73 หมู่บ้าน ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ ระดับน้ำทรงตัว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จ.ชัยนาท ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมในพื้นที่ 4 อำเภอ ได้แก่ อำเภอมโนรมย์ อำเภอวัดสิงห์ อำเภอเนินขาม และอำเภอหันคา รวม 6 ตำบล 23 หมู่บ้าน ปัจจุบันระดับน้ำทรงตัว จ.สิงห์บุรี เกิดฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่อำเภออินทร์บุรี รวม 2 ตำบล 2 หมู่บ้าน ปัจจุบัน ระดับน้ำทรงตัว จ.พระนครศรีอยุธยา น้ำเจ้าพระยาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อำเภอผักไห่ อำเภอเสนา และอำเภอบางบาล รวม 25 ตำบล 134 หมู่บ้าน ปัจจุบันมีน้ำท่วมขังใน พื้นที่ลุ่มต่ำแม่น้ำเจ้าพระยา และแม่น้ำน้อย ซึ่งอยู่นอกคันกั้นน้ำ ระดับน้ำเพิ่มขึ้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ภาพรวมสถานการณ์ปัจจุบันหลายพื้นที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงมีน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุ่มต่ำ อยู่ระหว่างการเร่งระบายน้ำ ซึ่ง ปภ.ได้ประสานจังหวัด องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยสำรวจและประเมินความเสียหาย เพื่อดำเนินการช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลัง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/117925</URL_LINK>
                <HASHTAG>น้ำท่วม, ปภ., พายุเตี้ยนหมู่</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210926/image_big_615061a319983.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
