<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>118039</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>28/09/2021 00:01</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>28/09/2021 00:01</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>บิ๊กตู่สั่งปภ.ทำแผนรับมือน้ำท่วม</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;บิ๊กตู่&amp;quot; สั่ง ปภ.ทำแผนรับมือน้ำท่วมระดับประเทศ กำชับเฝ้าติดตามสถานการณ์ฉุกเฉินจังหวัดตอนล่าง-กทม.และปริมณฑล พร้อมเลื่อนคิวไปเมืองคอนหันลุยพื้นที่น้ำท่วมหนัก &amp;quot;โฆษก รบ.&amp;quot; วอนอย่าบิดเบือน &amp;nbsp;นายกฯ ชวนสวดมนต์หวัง ปชช.คลายกังวล &amp;quot;โคราช&amp;quot; ปัดเขื่อนลำเชียงไกรแตก &amp;quot;อัศวิน&amp;quot; ยัน &amp;quot;กทม.&amp;quot; ยังไม่วิกฤต &amp;nbsp;ระดม จนท.รับมือน้ำเหนือลงมา &amp;quot;พท.&amp;quot; ซัดรัฐบาลไร้แผนแก้ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;เมื่อวันที่ 27 ก.ย. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา &amp;nbsp;นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊ก &amp;quot;ประยุทธ์ &amp;nbsp;จันทร์โอชา Prayut-chan-o-cha&amp;quot; ระบุว่า &amp;quot;เรียนพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในระยะนี้ทั้งภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่ ซึ่งแม้ว่าปัจจุบันจะลดระดับความรุนแรงลง แต่ก็ยังคงมีฝนกระจายหลายพื้นที่ ส่งผลให้มีมวลน้ำสะสมหลายจังหวัด อาจเกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันได้ รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยตั้งแต่ช่วงกลางเดือน ก.ย.ได้มีข้อสั่งการต่อกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (ปภ.) ให้จัดทำแผนรับมือน้ำท่วมระดับประเทศ และถ่ายทอดคำสั่งไปยังศูนย์ &amp;nbsp;ปภ.แต่ละจังหวัดให้จัดกําลังเจ้าหน้าที่และเครื่องจักรกล สาธารณภัย เช่น เครื่องสูบน้ำ เรือยนต์กู้ภัย เรือท้องแบน &amp;nbsp;รถสูบส่งน้ำระยะไกล รถปฏิบัติการบรรเทาอุทกภัย และอื่นๆ ให้พร้อมปฏิบัติการได้ทันทีในพื้นที่เสี่ยงภัยตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยชุดปฏิบัติการจากหน่วยราชการฝ่ายพลเรือน ทหาร ตำรวจ มูลนิธิ รวมถึงอาสาสมัครและประชาชนจิตอาสา เข้าคลี่คลายสถานการณ์ ตลอดจนจัดตั้งโรงครัวพระราชทานจากพระมหากรุณาธิคุณ ในการประกอบอาหาร การแจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องนุ่งห่มและยารักษาโรคเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;พล.อ.ประยุทธ์ระบุว่า &amp;quot;หากสถานการณ์มีแนวโน้มไม่ปลอดภัย ทาง ปภ.ของพื้นที่จะอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยหรือศูนย์พักพิงที่จัดเตรียมไว้อย่างทันท่วงที โดยให้ฝ่ายปกครอง กํานัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เครือข่ายอาสาสมัคร ประชาชนจิตอาสาเข้าดูแลให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเป็นระบบ &amp;nbsp;ตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุขในการป้องกันโควิด-19 ซึ่งทั้งหมดนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อช่วยเหลือพี่น้องที่ได้รับผลกระทบให้เร็วที่สุด และได้เตรียมแผนป้องกันและรับมือสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้นกับจังหวัดอื่นๆ ทางตอนล่างของประเทศ รวมถึงเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลไว้แล้วด้วย&amp;quot;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับภารกิจการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์เดิมกำหนดลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ในวันที่ 30 ก.ย.นี้ แต่ล่าสุดมีรายงานว่านายกฯ ได้เปลี่ยนกำหนดการ โดยเลื่อนการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราชออกไปก่อน เนื่องจากต้องการเดินทางไปพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัยค่อนข้างหนักในช่วงนี้ก่อน อย่างพื้นที่ภาคกลาง &amp;nbsp;เช่น จ.ลพบุรี จ.สระบุรี และ จ.เพชรบูรณ์ ซึ่งจะมีการประเมินสถานการณ์และพิจารณาอย่างชัดเจนอีกครั้งว่าจะเป็นจังหวัดใดก่อนหลัง ขณะที่พื้นที่ภาคใต้จะเข้าสู่ฤดูมรสุมในช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค.
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ขณะที่นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดจากพายุเตี้ยนหมู่อย่างใกล้ชิด ตั้งแต่วันที่ &amp;nbsp;23 ก.ย.จนถึงปัจจุบัน มีพื้นที่ 27 จังหวัดได้รับผลกระทบน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมขอความเป็นธรรมให้นายกรัฐมนตรีด้วย ในฐานะโฆษกรัฐบาลได้ติดตามนายกฯ ลงพื้นที่ ล่าสุดได้ร่วมตรวจเยี่ยมพื้นที่น้ำท่วมสุโขทัย ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีไม่ได้บอกสวดมนต์ไล่น้ำ แต่มีเจตนาให้ทำทุกอย่างเพื่อให้คลายความทุกข์ พร้อมรับสถานการณ์ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทำงานอย่างเต็มที่ทุกมาตรการ ยังเตรียมลงพื้นที่ จ.ชัยภูมิและจังหวัดอื่นๆ ภายในสัปดาห์นี้ด้วย&amp;quot; โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;กรมชลประทานรายงานสถานการณ์อุทกภัยว่า มีพื้นที่ประสบอุทกภัยรวมทั้งหมด 34 จังหวัด โดยปัจจุบันมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 19 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิจิตร, เลย, &amp;nbsp;ขอนแก่น, ชัยภูมิ, ร้อยเอ็ด, นครราชสีมา, ปราจีนบุรี, &amp;nbsp;สระแก้ว, ชัยนาท, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, &amp;nbsp;สิงห์บุรี, อ่างทอง, อุทัยธานี และนครสวรรค์ ส่วนพื้นที่ที่เข้าสู่ภาวะปกติแล้วมีทั้งหมด 15 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, แพร่, ฉะเชิงเทรา, ตราด, &amp;nbsp;ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, เพชรบูรณ์, สมุทรปราการ, &amp;nbsp;ระนอง, พังงา, นครศรีธรรมราช และตรัง
กทม.พร้อมรับมือน้ำเหนือ
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วน ดร.ทวีศักดิ์ ธนเดโชพล รองอธิบดีกรมชลประทาน ชี้แจงกรณีข่าวเขื่อนลำเชียงไกร จ.นครราชสีมาแตกว่า บริเวณอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกร (ตอนล่าง) ต.บัลลังก์ อ.โนนไทย จ.นครราชสีมา กำลังก่อสร้างอาคารและทางระบายน้ำ ซึ่งดำเนินการก่อสร้างไปแล้ว 70% &amp;nbsp;แต่ขณะก่อสร้างมีฝนตกหนักทำให้อ่างลำเชียงไกร (ตอนล่าง) มีปริมาณน้ำเกินความจุเก็บกัก ปัจจุบัน (26 &amp;nbsp;ก.ย.64) มีปริมาณน้ำ 41.69 ล้านลูกบาศก์เมตร ( ลบ.ม.) หรือประมาณ 151% ของความจุอ่างฯ มีน้ำล้นสปิลเวย์มาสมทบกับบริเวณที่กำลังก่อสร้าง ประกอบกับช่วงที่ก่อสร้างได้ใช้ทำนบดินกั้นน้ำไว้ เมื่อมีปริมาณน้ำมากเกินกว่าที่อ่างเก็บน้ำจะรับไหว จึงส่งผลให้ทำนบดินไซต์ก่อสร้างชำรุด น้ำจึงไหลมาลงตรงที่ก่อสร้างทางประตูระบายน้ำ ตัวอ่างและสันอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรมั่นคงแข็งแรง แต่ด้วยปริมาณน้ำที่มากเกินความจุอ่างจึงทำให้น้ำล้น&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ยืนยันว่า จากกรณีฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้มีมวลน้ำไหลเข้าในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน และมวลน้ำดังกล่าวได้ไหลต่อเข้ามายังอ่างลำเชียงไกรตอนล่าง ทำให้ชลประทานจำเป็นต้องเปิดช่องทางระบายน้ำออกจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่างเพิ่มเติมจากเดิม &amp;nbsp;เพื่อระบายน้ำออกเท่านั้น ไม่ได้เกิดจากอ่างเก็บน้ำแตกหรือเสียหายจากน้ำแต่อย่างใด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ด้าน พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม.โพสต์เฟซบุ๊กตอนหนึ่งระบุว่า ฝนที่ตกหนักในจังหวัดภาคกลางทางตอนบนของ กทม.อาจส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณที่ไหลผ่าน กทม.มีระดับสูงเพิ่มมากขึ้น &amp;nbsp;สมทบกับระดับน้ำที่สูงขึ้นจากฝนตกหนักเมื่อปลายสัปดาห์ ที่มาจากอิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงจากพายุดีเปรสชันเตี้ยนหมู่ ปริมาณน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่จะไหลผ่าน กทม.มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,400-2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยวันนี้ (เวลา 10.00 น.) ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณปากคลองตลาดของ กทม.อยู่ที่ระดับ &amp;nbsp;1.55 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งยังต่ำกว่าระดับคันกั้นน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาของกรุงเทพมหานครอยู่ประมาณ 1.45 เมตร จึงยังไม่ส่งผลกระทบในพื้นที่ กทม. และยังต่ำกว่าระดับน้ำในปี 54 ที่ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงถึง 2.30 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;แม้ระดับน้ำยังไม่วิกฤต กทม.ก็ยังคงเฝ้าระวังและเตรียมความพร้อมตามแนวฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ตั้งแต่สะพานพระราม 7 จนถึงบางนา โดยควบคุมการเปิดปิดประตูระบายน้ำและสถานีสูบน้ำที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา &amp;nbsp;และได้จัดเตรียมเครื่องสูบน้ำสำรอง เรือผลักดันน้ำ &amp;nbsp;กระสอบทราย และมีเจ้าหน้าที่ประจำจุดพร้อมแก้ไขปัญหาน้ำท่วมที่อาจจะเกิดขึ้นในทันที และยังคงเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำเหนือ และติดตามสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิดจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูฝน และประสานความร่วมมือกับกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วางแนวทางในการป้องกันและเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำให้มีผลกระทบกับประชาชนในพื้นที่ต่างๆ น้อยที่สุด&amp;quot; ผู้ว่าฯ กทม.ระบุ&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;วันเดียวกัน นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงการบริหารจัดการน้ำของรัฐบาลว่า ไม่เห็นความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม ที่ผ่านมารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์แก้ปัญหาแบบลูบหน้าปะจมูก ทำโครงการแบบปะผุขอไปที ไร้ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการน้ำแห่งชาติทั้งระบบ หว่านงบประมาณกระจายเป็นเบี้ยหัวแตกซึ่งไม่ช่วยแก้ปัญหาในระยะยาว น่าเสียดายที่โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ &amp;nbsp;350,000 ล้านบาทของพรรคเพื่อไทยไม่ได้ทำต่อ ถ้าพรรคเพื่อไทยมีโอกาสได้รับความไว้วางใจอีกครั้ง แผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบครบวงจรจะต้องถูกนำใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้งซ้ำซาก ไม่ต้องไปฝากความหวังไว้กับการสวดมนต์ไล่พายุเพียงอย่างเดียว.&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/118039</URL_LINK>
                <HASHTAG>นายกรัฐมนตรี, ปภ.ทำแผนรับมือน้ำท่วมระดับประเทศ, พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา, รมว.กลาโหม, หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210518/image_big_60a37c6372d3b.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
