<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>62460</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>08/04/2020 08:39</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>08/04/2020 08:39</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ธีระชัย&#039;กระตุกขาแบงก์ชาติระวังซ้ำรอยปรส.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p style=&quot;text-align: center;&quot;&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;08 เม.ย.2563 - &amp;nbsp;นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรองผู้ว่าการ ธปท. และอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โพสต์เฟซบุ๊กในรูปแบบจดหมายถึงนายเข้ม เย็นยิ่ง ฉบับที่ 3 มีเนื้อหาว่า &amp;nbsp;ตามที่กระผมได้เรียนให้ท่านทราบเกี่ยวกับกรณีรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา จะออกพระราชกำหนดเพื่อให้ ธปท. ทำการซื้อตราสารหนี้เอกชนที่ครบกำหนดออกใหม่ นั้น คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้ออกพระราชกำหนดดังกล่าวแล้ว กระผมขอเรียนความคืบหน้า ดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลที่กระผมใช้วิเคราะห์นั้น พระราชกำหนดดังกล่าวเปิดให้ ธปท. ซื้อตราสารหนี้ในวงเงิน 4 แสนล้านบาท โดยจัดตั้งกองทุน BSF มีอายุไม่เกิน 5 ปี และรัฐบาลจะชดเชยถ้า ธปท. เกิดความเสียหายไม่เกิน 4 หมื่นล้านบาท กองทุนฯ จะบริหารโดยคณะกรรมการสองชั้น ชั้นบนพิจารณานโยบาย ส่วนชั้นปฏิบัติการที่ตัดสินใจเลือกรายตราสารนั้น มีรองผู้ว่าการ ธปท. เป็นประธาน และมีตัวแทนจากกระทรวงการคลังพร้อมภาคเอกชน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระผมขอกราบเรียนให้ท่านทราบความเห็นของ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ และอดีตประธาน ธปท. ซึ่งไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่ ธปท. จะเข้าไปจัดสรรเครดิตรับความเสี่ยงจากบริษัทเอกชนโดยตรง(ซึ่งจะเป็นครั้งแรก) โดยเห็นว่ามาตรฐานการบริหารของเอกชนไทยยังไม่สูงเท่าประเทศตะวันตกที่มีการดำเนินการทำนองนี้ ประกอบกับในระบบไทยปัจจุบัน ธปท. สามารถดูแลตลาดตราสารหนี้ได้อยู่แล้วผ่านแบงค์พาณิชย์ บริษัทประกันภัย หรือธนาคารรัฐ ให้เป็นผู้ซื้อ แล้ว ธปท. ก็ค่อยรับเป็นหลักประกันเพื่อให้สภาพคล่อง โดยให้เงินในสัดส่วนที่สูง เช่น ให้ถึงร้อยละ 90 ของราคาที่รับซื้อไว้ เป็นต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระผมขอเรียนว่าในการดำเนินนโยบายการเงินนั้น วิธีที่ธนาคารกลางจะดูดเงินหรือปล่อยเงินเข้าระบบทางหนึ่งคือการขายหรือซื้อตราสารหนี้ ซึ่งโดยปกติจะซื้อขายพันธบัตรรัฐบาลหรือรัฐวิสาหกิจในตลาดรองเท่านั้น (ที่เรียกว่า Open market operation) ไม่มีการซื้อในตลาดแรก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในช่วงมหาวิกฤต 1930s สหรัฐเป็นประเทศแรกที่เสริมการอัดเงินเข้าระบบ โดยวิธีกำหนดเป็นปริมาณ ซึ่งหลายประเทศได้นำกลับมาใช้ในช่วงสิบกว่าปีนี้ และเรียกวิธีนี้ว่า Quantitative Easing (QE) โดยบางประเทศได้ขยายไปซื้อขายตราสารหนี้เอกชนชั้นดีอีกด้วย แต่ก็ซื้อในตลาดรองตามราคาตลาดเท่านั้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น โครงการที่ ธปท. จะซื้อตราสารหนี้เอกชนครบกำหนดออกใหม่ ซึ่งเป็นการซื้อในตลาดแรก มิใช่ซื้อตามราคาตลาด จึงมิใช่การดำเนินนโยบายการเงิน มิใช่ QE&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่เป็นการดัดแปลงบทบาทของ ธปท. จากการทำหน้าที่ธนาคารกลาง ซึ่งเป็นเรื่องนโยบายสาธารณะ แบบMacro policy ไปทำหน้าที่จัดสรรเครดิต ซึ่งเป็นเรื่องการแบ่งปันผลประโยชน์ในสังคม แบบ Micro operation&amp;nbsp;
บทบาทที่สองข้างต้น สังคมพึงจะต้องระวัง และกันไว้มิให้เป็นบทบาทหน้าที่ของธนาคารกลาง แต่ให้เป็นหน้าที่ของสถาบันการเงินเท่านั้น และที่น่าเป็นห่วงที่สุด ก็คือ เมื่อมีการออกพระราชกำหนดที่บิดเบือนบทบาทหน้าที่ ธปท. ได้ครั้งหนึ่ง ซึ่งเป็นอันตรายมาก ก็ย่อมเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต และต่อไปจะขยายไปกว้างขวางเละเทะได้อีกขนาดไหน ก็เกินที่จะประมาณได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เหตุผลที่กระผมคัดค้านอีกประการหนึ่ง ก็คือ ธปท. มีหน้าที่เป็น banker ให้แก่รัฐบาล ให้แก่หน่วยงานด้านรัฐ และให้แก่สถาบันการเงินเท่านั้น แต่ ธปท. ไม่มีหน้าที่เป็น banker ให้แก่บริษัทเอกชน ไม่ควรทำหน้าที่จัดสรรเครดิต ไม่ควรเป็นผู้ตัดสินใจว่าบริษัทไหนควรได้ บริษัทไหนไม่ควรได้ เพราะ ธปท. จะต้องเป็นเกาะกลางมหาสมุทรที่เป็นหลักของประเทศที่ไม่มีความเสี่ยง แม้ท่ามกลางพายุ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และถึงแม้ในการจัดสรรเครดิต จะเอาข้อมูลจากสถาบันจัดอันดับเครดิตมาช่วยประกอบได้ก็ตาม แต่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร เตือนไว้ถูกต้องว่า ในสภาวะมหาวิกฤตระดับโลกเช่นปัจจุบันนี้ อันดับเครดิตสามารถลดต่ำลงได้อย่างรวดเร็ว วันนี้อาจจะจัดเป็น Investment grade แต่อีกสามเดือน ก็อาจจะหลุดไปเป็น Junk bond ก็ได้
นอกจากนี้ สถาบันการเงินที่หากำไรจากการจัดสรรเครดิตเป็นระดับอาชีพนั้น จะต้องมีผู้ถือหุ้นควบคุมผู้บริหาร ซึ่งจะถูกบังคับโดยกฎหมายหลายฉบับ และได้รับผลตอบแทนขึ้นกับความสำเร็จ แต่คณะกรรมการบริหารกองทุนฯ ที่มีรองผู้ว่าการ ธปท. เป็นประธาน มีตัวแทนจากกระทรวงการคลัง และผู้แทนจากภาคเอกชน นั้น นอกจากจะไม่ได้ทำเป็นอาชีพหลักแล้ว ยังมีความเสี่ยงการแทรกแซงชี้นำจากนักการเมือง และการหาประโยชน์ส่วนตนโดยมิชอบอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เพราะในระยะหลังนี้ ธนาคารกลางของบางประเทศได้เกิดแพ้ภัยตัวเอง จากเดิมที่รักษาความเป็นอิสระของตนเองอย่างเด็ดขาด ได้เปลี่ยนเป็นยอมให้การเมืองเข้าไปแทรกแซง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรณี ธปท. ถ้าหากเกิดข้อครหา ชื่อเสียงที่สะสมมาช้านาน ก็อาจจะสั่นคลอน และถ้าสากลขาดความเชื่อมั่นใน ธปท. เศรษฐกิจโดยรวมก็มีแต่จะยากลำบาก&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อนึ่ง กระผมมีความเห็นว่าพระราชกำหนดฉบับนี้อยู่เกินขอบเขตหน้าที่ตาม พ.ร.บ. ธปท. และได้แจ้งให้เลขาธิการกฤษฎีการับทราบแล้ว แต่รัฐบาลนี้มีความชำนาญพิเศษด้านตีความ จึงอาจจะผ่านก็ได้
กรณีเช่นนี้ มีข้อมูลจากนายกรณ์ จาติกวนิช อดีตรัฐมนตรีคลัง ซึ่งกล่าวถึงมาตรการที่ ธปท. สามารถจะลดความเสี่ยงได้หลายอย่าง เช่น 1. บริษัทที่ขอรับความช่วยเหลือจากกองทุนฯ จะต้องชำระอัตราดอกเบี้ยที่สูงกว่าอัตราตลาด 2. ต้องระดมทุนส่วนใหญ่ได้จากแหล่งเงินทุนอื่น เช่น การกู้เงินธนาคารพาณิชย์หรือการเพิ่มทุน 3. ต้องมีแผนการจัดหาทุนในระยะยาวที่ชัดเจน รวมทั้งต้องผ่านเกณฑ์และปฏิบัติตามเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำกับกองทุนกำหนด 4. หากผู้ออกตราสารหนี้เสนอขายตราสารหนี้ต่อนักลงทุนทั่วไปและมีการให้หลักประกันแก่ผู้ถือ ตราสารหนี้ที่กองทุน BFS จะลงทุนในคราวเดียวกันต้องมีหลักประกันไม่ด้อยกว่าหลักประกันที่ให้แก่ผู้ถือตราสารหนี้อื่น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผมขอเรียนท่านว่า มาตรการลดความเสี่ยงถือเป็นทางเลี่ยงไม่ให้ลงเหว แต่ดีที่สุด คืออย่าไม่เสนอรัฐบาลเพื่อขอ ไปเดินตามถนนที่อยู่ติดไหล่เขาตั้งแต่ต้น&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;คนเราควรยึดหลักการที่ถูกต้อง ไม่เข้าไปในคาสิโนตั้งแต่ต้น มิใช่ไปนั่งโต๊ะเล่นไพ่ โดยพยายามใช้มาตรการลดความเสี่ยง หรือการคิดดอกเบี้ยสูงกว่าตลาด ฯลฯ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในวิกฤตเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ ธปท. หลายระดับคงอยากจะได้แนวทางชี้นำจากท่าน ในฐานะผู้ที่เคยต่อสู้กับแรงกดดันจากผู้นำรัฐบาลที่เป็นทหารได้สำเร็จ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กระผมเองเป็นผู้ด้อยความสามารถ แต่เห็นปรากฏการณ์ดังต่อไปนี้ 1. สหรัฐแก้ปัญหาด้วยนโยบายการคลังได้ระดับหนึ่งเพราะต้องอาศัยการสนับสนุนของทั้งสองพรรค จึงเน้นนโยบายการเงินด้วยการปั๊มเงินเข้าระบบแบบไม่อั้น ส่วนหนึ่งอาจเพราะเป็นปีเลือกตั้ง แต่หลังการเลือกตั้ง ในปีหน้าก็จำเป็นต้องเริ่มคิดแผนถอยกลับ ดังนั้น การฟื้นตัวกำลังซื้อในระยะปานกลางจึงยังไม่แน่นอน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;2. ในยุโรป ประเทศแข็งแรงเช่นเยอรมันจะยังไม่ยอมช่วยด้านการคลังแก่ประเทศอ่อนแอเช่นอิตาลีอยู่เช่นเดิม ดอกเบี้ยระยะยาวหลายประเทศจะติดลบไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้น จึงมีความเสี่ยงจะย่ำอยู่กับที่เป็นเวลาถึงสองปี 3. ส่วนญี่ปุ่นก็ยังไม่อาจหวังให้เป็นหัวรถจักรฟื้นโลก และในอนาคตจะมีปัญหาในการวางตัวอีกอย่างหนึ่ง เพราะตกอยู่ระหว่างเขาควายในความขัดแย้งระหว่างสหรัฐกับจีน 4. ถึงแม้จีนจะฟื้นตัวได้เร็ว แต่ในเมื่อกำลังซื้อจากตะวันตกและญี่ปุ่นยังไม่เต็มที่ การผลิตสินค้าย่อมไม่อาจเกินคำสั่งซื้อ ส่วนประเทศกำลังพัฒนาที่ขายวัตถุดิบให้จีนนั้น ก็ต้องรอจีนฟื้นเต็มที่เสียก่อน&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;5. ดังนั้น ในไทย คอนโดเพื่อขายคนจีนและบ้านตากอากาศเพื่อขายคนยุโรป จะไม่กลับไปเหมือนเดิม ประกอบกับนิสัย work from home และ e-commerce จะลดความต้องการพื้นที่ออฟฟิศและค้าปลีก รวมทั้งครอบครัวที่เดิมวางแผนการซื้อสินค้ารายการใหญ่ เช่น ซื้อบ้านและรถยนต์ อาจจะถูกชะลอ ส่วนโอกาสที่คนจีนจะกลับมาท่องเที่ยวก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของรัฐบาลไทย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กล่าวเป็นภาษาชาวบ้าน สำหรับบางธุรกิจ ผู้ออกตราสารหนี้จะไม่กลับไปเหมือนเดิม กระผมจึงเห็นว่า ธปท. ควรจะปล่อยให้ผู้เกี่ยวข้องในตลาดตราสารหนี้ปรับตัวกันเองตามสภาพตลาดเป็นหลัก โดย ธปท. ควรเน้นแค่ ring fence ระบบสถาบันการเงินให้มั่นคงไว้ก็พอ แต่ควรเน้นสรรพกำลังด้านการเงิน ไปช่วยเหลือรากหญ้าให้ฝ่าฟันวิกฤต และอาจต้องช่วยเขาเปลี่ยนวิถีชีวิตใหม่อีกด้วย ทำเช่นนี้น่าจะดีกว่า&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ส่วนในตลาดตราสารหนี้ ทั้งผู้ออก และทั้งผู้ลงทุน ไม่ว่าคนไทย หรือคนต่างชาติ ล้วนมีขนาดใหญ่พอที่จะช่วยตัวเองได้อยู่แล้ว ดังนั้น ภายในความรู้ที่จำกัด กระผมขอเสนอให้ผู้บริหารกองทุน BSF ระมัดระวังไว้ก่อน เพราะถึงแม้กระทรวงคลังจะชดเชยขาดทุนให้จำนวนหนึ่ง แต่ท่านต้องไม่ลืมกรณี ปรส. ที่ถูกสอบสวนและตัดสินว่ากระทำผิดในภายหลัง จึงขอให้ท่านโปรดให้กำลังใจและชี้นำผู้ที่เกี่ยวข้อง&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/62460</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธปท., ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล, ปรส., อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, เฟซบุ๊ก, โควิด-19, โพสต์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190403/image_big_5ca46d1d8773e.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
