<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>42346</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>31/07/2019 08:18</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>31/07/2019 08:18</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE> &quot;มลังเมลืองเรืองรุ้ง&quot; นิทรรศการจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 9</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ศิลปะเกิดจากความคิด ความเชื่อ และจิตวิญญาณ การจะทำงานศิลปะไม่จำเป็นต้องเรียนสูงก็ทำได้ ศิลปินบ้านๆ วาดภาพ สร้างงาน ที่เรามองแล้วดูไม่ได้สวยมาก ก็ยังเป็นที่สนใจได้ เพราะแนวคิดที่สื่อออกมา มีนัยยะและความหมายที่มีผลต่อจิตใจ ความคิดของผู้เสพ&amp;quot;&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นี่คือข้อคิดตอนหนึ่งที่ อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ ปี 2554 กล่าวเอาในวงเสวนา &amp;#39;ศิลปะจากความเชื่อ และตัวตน&amp;#39; ภายในงานเปิดนิทรรศการ &amp;quot;จิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 9&amp;quot; โดยบริษัท เอเซีย พลัส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) เมื่อวันก่อน
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ภายในงาน อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า นอกจากความคิดความเชื่อของศิลปินในการสร้างสรรค์งานแล้ว ศิลปินยังได้ผสานกับความรู้สึกในใจถ่ายทอดออกมา &amp;nbsp;แต่การทำผลงานให้มีรูปลักษณ์ เส้นสี สวยงาม ไม่ได้สำคัญเท่าอารมณ์ความรู้สึกความคิด ของศิลปินที่มีต่อผลงานที่เขาสร้าง &amp;nbsp;ในช่วงตอนนี้ผลงานศิลปะที่ถูกสร้าง จะถามเราว่าให้อะไรกับสังคม &amp;nbsp;แง่มุมต่างๆเหล่านี้ &amp;nbsp; เป็นสิ่งที่ศิลปินในยุคนี้ ต้องคิดออกมาเพื่อตอบคำถามถามสังคม ง านบางชิ้นอาจดูธรรมดา แต่สื่อความหมายและแสดงออกมาได้ดีเยี่ยม ใช้เทคนิคที่น่าสนใจ ซึ่งจะเห็นว่ามีคนรุ่นใหม่หลายคนมีแนวคิดและการทำงานที่ร่วมสมัยอย่างน่าทึ่ง&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานชนะเลิศ &amp;quot;ยุคทองแห่งอารยธรรม&amp;quot;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่ในแวดวงศิลปะควรต่อยอดความสำเร็จไปสู่ระดับโลก ซึ่งระดับโลกในที่นี้ไม่ใช่การนำผลงานไปจัดแสดงตามแกลอรีต่างๆ แต่หมายถึง ทำให้เรกกูเลเตอร์ระดับโลกยอมรับ การไปสู่ตรงนั้นได้ผมคิดว่าคนรุ่นใหม่มีฝีมือ มีโอกาส และช่องทางที่ดีกว่าคนรุ่นก่อน เพราะเมื่อก่อนศิลปิน ขาดคนสนับสนุน ก็จะมีชื่อเสียงแค่ในไทย คนรุ่นใหม่ควรจะใช้โอกาสเชื่อมสัมพันธ์กับคนอื่นๆ ให้มาก ถึงแม้ว่าการขายผลงานในไทยจะเป็นเรื่องง่าย แต่การไประดับโลกน่าสนใจยิ่งกว่า เพราะว่าตอนนี้ศิลปะฝั่งยุโรปตะวันตกพัฒนาไปเร็วมาก &amp;quot;ศิลปินแห่ชาติบอกเล่ามุมมอง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศมอบรางวัลจิตกรรมเอเซียพลัส
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ทางด้าน อ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติสาขาทัศนศิลป์ ปี 2552 ก็ได้กล่าวในเวทีเสวนาเดียวกันว่า ผลงานศิลปินรุ่นใหม่มีความร่วมสมัยมากขึ้น อย่างโครงการประกวดจิตรกรรมเอเซียพลัส ครั้งนี้ จะเห็นว่าผลสรุปที่ได้เนื้อหาเรื่องมลังเมลืองเรืองรุ้ง เป็นผลสรุปที่ได้จากการตีความของศิลปินผู้สร้างสรรค์ที่เขาอาจจะได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งแวดล้อม บ้าน วัด โรงเรียน บวร ศิลปินก็ใส่รายละเอียดเข้าไปในกระบวนการตีความด้วยใจ ภาพในใจ ความคิดในใจ การวิจายะในใจ ระเบิดออกมาเป็นมลังเมลืองเรืองรุ้ง ผลงานทุกคนที่ร่วมจัดแสดงทั้งหมดก็ถือว่าน่าสนใจมากเพราะมีความหลากหลายที่ศิลปินแต่ละคนได้ถอดรหัสแสดงพุทธิปัญญา จินตนาการสุนทรียะ และปรัชญาแนวคิดของเขาจากสิ่งแวดล้อม ออกมา
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;สำหรับการแสดงนิทรรศการจากการประกวดกิจกรรมเอเซีย พลัส ภายใต้หัวข้อ &amp;quot;มลังเมลืองเรืองรุ้ง&amp;quot; มีทั้งหมด 57 ผลงาน เป็นผลงานที่ได้รับรางวัล 7 รางวัล คือรางวัลชนะเลิศ 2 รางวัล และรางวัลชนะเลิศอันดับ 3 จำนวน 1 รางวัล และรางวัลชมเชยอีก 3 รางวัล อีก 50 ผลงานคือผลงานโดดเด่นที่คณะกรรมการเลือกมาจัดแสดง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ผลงานชนะเลิศ &amp;quot;รูปสัญญะของวัตถุนิยม&amp;quot;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ชิ้นแรก ชื่อผลงาน &amp;quot;รูปสัญญาของวัตถุนิยม&amp;quot; เป็นผลงานที่สร้างสรรค์โดยศิลปินรุ่นใหม่นามว่า ชมรวี สุขโสม ที่พึ่งเคยส่งผลงานเข้ามาประกวดในโครงการนี้เป็นครั้งแรก เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่กำลังศึกษาระดับปริญญาโท คณะจิตรกรรมประติมากรรมภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;บรรยากาศภายในนิทรรศการ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ชมรวี กล่าวถึงแนวคิดของงานชิ้นนี้ว่า เป็นงานจิตรกรรม ที่ต้องการนำเสนอเรื่องราวพฤติกรรมของมนุษย์ที่ถูกครอบงำโดยวัตถุนิยมผ่านภาพตัวละครที่เป็นตัวแทนของมนุษย์ เมื่อช่วงประมาณปีก่อน ตนได้เห็นข่าวเรื่องร่างทรงที่เกิดขึ้นในเมืองไทยหลายๆ ข่าว จึงหาความหมายว่าร่างทรงคืออะไร ซึ่งก็คือบุคคลคนหนึ่งที่โดนบางสิ่งบางอย่างที่เรามองไม่เห็นครอบงำให้แสดงพฤติกรรมออกมา แล้วก็ทำให้นำมาเปรียบเทียบว่าคนส่วนใหญ่ในสังคมที่เราพบเจอก็มักจะคล้ายๆ กับร่างทรงเหมือนกัน แต่เป็นร่างทรงของวัตถุทางเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาท และครอบงำชีวิตของผู้คนส่วนใหญ่ในปัจจุบัน ตนก็เลยเอาแนวคิดนี้มาสร้างสรรค์โดยแทนภาพของตนเองให้เป็นตัวแทนมนุษย์ที่ถูกครอบงำด้วยสิ่งต่างๆ ใส่รายละเอียดลวดลายการ์ตูนที่ชอบ ผสมกับลวดลายไทย ให้ดูมีความร่วมสมัย ชิ้นนี้ใช้เวลานานประมาณ 3-4 เดือน ตนใช้เวลาทำเกือบทุกวัน ทำไปเรื่อยๆ เพราะอยากให้งานออกมาสวยละเอียดที่สุด&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&amp;quot;ผมชอบงานที่ใส่ความละเอียด ความเป็นไทย ถ้าหากพบว่าภาพไม่สมบูรณ์ ผมไม่ปล่อยให้มันผ่านไป แม้แต่นิดเดียว ผมจะพยายามใช้พู่กันเบอร์เล็กๆ แต้มลายไทยๆ &amp;nbsp;จุดเล็กๆ น้อยๆ ไปเรื่อยๆ วันละนิดวันละหน่อยแต่ไม่กดดันว่างานจะต้องเสร็จตอนไหน ผมก็ทำไปเรื่อยๆ ให้มันออกมาในแบบที่ผมต้องการ มันคือความสุข และความชอบของผม ผมถึงได้ตั้งใจเข้ามาศึกษา ด้านจิตรกรรมไทย และศึกษาอะไรที่เกี่ยวกับความเป็นไทยมาตลอด&amp;quot; ชมรวี กล่าว
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;ส่วนรางวัลชนะเลิศอีกหนึ่งผลงานคือ &amp;quot;ยุคทองแห่งอารยธรรม&amp;quot; ของธมลวรรณ แสงนาค นักศึกษาปริญญาโท คณะจิตรกรรมประติมากรรมภาพพิมพ์ ม.ศิลปากร ที่สร้างสรรค์ผลงานสื่อผสมออกมา โดยถ่ายทอดบรรยากาศความเจริญรุ่งเรือง ของยุคทองแห่งอารยธรรมอย่างตรงไปตรงมา เขากล่าวว่า ได้แทนภาพของกรุงเทพฯ ที่มีความเจริญรุ่งเรือง แต่ยังแฝงด้วยความเป็นเอกลักษณ์ท้องถิ่น ตามที่เราพบเห็นในปัจจุบัน มีวัดวาอาราม ชุมชน เอามารวมกันตามจินตนาการของตนเอง แต่ที่ทำให้เกิดจุดเด่นของผลงานคือเทคนิคสื่อผสมที่ตนได้นำมาใช้ซึ่ง เรียกว่าภาพพิมพ์ตะแกรงไหม(Silk Screen) คือ กระบวนการพิมพ์ที่พิมพ์ โดยใช้ไม้ปาดสีรีดเนื้อสีผ่านตะแกรงเนื้อละเอียดลงมาสู่วัสดุที่ต้องการพิมพ์ ซึ่งบริเวณที่ไม่ถูกพิมพ์จะเป็นบริเวณตะแกรง ที่ถูกกันเอาไว้ไม่ให้สีลอดผ่านลงมาสู่วัสดุที่ต้องการพิมพ์ &amp;nbsp;และยังได้นำลวดลายของผ้าไหม มีการปักผ้าใส่ลงไปในผลงานชิ้นนี้ด้วย &amp;nbsp;เป็นงานที่ค่อนข้าง Abstract กึ่งรูปธรรมนามธรรม หากอธิบาย คงไม่ชัดเจนเท่ามาชมด้วยตนเองเพราะว่าผลงานสื่อถึงความมลังเมลืองออกมาให้เห็นเป็นภาพชัด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;รางวัลชนะเลิศอันดับ3 เคียงไหล่ถวายพระพร
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;นอกจากนี้ก็มีผลงานรางวัลชนะเลิศอันดับที่ 3 &amp;#39;เคียงไหล่ถวายพระพร&amp;#39; ของบุญเสริม วัฒนกิจ ที่มีแนวคิดสื่อถึงในหลวงเป็นศูนย์รวมดวงใจของชาวไทย ที่ทุกคนสามารถแสดงออกถึงความจงรักภักดีได้อย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะอยู่ในฐานะใด สถานภาพใด แล้วก็ผลงานรางวัลชมเชยอีก 4 ผลงานได้แก่ ของฝากจากทะเล หมายเลข 1, เส้นตัดของธรรมชาติกับสถาปัตยกรรม, กรุงเทพฯ และกองฟาง จัดแสดงที่บริเวณชั้น 1 และยังมีผลงานอื่นๆ ร่วมจัดแสดงอีก 50 ผลงาน ที่ชั้น 2 ของ หอศิลป์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เปิดให้เข้าชมจนถึงวันที่ 4 ส.ค. (ปิดทำการทุกวันพุธ)&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/42346</URL_LINK>
                <HASHTAG>&quot;มลังเมลืองเรืองรุ้ง&quot; นิทรรศการจิตรกรรมเอเซีย พลัส ครั้งที่ 9, ประกวดจิตรกรรม เอเชียพลัส ครั้งที่ 9, ปรีชา เถาทอง, อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190730/image_big_5d4050ab54873.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
