<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>59032</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/03/2020 15:24</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/03/2020 15:23</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ประธานศาลฎีกาย้ำประกันตัววันหยุด เป็นสัญญาประชาคมถอยไม่ได้  สั่งผู้พิพากษาทำความเข้าใจ </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;6 มี.ค. 63 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ที่ศาลจังหวัดภูเก็ต นายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา ออกตรวจราชการศาลยุติธรรมในภาค 8 ร่วมรับฟังรายงานผลการดำเนินงานของคณะทำงานขับเคลื่อนนโยบายการยกระดับการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานของประชาชน โดยมีนางเมทินี ชโลธร รองประธานศาลฎีกา ในฐานะประธานที่ปรึกษาคณะทำงานฯ เป็นผู้รายงานความคืบหน้า มีการพูดคุยปรึกษาหารือข้อเสนอแนะจากผู้พิพากษาในพื้นที่ภาค 8 ถึงข้อสงสัย ข้อขัดแย้งในการปฏิบัติงาน รวมถึงความคืบหน้านโยบายด้านอื่นๆ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายไสลเกษ ประธานศาลฎีกา กล่าวถึงปัญหาการปฎิบัติตามนโยบายประกันตัววันหยุดว่า ที่ผ่านมายังพบว่าแม้มีการเปิดให้ยื่นประกันตัวในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ แต่บางศาลกลับให้อ่านคำสั่งในวันจันทร์ ซึ่งหากยังทำแบบนี้ก็จะไม่มีประโยชน์ เพราะประชาชนสามารถที่จะยื่นประกันวันจันทร์ได้ ไม่จำเป็นต้องรีบยื่นในวันเสาร์-อาทิตย์ บางกรณียังมีการออกคำสั่งให้ผู้ร้องยื่นคำร้องขอฟังคำสั่งประกันตัวก่อน จึงอ่านคำสั่ง ซึ่งทำให้การอ่านคำสั่งล่าช้าได้ เป็นการเพิ่มขั้นตอนและภาระให้แก่ประชาชนผู้ยื่นขอปล่อยชั่วคราว ตนถือว่าที่ผ่านมาอาจจะยังปรับตัวไม่ทัน เพราะเป็นเรื่องใหม่ เราจึงต้องมาทำความเข้าใจกัน ตนอยากแจ้งว่านโยบายการปล่อยชั่วคราวในวันหยุดเราจะถอยไม่ได้ เนื่องจากเราได้ประกาศเจตนารมย์ สัญญาประชาคมของศาลยุติธรรมต่อประชาชนเป็นที่เรียบร้อยไปแล้ว หากใครถอยใครไม่ทำแล้ว อาจจะมีผลกระทบต่อความรู้สึกประชาชนที่มีต่อศาล&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/59032</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันตัววันหยุด, ประธานศาลฎีกา, ไสลเกษ วัฒนพันธุ์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>TRUE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190731/image_big_5d41aa7a0d195.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>48680</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>23/10/2019 10:22</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>23/10/2019 10:21</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;ทนายบัญชา&#039;หนุนศาลให้ประกันวันหยุด ชูสิทธิตามรธน.</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;23 ต.ค. 62 - นายบัญชา ปรมีศณาภรณ์ ทนายความ และอดีตสมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม กล่าวถึงกรณีนายไสลเกษ วัฒนพันธุ์ ประธานศาลฎีกา มีดำริให้ศาลพิจารณาประกันตัววันหยุด ว่า ท่านให้ความสำคัญเรื่องสิทธิมนุษยชนตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2560 หมวด 3 มาตรา 29 วรรคสอง ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดฯ ตนเห็นว่าเป็นนโยบายที่ดี โดยกำหนดเงื่อนไขในการปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องหาหรือจำเลยให้รวดเร็ว เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ เป็นการให้โอกาสผู้ต้องหาหรือจำเลยที่มีฐานะยากจน ไม่สามารถหาเงินหรือหลักประกันมาวางต่อศาล ทำให้เสียโอกาส ทั้งที่ตนเองอยู่ในหลักเกณฑ์ที่จะได้รับการประกันตัว
&amp;nbsp;
นายบัญชา เสนอด้วยว่า สำนักงานศาลยุติธรรม สมควรจัดทำเอกสารมอบให้กับผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ทราบถึงข้อปฏิบัติที่จะไม่ทำให้ผิดเงื่อนไขการประกันตัว และชี้ให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยที่ได้รับการประกันตัวเป็นผู้มีโอกาสหรือโชคดี เพราะการถูกคุมขังทำให้ได้รับความเดือดร้อนกับตนเอง ครอบครัว ลดภาระค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการไปเยี่ยม เป็นต้น หากไม่จัดทำเอกสารให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยได้รับประโยชน์อย่างไร เป็นการยากที่ผู้ต้องหาหรือจำเลยจะคาดคิดถึงประโยชน์ที่ตนเองได้รับ มีผลให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยเกรงกลัวว่าจะประพฤติผิดสัญญาประกัน จะเดือดร้อน นอกจากนี้ สมควรให้พ่อ แม่ คู่สมรส หรือพี่น้อง มาทำสัญญาค้ำประกันด้วยตนเอง เพื่อจะได้ควบคุมสอดส่องดูแลการปฏิบัติตัวของผู้ต้องหาหรือจำเลย
&amp;nbsp;
ทั้งนี้ ศาลไม่ต้องการหลักประกันที่เกินความจำเป็น แต่ศาลต้องการให้ผู้ต้องหาหรือจำเลยมาศาลทุกนัด เพื่อให้การดำเนินคดีเสร็จการพิจารณาโดยรวดเร็วตามนโยบายของสำนักงานศาลยุติธรรม เท่าที่ทราบ ปัจจุบันศาลยังใช้กำไลอีเอ็มควบคุมตัวผู้ต้องหา ไม่มีปัญหาข้อขัดข้องใดๆ ดังนั้น หากนำกำไลอีเอ็มมาใช้ในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย ตามนโยบายของประธานศาลฎีกาดังกล่าว ทำให้ผู้พิพากษาที่มีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวใช้ดุลพินิจด้วยความสบายใจ เพราะกำไลอีเอ็มที่ศาลใช้มีคุณภาพดี ป้องกันการหลบหนี
&amp;nbsp;
&amp;ldquo;เป็นการแก้ปัญหาคนล้นคุกได้อย่างดี ลดภาระการทำงานของเจ้าหน้าที่ควบคุมหรือเรือนจำ จะได้ไปทำงานอื่นที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ของทางราชการ ลดค่าใช้จ่ายงบประมาณได้ปีละหลายร้อยล้านบาท ไม่ต้องไปสร้างเรือนจำใหม่ ให้เสียงบประมาณจำนวนมาก ดังเช่นเพิ่มเจ้าหน้าที่เรือนจำ ค่าที่ดิน การก่อสร้างอาคาร ค่าใช้จ่ายในการควบคุมดูแลผู้ต้องหาหรือจำเลย ซึ่งจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมาโดยตลอด&amp;rdquo; นายบัญชา ระบุ.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/48680</URL_LINK>
                <HASHTAG>กำไลEM, ทนายความ, บัญชา ปรมีศณาภรณ์, ปธ.ศาลฎีกา, ประกันตัววันหยุด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20191023/image_big_5dafc59b0afc6.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
