<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>110038</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>17/07/2021 11:41</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>17/07/2021 11:48</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>&#039;อัยการ&#039; มาเอง!เตือน &#039;สินมั่นคง&#039; บอกเลิกกรมธรรม์ อาจเข้าข่ายพรบ.ข้อสัญญาไม่เป็นธรรม </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;17 ก.ค.64 - ดร.ธนกฤต วรธนัชชากุล ผู้อำนวยการสำนักงานประสานงานกระบวนการยุติธรรม สถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก กรณีบริษัทสินมั่นคงอ้างสิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยโควิด- 19 โดยมีเนื้อหาดังนี้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;quot;ตามที่บริษัทสินมั่นคงประกันภัย จำกัด (มหาชน) ออกประกาศแจ้งยกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 โดยอ้างข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยข้อ &amp;nbsp;2.4.3 และ ข้อ 2.5.1 ที่ให้บริษัทฯ ใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ นั้น ผมขอให้ความเห็นทางวิชาการในประเด็นข้อกฎหมายในเรื่องนี้ เป็นการส่วนตัว ดังนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;กรมธรรม์ประกันภัยของบริษัทฯ เป็นข้อตกลงตามสัญญาระหว่างประชาชนผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นผู้บริโภคกับบริษัทฯ ผู้รับประกันภัยในฐานะที่เป็นผู้ประกอบธุรกิจการค้าหรือวิชาชีพ และยังมีลักษณะเป็นสัญญาสำเร็จรูปที่มีการกำหนดข้อสัญญาที่เป็นสาระสำคัญไว้ล่วงหน้าแล้ว&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ซึ่งหากข้อสัญญาใดทำให้บริษัทฯผู้รับประกันภัย ได้เปรียบประชาชนผู้เอาประกันภัยเกินสมควร ให้ถือว่าข้อสัญญานั้นเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม และให้มีผลบังคับได้เพียงเท่าที่เป็นธรรมและพอสมควรแก่กรณีเท่านั้น&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และในกรณีที่เป็นสัญญาสำเร็จรูป ให้ตีความสัญญาสำเร็จรูปไปในทางที่เป็นคุณแก่ฝ่ายประชาชนผู้เอาประกันภัยที่มิได้เป็นผู้กำหนดสัญญาสำเร็จรูป ทั้งนี้ เป็นไปตามพระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม พ.ศ. 2540 มาตรา 4 วรรค 1 และวรรค 2&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ ตามมาตรา 4 วรรค 3 (3) ประกอบกับมาตรา 10 ยังกำหนดให้ข้อตกลงที่ให้สิทธิบริษัทฯ บอกเลิกสัญญาได้โดยฝ่ายประชาชนผู้เอาประกันภัยมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ให้ถือว่าเป็นข้อตกลงที่ทำให้ได้เปรียบประชาชนผู้เอาประกันภัยซึ่งเป็นคู่สัญญาอีกฝ่ายหนึ่งเกินสมควรด้วย เมื่อพิจารณาถึงอำนาจต่อรอง ฐานะทางเศรษฐกิจ ของบริษัทฯ รวมทั้งความคาดหมาย แนวทางที่เคยปฏิบัติ และทางได้เสียทุกอย่างของฝ่ายประชาชนผู้เอาประกันภัยตามสภาพที่เป็นจริง&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดังนั้น เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ. ว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมฯ ดังกล่าวแล้ว ข้อกำหนดหรือข้อสัญญาในกรมธรรม์ประกันภัยข้อ &amp;nbsp;2.4.3 และ ข้อ 2.5.1 ดังกล่าว ที่ให้บริษัทฯ ใช้สิทธิบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยได้ จึงไม่น่าจะมีผลบังคับใช้ได้ และถ้าหากบริษัทฯไม่ยอมชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ประชาชนผู้เอาประกันภัยตามกรมธรรม์ประกันภัย โดยอ้างสิทธิในการบอกเลิกกรมธรรม์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;ประชาชนผู้เอาประกันภัยก็ย่อมมีสิทธินำคดีมาฟ้องต่อศาล เพื่อขอให้วินิจฉัยว่าข้อกำหนดในกรมธรรม์ประกันภัยเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม บริษัทฯ เป็นฝ่ายผิดสัญญาและเรียกร้องให้บริษัทต้องรับผิดชดใช้ค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์ประกันภัยรวมทั้งค่าเสียหายให้แก่ตนได้ และคดีนี้ถือเป็นคดีผู้บริโภค ซึ่งนำเอาพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค พ.ศ. 2551 มาบังคับใช้&amp;quot;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/110038</URL_LINK>
                <HASHTAG>ธนกฤต วรธนัชชากุล, ประกันภัย, ประกันโควิด, สินมั่นคง</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210224/image_big_60360b5b43059.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>109945</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>16/07/2021 14:54</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>16/07/2021 14:30</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เอาแล้ว! โฆษกปชป. ประกาศระดมพลนักกฎหมายทั่วประเทศ รบ บริษัทประกันภัย</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แฟ้มภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;16 ก.ค.64 - นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์และเลขานุการประธานรัฐสภา ได้กล่าวถึงกรณีที่ บริษัทประกัน ได้บอกเลิกกรรมธรรม์ ประชาชนที่ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโคโรนาโควิด 19 ว่า หลักการเรื่องนี้ กฎหมายระบุไว้ชัดประชาชนผู้ทำประกันภัยการติดเชื้อไวรัสโควิด19 มีผลสมบูรณ์ตามกฎหมายทุกประการ บริษัทตกลงใช้ค่าสินไหมทดแทนหรือใช้เงินจำนวนหนึ่งในกรณีภัยหากมีขึ้น คือหากผู้ทำประกันภัยติดเชื้อโควิด19 บริษัทก็ต้องทำตามสัญญาคือการใช้เงินจำนวนหนึ่งให้ ผูกพันสมบูรณ์ตามระยะเวลาที่กำหนด&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;เมื่อได้หลักความสมบูรณ์ของสัญญาประกันภัยแล้ว ก็ต้องมาดูว่า กรณีที่จะยกเลิกสัญญาประกันภัย ทำได้เพราะเหตุใดบ้าง หลักกฎหมายก็กำหนดไว้ชัดอีกว่า หากมีการแถลงข้อความอันเป็นเท็จหรือรู้อยู่แล้วไม่บอกความจริง สามารถบอกเลิกได้ เช่น หากติดเชื้อโควิด19แล้ว แต่นำหลักฐานเท็จทาแสดงต่อบริษัทว่าตนไม่เป็นผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด19 ต่อมาเมื่อทำสัญญาประกันแล้ว นำผลตรวจมาแจ้งว่าติดโควิดเพื่อขอรับเงินค่าสินไหม กรณีตัวอย่างนี้บอกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เช่นเดียวกันคือประชาชนผู้ทำสัญญาประกันภัยกระทำการทุจริต เช่นนำผลตรวจปลอมมาขอรับเงินค่าสินไหม เหมือนที่ได้ยกตัวอย่างมา กรณีนี้บอกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า กรณีบริษัทสินมั่นคงประกันภัย อ้างเหตุบอกเลิกสัญญาตามกรมธรรม์&amp;rdquo;ข้อ 2.4.3 ที่ระบุการสิ้นสุดความคุ้มครองเมื่อผู้เอาประกันภัยหรือบริษัทบอกเลิกกรมธรรม์ตามเงื่อนไขทั่วไปและข้อกำหนดข้อ 2.5&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอ้างเหตุตาม ข้อ 2.5.1. ที่ระบุว่าบริษัทสามารถบอกเลิกกรมธรรม์ประกันภัยนี้โดยบอกกล่าวล่วงหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรไม่น้อยกว่า 30 วันโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้เอาประกันภัยตามที่อยู่ครั้งสุดท้ายที่แจ้งให้บริษัททราบโดยบริษัทจะคืนเบี้ยประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยโดยหักเบี้ยประกันภัยสำหรับระยะเวลาที่กรมธรรม์ประกันภัยฉบับนี้ได้ใช้บังคับมาแล้วออกตามส่วน ในกรณีที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนต่อบริษัทว่าผู้เอาประกันภัยได้กระทำการโดยทุจริตเพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์จากการประกันภัยนี้บริษัทจะไม่คืนเบี้ยประกันภัยที่ได้เรียกเก็บมาแล้วเพราะเหตุแห่งการฉ้อฉลหรือการทุจริตดังกล่าวข้างต้นและบริษัทจะไม่รับผิดสำหรับการเรียกร้องค่าทดแทนอันเกิดจากการกระทำดังกล่าว&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวว่า จากกรณีการกล่าวอ้างกรมธรรม์ข้อ 2.4.3. และข้อ 2.5.1. ไม่ชอบด้วยเจตนารมณ์ของกฎหมายและกรมธรรม์ การจะเลิกสัญญาได้นั้นจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่ต้องมีเหตุผลตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เช่นกรณีการปกปิดความจริง การทุจริตฉ้อฉล หากไม่มีเหตุย่อมไม่มีสิทธิที่จะบอกเลิกสัญญาได้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;การบอกเลิกสัญญาประกันภัยไม่ชอบด้วยกฎหมาย การทำประกันของประชาชนเพื่อป้องกันความเสี่ยงภัยในอนาคต หาใช่กลับกลายว่าบริษัทเห็นว่าบริษัทเสี่ยงภัยแล้วเลยบอกเลิกสัญญา เช่นนั้นแล้วจะทำสัญญาประกันไปทำไม ไร้ประโยชน์ แล้วการบอกว่าจะคืนเบี่ยประกันบางส่วนยิ่งเป็นเรื่องตลก เพราะเหตุผลที่บอกมาคือบริษัทต้องบริหารความเสี่ยง เพราะเป็นวิกฤตที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ คือบริษัทเสี่ยงจึงบอกเลิกเหตุก็เกิดจากบริษัท แล้วจะให้ประชาชนรับกรรมจากความเสี่ยงของบริษัทอย่างนั้นหรือ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ขอเตือนไว้ก่อนเลยว่า ให้ฝ่ายกฎหมายกลับไปดู พระราชบัญญัติว่าด้วยข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรมให้ดีด้วย มาตรา 4 ที่ระบุสาระสำคัญไว้ชัดคือ ข้อตกลงให้สัญญาสิ้นสุดลงโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้สิทธิบอกเลิกสัญญาได้โดยอีกฝ่ายมิได้ผิดสัญญาในข้อสาระสำคัญ ถือได้ว่าเป็นข้อสัญญาที่ไม่เป็นธรรม ให้ไปท่องให้ขึ้นใจ&amp;rdquo; นายราเมศ กล่าว&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายราเมศ กล่าวต่อว่า ประชาชนที่ทำประกันภัยกับบริษัทสินมั่นคง ไม่จำเป็นต้องรับคืนค่าเบี้ยประกันที่บริษัทจะจ่ายคืน เพราะสัญญายังสมบูรณ์ และประชาชนที่ทำประกันติดเชื้อโควิด ก็ยังมีสิทธิได้รับเงินตามจำนวนที่เอาประกันภัยไว้คือ 100,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;ผมขอประกาศจุดยืนตอนนี้เลยว่าจะสู้เรื่องนี้ให้กับประชาชน โดยจะระดมนักกฎหมายทั่วประเทศเพื่อเรียกร้องสิทธิอันชอบธรรมให้กับประชาชน การต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับประชาชนไม่ใช่เรื่องยาก บริษัทจะมีเงินทองมากมายก่ายกองขนาดไหนไม่สำคัญ แต่หลักสำคัญคือบริษัทต้องคำนึงถึงความเป็นธรรมกับประชาชน เพราะบริษัทอยู่ได้มีรายได้มากก็เพราะประชาชน ในประเทศนี้ อย่าซ้ำเติมวิกฤติในสถานการณ์แบบนี้เลย &amp;ldquo; นายราเมศ กล่าว
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/109945</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกันภัย, ราเมศ รัตนะเชวง, โควิด19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210621/image_big_60d01515cc50c.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108792</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>06/07/2021 11:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>06/07/2021 11:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>คปภ. ตั้งศูนย์ประสานงานด้านประกันภัยเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบเพลิงไหม้โรงงานย่านกิ่งแก้ว </HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
6 ก.ค. 2564 &amp;nbsp;นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากกรณีถังเก็บสารเคมีระเบิดภายใน บริษัท หมิงตี้ เคมิคอล จำกัด ตั้งอยู่เลขที่ 87 หมู่ 15 ซอยกิ่งแก้ว 21 ถนนกิ่งแก้ว ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นโรงงานผลิตเม็ดโฟมและพลาสติก โดยแรงอัดของการระเบิดในครั้งนี้ ทำให้บ้านเรือน โรงงาน ยานยนต์ ที่อยู่โดยรอบรัศมี 500 เมตร ได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 โดยเบื้องต้นได้สั่งการให้สายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ บูรณาการร่วมกับสายส่งเสริมและประกันภัยภูมิภาค สำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) สำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการและสำนักงาน คปภ. จังหวัดภายใต้สังกัดสำนักงาน คปภ. ภาค 6 (ชลบุรี) ให้ลงพื้นที่ตั้งศูนย์ประสานงานช่วยเหลือด้านประกันภัยให้กับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านประกันภัยอย่างเต็มที่และเต็มกำลังความสามารถแบบครบวงจร ทั้งการรับแจ้งเรื่องการทำประกันภัย ตรวจสอบข้อมูลและเอกสารการทำประกันภัย และติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อใช้ระบประกันภัยช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรมโดยด่วน&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. จังหวัดสมุทรปราการ ได้ตรวจสอบการทำประกันภัยในเบื้องต้น พบว่า บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ได้ทำประกันภัยรองรับไว้ 3 กรมธรรม์ คือ 1) กรมธรรม์ประกันภัยความเสี่ยงภัยทรัพย์สิน (IAR) เลขที่ DQ-11-64/000123 ทุนประกันภัย 379,320,000 บาท 2) กรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก เลขที่ DQ-40-64/000041 ทุนประกันภัย 20,000,000 บาท และ 3) กรมธรรม์ประกันภัยหม้อกำเนิดไอน้ำและถังอัดความดัน เลขที่ DQ-84-64/000005 ทุนประกันภัย 21,584,989 บาท เริ่มคุ้มครองวันที่ 5 เมษายน 2564 สิ้นสุดวันที่ 5 เมษายน 2565 โดยมีบริษัทร่วมรับประกันภัย ได้แก่ บมจ. คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย 40% บมจ. ทิพยประกันภัย 20% บมจ. นวกิจประกันภัย 20% บมจ. คิงไวประกันภัย 10% และ บมจ. วิริยะประกันภัย 10% &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ส่วนประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ผู้บาดเจ็บกว่า 30 ราย บ้านเรือนได้รับความเสียหายกว่า 70 หลัง ยานยนต์เสียหายกว่า 15 คัน และทรัพย์สินอื่น ๆ อยู่ระหว่างตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลการทำประกันภัยจากประชาชนที่ศูนย์ประสานงานช่วยเหลือด้านประกันภัย ณ ศูนย์อพยพผู้ประสบภัยเพลิงไหม้ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ โรงเรียนวัดบางพลีใหญ่กลาง โรงเรียนเตรียมปริญญานุสรณ์ วัดบางพลีใหญ่ใน (วัดหลวงพ่อโต) และวัดบางโฉลง ไม่ว่าจะเป็นการทำประกันชีวิต การประกันภัยอุบัติเหตุ การประกันภัยรถยนต์ และการประกันภัยทรัพย์สินอื่น รวมถึงการประกันภัยประเภทอื่น ๆ ซึ่งหากพบว่าได้รับทำประกันภัยรองรับไว้ สำนักงาน คปภ. จะเร่งบูรณาการช่วยเหลือติดตามการจ่ายค่าสินไหมทดแทน เพื่อให้เป็นไปตามสัญญาประกันภัยโดยเร็วที่สุด&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
&amp;quot;ผมขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ โดยจะนำระบบประกันภัย &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; &amp;nbsp; เข้ามาช่วยบรรเทาความสูญเสียและเดือดร้อนอย่างเต็มที่ และเนื่องจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเช่นนี้เกิดขึ้นได้ทุกเวลาและทุกสถานที่ จึงฝากเตือนมายังผู้ประกอบกิจการ และประชาชนควรให้ความสำคัญกับการทำประกันภัยเพื่อช่วยบริหารความเสี่ยงภัย โดยควรทำประกันภัยให้ครอบคลุมทั้งชีวิต ร่างกาย อนามัยและทรัพย์สิน รวมถึงความรับผิดตามกฎหมายต่อบุคคลภายนอก เพื่อให้ระบบประกันภัยเข้ามาช่วยบริหารความเสี่ยงและเยียวยาความสูญเสียต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประกันภัย สามารถสอบถามได้ที่สายด่วน คปภ. 1186&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108792</URL_LINK>
                <HASHTAG>คปภ., บ้านเสียหาย, ประกันภัย, รถเสียหาย, สุทธิพล ทวีชัยการ, หมิงตี้ เคมิคอล, โรงงานกิ่งแก้วไฟไหม้, โรงงานระเบิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210706/image_big_60e3db1fc42a0.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>108302</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>01/07/2021 15:25</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>01/07/2021 15:25</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>เทรนด์สุขภาพยังมาแรง  บริษัทประกันแห่อัดโปรดึงลูกค้า</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ในเดือนมิถุนายนของทุกปีจะมีการเฉลิมฉลองที่สำคัญในระดับโลกสำหรับกลุ่มที่มีความหลากหลายทางเพศ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ไพรด์ มันต์ (Pride Month) และมีนัยสำคัญในการเรียกร้องสิทธิความเท่าเทียมในสังคม ซึ่งในหลายปีที่ผ่านมา งานดังกล่าวเริ่มมีบทบาทในสังคมมากขึ้น และได้รับการตอบรับที่ดีจากหน่วยงานหรือองค์กรระดับโลกในการที่จะสนับสนุนสิทธิเสรีภาพของกลุ่ม LGBTQ+&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ประเทศไทยเองก็มีหลายกลุ่มที่ออกมาสนับสนุนเรื่องดังกล่าว ขณะที่ธุรกิจประกันก็ยังเห็นถึงความสำคัญเรื่องนี้ โดย นายเดวิด โครูนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เอฟดับบลิวดี ประกันชีวิต ได้ออกมาสนับสนุนความหลากหลายผ่านวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างพร้อมสวัสดิการพนักงานที่เท่าเทียม โดยได้มอบสวัสดิการสำหรับพนักงานทุกคนที่ต้องการทำศัลยกรรมแปลงเพศให้สามารถลาหยุดได้ 7 วัน พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง 50% หรือเบิกค่าใช้จ่ายได้สูงสุด 100,000 บาท&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
รวมถึงให้พนักงานสามารถแต่งตัวได้ตามเพศสภาพที่ต้องการตามความเหมาะสม และวันลาพิเศษในการประกอบพิธีทางศาสนาให้กับพนักงาน เช่น การบวช พิธีฮัจญ์ เป็นต้น โดยมีแนวคิดที่จะยอมรับในความหลากหลายของกลุ่มคนที่มีพื้นภูมิ เชื้อชาติ เพศ อายุ ความเชื่อ รสนิยมทางเพศ สถานภาพสมรสและสภาพร่างกายที่แตกต่างกัน ซึ่งถือว่าเป็นการดูแลที่ครอบคลุมนอกเหนือจากการใส่ใจลูกค้าและให้ความสำคัญกับประสบการณ์ของลูกค้าที่มีต่อบริษัทอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ความหลากหลายของธุรกิจประกันไม่ได้ครอบคลุมเพียงแต่กลุ่มเพศเท่านั้น แต่ยังครอบคลุมไปยังทุกช่วงเวลาของชีวิตอีกด้วย โดย นางสาวจันทิมา ศิริจรรยาวัฒน์ ผู้อำนวยการสายงานประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรม บมจ.ไทยประกันภัย หรือ TIC ได้จับมือ HUGS Insurance ร่วมสร้างความอุ่นใจหน้าฝนด้วยประกันภัยสู้ยุง Happy Fighter และ PA365 ซึ่งจะมอบความอุ่นใจให้คนไทย ปกป้องทุกคนจากยุงลายตัวร้ายและโรคไข้เลือดออก และประกันอุบัติเหตุส่วนบุคคล PA365 จะเจ็บเล็ก เจ็บใหญ่ก็อุ่นใจได้ ด้วยเบี้ยเพียงวันละ 1 บาท&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
นอกจากจะขยายฐานลูกค้าให้กับทั้ง 2 องค์กรแล้ว ยังถือเป็นอีกช่องทางหนึ่งที่จะส่งความอุ่นใจให้กับผู้บริโภค เพราะ TIC ย้ำอยู่เสมอเรื่องการส่งเสริมให้ชาวไทยทุกคน เข้าถึงประกันภัยได้อย่างสะดวกและรวดเร็วพร้อมความคุ้มครองที่เหมาะสมตามทิศทางของ TIC&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;
และอีกหนึ่งความครอบคลุมของการดูแลในฐานะบริษัทประกันนั้น ก็คือการดูแลลูกค้าได้ตลอดเวลา บมจ.พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) จึงมอบความอุ่นใจพร้อมปกป้องสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้า ด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินทางการแพทย์ 24 ชั่วโมง (SOS) โดยลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันชีวิตและสัญญาเพิ่มเติมแบบ HA Wealth หรือสัญญาเพิ่มเติมค่ารักษาพยาบาลแบบ Health as charged Riders จะได้รับบริการ SOS ที่พร้อมให้บริการรถพยาบาล และความช่วยเหลือกรณีเคลื่อนย้ายตลอด 24 ชั่วโมงทั่วโลก รวมถึงบริการอื่นๆ ทั้งการประสานงานและความช่วยเหลือด้านจัดหายาตามใบสั่งของแพทย์&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ด้าน นายบัณฑิต เจียมอนุกูลกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท เจนเนอราลี่ ไทยแลนด์ ได้สร้างความหลากหลายโดยการลงนามในข้อตกลงเกี่ยวกับการเข้าซื้อหุ้นใหญ่ในกิจการร่วมค้าของ AXA และ Affin โดยเป็นการเข้าซื้อหุ้น 53% ในกิจการร่วมค้า AXA Affin General Insurance และซื้อหุ้น 70% ในกิจการร่วมค้า AXA Affin Life Insurance และยังได้ยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่กำกับดูแลในประเทศมาเลเซียเพื่อดำเนินการซื้อหุ้น MPI Generali Insurans Berhad (MPI Generali) ที่มีอยู่แล้ว 49% ให้สามารถถือหุ้นได้เป็น 100%&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยทำการซื้อหุ้นที่เหลืออยู่ที่ถือโดย Multi-Purpose Capital Holdings Berhad (MPHB Capital) ซึ่งเป็นหุ้นส่วนร่วมทุนในมาเลเซีย ทั้งนี้ จะทำให้เจนเนอราลี่มีการดำเนินงานในประเทศมาเลเซียผ่านสองบริษัท โดยบริษัทหนึ่งอยู่ในธุรกิจธุรกิจประกันชีวิต (Life) และอีกบริษัทหนึ่งอยู่ในประกันภัยทรัพย์สินและเบ็ดเตล็ด (P&amp;amp;C)&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
ธุรกิจประกันนั้นเกี่ยวเนื่องกับทุกกิจกรรมของมนุษย์ เช่นเดียวกับแนวความคิดที่จะนำพาภาคอุตสาหกรรมประกันภัยเป็นแนวร่วมต่อต้านคอร์รัปชันของภาคเอกชนไทย โดย นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) ได้เปิดการอบรม &amp;ldquo;CAC Briefing&amp;rdquo; พร้อมทั้งมอบนโยบายตามโครงการสร้างแนวร่วมปฏิบัติของภาคเอกชนไทยในการต่อต้านการทุจริต (CAC) ของสำนักงาน คปภ. และการส่งเสริมให้ทุกฝ่ายกำหนดนโยบายและวางแนวปฏิบัติเพื่อป้องกันการทุจริตคอร์รัปชันในทุกรูปแบบ โดยมีผู้บริหารและพนักงานทั้งจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาคร่วมฟังบรรยาย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
อีกหนึ่งบริษัทที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดประเทศไทยเสมอมาคือ นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ที่ล่าสุดได้ทำการปรับลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครองกรณีการเจ็บป่วยที่เป็นผลมาจากการติดเชื้อโควิด-19 จากเดิม 30 วัน เหลือเพียง 14 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติม สำหรับความคุ้มครองกลุ่มค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชยรายวัน ที่มีวันเริ่มมีผลคุ้มครองตั้งแต่วันที่ 28 พ.ค.-31 ธ.ค.2564&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
โดยการปรับลดระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง บริษัทจะให้ความคุ้มครองสำหรับการเจ็บป่วยจากโรคโควิด-19 ที่เกิดขึ้นหลังจากระยะเวลา 14 วัน นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามสัญญาเพิ่มเติม หรือหากมีการต่ออายุสัญญาเพิ่มเติมให้นับตั้งแต่วันเริ่มมีผลคุ้มครองตามการต่ออายุนั้นครั้งสุดท้าย แล้วแต่กรณีใดจะเกิดขึ้นหลังสุด.
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/108302</URL_LINK>
                <HASHTAG>ประกัน, ประกันภัย, ประกันสุขภาพ, ประกันโควิด</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210701/image_big_60dd7ae4b6a21.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107494</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 14:08</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 14:08</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจประกันยกขบวนเพิ่มสิทธิประโยชน์ กระตุ้นคนไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แผนการปูพรมในการฉีดวัคซีนและแนวทางการกระตุ้นความต้องการฉีดของคนในประเทศยังเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินงานอย่างเร็ว และเนื่องจากข่าว ข้อมูล หรือข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ถูกนำเสนอออกมาก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการเริ่มฉีดวัคซีนในประเทศ อาจจะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจ หรือความกลัวของผู้คนในสังคม จึงทำให้ในปัจจุบันยังมีอีกหลายกลุ่มคนที่ไม่กล้าจะออกมาฉีดวัคซีน หรือยังต้องการความมั่นใจมากกว่านี้ก่อน จึงเป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะทำให้แผนงานข้างต้นนั้นสะดุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้เอง กลุ่มธุรกิจประกัน ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่อยู่ใกล้ชิด และสามารถสร้างความมั่นใจในด้านสุขภาพของประชาชนในประเทศมากที่สุด จึงต้องออกมาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความต้องการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น อย่าง บมจ.พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) มอบความอุ่นใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยการขยายความคุ้มครองผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;
เพียงลูกค้ามีสัญญาสุขภาพเพิ่มเติมตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งยังมีผลคุ้มครองอยู่ ก็จะได้รับความคุ้มครองนี้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งผู้เอาประกันที่อยู่ในเกณฑ์พิจารณาและมีอาการแพ้หรือผลกระทบข้างเคียงจากการได้รับการฉีดวัคซีน สามารถใช้สิทธิความคุ้มครองได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สิทธิประโยชน์ในกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะคนไข้ในของโรงพยาบาล (IPD) ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ 2.สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในกรณีได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) โดยลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 2 ครั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยกระตุ้นความต้องการฉีดวัคซีนมากขึ้นคือ นอกจากจะสร้างความมั่นใจแล้ว อาจจะต้องใช้ผลตอบแทนอื่นๆ เข้ามาเป็นตัวเสริม โดย นายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยประกันชีวิต สนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่รักผ่านการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อเนื่อง จึงจัดแคมเปญ &amp;ldquo;ไทยประกันชีวิตสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อตัวคุณและคนที่คุณรัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการขยายการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิตที่รับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นเข็มแรกหรือครบสองเข็ม เพียงแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่านแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต จะได้รับโค้ดส่วนลด Shopee มูลค่า 100 บาทฟรี ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันพร้อมลงทะเบียนเข้าใช้งาน จากนั้นคลิกที่แบนเนอร์กิจกรรมเพื่อกรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมแนบเอกสารแสดงการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะได้รับ SMS โค้ดส่วนลด Shopee มูลค่า 100 บาททันที สามารถรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ส.ค.2564 หรือจนกว่าสิทธิ์จะครบตามจำนวนที่กำหนด 20,000 สิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่แม้จะยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ก็สามารถจะได้รับสิทธิพิเศษและบริการเหนือระดับได้เช่นกัน โดย นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ได้คำนึงถึงความสุขและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การพัฒนาบริการ Video Call ที่ให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ เพียงโทร.1766 หรือใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังให้ลูกค้าได้อัปเดตทุกเทรนด์ของความสุขเป็นประจำทุกเดือนผ่านเมืองไทย Smile Emagazine อ่านฟรีผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click หรือเพียงแจ้งอีเมลขอรับเมืองไทย Smile Emagazine มายังบริษัท หรือร่วมลุ้นรับรางวัลแทนคำขอบคุณ รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท ในแคมเปญ Big Thanks for YOUR VOICES พร้อมยิ้มรับความสุขมากมายผ่านเมืองไทยสไมล์คลับ รวมถึงรับสิทธิพิเศษมากมายในเดือนเกิดที่แอปพลิเคชัน MTL Click ในเมืองไทย&amp;nbsp;Happy Birthday&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังมีบริการด้านสุขภาพที่หลากหลายให้กับลูกค้าทุกท่านอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งสิทธิพิเศษที่จะมาเพิ่มความคุ้มครองชีวิต พร้อมการันตีผลตอบแทนสูงสุดตลอดสัญญา โดย ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ได้ส่งแบบประกัน &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 16/8&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) และ &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 10/5&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนอนาคตอย่างหมดห่วง และตอกย้ำนโยบายที่พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลาของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณสมบัติของผู้เอาประกันภัย &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 16/8&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) ตามเงื่อนไขการประกันภัย อายุรับประกันภัยตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 75 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัย 8 ปี คุ้มครอง 16 ปี มีโอกาสรับเงินปันผลเมื่อครบกำหนดตามสัญญา พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทต่อปี การันตีเงินคืนสำหรับปีกรมธรรม์ที่ 1-15 ปีละ 8-10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาขั้นต่ำ 895% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแบบประกัน &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 10/5&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) คุณสมบัติของผู้เอาประกันภัย สามารถสมัครทำประกันได้ ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 80 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 50,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี การันตีเงินคืนในปีกรมธรรม์ที่ 2, 4, 6 และ 8 ปีละ 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมรับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาขั้นต่ำ 510% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP ได้แจ้งข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2564 ว่า ภายใต้แผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของ TIP ได้มีการจัดตั้งบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH ขึ้น โดย TIPH จะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ TIP กับผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อแลกกับหุ้นที่ออกใหม่ของ TIPH ที่อัตราการแลกหุ้นเท่ากับ 1 หุ้นสามัญของ TIP ต่อ 1 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ TIPH&amp;nbsp;
โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.-30 ส.ค.2564 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. รวม 45 วัน (ทุกวันทำการ) ซึ่งการแลกหุ้นดังกล่าวจะไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยการแลกหุ้นจะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่ผู้ถือหุ้นของ TIP ได้มีการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหุ้นเสร็จสิ้น และ TIPH มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การรับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนแล้ว หุ้นสามัญของ TIPH ก็จะเข้าซื้อขายเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหุ้นสามัญของ TIP ซึ่งจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันเดียวกัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107494</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพประกันชีวิต, ทิพยประกันภัย, ประกันภัย, ประกัยชีวิต, พรูเด็นเชียล, เมืองไทยประกันชีวิต, ไทยประกันชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/mid/20210623/image_mid_60d33117a39d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>107421</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/06/2021 07:15</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/06/2021 07:15</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ธุรกิจประกันยกขบวนเพิ่มสิทธิประโยชน์ กระตุ้นคนไทยฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;แผนการปูพรมในการฉีดวัคซีนและแนวทางการกระตุ้นความต้องการฉีดของคนในประเทศยังเป็นเรื่องที่ต้องเร่งดำเนินงานอย่างเร็ว และเนื่องจากข่าว ข้อมูล หรือข้อจำกัดหลายๆ อย่างที่ถูกนำเสนอออกมาก่อนหน้านี้ในช่วงที่มีการเริ่มฉีดวัคซีนในประเทศ อาจจะส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจ หรือความกลัวของผู้คนในสังคม จึงทำให้ในปัจจุบันยังมีอีกหลายกลุ่มคนที่ไม่กล้าจะออกมาฉีดวัคซีน หรือยังต้องการความมั่นใจมากกว่านี้ก่อน จึงเป็นประเด็นสำคัญที่อาจจะทำให้แผนงานข้างต้นนั้นสะดุด
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้วยเหตุนี้เอง กลุ่มธุรกิจประกัน ที่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่อยู่ใกล้ชิด และสามารถสร้างความมั่นใจในด้านสุขภาพของประชาชนในประเทศมากที่สุด จึงต้องออกมาเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่จะกระตุ้นให้ผู้คนเกิดความต้องการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น อย่าง บมจ.พรูเด็นเชียล ประกันชีวิต (ประเทศไทย) มอบความอุ่นใจในการฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้กับลูกค้าทุกท่าน ด้วยการขยายความคุ้มครองผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19&amp;nbsp;
เพียงลูกค้ามีสัญญาสุขภาพเพิ่มเติมตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งยังมีผลคุ้มครองอยู่ ก็จะได้รับความคุ้มครองนี้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนหรือเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งผู้เอาประกันที่อยู่ในเกณฑ์พิจารณาและมีอาการแพ้หรือผลกระทบข้างเคียงจากการได้รับการฉีดวัคซีน สามารถใช้สิทธิความคุ้มครองได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 31 ธ.ค.2564 โดยครอบคลุมสิทธิประโยชน์ดังต่อไปนี้&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;1.สิทธิประโยชน์ในกรณีเข้ารับการรักษาพยาบาลในฐานะคนไข้ในของโรงพยาบาล (IPD) ซึ่งจะได้รับความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามสิทธิและเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกรมธรรม์ 2.สิทธิประโยชน์เพิ่มเติมในกรณีได้รับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก (OPD) โดยลูกค้าจะได้รับการคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลตามจริงไม่เกินครั้งละ 1,000 บาท (สูงสุดไม่เกิน 2 ครั้ง)
&amp;nbsp;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยกระตุ้นความต้องการฉีดวัคซีนมากขึ้นคือ นอกจากจะสร้างความมั่นใจแล้ว อาจจะต้องใช้ผลตอบแทนอื่นๆ เข้ามาเป็นตัวเสริม โดย นายไชย ไชยวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ไทยประกันชีวิต สนับสนุนให้คนไทยดูแลสุขภาพตัวเองและคนที่รักผ่านการฉีดวัคซีนโควิด-19 ต่อเนื่อง จึงจัดแคมเปญ &amp;ldquo;ไทยประกันชีวิตสนับสนุนการฉีดวัคซีนโควิด-19 เพื่อตัวคุณและคนที่คุณรัก&amp;rdquo;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยการขยายการมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าไทยประกันชีวิตที่รับบริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ไม่ว่าจะเป็นเข็มแรกหรือครบสองเข็ม เพียงแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนโควิด-19 ผ่านแอปพลิเคชันไทยประกันชีวิต จะได้รับโค้ดส่วนลด Shopee มูลค่า 100 บาทฟรี ซึ่งผู้เอาประกันภัยสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันพร้อมลงทะเบียนเข้าใช้งาน จากนั้นคลิกที่แบนเนอร์กิจกรรมเพื่อกรอกเลขบัตรประชาชน พร้อมแนบเอกสารแสดงการฉีดวัคซีนโควิด-19 จะได้รับ SMS โค้ดส่วนลด Shopee มูลค่า 100 บาททันที สามารถรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้-31 ส.ค.2564 หรือจนกว่าสิทธิ์จะครบตามจำนวนที่กำหนด 20,000 สิทธิ์&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;แต่ก็ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่แม้จะยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ก็สามารถจะได้รับสิทธิพิเศษและบริการเหนือระดับได้เช่นกัน โดย นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ได้คำนึงถึงความสุขและประสบการณ์ที่ดีของลูกค้าเป็นเรื่องสำคัญ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือ อำนวยความสะดวก ผ่านนวัตกรรมและเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การพัฒนาบริการ Video Call ที่ให้ลูกค้าทำธุรกรรมผ่านออนไลน์ เพียงโทร.1766 หรือใช้บริการผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นอกจากนี้ยังให้ลูกค้าได้อัปเดตทุกเทรนด์ของความสุขเป็นประจำทุกเดือนผ่านเมืองไทย Smile Emagazine อ่านฟรีผ่านแอปพลิเคชัน MTL Click หรือเพียงแจ้งอีเมลขอรับเมืองไทย Smile Emagazine มายังบริษัท หรือร่วมลุ้นรับรางวัลแทนคำขอบคุณ รวมมูลค่ากว่า 800,000 บาท ในแคมเปญ Big Thanks for YOUR VOICES พร้อมยิ้มรับความสุขมากมายผ่านเมืองไทยสไมล์คลับ รวมถึงรับสิทธิพิเศษมากมายในเดือนเกิดที่แอปพลิเคชัน MTL Click ในเมืองไทย&amp;nbsp;Happy Birthday&amp;nbsp;พร้อมกันนี้ยังมีบริการด้านสุขภาพที่หลากหลายให้กับลูกค้าทุกท่านอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;อีกหนึ่งสิทธิพิเศษที่จะมาเพิ่มความคุ้มครองชีวิต พร้อมการันตีผลตอบแทนสูงสุดตลอดสัญญา โดย ม.ล.จิรเศรษฐ ศุขสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กรุงเทพประกันชีวิต ได้ส่งแบบประกัน &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 16/8&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) และ &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 10/5&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนอนาคตอย่างหมดห่วง และตอกย้ำนโยบายที่พร้อมอยู่เคียงข้างในทุกช่วงเวลาของชีวิต&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;โดยคุณสมบัติของผู้เอาประกันภัย &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 16/8&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) ตามเงื่อนไขการประกันภัย อายุรับประกันภัยตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 75 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 30,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัย 8 ปี คุ้มครอง 16 ปี มีโอกาสรับเงินปันผลเมื่อครบกำหนดตามสัญญา พร้อมรับสิทธิลดหย่อนภาษีสูงสุด 100,000 บาทต่อปี การันตีเงินคืนสำหรับปีกรมธรรม์ที่ 1-15 ปีละ 8-10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย รับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาขั้นต่ำ 895% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;และแบบประกัน &amp;ldquo;บีแอลเอ แฮปปี้เซฟวิ่ง 10/5&amp;rdquo; (มีเงินปันผล) คุณสมบัติของผู้เอาประกันภัย สามารถสมัครทำประกันได้ ตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ 80 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 50,000 บาท ชำระเบี้ยประกันภัย 5 ปี คุ้มครอง 10 ปี การันตีเงินคืนในปีกรมธรรม์ที่ 2, 4, 6 และ 8 ปีละ 5% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย พร้อมรับผลประโยชน์รวมตลอดสัญญาขั้นต่ำ 510% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย &amp;nbsp;
&amp;nbsp;&amp;nbsp; &amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ด้าน บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ TIP ได้แจ้งข่าวผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2564 ว่า ภายใต้แผนการปรับโครงสร้างการถือหุ้นและการจัดการของ TIP ได้มีการจัดตั้งบริษัท ทิพย กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TIPH ขึ้น โดย TIPH จะทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมดของ TIP กับผู้ถือหุ้นของบริษัท เพื่อแลกกับหุ้นที่ออกใหม่ของ TIPH ที่อัตราการแลกหุ้นเท่ากับ 1 หุ้นสามัญของ TIP ต่อ 1 หุ้นสามัญที่ออกใหม่ของ TIPH&amp;nbsp;
โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.-30 ส.ค.2564 ระหว่างเวลา 09.00-16.00 น. รวม 45 วัน (ทุกวันทำการ) ซึ่งการแลกหุ้นดังกล่าวจะไม่ได้เป็นไปโดยอัตโนมัติ โดยการแลกหุ้นจะเกิดขึ้นเฉพาะกรณีที่ผู้ถือหุ้นของ TIP ได้มีการตอบรับคำเสนอซื้อหลักทรัพย์แล้วเท่านั้น ทั้งนี้ ภายหลังการทำคำเสนอซื้อหุ้นเสร็จสิ้น และ TIPH มีคุณสมบัติครบถ้วนตามหลักเกณฑ์การรับหุ้นสามัญเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนแล้ว หุ้นสามัญของ TIPH ก็จะเข้าซื้อขายเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ แทนหุ้นสามัญของ TIP ซึ่งจะถูกเพิกถอนออกจากตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันเดียวกัน.&amp;nbsp;
&amp;nbsp;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/107421</URL_LINK>
                <HASHTAG>กรุงเทพประกันชีวิต, ทิพยประกันภัย, ประกัน, ประกันภัย, ประกัยชีวิต, เมืองไทยประกันชีวิต, ไทยประกันชีวิต</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>DELETE</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210623/image_big_60d33117a39d5.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
                        <NEWS>
                <NEWS_ID>104033</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>24/05/2021 20:44</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>24/05/2021 20:34</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>ทันสถานการณ์! เลขาธิการ คปภ. ออกคำสั่งให้ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 คุ้มครองไปถึงกรณีฉีดวัคซีนโควิด ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาลฯ ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้รับความคุ้มครองด้านประกันภัยเต็มที่</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (เลขาธิการ คปภ.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างต่อเนื่อง การฉีดวัคซีนโควิด-19 จึงมีความจำเป็นอย่างมากในการป้องกันการแพร่ระบาด และลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากการติดเชื้อ ซึ่งภาครัฐได้กำหนดแผนการเร่งฉีดวัคซีนตามแนวทางการขยายหน่วยบริการ โดยสนับสนุนให้องค์กร หน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดบริการฉีดวัคซีน ณ จุดบริการนอกโรงพยาบาล/สถานพยาบาลเวชกรรม เช่น จุดบริการในห้างสรรพสินค้า หรือมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและการเข้าถึงวัคซีนของประชาชน รวมทั้งเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบการฉีดวัคซีนให้สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว และทั่วถึง ทั้งนี้ สำนักงาน คปภ. ส่งเสริมให้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19 เพื่อเป็นเครื่องมือการบริหารความเสี่ยงและสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยการประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 จะให้ความคุ้มครอง หากผู้เอาประกันภัยได้รับการวินิจฉัยจากแพทย์ว่ามีอาการแพ้หรือผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีนโควิด-19&amp;nbsp; ซึ่งในปัจจุบันมีผลประโยชน์ความคุ้มครองหลายรูปแบบให้ประชาชนสามารถเลือกซื้อได้ อาทิ เช่น ผลประโยชน์การเกิดเจ็บป่วยระยะสุดท้าย และ/หรือภาวะโคม่า และ/หรือภาวะสมองตายและระบบประสาทล้มเหลว ผลประโยชน์การรักษาพยาบาลในฐานะผู้ป่วยใน และผลประโยชน์เงินชดเชยรายวันจากการเป็นผู้ป่วยใน เป็นต้น โดยบริษัทประกันภัยจะจ่ายค่าสินไหมทดแทนตามเงื่อนไขผลประโยชน์ที่ระบุไว้ และโดยปกติจะเป็นการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;เลขาธิการ คปภ. กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อรองรับนโยบายของภาครัฐและสนับสนุนแผนดำเนินการของคณะกรรมการวัคซีนแห่งชาติ ในการเร่งสร้างภูมิคุ้มกันและลดความเสี่ยง รวมทั้งเพื่อให้ผู้เอาประกันภัยที่ซื้อความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ยังคงได้รับความคุ้มครองเช่นเดิมตามเงื่อนไขทั่วไปของกรมธรรม์ประกันภัย ดังนั้น ตนในฐานะนายทะเบียนจึงได้ออกคำสั่ง&amp;nbsp;&amp;nbsp; นายทะเบียนที่ 26/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือสัญญาเพิ่มเติม สําหรับบริษัทประกันชีวิต และคำสั่งนายทะเบียนที่ 27/2564 เรื่อง การให้ความคุ้มครองกรณีได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ตามกรมธรรม์ประกันภัยหรือเอกสารแนบท้าย สําหรับบริษัทประกันวินาศภัย ซึ่งคำสั่งนายทะเบียนทั้ง 2 ฉบับดังกล่าว กำหนดให้บริษัทประกันภัยให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ที่กระทำการโดยแพทย์ พยาบาล หรือบุคลากรที่ได้รับการอนุญาตอย่างถูกต้องตามกฎหมายแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะดําเนินการ ณ สถานที่ใดก็ตาม ผู้เอาประกันภัยจะยังได้รับความคุ้มครองตามเงื่อนไขของกรมธรรม์ประกันภัย เช่นเดียวกับการฉีดวัคซีนในโรงพยาบาลทั่วไป &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;จากข้อมูล ณ วันที่ 15 พฤษภาคม 2564 มีบริษัทประกันภัยได้รับความเห็นชอบกรมธรรม์ประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 จำนวน 25 บริษัท และมี 10 บริษัทที่จำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปแล้ว โดยข้อมูลตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน - 15 พฤษภาคม 2564 มียอดซื้อประกันภัยรวมทั้งสิ้น 800,269 ฉบับ เบี้ยประกันภัย 96,931,810 บาท และมียอดการจ่ายค่าสินไหมทดแทน 105,190 บาท&amp;nbsp; &lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;ldquo;สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังคงขยายวงกว้าง และเกิดคลัสเตอร์ใหม่ ๆ ในหลายพื้นที่ รวมถึงมีการติดเชื้อโควิด-19 ที่เป็นสายพันธุ์ใหม่ๆ ด้วย ดังนั้น ทุกคนต้องระมัดระวังและช่วยกันป้องกันการแพร่ระบาด อีกทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้ารับฉีดวัคซีน ในขณะเดียวกันเมื่อได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว ระบบประกันภัยก็พร้อมเข้าไปช่วยเยียวยาได้อย่างเต็มที่ในทุกมิติ จึงหวังว่าการออกคำสั่งนายทะเบียนทั้งสองฉบับนี้จะช่วยลดข้อโต้แย้ง และเป็นการดูแลประชาชนผู้ทำประกันภัยแพ้วัคซีนโควิด-19 มีความมั่นใจยิ่งขึ้นว่า เมื่อเกิดอาการไม่พึ่งประสงค์จากการแพ้วัคซีนที่มีการฉีดในสถานที่ใด ๆ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ก็จะได้รับความคุ้มครองจากสัญญาประกันภัยที่ทำไว้ทุกประการ โดยสำนักงาน คปภ. พร้อมที่จะดูแลด้านการประกันภัยอย่างเต็มที่ ทั้งนี้ หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วน คปภ. 1186 หรือ Add Line Official @oicconnect&amp;rdquo; เลขาธิการ คปภ. กล่าวในตอนท้าย&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/104033</URL_LINK>
                <HASHTAG>คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย, คปภ., ฉีดวัคซีนโควิด-19, ดร. สุทธิพล ทวีชัยการ, ประกันภัย, ป้องกันการแพร่ระบาด, ผลข้างเคียงจากการฉีดวัคซีน, ผลิตภัณฑ์ประกันภัยการแพ้วัคซีนโควิด-19, เลขาธิการ, แพ้วัคซีนโควิด-19</HASHTAG>
                <FASTNEWS>FALSE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20210524/image_big_60abacafd978f.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
